Masukในโลกออนไลน์ เธอคือ 'มาดามสวาท' ตัวแม่วงการนิยายอิโรติก ผู้กุมความลับฉากรักเร่าร้อนที่ทำให้นักอ่านเกือบหยุดหายใจ แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลัง เธอคือ 'เวียงพิงค์' สาวแว่นจอมโก๊ะที่มีปมฝังใจว่า จูบเหมือนปลาสำลักน้ำใกล้ตาย จนไม่กล้าให้ผู้ชายหน้าไหนเข้าใกล้มานับสิบปี! เมื่อโอกาสทองมาพร้อมเงินก้อนโต บีบให้เธอต้องสวมรอยเป็นที่ปรึกษาบทหนังเลิฟซีน เธอจึงต้องพรางตัวสุดชีวิตเพื่อไม่ให้ใครจับได้ว่า 'กูรูตัวแม่' แท้จริงแล้วคือ 'ยัยเวอร์จิ้นอ่อนหัด' ทว่า... ทุกอย่างกลับไม่ง่าย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ 'นักรบ' มือเขียนบทหนุ่มมาดนิ่งสายตา X-ray ผู้ที่คอยจ้องจะกระชากหน้ากาก (และเสื้อผ้าโคร่งๆ) ของเธอออกเพื่อพิสูจน์ว่า ทฤษฎีที่เธอเขียน กับ ภาคปฏิบัติ มันต่างกันอย่างไร!
Lihat lebih banyakณ กองถ่ายริมทะเล (หน้าบ้านพักสุดหรู) เช้ามืดวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในกองถ่ายกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่เป็นความคึกคักที่มาพร้อมกับความกดดันจนทีมงานแทบไม่กล้าหายใจแรง เพราะวันนี้คือวันที่มาวินพระเอกแบดบอยต้องเข้าฉากสำคัญ และเขาก็รักษาสัญญาได้อย่างดีเยี่ยมด้วยการเรียกหาที่ปรึกษาบทส่วนตัว ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งฉากกับแกนโลก ทีมงานทุกคนเดินก้มหน้าก้มตาทำงานราวกับกลัวว่าจะไปสะดุดต่อมระเบิดของผู้กำกับจอมมารเข้า เพราะตั้งแต่นักรบก้าวเท้าเข้ากองถ่ายมา เขาก็แผ่รังสีอำมหิตจนมอนิเตอร์แทบจะร้าว"คุณที่ปรึกษาครับ..." เสียงหวานเลี่ยนของมาวินดังขึ้นทำลายความเงียบ "ตรงนี้บทพูดที่ว่า 'ผมยอมแลกทั้งชีวิตเพื่อจูบเดียวจากคุณ' ผมว่าอารมณ์ผมมันยังไม่หวานพอ คุณช่วยขยับมาใกล้ ๆ แล้วส่งสายตาเป็นแรงบันดาลใจให้ผมหน่อยได้ไหมครับ?"พระเอกแบดบอยตัวท็อปนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พักผ่อน เสื้อเชิ้ตฮาวายปลดกระดุมลงมาจนเห็นแผงอกขาว ๆ นั่น ดูจงใจยั่วประสาทคนมองสุด ๆ เวียงพิงค์ยืนถือสมุดจดอยู่ข้าง ๆ ได้แต่ทำหน้าเจื่อน"เอ่อ... คุณมาวินคะ มาดามสวาทสอนว่า ความถวิลหาต้องออกมาจากข้างในค่ะ ไม่ใช่แค่การจ้องตา..." เวียงพิง
บรรยากาศภายในห้องทำงานของบ้านพักริมทะเลกลับมาคุจนน่าขนลุก เสียงรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดของเวียงพิงค์ดังรัวเหมือนเสียงปืนกล เธอจดจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์จนตาแทบไม่กะพริบ ผมเผ้าที่เคยรวบไว้อย่างดีบัดนี้ยุ่งเหยิงจากการถูกขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในยามที่คิดบทบรรยายไม่ออก นักเขียนสาวไม่ได้นอนทั้งคืน เธอกำลังอยู่ในโหมด ร่างทรงมาดามสวาท ที่ไม่มีใครควรเฉียดเข้าใกล้แม้แต่เซนติเมตรเดียว…"คุณนักรบ… ฉันขอร้องล่ะค่ะ" เวียงพิงค์พูดโดยไม่หันไปมองนักรบกำลังเดินวนเวียนไปมาข้างหลัง "อีกแค่สองชั่วโมง ฉันต้องส่งต้นฉบับให้พี่หมวย บก. สายโหดของฉัน ถ้าเลทแม้แต่นาทีเดียว พี่หมวยจะบุกมาแหกอกฉันแน่ กรุณา... อย่า…รบ…กวน…!"เจ้าของบ้านไม่ได้ดูสะทกสะท้านกับคำขู่ แต่กลับโน้มตัวลงมาท้าวแขนกับพนักเก้าอี้ ก่อนจะวางแก้วกาแฟเอสเปรสโซหอมกรุ่นลงข้างๆ มือของเธอ"ผมก็แค่จะมาดูว่าแรงบันดาลใจที่ผมมอบให้เมื่อคืน... มันถูกถ่ายทอดลงในบรรทัดไหนบ้าง" นักรบเอ่ยเสียงนุ่มแต่กวนประสาท "ว้าวววว… สัมผัสอันร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงตามใจปรารถนา… ประโยคนี้คุณเขียนจากจินตนาการหรือว่าคุณเขียนจากความรู้สึกจริงตอนที่เรา...""คุณ!" นักเขียนสาวหันขวับไปแยกเ
หลังจากที่ เกือบ จะเตลิดเปิดเปิงกันไปในห้องพัก และโดนยัยกะหล่ำดอกขัดจังหวะจนอารมณ์บูด นักรบตัดสินใจพาเวียงพิงค์ขับรถหนีออกมาจากความวุ่นวายในกองถ่าย เขามุ่งหน้าสู่บ้านพักริมทะเล แต่แทนที่จะให้นักเขียนสาวแยกตัวไปปั่นงาน เขากลับชวนเธอเดินเลาะลงไปยังชายหาดส่วนตัวที่มืดสลัวและเงียบสงบ ลมทะเลตอนกลางคืนพัดเอาความเย็นฉ่ำมาปะทะผิว กลิ่นอายของทะล ทำให้อารมณ์ที่คุกรุ่นเมื่อครู่เริ่มผ่อนคลายลง แต่ความประหม่าระหว่างทั้งคู่กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างประหลาด เวียงพิงค์เดินเตะทรายเล่นพลางแอบชำเลืองมองนักรบที่เดินตามมาติด ๆ สายตาของเขาไม่ได้มองความสวยงามกับทิวทัศน์เบื้องหน้าเลยสักนิด แต่กำลังจับจ้องอยู่บริเวณใบหน้าของเธอ"ในห้องพักเมื่อกี้... คุณแถได้เก่งมาก ผมภูมิใจในตัวคุณจริง ๆ" นักรบถามพร้อมกับมาเดินเคียงข้างเวียงพิงค์"ผมไม่คิดว่าที่ปรึกษาบทของผมจะมีความคิดสร้างสรรค์ในสถานการณ์คับขันได้ดีขนาดนี้""มันเป็นทางออกเดียวที่จะรักษาความลับของเรานี่คะ" เวียงพิงค์พูดโดยไม่หันไปมองหน้า"ฉันไม่อยากโดนผู้ไม่หวังดีตามขุดคุ้ยประวัติจนถึงรากเหง้า… หากรู้ว่าตัวจริงของฉันเป็นใคร""คุณพูดเหมือนคุณไม่ภูมิใจในตัวตนของม
ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูห้องพักนักแสดงส่วนตัว นักรบจัดการปิดประตูและกดล็อกเสียงดัง แกร๊ก! จนเวียงพิงค์สะดุ้งตัวโยน เธอรีบกอดกระเป๋าสะพายใบเก่งไว้แน่นพลางหันไปมองชายหนุ่มที่บัดนี้ถอดมาดผู้กำกับจอมเฮี้ยบออกเหลือเพียง จอมเผด็จการ คนเดิมที่สายตาจ้องจะตะครุบเหยื่อตลอดเวลา"เวียงพิงค์งั้นเหรอ?" นักรบเลิกคิ้วสูงพลางเดินต้อนเธอจนแผ่นหลังไปติดกับเคาน์เตอร์แต่งหน้าที่มีหลอดไฟสว่างจ้า "สุดท้ายก็ยอมเผยชื่อจริงมาสักที... ผมเกือบจะกลั้นขำไม่ไหวตอนเห็นคุณพยายามทำหน้านิ่งพูดไปเรื่อยโชว์คนทั้งกอง""มันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินค่ะ!" เวียงพิงค์กระซิบเสียงสั่นแต่พยายามทำหน้าขรึม "คุณนั่นแหละ จู่ๆ ก็คว้าเอวฉันโชว์คนนับร้อย ถ้าฉันไม่ทำอะไรสักอย่าง มีหวังพรุ่งนี้ฉันได้ขึ้นหน้าหนึ่งว่าเป็น ผู้ช่วยต้มตุ๋น แน่ๆ และที่สำคัญ... ฉันไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าฉันคือเจ้าของนามปากกานั้นจริงๆ คุณก็รู้ว่าวงการนี้มันน่ากลัวแค่ไหน""ผมรู้..." นักรบขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด"แต่การที่คุณลากผมเข้าไปเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับความลับของคุณด้วยเนี่ย... มันมีค่าธรรมเนียมนะ รู้ไหม?""ค่าธรรมเนียมอะไรของคุณ? ฉันก็ช่วยกู้หน้าคุณคืนให้แล้ว
หลังจากเหตุการณ์ ละเมอเชิงวิชาการ เมื่อเช้า เวียงพิงค์พยายามทำตัวให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอสวมวิญญาณป้าแว่นกลับมาอีกครั้งด้วยเสื้อเชิ้ตลายทางตัวโคร่งแบบพรางหุ่นจนดูเหมือนถังเบียร์เคลื่อนที่ หมวกแก๊ปสีซีดถูกดึงลงมาปิดหน้าปิดตาจนเหลือแค่ปลายจมูกรั้น ๆ แต่นักรบกลับดูอารมณ์ดีอย่างร้ายกาจ เขาฮัมเพล
ณ ห้องนอนเจ้าปัญหาเวียงพิงค์ปรากฏตัวในชุดนอนที่ เซฟ ที่สุดในชีวิต มันคือเสื้อยืดตัวโคร่งลายหมีเน่าสีซีดกับ กางเกงวอร์มขายาวที่ยางยืดเริ่มเสื่อมสภาพ เธอเดินออกมาจากห้องแต่งตัวพร้อมกอดหมอนข้างไว้แน่นราวกับเป็นอาวุธคู่กายนักรบนอนกึ่งนั่งพิงหัวเตียงอยู่ก่อนแล้ว เขาสวมเพียงกางเกงนอนขายาวตัวเดียว ผิวพร