Masuk"เอ่อ... ขอโทษค่ะนายใหญ่นายหญิง คุณหนู โต๊ะอาหารพร้อมแล้วค่ะ" แม่บ้านคนหนึ่งเดินก้มหน้าเข้ามารายงานเจ้านายทั้งสาม ทำให้ฟงเหมียนออกจากห้วงความคิดของตัวเอง
"คุณฟงเหมียนเราไปทานอาหารกันเถอะค่ะ เสร็จแล้วเดี๋ยวคืนนี้จางลี่จะปรนนิบัติให้อย่างดี ให้หายเหนื่อยเลยค่ะ" จางลี่บอกเสียงหวานส่งสายตาวิบวับให้สามีพลางเขี่ยหน้าอกหนาไปมา ปรนนิบัติในที่นี่คงหนีไม่พ้น ทำหน้าที่ภรรยาบนเตียงให้สามีเหมือนคืนก่อน ๆ
"เอาสิ" ฟงเหมียนยิ้มให้ภรรยาด้วยสายตาแพรวพราวไม่ต่างกัน หลายวันมานี้เขาทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้ภรรยาเลย คืนนี้คงต้องทำหน้าที่สามีเสียหน่อยแล้ว
"คุณป๊า คุณม้าคะ วันนี้หนูขอไปค้างคอนโดนะคะ มีนัดกับซาร่าและหลี่หลินน่ะค่ะ" เหมยลี่บอก ขณะที่ทุกคนนั่งลงประจำที่ของตัวเองเพื่อลงมือทานอาหารเย็นร่วมกันเหมือนอย่างเคย
"ได้สิลูก จะกลับตอนไหนก็โทรมาบอกม้านะจ๊ะ" จางลี่ลูบหัวลูกสาวอย่างรักใคร่ ดีจริง ๆ ที่คืนนี้ไม่มีลูก ๆ คอยกวนเวลาที่เธอจะปรนนิบัติสามี
"ค่ะม้า"
ทั้งสามคนนั่งทานอาหารด้วยเหมือนทุก ๆ วัน เรียกได้ว่านับครั้งได้ที่จะเห็นครบทั้งสี่คน หลังทานมื้อค่ำด้วยกันเสร็จเรียบร้อย เหมยลี่ก็ได้ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วออกไปเที่ยวกับเพื่อนตามที่นัดกันเอาไว้ ส่วนเจ้านายทั้งสองของบ้านตอนนี้ก็กำลังทำหน้าที่ภรรยาและสามีกันอย่างดุเดือดภายในห้องนอนของทั้งคู่ เสียงร้องครวญครางดังก้องภายในห้องนานนับหลายชั่วโมงก่อนที่มันเงียบเสียงลง
๐๐๐๐๐๐
บ้านเล็กด้านหลังคฤหาสน์
ภายในห้องนอนขนาดกลางมีร่างบางกำลังนอนเหม่อมองเพดานสีขาวขบคิดอย่างหนักอยู่ในหัวถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาเมื่อตอนหัวค่ำและคำตอบที่หนักแน่นของผู้เป็นแม่ที่บอกว่าเราจะหนีออกไปจากที่นี่
ครั้งนี้ดูเหมือน 'ท่าน' จะโมโหกว่าครั้งไหน ๆ ถึงได้ลงมือตบหน้าเธออย่างแรงจนเลือดกลบปากขนาดนี้ แล้วคราวนี้เธอกับแม่ต้องถูกขังอยู่บ้านเล็กอีกวันกันละ สมองน้อย ๆ พลันคิดหาวิธีที่จะหาทางหนีออกไป
นับตั้งแต่ที่เธอจำความได้ เด็กผู้หญิงวัยห้าขวบก็ถูกตราหน้าว่าเป็นลูกชู้เสียแล้ว เมื่อเริ่มโตขึ้นเธอก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำว่าลูกชู้อีกต่อไป เธอพยายามศึกษาเล่าเรียนจนได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาให้แม่ได้ภูมิใจ ด้วยเงินที่แม่ของเธอเก็บหอมรอมริบจากการทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาด ทั้งล้างห้องน้ำ ตัดหญ้าหรือแม้กระทั่งต้องล้างสระว่ายน้ำด้วยตัวคนเดียวเพราะเป็นคำสั่งของนายหญิงและเมื่อนายหญิงรู้ว่าสามีได้ให้เงินกับแม่ของเธอทุก ๆ เดือนเป็นประจำ แม่ของเธอก็โดยนายหญิงกลั่นแกล้งสารพัดมากยิ่งขึ้นด้วยความอิจฉาริษยาและหึงหวง
"ยังไม่นอนอีกเหรอลูก" เกสราหันหลังพลิกตัวมามองลูกสาวที่ยังคงนอนมองเพดานเรียบนิ่งราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง
"หนูทำให้แม่ตื่นหรือเปล่าคะ" ขวัญเนตรถามออกไปเพราะเมื่อสักครู่เธอขยับตัวเล็กน้อยไล่ความเมื่อยขบที่อยู่ในท่าเดิมนานๆ ก่อนจะหันไปสวมกอดแม่เอาไว้ แก้มนวลจึงแนบหน้าอกผู้เป็นแม่
"เปล่าลูก แม่นอนไม่หลับ" เกสราลูบหัวลูกสาวเบา ๆ
"แม่ว่าครั้งนี้เราจะออกไปจากที่นี่ได้ไหมคะ" ขวัญเนตรถามสิ่งที่เธอกำลังกังวลออกไป เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอกับแม่พยายามจะหนี แต่มันเป็นครั้งที่สามแล้ว
"ไม่รู้สิลูก แต่แม่รู้สึกว่าครั้งนี้เราจะหนีออกไปได้อย่างแน่นอน" เกสราตอบเสียงเรียบนิ่ง มันมีความรู้สึกบางอย่างที่กำลังบอกเธอว่าครั้งนี้เธอกับลูกสาวจะได้ออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลลู่
"จริงเหรอคะ?"
"จริงสิลูก หากเราออกไปได้แม่อยากให้ขวัญทำสิ่งที่ตัวเองต้องการ ใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี อย่าได้กังวลเพราะแม่อีกเลยนะลูก"
"หนูอยู่กับแม่ก็มีความสุขค่ะ เราออกไปแล้วเปิดร้านดอกไม้กันดีไหมคะ"
ร้านดอกไม้เป็นหนึ่งในความฝันของแม่ ขวัญเนตรเองก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีถ้าหากเราเปิดร้านดอกไม้ ส่วนตัวเธอก็คงไปสมัครงานให้ตรงตามสิ่งที่เรียนมา
"ได้สิลูก" เกสรายิ้มออกมาอย่างมีความสุขเมื่อลูกสาวพูดความฝันของเธอที่อยากมีร้านดอกไม้
"ใกล้ ๆ ที่ทำงานของหนูมันมีห้องเช่าเล็ก ๆ ราคาไม่สูงมาก เอาไว้หนูพาแม่ไปดูนะคะ แถวนั้นผู้คนพลุกพล่านด้วย ต้องเป็นทำเลที่ดีแน่ ๆ เลยค่ะ"
"แม่ยังพอมีเงินเก็บอยู่เอาไว้เดี๋ยวเราไปดูที่พร้อมกันเนอะลูก แล้วเรามาช่วยกันสร้างร้านดีไหม"
"ดีค่ะ"
ขวัญเนตรยังคงพูดคุยกับแม่ด้วยน้ำเสียงสดใสเต็มไปด้วยความสุข ความกังวลพลันสลายหายไปพร้อมๆ กับฝ่ามืออุ่นที่ลูบหัวเธออย่างอ่อนโยนตลอดทั้งคืน เอาละ พรุ่งนี้เธอจะสำรวจรอบ ๆ บ้านเสียหน่อยว่ามีคนเฝ้าอยู่เท่าไหร่ เธอจะได้วางแผนขั้นตอนต่อไปได้ ครั้งนี้เธอจะไม่พลาดอีกแล้ว เราทั้งคู่จะออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลลู่ให้ได้
“มองหน้าเฮียทำไมครับ หนูมีอะไรหรือเปล่า” จากัวร์หันมามองภรรยาแล้วก็เห็นว่าเธอมองเขาอยู่ก่อน จึงได้ถามออกไป“หนูโชคดีจังที่ได้เป็นภรรยาของเฮีย” ขวัญเนตรบอกพร้อมรอยยิ้มหวาน ดวงตาเปล่งประกายจนจากัวร์ใจสั่น“เฮียก็โชคดีที่ได้หนูเป็นภรรยาครับ” พูดจบก็รั้งศีรษะสวยเข้ามาใกล้ก่อนจะหอมลงไปหนึ่งที“ตาย ๆ เบาหวานขึ้นตาหมดแล้ว”“ในกระเป๋ายากูมีอินซูลิน มึงมาเอาไปฉีดแล้วฉีดให้กูด้วย หวานไปหมดจนมดจะหามคฤหาสน์แล้วเนี่ย”สองพี่น้องร่วมด้วยช่วยกันแซวป๊าจากัวร์ที่แสดงความรักกับแม่ขวัญ และตลอดตั้งแต่ที่จำความได้ทั้งสองก็มักจะเห็นการแสดงออกถึงความรักแบบนี้หลายต่อหลายครั้ง ไม่ใช่แค่คู่เดียวด้วยนะ เรียกได้ว่าครบทุกคู่ในตระกูลเลยทั้งปู่ย่า ลุงป้าน้าอา เห็นมาหมดแล้ว“มัวแต่แซว ป่านนี้น้าเจียอีตั้งโต๊ะเสร็จแล้วมั้ง” เป็นจากัวร์ที่เอ่ยขึ้นอีกครั้ง“พูดถึงข้าวปุ๊บท้องผมร้องเลย ทั้งหิวข้าวทั้งง่วง” ลีโอคร่ำครวญพลางซบลงบนไหล่เล็กของแม่ขวัญอีกรอบ“อย่างนั้นเรารีบไปทานกันดีกว่านะคะ ลีโอจะได้ขึ้นไปพักผ่อนด้วย”“คืนนี้แม่ขวัญนอนกับผมได้ไหมครับ” ส่งสายตาออดอ้อนจนขวัญเนตรกำลังจะตอบตกลง แต่กลับช้ากว่าจากัวร์ที่สวนขึ้นมา
คฤหาสน์ตระกูลหลานในฮ่องกงผ่านมาแล้วหลายสิบปีนับตั้งแต่มีทายาทให้กับตระกูล ปัจจุบันจากัวร์กับขวัญเนตรย้ายมาใช้ชีวิตด้วยกันที่ประเทศไทยเหมือนพยัคฆ์บดินทร์และเมขลา แต่ยังคงเทียวไปกลับฮ่องกงอยู่บ่อยครั้ง เสมือนฮ่องกงอยู่แค่หน้าปากซอยเท่านั้นตอนนี้จากัวร์ได้ลงจากตำแหน่งผู้นำตระกูลหลานแล้วเรียบร้อย ส่วนคนที่ขึ้นเป็นผู้นำคนต่อไปก็คือ ลีโอ ฝาแฝดคนน้องของ ไลออน ลูกชายของจากัวร์นั่นเอง เนื่องจากไลออนนั้นสนใจในอาชีพหมอมากกว่า แต่ทว่าเหตุผลลึก ๆ ก็เพราะไลออนนั้นอยากจะคอยรักษาน้องชายยามเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งพ่อแม่ ปู่ย่าตายายและลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง เขาเพียงแค่อยากจะรักษาให้ทุกคนอยู่ด้วยกันนาน ๆลีโอ หรือ หลานซินหลง ผู้นำตระกูลหลานคนปัจจุบัน แน่นอนว่าชื่อเสียงเรื่องความโหดเหี้ยมที่ร่ำลือกันมานานหลายรุ่นก็ยังคงอยู่และยิ่งทวีมากขึ้นกว่าในอดีต ตระกูลหลานในตอนนี้แทบจะครองแผ่นดินฮ่องกงเกือบหมดแล้วแถมยังขยายอาณาจักรออกไปเมื่อลีโอรู้จักกับมาเฟียอิตาลีและยากูซ่า ทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่มัธยมและเพิ่งจะรับรู้ตัวตนที่แท้จริงของกันก็ตอนที่มีการล่าค่าหัวขึ้นนั่นแหละ“ถึงบ้านแล้วครับ นายใหญ่
แล้วบทสนทนาก็จบลงเพียงเท่านั้น ไทก้าสังเกตว่าเด็กสาวเริ่มทำท่าจะร้องไห้เขาเลยไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากถามว่าให้เอาไปวางไว้บนโต๊ะอาจารย์คนไหนเมื่อมาถึงหน้าห้องพักครู“เรียบร้อยแล้ว รีบกลับบ้านล่ะ เดี๋ยวพ่อแม่จะเป็นห่วง เข้าใจหรือเปล่าครับ”“ค่ะ ขอบคุณพี่ไทก้ามากนะคะที่ถือสมุดมาให้”“ครับ งั้นพี่ไปก่อนนะ”ดวงตากลมโตมองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มรุ่นพี่ผ่านเลนส์แว่นตา สายตาเต็มไปด้วยความชื่นชอบจนเก็บไว้ไม่อยู่ ริมฝีปากแย้มยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำอยู่ในอก๐๐๐๐๐๐สนามบาสของโรงเรียนเสียงเชียร์และเสียงลูกบาสกระทบพื้นดังขึ้นในช่วงเย็นของวัน เหล่านักเรียนทั้งมอต้นและมอปลายต่างมานั่งดูรุ่นพี่สุดฮอตอย่างไทก้าเล่นบาสหลังเลิกเรียน ในทุก ๆ วันมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ“พี่ไทก้าของดีจัด แรร์มาก”“พี่ไทกริสก็ด้วย โคตรดี”“กรี๊ดดดด”เด็กสาวตัวอวบยืนหลบมุมอยู่ข้างสนามบาสอาศัยต้นไม้ต้นใหญ่บังตัวเอาไว้ ดวงตากลมจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของร่างโปร่งที่กำลังเล่นบาสอย่างสนุกสนาน ใบหน้าหล่อประดับด้วยรอยยิ้มกว้างเมื่อตัวเองโยนบาสลงห่วงได้สำเร็จ นั่นจึงเป็นที่มาของเสียงกรี๊ด“เก่งจัง” พึมพำเสียง
“พี่ไทก้าคะ คือว่าหนู..ชอบพี่มาก เราสองคนเป็นแฟนกันได้ไหมคะ”ใบหน้าของเด็กสาวแดงก่ำอย่างเขินอายพลางยื่นแขนสั่นเทาส่งกล่องช็อกโกแลตให้เด็กหนุ่มตัวสูง ดีกรีเป็นถึงนักบาสของโรงเรียน อีกทั้งยังเป็นนายแบบที่กำลังมีผลงานออกมาเรื่อย ๆ แม้เจ้าตัวเพิ่งจะอายุได้แค่ สิบเจ็ดปีดวงตาสีนิลจ้องมองเด็กสาวตัวเล็กตรงหน้าด้วยสายตาเฉยชาพลางถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายเพราะวันนี้มีคนมาสารภาพรักกับเขาแล้วถึงสามคน ข้างกันเป็นน้องชายฝาแฝดที่หน้าตาคล้ายคลึงกัน“ขอโทษด้วยนะครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับช็อกโกแลต แต่พี่ไม่ชอบทานของหวาน” เสียงทุ้มบอกอย่างนุ่มนวลด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “และพี่คงเป็นแฟนกับเราไม่ได้ พี่ขอตัวก่อน ไปไอ้กิด”“กูชื่อกริส ไม่ใช่กิดไอ้ก้า” โวยวายเรื่องชื่อไล่หลังพี่ชายฝาแฝดตัวเอง ก่อนจะหันกลับมามองเด็กสาวที่ก้มหน้าลงพร้อมถือกล่องช็อกโกแลตไว้ในมือด้วยท่าทางเศร้าสร้อย “น้องตัดใจเถอะครับ ไอ้ก้ามันไม่ชอบผู้หญิงที่รุกเข้าหามันก่อน”บอกจบเด็กหนุ่มก็รีบวิ่งตามหลังพี่ชายตัวเองไปทันทีปล่อยให้เด็กสาวยืนร้องไห้เงียบๆ เพราะโดนปฏิเสธจากรุ่นพี่ที่ชอบไทก้าและไทกริส ลูกชายฝาแฝดของไทเกอร์และเพียงรัก ทั้งสองคนเกิดห
สิบห้าปีต่อมาหลังจากวันนั้นที่พูม่าและเฌอลินได้รับรู้ว่ามีเจ้าเสือตัวน้อยมาอยู่ด้วยกันถึงสองคน ใช่แล้วละ เฌอลินท้องลูกแฝดชายหญิง พอรู้ปุ๊บ ไม่นานเท่าไหร่หน้าท้องก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นรวมถึงอาการแพ้ท้องที่เล่นงานทั้งสองคนอย่างหนักหน่วง แต่สุดท้ายเจ้าลูกเสือตัวน้อยทั้งคู่ก็คลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย ร่างกายแข็งแรงครบถ้วนซ้ำยังอ้วนท้วมสมบูรณ์ด้วย“ป๊า! วันนี้มีผู้ชายเอาดอกไม้มาให้ตาห์ด้วย”เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้นจากร่างของเด็กหนุ่มวันสิบห้าปีที่หน้าตาถอดแบบผู้เป็นพ่อมาเกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ รีบเร่งฝีเท้าวิ่งเข้ามาในบ้านทันทีหลังกลับจากโรงเรียนโดยมีลุงเวินฉีไปรับมา“ตัวอย่าเวอร์ได้ไหม คนนั้นเป็นเพื่อนใหม่เค้านะ”เด็กสาวหน้าตาสวยหวานเดินตามหลังน้องชายฝาแฝดเข้ามาด้านในบ้านด้วย“เพื่อนอะไรกันมองตากันหวานเชื่อมขนาดนั้น ตัวอย่ามาหลอกเค้าเลย เค้าไม่โง่หรอกนะจะบอกให้”“เฮ้อออ”สองฝาแฝดเถียงกันลั่นบ้าน ทว่าพูม่ากลับไม่ได้รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด เขาชอบมันมากด้วยซ้ำ บ้านที่มีแต่เสียงหัวเราะมันอบอุ่นจนเขาอยากให้มันเป็นแบบนี้ไปทุกวันฝ่ามือเล็กของชีตาห์ผลักหัวแพนเธอร์น้องชายอย่างหมั่นไส้ในความโอเวอร์เ
จวบจนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงหัวค่ำของวัน จากัวร์ ไทเกอร์ พูม่าก็ได้กลับมาถึงคฤหาสน์แล้วเรียบร้อย ทั้งสามไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปด้านในทันทีหลังรถจอดสนิท ตลอดการประชุมไม่รู้ทำไมทั้งสามคนถึงรู้สึกกระวนกระวายใจแปลกๆ เอาแต่คิดถึงคนรักของตัวเองจนแทบจะประชุมไม่รู้เรื่อง“ที่รัก”“เพียงครับ”“เฌอขา”เสียงเรียกคนรักของตนดังกังวานไปทั่วคฤหาสน์พร้อมร่างกำยำของนายน้อยประจำตระกูลทั้งสามคนจะรีบวิ่งเข้ามาสวมกอดคนรักแนบแน่น ท่ามกลางสายตามึนงงของคนที่อยู่ในเหตุการณ์“เฮียเป็นอะไรคะ” เอ่ยถามเสียงเบาก่อนจะรู้สึกเปียกชื้นตรงลาดไหล่ ฝ่ามือบางจึงพยายามดันตัวอีกฝ่ายออกอย่างเบามือ ก่อนจะต้องตาโตตกใจ “เฮียร้องไห้ทำไมคะ”“เฮียไทเกอร์ก็ร้องไห้เหรอคะ” เช่นเดียวกับเพียงรัก เมื่อเธอดันร่างสูงออกก็พบว่าเขากำลังน้ำตาไหลพรากอาบแก้มแบบไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่คบกันมา“เอ๊ะ! เฮียพูม่าก็ด้วยเหรอคะ ร้องไห้กันทำไมคะเนี่ย” เสียงของเฌอลินดังขึ้นเรียกให้อีกสองสาวหันมามองทันที ก่อนที่พวกเธอจะมองหน้ากันด้วยความงงงวย เป็นครั้งแรกที่พวกเธอเห็นทั้งสามคนร้องไห้พร้อมกัน“เฮียไม่รู้ครับ อยู่ๆ น้ำตามันก็ไหลเอง” จากัวร์บอกด้วยเสียงติดสะอื้น







