تسجيل الدخولกาสิโนตระกูลหลานในฮ่องกง
ณ ห้องใต้ดิน
ร่างสูงโปร่งแต่ทว่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแน่นๆ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมออกสามเม็ดเผยให้เห็นกล้ามหน้าอกกับกางเกงยีนสีดำกำลังก้าวเดินลงมายังห้องใต้ดินด้วยท่าทางสง่างามและน่าเกรงขาม
โดยมีหน้ากากปกปิดใบหน้าเอาไว้อย่างมิดชิด มีเพียงดวงตาสีดำทมิฬที่ผู้คนต่างมองเห็นและไม่มีใครกล้าสบตาด้วย
"คะ...คุณหลาน" น้ำเสียงตะกุกตะกักเอ่ยเรียกชื่อร่างสูงที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาด้านหน้าของตนด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ อย่างหวาดกลัวก่อนจะต้องรีบก้มหน้าลงเมื่อเผลอสบตาเข้าให้
"ไง มีอะไรจะพูดไหม" น้ำเสียงเข้มถามออกมาดังกังวานไปทั่วห้อง บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันและความเงียบ
"ผะ...ผมจะหาเงินมาคืนให้ครับ ขอเวลาผมหน่อยนะครับคุณหลาน" ชายหนุ่มรีบก้มหน้าลงแนบพื้นขณะขอร้องคนตรงหน้า สองมือสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่
"ลู่หรงฉี"
เพียงแค่เรียกชื่อก็ทำให้เจ้าของชื่อยิ่งตัวสั่นเทาด้วยความกลัว ดวงตาสีดำปรายตามองร่างที่ก้มหน้าอยู่ตรงหน้านิ่งๆ ก่อนจะพูดต่อกับลูกน้องคนสนิท
"รายงาน"
"ลู่หรงฉี เป็นหนี้กาสิโนอยู่ห้าร้อยล้านดอลลาร์ฮ่องกงและได้กู้เงินเพิ่มอีกสองร้อยล้าน ทั้งยังพยายามโกงไพ่โดยจ่ายเงินให้ดีลเลอร์ของกาสิโนช่วยซ่อนไพ่ แล้วก็ลวนลามพนักงานของกาสิโนด้วยครับ" จางเหว่ยบอดีการ์ดมือซ้ายรายงานให้นายใหญ่ฟัง
"นี่เป็นเอกสารการกู้ยืมเงินครับ ปัจจุบันคุณลู่หรงฉีขาดส่งดอกเบี้ยมาสามครั้งแล้วครับ" จางหย่งบอดีการ์ดมือขวายื่นเอกสารให้นายใหญ่ดู มือหนาคว้าเอกสารมาเปิดดูก่อนจะส่งมันให้ลูกน้องตามเดิม
"คุณหลาน ผม ผมขอเวลาหน่อยนะครับ" หรงฉีรีบขอร้องพลางคลานเข่าเข้าไปกุมรองเท้าหนังของเจ้าหนี้ด้วยความหวาดกลัว
"กูให้เวลามานานพอแล้ว ถ้าไม่มีเงินมาคืนก็ต้องมีอะไรมาแลกเปลี่ยน" น้ำเสียงเย็นเยียบเอ่ยออกมานิ่ง ๆ ทำให้ชายหนุ่มที่ก้มใบหน้าแนบรองเท้าอยู่นั้นยิ่งตัวสั่นหงึก ๆ จวนจะฉี่แตกออกมา
"ผม ผม ๆ มีผู้หญิงที่จะเอาขัดดอกให้คุณหลานครับ มีสองคนเลยนะครับ" หรงฉีรีบพูดออกมาอย่างร้อนรนเมื่อเผลอคิดถึงสองแม่ลูกที่คฤหาสน์ของตัวเอง เขาพยายามหาทางรอดให้ตัวเองโดยใช้ชีวิตของคนอื่นมาแลกแทน เขาไม่มีทางยอมให้ตัวเองต้องมาตายอย่างน่าอนาถอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน
"ผู้หญิง?" ใบหน้าหล่อเหลาเลิกคิ้วอย่างสงสัยภายใต้หน้ากากปกปิดใบหน้าพร้อมกับปรายตามองอีกคน
"ใช่ครับ ๆ เธอเป็นลูกคนใช้ของตระกูลผมเอง แต่สวยมาก ๆ เลยนะครับ ผมจะให้พวกเธอมาขัดดอกจนกว่าคุณหลานจะพอใจเลยครับ โปรดไว้ชีวิตผมด้วยครับ" หรงฉีรีบพยักหน้าลงรัว ๆ เพราะดูเหมือนคุณหลานจะสนใจข้อเสนอของเขาอยู่เหมือนกัน
"พวกเธอเต็มใจ?"
นัยน์ตาสีดำแอบสำรวจพิรุธที่แสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งจากคนที่กำลังคุกเข่าอ้อนวอนเขาอยู่ตอนนี้ ดูท่าแล้วผู้หญิงที่มันพูดถึงคงจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าจะถูกนำมาขัดดอก
"เต็มใจครับ! เต็มใจอย่างแน่นอนครับ ผมจะพามาให้คุณหลานเองครับ!" หรงฉีรีบตอบอย่างฉะฉาน ริมฝีปากแอบลอบยิ้มเมื่อเขามีวิธีรอดไปจากที่นี่แล้ว
ทว่าท่าทางเหล่านั้นก็ตกอยู่ในสายตาคมกริบที่จ้องมองอยู่
"แต่ตอนนี้มึงค้างส่งดอกมาสามครั้งแล้ว และกูต้องได้กำไรคืนสักหน่อย ว่าไหม" ใบหน้าภายใต้หน้ากากก้มลงมามองอีกคนที่เงยหน้าขึ้นมาพอดี
"คะ...คุณหลาน" น้ำเสียงแผ่วเบาดังออกมาจากปากของหรงฉีหลังเงยหน้าสบตากับดวงตาสีดำทมิฬ
"จัดการด้วยแล้วส่งมันกลับบ้านมันไป อีกสามวันกูต้องได้เงินคืน"
ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินออกจากห้องใต้ดินไปทันทีหลังลูกน้องคนสนิททั้งสองรับคำสั่งพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของคนที่โดนกระทืบดังลั่นห้องใต้ดิน
The Land Of Dragon กาสิโนรีสอร์ตที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง เป็นสถานที่ที่รวมความบันเทิงแบบครบวงจร ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ไม่ต่ำกว่าเก้าแสนตารางเมตร สูงราว ๆ 35 ชั้น ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดจะถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ ส่วนของโรงแรมหกดาวสุดหรูที่มาพร้อมกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่
และส่วนของกาสิโนที่เต็มไปด้วยโต๊ะพนันมากมาย และเครื่องเล่นหลายพันเครื่อง โดยด้านในตัวอาคารทั้งหมดจะถูกออกแบบตกแต่งให้เป็นสไตล์อิตาเลียน จำลองเป็นเมืองในประเทศอิตาลี มีความสวยงาม หรูหราและอลังการ เต็มไปสีทองอร่ามงามตาเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ ซึ่งติดอันดับ 1 กาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ทำรายได้ในแต่ละเดือนได้อย่างมหาศาลและได้ขยายสาขาไปทั่วโลก ทั้งมาเก๊า แอลเอ ลาสเวกัสและอิตาลี โดยผู้บริหารนั้นเป็นใครไม่ได้นอกจากมาเฟียตระกูลหลานและคนที่ดูแลอยู่ปัจจุบันก็คือ หลานเฟยหลง
๐๐๐๐๐๐
ห้องทำงานชั้นบนสุดของกาสิโน
"เรียบร้อยแล้วครับนายใหญ่"
จางเหว่ยรายงานความเรียบร้อยให้ผู้เป็นนายฟังหลังจากที่เขาและจางหย่งช่วยกันพาร่างสะบักสะบอมของหรงฉีส่งกลับคฤหาสน์ตระกูลลู่ไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว
"ผมขอข้อมูลตระกูลลู่ทั้งหมดภายในหนึ่งชั่วโมงนะครับ" น้ำเสียงทุ้มเข้มบอกกับลูกน้องคนสนิท แม้จะไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากเอกสารบนโต๊ะก็ตาม
"รับทราบครับ" จางหย่งรับคำสั่งก่อนจะขอตัวออกไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
"นายใหญ่จะรับพวกเธอมาขัดดอกจริง ๆ เหรอครับ" จางเหว่ยขอเสียมารยาทถามนายน้อยของตน
"ผมไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดที่จะต้องเอาผู้หญิงมาบำบัดความใคร่หรอกนะครับ ขืนป๊าหรือน้องเมทราบมีหวังผมโดนทำโทษแน่ ๆ ครับ"
จากัวร์เงยหน้ามาส่งยิ้มให้จางเหว่ยก่อนจะวางปากกาลงบนโต๊ะเมื่อเซ็นเอกสารฉบับสุดท้ายของวันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แล้วพูดต่อ
"ผมถึงอยากทราบประวัติตระกูลลู่ทั้งหมดก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป อีกอย่างผมไม่หาเรื่องใครก่อนถ้ามันไม่สอดเท้าเข้ายุ่งวุ่นวายจนผมรำคาญ แล้วดูจากคำพูดของมันเมื่อครู่ ผมว่าผู้หญิงสองคนนั้นคงเป็นคนสำคัญแน่ๆ คงจะไม่ใช่คนใช้ธรรมดา"
"ผมเข้าใจแล้วครับ"
จางเหว่ยก้มหัวให้นายน้อยเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความเคารพและชื่นชมจ้องมองนายน้อยของตน เขาทำงานเป็นบอดีการ์ดและมือซ้ายให้จากัวร์ตั้งแต่อายุ 15 ปีหลังเจ้าตัวได้สาบานตนขึ้นเข้ารับตำแหน่งผู้นำคนต่อไป แล้วในตอนนี้นายน้อยของเขาก็ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลหลานคนปัจจุบันแล้ว
"จางเหว่ยไปพักผ่อนเถอะ ผมเองก็จะพักเหมือนกัน"
จากัวร์ลุกขึ้นตบบ่าจางเหว่ยอย่างเป็นกันเอง ทั้งจางเหว่ยและจางหย่งเปรียบเสมือนเพื่อน พี่น้องของเขา แม้จะเกิดปีเดียวกันแต่ทั้งสองก็เกิดก่อนเขาอยู่ดี เสียงบิดขี้เกียจดังออกมาจากร่างสูงที่เพิ่งบินมาถึงฮ่องกงได้ไม่ทันไรก็ต้องไปจัดการกับพวกลูกหนี้ ไหนจะต้องเคลียร์เอกสารต่างๆ อีก ในตอนนี้ตาเขาแทบจะปิดอยู่รอมร่อ
"เดี๋ยวผมเฝ้าหน้าประตูให้ครับ นายใหญ่พักผ่อนเถอะครับ"
จางเหว่ยมองตามร่างสูงกำยำของนายน้อยตัวเองที่กำลังนอนคว่ำหน้ากับเตียงด้วยความเหนื่อยล้าก่อนจะต้องยกยิ้มออกมา แม้นายน้อยจะอายุ 30 แล้ว แต่เมื่อไหร่ที่อยู่กับครอบครัวหรือคนสนิทมักจะแสดงอาการงอแงไม่ต่างจากเด็ก 3 ขวบเลยสักนิด ไม่หลงเหลือภาพลักษณ์ของหลานเฟยหลงมาเฟียที่น่ากลัวและโหดเหี้ยมที่สุดในฮ่องกงเลย
ร่างสูงของจางเหว่ยเดินออกจากห้องทำงานเพื่อปล่อยให้นายน้อยได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ โดยที่เขายืนเฝ้าระวังอยู่หน้าห้อง ในมือหนาถือไอแพดตรวจดูความเรียบร้อยจากกล้องวงจรปิดทั่วกาสิโนไปพลาง ๆ จวบจนเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง จางหย่งน้องชายของเขาก็เดินมาพร้อมเอกสารในมือที่เป็นประวัติของตระกูลลู่ทั้งหมด ก่อนที่ทั้งสองจะเข้ามาในห้องทำงานของจากัวร์อีกครั้ง
"หนูคิดอะไรอยู่ครับ" ฝ่ามือหนาแตะลงบนหลังมือขาวที่หยุดบีบนวดบ่าของเขา นัยน์ตาคมพยายามมองลึกลงไปในดวงตาของร่างบาง มันกำลังฉายแววเศร้าหมองออกมา"หนูแค่เผลอคิดถึงเรื่องในอดีตน่ะค่ะ" เอ่ยตอบหลังหลุดออกจากภวังค์"ไม่ต้องไปคิดถึงมันหรอกครับ ตอนนี้หนูเป็นคนของเฮียแล้ว คิดถึงแค่เฮียก็พอ" "..."ไม่ต้องส่องกระจกตอนนี้ขวัญเนตรก็รับรู้ได้ว่าหน้าตัวเองมันแดงมากแค่ไหนหลังจากได้ยินประโยคที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว เลือดลมสูบฉีดไปทั่วร่าง ตั้งแต่วันที่เธอโดนทำร้ายได้รับบาดเจ็บ นับแต่นั้นมาจากัวร์ก็มักจะพูดประโยคที่ชวนให้จิตใจสั่นไหวอยู่หลายครั้ง และดูเหมือนว่ามันจะมีอิทธิพลกับเธอเป็นอย่างมากด้วย"หิวไหมครับ เฮียจะได้ให้คนเอาอาหารมื้อค่ำขึ้นมาให้หนู" "ไม่หิวค่ะ หรือว่าเฮียหิวคะ" "เฮียไม่หิวครับ หนูไปนั่งพักเถอะครับเฮียขอเคลียร์เอกสารต่อก่อน" มือหนาแตะเบา ๆ ที่หลังมือขาวเพื่อบอกให้ร่างบางหยุดนวด"หายปวดแล้วเหรอคะ""ครับ" ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มให้ร่างบางอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จากัวร์จะอ่านเอกสารบนโต๊ะต่อหลังจากขวัญเนตรเดินไปนั่งรอที่โซฟาตัวสวยกลางห้องแล้วเรียบร้อย ภายในห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงัน แต่
The Land Of Dragon เวลาฮ่องกง 20.38 น. ร่างบางในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนขายาวสีเข้มพร้อมด้วยกระเป๋าสะพายใบเดิม สองขาเรียวก้าวเดินตามหลังบอดีการ์ดไปตามทางของกาสิโนที่ภายในตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่านักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตา ผู้คนที่หวังเพิ่งโชคจากการเสี่ยงดวงต่าง ๆ ตามเครื่องเล่นมากมายหลายพันเครื่อง ดวงตากวางเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นตาตื่นใจ ใบหน้าสวยหันมองซ้ายทีขวาที สองมือบางกำสายกระเป๋าแน่นพลางรีบเดินตามหลังบอดีการ์ดให้ทันเพื่อไม่ให้ตัวเองพลัดหลงทางเอาได้ จนเข้ามาถึงด้านในที่ดูเหมือนเป็นในส่วนของโรงแรม ขวัญเนตรรู้สึกคุ้นตาเพราะมันเป็นสถานที่ที่ทำให้เธอได้เจอกับจากัวร์เป็นครั้งแรกก๊อก ก๊อก ก๊อก"นายใหญ่ครับ ผมพาคุณเย่วซินมาแล้วครับ" จางเหว่ยเคาะประตูห้องทำงานของนายน้อยเพื่อขออนุญาตก่อนจะเปิดเข้าไปด้านในเพียงเล็กน้อยพร้อมบอกเสียงดังฟังชัดจนนายน้อยพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้เขาถึงได้หันกลับมาหาหญิงสาว"เชิญครับ" "ขอบคุณค่ะ" ขวัญเนตรกล่าวขอบคุณให้กับจางเหว่ยพร้อมเดินเข้าไปยังด้านในห้องทำงานที่ดูคุ้นตา นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอได้มาเข้ามาในห้องนี้ แตกต่างกันก็แค่ครั้งนี้เธอเข้ามาใ
"เอ่อ.. คือว่าฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณจากัวร์ค่ะ ไม่ทราบว่าเขายุ่งอยู่หรือเปล่าคะ" จางเหว่ยที่ยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าห้องทำงานของนายน้อย เขามองหญิงสาวตรงหน้าที่กล้าขึ้นมายังชั้นสามของคฤหาสน์ แล้วไหนจะสรรพนามที่เรียกนายน้อยของตนว่าจากัวร์อีก ทำเอาเขารู้สึกแปลกใจไม่น้อยเพราะนอกจากคนในครอบครัวและคนสนิทแล้วไม่มีใครเรียกนายน้อยของตนว่าจากัวร์เลย ส่วนมากจะเรียกคุณหลานเสียมากกว่า แล้วถ้าหญิงสาวคนนี้สามารถเรียกชื่อนี้ได้ก็แสดงว่านายน้อยของตนเป็นคนอนุญาตเอง "นายใหญ่กำลังทำงานอยู่ครับ" "อย่างนั้นเหรอคะ" ใบหน้าสวยหงอยลงทันตาเมื่อไม่สามารถเข้าไปพบกับคนด้านในได้ จนจางเหว่ยที่มองอยู่รู้สึกสงสารขึ้นมานิดหน่อยจึงได้พูดออกมาอีกครั้ง"ถ้าคุณเย่วซินมีธุระสำคัญเดี๋ยวผมจะเข้าไปเรียนนายใหญ่ให้ รอสักครู่นะครับ" "ขอบคุณค่ะ" บอดีการ์ดคนสนิทหันหลังเคาะประตูเล็กน้อยก่อนจะเปิดเข้าไปด้านใน ปล่อยให้ขวัญเนตรยืนรออยู่หน้าห้อง เพียงครู่หนึ่งประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับจางเหว่ยที่ผายมือเชิญให้เธอเข้าไปด้านใน "เชิญครับ" "ขอบคุณอีกครั้งนะคะ" จางเหว่ยก้มหัวให้เล็กน้อยพร้อมปิดประตูห้องทำงานของนายน้อยลงอย่างเบามือ
หลังจากพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บจนตอนนี้ร่างกายเริ่มกลับมาเป็นปกติ ขวัญเนตรกับเกสราก็ถูกพาขึ้นรถหรูออกจากโรงพยาบาลทันทีก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าคฤหาสน์หลังนี้ ดวงตากวางเบิกกว้างอย่างตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้า ริมฝีปากบางอ้าค้าง สมองมึนเบลอจนคิดอะไรไม่ออกเพราะตั้งแต่เกิดมาจนตอนนี้อายุยี่สิบห้าปีแล้ว เธอไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้จะได้มีโอกาสมาเหยียบคฤหาสน์ตระกูลหลาน"เข้ามาสิ" น้ำเสียงทุ้มเข้มจากร่างสูงที่หยุดเดินเมื่อเห็นว่าหญิงสาวทั้งสองคนไม่ได้เดินตามเข้ามาด้านใน เอาแต่ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้า "เอ่อ.. " "รีบเข้าไปด้านในเถอะครับ ก่อนที่นายใหญ่จะอารมณ์เสีย" จางหย่งที่ยืนอยู่ด้านหลังได้เอ่ยบอกให้ทั้งสองแม่ลูกเดินเข้าไปด้านในคฤหาสน์ก่อนนายน้อยของเขาจะอารมณ์เสียเพราะตอนนี้เจ้าตัวเริ่มคิ้วขมวดเข้าหากันแล้ว"ค่ะ ๆ" ขวัญเนตรรีบตอบกลับพลางโอบเอวผู้เป็นแม่แล้วพาเดินเข้าไปด้านในด้วยความรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ อีกทั้งยังทำตัวไม่ถูก ดวงตากวางกวาดมองไปทั่วคฤหาสน์หลังใหญ่ มันใหญ่กว่าคฤหาสน์ตระกูลลู่หลายร้อยเท่าเลย สำหรับเธอมันยิ่งกว่าคำว่าบ้านที่อีกฝ่ายเคยบอกเอาไว้เสียอีก "นายใหญ่กลับมา
ความชุลมุนเกิดขึ้นเมื่อจางลี่และเหมยลี่ถูกลากตัวออกมาจาก ฟงเหมียนที่โดนจากัวร์ยืนเอาปืนจ่อหัวอยู่ ส่วนหรงฉีที่เห็นทั้งป๊าม้าและน้องสาวโดนหยามเกียรติจึงคิดทำอะไรโง่ ๆ ด้วยการควักปืนที่เอวออกมาจะยิงใส่จากัวร์ ทว่าสุดท้ายก็โดนมีดสั้นตัดเส้นเอ็นที่ข้อมืออย่างรวดเร็วโดยที่จากัวร์ไม่ต้องหันไปมองเลยด้วยซ้ำและไม่มีใครเห็นว่าเขาหยิบมีดออกมาตอนไหน"และนี่คือสิ่งที่พวกมึงจะได้รับเมื่อมายุ่งกับคนของกู"จากัวร์กระซิบด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมข้างหูทั้งสองคน มุมปากยกยิ้มราวกับมันเป็นเรื่องสนุกสำหรับเขา มือหนาข้างซ้ายกระชากผมของหรงฉีพลางบังคับให้มองจางลี่และเหมยลี่ที่กำลังโดนซ้อมด้วยฝีมือจางเหว่ยกับจางหย่งเหมือนที่พวกเธอทำกับขวัญเนตร ส่วนมือขวาก็กดปลายกระบอกปืนข้างขมับฟงเหมียนเพื่อให้เจ้าตัวมองภรรยาและลูกสาวได้ชัดๆเต็มสองตาทางด้านบอดีการ์ดที่เหลือ รวมถึงแม่บ้านและคนรับใช้ต่างยืนตัวสั่นเทิ้ม ไม่แม้จะคิดเข้าไปช่วยเจ้านาย บางคนถึงกับฉี่แตกออกมาด้วยความกลัวสุดขีดกับความโหดเหี้ยมที่เกิดขึ้นตรงหน้า เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปทั่วคฤหาสน์ และคนที่มอบมันให้กับคนตระกูลลู่ก็คือหลานเฟยหลงนั่นเอง ๐๐๐
คฤหาสน์ตระกูลลู่รถ Auti RS78 สีดำจอดสนิทอยู่บริเวณหน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์ตระกูลท่ามกลางความมึนงงและสงสัยของเหล่าบอดีการ์ดที่รักษาการณ์ในเวลานี้ ก่อนที่บอดีการ์ดคนหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นหัวหน้าจะเดินเข้ามาใกล้ตัวรถด้วยท่าทีระแวดระวัง "มาพบใคร" กระจกด้านคนขับถูกลดลงช้า ๆ พร้อมกับจางหย่งที่แย้มยิ้มให้บอดีการ์ดคนนั้นที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดหลังทราบว่าคนภายในรถเป็นใคร"คุณหลานมีเรื่องจะคุยกับคุณฟงเหมียน รบกวนเปิดประตูให้ด้วย" "ครับๆ!! เชิญเข้าไปเลยครับ" บอดีการ์ดคนนั้นพยักหน้ารัว ก่อนจะรีบวิ่งไปหาลูกน้องที่ยืนซื่อบื้อด้วยท่าทางหวาดกลัว ตะคอกเสียงดังลั่นอย่างลนลาน "เปิดประตูสิวะไอ้พวกโง่ เดี๋ยวก็ได้ตายห่ากันหมดหรอก!!"ภายใต้ใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยหน้ากาก นัยน์ตาสีดำทมิฬกวาดมองไปทั่วบริเวณคฤหาสน์ด้วยแววตาเรียบนิ่ง ไม่นานนักรถหรูก็จอดที่หน้าทางเข้า "อย่าลืมที่ผมสั่งนะครับ"จากัวร์กระชับชุดสูทขณะก้าวลงจากรถ ท่าทางสง่างาม น่าเกรงขามและน่ากลัวปรากฏให้เหล่าบอดีการ์ดรอบข้างได้เห็นทำเอาขนลุกเกรียวไปทั่วร่าง เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอหลานเฟยหลงในระยะประชิดขนาดนี้"ครับนายใหญ่" ทั้งสองรับคำนายน้อยของตน โค้งต







