Mag-log inหลังจากที่เหล่าลูกน้องได้ลากตัวเย่วเทียนและเย่วซินออกจากคฤหาสน์ท่ามกลางสายตาของแม่บ้าน รวมถึงคนใช้ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ตั้งแต่แรก จางลี่และเหมยลี่ต่างแสยะยิ้มอย่างชอบใจเมื่อเห็นสองแม่ลูกโดนลากออกไป และดูเหมือนครั้งนี้ฟงเหมียนจะโมโหมากกว่าครั้งไหน ๆ
"คุณฟงเหมียน ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ นี่แกไปเอาน้ำมาให้นายใหญ่สิ เร็วๆ" จางลี่รีบเข้าไปประคองสามีให้นั่งลงโซฟา ก่อนจะสั่งให้แม่บ้านไปเอาน้ำมาให้สามีเธอดื่ม มือขาวซีดลูบหน้าอกหนาของสามีเบา ๆ
"คุณป๊าคะ ทำไมไม่ให้สองแม่ลูกนั่นออกไปอยู่ที่อื่นล่ะคะ" เหมยลี่ถามออกไปด้วยความขัดใจแม้ทั้งสองจะโดนลากออกไปแล้ว แต่พวกมันก็ยังอยู่ที่นี่ เธอเกลียดสองแม่ลูกนั่น โดยเฉพาะเย่วซิน ยิ่งนึกถึงมันเธอก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด
"หรือว่าคุณยังรักมันอยู่ถึงได้ให้มันอยู่ใกล้ ๆ ทั้งที่มันมีชู้ แอบเล่นชู้จนท้องขนาดนั้น คุณยังรักมันลงอีกเหรอคะ" จางลี่จ้องหน้าสามีอย่างคาดคั้น
"ไม่ใช่แบบนั้น เฮ้อ" ฟงเหมียนหันไปมองหน้านายหญิงที่รักพลางกุมมือขาวซีดเอาไว้แล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ เขายอมรับว่ายังมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับเย่วเทียนอยู่ เขาทั้งรักทั้งเกลียดเธอและไม่มีทางที่จะปล่อยให้เธอออกไปเป็นของคนอื่น
"จางลี่คุณเป็นนายหญิงของผมแค่คนเดียวนั่นก็บ่งบอกได้แล้วว่าผมรักคุณมากขนาดไหน คุณอย่าคิดมากอีกเลยนายหญิงของผม"
จางลี่ที่ได้ยินคำหวานจากปากของสามีที่เธอรัก ความโมโหเมื่อครู่ก็พลันหายไปทันที ใช่สิ ตอนนี้เธอคือนายหญิงคนเดียวของตระกูลลู่ กว่าเธอจะมาถึงจุดนี้ ต้องเสียสละและลงแรงไปมากแค่ไหน เธอจะไม่มีวันให้ผู้หญิงหน้าไหนมาแย่งตำแหน่งนี้ไปได้อย่างแน่นอน ใบหน้าสวยยิ้มหวานให้สามีด้วยความรัก
"ก็ได้ค่ะ จางลี่จะเชื่อคุณค่ะ"
"แล้วนี่หรงฉีไปไหน" ฟงเหมียนถามหาลูกชายคนโต ว่าที่ผู้นำรุ่นต่อไปของตระกูลลู่พลางหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหา
"หรงฉีเกอเกอะ ไปกาสิโนของคุณหลานค่ะ สามวันได้แล้วมั้งคะ" เหมยลี่ตอบเสียงเรียบ พี่ชายของเธอคนนี้วัน ๆ เอาแต่เข้ากาสิโนเล่นพนัน ไม่ก็ไปมั่วสุมกับผู้หญิงทั้งวันทั้งคืนไม่กลับบ้าน
"ให้มันได้แบบนี้สิ" ฟงเหมียนกุมขมับ เขาเหนื่อยหน่ายใจกับลูกชายของตัวเองเป็นอย่างมาก วันๆ งานการก็ไม่ทำ ให้ฝึกฝนร่างกายเตรียมตัวเพื่อขึ้นเป็นผู้นำก็ไม่ทำ ติดพนัน ติดผู้หญิงยิ่งกว่าอะไร
"อย่าว่าลูกเลยค่ะ หรงฉีไปเล่นใช่ว่าจะเสียอย่างเดียวเสียหน่อย คราวก่อนเห็นบอกได้มาเกือบร้อยล้านดอลลาร์ฮ่องกงเลยนะคะ" จางลี่บอกอย่างยิ้ม ๆ เมื่อพูดถึงลูกชายสุดที่รักของเธอ
"เพราะคุณให้ท้ายมันแบบนี้ไง งานการของตระกูลมันไม่ทำแล้ว" ฟงเหมียนบอกพลางจิบน้ำไปด้วย เขาพูดจนปากเปียกปากแฉะแล้ว แต่ลูกชายก็ไม่กระตือรือร้นที่จะเข้ามาช่วยเขาทำงานของตระกูล
"เอาน่า ๆ คุณฟงเหมียน ถึงอย่างไรหรงฉีก็ต้องเป็นผู้นำของตระกูลอยู่แล้ว จะทำตอนไหนก็ได้อย่าบังคับลูกเลยนะคะ" จางลี่บอกเสียงหวานเพื่อให้สามีระงับความโกรธลงก่อนจะขยิบตาส่งซิกให้ลูกสาว
"คุณป๊าขา กลับมาเหนื่อยไหมคะ เหมยลี่นวดให้ดีหรือเปล่าคะ" เหมยลี่ที่เห็นม้าส่งซิกมาให้ เธอไม่รอช้ารีบออดอ้อนผู้เป็นพ่อทันที
"ไม่เป็นไรหรอกลูก แล้วเหมยลี่คิดไว้หรือยังว่าจะทำอะไรต่อ เข้ามาช่วยงานป๊าไหมล่ะ"
ฟงเหมียนลูบหัวลูกสาวอย่างอ่อนโยนพลางมองหน้าไปด้วย เหมยลี่เองก็เรียนจบมานานแล้ว ถึงเวลาต้องเริ่มทำงานเสียทีหรือเขาจะให้ลูกสาวเข้ามาช่วยงานแทนดีนะ?
"โธ่คุณป๊า หนูไม่อยากทำงานค่ะ แค่เรียนจบมาก็เหนื่อยแล้วนะคะ อีกอย่างงานพวกนั้นคนที่ต้องทำก็คือหรงฉีเกอเกอะ ไม่ใช่หนูค่ะ" เหมยลี่ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างอารมณ์เสีย ทำไมเธอต้องทำงานด้วย เธอแค่อยากนั่ง ๆ นอน ๆ ออกไปใช้เงินก็เท่านั้น ทรัพย์สินของตระกูลก็มากมายใช้อย่างไรก็ไม่หมด ทำไมเธอต้องลำบากไปทำงานพวกนั้นด้วย
ฟงเหมียนได้แต่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ พลางมองหน้าภรรยาและลูกสาวด้วยความที่ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ทั้งภรรยาและลูกก็ปฏิเสธตลอด จนเขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมาเพื่อให้ทั้งสองเข้ามาช่วยงาน ส่วนลูกชายคนโตนาน ๆ ครั้งถึงจะอยู่ให้เห็นหน้าค่าตา จนตอนนี้อายุปาไป ยี่สิบแปดปีแล้ว แต่ก็ยังเถลไถล ติดเที่ยว แล้วอย่างนี้เขาจะวางใจให้รับช่วงต่อได้อย่างไร
“มองหน้าเฮียทำไมครับ หนูมีอะไรหรือเปล่า” จากัวร์หันมามองภรรยาแล้วก็เห็นว่าเธอมองเขาอยู่ก่อน จึงได้ถามออกไป“หนูโชคดีจังที่ได้เป็นภรรยาของเฮีย” ขวัญเนตรบอกพร้อมรอยยิ้มหวาน ดวงตาเปล่งประกายจนจากัวร์ใจสั่น“เฮียก็โชคดีที่ได้หนูเป็นภรรยาครับ” พูดจบก็รั้งศีรษะสวยเข้ามาใกล้ก่อนจะหอมลงไปหนึ่งที“ตาย ๆ เบาหวานขึ้นตาหมดแล้ว”“ในกระเป๋ายากูมีอินซูลิน มึงมาเอาไปฉีดแล้วฉีดให้กูด้วย หวานไปหมดจนมดจะหามคฤหาสน์แล้วเนี่ย”สองพี่น้องร่วมด้วยช่วยกันแซวป๊าจากัวร์ที่แสดงความรักกับแม่ขวัญ และตลอดตั้งแต่ที่จำความได้ทั้งสองก็มักจะเห็นการแสดงออกถึงความรักแบบนี้หลายต่อหลายครั้ง ไม่ใช่แค่คู่เดียวด้วยนะ เรียกได้ว่าครบทุกคู่ในตระกูลเลยทั้งปู่ย่า ลุงป้าน้าอา เห็นมาหมดแล้ว“มัวแต่แซว ป่านนี้น้าเจียอีตั้งโต๊ะเสร็จแล้วมั้ง” เป็นจากัวร์ที่เอ่ยขึ้นอีกครั้ง“พูดถึงข้าวปุ๊บท้องผมร้องเลย ทั้งหิวข้าวทั้งง่วง” ลีโอคร่ำครวญพลางซบลงบนไหล่เล็กของแม่ขวัญอีกรอบ“อย่างนั้นเรารีบไปทานกันดีกว่านะคะ ลีโอจะได้ขึ้นไปพักผ่อนด้วย”“คืนนี้แม่ขวัญนอนกับผมได้ไหมครับ” ส่งสายตาออดอ้อนจนขวัญเนตรกำลังจะตอบตกลง แต่กลับช้ากว่าจากัวร์ที่สวนขึ้นมา
คฤหาสน์ตระกูลหลานในฮ่องกงผ่านมาแล้วหลายสิบปีนับตั้งแต่มีทายาทให้กับตระกูล ปัจจุบันจากัวร์กับขวัญเนตรย้ายมาใช้ชีวิตด้วยกันที่ประเทศไทยเหมือนพยัคฆ์บดินทร์และเมขลา แต่ยังคงเทียวไปกลับฮ่องกงอยู่บ่อยครั้ง เสมือนฮ่องกงอยู่แค่หน้าปากซอยเท่านั้นตอนนี้จากัวร์ได้ลงจากตำแหน่งผู้นำตระกูลหลานแล้วเรียบร้อย ส่วนคนที่ขึ้นเป็นผู้นำคนต่อไปก็คือ ลีโอ ฝาแฝดคนน้องของ ไลออน ลูกชายของจากัวร์นั่นเอง เนื่องจากไลออนนั้นสนใจในอาชีพหมอมากกว่า แต่ทว่าเหตุผลลึก ๆ ก็เพราะไลออนนั้นอยากจะคอยรักษาน้องชายยามเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งพ่อแม่ ปู่ย่าตายายและลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง เขาเพียงแค่อยากจะรักษาให้ทุกคนอยู่ด้วยกันนาน ๆลีโอ หรือ หลานซินหลง ผู้นำตระกูลหลานคนปัจจุบัน แน่นอนว่าชื่อเสียงเรื่องความโหดเหี้ยมที่ร่ำลือกันมานานหลายรุ่นก็ยังคงอยู่และยิ่งทวีมากขึ้นกว่าในอดีต ตระกูลหลานในตอนนี้แทบจะครองแผ่นดินฮ่องกงเกือบหมดแล้วแถมยังขยายอาณาจักรออกไปเมื่อลีโอรู้จักกับมาเฟียอิตาลีและยากูซ่า ทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่มัธยมและเพิ่งจะรับรู้ตัวตนที่แท้จริงของกันก็ตอนที่มีการล่าค่าหัวขึ้นนั่นแหละ“ถึงบ้านแล้วครับ นายใหญ่
แล้วบทสนทนาก็จบลงเพียงเท่านั้น ไทก้าสังเกตว่าเด็กสาวเริ่มทำท่าจะร้องไห้เขาเลยไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากถามว่าให้เอาไปวางไว้บนโต๊ะอาจารย์คนไหนเมื่อมาถึงหน้าห้องพักครู“เรียบร้อยแล้ว รีบกลับบ้านล่ะ เดี๋ยวพ่อแม่จะเป็นห่วง เข้าใจหรือเปล่าครับ”“ค่ะ ขอบคุณพี่ไทก้ามากนะคะที่ถือสมุดมาให้”“ครับ งั้นพี่ไปก่อนนะ”ดวงตากลมโตมองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มรุ่นพี่ผ่านเลนส์แว่นตา สายตาเต็มไปด้วยความชื่นชอบจนเก็บไว้ไม่อยู่ ริมฝีปากแย้มยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำอยู่ในอก๐๐๐๐๐๐สนามบาสของโรงเรียนเสียงเชียร์และเสียงลูกบาสกระทบพื้นดังขึ้นในช่วงเย็นของวัน เหล่านักเรียนทั้งมอต้นและมอปลายต่างมานั่งดูรุ่นพี่สุดฮอตอย่างไทก้าเล่นบาสหลังเลิกเรียน ในทุก ๆ วันมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ“พี่ไทก้าของดีจัด แรร์มาก”“พี่ไทกริสก็ด้วย โคตรดี”“กรี๊ดดดด”เด็กสาวตัวอวบยืนหลบมุมอยู่ข้างสนามบาสอาศัยต้นไม้ต้นใหญ่บังตัวเอาไว้ ดวงตากลมจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของร่างโปร่งที่กำลังเล่นบาสอย่างสนุกสนาน ใบหน้าหล่อประดับด้วยรอยยิ้มกว้างเมื่อตัวเองโยนบาสลงห่วงได้สำเร็จ นั่นจึงเป็นที่มาของเสียงกรี๊ด“เก่งจัง” พึมพำเสียง
“พี่ไทก้าคะ คือว่าหนู..ชอบพี่มาก เราสองคนเป็นแฟนกันได้ไหมคะ”ใบหน้าของเด็กสาวแดงก่ำอย่างเขินอายพลางยื่นแขนสั่นเทาส่งกล่องช็อกโกแลตให้เด็กหนุ่มตัวสูง ดีกรีเป็นถึงนักบาสของโรงเรียน อีกทั้งยังเป็นนายแบบที่กำลังมีผลงานออกมาเรื่อย ๆ แม้เจ้าตัวเพิ่งจะอายุได้แค่ สิบเจ็ดปีดวงตาสีนิลจ้องมองเด็กสาวตัวเล็กตรงหน้าด้วยสายตาเฉยชาพลางถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายเพราะวันนี้มีคนมาสารภาพรักกับเขาแล้วถึงสามคน ข้างกันเป็นน้องชายฝาแฝดที่หน้าตาคล้ายคลึงกัน“ขอโทษด้วยนะครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับช็อกโกแลต แต่พี่ไม่ชอบทานของหวาน” เสียงทุ้มบอกอย่างนุ่มนวลด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “และพี่คงเป็นแฟนกับเราไม่ได้ พี่ขอตัวก่อน ไปไอ้กิด”“กูชื่อกริส ไม่ใช่กิดไอ้ก้า” โวยวายเรื่องชื่อไล่หลังพี่ชายฝาแฝดตัวเอง ก่อนจะหันกลับมามองเด็กสาวที่ก้มหน้าลงพร้อมถือกล่องช็อกโกแลตไว้ในมือด้วยท่าทางเศร้าสร้อย “น้องตัดใจเถอะครับ ไอ้ก้ามันไม่ชอบผู้หญิงที่รุกเข้าหามันก่อน”บอกจบเด็กหนุ่มก็รีบวิ่งตามหลังพี่ชายตัวเองไปทันทีปล่อยให้เด็กสาวยืนร้องไห้เงียบๆ เพราะโดนปฏิเสธจากรุ่นพี่ที่ชอบไทก้าและไทกริส ลูกชายฝาแฝดของไทเกอร์และเพียงรัก ทั้งสองคนเกิดห
สิบห้าปีต่อมาหลังจากวันนั้นที่พูม่าและเฌอลินได้รับรู้ว่ามีเจ้าเสือตัวน้อยมาอยู่ด้วยกันถึงสองคน ใช่แล้วละ เฌอลินท้องลูกแฝดชายหญิง พอรู้ปุ๊บ ไม่นานเท่าไหร่หน้าท้องก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นรวมถึงอาการแพ้ท้องที่เล่นงานทั้งสองคนอย่างหนักหน่วง แต่สุดท้ายเจ้าลูกเสือตัวน้อยทั้งคู่ก็คลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย ร่างกายแข็งแรงครบถ้วนซ้ำยังอ้วนท้วมสมบูรณ์ด้วย“ป๊า! วันนี้มีผู้ชายเอาดอกไม้มาให้ตาห์ด้วย”เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้นจากร่างของเด็กหนุ่มวันสิบห้าปีที่หน้าตาถอดแบบผู้เป็นพ่อมาเกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ รีบเร่งฝีเท้าวิ่งเข้ามาในบ้านทันทีหลังกลับจากโรงเรียนโดยมีลุงเวินฉีไปรับมา“ตัวอย่าเวอร์ได้ไหม คนนั้นเป็นเพื่อนใหม่เค้านะ”เด็กสาวหน้าตาสวยหวานเดินตามหลังน้องชายฝาแฝดเข้ามาด้านในบ้านด้วย“เพื่อนอะไรกันมองตากันหวานเชื่อมขนาดนั้น ตัวอย่ามาหลอกเค้าเลย เค้าไม่โง่หรอกนะจะบอกให้”“เฮ้อออ”สองฝาแฝดเถียงกันลั่นบ้าน ทว่าพูม่ากลับไม่ได้รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด เขาชอบมันมากด้วยซ้ำ บ้านที่มีแต่เสียงหัวเราะมันอบอุ่นจนเขาอยากให้มันเป็นแบบนี้ไปทุกวันฝ่ามือเล็กของชีตาห์ผลักหัวแพนเธอร์น้องชายอย่างหมั่นไส้ในความโอเวอร์เ
จวบจนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงหัวค่ำของวัน จากัวร์ ไทเกอร์ พูม่าก็ได้กลับมาถึงคฤหาสน์แล้วเรียบร้อย ทั้งสามไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปด้านในทันทีหลังรถจอดสนิท ตลอดการประชุมไม่รู้ทำไมทั้งสามคนถึงรู้สึกกระวนกระวายใจแปลกๆ เอาแต่คิดถึงคนรักของตัวเองจนแทบจะประชุมไม่รู้เรื่อง“ที่รัก”“เพียงครับ”“เฌอขา”เสียงเรียกคนรักของตนดังกังวานไปทั่วคฤหาสน์พร้อมร่างกำยำของนายน้อยประจำตระกูลทั้งสามคนจะรีบวิ่งเข้ามาสวมกอดคนรักแนบแน่น ท่ามกลางสายตามึนงงของคนที่อยู่ในเหตุการณ์“เฮียเป็นอะไรคะ” เอ่ยถามเสียงเบาก่อนจะรู้สึกเปียกชื้นตรงลาดไหล่ ฝ่ามือบางจึงพยายามดันตัวอีกฝ่ายออกอย่างเบามือ ก่อนจะต้องตาโตตกใจ “เฮียร้องไห้ทำไมคะ”“เฮียไทเกอร์ก็ร้องไห้เหรอคะ” เช่นเดียวกับเพียงรัก เมื่อเธอดันร่างสูงออกก็พบว่าเขากำลังน้ำตาไหลพรากอาบแก้มแบบไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่คบกันมา“เอ๊ะ! เฮียพูม่าก็ด้วยเหรอคะ ร้องไห้กันทำไมคะเนี่ย” เสียงของเฌอลินดังขึ้นเรียกให้อีกสองสาวหันมามองทันที ก่อนที่พวกเธอจะมองหน้ากันด้วยความงงงวย เป็นครั้งแรกที่พวกเธอเห็นทั้งสามคนร้องไห้พร้อมกัน“เฮียไม่รู้ครับ อยู่ๆ น้ำตามันก็ไหลเอง” จากัวร์บอกด้วยเสียงติดสะอื้น







