ログインวันที่พี่สาวแย่งว่าที่สามีของข้าไป ข้าไม่คิดจะห้ามปรามพวกเขาสักนิด ตรงกันข้ามเลยล่ะ ข้าผลักสาวใช้ที่กำลังเฝ้าอยู่ออกแล้วรีบวิ่งออกไปหาท่านพ่อ “ยกงานแต่งให้พี่สาวเถอะเจ้าค่ะ ลูกอยากแต่งกับท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ!” บิดาของข้าทำหน้าประหลาดใจอย่างยิ่ง แม้อ๋องผู้สำเร็จราชการจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จในราชสำนัก ทว่ากลับมีปัญหาเรื่องทายาท อีกทั้งยังอารมณ์แปรปรวนเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่าข้ามีร่างกายที่เหมาะกับการตั้งครรภ์มาก! น่าเศร้าที่เมื่อชาติก่อน พี่สาวและแม่เลี้ยงวางแผนใส่ร้ายว่าข้าเสียพรหมจรรย์ก่อนแต่งงาน เพราะว่าข้าตั้งครรภ์ง่ายและมีรูปร่างอวบอิ่มเย้ายวนใจ ขณะที่คู่หมั้นรังเกียจเดียดฉันท์ข้า พี่สาวก็ฉวยโอกาสแต่งงานแทน วันที่แต่งงานออกจากจวน พี่สาวก็ยังไม่วางใจอยู่ดี นางส่งข้าไปที่หอนางโลมในฐานะบ่าวรับใช้ชั้นต่ำ สั่งให้แม่เล้าทุบตีทารุณกรรมข้าจนตาย ขณะที่นางใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับคู่หมั้นของข้า มีลูกหลานสืบทอดตระกูล หลังจากย้อนเวลากลับมา ข้าจะไม่ยอมให้ชะตากรรมซ้ำรอยอีก แย่งคู่หมั้นของข้าไปแล้วอย่างไรเล่า? นางแย่งร่างกายที่เหมาะกับการตั้งครรภ์ของข้าไปไม่ได้หรอก!
もっと見るASTRID
It had been four years since I last saw the sky – four years since my parents were killed – four years since I got locked up in this bloody cell all because I wasn't able to transform. It was mating season, and I was meant to transform and find my mate, but instead, I got locked up in a prison cell for my parents' supposed treason. I wasn't allowed to see them before they died. I was stripped of my title as the future Luna, and of course, my supposed mate Zade cowered and rejected me. Four years had passed since then, and I was still locked up in the cell. Today it's selection day…..the day I'd escape and have my vengeance on the Pack who caused my pain and suffering. They were the only reason I was breathing – my very reason for existence: revenge. They killed my parents, and I'd kill their pack - blood for blood. My hands were cuffed to the wall that dug deeper each time I tried to move. The old me would have been scared, but I'm not anymore. They killed her. The howls, which were my only connection to the outside world, increased, signifying the wolves had found their mates and were probably going to celebrate, meaning it was now or never. It was time – the moon was setting, and my newly awakened wolf would forge a bond with me. A tremor finally ran down my spine as my wolf, "Eliza," bonded with me. "Eliza," I whispered. "He's here - It's time." She huffs happily in acknowledgment, and I stop to tell her my plan to kill him but suddenly stop when someone approaches. Loud boots. Sharp and commanding, followed by a set of other boots. The door creaks slowly, unleashing the moonlight which I hadn't seen in years – it got brighter, revealing the figure or figures who approached. Among them stood him, "Kieran Thorne" – The son of Xavier Thorne - The man who killed my parents. I felt it immediately when I saw him.... the pull to him. The sharp, agonizing pain that made me want to hold onto him and never stop – the same way I felt when I was mated to Zade, which meant the son of the man who killed my father was my mate! How was this possible? "Mate!" – my wolf Eliza howled in excitement, contradicting the pain I was feeling. It had to be a mistake. A cruel joke played by the Moon Goddess… something! How could she do this to me? After all the pain she put on me, she decides to add more? I looked back at Kieran who seemed to have halted but maintained his posture nevertheless. I'm sure he felt the bond, but he surely wouldn't acknowledge me – especially in front of all these men. The bond pulsed harder as they got closer. Three more steps before they got here. ONE – TWO – AND THREE. The largest of them strides towards me then grabs my hand, pulling me up. "Astrid – Astrid Sterling," he asks as his eyes bore into him, giving a predatory gaze. "Am I correct?" "Why ask when you already know the answer?" My reply seemed to switch something off in him because his face twists in rage as he raised his lips to speak again. "Look, we aren’t here for trouble – I presume nothing else can be worse than the death of your parents." His voice hardens. "We’re just here to strike a simple deal since you’ve proven yourself to be useless and un-shiftable." Oh…if only they knew, I smirked inwardly. "As punishments for your parents’ crime-" I stopped him immediately he mentioned that. "I thought you wanted to strike a deal! – why must I pay for whatever crimes they committed? You bastards didn’t even let me see them, and now you come to ask for payments, huh?" "Mind your language, girl! – you’re just making it worse," Another one of them said. "But I thought nothing was worse than the punishments you’ve given me already – You know you’re all just cowards – staying in the dark and letting others do the dirty work for you ...killing innocent people like my parents and saying they did something wrong!" I walk towards Kieran as the anger in me increases. "You felt it, didn’t you?" He walks towards me more, closing the space between us. "You think it means something? You think it changes anything? – It doesn't change the fact that you’re the child of monsters – it doesn't change the fact that you're weak and useless, does it? I moved back – Eliza whimpering at the weight of his voice. "Your pack locked me up when I was just seventeen! – when I hadn’t discovered who I was!" "He destroyed my life in a day – I hadn’t even met him!" "And if my parents did do something wrong, then why must I pay for it? – why must I pay for the sins they committed? "You were seventeen and you hadn’t even found a wolf – your mate rejected you and your parents committed atrocities – and as the saying goes, the apple doesn't fall far from the tree – does it?" "I have no wolf but here I am – your wolf is calling to me yet I’m weak and useless." I laughed at his stupidity. Had he really not realized or was he just acting? He finally looked away from me and looked back at the bald man who was talking to me earlier. "Take her to the ceremony." "Are you sure about this, sire?…your father woul—" "NOW LOGAN!" I looked back at him confused – what ceremony was he talking about? "I am not going anywhere with you – you haven’t even acknowledged the fact that I’m yo—" "Mate?" His eyes darkened as he said the words. "Of course, I know we’re mated, and I’m more than happy to fulfill your wolf's wishes of mating with me." "I nev—" "GO!" He didn’t even let me complete my sentence as he pushed me towards Logan. He gritted his teeth as he said, "See you soon – Dear Mate."หลังเสร็จสิ้นพิธีเถลิงราชย์ ข้าก็ย้ายเข้าไปอยู่ในวังอ๋องผู้สำเร็จราชการเกาะติดข้าเป็นตังเม กอดข้าเอาไว้ไม่ยอมปล่อย“วันนี้ฮองเฮาอยู่เคียงข้างเราในพิธีเถลิงราชย์ขึ้นครองบัลลังก์ วันข้างหน้าฮองเฮาห้ามเบื่อหน่ายและทอดทิ้งเราเชียวนะ”ข้าผลักเขาออกเบาๆ “ฝ่าบาท อย่ากอดหม่อมฉันแน่นแบบนี้สิเพคะ”“ตอนนี้เจ้าก็เริ่มผลักไสเราแล้วหรือ?” เขาแหงนหน้าขึ้นมา ดวงตามีน้ำตาเอ่อคลอข้างุดหน้าลงแล้วยิ้มอย่างเขินอาย “หมอหลวงบอกว่าในท้องของหม่อมฉัน มีลูกน้อยอีกแล้วเพคะ”“เรื่องจริงรึ?” อ๋องผู้สำเร็จราชการสีหน้าเบิกบาน เขาอยากดึงข้าไปกอดแต่ก็ไม่กล้าแตะต้อง จึงขยับมือไปมาอยู่อย่างนั้นเขากลัวเสียงลูกน้อยร้องไห้จะรบกวนการพักผ่อนของข้า จึงพาลูกน้อยทั้งสองคนออกไปนอนข้างนอกโดยไม่ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ข้ามองแสงจันทร์ที่ส่องลอดมาทางหน้าต่าง รู้สึกว่าเหมันต์ฤดูช่างอบอุ่นหลังจากพี่สาวโดนลากตัวออกไปวันนั้น ก็ถูกขังไว้ในตรอกแคบแห่งหนึ่งนางเสียสติไปแล้ว เจอใครผ่านมาก็บอกว่า “ข้าไม่ได้ลอบคบชู้ ข้าไม่ได้ลอบคบชู้จริงๆ นะ!”ตอนที่ข้าไปพบนาง ร่างกายนางก็มีแต่ตุ่มหนองเต็มไปหมด“พี่สาว”ข้าก้มมองนางจากเบื้องสูง “เจ้
ของขวัญที่จ้าวอวี้ส่งมาให้ ถูกข้าส่งกลับไปทุกชิ้นถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็คือของขวัญพวกนี้ ไม่มีค่ามากพอจะทำให้จิตใจของข้าสั่นไหวได้แล้วทันใดนั้นเอง ในวังก็มีข่าวส่งมาว่าพี่สาวต้องการเรียกตัวข้าเข้าวังเมื่อเข้าไปในวังแล้ว จ้าวอวี้ก็ปรากฏตัวออกมาจากหลังม่านกันลม“เหวินอิ่ง ประหลาดใจหรือไม่ ข้าเรียกเจ้ามาเองแหละ” จ้าวอวี้ยิ้มแย้มแจ่มใสข้าเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ขี้คร้านจะเอ่ยปากคุยกับเขาด้วยซ้ำจ้าวอวี้กลับหลงคิดไปว่าข้าดีใจจนพูดไม่ออก จึงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ชูตราหงส์ตรงหน้าข้าด้วยท่าทางโอ้อวด“เหวินอิ่ง ข้าขอใช้ใต้หล้าแห่งนี้เป็นสินสอด อย่างอนข้าอีกเลยได้หรือไม่?”จ้าวอิ่งมองข้าด้วยสีหน้ารักกันปานจะกลืนกิน “ข้าสั่งให้คนตัดเย็บอาภรณ์หงส์เรียบร้อยแล้ว แค่เพียงเจ้าพยักหน้าตกลง ข้าจะสถาปนาเจ้าเป็นฮองเฮาทันที”ข้าก้าวถอยหลังหนี หลบฝ่ามือที่คิดจะฉวยโอกาสลวนลามของเขาได้อ๋องผู้สำเร็จราชการที่หลบอยู่ในมุมอับตลอดเวลา ก็ก้าวออกมาแล้วปัดมือของจ้าวอวี้ออก“เจ้าคิดจะให้ใครเป็นฮองเฮานะ?” ดวงตาของอ๋องผู้สำเร็จราชการเต็มไปด้วยเพลิงโทสะบัดนี้หลักฐานมัดตัวแน่นหนา เขาไม่จำเป็นต้องรอให้จ้าวอวี้ตายแล
“เหวินอิ่ง เจ้ายังมีใจให้ข้าอยู่ใช่หรือไม่?”หลังงานเลี้ยงจบลง จ้าวอวี้ก็ราวกับเสียสติไปแล้วเขาปีนกำแพงของจวนอ๋องข้าแหงนหน้ามองเขาที่นั่งอยู่บนกำแพง ภาพในวัยเด็กย้อนกลับมาข้าพลันรู้สึกได้ว่า ความทรงจำที่แสนสุขในวัยเด็กไม่หลงเหลืออยู่แล้ว“ฝ่าบาท เชื่อมั่นใจตัวเองเป็นเรื่องที่ดี แต่การหลงตัวเองเป็นโรคอย่างหนึ่งเพคะ”จ้าวอวี้กระโดดลงมาจากกำแพงแล้วมองข้าอย่างเลื่อนลอย “เหวินอิ่ง เจ้าอยากแต่งงานกับข้าตั้งแต่เด็กแล้วมิใช่หรือ?”“ก่อนหน้านี้เป็นความผิดของข้าเอง ข้าหลงเชื่อคำพูดของคนอื่น คิดว่าเจ้าไม่รักนวลสงวนตัว แต่เจ้าเองก็ไม่เคยบอกข้าเช่นกันว่ามีร่างกายที่เหมาะแก่การตั้งครรภ์ ตอนนี้ข้าเพิ่งจะรู้ว่าเจ้าคือคนที่ดีที่สุด”“ขอแค่เจ้ายินดีจะกลับตัวกลับใจ ข้าไม่รังเกียจที่เจ้าเคยเป็นของเสด็จอามาก่อน ตำแหน่งฮองเฮายังคงเป็นของเจ้า เจ้ามีร่างกายที่ตั้งครรภ์ได้ง่าย หากพวกเราอยู่ด้วยกัน จะต้องมีทายาทสืบทอดบัลลังก์อย่างแน่นอน”พูดมาเสียดิบดี สรุปแล้วเขาก็แค่อยากจะได้ร่างกายนี้มิใช่หรือ?รังเกียจเดียดฉันท์ข้าก็เพราะร่างกายนี้ ตอนนี้หันมาชอบข้า ก็เพราะร่างกายนี้เหมือนกันจ้าวอวี้ เจ้ายังน
“หากรู้แต่แรกว่าเจ้าตั้งครรภ์ง่ายดายเช่นนี้ น่าจะส่งเจ้าไปแต่งงานกับฝ่าบาท แบบนี้ตระกูลพวกเราก็จะได้เป็นอนาคตพระญาติของฮ่องเต้แล้ว!”บิดาโมโหจนกระทืบเท้าตึงตังได้ข่าวว่าพี่สาวอดทนร่ำเรียนธรรมเนียมอย่างหนักอยู่สามเดือน นางกำนัลอาวุโสจากวังหลวงถึงยอมพยักหน้าให้ผ่านทว่าสุดท้ายแล้วกลับไม่มีพิธีสถาปนาฮองเฮา มีเพียงเกี้ยวหลังเล็กและตำแหน่งเหม่ยเหรินเท่านั้นเหม่ยเหรินที่เคยเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับฮ่องเต้มาก่อน กลายเป็นเรื่องขบขันที่เล่าลือกันทั่ววังหลวงคนอื่นย่อมไม่กล้าหัวเราะเยาะฮ่องเต้ จึงต้องหันมาเยาะเย้ยนางแทนจนกระทั่งข้าให้กำเนิดแฝดชายหญิง ฝ่าบาทถึงได้เริ่มหันมาโปรดปรานนาง แล้วยังเลื่อนตำแหน่งให้เป็นถึงกุ้ยเฟย“เขาคงจะไม่ได้คิดว่าพี่สาวก็มีร่างกายที่ตั้งครรภ์ง่ายโดยกำเนิดหรอกนะ?” ข้าถามบิดาด้วยความประหลาดใจบิดาของข้าถอนหายใจแล้วยกแขนเสื้อซับเหงื่อ “เหวินอิ่ง ฮ่องเต้ทรงเสด็จมาเค้นถามกับพ่อว่าทำไมไม่ยอมบอกเรื่องเจ้ามีร่างกายที่เหมาะสมกับการตั้งครรภ์โดยกำเนิด ตอนนั้นพ่อตกใจจนสังขารแก่ๆ นี้แทบจะแหลกสลาย”“ต่อมาฝ่าบาทยังถามพ่ออีกว่าพี่สาวของเจ้าก็เหมือนกับเจ้าใช่หรือไม่ พ่อกลัวจะพ
นับจากวันนั้นเป็นต้นมา พี่สาวก็ถูกนางกำนัลอาวุโสสั่งสอนกฎระเบียบอย่างเข้มงวดร่างกายของนางเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจนแทบไม่เหลือชิ้นดี คำพูดของเจ้านายที่อยู่เบื้องบน นางกำนัลอาวุโสย่อมได้ยินผ่านหูเป็นธรรมดานางมักจะสอนวิธีปรนนิบัติเอาใจให้พี่สาวเป็นครั้งคราว ทุกครั้งที่เดินผ่านห้องของอีกฝ่าย ก็มักจะได้ยิ
สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วสินเดิมของมารดาในตอนนั้น ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้นแม่เลี้ยงกับพี่สาวเอาเครื่องประดับไปขายต่อ ก็ยังรวบรวมกลับมาได้เพียงหนึ่งในสิบส่วนเมื่อไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี พวกนางจึงเอาของปลอมใส่ปะปนเข้ามาด้วยแจกันดอกไม่เครื่องเคลือบลายคราม มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่
พอได้ยินว่าข้ามีวิธีทำให้อ๋องผู้สำเร็จราชการแต่งงานด้วยบิดาที่เอาแต่พูดว่าไม่เคยมีลูกสาวต่ำช้าแพศยาเช่นข้ามาก่อน ก็มีสีหน้าเบิกบานขึ้นมาทันทีฉวยโอกาสตอนงานแต่งงานของพี่สาว ยามค่ำของวันนั้น ข้าก็ได้พบกับอ๋องผู้สำเร็จราชการอ๋องผู้สำเร็จราชการเพียงกวาดสายตามองสำรวจข้าเล็กน้อย ก็แสดงความสนใจออกมาแ
วันที่พี่สาวแย่งว่าที่สามีของข้าไป ข้าไม่คิดจะห้ามปรามพวกเขาสักนิดตรงกันข้ามเลยล่ะ ข้าผลักสาวใช้ที่กำลังเฝ้าอยู่ออกแล้วรีบวิ่งออกไปหาท่านพ่อ“ยกงานแต่งให้พี่สาวเถอะเจ้าค่ะ ลูกอยากแต่งกับท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ!”บิดาของข้าทำหน้าประหลาดใจอย่างยิ่งแม้อ๋องผู้สำเร็จราชการจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จในราชสำน






レビュー