Mag-log inพ่อของผมคือคนทำภารกิจ หลังจากทำภารกิจสำเร็จ เขาก็จากโลกนี้ไป ทิ้งแม่ทั้งสี่คนไว้ให้ผม แม่ใหญ่เป็นประธานบริษัทที่ร่ำรวยระดับประเทศ แม่รองเป็นนักแสดงนำยอดเยี่ยมชื่อดังที่ใคร ๆ ก็รู้จัก แม่สามมีวิชาแพทย์ล้ำเลิศ ส่วนแม่สี่มีอำนาจบารมีล้นมือ แม่ทั้งสี่ตามใจผมมาตลอด 16 ปี ชนิดที่ว่าอยากได้ดาวต้องได้ดาว กระทั่งเมื่อสามปีก่อน เวินจื่อเฉิน ลูกชายของรักแรกของพวกท่านได้ปรากฏตัวขึ้น นับตั้งแต่วันนั้น แม่ทั้งสี่ก็เชื่อใจแค่เขา และไม่ยอมเชื่อคำพูดของผมอีกเลย เขาใส่ร้ายว่าผมด่าเขาว่าสกปรกยิ่งกว่าหมา ไม่คู่ควรจะอยู่ในบ้านหลังนี้ พวกแม่ ๆ จึงบังคับให้ผมกินข้าวหมาและนอนในกรงหมา เขาบอกว่าผมพาเพื่อนที่โรงเรียนไปรังแกเขา พวกแม่ ๆ ก็ไปทำเรื่องลาออกให้ผม แล้วจ้างนักเลงสามคนมารุมซ้อมผมถึงในบ้านนานถึงสามเดือน และหลังจากเวินจื่อเฉินหาเรื่องบอกว่าผมผลักเขาอีกครั้ง พวกแม่ ๆ ก็จับผมขังไว้ในกรงหมา ปล่อยให้อดข้าวอดน้ำอยู่สามวันสามคืนเพื่อดัดนิสัย ในตอนที่ผมกำลังจะอดตาย จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงของพ่อดังขึ้น “เสี่ยวซือ อยากกลับมาอยู่กับพ่อไหม”
view moreชั่วอึดใจนั้น แม่ทั้งสี่คนก็โบกไม้โบกมือด้วยความดีใจจนเหมือนลิงในสวนสัตว์โดยเฉพาะกู้อวี่ที่ตื่นเต้นจนแทบจะร้องไห้ “เสิ่นฮ่าว นายก็มาด้วย ดีจริง ๆ นึกไม่ถึงเลยว่าชาตินี้จะได้เจอนายอีก”“ดีจริง ๆ” เจี่ยงอวี้ก้าวยาว ๆ เข้ามาหา หวังจะกอดผมกับพ่อไว้ “พวกนายกลับมาแล้ว ในเมื่อกลับมาแล้วก็อย่าไปไหนอีกเลยนะ เราคิดถึงพวกนายมากเลย”ทว่าจังหวะที่เธอยื่นมือเข้ามา พ่อกลับตบหน้าเธอฉาดใหญ่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย“เจี่ยงอวี้ เธอดูแลลูกฉันยังไง”บรรยากาศพลันเงียบกริบลงทันทีกู้อวี่รีบก้าวตามเข้ามา “เสิ่นฮ่าว นายฟังเราก่อน...”เธอยังพูดไม่ทันจบประโยคฝ่ามือของพ่อก็ฟาดลงบนหน้าเธออีกคนจากนั้นคุณแม่ที่เหลืออีกสองคนก็โดนตบเรียงตัวไปตาม ๆ กันโดยไม่มีใครตกหล่นผมมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงในใจมีเพียงความคิดเดียวสะใจสุด ๆ เลย!พ่อผมหล่อชะมัด!หลังจากเสียงเพียะ ๆ ดังขึ้นสี่ครั้ง บนใบหน้าของแม่ทั้งสี่คนก็มีรอยนิ้วมือประทับอยู่อย่างเป็นระเบียบทว่าพวกเธอกลับไม่โกรธเลยสักนิด ซ้ำยังดูเหมือนจะโหยหาสัมผัสนี้อยู่นิด ๆ ด้วยซ้ำเยว่เยว่ถึงขั้นยื่นแก้มอีกข้างที่ยังไม่โดนตบเข้ามาหา “เสิ่นฮ่าว ข้างนี้ก็คว
ระบบพยักหน้าเธอบอกผมว่าหลังจากรู้ความจริงเรื่องเมื่อสามปีก่อน แม่ทั้งสี่คนก็แทบคลั่งพวกเธอจับเวินจื่อเฉินกับนักเลงคนนั้นไปขังไว้ก่อนผมตายยังไง เวินจื่อเฉินก็ต้องตายแบบนั้นแต่ที่ไม่เหมือนกันก็คือเวินจื่อเฉินไม่ได้ตายเร็วขนาดนั้น“ขอแค่เขามีวี่แววว่าจะตายแม้แต่นิดเดียว เจี่ยงอวี้ก็จะช่วยชีวิตเขากลับมา ใช้ยาที่ดีที่สุด เขายังไม่ทันได้พักฟื้นก็ทรมานเขาต่อ”น้ำเสียงของระบบราบเรียบ แต่ผมก็ยังฟังออกถึงความสะใจที่แฝงอยู่ผมเคยผ่านเรื่องพวกนั้นมาแล้วถึงได้รู้ว่าวิธีการของแม่ทั้งสี่คนโหดเหี้ยมแค่ไหนความตายไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิดการอยู่เหมือนตายต่างหากที่น่ากลัวหลังจากเวินจื่อเฉินตาย แม่ทั้งสี่คนก็เริ่มท้าทายอำนาจของโลกนั้น ปั่นป่วนจนโลกทั้งใบแทบจะพลิกตลบพฤติกรรมผิดปกติของพวกเธอไปสะเทือนถึงระบบหลัก ระบบหลักจึงมาหาระบบอีกทีระบบเลยปรากฏตัวต่อหน้าพวกเธอทั้งสี่คนแม่ทั้งสี่คนบอกเธอว่าพวกเธอต้องการเจอผม ถ้าผมไม่ปรากฏตัว โลกทั้งใบก็จะล่มสลายพูดจบ ผมก็นึกว่าระบบจะเกลี้ยกล่อมให้ผมไปเจอพวกเธอใครจะไปคิดว่าเธอจะพูดว่า “เสี่ยวซือ ถ้าเธอไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป ปล่อยให้โลกนั้นมันล่มสลายไป
ระบบคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบตกลงเธอชี้มือออกไปลวก ๆ เบื้องหน้าก็ปรากฏหลุมดำขึ้นมาผมเดินตรงเข้าไปจังหวะที่ผมกำลังจะเลือนหายไปผมก็ได้ยินคนเรียกชื่อตัวเอง“เสิ่นซือ!”“เสี่ยวซือ!”เป็นเสียงของพวกแม่ ๆแต่ครั้งนี้ผมจะไม่หันหลังกลับไปอีกแล้วเมื่อทะลุผ่านหลุมดำมา ผมก็มาอยู่ในห้องที่ดูอบอุ่นห้องหนึ่งในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารผมตะโกนเรียกระบบอยู่สองสามครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจังหวะที่ผมกำลังคิดจะออกไปดู ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออก ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งเดินออกมาทันทีที่เห็นผม เขาก็ชะงักไปขณะเดียวกันผมก็จำเขาได้ทันทีพ่อของผม เสิ่นฮ่าวเขาหล่อเหมือนในรูปถ่ายไม่มีผิดในตอนที่ผมกำลังทำตัวไม่ถูก ขอบตาของพ่อก็แดงเรื่อ เขาวิ่งเข้ามากอดผมไว้ “เสี่ยวซือใช่ไหม ลูกคือเสี่ยวซือของพ่อใช่ไหม”ผมรู้สึกแสบจมูกเหมือนน้ำตาจะไหลวันนั้นพ่อเล่าเรื่องราวในอดีตให้ผมฟังไม่ต่างจากที่ระบบเคยบอกผมเลย เขาตกลงรับภารกิจก็เพื่อคุณย่าที่กำลังป่วยหนัก และที่กลับมาก็เพราะคุณย่าเช่นกันเขารอผมมาตลอด“พ่อคิดไว้ว่า ต่อให้ลูกจะไม่ยอมกลับมา พ่อก็จะเก็บห้องไว้ให้ลูกตลอดไป”เมื่อได้ยิ
ในขณะที่ผมกำลังสับสน จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงรูปร่างอรชรคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าผมเบิกตากว้างถึงเพิ่งรู้ว่าที่แท้ระบบก็มีรูปร่างหน้าตาเหมือนคนด้วยยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากถามระบบก็เดินตรงไปยังทิศทางที่แม่ทั้งสี่คนอยู่ไม่รู้ว่าเธอพูดอะไร แม่ทั้งสี่คนจึงชะงักไป จากนั้นก็เดินตามเธอไปผมเองก็เดินตามไปด้วยพวกเธอเดินออกจากสุสาน มุ่งหน้ากลับไปที่คฤหาสน์ ก่อนจะหยุดลงที่หน้าห้องของเวินจื่อเฉินจังหวะที่แม่ทั้งสี่กำลังมองหน้ากันไปมา เสียงน้ำที่ชวนให้คิดลึกก็ดังลอดออกมาจากข้างใน“ที่รัก อย่าทิ้งรอยไว้บนตัวฉันสิ เดี๋ยวสี่คนนั้นจะดูออกเอา”เสียงของเวินจื่อเฉิน“ฉันก็ว่าอยู่ทำไมวันนี้ถึงกล้าให้ฉันมาที่นี่ ที่แท้เด็กเวรนั่นก็ตายแล้วนี่เอง”เสียงผู้หญิงอีกคนที่ดังขึ้นทำเอาทุกคนถึงกับสะดุ้งแค่เคยได้ยินก็ไม่มีวันลืมคนคนนี้คือหนึ่งในแก๊งนักเลงที่รุมซ้อมเวินจื่อเฉินเมื่อสามปีก่อน และเป็นนักเลงหญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มตอนนั้นหลังจากที่เธอชี้ตัวผม พวกแม่ ๆ ก็ตั้งใจจะส่งเธอเข้าคุกแต่สุดท้ายก็ถูกเวินจื่อเฉินห้ามเอาไว้เขาอ้างว่าไม่อยากทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่อยากให้ตัวเองต้องเสีย






Rebyu