Beranda / โรแมนติก / ท่านชายแวมไพร์ / บทที่ 2 พรหมลิขิตก่อตัว

Share

บทที่ 2 พรหมลิขิตก่อตัว

last update Tanggal publikasi: 2025-01-24 17:18:48

“เฮ้อ แล้วจะให้ข้านำมันไปให้ใครกันล่ะ” เจย์เดนถอนหายใจอย่างยาวเหยียด พร้อมกับจ้องมองดอกกุหลาบที่อยูในฝาแก้วครอบ ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขาจะเอ่ยว่า คู่ครองหาเมื่อไหร่ก็เหมือนกันหมด แต่เขาก็หวังอยากจะหาให้ได้ในเร็ววันนั่นแหละ...บอกตามตรง แวมไพร์เช่นเขาก็เหงาเป็นเหมือนกันนะ

ผู้ติดตามคนสนิทที่ยืนฟังอยู่จึงเสนอความคิดขึ้นว่า “เช่นนั้น ท่านชายลองนำไปให้คนที่ท่านหมายปองดูก่อนดีหรือไม่ขอรับ”

“ไม่มีผู้ใดที่ข้าหมายปองเป็นพิเศษหรอก”

“คุณหนูเฟย์อย่างไรขอรับ” ผู้ติดตามอย่างเขาเห็นว่าท่านชายสนิทสนมกับเธอเป็นพิเศษ จึงคิดว่าบางทีพวกเขาอาจมีบางสิ่งที่เข้ากันได้

“นี่เจ้าต้องล้อข้าเล่นแน่เลย นางเป็นเพียงสหายของข้า”

คุณหนูเฟย์ คือลูกสาวตระกูลแวมไพร์ที่ตระกูลแบรดฟอร์ดของเขาร่วมค้าธุรกิจด้วย นั่นเป็นสาเหตุที่เขาและเธอสนิทกันมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย แต่หากมองลึกลงไปในความสัมพันธ์นั้น ไม่มีความพิสวาทเลยแม้แต่น้อย

“หรือจะเป็นคุณหนูอลิเซียเล่าขอรับ” ชาร์ลยังคงเสนอรายชื่อหญิงสาวที่ดูเหมาะสมกับเจ้านายของตนอย่างไม่หยุดยั้ง

“เจ้าอย่าพูดชื่อคนที่น่ากลัวเช่นนั้นออกมาเชียว”

สาเหตุที่เจย์เดนกล่าวเช่นนั้น เป็นเพราะคุณหนูอลิเซียที่เขาพูดถึงกันอยู่นั้นคลั่งไคล้เขามากจนเข้ากระดูกดำเลยก็ว่าได้

ยอมรับว่าในตอนแรกเขาแอบสนใจเพราะเธอช่างงดงามเกินบรรยาย แต่เมื่อได้รู้จักนิสัยแล้ว เขากลับค้นพบว่าเธอค่อนข้างจิตไปหน่อย ซ้ำยังเป็นคุณหนูจอมเอาแต่ใจอีกต่างหาก จนบางทีเขาเองก็แอบหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย

‘หากเจ้าเป็นของข้าแล้ว ข้าจะตอกฝาโลงไม่ให้เจ้าได้พบหน้าหญิงสาวคนไหนอีก...’ ประโยคนั้นดังก้องอยู่ในหัวของเจย์เดนราวกับฝันร้าย นับแต่นั้นเป็นต้นมา เขาก็พยายามตีตัวออกห่างจากเธอโดยเด็ดขาด! ถึงแม้เธอจะยังโผล่มาหาเขาเป็นบางช่วงบางตอนก็ตาม

“ข้าจะลองไปปรึกษาเฟย์ดูแล้วกัน ว่านางมีสหายพอจะแนะนำให้ข้าได้หรือไม่” นั่งสุมหัวคิดกันอยู่ไม่นาน เจย์เดนก็ตัดสินใจเช่นนั้นขึ้น

และหากเป็นสหายของคุณหนูเฟย์ คงหนีไม่พ้นพวกสาว ๆ จากตระกูลชนชั้นสูงอย่างแน่นอน หากได้แต่งกับคนประเภทนั้น ธุรกิจของตระกูลคงก้าวหน้าขึ้นอีกหลายเท่าตัวเป็นแน่ ถึงแม้จะไม่มีอะไรให้ขยายมากไปกว่านี้แล้วก็ตาม

เจย์เดนคิดเช่นนั้น เพราะในเมื่อโหยหาความรักบริสุทธิ์จากใจจริงกับใครไม่ได้สักคน อีกทั้งบนโลกใบนี้ก็มีแต่พวกหวังผลประโยชน์อยู่แล้ว หากเขาจะมีคู่ครองที่ได้ผลประโยชน์ไปด้วยก็ไม่เสียหายนี่นา

“ถ้าอย่างนั้น...ข้าจะนัดหมายคุณหนูเฟย์ให้นะขอรับ”

จากนั้นแวมไพร์หนุ่มก็เริ่มออกทำภารกิจตามหารักของตน แต่จนแล้วจนรอด หญิงสาวที่ คุณหนูเฟย์ สหายของตนเสนอชื่อขึ้นมาให้นั้นกลับไม่ถูกใจเขาเลยสักนิด

“ที่ข้ารู้จักก็มีเท่านี้แหละเจย์เดน เจ้าต้องเลือกสักคน ไม่อย่างนั้นข้าก็ไม่มีตัวเลือกให้เจ้าแล้ว...” สาวสวยนั่งกอดอกมองคนตรงหน้า ก่อนจะเริ่มส่ายศีรษะไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย

“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็คงต้องรอไปอีกสักพักแล้วค่อยหา...หรือเจ้าจะรับมันไว้เองเล่า” เจย์เดนเพียงเย้าแหย่เท่านั้น รู้ดีว่าอย่างไรเธอก็ไม่ยอมรับกุหลาบจากเขาอยู่แล้ว

เฟย์ได้ยินแบบนั้นก็แค่นหัวเราะออกมา รู้ว่าคนตรงหน้าพูดเล่น แต่ก็อดจะย้ำถึงความสัมพันธืของตัวเองกับแวมไพร์หนุ่มซึ่งเป็นสหายคนสนิทของเขาอีกคนไม่ได้

“เจ้าอยากมีปัญหากับไนเจลหรือไง”

ไนเจลและเฟย์เป็นสหายสนิทของเจย์เดนมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย เรียกได้ว่าทั้งสามคนเป็นเพื่อนวิ่งเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก บอกตามตรง เมื่อเจย์เดนทราบว่าทั้งสองมีใจให้กันในตอนแรกเขาก็แอบเหลือเชื่อนิดหน่อย

“ก็ต้องรอ...” เจย์เดนยักไหล่ แต่ถึงอย่างนั้นมือหนก็ยังพยายามควานหากุหลาบดอกนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย มันควรจะอยู่ในกระเป๋าที่เขานำติดตัวมาด้วยสิ!

เมื่อควานหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ เจย์เดนจึงรีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยความแตกตื่น

“อะไร?” เฟย์รีบยืนขึ้นตามด้วยท่าทางตกใจไม่แพ้กัน

“มันหายไป...กุหลาบดอกนั้น...”

“ของสำคัญเจ้ายังกล้าทำหายอีกเหรอเจย์เดน”

“มันใช่เวลามาบ่นข้าหรือ เจ้าช่วยข้าหาก่อนเถอะ”

กล่าวจบ แวมไพร์ทั้งสามตน เจย์เดน เฟย์ รวมถึงผู้ติดตามคนสนิทอย่าง ชาร์ล ก็ช่วยกันออกตามหากุหลาบดอกนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย

แต่ด้วยความที่มันเป็นกุหลาบซึ่งบรรจุพลังของเขา จึงไม่ได้ยากต่อการตามหามากนัก เจย์เดนพินิจถึงกุหลาบดอกนั้นก่อนจะตามรอยพลังของมันไป และอีกเพียงไม่กี่ก้าวเขาก็จะคว้ามันกลับมาได้แล้วแท้ ๆ แต่ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเข้าถึงกุหลาบดอกนั้นก่อนตัวเอง

เมื่อเห็นดังนั้น เจย์เดนจึงรีบหลบไปยืนมองการกระทำของเธออยู่ ณ มุมหนึ่งของตรอกซอกซอยนั้นโดยปราศจากการรู้ตัวจากหญิงสาวผู้นั้น

“ท่านชาย คุณหนูเฟย์บอกว่าหาไม่เจอขอรับ”

“บอกนางว่าข้าเจอแล้ว...และดูเหมือนจะเจอว่าที่ชายาของข้าแล้วด้วย...”

.

.

.

"ใครเอาแกมาทิ้งกันนะ..." ลินินพึมพำเสียงแผ่ว ขณะที่หยิบจับกุหลาบดอกนั้นขึ้นมาพิจารณา และไม่ลังเลที่จะนำมันเก็บใส่กระเป๋าเพื่อนำกลับไปที่บ้าน

“กุหลาบนั่นเลือกนางอย่างนั้นหรือ? เหตุใดนางจึงนำมันไปได้ง่ายเช่นนั้น” เจย์เดนขมวดคิ้วก่อนจะแอบตามเธอต่อไปพร้อมกับผู้ติดตามของตน "ข้าไม่ได้เลือกนางสักหน่อย" คำพูดดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบใจนัก แต่สายตาก็จับจ้องเธออย่างไม่วางตา

"นางถือครองเป็นที่เรียบร้อย ท่านชายอาจต้องรอดูปฏิกิริยาของกุหลาบขอรับ ว่าส่งพลังงานถึงนางหรือเปล่า" ชาร์ลแนะนำ

ภายในห้องนอน ลินินวางกุหลาบลงบนโต๊ะก่อนจะเดินไปหยิบแจกันที่ว่างเปล่าในห้องนั่งเล่นมารินน้ำพร้อมนำกุหลาบดอกนั้นใส่ลงไปอย่างปราณีต เพื่อให้มันได้มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง สายตาของเธอฉายแววความสงสัยขณะที่จ้องมองมันก่อนจะเผยรอยยิ้มสุขใจออกมานิดหน่อย “แกคงเป็นของหายากสินะ ฉันได้เจอแกคืนนี้คงนำโชคมาให้ใช่หรือเปล่า?”

"นางชื่ออะไร?" เจย์เดนเอ่ยถามผู้ติดตามที่ยืนอยู่เคียงข้าง ขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังหญิงสาวผู้นั้น ท่ามกลางความมืด เธอหยุดมองดอกกุหลาบสีดำบนพื้นอย่างชั่วครู่ ใบหน้าแสดงความสงสัยปนความสนใจ ราวกับว่าเธอมองเห็นความพิเศษบางอย่างในกุหลาบนั้น

"ลินินขอรับ..." ผู้ติดตามของเขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย เขามองตามสายตาของเจย์เดนที่กำลังจับจ้องไปยังลินินอย่างไม่วางตา

โดยปกติแล้วผู้หญิงจะชอบกุหลาบสีแดง เพิ่งเคยเห็นคนที่ประทับใจดอกกุหลาบสีดำเช่นนี้เป็นครั้งแรก บอกตามตรงว่าสิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงดูด อาจเป็นเพราะความไม่เหมือนใครในตัวของเธอ

“ใช่นางจริง ๆใช่ไหม?” เป็นคำถามที่เจย์เดนไม่ต้องการคำตอบในตอนนี้ เพียงแค่ต้องรอให้ถึงเวลาเท่านั้น...

“ต้องรอดูต่อไปขอรับ..."

“น่าเสียดายนัก...ข้าคิดว่าจะเป็นผู้หญิงที่เร้าใจข้าได้มากกว่านี้ เหตุใดนางจึงดูจืดชืดยิ่งนัก”

“...ข้าว่างดงามมากนะขอรับ” ผู้ติดตามคนสนิทเอ่ยขึ้นหลังจากเหลือบมองหญิงสาวผู้เก็บดอกกุหลาบสำคัญของผู้เป็นนายอย่างพินิจ แล้วตอบกลับออกมาด้วยความซื่อตรง และหากท่านชายของเขาไม่ต้องการให้เธอผู้นี้เก็บกุหลาบดอกนั้นจริง ก็สามารถเข้าไปขวางก่อนที่เธอจะทันเก็บได้อยู่แล้ว แต่ท่านชายกลับยืนนิ่งและเลือกที่จะเดินหลบไปเอง

จากการพินิจของ ชาร์ล แล้ว เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหญิงสาวตรงหน้าช่างงดงามยิ่งนัก ถึงแม้การแต่งกายจะเรียบง่ายและแสนจืดชืดดั่งที่ท่านชายของเขาว่า...แต่ทั้งดวงหน้าที่ขาวผุดผ่องให้ความรู้สึกสวยหวานเป็นยิ่งนัก ทั้งริมฝีปากบางอมชมพูของนางยิ่งมองกลับยิ่งชวนเคลิ้ม

ยิ่งไปกว่านั้น เขาซึ่งเป็นถึงผู้ติดตามคนสนิทของท่านชาย มีหรือจะดูไม่ออกว่าแท้จริงแล้วท่านชายเพียงแค่ปากหนักไปเช่นนั้นแหละ อันที่จริงแล้วก็พอจะมองออกว่าเขาคงถูกใจเธออยู่ไม่น้อย มิเช่นนั้น คงไม่มานั่งเฝ้าหญิงสาวผู้นี้ทุกวันสามเวลาหรอก

ใช่แล้ว...เขาเฝ้ามองดูเธอตั้งแต่วันแรกที่เก็บกุหลาบดอกนั้นไป จนกระทั่งตอนนี้ เวลาล่วงเลยมานับสัปดาห์ เขาก็ยังทำเช่นนั้นอย่างสม่ำเสมอ

หลายวันผ่านไป กุหลาบสีดำนั้นยังคงสวยงามเหมือนเดิม ไม่มีทีท่าว่าจะเหี่ยวเฉาลงเลยสักนิด ลินินรู้สึกประหลาดใจ ทว่าในใจลึก ๆ กลับหวังว่ากุหลาบดอกนี้อาจนำโชคมาให้เธอ

“ชีวิตฉันจะมีโชคหล่นทับกับเขาบ้างหรือเปล่านะ” ลินินพูดกับดอกกุหลาบที่ยังอยู่ในแจกัน ก่อนจะนึกย้อนไปถึงชีวิตอันแสนรันทดของตัวเอง

เดิมทีครอบครัวของเธอมีฐานะปานกลาง แต่ด้วยความที่พ่อของเธอติดหนี้สินมหาศาล ความเป็นอยู่ของครอบครัวจึงเริ่มถดถอยลง ต้องเผชิญกับปัญหาครอบครัวที่นับวันเริ่มจะร้าวฉานมากยิ่งขึ้น

หลังจากพ่อของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนน เธอและแม่ต้องแบกรับภาระหนี้สินทั้งหมด ลินินจึงต้องเริ่มทำงานและส่งตัวเองเรียนหนังสือไปด้วย ถึงอย่างไรเธอก็อยากมีการศึกษาที่ดี เพื่อหวังจะได้งานดี ๆ ทำเช่นกัน

จนกระทั่งแม่ของเธอเริ่มป่วยหนักจากโรคที่ต้องการเงินรักษาอย่างมหาศาล ลินินจึงพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อจะหาเงินมารักษาแม่ให้ได้ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถรวบรวมเงินได้ทันเวลา ทำให้แม่ของเธอต้องจากไป

นับตั้งแต่นั้น เธอจึงกลายเป็นเด็กกำพร้า ไร้ที่พึ่งพิงและไม่มีญาติพี่น้องคอยช่วยเหลือ มีเพียงคุณยายเพื่อนบ้านที่คอยมาดูแลเธอเป็นระยะ นอกจากนี้ยังต้องคอยหลบหนีเจ้าหนี้ที่มาตามทวงเงินของพ่อไม่เว้นแต่ละวันอีกด้วย

ในช่วงแรกเธอก็หาเงินและจ่ายชำระคืนให้ครบรวมทั้งดอกและเงินต้น แต่แทนที่หนี้สินจะค่อย ๆ หมดลง กลับมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน่าฉงน ตอนนี้ลินินจึงทำได้เพียงเลี่ยงการจ่ายไป

เพราะถึงแม้จะพยายามหาเงินมาจ่ายมากแค่ไหน ก็ดูเหมือนว่าชาตินี้จะไม่มีวันใช้หนี้ได้หมด

และวันนี้ก็เหมือนเช่นทุกวันที่เธอต้องมาทำงานหาเงินประทังชีพของตัวเอง อีกทั้ง ช่วงนี้ยังถือเป็นช่วงสำคัญของเธออีกต่างหาก เพราะเธอตั้งใจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้

ขณะเดียวกันบนหลังคาตึกสูงไม่ไกลนัก เจย์เดนยังคงยืนอยู่พร้อมกับผู้ติดตามของเขา ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเจย์เดนจะไม่ได้สนใจกุหลาบที่หญิงสาวเก็บไปแล้วล่ะ หากแต่สายตาของเขาทุกวันนี้กลับคอยจับจ้องเธอผู้นี้เพียงคนเดียว

แต่เมื่อเห็นสายตาของผู้ติดตามของตนกำลังจ้องมองอย่างจับผิด เขาก็รีบหาเรื่องบ่ายเบี่ยงทันที

"นี่ เจ้าดูสิ ข้าอยากได้คนนั้น...ที่เดินผ่านไปเมื่อครู่" เจย์เดนเอ่ยขึ้น ขณะชี้ไปที่หญิงสาวอีกคนที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น ซึ่งเดินข้ามถนนผ่านไปเมื่อครู่

ผู้ติดตามคนสนิทของเขาก็ได้แต่ปรายตามองด้วยความฉงนในความคิดของท่านชายตน ก่อนจะกล่าวขึ้นอย่างสุภาพ "ข้าว่าไม่เหมาะนำมาเป็นชายานะขอรับท่านชาย"

เมื่อได้ยินดังนั้น เจย์เดนจึงหัวเราะขึ้นก่อนจะเอ่ยปากแซวเล่นอย่างที่เคยเป็น "เจ้านี่... ถ้าหากเคร่งเช่นนั้น ทำไมไม่ไปคัดเลือกชายาข้าที่โรงแม่ชีกันเลยเล่า หากอยากได้คนแต่งตัวมิดชิดและเรียบร้อยราวผ้าพับไว้ขนาดนั้น" พูดไปเช่นนั้น อย่างไรเขาก็ทราบดีว่าไม่มีสิทธิ์เลือกอยู่แล้ว

ผู้ติดตามได้ยินดังนั้นก็ยกยิ้มขึ้นบาง ๆ ก่อนจะกล่าวด้วยความใสซื่อ "พวกเราเข้าไม่ได้หนิขอรับท่านชาย"

“เฮ้อ...เอาเถอะ ข้าไม่ตำหนิที่เจ้าไม่เท่าทันมุกของข้าหรอก” ว่าพลางส่ายศีรษะหน่าย ๆ ก็ไม่แปลกที่ชาร์ลจะรับมุกไม่ค่อยทันนัก ก็ท่าทางใส่แว่นเนิร์ด ๆ ของเขามันก็บ่งบอกได้อย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาเป็นแวมไพร์ผู้คลั่งหลักการประหนึ่งหุ่นยนต์เดินได้ไม่มีผิด แต่หลังจากได้มาตามติดเจย์เดนก็ดูจะมีความรู้สึกขึ้นมาบ้างเล็กน้อย…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านชายแวมไพร์   ตอนพิเศษ 8 อยู่บ้านกับท่านพ่อ 2

    ในเช้าวันหนึ่งหลังมื้ออาหาร อยู่ๆ ลินินก็ได้รับสายจากบริษัทว่ามีธุระเร่งด่วนต้องเข้าไปเจรจากับทางโรงงานฝ่ายผลิต ด้วยแบบเสื้อผ้าที่โรงงานจัดทำตัวอย่างรุ่นแรกออกมามันผิดไปจากแบบที่เธอคาดหวังเอาไว้มากคิ้วสวยขมวดมุ่นอย่างไม่พอใจ ก่อนจะจัดการบอกเลขาว่าเดี๋ยวจะเข้าไปที่โรงงานด้วยตัวเอง“ดูเหมือนต้องไปที่โรงงานเองแล้วล่ะ แบบที่ส่งมามันไม่ตรงกับที่สั่งไว้เลย” เธอบ่นให้สามีฟังขณะที่เตรียมตัวจะออกไปข้างนอกเจย์เดนที่นั่งอยู่บนโซฟาก็ทำหน้าฉงน “เจ้าสั่งเลขาไปแทนก็ได้หนิลินิน ไม่เห็นต้องไปเองเลย ทำไมต้องเหนื่อยเองด้วย?” น้ำเสียงบ่งบอกชัดเจนว่าคัดค้านสุดตัวลินินจึงหยุดมือจากการเตรียมเอกสารแล้วหันมามองมาทางเขาอย่างไม่เข้าใจนักว่าทำไมสามีเธอจึงมีทีท่าเช่นนั้น“ก็เพราะเป็นแบรนด์ของฉันไง ฉันก็เลยอยากเข้าไปดูเอง”ได้ยินแบบนั้นเจ้าแวมไพร์ก็เริ่มขยับตัวเหมือนอยู่ไม่สุข สีหน้าของเขาเริ่มออกอาการกังวล ส่วนภรรยาตัวน้อยของเขาก็จับจ้องมองตามท่าทีนั้นอย่างไม่วางตา ด้วยสงสัยว่าสามีเป็นอะไรไป“แต่เจ้าไม่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองก็ได้นี่นา ข้าแค่…แค่คิดว่าเจ้าควรพักบ้าง” ว่าจบก็ส่งมือหนาเข้ามากอบกุมมือเรียวของเธออ

  • ท่านชายแวมไพร์   ตอนพิเศษ 7 คำชมจากแม่สามี

    ในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น ท่านพ่อและท่านแม่ของเจย์เดนมาถึงพร้อมกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะจากเด็ก ๆ ทั้งสี่ที่วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาเติบโตอย่างรวดเร็วจนผู้ใหญ่ในครอบครัวอดตกใจเสียไม่ได้“ลินิน เจ้านี่เก่งเหลือเกิน” ท่านแม่เอ่ยชมขณะมองดูหลาน ๆ ที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ “ของข้าแค่คนเดียวก็ลมแทบจับแล้ว” ลินินยิ้มตอบ ขณะเดียวกันนั้นเจย์เดนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มขมวดคิ้วขึ้นในทันทีเมื่อได้ฟังคำพูดของแม่ตัวเอง “อะไรกันท่านแม่ ข้าเลี้ยงยากเหรอ?” ถามด้วยน้ำเสียงจริงจังไลเรนได้ยินก็หัวเราะขึ้น “เลี้ยงยากมาก เจ้าดื้อมากตั้งแต่ยังเล็ก ๆ แล้ว” “ดื้อเหรอคะ?” ลินินเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ “ไม่เห็นเคยรู้เลย” เธอนึกภาพเจย์เดนผู้มีท่าทีสงบนิ่งกลายเป็นเด็กดื้อไม่ออกเลยจริง ๆ แต่ถ้าหากเรื่องความขี้แกล้ง อันนี้พอจะรู้อยู่บ้างแล้วล่ะเจย์เดนขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม “ข้าไม่ได้ดื้ออะไรสักหน่อย ท่านแม่น่ะพูดเกินไป”“งั้นเหรอ?” ท่านแม่ส่งยิ้มพร้อมสายตาเจ้าเล่ห์มาทางเจย์เดน ก่อนจะหลับตาลงแล้วเล่าเรื่องสมัยที่เจย์เดนยังเป็นเด็กขึ้น “แล้วใครกันที่ปีนต้นไม้หนีออกจากบ้านเพร

  • ท่านชายแวมไพร์   ตอนพิเศษ 6 อยู่บ้านกับท่านพ่อ

    บังเอิญว่าในวันนี้ลินินจะต้องไปตรวจงานออกแบบเสื้อผ้าที่บริษัทของเธอ หลังจากเตรียมตัวเสร็จแล้วก็พร้อมจะออกเดินทางเจย์เดนในเสื้อเชิ้ตที่พับแขนขึ้นเล็กน้อยก็เดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยมาดเข้ม "เจ้าจะไปนานไหม?" เขาถามลินินพร้อมย่อตัวนั่งลงตรงหน้าก่อนจะยื่นมือหนาออกไปช่วยสวมรองเท้าให้เธอ"ไม่นานหรอก นายอยู่ดูเด็ก ๆ ไหวใช่ไหม?" ลินินหันมายิ้มให้เล็กน้อยเจย์เดนพยักหน้ามั่นใจ "ข้าเป็นแวมไพร์นะ เลี้ยงเด็กแค่นี้จะไปยากอะไร" ใบหน้าหล่อแสยะยิ้มขึ้นด้วยความมั่นใจลินินเห็นแบบนั้นก็แอบหัวเราะนิดหน่อย "งั้นฝากด้วยนะ อย่าให้พวกเขาทำบ้านพังล่ะ""บ้านทนจะตาย เจ้าอย่ากังวลไปเลย" เขาพูดติดตลก พร้อมยกมือโบกให้ลินินก่อนที่เธอจะเดินออกไปตอนแรกทุกอย่างดูสงบเรียบร้อย เด็ก ๆ นั่งวาดรูปอยู่ในห้องโถงใหญ่ แต่ไม่นานนัก เรย์เน่เริ่มบ่นว่าเบื่อและอยากเล่นซ่อนแอบ"ท่านพ่อ เล่นซ่อนแอบกับพวกเราไหมคะ" ไม่เพียงแค่เอ่ยถาม ยังส่งสายตาแวอย่างออดอ้อนมาให้เจย์เดนอีกต่างหากร่างสูงที่นั่งเฝ้าลูก ๆ พร้อมทำงานไปด้วยก็ชายตาขึ้นจากกองงาน ก่อนจะตอบรับ "ได้สิ นับสิบนะ"ยังไม่ทันจะเริ่มนับ เด็ก ๆ ทั้งห้าก็วิ่งวุ่นหาที่ซ่อนไปทั่วคฤหาสน์

  • ท่านชายแวมไพร์   ตอนพิเศษ 5 ข้าวกล่องหรรษา

    เช้าวันหนึ่งลินินตื่นขึ้นมา และเมื่อเห็นว่าลูก ๆ ยังหลับอยู่ เธอก็ตั้งใจว่าจะทำข้าวกล่องไปให้สามีที่บริษัท จึงรีบเร่งเตรียมวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน“ทำเสต๊กแล้วกัน” เธอว่าพลางตัดชื้นเนื้อแล้วจับมันพลิกใส่เตาย่าง เมื่อสุกได้ที่แบบกลาง ๆ แล้ว ก็นำมาตัดเป็นชิ้นพอดีคำ และพร้อมเริ่มเตรียมอย่างอื่นต่อไปแต่ก่อนที่จะทันได้ลงมือ ลูก ๆ ทั้งสี่ เจย์เนส เรย์เน่ เคย์ลิส และไลเอนน์ ก็ตื่นขึ้นมาได้ยินเข้าเสียก่อน"ท่านแม่ทำอะไรเหรอครับ/คะ?" เสียงเจื้อยแจ้วเอ่ย ถามอย่างตื่นเต้น และเมื่อทราบว่าท่านแม่ของพวกเขากำลังจะทำรู้ข้าวกล่องไปให้ท่านพ่อที่บริษัท ทุกคนก็ดูเหมือนอยากจะช่วยกันคนละไม้คนละมือขึ้นมาในทันทีแต่แทนที่การช่วยจะทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นกลับกลายเป็นวุ่นวายกว่าเดิมเสียอย่างนั้นเจย์เนสที่เป็นพี่ใหญ่สุดพยายามช่วยลินินหั่นผลไม้ แต่ด้วยความที่ยังมือใหม่จึงหั่นออกมาได้ไม่ค่อยเท่ากันนัก บางชิ้นก็ใหญ่เกินกว่าจะยัดลงปากได้ ส่วนบางชิ้นก็บางเฉียบจนแทบไม่ไต้องเตี้ยวกันเลย จนลินินต้องเข้ามาแก้ให้ส่วนเรย์เน่ คนนี้ชื่นชอบความสวยงามเป็นชีวิตจิตใจ จึงได้รับหน้าที่ยืนแต่งจานสลัด แต่ด้วยความที่เป็นเด็ก จึงใส่ใ

  • ท่านชายแวมไพร์   ตอนพิเศษ 4 ศึกชิงนางจากผู้ท้าชิงห้าคน

    นานวันเข้า เจย์เนสและเรย์เน่ก็เริ่มโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้ก็เหมือนเด็กอายุเจ็ดขวบเข้าแล้ว ส่วนน้องน้อยของพวกเขาตอนนี้ก็คล้ายกับเด็กมนุษย์ในช่วงวัยห้าขวบ และใช่ ทั้งมดนี้เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงปีเป็นอย่างที่ท่านหมอเคยกล่าวว่าพวกเขาจะโตไวและเรียนรู้เร็วมาก เจย์เดนกับลินินจึงจ้างครูมาคอยสอนพวกเขาที่บ้านด้วย เนื่องจากเล็งเห็นว่าพวกเขาอาจยังไม่พร้อมที่จะไปเข้าเรียนร่วมกับเด็กคนอื่น ๆนอกจากนี้ เมื่อเริ่มโตขึ้น การติดแม่ก็เริ่มน้อยลง กลายเป็นน้อง ๆ เข้ามาทำหน้าที่ในส่วนนั้นแทนเจย์เนสในวัยหนุ่มน้อยเริ่มสนใจการอ่านหนังสือในห้องเงียบ ๆ หรือออกไปฝึกศิลปะการต่อสู้กับอาจารย์ที่ท่านพ่อของเขาจ้างมาฝึกส่วนตัวเสียมากกว่ามาขลุกอยู่ในห้องกับน้อง ๆ และนอกเหนือจากนั้นนิสัยก็เริ่มเคร่งขรึมมากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนผู้เป็นพ่ออย่างไม่ทิ้งห่างส่วนเรย์เน่ก็เริ่มมีความสนใจในเรื่องศิลปะและดนตรี บ่อยครั้งเธอจะเก็บตัวฝึกซ้อมเปียโนหรือวาดภาพในมุมของตัวเอง "ช่วงนี้ส่งไม้ต่อให้น้อง ๆ แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าแม่จะเหงาเลย"ลินินได้ฟังเช่นนั้นก็หลุดหัวเราะออกมา แต่ถึงก็ยังมีสมาชิกตัวโตที่ดูเหมือนจะคอยมาแย่งแม่ของพวกเขาอยู่ตลอด

  • ท่านชายแวมไพร์   ตอนพิเศษ 3 เกิดเรื่องไม่คาดฝันอีกแล้ว

    และแล้ววันหนึ่งก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นอีกครั้งเข้าจนได้ เมื่อลินินส่องกระจกและเริ่มเห็นหน้าท้องที่ดูเหมือนจะอวบอิ่มขึ้น“นี่เราไม่ได้ออกกำลังกายจนลงพุงหรือยังไงกันเนี่ย” เธอพึมพำ แต่แล้วก็นึกถึงตอนที่ตั้งท้องสองแฝดขึ้นมาได้ ว่ามันก็เริ่มต้นเช่นนี้นอกจากนี้เมื่อสังเกตอาการไปนานวันเข้า ยังมีอาการพะอืดพะอมร่วมด้วยอีกต่างหาก อาการนั้นรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเจย์เดนต้องตัดสินใจพาเธอไปตรวจที่โรงพยาบาลในที่สุด“ซูบผอมลงอีกแล้วนะขอรับท่านหญิง” ท่านหมอเอ่ยแซวพร้อมรอยยิ้ม"ตอนแรกฉันคิดว่าอาจจะกินเยอะไป อาหารก็เลยอาจจะไม่ย่อย แต่พอเห็นว่าผอมลงแล้วท้องป่องเหมือนครั้งที่แล้ว ก็เลยคิดว่าคงจะ..." ลินินพูดเสียงเบาขณะที่ท่านหมอก็อัลตร้าซาวน์บริเวณหน้าท้องของเธอไปพลาง“ขอรับ ตั้งครรภ์อีกแล้ว..." ท่านหมอยืนยันความคิดของเธอเจย์เดนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ พลันหยุดนิ่งราวกับถูกหยุดเวลา ดวงตาสีแดงของเขาจับจ้องไปยังหมอหลวงราวกับอยากจะให้แน่ใจว่าตัวเองฟังไม่ผิดไป "ปกติแล้วแวมไพร์จะตั้งครรภ์ได้ครั้งเดียวไม่ใช่หรือ?"“นั่นน่ะสิ” แววตาคู่สวยของลินินก็จับจ้องใบหน้าของท่านหมอด้วยความฉงนเช่นกัน พร้อมกับหันมองสามีของตน

  • ท่านชายแวมไพร์   บทที่ 32 อย่าเห็นแก่ความหล่อนักสิ

    เวลาผ่านไปสักพัก... สายตาสองคู่นิ่งเรียบยังคงจ้องมองคนตัวเล็กอย่างไม่วางตา ก่อนที่ชายหนุ่มก็เป็นฝ่ายเริ่มก้าวเข้ามาแล้วเดินวนรอบตัวเธออย่างพินิจ ท่าทางแบบนี้ มันเหมือนกับตอนนั้นไม่มีผิด... วันแรกที่เจย์เดนได้ทำความรู้จักกับเธอเขาก็ทำแบบนี้เหมือนกัน “เอเดรียน ข้าเคยบอกแล้วไงว่ามนุษย์ไม่ได้ทำความร

  • ท่านชายแวมไพร์   บทที่ 13 บางทีพวกมนุษย์สาว อาจชอบชายหนุ่มที่ร้ายลึก

    หลังจากกลับมาถึงคฤหาสน์ ลินินก็พบว่าบริเวณลานจอดรถมีรถหรูที่ไม่คุ้นเคยจอดอยู่คันหนึ่ง แต่ก่อนที่จะทันได้สงสัยไปมากกว่านี้ ก็ปรากฎภาพหญิงสาวผมสีบลอนด์ท่าทางดูสง่าวิ่งยิ้มร่าเข้ามา“เจย์เดน...” เสียงแหลมเอ่ยเรียกตั้งแต่บริเวณหน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์ ก่อนจะรีบวิ่งตรงเข้ามาเกาะแขนเจย์เดนด้วยท่าทีออดอ้อน

  • ท่านชายแวมไพร์   บทที่ 12 เจ้าแวมไพร์หวงของ

    หลายวันผ่านไป หลังจากเลิกเรียนในวันศุกร์และกลับมาถึงคฤหาสน์เป้นที่เรียบร้อย ลินินก็รีบวิ่งตามเจย์เดนที่กำลังเดินฉับ ๆ ไปยังห้องทำงานของเขาแล้วขออนุญาตเรื่องสำคัญกับเขา “พรุ่งนี้ขอออกไปทำรายงานกับเพื่อนได้หรือเปล่าคะ”เจย์เดนได้ยินแบบนั้นก็หยุดเดินลงกะทันหัน ยกแขนขึ้นกอดอกพร้อมส่งสายตาคมกริบจ้องมองห

  • ท่านชายแวมไพร์   บทที่ 11 ความรู้สึกที่เริ่มก่อตัว

    เช้าวันต่อมา ถึงแม้ว่าจะเป็นวันหยุดแต่ลินินก็ยังตื่นแต่เช้าตามความเคยชิน หลังจากลุกทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยเธอก็เดินลงมาข้างล่าง แต่แล้วก็พบว่าโต๊ะทานอาหารตรงตำแหน่งของเจย์เดนไร้ซึ่งเงาเจ้าของของมันอีกแล้วทำไมกัน...นี่มันสองวันติดแล้วนะ หรือว่าเขาจะไม่อยากร่วมโต๊ะทานอาหารกับเธอกันแน่ ลินินแอบคิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status