ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80

ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-28
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
70Bab
1.2KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

นักวิทยาศาสตร์สาวทดลองเครื่องไทม์แมชชีน การทดลองผิดพลาด จาก 4 วัน กลายเป็น 40 ปี ทะลุมิติมาอยู่ในปี 1984 ก่อนตัวเองจะเกิดเสียอีก เมื่อหาทางกลับไปไม่ได้จึงจำใจต้องอยู่ที่นี่เพื่อรอปาฏิหาริย์ จับพลัดจับผลูได้มาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดของประธานหนุ่มพ่อม่ายเมียทิ้ง รับมือกับลูกว่ายากแล้ว รับมือกับคนพ่อยากยิ่งกว่า

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1 การทดลองที่ผิดพลาด

        ณ อาคารวิจัย A ชั้น 1 บริษัทดับเบิ้ลยูเอเทคโนโลยี ณ เขตผู่ตงของมหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ภายในอาคารมีห้องทดลองขนาดใหญ่ ข้างในมีเครื่องไทม์แมชชีนสีขาวตั้งอยู่กลางห้อง ประตูเปิดปิดเป็นกระจกหนาที่มองเห็นภายในที่มีพื้นที่จำกัด

การค้นคว้าเครื่องไทม์แมชชีนที่ใช้ทุนกว่าพันล้านของบริษัทดับเบิ้ลยูเอเทคโนโลยี ได้สำเร็จลงในปี ค.ศ. 2024 หลังจากค้นคว้ากันอยู่นานถึงสิบสี่ปี

จ้าวหลันเฟย นักวิทยาศาสตร์อายุยี่สิบสี่ปี เธอเป็นผู้ช่วยของศาสตราจารย์โจวตั้งแต่ที่เรียนระดับมหาวิทยาลัย จนกระทั่งเรียนจบก็มาทำงานและอยู่ในโครงการวิจัยนี้ และมีส่วนในการพัฒนาโครงการนี้จนประสบความสำเร็จ

หญิงสาวกำลังจะขอทำการทดสอบเครื่องเป็นหนที่สองด้วยตัวเองหลังจากที่มั่นใจแล้วว่าเครื่องสามารถใช้งานได้จริง

เมื่อห้าวันก่อนศาสตราจารย์จางได้ทดลองเครื่องไทม์แมชชีนเป็นครั้งแรก เขาย้อนเวลากลับไปเมื่อสามวันที่แล้ว ผลปรากฏว่าเขาเดินออกมาพร้อมกันนำนาฬิกาที่ทำเคยตกก่อนหน้ากลับมาในสภาพที่สมบูรณ์ เพื่อเป็นหลักฐานว่าเขาได้ย้อนเวลากลับไปในอดีตได้จริง

ทว่าสิ่งที่ทุกคนเห็นก็คือ เขาเข้าไปในเครื่องแล้วกลับออกมาภายในเวลาไม่ถึงสามนาทีเท่านั้น แต่เขากลับบอกว่าเวลาได้ผ่านไปสามวันแล้ว

เขาอยู่ในห้วงเวลาที่มีศาสตราจารย์จางสองคนเป็นเวลาสามวัน ทั้งสองแลกเปลี่ยนความรู้แก่กันก่อนจะร่างเขาจะกลับมาเมื่อห้วงเวลาในอดีตได้วนมาถึงเวลาปัจจุบันที่เขาไป

ผลการทดสอบเครื่อง สรุปได้ว่าย้อนเวลากลับไปกี่วัน ก็ต้องอยู่จนถึงเวลาปัจจุบันที่ย้อนกลับไป แล้วร่างกายก็จะถูกดูดกลับมาที่เครื่องไทม์แมชชีนเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“คุณจ้าว นั่นคุณจะทำอะไร” ศาสตราจารย์โจวถามขึ้นเมื่อเธอยื่นเอกสารยินยอมที่จะทำการทดลองกับร่างของตนเอง

“ฉันอยากทดสอบเครื่องนั้น ย้อนเวลากลับไปเมื่อสี่วันที่แล้วค่ะ” เธอบอกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แววตาจริงจังกับสิ่งที่ตัดสินใจมาดีแล้ว

“แต่ว่าการย้อนเวลากลับไปกลับมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ตอนนี้ศาสตราจารย์จางก็ยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่เลย ความเจ็บปวดตอนที่ร่างกายค่อย ๆ ถูกดูดผ่านห้วงเวลาทั้งไปและกลับไม่ใช่สิ่งที่ใครก็รับไหว”

“ด้วยเหตุนี้ฉันจึงได้เขียนหนังสือยินยอมเอาไว้ แล้วว่าจะไม่มีการฟ้องร้องหรือว่าขอค่าชดเชยอะไรกรณีที่เกิดอุบัติเหตุในการทดลอง ได้โปรดส่งฉันกลับไปเมื่อสี่วันที่แล้วด้วยนะคะ” เธอขอร้องศาสตราจารย์โจวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและอ้อนวอน อยากกลับไปเมื่อสี่วันที่แล้วเพื่อที่จะไปแก้ไขบางอย่างที่เธอทำพลาด

“เธอรู้ใช่ไหมว่า ดร.จางบอกว่าการย้อนเวลาไม่สามารถแก้ไขอดีตได้ แต่เหมือนว่าเข้าไปอยู่ในมิติคู่ขนานเท่านั้น หากเธอต้องการแก้ไขอดีตก็ไม่มีผลกับปัจจุบันในมิติของเรา” เขารู้ว่าเธอต้องการจะทำอะไร ลู่เหยาเพื่อนของเธอก็เป็นลูกศิษย์ของเขาด้วย

“ใช่ค่ะ ฉันทราบดี แต่อย่างน้อยแก้ไขในมิติคู่ขนานอื่นให้อาเหยามีชีวิตอยู่ต่อได้ เท่านั้นฉันก็พอใจแล้วค่ะ”

“ได้ งั้นเธอไปเตรียมตัว ฉันต้องให้นักวิจัยและคนในทีมช่วยกันส่งเธอกลับไป” เขาตัดสินใจที่จะส่งเธอเข้าเครื่องไปเพื่อทำการทดลอง เพราะว่าอย่างไรก็ต้องมีการทดสอบเครื่องให้ครบสามครั้งอยู่แล้ว

“ขอบคุณค่ะศาสตราจารย์โจว” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี ในขณะที่โจวอี้หลิงมีความกังวลเล็กน้อย เพราะเกรงว่าเธอจะรับไม่ไหว

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว จ้างหลันเฟยก็เข้าไปในเครื่องไทม์แมชชีน ไปอนาคตจะมีประโยชน์อะไร ย้อนเวลาเท่านั้นที่ทุกคนต้องการเพื่อจะกลับไปแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดให้ดีขึ้น

เมื่อสี่วันที่แล้วเพื่อนของเธอประสบอุบัติเหตุ เธอจะกลับไปห้ามเขาไม่ให้ขับรถไปไหน ช่วยชีวิตลู่เหยาเอาไว้ได้ แล้วยังได้ช่วยทดสอบเครื่องเพื่อนำข้อมูลมาทำการพัฒนางานวิจัยได้อีกด้วย

“วันที่ 20 ตุลาคม 2024 เวลา 13.25 น.” เสียงศาสตราจารย์โจวดังขึ้น เพื่อบันทึกเสียงลงในระบบการทดลอง

“จ้าวหลันเฟย เพศหญิง อายุ 24 ปี น้ำหนัก 49 ส่วนสูง 165 เซนติเมตร กำลังจะทำการทดสอบเพื่อย้อนเวลากลับไปเมื่อ 4 วันที่แล้ว” เขาพูดต่อไป จากนั้นก็หันไปยังนักวิจัยในทีม

“หมุนเวลากลับไปเมื่อสี่วันก่อน” สิ้นเสียงนั้นผู้ทำหน้าที่ก็ทำการหมุนปุ่มเวลาแล้วทวนคำสั่ง

“ปุ่มอยู่ที่ 4 วัน เรียบร้อยแล้ว”

จ้าวหลันเฟยสูดลมหายใจเข้า จากนั้นก็ร้องยกมือส่งสัญญาณให้ทีมวิจัยลงมือกดทุ่มเริ่มการทำงาน

“ผู้ทดลองพร้อมแล้ว กดปุ่มเริ่มทำงานได้” ศาสตราจารย์โจวออกคำสั่ง จากนั้นคนที่ทำหน้าที่ก็กดปุ่มนั้นลงไป

จังหวะที่เครื่องเริ่มการทำงาน ไฟฟ้าในห้องทดลองก็กะพริบเล็กน้อยเหมือนว่าไฟตกวูบไปชั่วครู่ จ้าวหลันเฟยหลับตาลงรู้สึกเวียนศีรษะเหมือนว่าตัวเองกำลังหมุนตัวอยู่เป็นสิบ ๆ รอบ รู้สึกอยากอาเจียน แล้วร้อน ๆ หนาว ๆ ไปทั่วร่าง มือเรียวกำแน่นด้วยความตื่นเต้น หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะกับแรงกระทำบางอย่างที่อยู่รอบตัว

“กำลังไฟไม่พอ รีบหยุดการทำงาน”

เสียงนั้นคือเสียงสุดท้ายที่เธอได้ยิน จากนั้นก็รู้สึกว่าร่างหมุนเคว้งทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ขยับเขยื้อน ก่อนที่จะลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองยืนอยู่ในบ้านร้างหลังหนึ่งที่เต็มไปด้วยฝุ่น สภาพเหมือนกับบ้านในยุคเก่าที่ขาดการดูแล

หญิงสาวหาที่นั่งพักสักครู่ เมื่อรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าแล้วผ่อนออกช้า ๆ ตัดสินใจว่าจะต้องรีบไปที่บ้านพักทางทิศใต้ของเพื่อนสนิทของตนเพื่อที่จะเตือนไม่ให้เขาต้องเดินทางในวันนี้

“ทำไมถึงมาโผล่ที่นี่นะ” เธออดบ่นออกมาไม่ได้ เพราะศาสตราจารย์จางบอกว่าเขาก็โผล่ออกมาในห้องทดลองนั่นแหละ ตอนนั้นนักวิจัยในโลกคู่ขนานต่างก็แตกตื่นและยินดีที่รู้ว่าพวกตนทำสำเร็จ

เมื่อเปิดประตูออกไปจากบ้านร้างหลังนั้นเธอก็พบว่าสถานที่ที่เธออยู่เป็นเมืองที่ไม่คุ้นตา ราวกับว่ากำลังอยู่ชานเมืองที่ไหนสักที่ เดินออกไปยืนแล้วสำรวจไปทั่วก็ไม่รู้สึกคุ้นเคย

“นี่เรามาโผล่ที่ไหนเนี่ย” หญิงสาวบ่นพลางมองไปรอบ ๆ แล้วสายตาก็หยุดที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง ลักษณะการแผ่กิ่งก้านนั้นคล้ายกับต้นไม้ที่อยู่หน้าศูนย์วิจัย แต่ว่าต้นไม้ต้นนี้ยังคงมีใบดกเต็มต้นและลำต้นยังไม่ใหญ่มากนัก แต่ต้นไม้ที่หน้าศูนย์วิจัยนั้นสูงใหญ่กว่านี้มาก

“คงไม่ใช่หรอกนะ” เธอปลอบใจตัวเองเมื่อเห็นว่าต้นไม้นั้นมีลักษณะคล้ายกันมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ราวกับเป้นต้นเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน

จ้าวหลันเฟยเดินไปเรื่อย ๆ ตามถนน บ้านเรือนที่นี่ตั้งอยู่ห่าง ๆ กัน ดูยังไม่เจริญมาก ผู้คนก็สวมชุดเหมือนสมัยก่อน ในขณะที่เธอสวมใส่กางเกงยีนและมีเสื้อคลุมสีขาวของนักวิจัยคลุมทับเสื้อเชิ้ตด้านในอยู่อีกชั้น เวลาที่เดินไปก็เป็นจุดสนใจของคนที่เห็น

“ไม่จริง ไม่จริง สี่วันเท่านั้น ให้ตายสิ ไม่ใช่ว่าฉันย้อนมาไกลเป็นสิบ ๆ ปีหรอกนะ” เธอเริ่มเดาสถานการณ์ออกมา แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้กับความจริงที่เห็นแล้วรีบตรงไปยังอาคารตรงหน้าที่เป็นโรงพยาบาล

โรงพยาบาลฉางเล่อที่ตั้งอยู่ตรงหน้า คือชื่อเดิมของโรงพยาบาลเอสแคร์ฮอตปิตอลในปัจจุบัน ดูจากอาคารที่รูปทรงคล้ายกันและยังไม่ได้รับการปรับปรุงหญิงสาวก็พอเดาได้แล้วว่าเธอย้อนเวลากลับมามากกว่าสิบปีอย่างแน่นอน

“แล้วฉันจะกลับไปอย่างไร พระเจ้าช่วยด้วย!”

************************

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
70 Bab
ตอนที่ 1 การทดลองที่ผิดพลาด
ณ อาคารวิจัย A ชั้น 1 บริษัทดับเบิ้ลยูเอเทคโนโลยี ณ เขตผู่ตงของมหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ภายในอาคารมีห้องทดลองขนาดใหญ่ ข้างในมีเครื่องไทม์แมชชีนสีขาวตั้งอยู่กลางห้อง ประตูเปิดปิดเป็นกระจกหนาที่มองเห็นภายในที่มีพื้นที่จำกัดการค้นคว้าเครื่องไทม์แมชชีนที่ใช้ทุนกว่าพันล้านของบริษัทดับเบิ้ลยูเอเทคโนโลยี ได้สำเร็จลงในปี ค.ศ. 2024 หลังจากค้นคว้ากันอยู่นานถึงสิบสี่ปีจ้าวหลันเฟย นักวิทยาศาสตร์อายุยี่สิบสี่ปี เธอเป็นผู้ช่วยของศาสตราจารย์โจวตั้งแต่ที่เรียนระดับมหาวิทยาลัย จนกระทั่งเรียนจบก็มาทำงานและอยู่ในโครงการวิจัยนี้ และมีส่วนในการพัฒนาโครงการนี้จนประสบความสำเร็จหญิงสาวกำลังจะขอทำการทดสอบเครื่องเป็นหนที่สองด้วยตัวเองหลังจากที่มั่นใจแล้วว่าเครื่องสามารถใช้งานได้จริงเมื่อห้าวันก่อนศาสตราจารย์จางได้ทดลองเครื่องไทม์แมชชีนเป็นครั้งแรก เขาย้อนเวลากลับไปเมื่อสามวันที่แล้ว ผลปรากฏว่าเขาเดินออกมาพร้อมกันนำนาฬิกาที่ทำเคยตกก่อนหน้ากลับมาในสภาพที่สมบูรณ์ เพื่อเป็นหลักฐานว่าเขาได้ย้อนเวลากลับไปในอดีตได้จริงทว่าสิ่งที่ทุกคนเห็นก็คือ เขาเข้าไปในเครื่องแล้วกลับออกมาภายในเวลาไม่ถึงสามนาทีเท่านั้
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 เกือบเอาชีวิตมาทิ้ง
เมื่อไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร ก็ทำเอาหัวใจของเธอสั่นระรัวด้วยความกลัวและกังวลหากสิ่งที่ศาสตราจารย์จางพูดถึงเป็นจริงว่า ต้องรอให้เวลาที่ย้อนมาดำเนินไปจนถึงปัจจุบันจึงจะกลับคืนสู่ปัจจุบันได้ นั่นหมายความว่าเธอต้องติดอยู่ที่นี่อีกหลายสิบปีเลยอย่างนั้นหรือ“เราควรกลับไปบ้านตัวเองที่ปักกิ่งแล้วไปอยู่กับพ่อแม่ให้พวกท่านช่วยเหลือ ใช่แล้ว” เมื่อคิดได้อย่างนั้นก็ยิ้มออกมาวางแผนว่าหากบุพการีทั้งสองไม่เชื่อว่าเธอคือลูกสาว ก็จะเล่าเรื่องที่คุณปู่เคยเล่าเรื่องวีรกรรมของคุณพ่อ เท่านั้นก็น่าจะเพียงพอให้เขาเชื่อเธอแล้ว หรือไม่ก็ช่วงตั้งครรภ์ที่มารดาฝันเห็นพระพุทธองค์ส่งเทพธิดามาจุติในครรภ์ ซึ่งมารดาไม่เคยเล่าให้ใครฟัง ท่านก็น่าจะเชื่อเธอแล้วเมื่อคิดได้อย่างนั้นก็เร่งฝีเท้าเพื่อที่จะไปที่ป้ายรถประจำทางที่อยู่หน้าโรงพยาบาล ขณะที่รอรถก็ลืมไปว่าตนไม่มีเงินติดตัวมาสักหยวน อีกอย่างเงินในยุคปัจจุบันก็คงใช้ไม่ได้กับที่นี่ขณะนั้นก็มีคนมานั่งข้าง ๆ มองหญิงสาวในชุดเสื้อคลุมยาวสีขาวก็เข้าใจว่าเธอทำงานที่โรงพยาบาลก็ยิ้มให้ ก่อนจะคลี่หนังสือพิมพ์ออกแล้วอ่านรอรถประจำทางมาถึง จ้าวหลันเฟยเห็นอย่างนั้นก็ขอยืมหนังสื
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 ผู้มีพระคุณ
ความเย็นที่กระทบกับผิวหน้าทำให้จ้าวหลันเฟยที่หมดสติอยู่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เธอค่อย ๆ กะพริบตาปรับแสง แล้วมองเห็นหญิงวัยประมาณสี่สิบปีกำลังเช็ดใบหน้าให้เธออยู่“ฟื้นแล้วหรือคะ” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความนุ่มนวล จากนั้นก็ประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้นนั่ง“ฉันอยู่ที่ไหนคะ” เธอเพิ่งตื่นจึงยังเบลอ ๆ อยู่ว่าตัวเองกำลังฝันไปหรือว่าอยู่ที่ไหนกันแน่“ฉันชื่อลู่หง เรียกว่าป้าลู่ก็ได้ คุณอยู่บ้านสกุลเฉิน คุณเฉินให้หมอมาดูอาการคุณแล้ว เห็นว่าแค่อ่อนเพลียแล้วเป็นลมไป” ในขณะที่ฟังเธออธิบาย จ้าวหลันเฟยก็กำลังไล่เรียงความคิดไปด้วย พอจำเรื่องราวก่อนหมดสติได้ก็ทำหน้าเครียดขึ้นมา“อ่อนเพลียอะไรกัน ไม่ใช่ว่ามีคนตั้งใจจะบีบคอฉันให้ตายหรือคะ” พูดจบเธอก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว จนร่างอรชรเซเล็กน้อย แล้วลู่หงก็รีบประคองเธอเอาไว้“คุณน่าจะยังไม่ได้กินอะไรมา ฉันเตรียมข้าวเย็นไว้ให้แล้ว กินข้าวให้อิ่มท้อง เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที” หญิงวัยกลางคนพูดอย่างสุภาพและใจเย็น หญิงสาวจึงยอมสงบลงใช่ เธอต้องกินอาหารให้อิ่มท้องก่อน แล้วอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง เมื่อคิดได้อย่างนั้นจึงค่อย ๆ เดินตามป้าลู่ออกไปที่ห้องรับประทานอาหารด้าน
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 หน้าที่สำคัญ
“พี่เลี้ยงหรือคะ” เธอทวนประโยคนั้นด้วยน้ำเสียงที่งุนงง เธอขอตำแหน่งที่บริษัทแต่เขากลับเสนอตำแหน่งพี่เลี้ยงเด็กให้“สาวใช้ที่ทำหน้าที่พี่เลี้ยงกำลังจะลาออกไปในสิ้นเดือนนี้ ตำแหน่งเดียวที่ขาดคือพี่เลี้ยงของลูกผม ถ้าคุณไม่รับข้อเสนอก็เรียกเงินค่าชดเชยมา” เขาถามย้ำอีกครั้ง หากเธอจนตรอกจริงงานไหนก็ต้องรับเอาไว้จ้าวหลันเฟยกำลังจะแสดงท่าทีไม่พอใจแต่ก็สงบลงเมื่อนึกได้ว่า อย่างไรเสียตนก็ไม่มีที่ไปแล้ว สู้รับข้อเสนอเอาไว้ก่อนจะดีกว่า“ก็ได้ค่ะ ฉันจะรับงานตำแหน่งพี่เลี้ยง” คำตอบของเธอทำให้เฉินอี้เซียวมองด้วยสายตาที่ประหลาดใจ ไม่คิดว่าเธอจะยอมรับตำแหน่งพี่เลี้ยงที่ไม่ต่างจากสาวใช้ของบ้านชุดที่เธอสวมใส่ก่อนหน้านี้ก็มีความทันสมัยเสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ รวมไปถึงเสื้อสีขาวสะอาดตาที่คลุมทับมา ราวกับว่าเธอมีอาชีพอะไรที่เกี่ยวกับงานเฉพาะทางบางอย่างที่ต้องใช้ความชำนาญ แต่อยู่ดี ๆ เมื่อเขาประชดให้ยอมรับตำแหน่งคนรับใช้ หญิงสาวกลับยอมง่าย ๆ เสียอย่างนั้น“คุณต้องการอะไรกันแน่” คำถามนั้นทำให้จ้าวหลันเฟยขมวดคิ้ว ให้เป็นพี่เลี้ยงที่บ้านเธอก็ยอมแล้วเขายังจะคาดคั้นอะไรกับเธออี
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 บ้านสกุลเฉิน
ในตอนเช้าจ้าวหลันเฟยถูกเสี่ยวอิงปลุกขึ้นมาให้มาช่วยงานในครัว คฤหาสน์หลังใหญ่นี้มีคนอาศัยอยู่เพียงไม่คนเท่านั้น คือ เฉินอี้เซียว ลูก ๆ ของเขาสองคน ลู่หงและกู่เหยียนสามีของเธอที่เป็นคนขับรถ กับเสี่ยวอิงที่กำลังจะลาออกไป และอาหมิงคนสนิทของเฉินอี้เซียวที่เป็นลูกน้องคนเดียวที่ยังเหลืออยู่“ทุกเช้าคุณจะต้องตื่นขึ้นมาทำอาหารเช้าของคุณหนู ตามตารางที่คุณเฉินทำเอาไว้ ทำความสะอาดห้องนอนของคุณหนู แล้วก็ดูแลเรื่องเสื้อผ้า พูดง่าย ๆ ก็คือดูแลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคุณหนูทั้งสอง ส่วนหน้าที่หุงข้าวและทำกับข้าวของคุณเฉิน การความสะอาดห้องนอนของและห้องทำงาน รวมถึงนำเสื้อผ้าลงมาซักทำความสะอาด เป็นหน้าที่ของฉัน ส่วนการทำความสะอาดส่วนอื่น ๆ ของบ้านก็ช่วยกัน ในระหว่างนี้ที่เสี่ยวอิงยังอยู่ก็ช่วยกันไปก่อน” ป้าลู่อธิบายหน้าที่หลักของเธออย่างละเอียด รวมถึงบอกหน้าที่ของตนเองด้วย“ค่ะป้าลู่ ป้าไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณหรอกค่ะ เราก็ทำงานให้คุณเฉินเหมือนกัน” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและสุภาพ มองสาวใช้อีกคนที่กำลังหั่นผักไปด้วยใบหน้าที่ดูเศร้า น้ำตาของเธอกำลังไหลอาบแก้มพลางใช้แขนเสื้อยกเช็ดไปด้วย“เป็นอะไรไป
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6 เสี่ยวจ้าน เสี่ยวเจิน
การปลุกเด็กน้อยให้ตื่นนอนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องเลือกวิธีการปลุกให้ดี ไม่ให้เด็กตื่นมาพร้อมกับอารมณ์ที่งอแง ดังนั้นหญิงสาวตัดสินใจที่จะใช้วิธีปลุกอย่างที่เคยเห็นพี่สะใภ้ของตนปลุกหลานชายจ้าวหลันเฟยเดินเข้าไปนั่งข้างเตียงของเด็กหญิงแฝดคนน้องก่อน จากนั้นก็เขย่าตัวเบา ๆ“คุณหนูเล็กตื่นได้แล้วค่ะ” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความนุ่มนวล ปลายนิ้วเรียวมือก็เขี่ยแก้มเล็ก ๆ นั้นด้วยความเอ็นดู จากนั้นก็ดึงผ้าห่มออกและเลื่อนมือไปจิ้มที่เอวน้อย ๆ ให้เด็กหญิงตื่น“ตื่นได้แล้วค่ะ นี่แน่ะ นี่แน่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่หยอกล้อแล้วขยับนิ้วหยอกเบา ๆเมื่อได้รับสัมผัสที่คุ้นเคยด้วยวิธีปลุกนั้นเด็กหญิงเฉินจินเจินก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเบา ๆ งัวเงียตื่นขึ้นมาแล้วเห็นชุดที่มารดาเคยสวมใส่ก็โผล่เข้ากอดโดยที่ยังเห็นใบหน้าไม่ชัด“หม่าม้า หม่าม้ากลับมาแล้ว เสี่ยวจ้าน หม่าม้ากลับมาแล้ว” เสียงเล็ก ๆ นั้นร้องบอกพี่ชายในขณะที่สวมกอดจ้าวหลันเฟยเอาไว้แน่น เฉินจินจ้านงัวเงียตื่นขึ้นมาเห็นแค่แผ่นหลังในชุดนั้นก็รีบเข้าไปสวมกอด ทำเอาตอนนี้จ้าวหลันเฟยทำตัวไม่ถูกเช่นเดียวกันกับเสี่ยวอิงที่ยืนคิ้
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7 การต่อต้าน
หลังจากที่อาบน้ำและแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จ้าวหลันเฟยก็พาเด็ก ๆ ไปนั่งในห้องนั่งเล่น เริ่มตันกิจกรรมด้วยการวาดรูปและระบายสี“เมื่อไหร่เธอจะพาเล่นอะไรสนุก ๆ ที่ว่า” เฉินจินจ้านถามพลางกอดอกด้วยความไม่พอใจ รู้สึกเหมือนว่ากำลังโดนหลอกอยู่“เสี่ยวจ้าน ต้องเรียกพี่หลันเฟยสิ จะเรียกเธอได้อย่างไร” เฉินจินเจินบอกพี่ชายด้วยน้ำเสียงที่ทำราวกับว่าตัวเองนั้นโตกว่าเขาหลายปีนัก“ยังก่อนค่ะ ก่อนอื่นฉันอยากให้คุณหนูทั้งสอง วาดภาพและระบายสีครอบครัวในจินตนาการว่าเป็นอย่างไร ในระหว่างนั้นฉันจะไปเตรียมของเอาไว้อย่างไรเล่า” เธอบอกอย่างใจเย็น เลี้ยงเด็กคนเดียวก็ง่ายอยู่หรอก โดยเฉพาะคนน้องที่ดูเหมือนว่าจะยอมรับเธอง่าย ๆ แต่กับคนพี่นี่สิยังคงแฝงไว้ด้วยการต่อต้านอยู่ลึก ๆ“ได้ ตกลง ผมจะเชื่อพี่” เขาพูดแล้วลดท่าทีลง จากนั้นเสี่ยวอิงก็ช่วยเตรียมกระดาษและสีของเด็ก ๆ แล้วให้นั่งแยกกันระบายสีคนละมุม ในขณะที่จ้าวหลันเฟยไปเตรียมของที่เธอจะนำมาให้เด็ก ๆ ได้เล่นสนุกกันจ้าวหลันเฟยเข้าไปในครัว ถามหากระป๋องที่ไม่ใช้แล้วจากลู่หง พอดีว่ามีกระป๋องเหล็กจากนมข้นหวานอยู่ จึงให้ลุงกู่ช่วยฝนขอบที่มีลักษณะมีคมออกให้ แล้วเจาะรู
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8 คนแปลกหน้า
เมื่อมีคนยื่นมือมาเพื่อที่จะร่วมทุนด้วยย่อมเป็นข่าวดีของบริษัท เฉินอี้เซียวจึงเตรียมตัวต้อนรับนักธุรกิจลึกลับนั้นด้วยความยินดีหยางหมิงซวนลูกน้องผู้ติดตามและเป็นมือขวาในการทำงานทุกอย่าง เคาะประตูห้องแล้วเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ไม่สู้ดีนัก“มีอะไร” เขาถามเมื่อเห็นสีหน้านั้น“แขกที่นัดไว้มาถึงแล้วครับ แต่ว่า..” เขาหยุดพูดด้วยความลังเล“ว่ามา”“เธอคือคุณฟู่ ฟู่ชิงชิงครับ” พอได้ยินชื่ออดีตภรรยาเขาก็นิ่งไปชั่วครู่ ทำให้อาหมิงรู้สึกลังเล“คุณเฉินจะให้เธอเข้ามาไหมครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจ เฉินอี้เซียวพยักหน้า เขาเองก็อยากรู้ว่าฟู่ชิงชิงต้องการอะไรจากเขาอีกเมื่ออาหมิงออกไปอดีตคุณนายเฉินก็เดินเข้ามา ชุดที่เธอสวมใส่นั้นเป็นแบบสมัยนิยม เสื้อคอจีนสีขาว แขนกระบอกยาวคลุมข้อมือ และกางเกงขายาวสีดำที่รัดรูปตัดกับเสื้อสีขาวตัวบน เอวคาดเข็มขัดขนาดใหญ่ กระเป๋าที่สะพายก็เป็นกระเป๋าถือผู้หญิงที่กำลังเป็นที่นิยมในสมัยนี้“คุณมาทำไม” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย“ฉันมาเพื่อช่วยคุณ ฉันกำลังจะแต่งงานกับเจ้าของห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้... ไม่สิ ต้องบอกว่าใหญ่ที่สุดใ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9 สงสัย
เพราะทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนการ อาหมิงจึงโทรกลับมาที่บ้านเพื่อบอกลู่หงว่าวันนี้จะพาเฉินอี้เซียวกลับบ้านตามเวลาปกติเพื่อให้เตรียมอาหารเย็นเอาไว้จ้าวหลันเฟยทำอาหารเย็นให้เด็ก ๆ ตามสูตรที่เขียนระบุอย่างชัดเจน ในขณะที่ลู่หงและเสี่ยวอิงช่วยกันทำอาหารเย็นด้วยกัน“ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะเก่งมากเลยนะหลันเฟย ดูแลคุณหนูได้อยู่หมัดตั้งแต่วันแรก ตอนพี่เลี้ยงคนก่อนลาออกไปแล้วให้เสี่ยวอิงช่วยดูแลชั่วคราว เราสองคนรับมือคุณหนูทั้งสองแทบไม่ไหว” ป้าลู่บ่นไปยิ้มไปด้วยความชื่นชม“ฉันน่าจะเคยเลี้ยงเด็กมาก่อน สัญชาตญาณบอกว่าอย่างนั้น” จ้าวหลันเฟยรับบทพี่เลี้ยงความจำเสื่อมกับทุกคน เพราะไม่อย่างนั้นอาจตามมาด้วยคำถามถึงที่มาและบ้านเกิด ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร“สวย ๆ อย่างพี่หลันเฟยก็น่าจะแต่งงานมีครอบครัวแล้วหรือเปล่า อายุพี่ก็น่าจะออกเรือนไปแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้ครอบครัวของพี่จะเป็นอย่างไร ฉันขอให้พี่จำได้และได้กลับบ้านเร็ว ๆ นะ” เสี่ยวอิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เห็นใจ“แต่ฉันไม่อยากให้รีบจำได้ อยากให้ช่วยดูแลคุณหนูไปนาน ๆ” ป้าลู่พูดแล้วหัวเราะอย่างชอบใจจ้าวหลันเฟยได้แต่ยิ้มรับ ภายในใจขมขื่นไม่น้อย ใช่แล้ว.
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10 เปลี่ยนแผน
เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากห้องห้องน้ำที่อยู่ถัดจากห้องนอนของเด็ก ๆ ขณะที่กำลังเดินผ่านก็ได้ยินเสียงหัวเราะของลูกแฝดทั้งสองดังเล็ดลอดออกมา ตอนแรกว่าจะเข้าไปตำหนิ แต่เมื่อได้ยินเสียงของพี่เลี้ยงมือใหม่ผสมออกมา ตนอยู่ในสภาพที่แต่งกายไม่เรียบร้อยจึงเปลี่ยนใจไม่ได้เข้าไป ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเธอในการกำราบลูกทั้งสองของเขาเมื่อกลับเข้าไปในห้องและกำลังแต่งตัว เสียงพูดคุยก็ดังทะลุมาจากประตูห้องที่เชื่อมหากัน เสียงของจ้าวหลันเฟยที่กำลังพูดกับเด็ก ๆ เขาแต่งตัวไปและเงี่ยหูฟังไปด้วยว่าเธอจะจัดการกับเจ้าตัวเล็กอย่างไร“นี่ก็ได้นี่ก็เลยเวลาเข้านอนมามากแล้วนะคะ ฉันเล่านิทานจบแล้ว คุณหนูทั้งสองต้องทำตามสัญญานะคะ เข้านอนได้แล้วค่ะ” เธอบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและใจเย็น จำได้ที่พี่สะใภ้บอกว่าการเลี้ยงเด็กต้องใจเย็นให้มาก“แต่เรายังอยากฟังนิทานอีกเรื่อง พี่หลันเฟยเล่าให้ฟังหน่อยได้หรือไม่” เด็กหญิงตัวน้อยพูดเจื้อยแจ้วขอร้องขึ้นมา ในขณะที่เด็กชายเองก็อยากฟังแต่ไม่ได้ขอร้องเพราะยังมีท่าทีต่อต้าน ทั้ง ๆ ที่ในใจนั้นเอนเอียงไปหาพี่เลี้ยงคนใหม่มากแล้ว แต่ยังคงเขินอายที่จะแสดงการยอมรับ“ไม่ได้ค่ะ สัญญาก็เ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status