로그인นักวิทยาศาสตร์สาวทดลองเครื่องไทม์แมชชีน การทดลองผิดพลาด จาก 4 วัน กลายเป็น 40 ปี ทะลุมิติมาอยู่ในปี 1984 ก่อนตัวเองจะเกิดเสียอีก เมื่อหาทางกลับไปไม่ได้จึงจำใจต้องอยู่ที่นี่เพื่อรอปาฏิหาริย์ จับพลัดจับผลูได้มาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดของประธานหนุ่มพ่อม่ายเมียทิ้ง รับมือกับลูกว่ายากแล้ว รับมือกับคนพ่อยากยิ่งกว่า
더 보기The little girl could only let out a whimper as the figure outside kept banging her bedroom door, each strike was harder than the last... it was a miracle for the door to stand strong this long, "YOU BETTER OPEN THIS DOOR BRAT OR SO HELP ME I'LL BEAT YOU TILL YOU'RE BLACK AND BLUE." The dark figure bellowed.
She's gonna hurt me.The trembling girl knew that it was no empty threat. Tears rolled down her porcelain cheeks, her lips dry and chapped... thoughts, dangerous thoughts running through her head. Her heart pounding in her ears as she tried to calm down but it was no use.Her deep breaths turned into harsh ones, her eyes tearing up more as she curled into a corner.It'll be over soon... it'll be over soon... it'll be over soon...She tried to calmed herself down as she whispers these words over and over again, rocking her body back and forth...She'll go away, she has to go away! Please go away... please... please...Fear gripped her heart as repeat the words in her head.At a young age, she realized that no one will ever her... not even God.The banging stopped.Everything was quiet as if time stopped.A loud bang echoed through the halls as the door crashed on the wooden floors."What a bad girl! You made me break the door! You know what bad girls get?"Her mother walks into the room, a broken bottle in hand."No! Please no!" The trembling girl forced her weak knees to stand as she scrambled away fearing for her life but suddenly the wind was knocked out of her... her back hitting the wall. Her mother raised the bottle in the air, an evil smile plastered on her face."Bad girls get punished."________________________________________________________________________________________________________With a loud scream, I bolted awake, I looked around the empty room to make my shaking form calm down a bit. I sighed and brought my hands in front of me before burying my face in them."It was just a nightmare, she's not here, and you're safe."I mumbled reassuring myself as I sat back up. It's always the same nightmare, never changing. Like a broken cassette tape repeating that day over and over only to stop at that exact part before shutting down.The sound of the clock ticking filled the cold room. Each tick reminding me of a timer counting down, it made me feel uneasy. She usually comes at this exact time, 11 pm, and if she did... I shivered at the thought; she can't find me right?I brushed the thought aside, there's no use in thinking too much, no use in dreading about the past.I fiddled with the hem of my shirt distracted with my thoughts from its recent turmoil."It's okay, no one is going to hurt you." I reassured the black void in my heart, "She will never find you... you're not Brianna anymore. When you left that house, you left everything behind including your name. From then on your Midnight, the past doesn't matter you're Midnight now.""I am Midnight."ผู้อำนวยการวัยสามสิบหกมองดูจ้าวหลันเฟยด้วยสายตาที่สนใจ การข้ามเวลาของเธอกับความจำที่หายไปทำให้รู้ว่าการเดินทางข้ามเวลานั้นมีผลต่อความทรงจำ ดังนั้นการทดสอบครั้งที่สามจึงยังไม่ถูกอนุมัติในช่วงนี้การทำงานที่จริงจังของเธอและสีหน้าที่จริงจังเวลาทำงานทำให้เขารู้สึกสนใจเธอและอดที่จะละสายตาไปไม่ได้ และสิ่งนั้นโจวอี้หลิงก็สังเกตได้ และยินดีหากว่าผู้อำนวยการหนุ่มจะสนใจจ้าวหลันเฟย“ทุกคน ผู้อำนวยการเฉินซื้อเครื่องดื่มมาฝาก” เสียงของคนในทีมเรียกให้ทุกคนวางมือจากงานแล้วมารับเครื่องดื่มของตน“กาแฟนม เพิ่มน้ำเชื่อมสองปั๊ม” เขาพูดขึ้นมาจากด้านหลังของจ้าวหลันเฟยหญิงสาวหันกลับไปพบว่าผู้อำนวยการเฉินยื่นเครื่องดื่มเข้ามาให้เธอ“เอ่อ ขอบคุณค่ะ” เธอรับเอาไว้แล้วมองสายตาของเขาที่สนใจเธออย่างเปิดเผย“ของพวกเราได้เอสเปรสโซ่เย็นเหมือนกันหมด ทำไมหลันเฟยเธอจึงได้ต่างจากคนอื่น” มีเสียงพูดหยอกเย้าดังขึ้นมา ทำให้นักวิทยาศาสตร์สาวออกอาการเขินอายเล็กน้อย“ทำไมของฉันไม่เหมือนคนอื่นคะ”“เราชอบเมนูเดียวกัน ผมเลยจำได้ไม่ยาก” เขาอธิบายแล้วยิ้มให้แก่เธอสาย
ณ อาคารวิจัย A ชั้น 1 บริษัทดับเบิ้ลยูเอเทคโนโลยี ไฟฟ้าในห้องทดลองกะพริบเล็กน้อยเหมือนว่าไฟตกวูบไปชั่วครู่“กำลังไฟไม่พอ รีบหยุดการทำงาน” โจวอี้หลิงตะโกนเสียงดังเพื่อให้หยุดการทดลอง แต่ก็สายเกินไปเมื่อคนในเครื่องไทม์แมชชีนหายวับไปกับตา“หลันเฟย” เขาร้องเสียงหลงแล้ทรุดตัวนั่งลงด้วยความเป็นกังวล ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้างในตอนนี้“เธอกลับมาแล้ว” สักพักก็มีเสียงคนดังขึ้น ร่างของจ้าวหลันเฟยกลับมาอยู่ในเครื่องไทม์แมชชีนพร้อมกับประตูที่เปิดออกโดยอัตโนมัติ เธอถูกพาตัวออกมาในสภาพที่กำลังสะลึมสะลือ“หลันเฟย ได้ยินฉันไหม” โจวอี้หลิงถามด้วยความห่วงใย“ศาสตราจารย์ ฉัน..ฉัน..” พูดจบสติเธอก็ดับวูบไป โจวอี้หลิงให้คนพาเธอนำส่งโรงพยาบาลทันทีร่างของจ้าวหลันเฟยที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ไม่ได้เป็นอะไรมาก หมอบอกว่าเธอแค่อ่อนเพลียและร่างกายขาดสารอาหารไปก็เท่านั้น จึงให้น้ำเกลือเธอพร้อมกับยาบำรุงเพื่อให้ร่างกายเธอฟื้นตัวได้เร็ว“เธอเป็นอะไรมากไหม” ศาสตราจารย์จางที่สวมชุดของโรงพยาบาลเข้ามาเยี่ยม เข
ท่ามกลางความเงียบงันในโถงทางเดิน แต่อึดใจนี้กลับเต็มไปด้วยมวลความรู้สึกที่อัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออกคำถามของเจียงหานยังคงวนเวียนอยู่ ในขณะที่หัวใจของเฉินจินเจินเต้นประท้วงอยู่ในอกอย่างรุนแรงครูหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนเฉินจินเจินสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นหอมสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเธอ แววตาที่เคยขี้เล่นบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความจริงจังและนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน“เฉินจินเจินครับ...” เขาเรียกชื่อจริงของเธอเป็นครั้งแรกด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทำให้เธอหน้าร้อนวูบ“คนที่ผมชอบ คนที่ผมบอกครูโจวว่าชอบมากจนรับใจใครอีกไม่ได้ คนคนนั้นก็คือคุณ”เฉินจินเจินเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกราวกับโลกทั้งใบหยุดเคลื่อนไหว“คุณ... ว่ายังไงนะ”“ผมรักคุณครับ” เจียงหานย้ำชัดถ้อยชัดคำอย่างหนักแน่น ไร้ซึ่งร่องรอยของการล้อเล่นอย่างที่เคยเป็นมา“ที่ผมคอยกวนประสาทคุณ ที่ผมพยายามหาเรื่องมาเจอหน้าคุณทุกวัน หรือแม้แต่จดหมายขอโทษพวกนั้น ผมไม่ได้ทำไ
หลังเลิกเรียน บรรยากาศในโรงเรียนเริ่มเงียบเหงาลงบ้างแล้ว เฉินจินเจินจัดเก็บข้าวของบนโต๊ะด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก ภาพที่โรงอาหารตอนเที่ยงยังคงติดตาครูสาวเดินเลี่ยงออกมาทางสวนหย่อมด้านหลังอาคารเพื่อไปที่ลานจอดรถ แต่แล้วฝีเท้าของเธอก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยแว่วมาจากมุมตึกเธอไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทแอบฟัง แต่ภาพตรงหน้าทำให้เธอขยับขาไม่ออก ครูโจว ครูสาวผู้อ่อนหวานจากแผนกคณิตศาสตร์ กำลังยืนอยู่ตรงหน้า เจียงหาน ในมือกำลังยื่นจดหมายสีชมพูให้เขาด้วยท่าทางเอียงอาย“ครูเจียงคะ ฉันชอบคุณค่ะ ชอบมานานแล้ว ถ้าไม่รังเกียจ เราลองคบกันดูได้ไหมคะ”เฉินจินเจินรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายบีบรัดตัวอย่างรุนแรง เธอกลั้นหายใจรอฟังคำตอบ และคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของเจียงหานก็ทำให้โลกทั้งใบของเธอเหมือนจะหยุดหมุน“ผมขอบคุณมากนะครับครูโจวที่รู้สึกดีกับผม แต่ผมรับไว้ไม่ได้จริงๆ เพราะตอนนี้ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้วครับ และผมก็ชอบเธอมากด้วย” เจียงหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าหนักแน่นคำว่า 'มีคนที่ชอบแล้ว' ไม่ได้แค่ทำให้ค
หลังจากทักทายแขกเหรื่อที่มาร่วมงานได้สักพัก ก็ถึงเวลาที่จะปิดตัวนวัตกรรมใหม่ของบริษัทเฉินเทคโนโลยีที่ทุกคนรอคอยแคชเชอร์ ถูกฉายภาพขึ้นที่หน้าจอโพรเจคเตอร์ ระบุถึงคุณสมบัติและการใช้งานที่ง่ายและรวดเร็ว เชื่อมโยงข้อมูลไปยังโปรแกรมสำนักงานอื่น ๆ ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน เรียกเสียงปรบมื
เสี่ยวอิงและสาวใช้คนใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามากำลังพาคุณหนูทั้งสองไปอาบน้ำเพื่อที่จะเตรียมตัวเข้านอนในระหว่างนั้นจ้าวหลันเฟยก็อยู่ในห้องทำงานของเฉินอี้เซียว มองดูใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีของเขาก็ยิ้มตาม“มีอะไรคะ เอาแต่ยิ้มแบบนี้ ฉันไม่เข้าใจหรอกนะคะ” เธอถามพลางหัวเราะเบา ๆ
ร่างเพรียวบางที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนตัวของเฉินอี้เซียวเต็มไปด้วยสีหน้าที่เย้ายวน สะโพกเล็กเคลื่อนไหวอย่างเนิบนาบหากแต่กดแรงลงมาอย่างเน้นหนัก ทำเอาเจ้าของสะโพกสอบคำรามในลำคอด้วยความพึงพอใจสองมือกุมทรวงอกอิ่มทั้งสองก้อนเอาไว้ มองดูมันกระเพื่อมไหวตามแรงที่โยกไปมาอย่างเพลินตา ก่อนที่หญิงสาวจ
เทศกาลปีใหม่สากลที่กำลังจะมาถึง ทำให้ทุกคนล้วนตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมของชาติตะวันตกเริ่มแทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมจีนบริษัทเฉินเทคโนโลยีเองก็เช่นกัน ได้ประกาศให้วันที่ 31 ธันวาคม และวันที่ 1 มกราคม เป็นวันหยุดของบริษัท แล้วให้พนักงานทำงานให้แล้วเสร็จในวันสุดท้าย ก