로그인นักวิทยาศาสตร์สาวทดลองเครื่องไทม์แมชชีน การทดลองผิดพลาด จาก 4 วัน กลายเป็น 40 ปี ทะลุมิติมาอยู่ในปี 1984 ก่อนตัวเองจะเกิดเสียอีก เมื่อหาทางกลับไปไม่ได้จึงจำใจต้องอยู่ที่นี่เพื่อรอปาฏิหาริย์ จับพลัดจับผลูได้มาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดของประธานหนุ่มพ่อม่ายเมียทิ้ง รับมือกับลูกว่ายากแล้ว รับมือกับคนพ่อยากยิ่งกว่า
더 보기ผู้อำนวยการวัยสามสิบหกมองดูจ้าวหลันเฟยด้วยสายตาที่สนใจ การข้ามเวลาของเธอกับความจำที่หายไปทำให้รู้ว่าการเดินทางข้ามเวลานั้นมีผลต่อความทรงจำ ดังนั้นการทดสอบครั้งที่สามจึงยังไม่ถูกอนุมัติในช่วงนี้การทำงานที่จริงจังของเธอและสีหน้าที่จริงจังเวลาทำงานทำให้เขารู้สึกสนใจเธอและอดที่จะละสายตาไปไม่ได้ และสิ่งนั้นโจวอี้หลิงก็สังเกตได้ และยินดีหากว่าผู้อำนวยการหนุ่มจะสนใจจ้าวหลันเฟย“ทุกคน ผู้อำนวยการเฉินซื้อเครื่องดื่มมาฝาก” เสียงของคนในทีมเรียกให้ทุกคนวางมือจากงานแล้วมารับเครื่องดื่มของตน“กาแฟนม เพิ่มน้ำเชื่อมสองปั๊ม” เขาพูดขึ้นมาจากด้านหลังของจ้าวหลันเฟยหญิงสาวหันกลับไปพบว่าผู้อำนวยการเฉินยื่นเครื่องดื่มเข้ามาให้เธอ“เอ่อ ขอบคุณค่ะ” เธอรับเอาไว้แล้วมองสายตาของเขาที่สนใจเธออย่างเปิดเผย“ของพวกเราได้เอสเปรสโซ่เย็นเหมือนกันหมด ทำไมหลันเฟยเธอจึงได้ต่างจากคนอื่น” มีเสียงพูดหยอกเย้าดังขึ้นมา ทำให้นักวิทยาศาสตร์สาวออกอาการเขินอายเล็กน้อย“ทำไมของฉันไม่เหมือนคนอื่นคะ”“เราชอบเมนูเดียวกัน ผมเลยจำได้ไม่ยาก” เขาอธิบายแล้วยิ้มให้แก่เธอสาย
ณ อาคารวิจัย A ชั้น 1 บริษัทดับเบิ้ลยูเอเทคโนโลยี ไฟฟ้าในห้องทดลองกะพริบเล็กน้อยเหมือนว่าไฟตกวูบไปชั่วครู่“กำลังไฟไม่พอ รีบหยุดการทำงาน” โจวอี้หลิงตะโกนเสียงดังเพื่อให้หยุดการทดลอง แต่ก็สายเกินไปเมื่อคนในเครื่องไทม์แมชชีนหายวับไปกับตา“หลันเฟย” เขาร้องเสียงหลงแล้ทรุดตัวนั่งลงด้วยความเป็นกังวล ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้างในตอนนี้“เธอกลับมาแล้ว” สักพักก็มีเสียงคนดังขึ้น ร่างของจ้าวหลันเฟยกลับมาอยู่ในเครื่องไทม์แมชชีนพร้อมกับประตูที่เปิดออกโดยอัตโนมัติ เธอถูกพาตัวออกมาในสภาพที่กำลังสะลึมสะลือ“หลันเฟย ได้ยินฉันไหม” โจวอี้หลิงถามด้วยความห่วงใย“ศาสตราจารย์ ฉัน..ฉัน..” พูดจบสติเธอก็ดับวูบไป โจวอี้หลิงให้คนพาเธอนำส่งโรงพยาบาลทันทีร่างของจ้าวหลันเฟยที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ไม่ได้เป็นอะไรมาก หมอบอกว่าเธอแค่อ่อนเพลียและร่างกายขาดสารอาหารไปก็เท่านั้น จึงให้น้ำเกลือเธอพร้อมกับยาบำรุงเพื่อให้ร่างกายเธอฟื้นตัวได้เร็ว“เธอเป็นอะไรมากไหม” ศาสตราจารย์จางที่สวมชุดของโรงพยาบาลเข้ามาเยี่ยม เข
ท่ามกลางความเงียบงันในโถงทางเดิน แต่อึดใจนี้กลับเต็มไปด้วยมวลความรู้สึกที่อัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออกคำถามของเจียงหานยังคงวนเวียนอยู่ ในขณะที่หัวใจของเฉินจินเจินเต้นประท้วงอยู่ในอกอย่างรุนแรงครูหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนเฉินจินเจินสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นหอมสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเธอ แววตาที่เคยขี้เล่นบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความจริงจังและนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน“เฉินจินเจินครับ...” เขาเรียกชื่อจริงของเธอเป็นครั้งแรกด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทำให้เธอหน้าร้อนวูบ“คนที่ผมชอบ คนที่ผมบอกครูโจวว่าชอบมากจนรับใจใครอีกไม่ได้ คนคนนั้นก็คือคุณ”เฉินจินเจินเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกราวกับโลกทั้งใบหยุดเคลื่อนไหว“คุณ... ว่ายังไงนะ”“ผมรักคุณครับ” เจียงหานย้ำชัดถ้อยชัดคำอย่างหนักแน่น ไร้ซึ่งร่องรอยของการล้อเล่นอย่างที่เคยเป็นมา“ที่ผมคอยกวนประสาทคุณ ที่ผมพยายามหาเรื่องมาเจอหน้าคุณทุกวัน หรือแม้แต่จดหมายขอโทษพวกนั้น ผมไม่ได้ทำไ
หลังเลิกเรียน บรรยากาศในโรงเรียนเริ่มเงียบเหงาลงบ้างแล้ว เฉินจินเจินจัดเก็บข้าวของบนโต๊ะด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก ภาพที่โรงอาหารตอนเที่ยงยังคงติดตาครูสาวเดินเลี่ยงออกมาทางสวนหย่อมด้านหลังอาคารเพื่อไปที่ลานจอดรถ แต่แล้วฝีเท้าของเธอก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยแว่วมาจากมุมตึกเธอไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทแอบฟัง แต่ภาพตรงหน้าทำให้เธอขยับขาไม่ออก ครูโจว ครูสาวผู้อ่อนหวานจากแผนกคณิตศาสตร์ กำลังยืนอยู่ตรงหน้า เจียงหาน ในมือกำลังยื่นจดหมายสีชมพูให้เขาด้วยท่าทางเอียงอาย“ครูเจียงคะ ฉันชอบคุณค่ะ ชอบมานานแล้ว ถ้าไม่รังเกียจ เราลองคบกันดูได้ไหมคะ”เฉินจินเจินรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายบีบรัดตัวอย่างรุนแรง เธอกลั้นหายใจรอฟังคำตอบ และคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของเจียงหานก็ทำให้โลกทั้งใบของเธอเหมือนจะหยุดหมุน“ผมขอบคุณมากนะครับครูโจวที่รู้สึกดีกับผม แต่ผมรับไว้ไม่ได้จริงๆ เพราะตอนนี้ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้วครับ และผมก็ชอบเธอมากด้วย” เจียงหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าหนักแน่นคำว่า 'มีคนที่ชอบแล้ว' ไม่ได้แค่ทำให้ค
เทศกาลปีใหม่สากลที่กำลังจะมาถึง ทำให้ทุกคนล้วนตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมของชาติตะวันตกเริ่มแทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมจีนบริษัทเฉินเทคโนโลยีเองก็เช่นกัน ได้ประกาศให้วันที่ 31 ธันวาคม และวันที่ 1 มกราคม เป็นวันหยุดของบริษัท แล้วให้พนักงานทำงานให้แล้วเสร็จในวันสุดท้าย ก
ขณะที่นั่งรถกลับไปยังคฤหาสน์สกุลเฉิน บนรถเต็มไปด้วยความเงียบมาตลอดทาง มีเพียงเสียงสะอื้นเบา ๆ ที่หลุดออกมาจากเด็กน้อยทั้งสองที่ตอนนี้แม้จะหลับไปแล้วแต่แรงสะอื้นก็ยังคงมีอยู่เล็กน้อยจ้าวหลันเฟยเม้มปากแน่น รู้สึกโกรธแค้นอดีตคุณนายเฉินและไม่ถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก นี่สินะที่เขาเรียกว่า ‘ไม่ชอบขี้หน้า’
ขณะที่เสี่ยวอิงช่วยพาเด็ก ๆ อาบน้ำ ก็ลอบสังเกตสีหน้าของจ้าวหลันเฟยอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ที่เฉินอี้เซียวบอกให้เธอนั่งร่วมโต๊ะอาหารและประกาศว่าเป็นหุ้นส่วนของบริษัทหญิงสาวก็มีสีหน้าลำบากใจแทนที่จะยินดี“เป็นอะไรไปหรือเปล่าคะพี่หลันเฟย สีหน้าพี่ดูไม่ค่อยดีเลย... ไม่ใช่สิหรือฉันต้องเรียกว่าคุณจ้าวแล้ว” ค
หลังจากส่งเฉินจินจ้านและเฉินจินเจินเข้านอนแล้ว จ้าวหลันเฟยก็เดินออกมาจากห้องนอนของทั้งสอง แล้วเจอเข้ากับเฉินอี้เซียวที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีน้ำเงินเข้มที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำพอดีหญิงสาวไม่ได้ตกใจกับสาบเสื้อที่แหวกจนเห็นแผงอก เธอยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปด้วยสีหน้าและท่าทางที่เป็นปกติ ยุคสม





