بيت / รักโบราณ / ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย / บทที่ 8 เรือนใหม่และเงาของจวน

مشاركة

บทที่ 8 เรือนใหม่และเงาของจวน

مؤلف: moonlight -mini
last update تاريخ النشر: 2025-12-10 14:13:40

บทที่ 8 เรือนใหม่และเงาของจวน

“กดตัวเองจนชินแล้วหรือ”

เสียงเย็นของหลิงจงดังขึ้นจากด้านหลัง หลี่เหลี่ยงหรงไม่แม้แต่จะหันมอง ไม่ตอบ ไม่ปริปากสักคำ ตั้งแต่เรื่องคืนนั้นนางไม่เคยพูดกับเขาให้รู้เรื่องอีกเลยตั้งแต่เกิดเรื่องนางยังไม่ปริปากพูดคุยกับเขาให้รู้เรื่องสักคำ

“นายน้อยเข้าไปในเรือนเถอะเจ้าค่ะ” จางซี่เอ่ยเชิญ แต่หลี่เหลี่ยงหรงเพียงเดินไปยังเรือนใหม่ที่จัดไว้ให้ตนเอง สีหน้าเรียบนิ่งจนไม่อาจอ่านออก

“เรือนนี้ไม่เคยมีเจ้าของมาก่อน แต่ก็ดูไม่เก่าเลยนะ” หลิงจงเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ แต่จางซี่กลับรีบตอบ

“ที่จริงก็เก่าเจ้าค่ะ แต่เมื่อวานข้าพาคนที่เรือนของนายน้อยมาทำความสะอาด ลำพังข้าคนเดียวคงทำไม่ไหว”

หลิงจงหัวเราะหึในลำคอ

“ก็คงต้องเป็นเช่นนั้น เพราะฮูหยินของท่านพ่อมิเจียดแบ่งอะไรมาให้เลย เอาเงินนี่ไปหาอะไรมาเอานี่ไปตกแต่งเรือนให้นาง อย่าให้เสียหน้า ข้าไม่อยากให้ใครพูดว่าอนุของข้าต้องอยู่เรือนโทรม“ เขาล้วงเงินออกมายื่นให้

จางซี่เร่งเข้าไปรับเงินนั้นแต่หลี่เหลี่ยงหรงรีบห้ามนางเอาไว้

“ไม่จำเป็นหรอกเจ้าค่ะ ลำบากกว่านี้ข้าก็เคย มิจำเป็นต้องวุ่นวาย”

หลิงจงก้าวเข้าใกล้จนหญิงสาวต้องเงยหน้ามอง

“ใครบอกว่าเรื่องนี้ข้าทำเพื่อเจ้า นี่มันเพื่อหน้าตาของข้าต่างหาก”

เขาพูดจบก็วางเงินไว้ในมือจางซี่แล้วเดินจากไป ทิ้งให้หลี่เหลี่ยงหรงทรุดนั่งลงที่เก้าอี้ ความพยายามทำตัวให้นิ่งเฉยต่อหน้าเขาเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าสิ่งใด

เพราะแม้ว่านางจะแสดงท่าทางเย็นชาเช่นนี้แต่แท้จริงแล้วภายในจิตใจไม่อาจจะลืมความรู้สึกที่เคยมีอีกฝ่ายได้รวดเร็วถึงเพียงนี้หรอก แต่เป็นเพราะนางไม่อาจจะรับการกระทำที่ป่าเถือนเช่นนี้ของเขาได้

ภายในใจนางปั่นป่วนรู้ทั้งรู้ว่าเขาอาจช่วยเพราะต้องการปกป้องนาง หรือเพราะทำตามคำสั่งของบิดาของนาง แต่ไม่ว่าเพราะเหตุผลใดก็ไม่ใช่เพราะมีใจให้นางอย่างแน่นอน เขาก็คงคิดว่าเขาสามารถที่จะช่วยนางได้ด้วยวิธีนี้

“นายหญิง” จางซี่สังเกตเห็นอาการของหลี่เหลียงหรงแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

“หือ...ทำไมหรือ”

“เป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ” เหลี่ยงหรงส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นอะไรหรอก เจ้ามีอะไรก็ไปทำเถอะ”

“ข้าจะช่วยนายหญิงจัดของเข้าเรือนให้เรียบร้อย”

หลี่เหลี่ยงหรงมองหีบเก่า ๆ เพียงไม่กี่ใบ นางเก็บเงินเพื่อสินเดิมของตนเอง และยังมีอีกส่วนที่บิดาตั้งใจเก็บเอาไว้ให้ ของที่นางหอบมามีแต่สิ่งที่เคยเตรียมไว้เป็นสินเดิมหวังว่าสักวันจะได้ใช้เมื่อออกเรือน นางเคยหมายใจจะซื้อชุดใหม่และของหลาย ๆ อย่างให้สมกับฐานะของหลิงจง แต่ยามนี้นางกลับหอบของเก่าทั้งหมดมาโดยไม่สนหน้าของสามีของตน

ก็ช่างปะไรนางไม่ได้เป็นฮูหยินของอีกฝ่ายเสียหน่อย จะไม่ทำตามธรรมเนียมก็คงไม่แปลก ส่วนเงินที่บิดาตั้งใจจะให้นางก็บอกให้อีกฝ่ายเก็บเอาไว้ดูแลตนเองจะดีกว่า เพราะไม่รู้ว่านางจะหาโอกาสกลับไปหาท่านได้มากน้อยเท่าใด

“ของเพียงเท่านี้ ข้าจัดเองได้”

“ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ หากนายน้อยเห็นข้านิ่งเฉยจะต่อว่าข้าแน่”

“บอกเขาว่าข้าอนุญาตก็ได้”

แม้หญิงสาวจะพูดว่าอนุญาตให้ไม่ช่วย แต่จางซี่ก็ยังอยู่ช่วยจนทุกอย่างเสร็จ

“แล้วหีบนั้นล่ะเจ้าคะ”

“ไม่ใช่ของข้า” ได้ยินเช่นนั้นจางซี่ก็ไปเปิดดูเมื่อเปิดออก จางซี่พบชุดผ้าใหม่ เครื่องประดับ ตั๋วเงินจำนวนหนึ่ง และจดหมายสั้น ๆ ที่ไม่ได้ใส่ซอง

“ของรับขวัญสะใภ้…”ของรับขวัญสะใภ้

“จากใครหรือ”

จางซี่มองกระดาษนั่น แล้วหันมาทำหน้าอ้ำอึ้งให้กับนางที่เป็นเจ้านายตน

“น่าจะเป็นของจากอนุซ่งเจ้าค่ะ”

“อนุซ่ง”

“เรื่องนี้ข้าไม่ควรพูด เอาไว้ท่านลองถามนายน้อยเองเถอะเจ้าค่ะ”

“ได้ เช่นนั้นก็วางเอาไว้อย่างนั้นก่อนเถอะ”

พอได้ยินคำของจางซี่แล้วก็นึกถึงข่าวลือหนึ่งขึ้นมาได้ ในจวนของเจ้าปกครองเมือง มีอนุมากมาย แต่กลับมีบุตรชายเพียงแค่หนึ่ง มิมีใครรู้ชัดว่าเขาเป็นบุตรชายของอนุคนไหน แต่ทุกคนรับรู้ว่าเขามีพ่อเป็นเจ้าปกครองเมือง ส่วนเรื่องของแม่นั้น คนข้างนอกก็เดาเอาว่าน่าจะเป็นภรรยาสักคนจากเจ้าปกครองเมือง แต่ต้องให้ฮูหยินเอกออกหน้าเป็นมารดานั่นก็เพราะต่อไปเขาจะเป็นทายาทปกครองเมืองนี้

“รู้ให้น้อยไว้จะดีกว่า” นางเอ่ยกับตัวเองเบา ๆ

หลายวันผ่านไปและเมื่อนางเข้ามาอยู่ในจวนแห่งนี้ก็ยิ่งเข้าใจคำที่บอกว่าเจ้าปกครองเมืองหลิงอันนั้นมีเชื้อสายจากกษัตริย์แคว้นใหญ่ ระเบียบเข้มงวดราวกับวังหลวง

ทุกอย่างที่นี่ราวกับอยู่ในวังหลวงจริง ๆ นางก็คงเป็นสนมขององค์ชายกระมัง องค์ชายที่เป็นรัชทายาทอีกด้วย

ฟังดูเหมือนดี แต่กลับเป็นชีวิตที่ถูกจับตามองตลอดเวลา ทั้ง ๆ ที่ฮูหยินใหญ่บอกเองว่าไม่ให้นางเสนอหน้าไปเรือนหลัก แต่กลับเรียกให้นางไปยกน้ำชาในตอนเช้าพร้อมกับอนุคนอื่น ๆ ของเจ้าปกครองเมือง โดยอ้างว่าเพื่อให้รู้จักกันและรับฟังเรื่องสำคัญของจวน แล้วยังมีเรื่องต่าง ๆ ที่จะต้องแจ้งให้ทราบ หากไม่ป่วยหรือตายก็ควรจะไป

แรก ๆ นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดฮูหยินใหญ่จึงชิงชังตนหนักหนา แต่เมื่ออยู่ไปหลายวัน จางซี่ก็มากระซิบข่าวหนึ่งที่ทำให้นางถึงกับชะงัก…

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3ทั้งสองไปหาท่านปู่ของเด็ก ๆ ทว่าในเรือนกลับไม่ได้มีเพียงอดีตเจ้าเมือง หากยังมีหลานชายสองคนรออยู่ก่อนแล้ว“อ้าวท่านพ่อท่านแม่ มาหาท่านปู่เหมือนกับหรือขอรับ” หลิงซ่งและน้องชาย หลิงซู่ นั่งอยู่ตรงนั้นพวกเขากำลังคุยด้วยสีหน้าเหมือนจะเคร่งเครียด แต่ทุกอย่างคงกระจ่างแล้วเพราะคนมีอายุหัวเราะและชี้หน้าหลานชายอย่างเหลืออด“อย่าบอกนะว่ามาเรื่องเดียวกัน” แม้จะอายุมากขึ้น แต่น้ำเสียงก็ยังดูมีอำนาจ“เรื่องอะไรหรือขอรับ ท่านพ่อ” หลิงจงถาม“ก็แม่หนูหลิวอวี้นั่นอย่างไรเล่า”“ท่านพ่อรู้แล้วหรือขอรับ”“ก็ไม่ได้อยากจะรู้หรอก แต่เจ้าหลานตัวดีมาบอกว่าจะไม่แต่งงาน อีกทั้งยังไม่ยอมเป็นทายาทด้วย หากไม่ได้คนนี้”“เช่นนั้นแสดงว่าท่านพ่อ”“ก็ต้องยอมน่ะสิ อีกอย่าง อาซ่งพาอาซู่มาเตรียมรอเอาไว้เรียบร้อย”หลิงซู่ยิ้มเจื่อน “หากท่านพี่ไม่มีปัญหา ข้าก็ไม่อยากรับตำแหน่งเจ้าปกครองเมืองหรอกขอรับ”คำตอบทำให้ผู้ใหญ่ในเรือนพยักหน้าลูกหลานตระกูลหลิงเติบโตมากับหน้าที่ แต่ก็รู้จักเลือกทางที่ตนถนัด ไม่หวงอำนาจโดยไร้เหตุผล ทุกคนก็ส่ายหัวน้อย ๆ เพราะบางเมืองทุกคนแย่งกันจะเป็นผู้สืบทอด แต่เพราะการเลี้ยงดูของหลิงจงและเ

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2หลิวอวี้เปิดดูหนังสือตำนานเจ้าปกครองเมืองหลิงจงและแม่เมืองหลี่เหลี่ยงหรงแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะในนั้นมีการแก้ไข หลายจุด ตามริมบันทึกมีอักษรลายมือแข็งแรงเขียนกำกับเอาไว้ว่า“ตรงนี้ไม่เป็นความจริงสักนิด แต่ข้าบอกได้อย่างว่าพวกท่านรักกัน” หลายครั้งจะเห็นข้อความเช่นนี้ถูกเขียนกำกับเอาไว้ หญิงสาวกัดริมฝีปากเบา ๆ “จะมาทำลายความฝันข้าทำไมกัน” หลิวอวี้บ่นอย่างไม่พอใจ แต่นางก็ยังอ่านไปเรื่อย ๆ ยิ่งอ่านก็ยิ่งพบความจริงที่ถูกเปิดเผยทีละเล็กทีละน้อย เรื่องราวบางตอนที่ไม่เคยมีใครรู้ถูกเล่าไว้ในนี้อย่างละเอียดจนหัวใจของนางสั่นไหว ความสงสัยและความอยากรู้พลุ่งพล่านยิ่งกว่าตอนอ่านตำนานเดิมเสียอีก“มาทำให้ข้าอยากรู้เข้าไปอีก…”หลิวอวี้เผลออ่านทั้งคืนจนแทบไม่ได้นอน และมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวยามนี้นางวนอ่านแล้วจินตนาการไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ๆ หากเป็นอย่างที่หลิงซ่งบอก ความรักของทั้งสองก็มิใช่ว่ายิ่งลำบากหรือ “จี้ซุน หากข้าอยากจะติดต่อกับคุณชายซ่งจะต้องทำเช่นไร” สาวใช้รีบส่ายหัว “ไม่เหมาะเจ้าค่ะ อีกอย่างหากนายท่านรู้เข้าจะต้องไม่พอใจแน่ ๆ”“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย แค่

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1“เจ้าปกครองเมืองซึ่งตอนนั้นยังเป็นเพียงทายาท ขี่ม้าข้ามวันข้ามคืนเพื่อกลับมาเจอกับภรรยาที่รักเป็นครั้งสุดท้าย แต่สวรรค์กลับเมตตาเมื่อเขามาถึงเมือง ก็ได้รับการรักษาจากหมอเทวดาจนปลอดภัย หลังจากนั้นเจ้าปกครองเมืองผู้เป็นบิดา เหน็ดเหนื่อยจากการดูแลบ้านเมือง พอเห็นบุตรชายเติบโตพร้อม จึงยกหน้าที่การปกครองเมืองนี้ให้แก่เจ้าปกครองเมืองหลิงจงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”เสียงพากย์ของละครเงาดังไปทั่วลาน ผู้คนเบียดเสียดเข้ามาชม หลิวอวี้ คุณหนูบุตรขุนนางชั้นสูงนั่งฟังด้วยดวงตาเป็นประกาย นางถึงกับตบมือเบา ๆ อย่างตื่นเต้น ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าตนแอบหลบออกมาจากเรือนโดยไม่บอกบิดาเพราะร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนัก หลิวอวี้ไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน วัน ๆ ได้เพียงอ่านตำราและเรื่องเล่าในตำนาน และเรื่องราวของเจ้าปกครองเมืองหลิงจงกับแม่เมืองหลี่เหลี่ยงหรงก็คือสิ่งที่นางโปรดที่สุด“เจ้าปกครองเมืองกับแม่เมืองสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ทำให้พวกเราไม่ต้องเผชิญกับภัยดินฟ้าอากาศ ได้มีความรู้และวิชาการมากขึ้น… ช่างเป็นตำนานความรักที่แม้แต่สวรรค์ก็ยังต้องยอมแพ้จริง ๆ“ยังไม่ทันขาดคำ เสียงหัวเราะหยันก็ดังขึ้นจากด

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 34 ครอบครัว

    บทที่ 34 ครอบครัวหลิงจงตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ร่างกายยังมีเหงื่อเย็นจับทั่วตัวแต่พิษในเลือดจางลงมากแล้ว กลิ่นยาสมุนไพรยังอบอวลในห้อง นัยน์ตาคมทอดมองคนที่นั่งพับเพียบหลับคาเตียง มือบางยังจับข้อมือเขาแน่นราวกลัวว่าหากปล่อยแล้วเขาจะหายไป“เจ้าจะเฝ้าข้าทั้งคืนเลยหรือ” เขาเอ่ยแผ่วเบาหลี่เหลี่ยงหรงลืมตาขึ้น เห็นเขาตื่นก็รีบยิ้มบาง “ท่านพี่…ดีเหลือเกินที่ท่านฟื้นแล้ว”คำเรียก ท่านพี่ ที่เพิ่งออกมาจากปากนางทำให้หลิงจงหัวเราะเบา ๆ “เมื่อครู่เรียกข้าว่าท่านพี่อีกแล้วนะ คราวนี้ไม่ใช่เพราะข้าบังคับใช่ไหม”“ก็เพราะข้าอยากเรียกเอง” นางก้มหน้าตอบเบา ๆ แก้มแดงระเรื่อหลิงจงยกมือจับมือของนางไว้ “ข้าไม่อยากให้เจ้ามีเพียงหน้าที่ของภรรยา แต่ให้เจ้ามีความสุขในฐานะสตรีที่ข้ารักที่สุด”หลี่เหลี่ยงหรงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา นางเห็นความจริงใจที่เปล่งประกายในดวงตาคู่นั้น “ข้าก็อยากมีความสุขเช่นนั้นเจ้าค่ะ… ข้าจะพยายามไม่กั้นหัวใจตนเองอีก”หลายวันต่อมา หลิงจงถูกสั่งห้ามออกไปค่ายทหาร เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในเรือนนอน ฟังเสียงบุตรหัวเราะคิกคักอยู่ในสวน และมองเหลี่ยงหรงเดินตรวจดูงานในจวน“เจ้าทำงานมากไปแล้วหรือไม่ เหลี่ย

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 33 ศึกที่ต้องชนะ

    บทที่ 33 ศึกที่ต้องชนะ“ท่านแม่ทัพ! เสบียงมาถึงแล้วขอรับ และมีจดหมายจากเรือนใหญ่ส่งมาด้วย” หลิงจงรีบรับจดหมายมาเปิดอ่าน ใบแรกเป็นคำแนะนำอย่างสุขุมของบิดา เตือนให้เขาอย่าสู้แบบคนเถื่อนเพราะจะเสียเปรียบ ทั้งความทนหิว ความหนาวร้อน และความโหดเหี้ยม คนเหล่านั้นย่อมมีมากกว่า แต่หากใช้กลยุทธ์ให้เหมาะสม ชัยชนะจะอยู่ไม่ไกลใบที่สองเมื่อเห็นลายมือ เขาก็อดยิ้มไม่ได้ เป็นจดหมายของหลี่เหลี่ยงหรง“รีบชนะศึกกลับมาได้แล้ว หากกลับมาได้เร็ว ข้าจะยอมเรียกท่านว่าท่านพี่สักครา” หลิงจงหัวเราะเบา ๆ ในคอ คำเพียงประโยคนั้นกลับทำให้เขารู้สึกว่าต้องชนะ ไม่เพียงเพื่อเมือง แต่เพื่อสตรีที่รอคอยเขา“พวกมันคิดว่าเรามีคนเพียงแค่นี้ไม่มีทางมีคนมาเติม” หลิงจงพูดกับตัวเองเบา ๆ “เรียกรองแม่ทัพมา!”เมื่อคนสนิทมาถึง หลิงจงก็สั่งให้ตั้งวงประชุม “เมื่อวานเจ้าบอกว่ามีคนของมันมาซุ่มดูตอนที่เราขนเสบียงใช่หรือไม่”“ขอรับท่านแม่ทัพ”“ดี ข้ามีแผนแล้ว และครานี้จะพลาดไม่ได้แม้เพียงก้าวเดียว”หลังจากพูดคุยกันอยู่สองชั่วยาม แผนการที่ฟังดูได้ผลก็ถูกเริ่มให้ดำเนินการตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเขาให้กองกำลังเสริมวิ่งมาตามทางที่เมื่อวาน มีการส

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 32 สงคราม

    บทที่ 32 สงครามสิ่งที่หลิงจงพูดกับบิดาในวันนั้นไม่ใช่คำขู่ลอย ๆ ชายแดนเริ่มมีปัญหามากขึ้นทุกวัน ราวกับพายุใหญ่ที่รอเพียงเวลาเหมาะสมจะถาโถมเข้าใส่ เขาเองก็เตรียมตัวรบมาตลอด เพียงแต่รอให้ข้าศึกเคลื่อนไหวก่อนช่วงหลัง ๆ นอกจากออกไปฝึกกองทัพ เขาก็ใช้เวลาอยู่กับบุตร ๆ และหลี่เหลี่ยงหรงให้มากที่สุด“ช่วงนี้มีอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ ข้าเห็นเหล่าขุนนางพูดคุยถึงแคว้นอื่นบ่อย ๆ หากจะเกิดอะไรขึ้นท่านก็ต้องแจ้งข้านะเจ้าคะ จะได้ตุนข้าวของเอาไว้ ไม่เพียงแค่สำหรับคนในจวน แต่ต้องคิดเผื่อชาวเมืองด้วย”หลิงจงหันมามองนางด้วยสายตาลึกซึ้ง “เจ้าเป็นห่วงทุกคน แล้วเป็นห่วงข้าหรือไม่”“ย่อมต้องเป็นห่วงสิเจ้าคะ ท่านเป็นบิดาของลูก ๆ ของข้า”“หาใช่คนรักของเจ้าหรือ” เหลี่ยงหรงเงียบไปครู่ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องนั้น…ท่านพยายามอยู่ไม่ใช่หรือ”คำพูดนั้นทำให้หลิงจงยิ้มบาง ๆ จริงอยู่ ช่วงนี้เขาทั้งหัดทำขนม วาดภาพ และแต่งกลอนให้กับนางราวกับกำลังเกี้ยวพา แต่มันเป็นการเกี้ยวที่เกิดขึ้นช้ากว่าปกติ ช้ากว่าจนพวกเขามีลูกแล้วถึงห้าคน “เหลี่ยงหรง ข้าพูดจริงนะ หากศึกครั้งนี้เริ่มขึ้น ข้าจะต้องออกนำรบด้วยตนเอง”“ท่านทำหน้าที่

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 28 ความรักที่ไม่เหมือนเดิม

    บทที่ 28 ความรักที่ไม่เหมือนเดิม“วันนี้เจ้าอยู่คนเดียวหรือ” เสียงทุ้มนิ่งของหลิงจงดังขึ้นเมื่อก้าวเข้าสู่เรือน“เจ้าค่ะ หลิงซ่งถูกปู่ของเขาเอาไปอีกแล้ว ข้าเลยให้จางซี่ไปเฝ้า ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ลูกกลับมาในคืนนี้”“ลูกไม่อยู่เจ้าก็ไม่คิดจะทำอย่างอื่นกับข้าหรือ พวกเราไม่ได้นอนด้วยกันนานแค่ไหนแล้ว เจ้

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 23 ศาลเมืองล่ม

    บทที่ 23 ศาลเมืองล่ม“เจ้าปกครองเมือง! เจ้าทำกับข้าเช่นนี้ทำไม!”เสียงเจ้าศาลหลักเมืองตะโกนโหยหวน แต่สายตาของเจ้าปกครองเมืองกลับเย็นเยียบ “ทำทำไมหรือ เจ้าลองคิดดูเองเถอะว่าเจ้ากระทำสิ่งใดไว้กับสายเลือดตระกูลข้า!”ฮูหยินที่เดินมาที่ลานกลางจวนก็ต้องหน้าซีดเผือดไปในทันทีเมื่อเห็นเจ้าศาลปกครองเมืองนอน

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 18 รักฝังแน่น

    บทที่ 18 รักฝังแน่นหลังจากคำถามคืนนั้น ความเงียบระหว่างทั้งสองปกคลุมไปทั้งห้อง บรรยากาศอึดอัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลี่เหลี่ยงหรงยังคงนิ่งเฉย ราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น แต่หลิงจงกลับไม่อาจปัดความคิดในหัวให้หายไปได้ยามค่ำคืน เมื่อสตรีข้างกายหลับสนิท ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นเดินสำรวจห้องอย่างเงียบงันเร

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 16 เงาที่คืบคลาน

    บทที่ 16 เงาที่คืบคลานหลังจากเรื่องราววุ่นวายผ่านไป จวนเจ้าปกครองเมืองก็กลับคืนสู่ความสงบนิ่ง…หรืออาจเป็นเพียงความสงบแบบคลื่นใต้น้ำที่รอวันปะทุ“พอกินยาที่หมอจัดให้แล้วร่างกายดีขึ้นหรือไม่” นี่กลายเป็นคำถามประจำของหลิงจงไปเสียแล้ว และคำตอบของหลี่เหลี่ยงหรงก็คล้าย ๆ กันทุกวัน “ดีกว่าเมื่อวานเจ้าค่

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status