مشاركة

บทที่ 7 ชีวิตในจวน

مؤلف: moonlight -mini
last update آخر تحديث: 2025-12-10 14:13:25

บทที่ 7 ชีวิตในจวน

ชีวิตของหลี่เหลี่ยงหรงยามนี้ราวกับหุ่นเชิด ถูกสั่งให้ทำสิ่งใดก็ต้องทำ เดินไปทางใดก็ต้องเดินไป ไม่มีสิทธิ์เลือกหนทางของตนเอง ตั้งแต่วันที่นางถูกเลือกให้เป็นเทพธิดา นางก็หมดสิทธิ์ในชะตากรรมของตนแล้ว

แม้วันนี้จะไม่ต้องบูชายัญ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการสูญเสียอิสรภาพอย่างสิ้นเชิง

“ดูจากที่หลิงจงไม่ใส่ใจแล้ว ข้าว่าเจ้าคงวางยาเขา เพื่อหนีจากการเป็นเทพธิดาบูชายัญใช่หรือไม่”

เสียงฮูหยินใหญ่ดังแหลม จ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการดูแคลน มองดูภาระที่นางต้องรับผิดชอบ

จวนนี้มิใช่วังหลวง แต่ทุกเรื่องเกี่ยวกับสตรีในจวนล้วนเป็นหน้าที่ของนางผู้เป็นฮูหยินเอกขแงเจ้าของจวน นั่นหมายความว่าชีวิตของหลี่เหลี่ยงหรงอยู่ในเงื้อมมือของนางโดยสมบูรณ์

“ฮูหยินใหญ่มีเรื่องด่วน”

“เรื่องอะไรก็รอก่อน ข้าจะต้องสั่งสอนนังคนไม่รู้ที่ต่ำที่สูงนี่ก่อน”

และทั้ง ๆ ที่โดนเคี่ยวกร่ำมาค่อนคืน ทั้ง ๆ ที่เป็นคืนแรก แต่หลี่เหลี่ยงหรงก็ยังถูกแม่เลี้ยงของหลิงจงสั่งทำโทษอย่างไม่มีเหตุไม่มีผล

อีกฝ่ายถึงขั้นนั่งเฝ้าการทำโทษเองแล้วก็ไม่มีใครกล้าที่จะยื่นมือเข้าไปยุ่ง แม้แต่หลิงจงที่เดินผ่านเพียงปรายตามองก็ไม่ได้เอ่ยปากห้าม ยิ่งทำให้ฮูหยินเอกที่เป็นแม่เลี้ยงของเขายิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่

“จำเอาไว้ หากจะอยู่ที่นี่ เจ้าต้องเชื่อฟังข้า ต่อให้เจ้าจะเป็นคนของหลิงจงก็ตาม”

หลี่เหลี่ยงหรงไม่เอ่ยแม้สักคำ แม้ร่างกายจะปวดระบมเพียงใด

“กลับไปเรือนของเจ้าเสีย วันนี้ข้าไม่ได้เตรียมเรือนเอาไว้ให้ พรุ่งนี้ข้าจะให้คนไปรับ”

คำพูดนี้คือสิ่งที่หลี่เหลี่ยงหรงอยากได้ยินที่สุด นางลุกขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วกลับเรือนของบิดาด้วยสภาพไร้วิญญาณ

บิดาของนางนั่งรออยู่แล้ว

“หลิงจงให้คนมาบอกพ่อว่า เจ้าจะไม่ต้องบูชายัญแล้ว”

รอยยิ้มฝืน ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลี่เหลี่ยงหรง

“เจ้าค่ะท่านพ่อ แต่ข้า…จะอยู่ปรนนิบัติท่านไม่ได้อีกแล้ว”

“พ่อรู้แล้ว เขาก็แจ้งพ่อไว้เช่นกัน ไม่เป็นอะไรหรอกลูก แค่เจ้ามีชีวิตรอดก็พอ แวะมาหาพ่อบ้างก็พอแล้ว”

นางน้ำตาคลอหน่วย

“ข้าจะมีหน้าไปมาหาท่านได้อย่างไร ท่านเป็นถึงบัณฑิตที่มีศิษย์มากมาย  แต่บุตรสาวกลับเข้าไปในจวนเจ้าเมืองในฐานะอนุ

“อย่าไปคิดมากเลยลูก มิใช่เมื่อก่อนเจ้าก็แสดงออกว่ามีใจให้เขา”

“นั่นมันเรื่องเมื่อก่อนเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากให้ใครดูแคลนท่าน”

บัณฑิตหลี่ยิ้มบาง ๆ “ไม่ต้องห่วงพ่อ อย่างไรฐานะของพ่อก็ไม่สูงส่งอยู่แล้ว เรื่องเช่นนี้ก็ไม่แปลก ขอแค่เจ้ามีชีวิตอยู่นั่นคือดีที่สุดแล้ว”

คำพูดนั้นทำให้หลี่เหลี่ยงหรงร้องไห้ออกมาอย่างหนัก นางอัดอั้นมาตั้งแต่วันที่ถูกเลือกให้เป็นเทพธิดา แม้ปากจะยอมรับชะตากรรมได้ แต่ความกลัวความตายยังติดค้างอยู่ การตายต่อให้ไม่กลัวก็กังวล เพราะนั้นเป็นสิ่งที่ไม่รู้และยังมาไม่ถึง

แต่ตอนนี้สิ่งที่นางกังวลกลับมากกว่านั้น เพราะเส้นทางชีวิตของนางมีตัวแปรมากมายจนไม่รู้ว่าควรก้าวเดินเช่นไร

“ไม่สบายใจก็ร้องไห้ออกมาลูก” มืออุ่นที่ลูบหัวนั้นไม่ได้ทำให้เหลี่ยงหรงสงบเลย แต่กลับร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม

คนเป็นพ่อที่เห็นอย่างนั้นก็เข้าใจความรู้สึก  บัณฑิตหลี่เพียงกอดบุตรสาวเงียบ ๆ เพราะรู้ดีว่าตนช่วยอะไรไม่ได้เลย

วันถัดมาหลี่เหลี่ยงหรงเข้ามาในจวนในฐานะอนุของหลิงจง ไม่มีสาวใช้คนไหนยอมเป็นสาวใช้ของนาง โชคยังดีที่หลานของแม่นมจางที่เคยดูแลหลิงจงมาแต่เด็กอาสาที่จะทำงานนี้ ไม่เช่นนั้นนางคงจะต้องลำบากยิ่งกว่านี้แน่ ๆ

“อนุห้ามมากินข้าวที่เรือนหลัก อาหารจะส่งให้จากส่วนกลาง หรือจะใช้เบี้ยหวัดที่ให้ไปซื้อเองก็ได้ แต่อย่าเสนอหน้าไปที่เรือนหลักหากไม่ได้ถูกเรียก!”

“เจ้าค่ะ” นางตอบรับน้ำเสียงราบเรียบราวกับไม่รู้สึกอะไรแล้ว

“ทั้งสวนก็ห้ามใช้ถ้าเกิดบรรดาคุณหนูหรือนายหญิงคนอื่น ๆ ใช้” นายหญิงที่นางว่าก็คืออนุของเจ้าปกครองเมือง แต่ตอนนี้ฐานะสูงกว่าอนุของบุตรชายอย่างหลิงจงตามขั้น

“เจ้าค่ะ”

“ห้ามใช้ประตูใหญ่ ให้ออกประตูด้านข้าง หากจะออกไปก็ใช้รถม้าของอนุ แม้จะมีแค่คันเดียว แต่ต้องใช้ร่วมกับอนุคนอื่น ๆ”  หลี่เหลี่ยงหรงอยากจะหัวเราะ นางไม่ใช่ก็ได้รถม้า เพราะตอนอยู่กับบิดาก็ไม่ได้ใช้

“ก็จะลำบากหน่อยเพราะมีแค่คันเดียว แต่อนุของเจ้าปกครองก็หลายคนอยู่ แม้เจ้าจะเป็นอนุของหลิงจงแต่ก็ต้องใช้ด้วยกัน”

“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” อธิบายยืดยาว ความหมายเท่าเดิม

“อีกอย่าง จำใส่หัวเอาไว้หากหลิงจงไม่ได้เรียกเจ้าอย่านำเสนอตัวเองไปที่เรือนเขาเด็ดขาด”

หลี่เหลี่ยงหรงไม่ได้รู้เลยว่ากฎข้อนี้ไม่มีอยู่จริงหรอก แต่ฮูหยินใหญ่เป็นคนที่เกลียดอนุที่สองที่สามมาแต่ไหนแต่ไร กฎข้อนี้ถูกสร้างขึ้นโดยฮูหยินเพียงเพื่อปิดทางสตรีอื่น ๆ ในจวน แม้แต่เจ้าปกครองเมืองก็ไม่รู้เรื่อง

“ถ้ารู้แล้วก็ไปได้ เหม็นหน้า!”

“เจ้าค่ะ”

หลี่เหลี่ยงหรงเดินตามสาวใช้ที่ชื่อจางซี่ออกมา

“ข้าชื่อจางซี่นะเจ้าคะ เป็นหลานของแม่นมจางมู่ คนที่เลี้ยงนายน้อยมาน่ะเจ้าค่ะ”

“อยู่กับข้า เจ้าจะไม่ลำบากหรือ” หลี่เหลี่ยงหรงถามด้วยน้ำเสียงกังวล  นางไม่ห่วงว่าตนเองจะลำบากแต่กังวลว่าจะพาเรื่องมาให้ผู้อื่นด้วยมากกว่า

“ไม่ต้องห่วงข้าหรอกเจ้าค่ะ นายน้อยดูแลท่านป้าข้าและข้าเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นต่อให้นายหญิงใหญ่จะกลั่นแกล้ง ก็ไม่กระทบเรื่องความเป็นอยู่ แต่นายหญิงข้าเองก็กังวลอยู่”

หลี่เหลี่ยงหรงยิ้มบาง “ข้าไม่ใช่นายหญิงอะไรหรอก ไม่ต้องเรียกข้าเช่นนั้น”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3ทั้งสองไปหาท่านปู่ของเด็ก ๆ ทว่าในเรือนกลับไม่ได้มีเพียงอดีตเจ้าเมือง หากยังมีหลานชายสองคนรออยู่ก่อนแล้ว“อ้าวท่านพ่อท่านแม่ มาหาท่านปู่เหมือนกับหรือขอรับ” หลิงซ่งและน้องชาย หลิงซู่ นั่งอยู่ตรงนั้นพวกเขากำลังคุยด้วยสีหน้าเหมือนจะเคร่งเครียด แต่ทุกอย่างคงกระจ่างแล้วเพราะคนมีอายุหัวเราะและชี้หน้าหลานชายอย่างเหลืออด“อย่าบอกนะว่ามาเรื่องเดียวกัน” แม้จะอายุมากขึ้น แต่น้ำเสียงก็ยังดูมีอำนาจ“เรื่องอะไรหรือขอรับ ท่านพ่อ” หลิงจงถาม“ก็แม่หนูหลิวอวี้นั่นอย่างไรเล่า”“ท่านพ่อรู้แล้วหรือขอรับ”“ก็ไม่ได้อยากจะรู้หรอก แต่เจ้าหลานตัวดีมาบอกว่าจะไม่แต่งงาน อีกทั้งยังไม่ยอมเป็นทายาทด้วย หากไม่ได้คนนี้”“เช่นนั้นแสดงว่าท่านพ่อ”“ก็ต้องยอมน่ะสิ อีกอย่าง อาซ่งพาอาซู่มาเตรียมรอเอาไว้เรียบร้อย”หลิงซู่ยิ้มเจื่อน “หากท่านพี่ไม่มีปัญหา ข้าก็ไม่อยากรับตำแหน่งเจ้าปกครองเมืองหรอกขอรับ”คำตอบทำให้ผู้ใหญ่ในเรือนพยักหน้าลูกหลานตระกูลหลิงเติบโตมากับหน้าที่ แต่ก็รู้จักเลือกทางที่ตนถนัด ไม่หวงอำนาจโดยไร้เหตุผล ทุกคนก็ส่ายหัวน้อย ๆ เพราะบางเมืองทุกคนแย่งกันจะเป็นผู้สืบทอด แต่เพราะการเลี้ยงดูของหลิงจงและเ

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2หลิวอวี้เปิดดูหนังสือตำนานเจ้าปกครองเมืองหลิงจงและแม่เมืองหลี่เหลี่ยงหรงแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะในนั้นมีการแก้ไข หลายจุด ตามริมบันทึกมีอักษรลายมือแข็งแรงเขียนกำกับเอาไว้ว่า“ตรงนี้ไม่เป็นความจริงสักนิด แต่ข้าบอกได้อย่างว่าพวกท่านรักกัน” หลายครั้งจะเห็นข้อความเช่นนี้ถูกเขียนกำกับเอาไว้ หญิงสาวกัดริมฝีปากเบา ๆ “จะมาทำลายความฝันข้าทำไมกัน” หลิวอวี้บ่นอย่างไม่พอใจ แต่นางก็ยังอ่านไปเรื่อย ๆ ยิ่งอ่านก็ยิ่งพบความจริงที่ถูกเปิดเผยทีละเล็กทีละน้อย เรื่องราวบางตอนที่ไม่เคยมีใครรู้ถูกเล่าไว้ในนี้อย่างละเอียดจนหัวใจของนางสั่นไหว ความสงสัยและความอยากรู้พลุ่งพล่านยิ่งกว่าตอนอ่านตำนานเดิมเสียอีก“มาทำให้ข้าอยากรู้เข้าไปอีก…”หลิวอวี้เผลออ่านทั้งคืนจนแทบไม่ได้นอน และมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวยามนี้นางวนอ่านแล้วจินตนาการไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ๆ หากเป็นอย่างที่หลิงซ่งบอก ความรักของทั้งสองก็มิใช่ว่ายิ่งลำบากหรือ “จี้ซุน หากข้าอยากจะติดต่อกับคุณชายซ่งจะต้องทำเช่นไร” สาวใช้รีบส่ายหัว “ไม่เหมาะเจ้าค่ะ อีกอย่างหากนายท่านรู้เข้าจะต้องไม่พอใจแน่ ๆ”“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย แค่

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1“เจ้าปกครองเมืองซึ่งตอนนั้นยังเป็นเพียงทายาท ขี่ม้าข้ามวันข้ามคืนเพื่อกลับมาเจอกับภรรยาที่รักเป็นครั้งสุดท้าย แต่สวรรค์กลับเมตตาเมื่อเขามาถึงเมือง ก็ได้รับการรักษาจากหมอเทวดาจนปลอดภัย หลังจากนั้นเจ้าปกครองเมืองผู้เป็นบิดา เหน็ดเหนื่อยจากการดูแลบ้านเมือง พอเห็นบุตรชายเติบโตพร้อม จึงยกหน้าที่การปกครองเมืองนี้ให้แก่เจ้าปกครองเมืองหลิงจงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”เสียงพากย์ของละครเงาดังไปทั่วลาน ผู้คนเบียดเสียดเข้ามาชม หลิวอวี้ คุณหนูบุตรขุนนางชั้นสูงนั่งฟังด้วยดวงตาเป็นประกาย นางถึงกับตบมือเบา ๆ อย่างตื่นเต้น ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าตนแอบหลบออกมาจากเรือนโดยไม่บอกบิดาเพราะร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนัก หลิวอวี้ไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน วัน ๆ ได้เพียงอ่านตำราและเรื่องเล่าในตำนาน และเรื่องราวของเจ้าปกครองเมืองหลิงจงกับแม่เมืองหลี่เหลี่ยงหรงก็คือสิ่งที่นางโปรดที่สุด“เจ้าปกครองเมืองกับแม่เมืองสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ทำให้พวกเราไม่ต้องเผชิญกับภัยดินฟ้าอากาศ ได้มีความรู้และวิชาการมากขึ้น… ช่างเป็นตำนานความรักที่แม้แต่สวรรค์ก็ยังต้องยอมแพ้จริง ๆ“ยังไม่ทันขาดคำ เสียงหัวเราะหยันก็ดังขึ้นจากด

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 34 ครอบครัว

    บทที่ 34 ครอบครัวหลิงจงตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ร่างกายยังมีเหงื่อเย็นจับทั่วตัวแต่พิษในเลือดจางลงมากแล้ว กลิ่นยาสมุนไพรยังอบอวลในห้อง นัยน์ตาคมทอดมองคนที่นั่งพับเพียบหลับคาเตียง มือบางยังจับข้อมือเขาแน่นราวกลัวว่าหากปล่อยแล้วเขาจะหายไป“เจ้าจะเฝ้าข้าทั้งคืนเลยหรือ” เขาเอ่ยแผ่วเบาหลี่เหลี่ยงหรงลืมตาขึ้น เห็นเขาตื่นก็รีบยิ้มบาง “ท่านพี่…ดีเหลือเกินที่ท่านฟื้นแล้ว”คำเรียก ท่านพี่ ที่เพิ่งออกมาจากปากนางทำให้หลิงจงหัวเราะเบา ๆ “เมื่อครู่เรียกข้าว่าท่านพี่อีกแล้วนะ คราวนี้ไม่ใช่เพราะข้าบังคับใช่ไหม”“ก็เพราะข้าอยากเรียกเอง” นางก้มหน้าตอบเบา ๆ แก้มแดงระเรื่อหลิงจงยกมือจับมือของนางไว้ “ข้าไม่อยากให้เจ้ามีเพียงหน้าที่ของภรรยา แต่ให้เจ้ามีความสุขในฐานะสตรีที่ข้ารักที่สุด”หลี่เหลี่ยงหรงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา นางเห็นความจริงใจที่เปล่งประกายในดวงตาคู่นั้น “ข้าก็อยากมีความสุขเช่นนั้นเจ้าค่ะ… ข้าจะพยายามไม่กั้นหัวใจตนเองอีก”หลายวันต่อมา หลิงจงถูกสั่งห้ามออกไปค่ายทหาร เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในเรือนนอน ฟังเสียงบุตรหัวเราะคิกคักอยู่ในสวน และมองเหลี่ยงหรงเดินตรวจดูงานในจวน“เจ้าทำงานมากไปแล้วหรือไม่ เหลี่ย

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 33 ศึกที่ต้องชนะ

    บทที่ 33 ศึกที่ต้องชนะ“ท่านแม่ทัพ! เสบียงมาถึงแล้วขอรับ และมีจดหมายจากเรือนใหญ่ส่งมาด้วย” หลิงจงรีบรับจดหมายมาเปิดอ่าน ใบแรกเป็นคำแนะนำอย่างสุขุมของบิดา เตือนให้เขาอย่าสู้แบบคนเถื่อนเพราะจะเสียเปรียบ ทั้งความทนหิว ความหนาวร้อน และความโหดเหี้ยม คนเหล่านั้นย่อมมีมากกว่า แต่หากใช้กลยุทธ์ให้เหมาะสม ชัยชนะจะอยู่ไม่ไกลใบที่สองเมื่อเห็นลายมือ เขาก็อดยิ้มไม่ได้ เป็นจดหมายของหลี่เหลี่ยงหรง“รีบชนะศึกกลับมาได้แล้ว หากกลับมาได้เร็ว ข้าจะยอมเรียกท่านว่าท่านพี่สักครา” หลิงจงหัวเราะเบา ๆ ในคอ คำเพียงประโยคนั้นกลับทำให้เขารู้สึกว่าต้องชนะ ไม่เพียงเพื่อเมือง แต่เพื่อสตรีที่รอคอยเขา“พวกมันคิดว่าเรามีคนเพียงแค่นี้ไม่มีทางมีคนมาเติม” หลิงจงพูดกับตัวเองเบา ๆ “เรียกรองแม่ทัพมา!”เมื่อคนสนิทมาถึง หลิงจงก็สั่งให้ตั้งวงประชุม “เมื่อวานเจ้าบอกว่ามีคนของมันมาซุ่มดูตอนที่เราขนเสบียงใช่หรือไม่”“ขอรับท่านแม่ทัพ”“ดี ข้ามีแผนแล้ว และครานี้จะพลาดไม่ได้แม้เพียงก้าวเดียว”หลังจากพูดคุยกันอยู่สองชั่วยาม แผนการที่ฟังดูได้ผลก็ถูกเริ่มให้ดำเนินการตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเขาให้กองกำลังเสริมวิ่งมาตามทางที่เมื่อวาน มีการส

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 32 สงคราม

    บทที่ 32 สงครามสิ่งที่หลิงจงพูดกับบิดาในวันนั้นไม่ใช่คำขู่ลอย ๆ ชายแดนเริ่มมีปัญหามากขึ้นทุกวัน ราวกับพายุใหญ่ที่รอเพียงเวลาเหมาะสมจะถาโถมเข้าใส่ เขาเองก็เตรียมตัวรบมาตลอด เพียงแต่รอให้ข้าศึกเคลื่อนไหวก่อนช่วงหลัง ๆ นอกจากออกไปฝึกกองทัพ เขาก็ใช้เวลาอยู่กับบุตร ๆ และหลี่เหลี่ยงหรงให้มากที่สุด“ช่วงนี้มีอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ ข้าเห็นเหล่าขุนนางพูดคุยถึงแคว้นอื่นบ่อย ๆ หากจะเกิดอะไรขึ้นท่านก็ต้องแจ้งข้านะเจ้าคะ จะได้ตุนข้าวของเอาไว้ ไม่เพียงแค่สำหรับคนในจวน แต่ต้องคิดเผื่อชาวเมืองด้วย”หลิงจงหันมามองนางด้วยสายตาลึกซึ้ง “เจ้าเป็นห่วงทุกคน แล้วเป็นห่วงข้าหรือไม่”“ย่อมต้องเป็นห่วงสิเจ้าคะ ท่านเป็นบิดาของลูก ๆ ของข้า”“หาใช่คนรักของเจ้าหรือ” เหลี่ยงหรงเงียบไปครู่ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องนั้น…ท่านพยายามอยู่ไม่ใช่หรือ”คำพูดนั้นทำให้หลิงจงยิ้มบาง ๆ จริงอยู่ ช่วงนี้เขาทั้งหัดทำขนม วาดภาพ และแต่งกลอนให้กับนางราวกับกำลังเกี้ยวพา แต่มันเป็นการเกี้ยวที่เกิดขึ้นช้ากว่าปกติ ช้ากว่าจนพวกเขามีลูกแล้วถึงห้าคน “เหลี่ยงหรง ข้าพูดจริงนะ หากศึกครั้งนี้เริ่มขึ้น ข้าจะต้องออกนำรบด้วยตนเอง”“ท่านทำหน้าที่

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status