Accueil / รักโบราณ / ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย / บทที่ 9 ข้อหาที่ไม่อาจปฏิเสธ

Partager

บทที่ 9 ข้อหาที่ไม่อาจปฏิเสธ

last update Date de publication: 2025-12-10 14:13:54

บทที่ 9 ข้อหาที่ไม่อาจปฏิเสธ

“เจ้าหมายความว่าหลังจากข้าถูกปล่อยตัวมาเป็นหลานสาวของฮูหยินใหญ่หรือที่ถูกนำตัวไปบูชายันแทน”

“เจ้าค่ะ แม้จะเป็นหลานห่าง ๆ แต่เพราะบิดามารดาของคุณหนูคนนั้นโทษฮูหยินใหญ่ นางก็เลยพาลโกรธเคืองมาโลงที่นายหญิง”

เหลี่ยงหรงถอนหายใจยาว “เรื่องบูชายัญไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก…”

“นายน้อยเองก็เคยบ่นกับแม่นมเจ้าค่ะ ว่าแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ไม่ยอมจัดการที่สาเหตุ”

หลี่เหลี่ยงหรงเผลอยิ้มบาง ๆ เมื่อได้ยิน เพราะแม้จะผ่านเรื่องร้ายแรงมาเพียงใด หลิงจงก็ยังเป็นคนที่นางเคยแอบชอบอยู่วันยันค่ำ

“อนุหลี่ อนุหลี่เจ้าคะ” เสียงของสาวใช้ที่ดังที่หน้าเรือนทำให้หลี่เหลี่ยงหรงขมวดคิ้ว ถ้ามีคนมาตามเช่นนี้คงมีเรื่องไม่ดีนัก

“ฮูหยินให้มาตามท่านไปเจ้าค่ะ”

“เมื่อเช้าข้าก็เพิ่งไปมา เรื่องเร่งด่วนหรือ”

“ข้ามิรู้เจ้าค่ะ แค่ฮูหยินสั่งให้ท่านไป ท่านก็ควรไปมิใช่หรือเจ้าคะ”

“นี่เจ้า” จางซี่ที่เห็นอีกฝ่ายหมายใจจะกลั่นแกล้งนายหญิงตนก็คิดจะเข้าสู้ กำลังจะโต้กลับ แต่หลี่เหลี่ยงหรงยกมือห้าม

“สักครู่ข้าจะตามไป”

“ต้องไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”

เหลี่ยงหรงถอนหายใจ “เช่นนั้นเจ้าก็ยืนรอเสียตรงนี้”

“ให้ข้าไปด้วยไหมเจ้าคะนายหญิง” เหลี่ยงหรงส่ายหน้า “นางหาเรื่องมาเช่นนี้แล้ว อย่างไรก็คงหมายใจจะทำอะไรข้าสักอย่าง เจ้าไม่ต้องทำอะไรหรอก แค่รอบดยาอยู่ที่นี่ หวายเรือนนางแสบผิวนัก”

คำพูดราวกับปลงในชีวิตของตนทำให้จางซี่ทนดูแทบไม่ได้ เช่นนั้นพอนายหญิงของนางออกจากเรือนไปนางรีบจึงไปเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดให้กับนายน้อยฟัง

“แล้วเช่นไรเล่า”

“ก็นางอาจจะถูกฮูหยินใหญ่รังแก”

“ต่อให้จะเป็นเช่นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องของข้า เรื่องของสตรี ปกติฮูหยินใหญ่ก็จัดการเสมออยู่แล้วไม่ใช่หรือ”

“นายน้อยไม่ชอบนายหญืงเลยหรือเจ้าคะ” จางซี่กล้าถามตรง ๆ นางจะเรียกว่าโตมากับอีกฝ่ายก็ได้ แต่กลับไม่ค่อยมีใครรู้

“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”

“คราวหลังข้าจะไม่นำความมาบอกแล้วนะเจ้าคะ”

“แล้วใครใช้ให้เจ้ามาบอกเล่า เหลี่ยงหรงบอกหรือ”

“เปล่าเจ้าค่ะ นายหญิงไม่เอ่ยอะไรเช่นนี้หรอก นางช่างเจียมตัวเกินไปเสียด้วยซ้ำ”

หลิงจงไม่ได้เอ่ยอะไรกับคำบอกเล่านั้น เขาเพียงแค่กลับไปทำสิ่งที่ทำอยู่ต่อและเมื่อจางซี่กลับออกไปชายหนุ่มก็มองตามไปด้วยสายตาไม่สบายใจ

ทางด้านหลี่เหลี่ยงหรงเมื่อถึงเรือนรับของฮูหยินใหญ่ก็พบกับสตรีหลายคนนั่งอยู่ แต่นางกลับไม่คุ้นหน้าคนเหล่านั้นแม้เพียงน้อย

นี่คงไม่ใช่บรรดาภรรยาของเจ้าปกครองเมืองเป็นแน่ แต่นางก็นึกไม่ออกว่าหากคนมามากมายเช่นนี้จะเรียกนางมาทำไม

“ยืนทำไม ไม่รู้หรือว่าควรอยู่ตรงไหน” เสียงฮูหยินใหญ่แข็งกระด้างเต็มไปด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“ที่นั่งเต็มหมดแล้ว อีกอย่างหากฮูหยินมีแขกข้าคิดว่าข้ากลับก่อนจะดีกว่า”

“พวกเขาไม่ได้เป็นแขก แต่เป็นคนที่เจ้าต้องขอขมา”

หลี่เหลี่ยงหรงชะงัก “ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ”

“คนเหล่านี้เป็นบิดามารดาและญาติของหลานสาวข้า คนที่ถูกบูชายันแทนเจ้าเพราะเจ้าปีนเตียงหลิงจง ฟังเช่นนี้แล้วยังไม่รู้จักละอายเลยหรือ”

ห้องทั้งห้องเงียบกริบ สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่นาง

หลี่เหลียงหรงไม่รู้จะแสดงท่าทีอย่างไรกับสถานการณ์นี้  หากยอมก็ต้องยอมตลอดไป แต่ถ้าไม่ยอมก็ถูกรังแกอยู่ดี เมื่อทำอะไรไม่ได้จึงยอมรับชะตากรรมอย่างคนไร้ทางเลือก

นางคุกเข่าขอขมาคนเหล่านั้นทั้ง ๆ ที่ไม่ได้คิดว่าตนผิดต่อพวกเขา แต่ผิดต่อความตั้งใจของตน เพราะตอนแรกนางตั้งใจจะเสียสละตนจริง ๆ แม้จะรู้ว่าการบูชายันนั้นไม่จำเป็นเลยแม้แต่นิดก็ตาม

“แค่คุกเข่าจะไปพออะไรกัน” หวายถูกส่งให้กับสตรีผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมารดาของหญิงที่ถูกบูชายัน

“ให้นางได้คลายความคับแค้นหน่อยเป็นไง ถือว่าเป็นการล้างบาปที่เจ้ากล้ากระทำเรื่องเสื่อมเสียในจวนเจ้าปกครองเมืองแห่งนี้ด้วย แล้วข้าจะให้เรื่องนี้แล้วกันไป”

คำพูดนั้นเหมือนเป็นเพียงคำบอกเล่ามากกว่าเพราะไม่ว่านางจะตอบเช่นไร สาวใช้ก็เข้ามาจับแขนทั้งสองของนางให้กางออกแล้วสตรีคนนั้นก็ฟาดหวายมาที่หลังของนางอย่างแรงทันที

เหมือนกับครั้งก่อน เสียงกระทบเนื้อดังลั่น แต่หลี่เหลี่ยงหรงไม่ร้องโอดครวญแม้เพียงน้อย

หลี่เหลี่ยงหรงเพียงกัดริมฝีปากจนห้อเลือด และปล่อยให้ตนเองถูกกระทำเช่นนั้น แต่จู่ ๆ จางซี่ก็ขอเข้ามาในเรือนบอกว่านายน้อยต้องการเจอกับอนุของตน หากทางนี้ไม่ได้มีเรื่ืองอะไรก็ขอให้อนุหลี่กลับเรือนไปด้วย

“หลงกันมากกว่าที่คิด พอเถอะไม่เช่นนั้นหวายนั้นอาจจะคืนสนองเจ้าเอง” ฮูหยินพูดประชด ๆ ก่อนจะเหลือบมองไปยังเหลี่ยงหรงที่ไร้เรี่ยวแรง

“ไปกันเจ้าค่ะนายหญิง”

หลี่เหลี่ยงหรงไม่มีแรงแม้จะลุกเอง จางซี่เข้ามาประคอง “เขามาจริงหรือ”

“ไม่เจ้าค่ะ ข้าโกหก เพื่อพาท่านออกมา ที่พวกเขาทำก็ไม่อยากให้นายน้อยรู้เหมือนกัน”

แม้ว่านั้นจะเป็นคำตอบที่จริงใจ แต่ความจริงกลับทำหัวใจของหลี่เหลี่ยงหรงเจ็บปวดนัก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3ทั้งสองไปหาท่านปู่ของเด็ก ๆ ทว่าในเรือนกลับไม่ได้มีเพียงอดีตเจ้าเมือง หากยังมีหลานชายสองคนรออยู่ก่อนแล้ว“อ้าวท่านพ่อท่านแม่ มาหาท่านปู่เหมือนกับหรือขอรับ” หลิงซ่งและน้องชาย หลิงซู่ นั่งอยู่ตรงนั้นพวกเขากำลังคุยด้วยสีหน้าเหมือนจะเคร่งเครียด แต่ทุกอย่างคงกระจ่างแล้วเพราะคนมีอายุหัวเราะและชี้หน้าหลานชายอย่างเหลืออด“อย่าบอกนะว่ามาเรื่องเดียวกัน” แม้จะอายุมากขึ้น แต่น้ำเสียงก็ยังดูมีอำนาจ“เรื่องอะไรหรือขอรับ ท่านพ่อ” หลิงจงถาม“ก็แม่หนูหลิวอวี้นั่นอย่างไรเล่า”“ท่านพ่อรู้แล้วหรือขอรับ”“ก็ไม่ได้อยากจะรู้หรอก แต่เจ้าหลานตัวดีมาบอกว่าจะไม่แต่งงาน อีกทั้งยังไม่ยอมเป็นทายาทด้วย หากไม่ได้คนนี้”“เช่นนั้นแสดงว่าท่านพ่อ”“ก็ต้องยอมน่ะสิ อีกอย่าง อาซ่งพาอาซู่มาเตรียมรอเอาไว้เรียบร้อย”หลิงซู่ยิ้มเจื่อน “หากท่านพี่ไม่มีปัญหา ข้าก็ไม่อยากรับตำแหน่งเจ้าปกครองเมืองหรอกขอรับ”คำตอบทำให้ผู้ใหญ่ในเรือนพยักหน้าลูกหลานตระกูลหลิงเติบโตมากับหน้าที่ แต่ก็รู้จักเลือกทางที่ตนถนัด ไม่หวงอำนาจโดยไร้เหตุผล ทุกคนก็ส่ายหัวน้อย ๆ เพราะบางเมืองทุกคนแย่งกันจะเป็นผู้สืบทอด แต่เพราะการเลี้ยงดูของหลิงจงและเ

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2หลิวอวี้เปิดดูหนังสือตำนานเจ้าปกครองเมืองหลิงจงและแม่เมืองหลี่เหลี่ยงหรงแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะในนั้นมีการแก้ไข หลายจุด ตามริมบันทึกมีอักษรลายมือแข็งแรงเขียนกำกับเอาไว้ว่า“ตรงนี้ไม่เป็นความจริงสักนิด แต่ข้าบอกได้อย่างว่าพวกท่านรักกัน” หลายครั้งจะเห็นข้อความเช่นนี้ถูกเขียนกำกับเอาไว้ หญิงสาวกัดริมฝีปากเบา ๆ “จะมาทำลายความฝันข้าทำไมกัน” หลิวอวี้บ่นอย่างไม่พอใจ แต่นางก็ยังอ่านไปเรื่อย ๆ ยิ่งอ่านก็ยิ่งพบความจริงที่ถูกเปิดเผยทีละเล็กทีละน้อย เรื่องราวบางตอนที่ไม่เคยมีใครรู้ถูกเล่าไว้ในนี้อย่างละเอียดจนหัวใจของนางสั่นไหว ความสงสัยและความอยากรู้พลุ่งพล่านยิ่งกว่าตอนอ่านตำนานเดิมเสียอีก“มาทำให้ข้าอยากรู้เข้าไปอีก…”หลิวอวี้เผลออ่านทั้งคืนจนแทบไม่ได้นอน และมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวยามนี้นางวนอ่านแล้วจินตนาการไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ๆ หากเป็นอย่างที่หลิงซ่งบอก ความรักของทั้งสองก็มิใช่ว่ายิ่งลำบากหรือ “จี้ซุน หากข้าอยากจะติดต่อกับคุณชายซ่งจะต้องทำเช่นไร” สาวใช้รีบส่ายหัว “ไม่เหมาะเจ้าค่ะ อีกอย่างหากนายท่านรู้เข้าจะต้องไม่พอใจแน่ ๆ”“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย แค่

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1“เจ้าปกครองเมืองซึ่งตอนนั้นยังเป็นเพียงทายาท ขี่ม้าข้ามวันข้ามคืนเพื่อกลับมาเจอกับภรรยาที่รักเป็นครั้งสุดท้าย แต่สวรรค์กลับเมตตาเมื่อเขามาถึงเมือง ก็ได้รับการรักษาจากหมอเทวดาจนปลอดภัย หลังจากนั้นเจ้าปกครองเมืองผู้เป็นบิดา เหน็ดเหนื่อยจากการดูแลบ้านเมือง พอเห็นบุตรชายเติบโตพร้อม จึงยกหน้าที่การปกครองเมืองนี้ให้แก่เจ้าปกครองเมืองหลิงจงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”เสียงพากย์ของละครเงาดังไปทั่วลาน ผู้คนเบียดเสียดเข้ามาชม หลิวอวี้ คุณหนูบุตรขุนนางชั้นสูงนั่งฟังด้วยดวงตาเป็นประกาย นางถึงกับตบมือเบา ๆ อย่างตื่นเต้น ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าตนแอบหลบออกมาจากเรือนโดยไม่บอกบิดาเพราะร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนัก หลิวอวี้ไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน วัน ๆ ได้เพียงอ่านตำราและเรื่องเล่าในตำนาน และเรื่องราวของเจ้าปกครองเมืองหลิงจงกับแม่เมืองหลี่เหลี่ยงหรงก็คือสิ่งที่นางโปรดที่สุด“เจ้าปกครองเมืองกับแม่เมืองสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ทำให้พวกเราไม่ต้องเผชิญกับภัยดินฟ้าอากาศ ได้มีความรู้และวิชาการมากขึ้น… ช่างเป็นตำนานความรักที่แม้แต่สวรรค์ก็ยังต้องยอมแพ้จริง ๆ“ยังไม่ทันขาดคำ เสียงหัวเราะหยันก็ดังขึ้นจากด

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 34 ครอบครัว

    บทที่ 34 ครอบครัวหลิงจงตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ร่างกายยังมีเหงื่อเย็นจับทั่วตัวแต่พิษในเลือดจางลงมากแล้ว กลิ่นยาสมุนไพรยังอบอวลในห้อง นัยน์ตาคมทอดมองคนที่นั่งพับเพียบหลับคาเตียง มือบางยังจับข้อมือเขาแน่นราวกลัวว่าหากปล่อยแล้วเขาจะหายไป“เจ้าจะเฝ้าข้าทั้งคืนเลยหรือ” เขาเอ่ยแผ่วเบาหลี่เหลี่ยงหรงลืมตาขึ้น เห็นเขาตื่นก็รีบยิ้มบาง “ท่านพี่…ดีเหลือเกินที่ท่านฟื้นแล้ว”คำเรียก ท่านพี่ ที่เพิ่งออกมาจากปากนางทำให้หลิงจงหัวเราะเบา ๆ “เมื่อครู่เรียกข้าว่าท่านพี่อีกแล้วนะ คราวนี้ไม่ใช่เพราะข้าบังคับใช่ไหม”“ก็เพราะข้าอยากเรียกเอง” นางก้มหน้าตอบเบา ๆ แก้มแดงระเรื่อหลิงจงยกมือจับมือของนางไว้ “ข้าไม่อยากให้เจ้ามีเพียงหน้าที่ของภรรยา แต่ให้เจ้ามีความสุขในฐานะสตรีที่ข้ารักที่สุด”หลี่เหลี่ยงหรงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา นางเห็นความจริงใจที่เปล่งประกายในดวงตาคู่นั้น “ข้าก็อยากมีความสุขเช่นนั้นเจ้าค่ะ… ข้าจะพยายามไม่กั้นหัวใจตนเองอีก”หลายวันต่อมา หลิงจงถูกสั่งห้ามออกไปค่ายทหาร เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในเรือนนอน ฟังเสียงบุตรหัวเราะคิกคักอยู่ในสวน และมองเหลี่ยงหรงเดินตรวจดูงานในจวน“เจ้าทำงานมากไปแล้วหรือไม่ เหลี่ย

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 33 ศึกที่ต้องชนะ

    บทที่ 33 ศึกที่ต้องชนะ“ท่านแม่ทัพ! เสบียงมาถึงแล้วขอรับ และมีจดหมายจากเรือนใหญ่ส่งมาด้วย” หลิงจงรีบรับจดหมายมาเปิดอ่าน ใบแรกเป็นคำแนะนำอย่างสุขุมของบิดา เตือนให้เขาอย่าสู้แบบคนเถื่อนเพราะจะเสียเปรียบ ทั้งความทนหิว ความหนาวร้อน และความโหดเหี้ยม คนเหล่านั้นย่อมมีมากกว่า แต่หากใช้กลยุทธ์ให้เหมาะสม ชัยชนะจะอยู่ไม่ไกลใบที่สองเมื่อเห็นลายมือ เขาก็อดยิ้มไม่ได้ เป็นจดหมายของหลี่เหลี่ยงหรง“รีบชนะศึกกลับมาได้แล้ว หากกลับมาได้เร็ว ข้าจะยอมเรียกท่านว่าท่านพี่สักครา” หลิงจงหัวเราะเบา ๆ ในคอ คำเพียงประโยคนั้นกลับทำให้เขารู้สึกว่าต้องชนะ ไม่เพียงเพื่อเมือง แต่เพื่อสตรีที่รอคอยเขา“พวกมันคิดว่าเรามีคนเพียงแค่นี้ไม่มีทางมีคนมาเติม” หลิงจงพูดกับตัวเองเบา ๆ “เรียกรองแม่ทัพมา!”เมื่อคนสนิทมาถึง หลิงจงก็สั่งให้ตั้งวงประชุม “เมื่อวานเจ้าบอกว่ามีคนของมันมาซุ่มดูตอนที่เราขนเสบียงใช่หรือไม่”“ขอรับท่านแม่ทัพ”“ดี ข้ามีแผนแล้ว และครานี้จะพลาดไม่ได้แม้เพียงก้าวเดียว”หลังจากพูดคุยกันอยู่สองชั่วยาม แผนการที่ฟังดูได้ผลก็ถูกเริ่มให้ดำเนินการตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเขาให้กองกำลังเสริมวิ่งมาตามทางที่เมื่อวาน มีการส

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 32 สงคราม

    บทที่ 32 สงครามสิ่งที่หลิงจงพูดกับบิดาในวันนั้นไม่ใช่คำขู่ลอย ๆ ชายแดนเริ่มมีปัญหามากขึ้นทุกวัน ราวกับพายุใหญ่ที่รอเพียงเวลาเหมาะสมจะถาโถมเข้าใส่ เขาเองก็เตรียมตัวรบมาตลอด เพียงแต่รอให้ข้าศึกเคลื่อนไหวก่อนช่วงหลัง ๆ นอกจากออกไปฝึกกองทัพ เขาก็ใช้เวลาอยู่กับบุตร ๆ และหลี่เหลี่ยงหรงให้มากที่สุด“ช่วงนี้มีอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ ข้าเห็นเหล่าขุนนางพูดคุยถึงแคว้นอื่นบ่อย ๆ หากจะเกิดอะไรขึ้นท่านก็ต้องแจ้งข้านะเจ้าคะ จะได้ตุนข้าวของเอาไว้ ไม่เพียงแค่สำหรับคนในจวน แต่ต้องคิดเผื่อชาวเมืองด้วย”หลิงจงหันมามองนางด้วยสายตาลึกซึ้ง “เจ้าเป็นห่วงทุกคน แล้วเป็นห่วงข้าหรือไม่”“ย่อมต้องเป็นห่วงสิเจ้าคะ ท่านเป็นบิดาของลูก ๆ ของข้า”“หาใช่คนรักของเจ้าหรือ” เหลี่ยงหรงเงียบไปครู่ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องนั้น…ท่านพยายามอยู่ไม่ใช่หรือ”คำพูดนั้นทำให้หลิงจงยิ้มบาง ๆ จริงอยู่ ช่วงนี้เขาทั้งหัดทำขนม วาดภาพ และแต่งกลอนให้กับนางราวกับกำลังเกี้ยวพา แต่มันเป็นการเกี้ยวที่เกิดขึ้นช้ากว่าปกติ ช้ากว่าจนพวกเขามีลูกแล้วถึงห้าคน “เหลี่ยงหรง ข้าพูดจริงนะ หากศึกครั้งนี้เริ่มขึ้น ข้าจะต้องออกนำรบด้วยตนเอง”“ท่านทำหน้าที่

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 28 ความรักที่ไม่เหมือนเดิม

    บทที่ 28 ความรักที่ไม่เหมือนเดิม“วันนี้เจ้าอยู่คนเดียวหรือ” เสียงทุ้มนิ่งของหลิงจงดังขึ้นเมื่อก้าวเข้าสู่เรือน“เจ้าค่ะ หลิงซ่งถูกปู่ของเขาเอาไปอีกแล้ว ข้าเลยให้จางซี่ไปเฝ้า ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ลูกกลับมาในคืนนี้”“ลูกไม่อยู่เจ้าก็ไม่คิดจะทำอย่างอื่นกับข้าหรือ พวกเราไม่ได้นอนด้วยกันนานแค่ไหนแล้ว เจ้

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 23 ศาลเมืองล่ม

    บทที่ 23 ศาลเมืองล่ม“เจ้าปกครองเมือง! เจ้าทำกับข้าเช่นนี้ทำไม!”เสียงเจ้าศาลหลักเมืองตะโกนโหยหวน แต่สายตาของเจ้าปกครองเมืองกลับเย็นเยียบ “ทำทำไมหรือ เจ้าลองคิดดูเองเถอะว่าเจ้ากระทำสิ่งใดไว้กับสายเลือดตระกูลข้า!”ฮูหยินที่เดินมาที่ลานกลางจวนก็ต้องหน้าซีดเผือดไปในทันทีเมื่อเห็นเจ้าศาลปกครองเมืองนอน

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 18 รักฝังแน่น

    บทที่ 18 รักฝังแน่นหลังจากคำถามคืนนั้น ความเงียบระหว่างทั้งสองปกคลุมไปทั้งห้อง บรรยากาศอึดอัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลี่เหลี่ยงหรงยังคงนิ่งเฉย ราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น แต่หลิงจงกลับไม่อาจปัดความคิดในหัวให้หายไปได้ยามค่ำคืน เมื่อสตรีข้างกายหลับสนิท ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นเดินสำรวจห้องอย่างเงียบงันเร

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 16 เงาที่คืบคลาน

    บทที่ 16 เงาที่คืบคลานหลังจากเรื่องราววุ่นวายผ่านไป จวนเจ้าปกครองเมืองก็กลับคืนสู่ความสงบนิ่ง…หรืออาจเป็นเพียงความสงบแบบคลื่นใต้น้ำที่รอวันปะทุ“พอกินยาที่หมอจัดให้แล้วร่างกายดีขึ้นหรือไม่” นี่กลายเป็นคำถามประจำของหลิงจงไปเสียแล้ว และคำตอบของหลี่เหลี่ยงหรงก็คล้าย ๆ กันทุกวัน “ดีกว่าเมื่อวานเจ้าค่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status