แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-06 22:08:59

“เสี่ยวเออร์ ไม่ต้องรบกวนท่านอ๋องหรอก ข้าโจวลี่เซียนผู้นี้พอจะมีตำลึงไว้ใช้จ่ายอยู่บ้าง”

น้ำเสียงหวานแต่ทว่าทรงพลังเช่นกัน เอ่ยขึ้นมาอย่างมั่นใจ และค้านสายตาผู้ชมที่มารอชมงิ้วฉากใหญ่ อยู่ในโรงน้ำชาแห่งนี้

“คารวะท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันขออนุญาตไม่รบกวนตำลึงของท่านอ๋องนะเพคะ พอดีมากับสาวใช้ที่เรือน เพราะต้องการเลี้ยงน้ำชากับขนม เป็นของรางวัลตอบแทนที่พวกนางดูแลหม่อมฉันเป็นอย่างดี ถ้าวันนี้รบกวนท่านอ๋องจ่ายให้ เกรงว่าวันหน้าคงต้องลำบากเดินทางมาเลี้ยงกันใหม่อีกรอบ”

โจวลี่เซียน ก้มหัวลงคำนับทักทายผู้สูงศักดิ์ตามธรรมเนียมปฏิบัติ และเอ่ยปฏิเสธออกไปอย่างสุภาพ พร้อมแจ้งเหตุผลที่ปฏิเสธตามมารยาทที่พึงกระทำ

จากนั้นลี่เซียนก็พยักหน้าให้สาวใช้คนสนิททั้งสอง เป็นสัญญาณให้รีบเดินตามนางลงไปจ่ายค่าน้ำชากับขนม เพราะไม่อยากข้องเกี่ยวกับบุรุษผู้นี้อีกแม้แต่เพลาเดียว โดยที่ไม่ได้สนใจสายตาของอ๋องหนานกงชิง ที่กำลังยืนจ้องมองนางจนตาไม่กะพริบอีกเลย

“ท่านอ๋องเพคะ ขอบพระทัยที่ทรงมาช่วยหม่อมฉัน ให้หลุดพ้นจากการถูกขูดรีดนะเพคะ”

น้ำเสียงหวานของจ้าวอิงเถา ที่พยายามดัดเสียงให้อ่อนหวานยิ่งกว่าเดิมเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นโจวลี่เซียนเดินออกจากโรงน้ำชาไปแล้ว

“ข้าไม่เคยนัดหมายกับเจ้าเลยสักครั้ง เหตุใดจึงพูดออกมาเช่นนั้น รู้หรือไม่ว่าไม่สมควรกระทำ ข้าอ๋องหนานกงชิงผู้นี้ สามารถเอาชื่อมาแอบอ้างได้ด้วยหรือ”

สุรเสียงดังเข้ม และดุดัน เอ่ยออกมาท่ามกลางสายตาของผู้ชม ที่มารอชมงิ้วฉากใหญ่ จนทุกคนต้องรีบสลายตัวกันไป ด้วยความหวาดกลัวในบารมีของอ๋องหนาน ที่ได้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมและเฉยชามากที่สุดในราชวงศ์หนาน

“ขะ ขอประทานอภัยเพคะท่านอ๋อง หม่อมฉันผิดไปแล้ว”

จ้าวอิงเถาเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่บ่งบอกอารมณ์ว่า ท่านอ๋องหนานกำลังโมโหเป็นอย่างยิ่ง ก็เกิดความหวาดกลัวจนตัวสั่น ปากสั่น ยืนทรงตัวแทบไม่ไหว จนสาวใช้ต้องรีบเข้ามาประคองไม่ให้นางล้มลงไป

“ฟานจง ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังตระกูลจ้าว เกี่ยวกับพฤติกรรมของจ้าวอิงเถาในวันนี้ ที่กระทำการลบหลู่ดูหมิ่นเราต่อหน้าประชาชน”

น้ำเสียงดุดันยังคงเปล่งออกมา เมื่ออ๋องหนานพูดธุระเสร็จแล้ว ก็เดินออกไปจากโรงน้ำชาจันทร์ฉายทันที ด้วยท่วงท่าองอาจสง่างาม ผู้คนที่อยู่รอบข้างต่างเงียบเสียงลง ไม่ให้มีเสียงดังรบกวนท่านอ๋องหนาน ขณะกำลังเจรจาอยู่กับคุณหนูผู้บอบบาง

“พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง”

ในรถม้าคันใหญ่ของจวนราชครูโจว โจวลี่เซียนนอนเอกเขนกเอนกายอย่างสบายอารมณ์ ข้างกายมีสาวใช้คนสนิทคอยบีบนวดที่แขนให้อย่างเอาใจ

“ถิงถิง เถียนเถียน ครั้งหน้าข้าจะพาพวกเจ้าไปจิบชาสูตรพิเศษ กับกินขนมที่โรงน้ำชาจันทร์ฉายอีกนะ วันนี้มีมารผจญข้ากินไม่อิ่มเลย ทั้งเสียดายน้ำชามากด้วย”

“เจ้าค่ะคุณหนู/เจ้าค่ะคุณหนู”

รถม้าคันใหญ่จากจวนราชครู ขับเคลื่อนไปตามเส้นทางกลับจวนตระกูลโจว ระหว่างทางต้องขับผ่านทั้งร้านค้า และย่านตลาด ที่มีผู้คนเดินผ่านพลุกพล่านไปมา และพอใกล้ถึงจวนตระกูลโจว รถม้าจะต้องขับผ่านทุ่งโล่ง ๆ ทั้งยังไม่มีบ้านเรือนประชาชนอยู่ในละแวกนี้

ลี่เซียนที่นอนหลับตาพริ้มในรถม้า เมื่อกำลังได้รับการปรนนิบัติจากสาวใช้อยู่อย่างสบายใจ ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาทันที เพราะสัมผัสได้ถึงไอสังหาร ที่กำลังมุ่งหน้ามาทางรถม้าของตน

“ถิงถิง เถียนเถียน นอนหมอบลงไปกับพื้นรถม้า แล้วห้ามลุกขึ้นจนกว่าข้าจะสั่ง”

“เจ้าค่ะ คุณหนู”

ถึงจะนึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่สาวใช้ทั้งสองคน ก็ไม่เคยคิดที่จะขัดคำสั่งคุณหนูเลยสักครั้ง พวกนางลงมือปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด จนลี่เซียนนึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก

ฟิ้ววววว ฉึก!!!!

ทันใดนั้น เสียงแหวกอากาศของวัตถุบางอย่างก็ดังขึ้น และสาดใส่เข้ามาในรถม้าอย่างรวดเร็ว ลูกธนูที่แหลมคมจำนวนหลายดอก เสียบทะลุเข้ามาภายในห้องโดยสารของรถม้าอย่างน่าหวาดกลัว

ฉึก ฉึก!!!

เคร้งงงง!!!!

เสียงดาบตัดลูกธนูที่สาดเข้ามาในรถม้า จนขาดเป็นสองท่อนทุกดอก ด้วยความคล่องแคล่วว่องไว ในรถม้าของโจวลี่เซียนนั้นมีอาวุธครบครัน ทั้งดาบ และธนู เพื่อเอาไว้ป้องกันตนเองในยามคับขันเฉกเช่นเวลานี้ ส่วนในตัวของนางก็พกเพียงมีดสั้นติดกายไว้ใช้ยามจำเป็น

“กรี๊ดดด…… คุณหนูระวังเจ้าค่ะ”

สาวใช้ทั้งสองกรีดร้องเสียงดังด้วยความตกใจ และเป็นห่วงคุณหนูของพวกนาง แต่ก็ไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมามองดูเหตุการณ์ตรงหน้า เพราะต้องปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ตอนนี้ทั้งสองคนเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณหนู จึงสั่งให้พวกนางนอนหมอบลงกับพื้นรถม้าเช่นนี้

“เหอะ ข้าเพียงแค่ก้าวขาออกจากจวนเพื่อมาจิบน้ำชา ไม่นึกว่าจะพบเจอเรื่องปวดหัวเข้าเสียแล้ว”

ลี่เซียนบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด ในใจก็คิดหาทางหนีทีไล่ เพราะนางไม่ได้ขอผู้ติดตามของบิดามาด้วย ยามนี้ในรถม้าจึงมีแต่สตรี และคนขับรถม้าวัยกลางคนเพียงเท่านั้น

ดวงตากลมโตจ้องมองออกไปนอกรถม้า ผ่านรอยแยกของผ้าม่านกั้นประตู เห็นบุรุษแต่งกายด้วยอาภรณ์รัดกุมสีดำตามแบบฉบับของคนร้าย กำลังวิ่งตามรถม้าของนางมา 2 คน และหนึ่งในนั้นกำลังง้าง คันธนู เพื่อจะยิงธนูเข้าใส่คนขับรถม้า

เรือนร่างระหงพุ่งทะลุออกไปนอกรถม้าทันทีที่เห็นเหตุการณ์นั้น มีดสั้นที่เคยพกติดกายของนางไว้ตลอด ได้พุ่งออกไปเสียบตัดขั้วหัวใจของคนร้าย ที่กำลังหมายปลิดชีพคนขับรถม้าอยู่

ฟิ้ววววว!!!! ฉึก!!!

“ลุงหยวน หลบเข้าไปอยู่ในรถม้าเร็วเข้า”

“ขอรับคุณหนู”

คนขับรถม้าที่พึ่งรอดพ้นจากความตาย โดยได้รับความช่วยเหลือจากคุณหนูของเขา ก็รีบทำตามคำสั่งทันทีเพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็นตัวถ่วงของเจ้านาย

“อั่ก อั่ก!!”

เสียงกระอักเลือดและขาดใจตายของหนึ่งในคนร้าย ทำให้คนร้ายอีกคนที่กำลังวิ่งตามมาเกิดโทสะเป็นอย่างยิ่ง จึงได้วิ่งถือดาบเข้าฟาดฟันกับสตรีที่งดงาม แต่ทว่าฝีมือของนางช่างร้ายกาจยิ่ง

เคร้ง เคร้ง!!!!

“อ้ากกกกกกก”

กุบกับ กุบกับ……

เสียงฝีเท้าที่รวดเร็วของอาชาศึกสองตัว ดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกเสียงดัง ให้สตรีที่กำลังจัดการกับบุรุษชุดดำหันมามองที่เขา ซึ่งยามนี้ฝ่าเท้าของนาง กำลังเหยียบย่ำอยู่กลางอกของคนร้าย ที่กำลังส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

“โจวลี่เซียน เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง”

ลี่เซียนเงยหน้าขึ้นมองบุรุษบนหลังม้า ด้วยแววตาดุดันเหี้ยมโหด ทั้งยังหวาดระแวงประหนึ่งว่ากำลังพบเจอกับผู้ร้ายที่เข้ามาใหม่ มือที่ถือดาบอยู่ก็พร้อมจะฟาดฟันเข้าใส่ คนที่คิดร้ายกับตนเองโดยไม่มีข้อยกเว้น!!!

อ๋องหนานกงชิง มองเห็นแววตาปรปักษ์ในดวงตาของโจวลี่เซียน จึงได้รีบเอ่ยอธิบายออกไปทันที ก่อนที่สตรีตรงหน้าจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้

“ข้าแค่ผ่านทางมา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนร้าย เจ้าอย่ามองข้าด้วยสายตาหวาดระแวงเช่นนี้”

น้ำเสียงเฉยชาเปล่งออกมาแก้ไขความคิดที่ผิดเพี้ยน ของสตรีที่เคยตามตอแยเขามาหลายปี แทนที่นางจะดีใจที่เขาเข้ามาช่วยเหลือ เหตุไฉนยามนี้ถึงได้มองเขาเป็นพวกเดียวกันกับคนร้ายไปเสียได้!!

“ขอประทานอภัยเพคะท่านอ๋อง เหตุการณ์มันคาบเกี่ยวกัน หม่อมฉันจึงต้องระวังตนเองเอาไว้”

ลี่เซียนก้มหัวลงเล็กน้อยเพื่อขออภัยอ๋องหนานกงชิง แต่นางก็คิดว่าตนเองไม่ได้มีความผิดอะไร ถ้าเกิดวันนี้อ๋องหนานเป็นคนร้ายขึ้นมาจริง ๆ แล้วนางไม่ระวังก็คงได้ตายไปแล้ว

“ฟานจง จับคนร้ายที่รอดชีวิตไปส่งทางการ เพื่อรอการไต่สวนหาผู้บงการ คดีนี้ข้าจะติดตามด้วยตนเอง”

น้ำเสียงทรงอำนาจประกาศออกไปเสียงดัง เพื่อยืนยันว่าเขาไม่ใช่คนร้าย และจะสืบหาคนร้ายตัวจริงให้นางเอง

“ขอรับท่านอ๋อง”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   บทที่ 89

    “อยู่นิ่ง ๆ เถิดพี่จะอุ้มเจ้าออกไปเอง ให้เจ้าหน้าเหม็นพวกนี้นอนกันเองได้แล้ว เพราะเติบโตจนโต้เถียงพี่ได้ทุกคำ” อ๋องหนานกระซิบข้างใบหูลี่เซียนเสียงเบา เพราะเขาคิดถึงเรือนร่างอวบอิ่มเต็มที เจ้าพวกหน้าเหม็นทั้งสองคนนั้นกีดกันเขาอยู่ทุกวัน ยิ่งพอรู้ว่ามีน้องน้อยนอนอยู่ในท้องของมารดา ยิ่งหวงนา

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   บทที่ 88

    อ๋องหนานเดินไปหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ ชายารัก และเอ่ยออกมาให้บุตรชายทั้งสองคนได้ยินด้วย จะได้ช่วยกันร้องขอน้องสาวจากมารดา “น้องสาว หรือขอรับ” เฟยเทียนเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นดีใจ ทั้งยังนึกสงสัยว่าน้องสาวจะหน้าตาเช่นไร จะหน้าตาเหมือนพวกเขาหรือไม่ “น้องสาว จะงดงามเหมือนท่าน

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   บทที่ 87

    กาลเวลาผันผ่านไป 5 ปีแล้ว ยามนี้ในตำหนักของอ๋องหนานกงชิง มีอ๋องน้อยฝาแฝดชายวัย 4 หนาว ที่มีใบหน้าหล่อเหลาถอดแบบบิดามามิมีผิดเพี้ยน ผิวกายของเด็กชายขาวเนียนละเอียดเยี่ยงมารดาของพวกเขา ทั้งยังตัวอวบอ้วนน่ารักน่าชังจนเสด็จลุงฮ่องเต้ และเสด็จป้าฮองเฮาเรียกหาให้เข้าวังอยู่เสมอ เจ้าหัวผักกาดทั้

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   บทที่ 86

    “เจ้ากินพี่แล้ว จากนี้ให้พี่กินเจ้าเสียบ้าง จะได้รู้ว่าพี่ทรมานเพียงใด” มือใหญ่กำลังจะจับขาเรียวให้อ้าออกจากกัน เพื่อดื่มน้ำหวานที่เขาถวิลหามานานนับเดือน จนในครั้งนั้นเกือบจะได้ปีนจวนตระกูลโจวเสียแล้ว ยังดีที่พี่ชายของเขาสั่งห้ามไว้ได้ทัน ทั้งยังเลื่อนวันอภิเษกสมรสเข้ามาให้เร็วกว่าเดิมจน

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   บทที่ 85

    “อ่าส์ นางจิ้งจอกตัวน้อย” เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมา เมื่อเห็นชายาผู้งดงามกลืนกินน้ำรักของเขาจนหมดเกลี้ยง แค่เพียงนางยินยอมให้เขาเชยชมร่างกายที่อวบอิ่มของนาง เขาก็แทบจะบ้าคลั่งเมื่อต้องอยู่ห่างจากร่างงดงาม ทว่ายามนี้นางกลับมากลืนกินเขาเช่นนี้ เห็นทีว่าชีวิตหลังจากนี้เขาคงอยู่ห่างชายารักไม่ได้อ

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   บทที่ 84

    โจวลี่เซียนเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสวามีของนางอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณี เขาช่างสง่างามจนใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น แก้มนวลก็เห่อร้อนขึ้นมาเมื่อนึกจินตนาการไปถึงบทรักอันร้อนแรง ที่นางจะมอบให้สวามีในค่ำคืนเข้าหออย่างเป็นทางการนี้ “เมาหรือเจ้าคะ” น้ำเ

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   บทที่ 49

    ส่วนหน่วยพยัคฆ์คนอื่น ๆ จะออกไปพักอยู่รอบนอกสำนัก เพราะเรือนพักในสำนักหมอเทวดา มีจำนวนไม่เพียงพอ ทั้งยังไม่อยากสร้างความแตกตื่น ให้กับบรรดาลูกศิษย์คนอื่น ๆ เพราะในบางเวลา หน่วยพยัคฆ์จะต้องปรากฏกายออกมาจากเงามืด เพื่อฝึกฝนวรยุทธ์อย่างสม่ำเสมอ เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   บทที่ 39

    “ข้าไม่ให้พ่อบ้านมาแจ้งพวกเจ้าเอง ว่าข้าเดินทางมาที่จวน เพราะต้องการฟังความจริงจากปากน้องชายตัวดีของข้า ว่ากระทำอันใดลงไปบ้าง ที่ทำให้โจวลี่เซียนเสื่อมเสียเกียรติ จะได้จัดการลงโทษแทนพวกเจ้าได้อย่างเหมาะสม” น้ำเสียงสบาย ๆ เอ่ยขึ้นมา หลังจากที่นั่งลงเก้าอี้ตัวที่ยังว่างอยู่ ซึ่งเป็นจุดที่

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   บทที่ 19

    ณ โถงประชุมของสำนักหมอเทวดา บรรดาลูกศิษย์ในสำนัก ออกมารวมตัวกันที่โถงประชุม เพื่อรอพบเจอหน้าศิษย์น้องคนใหม่ ที่เดินทางมาจากเมืองหลวง เพลานี้ลูกศิษย์ที่สำนักหมอเทวดา มีจำนวน 32 คนรวมโจวลี่เซียนแล้ว เป็นบุรุษ 20 คน และสตรีอีก 12 คน ลี่เซียนเดินเข้ามาในโถงประชุมด้วยอาการสงบ ใบห

  • ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว   บทที่ 34

    เมืองหลวงในตำหนักของหวงกุ้ยเฟย ยามนี้มีสองร่างเปลือยเปล่า ที่กำลังนอนกอดรัดคลอเคลียกันอยู่ไม่ห่าง เพราะเพิ่งเสร็จกิจกรรมรักอันดุเดือดในยามค่ำคืน ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจของสตรีที่ยังคงงดงาม ทั้งรูปร่างและหน้าตาผิวพรรณ ถึงแม้จะก้าวเข้าสู่วัย 40 ปีแล้วก็ตามฮ่องเต้หนานเจ๋อติงในวัย 50 ปี แต่กลับมีพระวรกา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status