Share

ตอนที่12 พวกขี้โกงอย่างเจ้า

last update Terakhir Diperbarui: 2025-09-09 12:03:53

“แม่นางพูดเช่นนี้คงเพราะไม่รู้หลักการค้าขาย ปกติร้านเราไม่รับของจากคนนอก แต่เถ้าแก่เห็นว่างานที่แม่นางนำมาเสนอนั้นคุณภาพดีใช้ได้ และอยากช่วยเหลือคนที่กำลังลำบากร้อนเงิน ก็เลยช่วยซื้อไว้ แน่นอนว่าราคารับซื้อกับราคาขายหน้าร้านย่อมแตกต่างกัน หากเรารับซื้อในราคาขายหน้าร้าน เกรงว่าของเหล่านี้จะขายไม่ออกแล้ว” หลงจู๊พยายามอธิบายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทั้งที่เริ่มมีเหงื่อเย็นผุดซึมที่หน้าผาก

“พวกขี้โกงอย่างเจ้า มีหน้ามาอ้างเรื่องหลักการค้ากับคุณธรรมได้ด้วยรึ เพ่ย!!!”

“จะ...เจ้า พูดเกินไปแล้ว” หลงจู๊เริ่มเก็บอาการไม่อยู่ พูดตะกุกตะกักเพราะความโกรธ

“เกินไปตรงไหน! ไม่ว่าใครถ้าเจอคนขี้โกง ก็ต้องบอกว่าขี้โกงสิ”

ฉู่ชิงเฟิงที่ยืนดูหลินอ้ายชี้นิ้วใส่หลงจู๊พลางตวาดไล่ต้อนอยู่ เพิ่งรู้ซึ้งว่าที่ผ่านมายนางออมฝีปากให้เขาแล้วจริงๆ ส่วนหลงจู๊ผู้โชคร้ายรายนี้คงไม่ใช่คู่ปะทะคารมของนาง

นานๆ ทีในอำเภอที่เงียบสงบอย่างจงมู่จะมีเรื่องมีราวสักที นอกจากลูกค้าที่อยู่ในร้าน ตอนนี้กระทั่งคนเดินผ่านไปมาก็พากันเข้ามามุงดูเหตุการณ์จนแน่นขนัด เสียงซุบซิบจึงดังขึ้นเรื่อยๆ

“สุราดีไม่ดื่ม คิดจะดื่มสุราพิษ เดิมข้าเห็นเป็นผู้หญิงเลยไม่อยากถือสา นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะเหิมเกริมกล่าวหาให้ร้านของเราเสื่อมเสียไม่เลิกรา เด็กๆ จับตัวนางหญิงปากตลาดผู้นี้โยนออกไป แล้วอย่าให้เหยียบเข้ามาที่นี่ได้อีก” หลงจู๊สู้ฝีปากของหลินอ้ายไม่ได้จึงตัดสินใจใช้กำลัง อย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียว ทั้งยังไม่ใช่คนในอำเภอจงมู่ ย่อมขาดความน่าเชื่อถือว่าคนของร้านเก่าแก่อย่างเขา

พอลูกจ้างชายได้ยินเสียงหลงจู๊ก็กรูกันเข้ามาที่โถงกลาง หมายจะจับหลินอ้ายโยนออกไปตามคำสั่ง ทว่าทุกอย่างกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะบัดนี้บุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาบังนางเอาไว้ แม้อาภรณ์ที่เขาใส่จะดูหลวมโพรกไม่พอดี แต่ร่างสูงกำยำนี้ก็ยังดูโดดเด่น โดยเฉพาะใบหน้าคมคายหล่อเหลาที่ทำให้สาวๆ บริเวณนั้นทอดถอนหายใจ พากันภาวนาอย่าให้เขาเป็นสามีของหญิงสาวที่มีเรื่องกับทางร้านเลย

“เจ้าเป็นใคร ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ถอยไป” หลงจู๊ตวาดฉู่ชิงเฟิง

“นั่นก็ต้องดูว่าพวกเจ้ามีความสามารถทำให้ข้าเจ็บตัวได้หรือไม่” ฉู่ชิงเฟิงยิ้มเย็น พลางโคลงศีรษะซ้ายขวาจนได้ยินเสียงดังกรอบแกรบ

ท่าทางอาจหาญ น้ำเสียงทุ้มกังวาน ทำให้หลินอ้ายตกใจยิ่งกว่าหญิงสาวทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเสียอีก เพราะสำหรับนางอาเปาเป็นเพียงกาฝากที่เกียจคร้าน ไฉนวันนี้กลับดูองอาจสมชายชาตรีเยี่ยงนี้ได้เล่า

หลงจู๊มองบุรุษตรงหน้าอย่างพิจารณา ถึงแม้จะรู้สึกได้ถึงแรงกดดันบางอย่าง แต่อีกฝ่ายมีแค่หนึ่งหญิงหนึ่งชาย พวกเขามีตั้งหลายคนย่อมไม่นึกกลัว “เด็กๆ จับพวกมันโยนออกไป”

“ว้าย!!! อาเปา ระวัง” แม้จะปากเก่งเพียงไร แต่หลินอ้ายก็เป็นเพียงสตรีตัวเล็กๆ ไหนเลยจะไม่รู้สึกหวาดกลัว พวกนางมีกันแค่สองคนจะไปสู้ผู้ชายตัวใหญ่สามคนพร้อมกันได้เยี่ยงไร

ลูกจ้างชายสองสามคนปรี่เข้าไปหาพวกหลินอ้ายด้วยท่าทางมาดร้าย ฉู่ชิงเฟิงเก็บรอยยิ้ม ตั้งท่าเตรียมตัวพร้อมวิวาทเต็มที่ อย่าได้เห็นว่าเขาเป็นแค่ชายอ้วนตุ้ยนุ้ยน่ารัก เพราะกว่าที่องค์ชายจะกลายเป็นอ๋องผู้หนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เขาแค่พิสมัยการกินกับอ่านตำรามากกว่าการฝึกวรยุทธ แต่ไม่ได้หมายความว่าไร้ฝีมือ

“อ๊าก!”

“โอ๊ย!”

“อัก!”

เสียงร้องตามมาด้วยเสียงคนตัวโตๆ ล้มลงกระแทกพื้นติดกันสามครั้งดังสะท้อนไปทั่วโถงร้าน

ฉู่ชิงเฟิงกระตุกยิ้มร้าย ขณะปัดมือตัวเอง เรียกเสียงวี้ดว้ายชื่นชมจากแม่นางน้อยบริเวณนั้น

“จะ...เจ้า กล้าทำร้ายคน” หลงจู๊ปากคอสั่น

“ข้านี่นะทำร้ายคน?” ฉู่ชิงเฟิงชี้หน้าตัวเอง เสร็จแล้วก็หันออกไปทางกลุ่มคนที่มุงดูอยู่พร้อมถามเสียงกังวาน ทั้งยังทำหน้าซื่อตาใส “ทุกท่านก็เห็นใช่หรือไม่ว่าคนพวกนี้พุ่งเข้ามา แล้วก็เสียหลักล้มไปเอง”  จริงอยู่ที่เหล่าลูกจ้างถูกเขาจัดการจนหมอบกระแต แต่ตนเพียงใช้กระบวนท่าสำหรับปัดป้องเท่านั้น ย่อมไม่ถือว่าทำร้ายคน

ผู้ที่มุงดูอยู่ต่างเห็นตรงกันว่าชายหนุ่มเพียงเบี่ยงกายหลบ และปัดป้องหมัดจากคนของทางร้านเท่านั้นต่างก็พากันพูดเป็นเสียงเดียวว่า

“ล้มไปเองชัดๆ”

“ข้าเห็นเขาแค่ปัดมือสองสามที แล้วพวกนั้นก็เสียหลักล้มไปเอง”

“พวกเจ้ามีตั้งสามคน ไม่ใช่ว่าแกล้งทำเป็นเจ็บตัวเพื่อใส่ร้ายพ่อหนุ่มนี่หรอกนะ หรือว่าพวกเจ้าโกงแม่นางน้อยนี่จริงๆ เลยคิดจะใช้แผนเจ็บตัวกลบเกลื่อน” ความเห็นที่ดูน่าเชื่อถือของคุณชายท่านหนึ่งดังลอยมา ยิ่งทำให้ชาวบ้านมองหลงจู๊ด้วยสายตาจับผิด และลังเลใจที่จะทำการค้ากับทางร้าน

“พวกเจ้าเอะอะอะไรกัน”

ฉู่ชิงเฟิงกับทุกคนที่อยู่ในห้องโถงต่างมองไปยังต้นเสียง ในที่สุดเถ้าแก่ที่กำลังรับรองลูกค้าคนพิเศษอยู่ด้านในก็เดินออกมา...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านอ๋องว่างงานกับพระชายาจำเป็น   ตอนที่76 จบ

    เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย “เพราะอย่างนั้น ข้าเลยไม่เห็นจำเป็นต้องโอ้อวดความสามารถอะไรเลย หลายครั้งที่ข้าช่วยเสนอความคิดต่างๆ กับเสด็จพ่อ และช่วยให้จิ้นอ๋องทำผลงาน ให้เขาได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ ข้าแค่เห็นว่าได้ช่วยให้คนสองคนที่ข้ารักและเคารพได้สมปรารถนา ได้เติบโตในเส้นทางของพวกเขาก็ถือเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว ข้ามีความสุขมากนะเมื่อได้เห็นพวกเขามีความสุข โดยไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศอะไรให้ใครรู้เลย”หลินเสี่ยวหรานฟังแล้วใจอ่อนยวบ ความคิดของฉู่ชิงเฟิงนั้นสูงส่งและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าที่นางคิดไว้มากนัก นางรู้สึกละอายใจที่เคยมองเขาเพียงผิวเผิน“เข้าใจแล้วเพคะ” นางพึมพำ ก่อนจะถามคำถามต่อไป “แล้ววรยุทธ์เล่าเพคะ หม่อมฉันรู้ว่าท่านอ๋องมีวรยุทธ์ แต่หม่อมฉันคิดว่าแค่พอป้องกันตัวได้เท่านั้น ไม่คิดเลยว่าท่านจะเก่งกาจราวเทพสงคราม จนสามารถปราบโจรป่าได้ราบคาบในพริบตา”“เทพสงครามอะไรกันเล่าหรานเอ๋อร์” ฉู่ชิงเฟิงส่ายหน้า เขาปฏิเสธคำชมนั้นอย่างรวดเร็ว “ที่ต้องฝึกวรยุทธ์ก็เพราะถูกบังคับให้ฝึกน่ะสิ ข้าไม่ชอบด้วยซ้ำ เพราะมันเหนื่อยจะตายไป”เขาบ่นอุบอิบ “ที่พอจะดีหน่อยก็คือเรื่องยิงธนูนั่นแหละ เพราะแค่ยื

  • ท่านอ๋องว่างงานกับพระชายาจำเป็น   ตอนที่75 คืนจันทร์ฉาย

    หลังจากเหตุการณ์ปราบโจรป่าครั้งใหญ่ที่จบลงไปอย่างน่าตื่นตะลึง หลินเสี่ยวหรานยังคงรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักๆ ถ่วงอยู่ในอก ภาพของฉู่ชิงเฟิงที่พลิ้วไหวกระบี่ดุจเทพสงคราม และเงาร่างของหลานเหมยที่ปลิดชีพศัตรูอย่างเลือดเย็นวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของนางตลอดเวลา มันเป็นภาพที่แตกต่างจาก ‘ท่านอ๋องว่างงานผู้ใจดี’ ที่นางรู้จักมาโดยสิ้นเชิงความรู้สึกเหมือนถูกปิดบัง คล้ายเขายังคงเป็นคนแปลกหน้าเกาะกินใจนาง ทำให้นางไม่สามารถร่าเริงได้เหมือนเคยบรรยากาศในจวนดูเหมือนจะปกติ แต่ความอึดอัดบางอย่างลอยอบอวลอยู่ระหว่างโซ่วอ๋องกับพระชายา หลินเสี่ยวหรานพยายามทำตัวปกติ ทว่าความเงียบที่เข้าปกคลุมระหว่างพวกเขามักจะหนักอึ้งอยู่เสมอฉู่ชิงเฟิงสังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของพระชายาของเขามาตลอดหลายวัน ดวงตาคมกริบของเขาฉายแววกังวล“หรานเอ๋อร์ วันนี้อากาศดีนัก ข้าเห็นว่าเจ้าดูไม่ค่อยสบายใจ ไยเราไม่ออกไปเดินเล่นในตลาดสักหน่อยเล่า เผื่อจะช่วยให้ใจเจ้าผ่อนคลายขึ้นบ้าง”หลินเสี่ยวหรานวางผ้าปักในมือลงช้าๆ พลางเงยหน้ามองเขา “เพคะท่านอ๋อง” นางตอบรับเรียบๆ ด้วยน้ำเสียงเจือความห่างเหิน แม้ในใจจะรู้สึกว่าการไปเดินตลาดอาจไม่ได้ช

  • ท่านอ๋องว่างงานกับพระชายาจำเป็น   ตอนที่74 ถอนหายใจ

    เขาเดินโซซัดโซเซเข้าไปหาฉู่ชิงเฟิง ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าทันที “ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉัน... หม่อมฉันผิดไปแล้ว หม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่เคยคิดเลยว่าท่านอ๋องจะ... ทรงเก่งกาจถึงเพียงนี้ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารบ้านเมือง หรือวรยุทธ์ ท่านคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตกระหม่อมเอาไว้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขอสารภาพว่าตลอดมากระหม่อมอิจฉาท่าน ไม่ยอมรับในความสามารถของท่าน แต่บัดนี้... กระหม่อมยอมรับแล้วพ่ะย่ะค่ะ! ท่านคือผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้อย่างแท้จริง หลี่เจิ้นขอถวายชีวิตรับใช้ท่านอ๋องตลอดไป และจะเป็นสุนัขรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของท่านอ๋องแต่เพียงผู้เดียวพ่ะย่ะค่ะ”น้ำเสียงของหลี่เจิ้นสั่นเครือด้วยความรู้สึกผิดและสำนึกอย่างแท้จริง แววตาที่มองฉู่ชิงเฟิงเปี่ยมไปด้วยความเคารพอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับเขาได้พบกับเทพเจ้าที่พร้อมจะยอมอุทิศตนเองให้ฉู่ชิงเฟิงมองหลี่เจิ้นนิ่งๆ ก่อนจะถอนหายใจ และยื่นมือไปประคองเขาให้ลุกขึ้น “ลุกขึ้นเถิดท่านรองเจ้าเมือง เพียงท่านเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่เปิ่นหวางทำเพื่อแคว้นก็พอแล้ว เรื่องที่ผ่านมาเปิ่นหวางไม่เคยติดใจ” แม้จะพูดเช่นนั้น แต่ภายในใจของฉู่ชิงเฟิงก็รับรู้ได้ถึงชัยช

  • ท่านอ๋องว่างงานกับพระชายาจำเป็น   ตอนที่73 หัวใจแทบหยุดเต้น!

    ท่ามกลางการต่อสู้อันดุเดือด ฉู่ชิงเฟิงพลันสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากเงามืดอีกครั้ง คราวนี้มันรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า ราวกับพายุที่พร้อมจะพัดทำลายทุกสิ่ง เขาเหลือบมองไปยังทิศทางนั้นโดยไม่ละสายตาจากศัตรูเบื้องหน้า“หลานเหมย...” เสียงของฉู่ชิงเฟิงต่ำลง แต่หนักแน่นเด็ดขาด “ไประบายโทสะของเจ้าได้”สิ้นคำสั่งนั้นเอง ร่างหนึ่งก็พลันปรากฏกายขึ้นจากเงามืด ราวกับภูตผีที่โผล่พ้นจากนรกานต์ นางสวมชุดองค์รักษ์สีดำสนิท ปกปิดทุกส่วนของร่างกาย แม้กระทั่งใบหน้าก็ถูกผ้าคลุมสีดำทมึนบดบังไว้จนมิดชิด เห็นเพียงประกายเย็นเยียบและดุดันที่ลอดผ่านช่องแคบของผ้าคลุมเท่านั้น รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของนางเข้มข้นจนบรรยากาศโดยรอบพลันเย็นยะเยือก เสียงกรีดร้องของโจรที่ดังระงมอยู่แล้ว กลับทวีความน่าหวาดกลัวขึ้นเมื่อเงาร่างสีดำนั้นเริ่มเคลื่อนไหว การโจมตีของนางรวดเร็ว ไร้ความปรานี และเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว ราวกับยมทูตที่มาทวงวิญญาณทันใดนั้นเอง นางก็เริ่มเคลื่อนไหว ร่างกายที่เคยสงบนิ่งบัดนี้กลับบ้าคลั่งราวกับสัตว์ร้ายที่หลุดออกจากกรงขัง นางพุ่งเข้าใส่กลุ่มโจรที่อยู่ใกล้ที่สุดด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ เสียง

  • ท่านอ๋องว่างงานกับพระชายาจำเป็น   ตอนที่72 สุราดีไม่ดื่ม อยากดื่มสุราพิษ!

    “เรียนท่านอ๋อง... พระชายาและท่านรองเจ้าเมือง... ถูกจับตัวไปพ่ะย่ะค่ะ!” เสียงของเขาขาดห้วง ร่างของเฉาเหมยในอ้อมแขนซีดเผือดไร้ชีวิตชีวา พิษกำลังแล่นเข้าสู่หัวใจทันทีที่เห็นสภาพของเฉาเหมยที่ถูกนำกลับมาในสภาพปางตาย ฉู่ชิงเฟิงพลันสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาเห็นธนูพิษที่ปักอยู่บนแขนของนาง ดวงตาคมกริบฉายแววเป็นห่วงปนโทสะ“ใครก็ได้! ไปตามหมอหลวงมาดูอาการเฉาเหมยเดี๋ยวนี้” ฉู่ชิงเฟิงตะโกนเสียงดังลั่น ในขณะที่หมอหลวงกำลังเดินทางมาอย่างเร่งด่วนในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ฉู่ชิงเฟิงก็รับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรงจนน่าสะพรึง มันแผ่ออกมาจากเงามืดในมุมหนึ่งของห้องโถง แม้จะไร้ซึ่งเสียงและตัวตนที่มองเห็น แต่จิตสังหารนั้นก็เข้มข้นจนทำให้เส้นผมบนแขนของเขาลุกชัน เขารู้ดีว่าความรู้สึกนี้มาจากใคร หลานเหมยคงเดือดดาลอย่างถึงที่สุดที่ได้เห็นสภาพปางตายของผู้เป็นน้องสาว จิตสังหารที่แผ่ออกมานั้นไม่ใช่แค่ความโกรธแค้น แต่มันคือคำประกาศกร้าวว่า ‘จะไม่มีใครรอด’ และผู้ที่บังอาจทำร้ายน้องสาวของนางจะต้องชดใช้ด้วยชีวิตอย่างสาสมจากนั้นองครักษ์ผู้รอดชีวิตก็ยื่นจดหมายที่กำแน่นในมือให้ฉู่ชิงเฟิง เขาหยิบมาคลี่ออกอ่าน แววตา

  • ท่านอ๋องว่างงานกับพระชายาจำเป็น   ตอนที่71 โซ่วอ๋องผู้อัญเชิญเทพปีศาจ

    หนึ่งปีแห่งความรุ่งเรืองของแคว้นหลิงหลงได้ผ่านไป ภายใต้การบริหารของฉู่ชิงเฟิงและเหล่าขุนนางผู้จงรักภักดี เมืองชิงหลิวและหัวเมืองน้อยใหญ่ต่างเต็มไปด้วยความมั่งคั่ง ผู้คนใช้ชีวิตอย่างผาสุกแต่เหรียญย่อมมีสองด้าน...ความร่ำรวยดึงดูดสายตาของเหล่าโจรป่าผู้หิวโหย ภัยร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ตามป่าเขาเริ่มคุกคามเส้นทางการค้าและการสัญจรของชาวบ้าน สร้างความปั่นป่วนไปทั่วแคว้นภายในจวนเจ้าเมือง “กราบทูลท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! แม้แคว้นเราจะมั่งคั่งขึ้น แต่ปัญหาโจรป่ากลับหนักหนาสาหัสขึ้นพ่ะย่ะค่ะ พวกมันกล้าดียิ่งขึ้น ดักปล้นขบวนสินค้าและชาวบ้านตามเส้นทางสำคัญๆ ทำให้การค้าชะงักงันพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพซ่งยืนกรานสีหน้าเคร่งเครียดฉู่ชิงเฟิงขมวดคิ้ว “แล้วกองทัพเล่า ท่านแม่ทัพมีกำลังไม่เพียงพอหรืออย่างไร”แม่ทัพซ่งถอนหายใจหนัก “กำลังพลมีจำกัดพ่ะย่ะค่ะ ทหารหลวงหนึ่งพันนายต้องกระจายกำลังดูแลสี่หัวเมือง อีกทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์หลายอย่างก็เริ่มชำรุดทรุดโทรม เพราะสงบศึกมานานหลายปี ทหารเองก็ขาดการฝึกฝนอย่างเข้มข้น ทำให้ความแข็งแกร่งลดลงพ่ะย่ะค่ะ”“ปัญหาใหญ่จริงๆ นั่นแหละท่านแม่ทัพ เปิ่นหวางเข้าใจดี” ฉู่ชิงเฟิงหันไปมองเหวินจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status