LOGINเกิดใหม่ในร่างบุตรสาวขุนนางต้องโทษ เดิมคิดว่าจะใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบภรรยาชาวนา แต่เมื่อได้รับพลังพิเศษ กลางวันนางคือแม่หมอผู้มองเห็นวาสนาผู้คน ยามค่ำคืนต้องรับมือกับสามีผู้ซื่อตรงแต่ร้อนแรงราวสัตว์ป่า
View Moreชิงเหยาหรือในชาตินี้ มู่หว่านเหยา กำลังทบทวนเรื่องราว
นางเกิดใหม่ในร่างนี้ได้มาสองสามวันแล้ว
ย้อนไปเมื่อหลายวันก่อนที่จะเกิดใหม่ในร่างหญิงสาวผู้นี้ นางเกิดอุบัติเหตุวิญญาณถูกส่งไปปรโลกทันที คำตัดสินของเบื้องบนบอกว่านางมีกรรมดีมากกว่ากรรมชั่ว
...เกิดใหม่ชาตินี้จะได้เสพสุขเกิดในครอบครัวที่อบอุ่นในระดับปานกลาง ก็ดีนับว่าไม่ลำบากนัก
ทว่า...ในขณะที่นางกำลังจะดื่มน้ำแกงยายเมิ่งลืมอดีต
จังหวะนั้นเอง…มีแรงอาภาพลันปะทุขึ้นกลางอากาศ เสียงลมหมุนวนกรีดผ่านจนฝุ่นปลิวว่อน
มีบุรุษผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นกลางแสงเรืองรอง
อาภาเวทสาดส่องทั่วท้องฟ้า ราวกับทุกสรรพสิ่งรอบตัวต่างหลบเร้นให้เพียงเขาอยู่ในศูนย์กลางแห่งพลังนั้น
เรือนกายสูงสง่าราวสลักจากหยกขาว เครื่องแต่งกายเป็นอาภรณ์สีดำขลับปักดิ้นเงินลายเมฆเคลื่อนไหวช้า ๆ ตามแรงเวท เส้นผมยาวสีดำขลับปลิวไหวกลางลม มัดไว้หลวม ๆ ด้วยแถบผ้าไหมขาว
ผิวของเขาขาวเนียนประหนึ่งน้ำแข็งที่หลอมละลายใต้แสงจันทร์ ดวงตาคมลึกเฉกเช่นดวงดาวในรัตติกาล เพียงสบตาครั้งเดียว ก็คล้ายจะมองทะลุถึงจิตวิญญาณของผู้คน
ความงามของเขา...ไม่อาจเรียกได้ว่า “หล่อเหลา”
เพราะคำว่านั้นดูต่ำเกินไป
มันคือความงามเหนือมนุษย์ เยือกเย็น ลึกล้ำและอันตราย
เขายกฝ่ามือขึ้นช้า ๆ
พลังเวทสีทองพลันแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นมหาสมุทร โอบล้อมอากาศจนเกิดเสียงหวีดแหลมระคนแรงสั่นสะเทือน
เมื่อฝ่ามือฟาดออกไปเบื้องหน้า
แสงสว่างจ้าราวอัสนีบาตฟาดฟันลงมา
พลังนั้นมิใช่สิ่งที่มนุษย์ปุถุชนจะรับมือได้เลยแม้แต่น้อย...สะบัดผ่านพื้นจนทุกสิ่งสั่นสะเทือน
ชิงเหยามองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง น้ำแกงในมือสั่นไหว กระชอนออกจนเกือบหมด จากนั้นนางก็พยายามยื่นจอกไปหายายเมิ่งที่อยู่ใกล้เตาไฟ หวังให้ช่วยตักน้ำแกงใหม่ให้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินสิ่งที่นางพูด
สีหน้าของทุกคนในเรือนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ผู้คุ้มแถวด้านข้างเห็นว่าน้ำแกงในชามของหว่านเหยาหมดแล้ว ก็เข้าใจว่านางดื่มจนหมดจึงเร่งให้เดินต่อ
“อย่าชักช้า ไปได้แล้ว!”
เสียงห้าวของผู้คุมดังขึ้นพร้อมแรงผลักเบา ๆ จากด้านหลัง
หว่านเหยาพยายามจะอธิบาย “ข้ายังไม่ได้ดื่ม—”
แต่เสียงของนางถูกกลบด้วยเสียงโกลาหลรอบข้าง ไม่มีใครหันมาฟัง
จู่ ๆ พลังสายหนึ่งแล่นแหวกอากาศมาด้วยความเร็วราวสายฟ้า ฟาดตรงมายังร่างของนาง
แรงปะทะรุนแรง “อ๊ะ—!”
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนไม่อาจตั้งตัวได้
ร่างของหว่านเหยาถูกแรงเวทมหาศาลซัดกระเด็นออกจากทางเดิน ก่อนจะตกทะลุขอบหน้าผาลงไปยังแม่น้ำเหลืองเบื้องล่าง
สายน้ำสีทองหม่นกลืนร่างของนางหายไปในพริบตา —
ก่อนเวลาที่ฟ้ากำหนดไว้...
สติของนางดับวูบลงท่ามกลางเสียงคลื่นซัดกระหน่ำ
เงาแสงสุดท้ายที่เห็น คือผิวน้ำสีทองของแม่น้ำเหลืองพลันกลืนร่างของนางหายไปในความมืด
เมื่อได้สติอีกครั้ง กลับพบว่าร่างกายของนางนอนอยู่บนเตียงไม้เก่า
กลิ่นยาสมุนไพรจาง ๆ ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้อง
“นี่...ข้ายังมีชีวิตอยู่หรือ” นางพึมพำเบา ๆ พลางยกมือขึ้นดู เห็นปลายนิ้วเรียวยาวแต่ผิวซีดขาว ราวกับมิใช่มือของตนเอง
ไม่นานจึงเข้าใจ
นางได้เกิดใหม่ในร่างของ มู่หว่านเหยา บุตรสาวของขุนนางต้องโทษ ผู้เคยมีชีวิตสูงศักดิ์อยู่ในตระกูลใหญ่ แต่หลังบิดาถูกลงโทษและทรัพย์สินทั้งหมดถูกยึด นางจึงถูกขายเข้าหอนางโลมอย่างไร้ทางเลือก
ชายชาวนาผู้หนึ่งชื่อ หานเจ๋อ ใช้เงินทั้งหมดที่มีเพื่อไถ่ตัวนางออกมา นางซอกซ้ำทั้งกายและใจร่างกายทนแทบไม่ไหว
ช่วงที่ยังนอนซมป่วย นางได้ยินเสียงคนพูดอยู่ไม่ไกล
ว่าตระกูลใหญ่แห่งเมืองเหนือ...ตระกูลซ่ง ได้สูญเสียหลานสาวไปหลังคลอดไม่นาน
หัวใจของนางกระตุกวูบ หลานสาวแห่งตระกูลซ่ง?
“นั่นคงไม่ใช่ร่างที่ข้ามาเกิดใหม่...หรอกใช่หรือไม่?”
ส่วนร่างของสตรีผู้นี้...
ที่ควรสิ้นลมหายใจกลับไม่ตาย
— เพราะมีวิญญาณของนางมาอยู่แทน
“เกิดแต่กับข้าจริง ๆ...ความผิดพลาดเช่นนี้”
เสียงพึมพำหลุดออกจากริมฝีปากอย่างแผ่วเบา ทั้งไม่แน่ใจว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
เสียงประตูไม้ดังแผ่วเบา แอ๊ด...
มู่หว่านเหยาหันไปตามเสียง เห็นหานเจ๋อผลักบานประตูเข้ามา
แสงแดดยามสายส่องลอดช่องไม้เข้ามาตกบนร่างของเขา ใบหน้าที่อบอุ่นนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและห่วงใย
“เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง”
เขาเอ่ยเสียงนุ่ม น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความใส่ใจ
บุรุษตรงหน้า...คือสามีของร่างนี้
ผู้ที่มอบทั้งความรัก ความมั่นคง และความซื่อสัตย์ให้มู่หว่านเหยามาโดยตลอด
ทว่า...สำหรับนางแล้ว ความรู้สึกที่หลงเหลืออยู่ในใจกลับมิได้อบอุ่นเช่นเขาเลย
ชิงเหยาในร่างของมู่หว่านเหยา รู้สึกสะท้อนในใจอย่างบอกไม่ถูก
ต่อให้หานเจ๋อจะดีกว่านี้อีกสักเพียงใด...
สุดท้าย สตรีที่มีใจให้บุรุษอื่นอยู่ก่อนแล้ว ก็ยากจะตอบแทนความรักนั้นได้อย่างแท้จริง
ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในใจ แต่สิ่งที่นางเอ่ยออกมาได้ มีเพียงคำสั้น ๆ แผ่วเบา “ขอบคุณ”
ริมฝีปากยกยิ้มบางคล้ายจะปลอบเขา แต่ดวงตากลับซ่อนความเศร้าไว้ลึก ๆ นางไม่อาจพูดสิ่งที่อยู่ในใจได้ เพราะถ้อยคำนั้น จะทำร้ายชายตรงหน้าเกินไป
“ข้าดีขึ้นแล้ว”
เพียงคำพูดสั้น ๆ ของนาง พร้อมรอยยิ้มอ่อนจางนั้น กลับทำให้แววตาของหานเจ๋อเปล่งประกายขึ้นมาทันที หญิงสาวไม่เย็นชาเช่นเคย
“ข้าเอามื้อกลางวันมาให้เจ้า...”
เสียงของหานเจ๋อแผ่วนุ่มแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย
มู่หว่านเหยาหลบตาลง เอ่ยตอบเบา ๆ “ขอบคุณท่านยิ่งนัก”
หานเจ๋อยังคงยิ้มหน้าบาน ดวงตาเปล่งประกายด้วยความดีใจ
“ได้ดูแลเจ้า ข้าก็ปลื้มใจนัก อย่าได้เอ่ยคำขอบคุณเลย”
มู่หว่านเหยาเพียงลอบถอนหายใจในใจ นางลุกขึ้นไปนั่งที่โต๊ะ ตักโจ๊กหอมกรุ่นตรงหน้าขึ้นกินอย่างเงียบงัน
ไอร้อนจากชามโจ๊กแผ่วคลุ้ง แต่ความอบอุ่นนั้นกลับไม่อาจซึมเข้าสู่หัวใจของหว่านเหยาคนเดิมได้เลย
ทว่าหว่านเหยาคนใหม่กลับครุ่นคิดอยู่ในใจ
บุรุษผู้นี้...จะเป็นคนของนางจริง ๆ ได้ไหมนะ
เสียงช้อนกระทบถ้วยเบา ๆ ดังขึ้นในเรือนเล็ก
เมื่อกินเสร็จ หานเจ๋อก็รีบเก็บถ้วยชามไปเอง ไม่ยอมให้นางแตะต้องสิ่งใด แม้แต่น้อย
ขณะกำลังจะออกจากเรือน เขาหันกลับมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ข้าจะขึ้นเขาไปสักหน่อย อาจกลับค่ำ โจ๊กยังเหลือในหม้อ หากเจ้าหิวก็ไปตักกินได้เลย”
มู่หว่านเหยาเงยหน้าขึ้นมองเพียงชั่วครู่ ก่อนตอบเรียบ ๆ
“ข้ารู้แล้ว...ข้าดูแลตัวเองได้ ท่านไม่ต้องห่วง”
หานเจ๋อพยักหน้าเบา ๆ รอยยิ้มบางประดับบนใบหน้า
“อืม เช่นนั้นข้าไปก่อน”
ร่างของเขาค่อย ๆ เดินลับออกไปกลางแสงแดดยามสาย
ประตูไม้ปิดลงช้า ๆ เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านผืนทุ่ง
วันนี้อาการของหว่านเหยาดีขึ้นมา พอกินเสร็จนางก็ลุกขึ้นออกมาจากเรือน ล้างจานด้วยตนเองพลางเดินไปรอบๆ
เรือนหลังนี้ตั้งอยู่กลางทุ่งนา ห่างไกลจากหมู่บ้านพอสมควร
เดิมทีหานเจ๋ออาศัยอยู่กับครอบครัวในหมู่บ้าน แต่เพราะยืนกรานจะขอแต่งกับนาง พี่ชายจึงเป็นผู้เอ่ยขอให้บิดามารดาแยกเรือนให้
หานเจ๋อได้รับที่นาเป็นส่วนแบ่งหนึ่งหมู่ เขาจึงนำมาสร้างเรือนหลังเล็กขึ้นด้วยแรงของตนเอง
เอาเข้าจริง...หากจะเรียกว่า “กระท่อม” ก็คงเหมาะสมกว่า “เรือน” เสียด้วยซ้ำ
มู่หว่านเหยาขมวดคิ้วนิด ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว
เพียงเริ่มต้นชีวิตใหม่...ก็ช่างรันทดนัก
นางอุตส่าห์ทำความดีมาทั้งชีวิต คิดว่าจะมีวันที่ดีบ้าง แต่กลับต้องลืมตาขึ้นมาเผชิญเคราะห์กรรมในร่างของสตรีเช่นนี้อีก
ช่างมันเถอะ...ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องแก้ไข แค่ดำเนินชีวิตให้ดี อย่างน้อย นางยังมีความรู้ติดตัวมาเต็มหัว
“ความรู้ก็ยังอยู่กับเรา…ก็ดีกว่ามือเปล่าเป็นไหน ๆ”
นางพูดกับตัวเองพลางยืดแขนยืดขา สูดอากาศสดชื่นเข้าปอด “พักกายให้มีกำลังเสียก่อน...” นางพึมพำกับตนเองเบา ๆ ก่อนทอดสายตาออกไปยังทุ่งกว้างที่ทอดยาวสุดสายตา
เมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้ว...นางก็ต้องเริ่มลงมือทำมาหากินด้วยตนเองบ้าง จะอยู่ให้ผู้อื่นเลี้ยงดูไปชั่วชีวิตได้อย่างไร
ชีวิตใหม่ทั้งทีก็ต้องใช้ให้คุ้ม
อย่าเพิ่งท้อ…เอาใจชิลโหมดไว้ก่อนแล้วกัน
ตอนที่ 83 ตอบแทน หานเจ๋อที่สัมผัสได้ถึงสายตารักใคร่ที่ถังเหยียนมีต่อภรรยา แววตาของเขาพลันวาวโรจน์ด้วยความไม่พึงใจ เขาโอบเอวหว่านเหยาแน่นขึ้น ไอสังหารจางๆ แผ่ออกมาจากร่างกายที่เปี่ยมไปด้วยพลังหยาง จนถังเหยียนรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง“ที่แท้ก็คุณชายถัง... ข้าหานเจ๋อ ยินดีที่ได้พบ” หานเจ๋อเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่แฝงด้วยความดุดันแม้หว่านเหยาจะไม่ได้แสดงความอาทรต่อถังเหยียนแม้แต่น้อย ทว่าสตรีในอาภรณ์สีเหลืองนวลกลับไม่คิดปล่อยผ่าน นางเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “พี่หญิง ดูเหมือนว่าพี่เขยจะมีสีหน้าผิดปกตินะเจ้าคะ”สตรีงดงามข้างกายนางแววตาโกรธ นางเรียกบ่าวข้างกายผู้หนึ่งแล้วเอ่ยสั่งการบางอย่างคำสั่งนั้น ทำให้ อนุมู่ถึงกลับหน้าถอดสีทางด้านถังเหยียน เมื่อหันไปเห็นฮูหยินของตนยืนจ้องเขม็งอยู่ไม่ไกล ก็พลันรู้สึกตัวรีบเอ่ยขอตัวแยกออกมาอย่างรวดเร็ว ทุกฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปคล้ายเรื่องราวจะจบสิ้นเพียงเท่านี้...แม้หว่านเหยาและหานเจ๋อจะไม่ได้ใส่ อนุมู่ ฉวยโอกาสในช่วงที่ทุกคนเผลอปลีกตัวออกมา นางกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาหว่านเหยาด้วยท่าทีลับๆ ล่อๆ ก่อนจะเรียกขานด้วยเสียงเบา“เหยาเอ๋อร์...”หว่าน
ตอนนี้ 82 อดีตเมื่อดวงตะวันทอแสง หว่านเหยาในอาภรณ์เนื้อดีเรียบง่าย กระนั้นนางยังดูผุดผ่องผิดตา หญิงสาวล้างหน้าล้างตาเตรียมตัวไปตลาดทาส โดยเรียก ชิงอี้ ให้ตามไปช่วยจัดการสาวใช้คนใหม่ที่จะรับเพิ่มเพื่อแบ่งเบาภาระในเรือนหานเจ๋อเดินเข้ามากอดไหล่ภรรยาด้วยแววตากรุ่มกริ่ม พลางเอ่ยเย้าเสียงทุ้ม “ไปกันเถอะ... ข้าอยากรู้นักว่าพลังที่ข้าตั้งใจ ‘เติม’ ให้เจ้าทั้งคืน จะช่วยให้เจ้าเลือกคนได้ถูกใจเพียงใด”หว่านเหยาเอ็ดสามีทางสายตาพลางก้าวขึ้นรถม้าหานเจ๋อยิ้มบางเอ่ย “ส่วนเรื่องพ่อบ้าน ข้าจะรีบจัดการประกาศรับสมัครเอง เมื่อได้ตัวคนมาแล้วข้าจะให้เจ้าเป็นผู้ตัดสินใจเลือกอีกที”หว่านเหยาพยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย “เจ้าค่ะท่านพี่”ครั้นถึงตลาดทาส พลังหยางที่หานเจ๋อมอบให้เพื่อ ‘เติมเต็ม’ เมื่อคืนก็ไม่ทำให้หว่านเหยาผิดหวัง พลังนิมิตของนางกล้าแกร่งขึ้นจนภาพในมิติปรากฏชัดเจนยิ่งนัก นางสามารถมองเห็นได้ถึงเบื้องลึกของจิตใจและดวงชะตาของผู้คนในลานกว้างแห่งนี้ได้เกือบจะทะลุปรุโปร่ง ราวกับทุกสิ่งถูกคลี่กางอยู่ตรงหน้าเพียงแค่ปรายตามองออกไปเท่านั้นใช้เวลาเพียงไม่นาน หว่านเหยาก็เลือกเฟ้นทาสที่มีหน่วยก้านดีได้ครบต
ตอนที่ 81 ไม่กล้าหยุดพัก“ท่านพี่...” หว่านเหยาครางประท้วงในลำคอ ร่างกายของนางสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วกายหว่านเหยาถูกพายุอารมณ์พัดพาจนสิ้นเรี่ยวแรงจะขัดขืนนางบิดเร่าร่างกายไปมาผิวหยกที่ขาวเนียนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อเพราะแรงปรารถนา น้ำหวานใสเริ่มไหลซึมเอ่อล้นออกมาจากกุหลาบงามที่กำลังเบ่งบานเพื่อรอรับการรุกล้ำ มันไหลรินออกมาเคลือบทับจุดอ่อนไหวจนชุ่มโชก ส่งกลิ่นหอมหวานละมุนคล้ายดอกไม้ป่ายามต้องน้ำค้าง กลิ่นรัญจวนใจนั้นลอยอวลขึ้นมาแตะจมูกหานเจ๋อ กระตุ้นให้แก่นกายชายหนุ่มขยายพองจนปวดหนึบ“ท่านพี่... อื้อ...” นางครางเสียงพร่า แววตาฉ่ำปรือที่มองสบตาหานเจ๋อนั้นเต็มไปด้วยความโหยหา นางจงใจแอ่นอกอิ่มขึ้นเบียดเสียดกับแผงอกกว้างของเขาประหนึ่งจะเชิญชวน พลางขยับสะโพกมนวนเวียนเข้าหาจุดสอดประสานอย่างมีจริตจะก้านที่ทำให้คนมองถึงกับลมหายใจสะดุดหว่านเหยาไม่ได้ปกปิดความต้องการที่พุ่งพล่านอีกต่อไป นางใช้ปลายนิ้วเรียวเล็กลากไล้ไปตามมัดกล้ามเนื้อที่แผ่นหลังของหานเจ๋อ จิกเล็บลงเบาๆ เมื่อเขากระแทกกายลงมาเน้นย้ำที่จุดอ่อนไหว ริมฝีปากอิ่มเผยอออกน้อยๆ เพื่อกอบโกยอากาศพลางส่งเสียง
ตอนที่ 80 เติมพลังแม้เรือนไม้หลังใหญ่จะสง่างามและเต็มไปด้วยข้าวของล้ำค่า ทว่าหว่านเหยากลับตระหนักได้ว่ากำลังคนในเรือนยามนี้ช่างน้อยนิดนักลำพังเพียงสาวใช้ 3 คน ย่อมไม่อาจดูแลพื้นที่กว้างขวาง ยิ่งในยามที่สมบัติพัสถานเต็มเรือนเช่นนี้ ยิ่งต้องมีคนช่วยจัดการหว่านเหยาขยับกายวางถ้วยชาลงเบาๆ “ท่านพี่... เรือนเราใหญ่โตขึ้นมาก แต่คนดูแลกลับมีเท่าเดิม เห็นทีต้องรับคนเพิ่มเสียหน่อย ท่านคิดว่าเราควรหาพ่อบ้านที่ไว้ใจได้สักคนมาช่วยจัดการเรื่องหยุมหยิมในเรือนดีหรือไม่เจ้าคะ?”หานเจ๋อพยักหน้าเห็นพ้อง “ได้สิ มีพ่อบ้านคอยคุมกฎในเรือน เจ้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแรงเกินไป”เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริมขึ้น “แล้วเรื่องทาสเล่า เจ้าอยากจะซื้อเพิ่มด้วยหรือไม่ ทั้งคนสวน คนครัว และคนที่พอจะมีวรยุทธ์ไว้คอยเฝ้ายาม”“เพิ่มเจ้าค่ะ” หว่านเหยาตอบด้วยน้ำเสียงยินดีหานเจ๋อพยักหน้าเห็นพ้อง แววตาคมปลาบของเขาฉายความเอ็นดูเมื่อเห็นเมียรักเริ่มวางแผนจัดการเรือนให้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น“ได้... ตามใจเจ้า พรุ่งนี้พวกเราไปที่ตลาดค้าทาสในตัวเมืองกัน” หานเจ๋อกล่าวเสียงนุ่มนวล พลางกุมมือเล็กของภรรยาไว้แน่น ก่อนจะปรายตาคมปลาบไปทางบ
ตอนที่ 57 วาสนาที่เริ่มถักทอแท้จริงแล้ว หว่านเหยาหาได้มีพลังลมปราณกล้าแกร่งอันใด นางเพียงอาศัยความรู้ด้านกายภาพบำบัดจากชาติก่อนมาประยุกต์ใช้ ท่วงท่าการกดจุดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่แม่นยำ จึงดูราวกับปาฏิหาริย์แห่งการรักษาในสายตาของคนยุคนี้ซูหลิงก้าวเข้าไปในเรือนอย่างระมัดระวัง แสงตะวันยามบ่ายสาดลอ
ตอนที่ 55 คุ้มภัย นางจัดเก็บทองคำให้เรียบร้อย ปิดหีบลงอย่างแน่นหนา ก่อนจะหมุนกุญแจด้วยมือที่นิ่งสนิท จากนั้นจึงลุกขึ้นเตรียมออกไปยังศาลาหว่านเหยาหันไปกำชับชิงอิง น้ำเสียงราบเรียบ “หลังจากข้าตรวจดวงชะตาเสร็จแล้ว เจ้าช่วยไปตามนายท่านมาหาข้าด้วย”ชิงอิงรับคำทันที “เจ้าค่ะ นายหญิง”หว่านเหยา
ตอนที่ 56 สืบให้ชัดเจนหว่านเหยานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ราวกับพูดเรื่องเล็กน้อย แต่แววตากลับจริงจังกว่าคำพูด“แต่ว่า…ท่านพี่ ข้าคิดว่าท่านไม่ต้องไปช่วยเขาสร้างเรือนดีกว่า”หานเจ๋อชะงักเล็กน้อย ก่อนหันมามองนาง“เช่นนั้นเจ้าจะให้ข้าทำสิ่งใด”หว่านเหยายกมุมปากนิดเดียว คล
ตอนที่ 52 พะอืดพะอม หว่านเหยาตรวจดวงชะตาให้ผู้คนไปทีละลำดับ เสียงถาม เสียงถอนหายใจ เสียงสะอื้นแผ่ว ๆ ผลัดเปลี่ยนกันไม่ขาดจนเมื่อใกล้ถึงลำดับสุดท้าย แสงแดดยามเช้าเริ่มแรงขึ้นจังหวะนั้นก็มีเสียงล้อรถม้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากด้านนอกรถม้าคันใหญ่หยุดนิ่งหน้าศาลา ตัวรถแกะลายวิจิตร หลังคาเคลือบเงาสะท้อนแ
reviews