LOGINเกิดใหม่ในร่างบุตรสาวขุนนางต้องโทษ เดิมคิดว่าจะใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบภรรยาชาวนา แต่เมื่อได้รับพลังพิเศษ กลางวันนางคือแม่หมอผู้มองเห็นวาสนาผู้คน ยามค่ำคืนต้องรับมือกับสามีผู้ซื่อตรงแต่ร้อนแรงราวสัตว์ป่า
View Moreชิงเหยาหรือในชาตินี้ มู่หว่านเหยา กำลังทบทวนเรื่องราว
นางเกิดใหม่ในร่างนี้ได้มาสองสามวันแล้ว
ย้อนไปเมื่อหลายวันก่อนที่จะเกิดใหม่ในร่างหญิงสาวผู้นี้ นางเกิดอุบัติเหตุวิญญาณถูกส่งไปปรโลกทันที คำตัดสินของเบื้องบนบอกว่านางมีกรรมดีมากกว่ากรรมชั่ว
...เกิดใหม่ชาตินี้จะได้เสพสุขเกิดในครอบครัวที่อบอุ่นในระดับปานกลาง ก็ดีนับว่าไม่ลำบากนัก
ทว่า...ในขณะที่นางกำลังจะดื่มน้ำแกงยายเมิ่งลืมอดีต
จังหวะนั้นเอง…มีแรงอาภาพลันปะทุขึ้นกลางอากาศ เสียงลมหมุนวนกรีดผ่านจนฝุ่นปลิวว่อน
มีบุรุษผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นกลางแสงเรืองรอง
อาภาเวทสาดส่องทั่วท้องฟ้า ราวกับทุกสรรพสิ่งรอบตัวต่างหลบเร้นให้เพียงเขาอยู่ในศูนย์กลางแห่งพลังนั้น
เรือนกายสูงสง่าราวสลักจากหยกขาว เครื่องแต่งกายเป็นอาภรณ์สีดำขลับปักดิ้นเงินลายเมฆเคลื่อนไหวช้า ๆ ตามแรงเวท เส้นผมยาวสีดำขลับปลิวไหวกลางลม มัดไว้หลวม ๆ ด้วยแถบผ้าไหมขาว
ผิวของเขาขาวเนียนประหนึ่งน้ำแข็งที่หลอมละลายใต้แสงจันทร์ ดวงตาคมลึกเฉกเช่นดวงดาวในรัตติกาล เพียงสบตาครั้งเดียว ก็คล้ายจะมองทะลุถึงจิตวิญญาณของผู้คน
ความงามของเขา...ไม่อาจเรียกได้ว่า “หล่อเหลา”
เพราะคำว่านั้นดูต่ำเกินไป
มันคือความงามเหนือมนุษย์ เยือกเย็น ลึกล้ำและอันตราย
เขายกฝ่ามือขึ้นช้า ๆ
พลังเวทสีทองพลันแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นมหาสมุทร โอบล้อมอากาศจนเกิดเสียงหวีดแหลมระคนแรงสั่นสะเทือน
เมื่อฝ่ามือฟาดออกไปเบื้องหน้า
แสงสว่างจ้าราวอัสนีบาตฟาดฟันลงมา
พลังนั้นมิใช่สิ่งที่มนุษย์ปุถุชนจะรับมือได้เลยแม้แต่น้อย...สะบัดผ่านพื้นจนทุกสิ่งสั่นสะเทือน
ชิงเหยามองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง น้ำแกงในมือสั่นไหว กระชอนออกจนเกือบหมด จากนั้นนางก็พยายามยื่นจอกไปหายายเมิ่งที่อยู่ใกล้เตาไฟ หวังให้ช่วยตักน้ำแกงใหม่ให้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินสิ่งที่นางพูด
สีหน้าของทุกคนในเรือนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ผู้คุ้มแถวด้านข้างเห็นว่าน้ำแกงในชามของหว่านเหยาหมดแล้ว ก็เข้าใจว่านางดื่มจนหมดจึงเร่งให้เดินต่อ
“อย่าชักช้า ไปได้แล้ว!”
เสียงห้าวของผู้คุมดังขึ้นพร้อมแรงผลักเบา ๆ จากด้านหลัง
หว่านเหยาพยายามจะอธิบาย “ข้ายังไม่ได้ดื่ม—”
แต่เสียงของนางถูกกลบด้วยเสียงโกลาหลรอบข้าง ไม่มีใครหันมาฟัง
จู่ ๆ พลังสายหนึ่งแล่นแหวกอากาศมาด้วยความเร็วราวสายฟ้า ฟาดตรงมายังร่างของนาง
แรงปะทะรุนแรง “อ๊ะ—!”
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนไม่อาจตั้งตัวได้
ร่างของหว่านเหยาถูกแรงเวทมหาศาลซัดกระเด็นออกจากทางเดิน ก่อนจะตกทะลุขอบหน้าผาลงไปยังแม่น้ำเหลืองเบื้องล่าง
สายน้ำสีทองหม่นกลืนร่างของนางหายไปในพริบตา —
ก่อนเวลาที่ฟ้ากำหนดไว้...
สติของนางดับวูบลงท่ามกลางเสียงคลื่นซัดกระหน่ำ
เงาแสงสุดท้ายที่เห็น คือผิวน้ำสีทองของแม่น้ำเหลืองพลันกลืนร่างของนางหายไปในความมืด
เมื่อได้สติอีกครั้ง กลับพบว่าร่างกายของนางนอนอยู่บนเตียงไม้เก่า
กลิ่นยาสมุนไพรจาง ๆ ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้อง
“นี่...ข้ายังมีชีวิตอยู่หรือ” นางพึมพำเบา ๆ พลางยกมือขึ้นดู เห็นปลายนิ้วเรียวยาวแต่ผิวซีดขาว ราวกับมิใช่มือของตนเอง
ไม่นานจึงเข้าใจ
นางได้เกิดใหม่ในร่างของ มู่หว่านเหยา บุตรสาวของขุนนางต้องโทษ ผู้เคยมีชีวิตสูงศักดิ์อยู่ในตระกูลใหญ่ แต่หลังบิดาถูกลงโทษและทรัพย์สินทั้งหมดถูกยึด นางจึงถูกขายเข้าหอนางโลมอย่างไร้ทางเลือก
ชายชาวนาผู้หนึ่งชื่อ หานเจ๋อ ใช้เงินทั้งหมดที่มีเพื่อไถ่ตัวนางออกมา นางซอกซ้ำทั้งกายและใจร่างกายทนแทบไม่ไหว
ช่วงที่ยังนอนซมป่วย นางได้ยินเสียงคนพูดอยู่ไม่ไกล
ว่าตระกูลใหญ่แห่งเมืองเหนือ...ตระกูลซ่ง ได้สูญเสียหลานสาวไปหลังคลอดไม่นาน
หัวใจของนางกระตุกวูบ หลานสาวแห่งตระกูลซ่ง?
“นั่นคงไม่ใช่ร่างที่ข้ามาเกิดใหม่...หรอกใช่หรือไม่?”
ส่วนร่างของสตรีผู้นี้...
ที่ควรสิ้นลมหายใจกลับไม่ตาย
— เพราะมีวิญญาณของนางมาอยู่แทน
“เกิดแต่กับข้าจริง ๆ...ความผิดพลาดเช่นนี้”
เสียงพึมพำหลุดออกจากริมฝีปากอย่างแผ่วเบา ทั้งไม่แน่ใจว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
เสียงประตูไม้ดังแผ่วเบา แอ๊ด...
มู่หว่านเหยาหันไปตามเสียง เห็นหานเจ๋อผลักบานประตูเข้ามา
แสงแดดยามสายส่องลอดช่องไม้เข้ามาตกบนร่างของเขา ใบหน้าที่อบอุ่นนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและห่วงใย
“เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง”
เขาเอ่ยเสียงนุ่ม น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความใส่ใจ
บุรุษตรงหน้า...คือสามีของร่างนี้
ผู้ที่มอบทั้งความรัก ความมั่นคง และความซื่อสัตย์ให้มู่หว่านเหยามาโดยตลอด
ทว่า...สำหรับนางแล้ว ความรู้สึกที่หลงเหลืออยู่ในใจกลับมิได้อบอุ่นเช่นเขาเลย
ชิงเหยาในร่างของมู่หว่านเหยา รู้สึกสะท้อนในใจอย่างบอกไม่ถูก
ต่อให้หานเจ๋อจะดีกว่านี้อีกสักเพียงใด...
สุดท้าย สตรีที่มีใจให้บุรุษอื่นอยู่ก่อนแล้ว ก็ยากจะตอบแทนความรักนั้นได้อย่างแท้จริง
ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในใจ แต่สิ่งที่นางเอ่ยออกมาได้ มีเพียงคำสั้น ๆ แผ่วเบา “ขอบคุณ”
ริมฝีปากยกยิ้มบางคล้ายจะปลอบเขา แต่ดวงตากลับซ่อนความเศร้าไว้ลึก ๆ นางไม่อาจพูดสิ่งที่อยู่ในใจได้ เพราะถ้อยคำนั้น จะทำร้ายชายตรงหน้าเกินไป
“ข้าดีขึ้นแล้ว”
เพียงคำพูดสั้น ๆ ของนาง พร้อมรอยยิ้มอ่อนจางนั้น กลับทำให้แววตาของหานเจ๋อเปล่งประกายขึ้นมาทันที หญิงสาวไม่เย็นชาเช่นเคย
“ข้าเอามื้อกลางวันมาให้เจ้า...”
เสียงของหานเจ๋อแผ่วนุ่มแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย
มู่หว่านเหยาหลบตาลง เอ่ยตอบเบา ๆ “ขอบคุณท่านยิ่งนัก”
หานเจ๋อยังคงยิ้มหน้าบาน ดวงตาเปล่งประกายด้วยความดีใจ
“ได้ดูแลเจ้า ข้าก็ปลื้มใจนัก อย่าได้เอ่ยคำขอบคุณเลย”
มู่หว่านเหยาเพียงลอบถอนหายใจในใจ นางลุกขึ้นไปนั่งที่โต๊ะ ตักโจ๊กหอมกรุ่นตรงหน้าขึ้นกินอย่างเงียบงัน
ไอร้อนจากชามโจ๊กแผ่วคลุ้ง แต่ความอบอุ่นนั้นกลับไม่อาจซึมเข้าสู่หัวใจของหว่านเหยาคนเดิมได้เลย
ทว่าหว่านเหยาคนใหม่กลับครุ่นคิดอยู่ในใจ
บุรุษผู้นี้...จะเป็นคนของนางจริง ๆ ได้ไหมนะ
เสียงช้อนกระทบถ้วยเบา ๆ ดังขึ้นในเรือนเล็ก
เมื่อกินเสร็จ หานเจ๋อก็รีบเก็บถ้วยชามไปเอง ไม่ยอมให้นางแตะต้องสิ่งใด แม้แต่น้อย
ขณะกำลังจะออกจากเรือน เขาหันกลับมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ข้าจะขึ้นเขาไปสักหน่อย อาจกลับค่ำ โจ๊กยังเหลือในหม้อ หากเจ้าหิวก็ไปตักกินได้เลย”
มู่หว่านเหยาเงยหน้าขึ้นมองเพียงชั่วครู่ ก่อนตอบเรียบ ๆ
“ข้ารู้แล้ว...ข้าดูแลตัวเองได้ ท่านไม่ต้องห่วง”
หานเจ๋อพยักหน้าเบา ๆ รอยยิ้มบางประดับบนใบหน้า
“อืม เช่นนั้นข้าไปก่อน”
ร่างของเขาค่อย ๆ เดินลับออกไปกลางแสงแดดยามสาย
ประตูไม้ปิดลงช้า ๆ เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านผืนทุ่ง
วันนี้อาการของหว่านเหยาดีขึ้นมา พอกินเสร็จนางก็ลุกขึ้นออกมาจากเรือน ล้างจานด้วยตนเองพลางเดินไปรอบๆ
เรือนหลังนี้ตั้งอยู่กลางทุ่งนา ห่างไกลจากหมู่บ้านพอสมควร
เดิมทีหานเจ๋ออาศัยอยู่กับครอบครัวในหมู่บ้าน แต่เพราะยืนกรานจะขอแต่งกับนาง พี่ชายจึงเป็นผู้เอ่ยขอให้บิดามารดาแยกเรือนให้
หานเจ๋อได้รับที่นาเป็นส่วนแบ่งหนึ่งหมู่ เขาจึงนำมาสร้างเรือนหลังเล็กขึ้นด้วยแรงของตนเอง
เอาเข้าจริง...หากจะเรียกว่า “กระท่อม” ก็คงเหมาะสมกว่า “เรือน” เสียด้วยซ้ำ
มู่หว่านเหยาขมวดคิ้วนิด ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว
เพียงเริ่มต้นชีวิตใหม่...ก็ช่างรันทดนัก
นางอุตส่าห์ทำความดีมาทั้งชีวิต คิดว่าจะมีวันที่ดีบ้าง แต่กลับต้องลืมตาขึ้นมาเผชิญเคราะห์กรรมในร่างของสตรีเช่นนี้อีก
ช่างมันเถอะ...ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องแก้ไข แค่ดำเนินชีวิตให้ดี อย่างน้อย นางยังมีความรู้ติดตัวมาเต็มหัว
“ความรู้ก็ยังอยู่กับเรา…ก็ดีกว่ามือเปล่าเป็นไหน ๆ”
นางพูดกับตัวเองพลางยืดแขนยืดขา สูดอากาศสดชื่นเข้าปอด “พักกายให้มีกำลังเสียก่อน...” นางพึมพำกับตนเองเบา ๆ ก่อนทอดสายตาออกไปยังทุ่งกว้างที่ทอดยาวสุดสายตา
เมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้ว...นางก็ต้องเริ่มลงมือทำมาหากินด้วยตนเองบ้าง จะอยู่ให้ผู้อื่นเลี้ยงดูไปชั่วชีวิตได้อย่างไร
ชีวิตใหม่ทั้งทีก็ต้องใช้ให้คุ้ม
อย่าเพิ่งท้อ…เอาใจชิลโหมดไว้ก่อนแล้วกัน
ตอนที่ 85 แฝงตัวท่ามกลางผู้สมัครหลายคนที่เดินเรียงรายเข้ามา ทว่ากลับยังไม่มีผู้ใดที่ทำให้หว่านเหยารู้สึกสะดุดใจ จนกระทั่งบุรุษผู้นี้ก้าวเข้ามา นางจึงปรายตามองด้วยความพินิจเขาเป็นชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างสูงโปร่งแต่ดูแข็งแรงมั่นคง อาภรณ์ที่สวมใส่แม้จะดูเก่าและมีรอยปะชุนทว่ากลับสะอาดสะอ้านไร้ที่ติ ใบหน้าซูบตอบเล็กน้อยแต่กลับฉายแววสุขุมนุ่มลึก ดวงตาคู่นั้นนิ่งสงบประหนึ่งบ่อน้ำลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง มิได้ฉายแววละโมบหรือตื่นตระหนกเหมือนผู้สมัครคนอื่น ๆ ท่วงท่าการเดินและการยืนของเขาดูสำรวมและมีระเบียบวินัยอย่างคนที่เคยผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี แฝงไปด้วยสง่าราศีของคนที่เคยแบกรับภาระหนักหน่วงมาก่อนหว่านเหยาสังเกตเห็นเส้นวาสนาของเขาเป็นสีเทาเข้มที่เริ่มทอประกายแจ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆเบื้องหลังของบุรุษผู้นี้ทำให้หว่านเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มบางอย่างพอใจ แล้วหันไปพยักหน้าให้หานเจ๋อเพียงเล็กน้อย ชายหนุ่มขยับกายลุกขึ้นด้วยท่าทีองอาจ เดินออกไปแจ้งแก่ผู้สมัครที่เหลืออย่าง“พวกเจ้าที่เหลือกลับไปได้แล้ว เรือนของข้าได้คนตามที่ต้องการแล้ว”หานเจ๋อมิได้เพียงแต่ขับไล่ ทว่าเขายังส่งสัญญาณให้คนสนิทนำ
ตอนที่ 84 เรียบง่ายเพียะ!ฝ่ามือหนาตบเข้าที่ใบหน้าของหัวโจกอย่างแรงจนร่างของมันปลิวละลิ่วกระเด็นไปไกล เลือดกบปากฟันหลุดร่วงออกมาไม่เหลือชิ้นดี หานเจ๋อยืนตระหง่านอยู่ ณ จุดเดิมพลางสะบัดมือเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “พูดมาก...”ชายฉกรรจ์ที่เหลือต่างตกตะลึงจนก้าวขาไม่ออก บางคนเริ่มขวัญเสียจนเตรียมจะล่าถอย ทว่าหัวหน้าอีกคนที่รับเงินมาแล้วกลับตะโกนก้อง “มันมาตัวคนเดียวจะกลัวอะไร บุกเข้าไปพร้อมกัน! ฆ่ามัน!”สิ้นคำสั่ง พวกมันนับสิบก็กรูเข้าหาหานเจ๋อพร้อมอาวุธครบมือ ทว่าภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือความวุ่นวายที่จบลงเพียงการกะพริบตา ร่างของคนเหล่านั้นล้มกองระเนระนาดอยู่บนพื้น บ้างแขนหัก บ้างขาบิดเบี้ยว นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสโดยที่หานเจ๋อแทบจะไม่ได้ขยับออกจากจุดเดิมเกินสามก้าวชายหนุ่มปรายตามองซากศัตรูที่หมดสภาพด้วยแววตาเย็นเยียบ ก่อนจะย้อนคำพูดของพวกมัน “เดิมทีข้าก็จะสั่งสอนพวกเจ้าเพียงเล็กน้อย... แต่พวกเจ้าปากดีนัก ผลที่ได้ย่อมต้องหนักเป็นธรรมดา”หานเจ๋อก้าวกลับขึ้นรถม้าด้วยท่วงท่าที่สงบนิ่งประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาพบว่าหว่านเหยากำลังนั่งรออยู่อย่างสงบ แววตาของนางดูผ่องใสแล
ตอนที่ 83 ตอบแทน หานเจ๋อที่สัมผัสได้ถึงสายตารักใคร่ที่ถังเหยียนมีต่อภรรยา แววตาของเขาพลันวาวโรจน์ด้วยความไม่พึงใจ เขาโอบเอวหว่านเหยาแน่นขึ้น ไอสังหารจางๆ แผ่ออกมาจากร่างกายที่เปี่ยมไปด้วยพลังหยาง จนถังเหยียนรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง“ที่แท้ก็คุณชายถัง... ข้าหานเจ๋อ ยินดีที่ได้พบ” หานเจ๋อเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่แฝงด้วยความดุดันแม้หว่านเหยาจะไม่ได้แสดงความอาทรต่อถังเหยียนแม้แต่น้อย ทว่าสตรีในอาภรณ์สีเหลืองนวลกลับไม่คิดปล่อยผ่าน นางเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “พี่หญิง ดูเหมือนว่าพี่เขยจะมีสีหน้าผิดปกตินะเจ้าคะ”สตรีงดงามข้างกายนางแววตาโกรธ นางเรียกบ่าวข้างกายผู้หนึ่งแล้วเอ่ยสั่งการบางอย่างคำสั่งนั้น ทำให้ อนุมู่ถึงกลับหน้าถอดสีทางด้านถังเหยียน เมื่อหันไปเห็นฮูหยินของตนยืนจ้องเขม็งอยู่ไม่ไกล ก็พลันรู้สึกตัวรีบเอ่ยขอตัวแยกออกมาอย่างรวดเร็ว ทุกฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปคล้ายเรื่องราวจะจบสิ้นเพียงเท่านี้...แม้หว่านเหยาและหานเจ๋อจะไม่ได้ใส่ อนุมู่ ฉวยโอกาสในช่วงที่ทุกคนเผลอปลีกตัวออกมา นางกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาหว่านเหยาด้วยท่าทีลับๆ ล่อๆ ก่อนจะเรียกขานด้วยเสียงเบา“เหยาเอ๋อร์...”หว่าน
ตอนนี้ 82 อดีตเมื่อดวงตะวันทอแสง หว่านเหยาในอาภรณ์เนื้อดีเรียบง่าย กระนั้นนางยังดูผุดผ่องผิดตา หญิงสาวล้างหน้าล้างตาเตรียมตัวไปตลาดทาส โดยเรียก ชิงอี้ ให้ตามไปช่วยจัดการสาวใช้คนใหม่ที่จะรับเพิ่มเพื่อแบ่งเบาภาระในเรือนหานเจ๋อเดินเข้ามากอดไหล่ภรรยาด้วยแววตากรุ่มกริ่ม พลางเอ่ยเย้าเสียงทุ้ม “ไปกันเถอะ... ข้าอยากรู้นักว่าพลังที่ข้าตั้งใจ ‘เติม’ ให้เจ้าทั้งคืน จะช่วยให้เจ้าเลือกคนได้ถูกใจเพียงใด”หว่านเหยาเอ็ดสามีทางสายตาพลางก้าวขึ้นรถม้าหานเจ๋อยิ้มบางเอ่ย “ส่วนเรื่องพ่อบ้าน ข้าจะรีบจัดการประกาศรับสมัครเอง เมื่อได้ตัวคนมาแล้วข้าจะให้เจ้าเป็นผู้ตัดสินใจเลือกอีกที”หว่านเหยาพยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย “เจ้าค่ะท่านพี่”ครั้นถึงตลาดทาส พลังหยางที่หานเจ๋อมอบให้เพื่อ ‘เติมเต็ม’ เมื่อคืนก็ไม่ทำให้หว่านเหยาผิดหวัง พลังนิมิตของนางกล้าแกร่งขึ้นจนภาพในมิติปรากฏชัดเจนยิ่งนัก นางสามารถมองเห็นได้ถึงเบื้องลึกของจิตใจและดวงชะตาของผู้คนในลานกว้างแห่งนี้ได้เกือบจะทะลุปรุโปร่ง ราวกับทุกสิ่งถูกคลี่กางอยู่ตรงหน้าเพียงแค่ปรายตามองออกไปเท่านั้นใช้เวลาเพียงไม่นาน หว่านเหยาก็เลือกเฟ้นทาสที่มีหน่วยก้านดีได้ครบต
ตอนที่ 47 เบา ๆหานเจ๋อชะงักไปเล็กน้อยสายตาเผลอเหลือบไปทางประตูเรือน ราวกับยังไม่ลืมว่าข้างนอกมีผู้คนรออยู่ “หว่านเหยา…ตอนนี้ข้างนอกยังมีคนอีกมาก”ทั้งที่พูดเอง ทว่าหานเจ๋อกลับรู้สึกอยากตบปากตัวเองหว่านเหยาหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นนุ่มละมุนไม่ใช่เสียงเยาะ หากเป็นเสียงที่ฟังดูคุ้นเคยและใกล้ชิด“ท่า
ตอนที่ 45 เจิดจ้าและแน่นอน—เล่อซินย่อมได้ลำดับมาคนที่แปดเมื่อก้าวเข้ามาในลานเรือน นางก็ปรายตามองไปรอบ ๆ อย่างไม่ปิดบัง เรือนไม้หลังเล็ก พื้นดินยังไม่เสมอ ศาลาที่กำลังก่อสร้างก็ยังเห็นโครงข้าวของเรียบง่าย ซอมซ่อกว่าที่นางคาดไว้มากนักก็แค่นี้หรือ…เล่อซินนั่งลงตรงตำแหน่งที่จัดไว้สายตายังคงไล่
ตอนที่ 43 ถ่ายทอดลมปราณไม่ถึงเวลาเที่ยง หว่านเหยาก็ตรวจดวงชะตาของผู้คนหมดลงพอดีนางเอนหลังเล็กน้อย คลายลมหายใจอย่างสบายชิงอิงเดินเข้ามาถาม“นายหญิงให้จัดโต๊ะเลยไหมเจ้าคะ”หว่านเหยาพยักหน้า “จัดตรงลานกว้างได้เลย”ชิงอี้และชิงอิง ช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร กลิ่นข้าวสวยร้อน ๆ กับกับข้าวง่าย ๆ ลอยอวลหว่
ตอนที่ 40 ตัดสิน “ไม่มีธุระไม่ได้หรือ” นางย้อนเสียงเรียบ“มาดูเรือนของลูกชายตัวเองบ้าง ไม่สมควรหรือ”หานเจ๋อชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะยิ้มจาง ๆ“ข้ามิกล้า”ซูหลิงแทรกขึ้นทันที “พี่สะใภ้ออกไปแต่เช้าเลยหรือเจ้าคะ พวกเราเพิ่งมา เห็นรถม้าออกไปพอดี”หานเจ๋อพยักหน้า “นางออกไปทำงานรักษาคนป

















![ต้าหวางอย่ามารักข้าเลย [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
reviews