LOGIN
หลินเสี่ยวเยว่เบิกตาโพลง มองเพดานไม้แกะสลักลวดลายโบราณเหนือศีรษะด้วยความมึนงง กลิ่นกำยานจางๆ ลอยแตะปลายจมูก พร้อมเสียงกระซิบแหลมเล็กข้างหูที่ฟังแล้วชวนให้หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
"เสี่ยวเยว่ มัวเหม่ออะไรอยู่ รีบขนก้อนทองกับเครื่องประดับหยกพวกนี้ใส่ถุงผ้าเร็วเข้าสิ บัณฑิตจางรอเจ้าอยู่ที่ประตูหลังจวนแล้วนะ"
เสี่ยวเยว่หันขวับไปตามเสียง ก่อนจะพบหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดฮั่นฝูสีชมพูอ่อน กำลังกุลีกุจอหยิบเครื่องประดับบนโต๊ะใส่ห่อผ้าอย่างลับๆ ล่อๆ
‘สวี่หลาน’
ทันใดนั้น ความทรงจำมากมายก็ประเดประดังเข้าสู่สมองจนหลินเสี่ยวเยว่แทบตั้งตัวไม่ทัน
นี่มันนิยายจีนโบราณเรื่อง ‘ลิขิตรักจวนโหว’ ที่นางเพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืนชัดๆ
ส่วนร่างที่นางกำลังอาศัยอยู่ในตอนนี้ก็คือ ‘หลินเสี่ยวเยว่’ ภรรยาพระราชทานผู้โง่เขลาของท่านโหว นางหลงเชื่อคำยุยงของสวี่หลาน เพื่อนรักดอกไม้ขาวจอมเสแสร้ง จนคิดหอบสมบัติหนีตามบัณฑิตยากจนที่ตนหลงใหล
และจุดจบในนิยายก็คือ หลังหลินเสี่ยวเยว่หนีออกจากจวนได้ บัณฑิตจางกลับกวาดเงินทองทั้งหมดแล้วทอดทิ้งนางอย่างไม่ไยดี ขณะที่สวี่หลานรีบนำเรื่องนี้ไปบอกท่านโหว สุดท้ายหลินเสี่ยวเยว่ถูกจับกลับมารับโทษจนต้องจบชีวิตอย่างอนาถ ส่วนสวี่หลานก็ฉวยโอกาสเข้ามาปลอบประโลมเซี่ยอวิ๋นเฉิงที่กำลังตรอมใจ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวขึ้นมาแทนที่ตำแหน่งฮูหยินโหว
‘พล็อตสุนัขยังเมินเช่นนี้ ข้าไม่ยอมตายหรอก’
"เสี่ยวเยว่ เจ้าฟังข้าอยู่หรือเปล่า มัวแต่นั่งบื้ออยู่ได้ รีบไปสิ" สวี่หลานยัดห่อผ้าหนักอึ้งใส่มือนางด้วยสีหน้าร้อนรน
หลินเสี่ยวเยว่ก้มมองห่อผ้าในมือ ก่อนเหยียดยิ้มมุมปาก
นางผุดลุกขึ้นยืน แล้วพลิกห่อผ้าเทของทั้งหมดลงบนโต๊ะเครื่องแป้งทันที
เคล้ง ก๊องแก๊ง
ทองคำ เครื่องประดับหยก และปิ่นทองมากมายกระจัดกระจายเต็มโต๊ะ
"เจ้าทำอะไรของเจ้าน่ะ" สวี่หลานตกใจจนร้องเสียงสูง
"ทำอะไรน่ะหรือ" หลินเสี่ยวเยว่ปัดแขนเสื้อเบาๆ ก่อนตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน
"ข้าก็กำลังทำความสะอาดเครื่องประดับ เตรียมมอบคืนให้ท่านพี่น่ะสิ สวี่หลาน เจ้ามาบ้านข้า แต่กลับยุยงให้ข้าทิ้งสามีแล้วหนีไปกับชายอื่น เจ้ามีเจตนาอะไรกันแน่"
"จะ... เจ้าพูดจาเลอะเทอะอะไร ก็เจ้าบอกเองว่าเกลียดท่านโหว อยากหนีไปกับบัณฑิตจาง" สวี่หลานลนลาน สีหน้าเริ่มซีดเผือด
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากนอกประตู
บรรยากาศภายในห้องพลันเย็นเยียบลงอย่างประหลาด ก่อนร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีเข้มจะปรากฏขึ้นตรงประตู
ชายหนุ่มมีใบหน้าคมคายราวรูปสลัก คิ้วเข้มพาดเฉียงเหนือดวงตาคมกริบ สีหน้าเรียบเฉยเย็นชาจนยากคาดเดาความรู้สึก
‘เซี่ยอวิ๋นเฉิง’
ท่านโหวแห่งจวนเจิ้งกั๋ว และที่สำคัญคือ ‘สามีของข้า’
เซี่ยอวิ๋นเฉิงก้าวเข้ามาภายในห้องอย่างไม่รีบร้อน ทว่าทุกย่างก้าวกลับแผ่แรงกดดันออกมาจนสวี่หลานตัวสั่น
"เกิดอะไรขึ้น" น้ำเสียงทุ้มต่ำของท่านโหวทำให้อากาศภายในห้องเย็นลงไปอีกหลายส่วน ดวงตาคมกริบเหลือบมองกองทองคำและเครื่องประดับบนโต๊ะ ก่อนสายตาจะกลับมาหยุดอยู่ที่ภรรยาของตน
สวี่หลานเห็นโอกาสก็รีบทรุดกายลง น้ำตาคลอเบ้าในพริบตา
"ท่านโหว ช่วยด้วยเจ้าค่ะ ข้าพยายามห้ามฮูหยินแล้ว แต่ฮูหยินจะหอบสมบัติหนีไปกับบัณฑิตจางให้ได้ ข้าเตือนดีๆ นางก็ตวาดใส่ข้า"
‘มารยาแปดร้อยเล่มเกวียน’
หลินเสี่ยวเยว่หัวเราะเย็นอยู่ในใจ
หากเป็นเจ้าของร่างเดิม ป่านนี้คงลนลานจนพูดไม่ออก เปิดโอกาสให้สวี่หลานพลิกดำเป็นขาวได้สำเร็จ
แต่น่าเสียดาย ตอนนี้คนที่อยู่ในร่างนี้คือนาง
หลินเสี่ยวเยว่ถอนหายใจยาว ก่อนเดินเข้าไปหาเซี่ยอวิ๋นเฉิงด้วยท่าทางนอบน้อม ดวงตากลมโตฉายแววใสซื่อราวกับไม่ได้รับความเป็นธรรม
"ท่านพี่ ท่านมาก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ข้าสงสารแม่นางสวี่หลานเหลือเกิน นางคงเลอะเลือนจนสมองใช้การไม่ได้เสียแล้ว"
"เจ้าว่าใครเลอะเลือน" สวี่หลานแหวขึ้นทันที
"ก็เจ้าอย่างไรเล่า" หลินเสี่ยวเยว่หันไปตวาดกลับอย่างไม่ยอมแพ้
"ข้าเป็นถึงฮูหยินโหว มีสามีหล่อเหลาปานเทพบุตรบนสวรรค์ ปัญญาล้ำเลิศ ตำแหน่งสูงศักดิ์ เงินทองมีใช้ไม่ขาดมือ ข้าจะเอาสมองส่วนไหนไปคว้าบัณฑิตยากจนหน้าเหมือนเต่าซื่อบื้อคนนั้นมาทำสามีกัน ข้าไม่ได้บ้าหรอกนะ"
เซี่ยอวิ๋นเฉิงชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขยับขึ้นอย่างแทบสังเกตไม่เห็น
‘เต่าซื่อบื้อ’
หากเขาจำไม่ผิด ก่อนหน้านี้นางหลงใหลบัณฑิตจางเสียจนแทบไม่เห็นสามีอย่างเขาอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ
"แล้วทองพวกนี้คืออะไร" เซี่ยอวิ๋นเฉิงถาม น้ำเสียงยังเจือความระแวง
"ข้ากำลังจัดสรรทรัพย์สินในจวนเจ้าค่ะ" หลินเสี่ยวเยว่ตอบทันควัน พลางชี้ไปยังกองทองคำบนโต๊ะ
"ข้าเห็นว่าช่วงนี้ท่านพี่ทำงานหนักเพื่อบ้านเมือง ข้าในฐานะภรรยาจึงคิดจะนำเครื่องประดับส่วนตัวบางส่วนไปเปลี่ยนเป็นเงิน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในจวน หากมีเหลือก็ยังนำไปสมทบเสบียงกองทัพได้ แต่แม่นางสวี่หลานกลับเข้ามาใส่ร้ายว่าข้าจะหนี" นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนหันขวับไปมองสวี่หลาน
"ท่านพี่ลองคิดดูสิเจ้าคะ นางคอยยุยงให้ข้าเกลียดท่านมาโดยตลอด แท้จริงแล้วนางอาจอยากให้ข้าหนีออกจากจวน เพื่อที่นางจะได้เข้ามาเสียบตำแหน่งฮูหยินแทนข้าก็เป็นได้" คำพูดตรงไปตรงมาไร้การอ้อมค้อมของหลินเสี่ยวเยว่ ทำเอาทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบ
สวี่หลานหน้าซีดเผือดราวไก่ต้ม
"มะ... ไม่จริงนะเจ้าคะท่านโหว ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้นเลย"
"ไม่คิดหรือ" หลินเสี่ยวเยว่ยิ้มเย็น ก่อนหยิบห่อผ้าที่สวี่หลานถือมาเมื่อครู่ขึ้นมา
"ถ้าไม่คิด เหตุใดในห่อผ้าของเจ้า ถึงมี ‘จดหมายนัดพบ’ ระหว่างข้ากับบัณฑิตจางที่เขียนเลียนแบบลายมือข้ากันเล่า" พูดจบ นางก็ล้วงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากห่อผ้า แน่นอนว่านางเป็นคนแอบยัดมันกลับเข้าไปตอนที่สวี่หลานเผลอ
สวี่หลานเบิกตากว้าง
"ข้า... ข้าไม่ได้..."
"ท่านพี่จัดการเลยเจ้าค่ะ" หลินเสี่ยวเยว่รีบหันไปหาเซี่ยอวิ๋นเฉิง ก่อนชี้หน้าสวี่หลานด้วยท่าทางตื่นตระหนกเกินจริง
"สตรีชั่วช้าผู้นี้กล้าปลอมลายมือข้า หมายทำลายชื่อเสียงฮูหยินโหวและชื่อเสียงของจวนโหว คนเช่นนี้ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาดนะเจ้าคะ"
เซี่ยอวิ๋นเฉิงมองภรรยาที่เล่นใหญ่เสียจนแทบจะตั้งคณะงิ้วได้ด้วยตัวคนเดียว ดวงตาคมฉายแววบางอย่าง ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเพียงน้อยนิดจนแทบมองไม่เห็น
เขาสะบัดแขนเสื้อเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
"ทหาร ลากตัวแม่นางสวี่ออกไป โบยยี่สิบไม้ ข้อหาบุกรุกจวนและก่อกวนความสงบ จากนั้นส่งกลับตระกูลสวี่ และห้ามเข้าใกล้จวนโหวแม้แต่ครึ่งก้าว"
"ท่านโหว ไม่นะเจ้าคะ ฮูหยินใส่ร้ายข้า ท่านโหว"
สวี่หลานกรีดร้องลั่นขณะถูกทหารร่างใหญ่สองนายลากตัวออกไปอย่างหมดสภาพ เสียงโวยวายค่อยๆ ห่างออกไป จนในที่สุดภายในห้องก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
หลินเสี่ยวเยว่ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
‘รอดไปหนึ่งด่าน’
นางหันกลับมาหาสามีสุดหล่อ ก่อนฉีกยิ้มหวานประจบประแจงอย่างไม่คิดปิดบัง
หลินเสี่ยวเยว่หมุนตัวกลับมา คราวนี้รอยยิ้มบนใบหน้าหายไป เหลือเพียงแววตาจริงจังและมั่นคงนางเดินตรงเข้ามาหาเขาโดยไม่หวั่นเกรงสีหน้าเย็นชานั้นแม้แต่น้อย ก่อนคว้ามือใหญ่ของเซี่ยอวิ๋นเฉิงมากุมไว้แน่นฝ่ามือของนางอุ่นจัด อุ่นเสียจนหัวใจของเขากระตุกวูบ"ฟังข้าให้ดีนะเจ้าคะ ท่านโหว" หลินเสี่ยวเยว่สบตาเขาตรงๆ ก่อนเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ"ชีวิตนี้ข้าเป็นคนของท่านโหว ตายไปก็เป็นผีของจวนโหว ใครหน้าไหนอยากจะหย่าก็หย่า แต่ข้า หลินเสี่ยวเยว่... ไม่-หย่า-เด็ด-ขาด"เซี่ยอวิ๋นเฉิงนิ่งอึ้ง หัวใจในอกซ้ายพลันกระแทกแรงอย่างไม่มีสาเหตุ‘ตายไปก็เป็นผีของจวนโหว...’ถ้อยคำเพียงไม่กี่คำกลับดังวนเวียนอยู่ในหัวจนเขาไม่อาจสลัดทิ้งได้"เจ้า..." เซี่ยอวิ๋นเฉิงเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนถามเสียงเบาลง"เจ้าไม่ได้รักบัณฑิตจางผู้นั้นแล้วหรือ"หลินเสี่ยวเยว่เลิกคิ้ว"เจ้าเต่าซื่อบื้อนั่นน่ะหรือเจ้าคะ"นางแค่นเสียงในลำคอ ก่อนขยับเข้าใกล้สามีอีกนิด จนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ"เทียบกับท่านพี่แล้ว เขาเป็นเพียงเศษฝุ่นริมทาง สามีข้าทั้งหล่อเหลา ทั้งมีอำนาจ สายตาคมกริบ รูปร่างสูงสง่า แข็งแรงกำยำถึงเพียงนี้ ข้าจะทิ้งทองคำแท้ไปคว้าก้อ
"ส่งมา""ไหนบอกว่าพอใช้ได้อย่างไรเล่า" มือที่กำลังยื่นตะเกียบไปคีบเนื้อของเซี่ยอวิ๋นเฉิงชะงักทันทีเขาเงยหน้าขึ้นมองนาง หลินเสี่ยวเยว่เม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น"ขำอะไร""เปล่าเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ขำเลยสักนิด""หลินเสี่ยวเยว่""เจ้าคะ ๆ ข้าไม่ขำแล้ว ท่านพี่กินต่อเถิดเจ้าค่ะ"กว่ามื้อเย็นจะจบลง อาหารบนโต๊ะก็แทบไม่เหลือเซี่ยอวิ๋นเฉิงเอนหลังเล็กน้อย ก่อนนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอกินอาหารที่บอกว่า ‘พอใช้ได้’ เสียจนเกือบหมด จึงรีบวางตะเกียบแล้วปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมตามเดิม"อืม... รสชาติถือว่าใช้ได้ แก้ขัดยามหิวได้ดี"หลินเสี่ยวเยว่ก้มมองหม้อที่แทบเหลือแต่น้ำซุป‘แก้ขัดยามหิว’‘หากอร่อยจริงๆ ท่านคงกินหม้อเข้าไปด้วยกระมัง’เซี่ยอวิ๋นเฉิงทำเป็นมองไม่เห็นสายตาล้อเลียนของนาง ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย"เห็นแก่ความตั้งใจของเจ้า เรื่องเมื่อวานข้าจะไม่รื้อฟื้นเอาความอีก""ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านพี่"หลินเสี่ยวเยว่ยิ้มกว้าง ก่อนดวงตาจะกลอกไปมาอย่างเจ้าเล่ห์โอกาสดีเช่นนี้จะปล่อยให้หลุดมือได้อย่างไรนางขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด ก่อนยื่นหน้าเข้าไปถามด้วยรอยยิ้มหวาน"แล้ว... คืนนี้ท่านพ
"ทหาร!" เซี่ยอวิ๋นเฉิงไม่คิดเสียเวลาฟังคำแก้ตัวแม้แต่น้อย"ลากสตรีผู้นี้ออกไปจากจวนโหว หากนางกล้าเหยียบเข้ามาในเขตจวนแห่งนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ให้จับส่งศาลอาญาในข้อหาบุกรุกและก่อความวุ่นวายในจวนขุนนาง""ท่านโหว! ไม่นะเจ้าคะ เสี่ยวเยว่ ช่วยข้าด้วย"สวี่หลานถูกทหารสองนายหิ้วปีกขึ้นจากพื้น ก่อนลากตัวออกไปทั้งน้ำตา เสียงกรีดร้องโวยวายค่อยๆ ห่างออกไปจนเงียบสนิทถูกลากออกจากจวนเป็นครั้งที่สองในเวลายังไม่พ้นหนึ่งวันหลินเสี่ยวเยว่ได้แต่มองตามพลางส่ายหน้า‘เหตุใดต้องลำบากตัวเองเช่นนี้ด้วยนะ’เมื่อความวุ่นวายสงบลง นางจึงค่อยๆ คลายมือออกจากแขนของเซี่ยอวิ๋นเฉิง ก่อนเงยหน้าส่งยิ้มหวานให้อย่างประจบประแจง"ขอบพระคุณท่านพี่มากนะเจ้าคะที่ปกป้องข้า ท่านพี่ช่างดียิ่งนัก สมแล้วที่เป็นสามีประเสริฐอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน"เซี่ยอวิ๋นเฉิงก้มมองแขนข้างที่เพิ่งถูกนางปล่อยความรู้สึกว่างเปล่าแปลกๆ ผุดขึ้นในใจเพียงชั่วครู่ ก่อนเจ้าตัวจะรีบกดมันลงแล้วปรับสีหน้าให้เรียบตึงดังเดิม"อย่ามาประจบข้า แล้วเรื่อง ‘รูปวาด’ ของบัณฑิตจางนั่นเล่า"หลินเสี่ยวเยว่กะพริบตาปริบๆเซี่ยอวิ๋นเฉิงหมุนตัวกลับมาจ้องหน้านางเต็มตา น้ำเส
"ท่านพี่ ข้าทำความดีความชอบ ปราบคนชั่วให้จวนโหว ท่านไม่มีรางวัลให้ข้าสักหน่อยหรือเจ้าคะ"เซี่ยอวิ๋นเฉิงไม่ได้ตอบชายหนุ่มเพียงก้าวเข้ามาหานางช้าๆหนึ่งก้าว...สองก้าว...จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียวหลินเสี่ยวเยว่ต้องเงยหน้าขึ้นมองเขา ขณะที่เซี่ยอวิ๋นเฉิงก้มลงเล็กน้อย ดวงตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของนางราวกับต้องการมองให้ทะลุไปถึงความคิดที่ซ่อนอยู่ภายใน"หลินเสี่ยวเยว่ เจ้าเล่นละครอะไรอยู่กันแน่""ข้าไม่ได้เล่นละครนะเจ้าคะ ข้าพูดจริงทุกคำ" หลินเสี่ยวเยว่ยกมือทาบอก ทำตาปริบๆ อย่างจริงใจที่สุด"ต่อให้ฟ้าผ่า หรือโลกนี้ดับสูญ ข้าก็ไม่มีวันหย่า และไม่มีวันทิ้งท่านพี่ไปไหนเด็ดขาด"เซี่ยอวิ๋นเฉิงนิ่งไป ภรรยาที่เคยมองหน้าเขาราวกับเห็นศัตรู จู่ ๆ กลับยืนประกาศว่าจะไม่ยอมหย่าต่อหน้าเขาเสียอย่างนั้นใบหน้าคมยังคงเย็นชาเช่นเดิม ทว่าใบหูกลับค่อยๆ ร้อนผ่าวขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่เขากระแอมเบาๆ ก่อนรีบปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมกว่าเดิม"หวังว่าเจ้าจะจำคำพูดของตัวเองเอาไว้ เพราะหากเจ้าคิดจะหนีอีกแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจะหักขาเจ้าเสีย"พูดจบ ท่านโหวหนุ่มก็สะบัดแขนเสื้อ หันหลังเดินออกจากห้องไปทันที ร
หลินเสี่ยวเยว่เบิกตาโพลง มองเพดานไม้แกะสลักลวดลายโบราณเหนือศีรษะด้วยความมึนงง กลิ่นกำยานจางๆ ลอยแตะปลายจมูก พร้อมเสียงกระซิบแหลมเล็กข้างหูที่ฟังแล้วชวนให้หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก"เสี่ยวเยว่ มัวเหม่ออะไรอยู่ รีบขนก้อนทองกับเครื่องประดับหยกพวกนี้ใส่ถุงผ้าเร็วเข้าสิ บัณฑิตจางรอเจ้าอยู่ที่ประตูหลังจวนแล้วนะ"เสี่ยวเยว่หันขวับไปตามเสียง ก่อนจะพบหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดฮั่นฝูสีชมพูอ่อน กำลังกุลีกุจอหยิบเครื่องประดับบนโต๊ะใส่ห่อผ้าอย่างลับๆ ล่อๆ‘สวี่หลาน’ทันใดนั้น ความทรงจำมากมายก็ประเดประดังเข้าสู่สมองจนหลินเสี่ยวเยว่แทบตั้งตัวไม่ทันนี่มันนิยายจีนโบราณเรื่อง ‘ลิขิตรักจวนโหว’ ที่นางเพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืนชัดๆส่วนร่างที่นางกำลังอาศัยอยู่ในตอนนี้ก็คือ ‘หลินเสี่ยวเยว่’ ภรรยาพระราชทานผู้โง่เขลาของท่านโหว นางหลงเชื่อคำยุยงของสวี่หลาน เพื่อนรักดอกไม้ขาวจอมเสแสร้ง จนคิดหอบสมบัติหนีตามบัณฑิตยากจนที่ตนหลงใหลและจุดจบในนิยายก็คือ หลังหลินเสี่ยวเยว่หนีออกจากจวนได้ บัณฑิตจางกลับกวาดเงินทองทั้งหมดแล้วทอดทิ้งนางอย่างไม่ไยดี ขณะที่สวี่หลานรีบนำเรื่องนี้ไปบอกท่านโหว สุดท้ายหลินเสี่ยวเยว่ถูกจับกลับมารับโท







