LOGINหลินเสี่ยวเยว่ลืมตาขึ้นมาอีกที ก็ทะลุมิติมาเป็น “เมียตัวร้าย” ที่กำลังหอบสมบัติหนีตามชายชู้ ในนิยาย นางหลอกใช้สามี ฮุบสมบัติจวนโหว ก่อนจะถูกเพื่อนรักหักหลังและจบชีวิตอย่างอนาถ แต่ขอโทษที นางยังไม่อยากตาย บัณฑิตยากจนหรือ ไสหัวไป! เพื่อนดอกไม้ขาวหรือ เตรียมรับกรรม! ส่วนสามีท่านโหวผู้หล่อเหลา ร่ำรวย และเย็นชา... “ท่านพี่ ข้าคิดดีแล้ว ชาตินี้ข้าจะรักเพียงท่าน!” จากฮูหยินที่ทุกคนรังเกียจ นางจึงเริ่มภารกิจเอาใจสามี ดูแลจวน กอดทรัพย์สินไว้ให้แน่น และกำจัดตัวร้ายให้พ้นทาง แต่ประจบไปประจบมา เหตุใดท่านโหวถึงได้ติดเมียหนักขึ้นทุกวัน! “ท่านโหว หากข้าขอหย่า...” “ฝันไปเถอะ ชาตินี้เจ้าอย่าหวังว่าจะหนีจากข้า!”
View Moreหลินเสี่ยวเยว่เบิกตาโพลง มองเพดานไม้แกะสลักลวดลายโบราณเหนือศีรษะด้วยความมึนงง กลิ่นกำยานจางๆ ลอยแตะปลายจมูก พร้อมเสียงกระซิบแหลมเล็กข้างหูที่ฟังแล้วชวนให้หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
"เสี่ยวเยว่ มัวเหม่ออะไรอยู่ รีบขนก้อนทองกับเครื่องประดับหยกพวกนี้ใส่ถุงผ้าเร็วเข้าสิ บัณฑิตจางรอเจ้าอยู่ที่ประตูหลังจวนแล้วนะ"
เสี่ยวเยว่หันขวับไปตามเสียง ก่อนจะพบหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดฮั่นฝูสีชมพูอ่อน กำลังกุลีกุจอหยิบเครื่องประดับบนโต๊ะใส่ห่อผ้าอย่างลับๆ ล่อๆ
‘สวี่หลาน’
ทันใดนั้น ความทรงจำมากมายก็ประเดประดังเข้าสู่สมองจนหลินเสี่ยวเยว่แทบตั้งตัวไม่ทัน
นี่มันนิยายจีนโบราณเรื่อง ‘ลิขิตรักจวนโหว’ ที่นางเพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืนชัดๆ
ส่วนร่างที่นางกำลังอาศัยอยู่ในตอนนี้ก็คือ ‘หลินเสี่ยวเยว่’ ภรรยาพระราชทานผู้โง่เขลาของท่านโหว นางหลงเชื่อคำยุยงของสวี่หลาน เพื่อนรักดอกไม้ขาวจอมเสแสร้ง จนคิดหอบสมบัติหนีตามบัณฑิตยากจนที่ตนหลงใหล
และจุดจบในนิยายก็คือ หลังหลินเสี่ยวเยว่หนีออกจากจวนได้ บัณฑิตจางกลับกวาดเงินทองทั้งหมดแล้วทอดทิ้งนางอย่างไม่ไยดี ขณะที่สวี่หลานรีบนำเรื่องนี้ไปบอกท่านโหว สุดท้ายหลินเสี่ยวเยว่ถูกจับกลับมารับโทษจนต้องจบชีวิตอย่างอนาถ ส่วนสวี่หลานก็ฉวยโอกาสเข้ามาปลอบประโลมเซี่ยอวิ๋นเฉิงที่กำลังตรอมใจ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวขึ้นมาแทนที่ตำแหน่งฮูหยินโหว
‘พล็อตสุนัขยังเมินเช่นนี้ ข้าไม่ยอมตายหรอก’
"เสี่ยวเยว่ เจ้าฟังข้าอยู่หรือเปล่า มัวแต่นั่งบื้ออยู่ได้ รีบไปสิ" สวี่หลานยัดห่อผ้าหนักอึ้งใส่มือนางด้วยสีหน้าร้อนรน
หลินเสี่ยวเยว่ก้มมองห่อผ้าในมือ ก่อนเหยียดยิ้มมุมปาก
นางผุดลุกขึ้นยืน แล้วพลิกห่อผ้าเทของทั้งหมดลงบนโต๊ะเครื่องแป้งทันที
เคล้ง ก๊องแก๊ง
ทองคำ เครื่องประดับหยก และปิ่นทองมากมายกระจัดกระจายเต็มโต๊ะ
"เจ้าทำอะไรของเจ้าน่ะ" สวี่หลานตกใจจนร้องเสียงสูง
"ทำอะไรน่ะหรือ" หลินเสี่ยวเยว่ปัดแขนเสื้อเบาๆ ก่อนตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน
"ข้าก็กำลังทำความสะอาดเครื่องประดับ เตรียมมอบคืนให้ท่านพี่น่ะสิ สวี่หลาน เจ้ามาบ้านข้า แต่กลับยุยงให้ข้าทิ้งสามีแล้วหนีไปกับชายอื่น เจ้ามีเจตนาอะไรกันแน่"
"จะ... เจ้าพูดจาเลอะเทอะอะไร ก็เจ้าบอกเองว่าเกลียดท่านโหว อยากหนีไปกับบัณฑิตจาง" สวี่หลานลนลาน สีหน้าเริ่มซีดเผือด
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากนอกประตู
บรรยากาศภายในห้องพลันเย็นเยียบลงอย่างประหลาด ก่อนร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีเข้มจะปรากฏขึ้นตรงประตู
ชายหนุ่มมีใบหน้าคมคายราวรูปสลัก คิ้วเข้มพาดเฉียงเหนือดวงตาคมกริบ สีหน้าเรียบเฉยเย็นชาจนยากคาดเดาความรู้สึก
‘เซี่ยอวิ๋นเฉิง’
ท่านโหวแห่งจวนเจิ้งกั๋ว และที่สำคัญคือ ‘สามีของข้า’
เซี่ยอวิ๋นเฉิงก้าวเข้ามาภายในห้องอย่างไม่รีบร้อน ทว่าทุกย่างก้าวกลับแผ่แรงกดดันออกมาจนสวี่หลานตัวสั่น
"เกิดอะไรขึ้น" น้ำเสียงทุ้มต่ำของท่านโหวทำให้อากาศภายในห้องเย็นลงไปอีกหลายส่วน ดวงตาคมกริบเหลือบมองกองทองคำและเครื่องประดับบนโต๊ะ ก่อนสายตาจะกลับมาหยุดอยู่ที่ภรรยาของตน
สวี่หลานเห็นโอกาสก็รีบทรุดกายลง น้ำตาคลอเบ้าในพริบตา
"ท่านโหว ช่วยด้วยเจ้าค่ะ ข้าพยายามห้ามฮูหยินแล้ว แต่ฮูหยินจะหอบสมบัติหนีไปกับบัณฑิตจางให้ได้ ข้าเตือนดีๆ นางก็ตวาดใส่ข้า"
‘มารยาแปดร้อยเล่มเกวียน’
หลินเสี่ยวเยว่หัวเราะเย็นอยู่ในใจ
หากเป็นเจ้าของร่างเดิม ป่านนี้คงลนลานจนพูดไม่ออก เปิดโอกาสให้สวี่หลานพลิกดำเป็นขาวได้สำเร็จ
แต่น่าเสียดาย ตอนนี้คนที่อยู่ในร่างนี้คือนาง
หลินเสี่ยวเยว่ถอนหายใจยาว ก่อนเดินเข้าไปหาเซี่ยอวิ๋นเฉิงด้วยท่าทางนอบน้อม ดวงตากลมโตฉายแววใสซื่อราวกับไม่ได้รับความเป็นธรรม
"ท่านพี่ ท่านมาก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ข้าสงสารแม่นางสวี่หลานเหลือเกิน นางคงเลอะเลือนจนสมองใช้การไม่ได้เสียแล้ว"
"เจ้าว่าใครเลอะเลือน" สวี่หลานแหวขึ้นทันที
"ก็เจ้าอย่างไรเล่า" หลินเสี่ยวเยว่หันไปตวาดกลับอย่างไม่ยอมแพ้
"ข้าเป็นถึงฮูหยินโหว มีสามีหล่อเหลาปานเทพบุตรบนสวรรค์ ปัญญาล้ำเลิศ ตำแหน่งสูงศักดิ์ เงินทองมีใช้ไม่ขาดมือ ข้าจะเอาสมองส่วนไหนไปคว้าบัณฑิตยากจนหน้าเหมือนเต่าซื่อบื้อคนนั้นมาทำสามีกัน ข้าไม่ได้บ้าหรอกนะ"
เซี่ยอวิ๋นเฉิงชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขยับขึ้นอย่างแทบสังเกตไม่เห็น
‘เต่าซื่อบื้อ’
หากเขาจำไม่ผิด ก่อนหน้านี้นางหลงใหลบัณฑิตจางเสียจนแทบไม่เห็นสามีอย่างเขาอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ
"แล้วทองพวกนี้คืออะไร" เซี่ยอวิ๋นเฉิงถาม น้ำเสียงยังเจือความระแวง
"ข้ากำลังจัดสรรทรัพย์สินในจวนเจ้าค่ะ" หลินเสี่ยวเยว่ตอบทันควัน พลางชี้ไปยังกองทองคำบนโต๊ะ
"ข้าเห็นว่าช่วงนี้ท่านพี่ทำงานหนักเพื่อบ้านเมือง ข้าในฐานะภรรยาจึงคิดจะนำเครื่องประดับส่วนตัวบางส่วนไปเปลี่ยนเป็นเงิน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในจวน หากมีเหลือก็ยังนำไปสมทบเสบียงกองทัพได้ แต่แม่นางสวี่หลานกลับเข้ามาใส่ร้ายว่าข้าจะหนี" นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนหันขวับไปมองสวี่หลาน
"ท่านพี่ลองคิดดูสิเจ้าคะ นางคอยยุยงให้ข้าเกลียดท่านมาโดยตลอด แท้จริงแล้วนางอาจอยากให้ข้าหนีออกจากจวน เพื่อที่นางจะได้เข้ามาเสียบตำแหน่งฮูหยินแทนข้าก็เป็นได้" คำพูดตรงไปตรงมาไร้การอ้อมค้อมของหลินเสี่ยวเยว่ ทำเอาทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบ
สวี่หลานหน้าซีดเผือดราวไก่ต้ม
"มะ... ไม่จริงนะเจ้าคะท่านโหว ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้นเลย"
"ไม่คิดหรือ" หลินเสี่ยวเยว่ยิ้มเย็น ก่อนหยิบห่อผ้าที่สวี่หลานถือมาเมื่อครู่ขึ้นมา
"ถ้าไม่คิด เหตุใดในห่อผ้าของเจ้า ถึงมี ‘จดหมายนัดพบ’ ระหว่างข้ากับบัณฑิตจางที่เขียนเลียนแบบลายมือข้ากันเล่า" พูดจบ นางก็ล้วงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากห่อผ้า แน่นอนว่านางเป็นคนแอบยัดมันกลับเข้าไปตอนที่สวี่หลานเผลอ
สวี่หลานเบิกตากว้าง
"ข้า... ข้าไม่ได้..."
"ท่านพี่จัดการเลยเจ้าค่ะ" หลินเสี่ยวเยว่รีบหันไปหาเซี่ยอวิ๋นเฉิง ก่อนชี้หน้าสวี่หลานด้วยท่าทางตื่นตระหนกเกินจริง
"สตรีชั่วช้าผู้นี้กล้าปลอมลายมือข้า หมายทำลายชื่อเสียงฮูหยินโหวและชื่อเสียงของจวนโหว คนเช่นนี้ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาดนะเจ้าคะ"
เซี่ยอวิ๋นเฉิงมองภรรยาที่เล่นใหญ่เสียจนแทบจะตั้งคณะงิ้วได้ด้วยตัวคนเดียว ดวงตาคมฉายแววบางอย่าง ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเพียงน้อยนิดจนแทบมองไม่เห็น
เขาสะบัดแขนเสื้อเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
"ทหาร ลากตัวแม่นางสวี่ออกไป โบยยี่สิบไม้ ข้อหาบุกรุกจวนและก่อกวนความสงบ จากนั้นส่งกลับตระกูลสวี่ และห้ามเข้าใกล้จวนโหวแม้แต่ครึ่งก้าว"
"ท่านโหว ไม่นะเจ้าคะ ฮูหยินใส่ร้ายข้า ท่านโหว"
สวี่หลานกรีดร้องลั่นขณะถูกทหารร่างใหญ่สองนายลากตัวออกไปอย่างหมดสภาพ เสียงโวยวายค่อยๆ ห่างออกไป จนในที่สุดภายในห้องก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
หลินเสี่ยวเยว่ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
‘รอดไปหนึ่งด่าน’
นางหันกลับมาหาสามีสุดหล่อ ก่อนฉีกยิ้มหวานประจบประแจงอย่างไม่คิดปิดบัง
"หมอหลวงบอกว่าครรภ์นี้ชีพจรนุ่มนวล มีโอกาสไม่น้อยที่จะเป็นลูกสาว ครั้งแรกข้าได้ลูกชายแฝดจอมซนไปแล้ว คราวนี้ข้าอยากได้ลูกสาวตัวน้อยๆ ที่อ่อนหวานน่ารัก""แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการถักถุงเท้าด้วยตัวเองเจ้าคะ" เสี่ยวเยว่เอียงคอถาม"ของที่บ่าวทำให้ ย่อมไม่เหมือนของที่บิดาทำเอง" เซี่ยอวิ๋นเฉิงตอบหน้าตาย"ถุงเท้าคู่นี้ ข้าจะถักด้วยมือข้าเอง วันหน้าพอลูกสาวเกิดมา นางจะได้รู้ว่าข้ารักและถนอมนางตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง"เสี่ยวเยว่ฟังจบก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ‘โอ้โฮ ลูกสาวยังไม่ทันเกิด คุณพ่อก็เห่อจนกู่ไม่กลับแล้ว’จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าตุ้บตั้บก็ดังมาจากทางเดินยาว"ท่านพ่อ ท่านแม่ สองซาลาเปามาแล้วขอรับ"เซี่ยเป่ากับเซี่ยเป้ย สองก้อนแป้งวัยสี่ขวบครึ่ง วิ่งพรวดเข้ามาในสวนด้วยความเร็วเต็มกำลัง ทั้งคู่สวมชุดกั๊กสีฟ้าสดใส ในมือถือกระบี่ไม้คนละเล่ม ดูกระฉับกระเฉงราวกับทหารตัวน้อย"ช้า ๆ หน่อยลูก ระวังชนท่านแม่"เซี่ยอวิ๋นเฉิงรีบวางเข็มกับไหมในมือลง ก่อนกางแขนรับสองก้อนแป้งเอาไว้ได้ทัน"ท่านพ่อกำลังทำอะไรอยู่ขอรับ" เซี่ยเป่าชะโงกหน้าเข้าไปดูของสีชมพูในมือบิดาอย่างสนใจ"ก้อนแป้งสีชมพูอันนี้เหตุใดหน้าตาประหล
เซี่ยอวิ๋นเฉิงเลิกคิ้ว มองนางผ่านคันฉ่อง"เรื่องสำคัญหรือ ร้านใหม่อีกแล้วหรือ หรือเจ้าอยากได้วัตถุดิบแปลกๆ จากต่างเมืองมาทำขนม หากเป็นเรื่องนั้น ข้าให้คนติดต่อพ่อค้าจากหัวเมืองชายแดนเอาไว้แล้ว"เสี่ยวเยว่กะพริบตาปริบๆ‘สมแล้วที่เป็นสามีสายเปย์ ข้ายังไม่ทันเอ่ยก็คิดแทนเสร็จหมดแล้ว’นางหมุนตัวกลับมาหาเขาช้าๆ สีหน้าซุกซนเมื่อครู่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นจริงจังเซี่ยอวิ๋นเฉิงเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย"เป็นอะไร""ไม่มีอะไรน่ากลัวเจ้าค่ะ"เสี่ยวเยว่ยิ้ม ก่อนคว้ามือใหญ่ของเขาขึ้นมา แล้วนำไปวางลงบนหน้าท้องของตัวเองอย่างแผ่วเบาเซี่ยอวิ๋นเฉิงชะงักทันที ฝ่ามืออุ่นสัมผัสหน้าท้องที่ยังเรียบเนียนของภรรยา เขามองมือนั้น ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตานางด้วยแววฉงน"เสี่ยวเยว่ เจ้าปวดท้องหรือ"เสี่ยวเยว่ถึงกับถอนหายใจเฮือก‘โอ๊ย ตอนออกศึกฉลาดเป็นกรด พอเป็นเรื่องแบบนี้เหตุใดถึงซื่อบื้อได้ขนาดนี้’"ไม่ได้ปวดท้องเจ้าค่ะ""แล้ว" เสี่ยวเยว่เม้มริมฝีปากกลั้นยิ้ม ก่อนค่อยๆ เอ่ยทีละคำ"ข้ากำลังจะบอกว่า เซี่ยเป่ากับเซี่ยเป้ยกำลังจะมีน้องอีกคนแล้วเจ้าค่ะ"ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทันที เซี่ยอวิ๋นเฉิงนิ่งค้างราวกับถูกสาป ดวงตาห
เซี่ยอวิ๋นเฉิงกดฝ่ามือลงไปเต็มแรง ก้อนแป้งในอ่างถูกอัดจนแผ่ราบ ขณะเดียวกันข้อศอกของเขาก็เผลอกระแทกถุงแป้งหมี่ใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างอ่างเข้าอย่างจังฟุ่บ!ปากถุงแป้งล้มคว่ำ ละอองแป้งสีขาวจำนวนมหาศาลพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศราวกับกลุ่มหมอกหนาทึบ"ท่านพี่ ระวัง" เสี่ยวเยว่ร้องเตือนไม่ทันจบประโยคละอองแป้งสีขาวก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว ก่อนร่วงกราวลงมาปกคลุมร่างของเซี่ยอวิ๋นเฉิงที่ยืนแข็งค้างอยู่ตรงนั้นเต็มๆความเงียบปกคลุมห้องครัวอยู่สามอึดใจเต็มๆเมื่อละอองแป้งค่อยๆ จางลง ภาพตรงหน้าก็ทำเอาทุกคนถึงกับตาค้างเซี่ยอวิ๋นเฉิงผู้เคยหล่อเหลาสง่างาม บัดนี้ตั้งแต่เส้นผมสีดำสนิท คิ้วเข้ม ขนตา ใบหน้า ไปจนถึงชุดลำลองสีฟ้าเข้ม ล้วนถูกปกคลุมด้วยผงแป้งสีขาวโพลนไปหมดนัยน์ตาหงส์คู่คมกะพริบปริบๆ ผงแป้งที่เกาะอยู่บนขนตาร่วงกราวลงมา ใบหน้าที่เคยเย็นชาขรึมบัดนี้ดูไม่ต่างจากสิงโตหิมะที่เพิ่งกลิ้งออกมาจากกองแป้ง"กึก!" เสี่ยวเยว่เม้มริมฝีปากแน่น สองมือยกขึ้นปิดปากสุดชีวิตเพื่อไม่ให้หลุดหัวเราะออกมาส่วนสองก้อนแป้งที่นั่งมองอยู่บนเก้าอี้สูง"ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"เซี่ยเป่ากับเซี่ยเป้ยระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันจนตัวโยน เด็กน้
"ท่านพ่อหอมท่านแม่อีกแล้ว" เซี่ยเป่าร้องขึ้น รีบยกมือป้อม ๆ ปิดตา แต่กลับแยกนิ้วออกเสียกว้างจนมองเห็นทุกอย่างชัดเจนเซี่ยเป้ยหันไปมองพี่ชาย ก่อนตอบหน้าตาเฉย"ท่านพ่อหอมท่านแม่ทุกวัน ข้าชินแล้วขอรับพี่ใหญ่""เซี่ยเป้ย" เสี่ยวเยว่แทบอยากเอาพัดปิดหน้าเสียเดี๋ยวนั้นเซี่ยอวิ๋นเฉิงกลับไม่สะทกสะท้าน เขาสบตาภรรยาด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนเอ่ยอย่างสบายอารมณ์"ลูกของข้า ข้าย่อมเลี้ยงไหว" ท่านโหวกล่าวอย่างมั่นใจ"ต่อให้พวกเขาสองคนอยากได้ของล้ำค่าเพียงใด หากสมควรให้ ข้าก็ย่อมหามาให้ได้ แล้วนับประสาอะไรกับขนมเปี๊ยะเพียงสามลูก""ตามใจลูกเกินไปแล้วนะเจ้าคะ" เสี่ยวเยว่หยิกแขนเขาเบาๆ"ข้าไม่ได้ตามใจแค่ลูก"เซี่ยอวิ๋นเฉิงกุมมือบางของนางขึ้น ก่อนประทับริมฝีปากลงบนหลังมืออย่างแผ่วเบา"ข้าตามใจภรรยาด้วย วันนี้อยากได้อะไรเพิ่มอีกหรือไม่ ข้าเพิ่งสั่งให้คนไปซื้อผ้าไหมเนื้อดีจากทางใต้มาสิบพับ แล้วยังมีเครื่องประดับหยกเขียวจากด่านนอกอีกชุด เอาไว้ให้เจ้าใส่ไปงานเลี้ยงสัปดาห์หน้า"เสี่ยวเยว่มองสามีสุดหล่อที่ทั้งรัก ทั้งให้เกียรติ ทั้งยังเปย์ภรรยากับลูกไม่ยั้ง แล้วรอยยิ้มหวานก็ค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า‘เฮ้อ... แล้วข้าจะ