LOGIN"ฉันเฝ้ามองเธอมานานแล้วยิหวา ต่อให้เธอปฏิเสธอย่างไร ฉันก็จะเอาเธอมาเป็นเมียของฉันให้ได้!!"
View Moreณ คอนโดฯ หรูใจกลางเมืองนครนิวยอร์ก สองร่างกำลังร่ายมนต์แห่งรักใส่กันอย่างดุเดือดอยู่บนเตียงกว้างขนาดคิงไซส์ ใบหน้าคมแกร่งแหงนหงายไปทางด้านหลังเพื่อเปล่งเสียงคำรามสุขสม ร่างหนาปลดปล่อยความต้องการออกมาเต็มเปี่ยม สาวผมบลอนด์ยิ้มกว้างเตรียมจะถอดเสื้อผ้าให้เขาเติมเต็ม ทว่าชายหนุ่มกลับลุกจากโซฟาแล้วคว้าเสื้อคลุมที่แขวนอยู่บนราวไม้ออกมาสวมใส่ เขาหยิบบุหรี่ยี่ห้อแพงขึ้นจุดสูบ พ่นควันขาวขุ่นลอยคลุ้งกลางอากาศ
“กลับไปได้แล้ว” เสียงเข้มบอกไม่ใยดี
“ทำไมคะ หรือว่าคุณไม่พอใจฉัน ให้ฉันทำให้ใหม่ก็ได้นะคะ”
หญิงสาวลนลานเสนอเพราะไม่สามารถหอบเอาความทรมานที่ยังไม่ได้ปลดปล่อยกลับไปนอนค้างเติ่งอยู่คนเดียวได้
“ผมสุขจนล้นออกมาซะขนาดนั้น คุณยังคิดว่าตัวเองทำได้ไม่ดีพออีกหรือ” เขายิ้มมุมปากเดินไปคว้าสตรีมากความต้องการมาสวมกอดอย่างปลอบใจ
“คุณเกียร์” หลงละเมอคิดว่าเขาจะสานต่อ ทว่าประโยคถัดมาทำให้หล่อนหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ
“ต่อให้ผมกระแทกคุณบนเตียงนั่น คุณก็ไม่ทำให้ผมคลายความหงุดหงิดเพราะผู้หญิงคนนั้นได้หรอก” เขากระซิบเสียงเหี้ยม นึกถึงใบหน้าหวานซึ้งของนางในฝันดวงใจแกร่งพานปวดร้าว เมื่อไรเขาจะลืมหล่อนได้เสียที
ก็แค่เด็กในอุปการะของพี่สาว ทำไมถึงตราตรึงใจเขานัก
“กลับไปพร้อมกับเงินและเครื่องเพชรชุดนั้น” ปรายตามองไปยังโต๊ะทำงานไม้สัก หญิงสาวผมบลอนด์ถึงกับตาโต ยกมือป้องปากแล้วมองหน้าเขาอย่างตื่นเต้น
“คุณให้ฉันหรือคะ” รับงานเสี่ยแก่กระเป๋าหนักมาหลายรายยังไม่เคยมีใครให้หล่อนมากเท่านี้มาก่อน เขาช่างใจป้ำเสียจริง
“ไปซะ” ออกแรงดันร่างสูงอวบออกห่างแล้วปิดประตูกระแทกเสียงดัง หลังอีกฝ่ายยอมกลับไปพร้อมกับสิ่งของมีมูลค่าที่เขาจัดเตรียมไว้ให้
เกียร์ เรนโซ ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงกว้างพลางยกมือก่ายหน้าผากขณะที่หัวสมองครุ่นคิดถึงร่างบางน่ารักในชุดนักเรียนมอปลาย ใบหน้าสวยหวานมาพร้อมดวงตากลมโตเอียงอาย เด็กสาวถักเปียสองข้างในวันนั้นเติบโตเป็นหญิงสาวสวยสะพรั่งจนเขาเกิดความรู้สึกหวงแหนระคนอยากได้มาครอบครอง หากด้วยสถานะของหล่อนที่ถูกเลี้ยงเสมือนลูกแท้ๆ ของพี่สาวทำให้เขาเกรงใจไม่กล้ามุทะลุทำอะไรเกินงาม ทำได้เพียงแอบมองและตามติดชีวิตนกน้อยแสนสวยอย่างเงียบๆ คอยสอดส่องว่ามีมดแมลงตัวใดเข้าใกล้หล่อนบ้าง
“ยิหวา เธอต้องเป็นของฉัน!”
............................................................
ชีวิตการเป็นนักศึกษาสนุกแต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด อีกครั้งที่หญิงสาวเจ้าของใบหน้าสวยหวานต้องรับหน้าที่เป็นหุ่นยนต์นั่งทำรายงานช่วยเพื่อนซี้จอมป่วนอย่างศรุต เขาเอาแต่เที่ยวดื่มจนเมาปลิ้นแล้วโยนภาระหนักอึ้งมาให้เธอนั่งปวดหัวเพียงลำพัง
“เสร็จแล้ว”
พิมพ์ชนก เรนโซ หยิบรายงานที่เย็บเข้าเล่มเรียบร้อยยื่นส่งให้ผู้ชายหน้าตี๋ผิวขาวจัด ศรุตฉีกยิ้มกว้างพลางมองร่างบางด้วยสายตาขอบคุณ
“สวยงามตามท้องเรื่อง ขอบคุณมากนะยิหวา เธอเป็นเพื่อนที่ดีของฉันจริงๆ” ชายหนุ่มลูบไล้รายงานที่ไม่ได้ทำอย่างภาคภูมิ พิมพ์ชนกมองเขาพลางส่ายหน้าเอือมระอา
“นายเป็นคนเก่งมากนะรุต ถ้าเลิกนิสัยเที่ยวเตร่แล้วหันมาขยันเข้าห้องเรียนนายจะเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟคมาก”
“ก็เพราะว่าฉันเก่งไงเลยไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนก็ทำข้อสอบได้” ศรุตยิ่งหลงตัวเองไปกันใหญ่ คิดทะนงตนไม่รับฟังคำเตือนของเพื่อน
“เอาเป็นว่าฉันกลับบ้านก่อนนะ” พิมพ์ชนกจนปัญญาจะพูดกล่าวในเมื่อเขาไม่ฟัง
“อ้าว! ทำไมรีบกลับนักล่ะ” ศรุตเอ่ยถาม เขาตั้งใจจะชวนหล่อนไปทานไอศกรีมด้วยกันสักหน่อย
“วันนี้คุณเกียร์กลับบ้าน”
“กลับมาคราวนี้จะอยู่กี่วันล่ะ”
“เห็นคุณกรีนบอกว่าอยู่ตลอด”
“หมายความว่าจะไม่กลับไปอเมริกาแล้วเหรอ” ศรุตถามอย่างตื่นเต้น
“คงงั้น” พิมพ์ชนกตอบไร้อารมณ์ขณะเก็บอุปกรณ์เครื่องเขียนใส่กระเป๋าผ้า
“ทำไมล่ะ”
“เขาคงอยากกลับมาดูแลคุณกรีนมั้ง พี่สาวป่วยคนเป็นน้องก็คงเป็นห่วงเป็นของธรรมดา” พอนึกถึงเรื่องที่อีกฝ่ายป่วยทีไร
พิมพ์ชนกก็เศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก
“คุณเกียร์หน้าโหดกลับมาแบบนี้ฉันคงไปมาหาสู่เธอไม่ได้แล้วน่ะสิ” ศรุตทำหน้าเศร้า
“ก็มาได้แต่อย่ามาบ่อย”
ไม่ได้ปิดกั้นแต่หล่อนก็ไม่ได้เปิดซะทีเดียว พิมพ์ชนกเดาใจน้องชายของผู้อุปการะตนไม่ถูกจริงๆ เหมือนจะนิ่งแต่ทุกครั้งที่ศรุตมาหา เขาก็ชอบทำหน้าตาไม่พอใจ ซ้ำร้ายยังเรียกเธอไปกล่าวตักเตือนว่าให้รู้จักทำตัวให้เหมาะสม อย่าสร้างเรื่องให้พี่สาวของเขาต้องอับอายขายหน้า โดยพิมพ์ชนกก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตัวเองทำอะไรผิด ก็แค่เพื่อนมาหาเพื่อนเท่านั้น
“เซ็งเลย” ศรุตคอตก “เอางี้ เดี๋ยวไปส่ง” เขาเห็นว่าเย็นมากแล้วจึงอาสาไปส่งเพื่อนสาวที่บ้าน
“ก็ดีนะ ป่านนี้รถเมล์คงไม่เหลือแล้วล่ะ”
............................................................
บรรยกาศที่คิดถึงตลอดระยะเวลาสามปีเต็ม… ร่างสูงลงจากรถเปิดประทุนสุดหรูได้ก็รีบสูดเอาความสดชื่นของบ้านที่จากไปนานเข้าเต็มปอด นัยน์ตาคมคายกวาดมองรอบๆ บริเวณพลางยกยิ้ม แปลงกุหลาบหลากสีของหญิงสาวในดวงใจออกดอกสะพรั่งงดงามพอๆ กับเจ้าของ เกียร์ก้มหน้าลงไปดอมดมใกล้ๆ
“หอมจัง” เขายิ้มออกมา กลิ่นดอกไม้ที่หล่อนปลูกยังหอมสดชื่นถึงเพียงนี้ ชักอยากรู้เสียแล้วว่าเรือนร่างของคนปลูกจะหอมเย้ายวนใจสักเพียงใด
“เกียร์!”
กรีนน่า เรนโซ พี่สาวสุดที่รักโผกอดน้องชายทันทีที่เห็นหน้า เกียร์อ้าแขนต้อนรับอ้อมกอดอบอุ่นที่เขาโหยหา ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มน่ามองให้คนป่วยได้ชื่นหัวใจ
“พี่คิดถึงเราที่สุด เป็นอย่างไรบ้าง อยู่ที่นู่นสบายดีไหม”
หญิงสาวผู้มีใบหน้าซีดเซียวเพราะอาการป่วยรุมเร้าลูบไล้แก้มสากทั้งน้ำตา
“ไม่เอาครับ อย่าร้องไห้” ปลายนิ้วแกร่งบรรจงเช็ดน้ำตาบนแก้มขาวซีดแผ่วเบา
“กลับมาคราวนี้บอกว่าจะอยู่ตลอด เกียร์ไม่ได้หลอกพี่ใช่ไหม”
“ครับ ผมตั้งใจจะมาอยู่ดูแลพี่กรีนจนกว่าพี่จะหายป่วย”
ชายหนุ่มให้คำมั่นสัญญา เขาเองก็ไม่สบายใจยามเห็นพี่สาวต้องเจ็บไข้ได้ป่วย โดยที่ตนไม่ได้คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ นับว่าโชคดีที่อีกฝ่ายมีบุตรบุญธรรมข้างกาย รายนั้นเก่งงานบ้านงานเรือนเป็นที่หนึ่ง อีกทั้งยังรู้จักวิธีดูแลคนป่วยอย่างดีเยี่ยม
“ไอ้บ้าเอ๊ย! ทำไมจู่ๆ ถึงได้มีว่าที่พี่เขยเป็นไอ้หมอนี่วะ”เกียร์หงุดหงิดที่กลับมาบ้านก็พบว่ากรีนน่าและศรุตตกลงปลงใจคบหากันอย่างเปิดเผย เขาหายไปฮันนีมูนกับเมียแค่สามอาทิตย์อะไรๆ กลับเปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน“แล้วพี่กับมัน ให้ตายเถอะ ผมจะทำยังไงกับปัญหานี้ดี”เกียร์ถึงกับเครียดจนกุมขมับ ยิ่งเห็นหน้าของศรุตที่มองเขาด้วยความถือดีก็ยิ่งหมันไส้ อยากควักลูกตาของมันออกมาเหยียบขยี้ให้จมฝ่าเท้านักเชียวหลุดพ้นจากพิมพ์ชนกมันก็มาคว้าเอาพี่สาวของเขาเนี่ยนะ โถ… ไอ้เด็กเวร!“คุณเกียร์” พิมพ์ชนกจับมือเขากุมเบาๆ “ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ” เธอไม่อยากให้เขาอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ เรื่องความรักมันห้ามกันได้เสียที่ไหน“แต่มัน ฮึ่ย!” เกียร์ยอมอ่อนลงเพราะเห็นแก่เมีย พิมพ์ชนกตอนแรกที่รู้เรื่องก็ตกใจไม่แพ้เขา แต่พอได้เปิดอกคุยกับศรุตถึงรู้ว่าเพื่อนรักกรีนน่ามากจริงๆ อีกทั้งฝ่ายหญิงก็ไม่ได้รังเกียจรังงอน แค่มีบ้างที่หวั่นเกรงกับคำครหาของคนในสังคม ด้วยอายุที่ห่างกันถึงสิบกว่าปี“ผมรักคุณกรีน และผมจะไม่ยอมปล่อยมือจากเธอ”ไม่พูดเปล่า ศรุตยังอวดดีโดยการกุมมือกรีนน่าโชว์น้องชายอารมณ์ร้อน เกียร์ถลาไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่าย“เ
อาหารมากมายวางเรียงรายสวยงามบนโต๊ะ ทันทีที่พิมพ์ชนกเดินลงบันไดมาก็ได้กลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบ้าน หญิงสาวแอบยืนมองเกียร์อยู่เงียบๆ เห็นเขายิ้มแย้มขณะจัดวางจานแล้วตรวจดูความเรียบร้อย ประหนึ่งอาหารมื้อนี้คือมื้อสำคัญ หัวใจดวงน้อยเต้นแรง อดปลาบปลื้มกับสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่พอนึกถึงถ้อยคำของเขาแล้วใจหดหู่ ที่เขาทำมันไม่ใช่ความรัก เขาเพียงแต่ยังไม่เบื่อของเล่นบนเตียงชิ้นนี้เท่านั้น“เสร็จแล้วเหรอ” เกียร์เงยหน้าเจอร่างบางก็ยิ้มกว้าง เขารีบปรี่เข้ามาประคองเมียรักพาเดินไปที่โต๊ะ“ยะ ยิหวาเดินเองได้ค่ะ” พิมพ์ชนกบอกอย่างเขินอาย ไม่ชินที่เขาทำดีด้วย ปกติมีแต่ถูกกระชากเข้าหา ไม่เคยถูกเขาประคองด้วยความทะนุถนอมแบบนี้มาก่อน“อย่าดื้อ คนอยากปรนนิบัติเธอก็แค่ช่วยทำตัวนิ่งๆ น่ารักๆ เป็นไหม” เกียร์ทำเสียงดุแบบไม่จริงจัง เขาขยับเก้าอี้ให้เธอนั่ง แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ พิมพ์ชนกกล่าวขอบคุณขณะสายตาทอดมองอาหารน่ารับประทานตรงหน้า กลิ่นหอมยั่วยวนกะเพาะน้อยๆ ชวนให้อยากลิ้มลองรสชาติเหลือเกิน“อาหารพวกนี้…” พิมพ์ชนกยังเอ่ยไม่จบประโยค เกียร์ก็รีบพูดแทรกด้วยความตื่นเต้นระคนอยากอวด“ฉันทำเองทั้งหมดเลย” เขายิ้มกว้าง จัด
“ยิหวาตื่นได้แล้วครับ”เกียร์ก้มหน้ากระซิบเรียกเมียตัวน้อยที่เอาแต่นอนซุกผ้านวมผืนหนา แม้แสงแดดยามเช้าจะแยงตาก็ไม่ยอมตื่น“อื้อ” พิมพ์ชนกบิดกายขับไล่ความเมื่อยล้า เปลือกตาคู่งามปรือมองคนใกล้ตัว เห็นใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มทักทายก็ชวนใจสั่นไหว นึกถึงความเร่าร้อนของเขาที่โหมกระหน่ำใส่ทีไร พวงแก้มสุกใสแดงเรื่อทุกที“คุณเกียร์”“ตื่นได้แล้ว ลงไปทานข้าวเช้ากัน” เกียร์ตื่นมาทำอาหารเช้าตั้งแต่ตีห้าครึ่ง เขารับหน้าที่เป็นพ่อครัวจำเป็นตั้งแต่วันแรกที่พาหญิงสาวมาค้างแรมที่บ้านพักตากอากาศแห่งนี้“คุณช่วยถอยออกไปหน่อยได้ไหมคะ” แม้ใกล้ชิดเนื้อแนบเนื้อมานักต่อนัก แต่การที่เขานำพาใบหน้าหล่อขึ้นแท่นหนุ่มฮอตตลอดกาลเข้ามาใกล้แบบนี้ พิมพ์ชนกก็อดที่จะเขินอายไม่ได้“ทำไม หวั่นไหวเหรอ”ถึงไม่พูดเขาก็ดูออก พิมพ์ชนกมีท่าทีอ่อนลงมากตั้งแต่ได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง เธอไม่ต่อต้านเขา เวลากอดหรือหอมก็มีเพียงท่าทีเขินอายพอประมาณ ไม่ได้ปัดป้องอย่างรังเกียจเหมือนตอนที่อยู่กรุงเทพฯถ้ารู้ว่าการบังคับจดทะเบียนสมรสแล้วจับมาอยู่ห่างไกลผู้คนจะทำให้แมวน้อยสิ้นฤทธิ์ได้แบบนี้ เขาคงทำไปตั้งนานแล้ว“คุณเกียร์อย่า” เบือนหน้าหนีจมูก
“ถ้าการที่เขาสองคนตัดสินใจจดทะเบียนสมรสกัน นั่นก็เป็นเพราะเขารักกัน มั่นใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน คนนอกอย่างนายอย่าเข้าไปยุ่งเลยดีกว่า”กรีนน่าไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องหงุดหงิดจนเผลอแสดงน้ำเสียงขุ่นเคืองใส่ผู้ชายตรงหน้า รู้แค่ว่าเธอไม่ชอบที่เขามาคุยกับเธอเพราะเรื่องหญิงอื่น ต่อให้คนๆ นั้นเป็นพิมพ์ชนกก็ตาม“ไม่จริง น้องชายคุณบังคับยิหวา ผมเห็นกับตา ยิหวาไม่ได้เต็มใจที่จะจดทะเบียนสมรสกับน้องชายคุณแน่นอน”ศรุตรู้จักนิสัยใจคอของเพื่อนรักดี พิมพ์ชนกไม่ใช่คนที่กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา เธอรู้ว่าเธอเป็นแค่เด็กกำพร้า ไม่มีทางหวังสูงครอบครองน้องชายของคนที่อุปการะตนเองอย่างแน่นอนเว้นเสียแต่ว่าเกียร์จะเป็นฝ่ายอยากทำตัวเป็น สมภารกินไก่วัด ซะเอง“ใครจะบังคับใครฉันไม่สน ออกไปจากบ้านของฉันได้แล้ว ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย” ชี้นิ้วไล่ไม่ไว้หน้า สองเท้าเรียวกำลังจะก้าวขึ้นบันไดแต่มือหนาของศรุตกระชากแขนนุ่มเอาไว้ ทำให้กรีนน่าเสียหลักปลิวมาอยู่ในอ้อมกอดของเขา“ปล่อยนะ! อย่ามาทำรุ่มร่ามในบ้านของฉัน” ดวงตากวาดมองหาสาวใช้ กลัวมีใครผ่านมาเห็นพฤติกรรมอันล่อแหลม“ไม่อยากเห็นหน้าผมคงเพราะว่ามีผู้ชายแห่แหนเข้าม





