Share

บทที่ 4 มรสุม

Author: 23.19น.
last update Last Updated: 2025-10-14 02:16:14

“หนูขอร้องนะคะเฮีย ตอนนี้หนูกับแม่ลำบากกันมากจริง ๆ”

เสียงสั่นเครือออกมาจากปากของหญิงสาวที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องยอมก้มหัวให้ใครมาก่อน แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้วในขณะที่อัจฉรากำลังเผชิญหน้ากับเจ้าหนี้ของพ่อเป็นการส่วนตัว ณ จุดนี้หล่อนยอมลดศักดิ์ศรีที่มันค้ำคอลงบ้าง อย่างไรเสียหล่อนก็แทบไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้แล้ว ยิ่งถ้าต้องเป็น ‘ตัวของเธอ’ ยิ่งไม่มีทาง

“แล้วหนู... มั่นใจได้ไงว่าจะไม่บิดเฮีย?”

เฮียโจ้ ชายหน้าโหด รูปร่างผอมบางแต่สักเต็มตัว คำพูดของเขาห้วนสั้น ไม่กรรโชกแต่แฝงไปด้วยความกดดันอย่างผู้ที่รู้ว่าตัวเองเหนือกว่าชัดเจน การแสดงออกนั้นดูไม่ยากที่จะสังเกตได้จากสายตาที่มักจะจ้องอัจฉราด้วยความพึงพอใจบางอย่างตั้งแต่หล่อนกล้าก้าวขาเข้าในรังของเขาตั้งแต่แรกแล้ว

“หนูสัญญาว่าหนูไม่เบี้ยวเฮียแน่นอนค่ะ นะคะเฮีย... ให้หนูใช้หนี้แทนพ่อนะ”

“โอ๊ย พูดมันก็พูดกันได้ง่าย ๆ หนู ตอน ‘ไอ้ยศ’ มันก็แทบจะคลานเข่ามาขอเฮียด้วยซ้ำ แต่ดูตอนนี้มันหนีไปไหนแล้วล่ะ?”

เจ้าหนี้หนุ่มพูดขึ้นเสียงดัง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเย้ยหยันระคนขบขัน ทำให้คนฟังใจหายวูบ เขามองอัจฉราที่หน้าเริ่มถอดสี พลางนั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงโซฟาสบาย ๆ แต่สายตาก็ยังไม่หยุดมองหญิงสาว ทิ้งความกดดันเอาไว้ให้เธอแบกรับจนต้องก้มหน้าหลบสายตา

“หนู... หนูเองก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ว่าพ่อหายไปไหน”

หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา หล่อนรู้สึกชาไปทั้งหน้าจากความอัปยศที่เกิดขึ้น กลีบปากอิ่มเม้มเข้าหากันเบา ๆ ขณะที่มือกำกระเป๋าเป้ใบเก่งที่บนตักแน่นขึ้น บ่งบอกถึงความตึงเครียดและความกดดันที่กำลังเผชิญหน้าอยู่

แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงหัวเราะร่วนของเฮียโจ้ดังขึ้น อัจฉรารีบผงกหัวขึ้นมองอีกครั้ง แววตาแสดงออกถึงความสับสนอย่างไม่ปิดบัง ตามมาด้วยอาการนิ่งงันอย่างฉับพลัน ความรู้สึกเย็บเฉียบแล่นริ้วไปตามแนวกระดูกสันหลัง รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องกับประโยคที่อีกฝ่ายเอ่ยถามออกมา

“ไม่รู้? หนูก็ตอบง่ายดีว่ะ ฮ่า ๆ ๆ!”

เสียงหัวเราะของเฮียโจ้ก้องกังวาน เขาแหงนหน้าหัวเราะอย่างชอบใจ แต่แล้วมันก็หยุดลงอย่างฉับพลันเมื่อเขาจ้องไปยังหญิงสาวอีกครั้ง คราวนี้สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความต้องการบางอย่าง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังเสนอตัวเลือกให้หล่อนด้วย

“เฮียว่าเอางี้นะ... หนูแค่ตอบเฮียมาเลยดีกว่าว่าหนูจะ ‘เลือกอะไร’ เฮียน่ะคนใจเย็น แต่เฮียก็หมดความอดทนเป็นเหมือนกัน ตอบเฮียมา... วันนี้หนูมีเงินมาคืนเฮียไหม ถ้าไม่... หนูก็รู้อยู่แล้วเนอะว่าเฮียจะเอา ‘อะไร’ มาทดแทน”

ดวงหน้าหวานของอัจฉราซีดเผือดจนเกินคำว่าถอดสีไปแล้ว หล่อนไม่จำเป็นต้องตีความอะไรเลยในทุกประโยคที่อีกฝ่ายกล่าวมานั้น มันชัดเจนจนไม่ต้องหาคำตอบ หญิงสาวสบตากับชายหน้าโหดด้วยความรู้สึกเหมือนมีหินก้อนใหญ่กำลังกดทับอยู่กลางอก ด้วยมือที่สั่นเทาหญิงสาวก้มหน้าก้มตา เสียงรูดซิปดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่น่าอึดอัด ก่อนที่หล่อนจะหยิบเงินก้อนหนึ่งออกมาอย่างเกินกว่าจะคาดคิด

“หนูมีเงินเก็บอยู่ห้าหมื่น...”

ด้วยมือที่สั่นเทาอัจฉราวางเงินก้อนนั้นลงบนโต๊ะตรงหน้าเฮียโจ้ที่มองมันด้วยสายตาฉายแววประหลาดใจ กลิ่นเงินและสัมผัสของแบงก์ใหม่ ทำให้รู้สึกใจหายอย่างไม่อาจเลี่ยง แต่ก็ไม่มีทางอื่นแล้วเช่นกัน

“หนูไม่รู้ว่าพ่อติดหนี้เฮียอยู่แค่ไหน... แต่ตอนนี้หนูมีอยู่แค่นี้จริง ๆ ขอร้องนะคะเฮีย... อย่าเอาหนูไปเลยนะคะ แม่ของหนูก็อายุมากขึ้นทุกวัน มีโรคประจำตัว ถ้าไม่หนูก็ไม่มีใครดูแกแล้ว”

เฮียโจ้ยกยิ้มมุมปาก สายตาที่แสดงออกถึงความประหลาดใจเมื่อครู่ เปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มแต่ก็แฝงไปด้วยความพึงพอใจอย่างอันตราย เขาเลิกนั่งไขว่ห้างและโน้มตัวไปข้างหน้า มือใหญ่ที่ผอมจนเห็นเส้นเลือดชัดเจนอย่างน่ากลัวยื่นออกไปหยิบเงินมัดนั้นมาถือเอาไว้ พลิกไปมาและกรีดนิ้วผ่านแบงก์ทีละใบเพื่อตรวจสอบ

“หนูนี่ฟังดูก็เป็นลูกประเสริฐจริง ๆ ไม่น่ามีพ่อทำตัวส้นตีนแบบนั้นเลยเนอะ”

เฮียโจ้แค่นหัวเราะ พร้อมกับส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะโยนเงินมัดเดิมลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ เงยหน้าสบตากับหญิงสาวที่กำลังมองของอยู่ด้วยแววตาที่สั่นไหวด้วยความกลัว แต่ก็แฝงไปด้วยแววเว้าวอน... นั่นมันช่างน่าสนใจและน่าเวทนาซะไม่มี

“แต่ ‘แค่’ ห้าหมื่นไม่พอหรอกนะหนู ยอดจริงนะมันตั้ง ‘สองแสนแปด’ นี่เฮียยังไม่รวมดอกเบี้ยเข้าไปด้วยนะ”

อัจฉรารู้สึกเหมือนจะล้มทั้งยืนทั้งที่ตัวแข็งทื่อไปหมด ดวงตาเบิกกว้าง หัวตื้อจนคิดอะไรไม่ออกไปชั่งขณะ ‘สองแสนแปด’ เงินตั้งมากมายขนาดนั้น คือจำนวนที่พ่อของเธอหมดไปกับเล่นการพนัน สุรายาเมาจนหมดนั่นเลยหรือ... อัจฉรารู้มาตลอดว่าพ่อเธอเป็นคนอย่างไร แต่ไม่คิดว่าเขาจะแอบสร้างหนี้ไว้มากกว่าที่คิดและหนีขายไปแบบนี้!

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปด้วยความตกใจ เจ้าหนี้นิสัยเหลี่ยมจัดก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มมุมปาก สายตาที่มองหญิงสาวเต็มไปด้วยการประเมินค่าอย่างพึงพอใจ ยังไม่ทันไรก็คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือหล่อนเสียแล้ว อย่างไรเสียเขาก็เป็นเจ้าหนี้ และตอนนี้อัจฉราก็ยอมรับสภาพหนี้แทนพ่อของเธอไปแล้ว

“เอาเถอะ! ถือว่าเฮียเห็นใจหนูละกัน เฮียไม่เอาดอกก็ได้ ยังไงวันนี้หนูจะมีเงินมาให้เฮียก็จริง... แต่เฮียมีเงื่อนไข ภายในสามเดือนถ้าหนูหาเงินต้นมาคืนเฮียไม่ครบ...”

เฮียโจ้มองอัจฉราอีกครั้งตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาเธออีกครั้ง ดวงตาของหล่อนสั่นไหว... ช่างถูกใจเขาเสียจริง

“หนูต้องมาเป็นเด็กเฮียอย่างไม่มีข้อแม้... วันนี้เฮียเอาเงินห้าหมื่น แต่ครั้งหน้าต้องสองแสนแปด จำใส่หัวสวย ๆ หนูเอาไว้ด้วยล่ะ”

ร่างบางเดินเหมือนคนหมดแรงไปตามฟุตบาทริมถนนใหญ่ในยามค่ำคืน อากาศชื้นเหมือนฝนใกล้จะตกแล้ว แต่อัจฉรายังคงใจลอยไปกับถ้อยคำนั้นที่ยังฝังอยู่ในหัว ความรู้สึกสิ้นไร้หนทางประเดประดังเข้ามาราวกับพายุลูกใหญ่ในใจ หลายครั้งที่หล่อนมีความคิดบ้า ๆ ถามตัวเองว่า ถ้าหากเดินลงไปบนถนนตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้น... เรื่องมันจะจบลงหรือเปล่า

แต่สุดท้ายอัจฉราก็ไม่กล้าพออยู่ดี ต้องยอมก้มหน้ารับชะตากรรมที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อ เดินอยู่นานเป็นชั่วโมงจนเหงื่อกาฬท่วมตัว หายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อย แต่หล่อนไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว แม้แต่เงินค่ารถไม่กี่บาทตอนนี้ยังต้องคิดหนักจนไม่กล้าใช้ กระเป๋าเป้ใบเก่งตอนนี้เบาหวิวจนแทบไม่รู้สึกถึงน้ำหนักที่ไหล่

ราวกับฟ้าฝนรับรู้ได้ถึงความทุกข์ระทมและความเศร้าโศกที่แบกรับเอาไว้ ท้องฟ้าส่งเสียงคำรามลั่น ทันใดนั้นสายฝนก็กระหน่ำเทลงมาเย้ยหยันชีวิตที่มันบัดซบนี้ เสื้อผ้าของอัจฉราค่อย ๆ หนักขึ้นตามปริมาณของน้ำฝนที่ เปียกชุ่มภายในเวลาอันรวดเร็วจนดูไม่จืด แต่อัจฉราก็ยังคงเดินต่อไปเหมือนหุ่นยนต์ที่ไร้ชีวิต

หุ่นยนต์ที่ไม่สามารถควบคุมอะไรได้ แม้น้ำตาเจ้ากรรมของตัวเองมันไหลรินลงมาแข่งกับสายฝน ม่านน้ำตาบดบังการมองเห็นในยามราตรีกาลที่มืดมนแถมเป็นคืนที่มีพายุเข้า ร่างบางสั่นระริกด้วยความหนาวเย็นที่เริ่มกัดผิว กลีบปากอิ่มซีดคล้ำ ขณะที่ฟันกระทบกันจนเกิดเสียง ใครขับรถผ่านไปผ่านมาก็คงคิดว่าหญิงสาวคนนี้ถ้าไม่บ้าก็คงไม่เต็ม เพราะคงไม่มีคนปกติที่ไหนมาเดินตากฝนอยู่แบบนี้

ขณะเดียวกันบนถนนใหญ่เส้นเดียวกันห่างจากร่างบางกลางสายในไปไม่ไกล รถยนต์ซีดานสีดำเงาก็ปรากฏให้เห็น ซึ่งกำลังขับฝ่าพายุไปด้วยความเร็วคงที่ คนขับควบคุมการเคลื่อนไหวด้วยความชำนาญแม้ถนนจะลื่นกว่าปกติ ตามรายงานสภาพอากาศบอกว่าคืนนี้พายุจะเข้า ซึ่งก็จริงเพราะตอนนี้วิสัยทัศน์ภายนอกขาวโพลนไปหมดแล้ว

นที ผู้เป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวขับไปตามเส้นทางประจำเพื่อกลับบ้านเป็นปกติ ดวงตาคู่คมมองถนนเบื้องหน้าผ่านกรอบแว่นสายตาด้วยสมาธิ ไม้ปัดน้ำฝนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพปาดหยดน้ำออกจากกระจกให้มองเห็นทาง ผสานกับไฟสูงในสภาพอากาศที่ย่ำแย่ ความเร็วรถค่อย ๆ ชะลอตัวลงอีกระดับขณะที่กำลังจะเปลี่ยนเส้นทาง

ทว่าในจังหวะนั้นเองด้วยความบังเอิญ สายตาอันเฉียบคมของเขาเผลอมองไปข้างทางอย่างไม่ได้ตั้งใจ นทีกลับจดจำร่างหนึ่งที่เดินอยู่บนฟุตบาทได้ในทันที กลุ่มผมสีแดงที่ตอนนี้เปียกน้ำฝนจนลู่ไปตามลำคอและแผ่นหลังของเธอ ไหนจะผิวขาวซีดเพราะความหนาวเย็นนั่น ผู้หญิงผมแดงเพียงคนเดียวในตอนนี้ที่นทีรู้จักมีเพียงคนเดียวเท่านั้น... อัจฉรา

คิ้วหนาขมวดเล็กน้อยด้วยความช่างสังเกตที่ ติดเป็นนิสัย ‘ทำไมเธอถึงมาเดินตากฝนแบบนี้’ นทีตั้งคำถามอย่างอดไม่ได้ด้วยความอยากรู้ ไม่ใช่เพราะความห่วงใยแต่อย่างใด เพราะแทนที่เขาจะจอดดูชายหนุ่มกลับเร่งเครื่องขับผ่านเธอไปทันที สายตาเผลอมองผ่านกระจกมองหลัง ในจังหวะนั้นร่างบางก็ทรุดตัวลงไปพอดี ดวงตาคู่คมก็หรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ

“โง่หรือบ้ากันแน่...”

เสียงทุ้มพึมพำกับตัวเอง สีหน้าของเขายากที่จะอ่านออก ชายหนุ่มขับรถเข้าเลนขวาสุดอย่างฉับพลัน ก่อนจะกดย้อนเกียร์ถอยหลังไปเทียบขอบฟุตบาทตรงจุดที่เห็นอัจฉรา เมื่อพอดีแล้วเขาก็ลดกระจกลงเพื่อมองออกไป ทำให้น้ำฝนกระเซ็นมาโดนเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ สายตาจ้องไปยังร่างเล็กที่นั่งตัวสั่นระริกและยังไม่รู้ตัว

“จะไปไหน... ขึ้นมาสิ...”

นทีเรียกเสียงดังกว่าเสียงฝนอย่างตั้งใจ น้ำเสียงที่คุ้นหูนั้นเข้าหูอัจฉราอย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้ หล่อนผงกหัวหันมามองเขาอย่างรวดเร็ว ดวงตาที่แดงก่ำของหล่อนฉายแววตกใจไม่น้อยที่เห็นว่าเป็นเขา มือของนทีกำพวงมาลัยแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เมื่อเห็นใบหน้าของอัจฉราชัด ๆ

มันไม่ใช่เรื่องของเขาเลยสักนิด... แต่เพราะเธอเป็นเด็กในบ้านของเขา เพราะยังไงเสียก็คนคุ้นเคย จะปล่อยผ่านไปเฉย ๆ อย่างที่คิดจึงไม่ง่าย ทั้งที่นทีจะรู้อยู่เต็มอกว่าหญิงสาวคิดอย่างไรกับเขาก็ตาม ไม่ต้องการให้เธอเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของเขาด้วยซ้ำ แต่พอเห็นเธออยู่ในสภาพนี้... จะปล่อยไปเฉย ๆ ก็คงดูจะใจดำเกินไป

อัจฉราลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ หัวใจพลันเต้นผิดจังหวะ หล่อนรีบหันหน้าหนีเพื่อเช็ดน้ำตา ทั้งที่สายฝนน่าจะทำให้ดูไม่ออกอยู่แล้วว่าเธอกำลังร้องไห้ แต่เพราะคนคนนั้นคือนที หญิงสาวก็ไม่อยากให้เขาเห็นความน่าสมเพชของเธอเลยแม้แต่น้อย เมื่อจัดการกับตัวเองเสร็จแล้วหล่อนก็หันไปทางเขาอีกครั้ง

“ไม่เป็นไรค่ะ... เนยเปียกไปทั้งตัว...”

อัจฉราปฏิเสธเสียงสั่นเพราะหนาว ช่วยปิดบังความจริงที่ว่าหล่อนร้องไห้ได้บ้าง แต่สายตากลับหลุบมองพื้นไม่กล้าสบตากับเจ้าของนัยน์ตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นนั้นตรง ๆ อยู่ดี

“เดี๋ยวจะทำให้รถคุณนทีเปียกไปด้วยเปล่า ๆ...”

“ไม่ต้องห่วงรถ... ขึ้นมา”

นทีจับสังเกตเห็นความผิดปกติในท่าทางและน้ำเสียงของหญิงสาวชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการรับหันไปเช็ดน้ำตา การพยายามทำเหมือนว่าไม่เป็นอะไร ซึ่งไม่ใช่เรื่องของเขา แทนที่จะมาเสียเวลากับบทสนทนาไร้ประโยชน์ นทีเลือกที่จะปลดล็อกประตูฝั่งผู้โดยสารอย่างเด็ดขาด เสียง ‘แก๊ก’ ดังขึ้น จากนั้นเขาก็เลื่อนกระจกฝั่งตัวเองขึ้นจนปิดสนิท บ่งบอกว่าไม่ต้องการข้ออ้างใด ๆ อีกต่อไป

อัจฉรามองไปยังกระจกที่ติดฟิล์มมืดแทบมองไม่เห็นด้านใน มันเหมือนกับการตอกเส้นคั่นระหว่างกันที่เธอไม่ทางข้ามไปได้แม้จะอยู่บนทางเดียวกันก็ตาม กลีบปากอิ่มเม้มเข้าหากันเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจวิ่งอ้อมรถขึ้นไปนั่งในฝั่งผู้โดยสาร อัจฉราปิดประตูอย่างแผ่วเบา แม้จะสับสนกับสถานการณ์แต่หล่อนก็ยังเกรงใจเขาอย่างถึงที่สุด

“คาดเข็มขัดด้วย”

ขณะเดียวกันนทีก็รอด้วยความอดทน เมื่อเห็นว่าอัจฉราทำตามเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว เขาก็เข้าเกียร์เดินหน้าและเหยียบคันเร่งขับออกไปทันที โดยที่ไม่มีบทสนทนาใด ๆ ระหว่างเขากับเธอเกิดขึ้นอีกเลย นอกจากความเงียบที่โรยลงตัวอย่างน่าอึดอัด เสียงฝนและเสียงเครื่องยนต์เท่านั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 25 เจ้าของและผู้ถูกครอบครองที่อยากบินหนี [2/2]

    คำถามด้วยน้ำเสียงที่ขมขื่นนั่นร้ายกาจไม่ใช่เล่น คำพูดของเธอในครั้งนี้กระทบใจนทีอย่างจัง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะตั้งใจพูดหรือไม่ก็ตาม รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้า บรรยากาศที่เคยร้อนระอุเย็นเยียบขึ้นถนัดตา“หึ... กล้าถามขนาดนี้ แสดงว่ายังไม่สิ้นฤทธิ์”น้ำเสียงทุ้มกดต่ำลงอย่างอันตราย เรียบเหมือนผิวน้ำที่กำลังโหมคลื่นใหญ่อยู่ก้นบึ้ง ปลายนิ้วโป้งกดลงบนริมฝีปากอิ่มของอัจฉราด้วยแรงที่ทำให้กลีบเนื้ออ่อนนุ่มนั้นเผยอออกและอุทาน ‘โอ๊ย’ ออกมาด้วยความเจ็บก่อนจะพลิกร่างเล็กกลับขึ้นมาและคร่อมเธอเอาไว้อย่างรวดเร็ว โดยไม่สนว่าทั้งคู่จะเปลือยเปล่า โน้มหน้าลงไปจนปลายจมูกชนกัน ผสานลมหายใจที่ร้อนระอุเข้ากับจังหวะหายใจที่ขาดห้วงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นของอัจฉรา“เธอมองว่าฉันเป็นคนดีมาตลอดเหรอ? หึ... นั่นแหละที่ทำให้เธอไม่แตกต่างจากคนอื่น... มองแค่ผิวเผิน... ใจง่ายไปเอง ทั้งที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้ด้วยซ้ำ”นัยน์ตาสีนิลแข็งกร้าว แต่ก็มีชั่วแวบหนึ่งที่มันฉายประกายอย่างซับซ้อน คล้ายกับความเจ็บปวดจากบางอย่าง ทว่าก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว นทีกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นความหวาดหวั่

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 25 เจ้าของและผู้ถูกครอบครองที่อยากบินหนี [1/2]

    “อึก... อื้ออ...” สองมือยึดสะโพกเอาไว้มั่น ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาแหงนหน้าขึ้นฟ้า ปล่อยธารรักอุ่นร้อนพุ่งเป็นสายหนาเคลือบแผ่นหลังเนียนที่บัดนี้เต็มไปตราประทับกลีบกุหลาบและรอยขบกัด สะท้านสะเทือนเพราะแรงรักที่เขาปรนเปรอให้ใจจริงนทีอยากที่จะปลดปล่อยเคลือบผนังกำมะหยี่ แต่เขาก็รักษาคำพูดของตัวเองพอที่จะไม่ลดตัวลงไปฝากน้ำรักของเขาในกายของหล่อน... ถ้าเกิดพลาด อัจฉราท้องขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่“อ่าห์... โคตรดี... เธอเป็นของฉันแล้วนะ เนย”เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดกับใบหูที่ร้อนผ่าวของคนใต้ร่าง หลังจากที่ปลดปล่อยจนสุดทางรัก ทรุดตัวลงนอนทับเธอ โดยระวังน้ำหนักไม่ให้ทับคนตัวเล็กกว่าจนร่างแหลกไปเสียก่อนเขายกยิ้มอย่างพึงพอใจ พลางเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นไปตามแนวสีข้างของเธอ จนมาถึงข้างแก้มที่ถูกปกคลุมด้วยเส้นผมสีแดงบดบังใบหน้าของคนที่เขาอยากเห็นสีหน้าที่สุดจนมองไม่เห็น“พูดอะไรบ้างสิ... หรือว่าโดนของฉันไปเลยจุกพูดไม่ออก”นทีถามเสียงเย้าแหย่ แต่แฝงความเป็นเจ้าของที่เพิ่มพูนขึ้นกว่าเดิม รู้สึกพึงพอใจที่สามารถยึดครองร่างกายเธอมาเป็นของเขาได้ด้วย

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 24 กายพิพากษา NC🔞

    พรึ่บ! นทีไม่สนท่าทีที่กลับมาขัดขืนงอัจฉรา เขากระชากกางเกงยีนและกางเกงในตัวจิ๋วลงไปกองรวมกันอยู่ที่ข้อเท้าเล็กอย่างไม่ปรานี เผยให้เห็นเงาสามเหลี่ยมที่ซ่อนอยู่หว่างขาขาว เท่านั้นยังไม่พอใจ กวาดสายตามองร่างเปลือยเปล่าตั้งแต่หัวจรดเท่าสายตาจวบจ้วงนั่นทำให้หญิงสาวหัวใจเต้นแรงด้วยความกลัวและความอายอย่างถึงที่สุด เธอพยายามถดตัวหนี ปิดบังตัวเองด้วยมือและแขนอย่างน่าสมเพช แต่มันกลับดูยั่วยวน กระตุ้นความอยากของนทีอย่างร้ายกาจคว้าข้อเท้าเล็กทั้งสองข้างเอาไว้มั่น รับรู้ได้ถึงแรงต้านที่พยายามจะหนีบขาเข้าหากัน แต่พละกำลังที่มากกว่าก็สามารถจับเรียวขาสวยของเธอแยกออกจากกันได้ไม่ยาก เผยให้เห็นกลีบเนื้ออวบอูมที่บัดนี้ฉ่ำวาวแล้ว“ไม่นะ! อย่ามอง!”“แฉะแล้ว... อย่าหลอกตัวเองเลยเนย...”.นทีเลียกลืนน้ำลาย สายตาจับจ้องส่วนรับของอัจฉราอย่างกระหาย ความงามของเธอเกือบทำให้ลืมหายใจ นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ รีบแทรกกายเข้าไประหว่างขาของเธอ รับรู้ถึงความปวดร้าวของตัวเองที่ร้องหาปลดปล่อยใต้เนื้อผ้า“คุณนที... ฮึก...”น้ำตาของเธอ... ร้องไห้อีกแล้ว ความปรารถ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 24 กายพิพากษา NC🔞

    “คุณนทีอย่า!”อัจฉราประท้วงเสียงเครือ ดวงตาคู่ฉ่ำน้ำใส ไหวสั่นระริก ความร้อนซ่านประดับพวงแก้มใสราวกับผลตำลึงสุก ทั้งอายและอัปยศอย่างถึงที่สุด หลังจากที่นทีเปิดเผยร่างกายท่อนบนของเธอ มองเขาด้วยสายตาที่อ้อนวอน ผิดจากความดื้อรั้นก่อนหน้า“อย่านะคะ... ฮึก... เนยขอร้อง”เธอขอร้องทั้งน้ำตา ปลายจมูกรั้นแดงเรื่อ หายใจติดขัด ภาพตรงหน้าของนทีช่างดูน่าสงสาร เขากำลังทำร้านอัจฉราย่อมรู้ดี แต่ความต้องการของเขามันบดบังความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปหมด สำคัญเขากำลังมองว่าความอ่อนแอของเธอมันน่าขย้ำให้จมเขี้ยว เหมือนสัตว์ตัวน้อย ๆ อ่อนแอ หวาดกลัว... สิ้นหวังแต่ก็ยังดิ้นรนที่จะขอร้อง“อย่าร้องไห้...”เขายื่นมือไปเช็ดน้ำตาที่อาบหน้าคนใต้ร่างอย่างแผ่วเบา สัมผัสเย็นเยียบไม่ใกล้เคียงกับคำว่าปลอบใจเลยแม้แต่น้อย ซึ่งใช่... นทีไม่ได้กำลังปลอบประโลม“คุณนที... เนยขอร้องนะ... อย่าทำแบบนี้เลย”ร่างเล็กตัวสั่น สัมผัสของปลายนิ้วที่เฉียดผ่านแก้มเนียนยามที่เขาเช็ดน้ำตาให้ แม้รู้ดีว่ามันคือการกระทำเสแสร้งที่สุด ทว่ากลับรู้สึกสะท้านใจอย่างอดไม่ได้ ยิ่งเปิดเปลือ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 23 เจ็บกว่าที่ใจไหว [2/2]

    “น่ารำคาญมากไหมคะ... ฮึก... เนยน่ารำคาญในสายคุณนทีมากไหมคะ?”นทีชะงักจริง ๆ ในครั้งนี้ ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ตอบคำถามแต่กลับจ้องใบหน้าที่เปื้อนหยาดน้ำใสจากตาของเธอ ก่อนที่รอยยิ้มร้ายกาจจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง น้ำตาของเธอ... ทำให้รู้สึกเดือดในใจอย่างประหลาดพร้อมด้วยเสียงหัวเราะต่ำ เขาปล่อยมือออกจากคางของเธอ ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มนุ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะตอบคำถามของหล่อนด้วยน้ำเสียงเย็นจัดตรงข้ามกับสัมผัส“มาก... จนอยากปิดปากเธอให้เงียบเลยล่ะ”พูดจบก็ก้มลงประกบจูบอัจฉราอย่างแรง แบบไม่ให้เธอทันได้ตั้งตัว ดวงตาชุ่มน้ำเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงด้วยความตกใจท่ามกลางความรู้สึกเจ็บปวด ขณะที่นทีเลื่อนมือมาล็อกกรามของเธอเอาไว้ บังคับให้เงยหน้ารับจูบได้ถนัดมากขึ้น“อืม...”เสียงทุ้มคำรามในลำคออย่างขัดใจเล็กน้อย ที่กลีบปากนุ่มของหญิงสาวเม้มแน่น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เขาบีบกรามเธอแน่นขึ้นจนอัจฉราแย้มริมฝีปากออกด้วยความเจ็บ นทีใช้จังหวะนั้นสอดลิ้นร้อนเข้าไปลิ้มรสความเค็มของน้ำตาผสมกับความหวานหอมของคนใต้ร่างอย่างดุเดือดกวาดต้อนลิ้นเ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 23 เจ็บกว่าที่ใจไหว [1/2]

    อัจฉราหยุดฝีเท้าที่ปลายบันได แผ่นหลังบางตั้งตรงแม้จะสั่นไหวจากการร้องไห้ก็ตาม ดวงตาคู่สวยคมกล้าขึ้นเหนือความบอบบางที่เจ็บลึกสุดใจ “เนยไม่ได้หนี... แต่ถ้าจะหนีแล้วมันเรื่องอะไรของคุณนทีคะ?” เสียงหวานเครือย้อนถามคนข้างหลังโดยไม่หันไปมอง พูดจบหล่อนไม่รอคำตอบรับ หญิงสาวก็เคลื่อนไหวลงบันไดไปอีกครั้ง ทว่าเร็วไม่พอ ไม่ง่ายอย่างที่คิดนทีกล่าวไว้ไม่มีผิด “กล้าดีนี่!” หมับ! มือใหญ่ยื่นออกมาคว้าข้อมือเล็กของอัจฉราได้อย่างแม่นยำ พร้อมกันนั้นก็รวบร่างบางด้วยแขนอีกข้างที่ว่างเข้ามาหา ก่อนจะปล่อยมือออกจากข้อมือของหญิงสาว แล้วยกเธอขึ้นอุ้มทันที โดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามหรือแรงขัดขืน “คุณนที! ปล่อยเนยนะ!” “ปล่อยเหรอ?! จะให้ปล่อยไปไหนล่ะ? ไปเสนอตัวให้ไอ้เจ้าหนี้ของเธอทำเมียหรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำอันตรายยิ่งกว่าครั้งไหน เขาจับร่างเล็กพาดบ่าอย่างมั่นคง ก่อนจะหันกลับขึ้นบันได ตรงไปยังห้องนอนที่ประตูยังคงเปิดอ้าอยู่จากเมื่อครู่ ดวงตาสีนิลมืดครึ้มลงอย่างน่ากลัว ส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status