LOGINความเจ็บช้ำในอดีตจากครอบครัวสารเลว ถักทอเป็นความอาฆาตจนนางต้องกลับมาเกิดใหม่เพื่อพลิกชะตาตัวเอง แต่บุรุษอีกผู้ที่ไม่ได้อยู่ในผังความแค้นกลับมาสนิทสนมกับนางบทนำ เพื่อให้ตระกูลบิดายอมรับ นางปิดบังเรื่องต่ำช้าที่แสนเจ็บปวดเอาไว้ในก้นบึ้งหัวใจ เชื่อคำหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าของบิดาและมารดาเลี้ยงแต่งเข้าสกุลหวัง เพื่อความหวังที่จะเป็นคนโปรดปรานดุจดั่งน้องสาวต่างมารดาของนาง ที่แม้นไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขโดยตรง กลับกุมหัวใจบิดาของนางเอาไว้ทั้งดวง แต่นางไร้เดียงสาเกินไป กว่าจะรู้ว่าตัวเองเป็นสะพาน ก็ถูกรื้อแล้ว... เมื่อพวกเขาข้ามสะพานอย่างนางไปถึงจุดหมายได้ ก็รื้อสะพานอย่างนางทิ้งทันที ให้ตายอย่างผีไร้ญาติ นางหนีตายอย่างหวาดกลัว แต่พวกเขาไม่ละเว้นนาง เพื่อเป้าหมายขึ้นเป็นใหญ่ การกำจัดนางเป็นหนทางเดียวของพวกเขา เมื่อรู้ก็คิดหนีเข้าป่าเพื่อเอาชีวิตรอดไปเปิดโปงคนเลวทรามพวกนี้...ขณะนั่งอย่างสั่นกลัวอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ จึงทบทวนเรื่องราวทั้งหมด หลี่ฉงจื่อเลือกทางผิด จะเดินกลับก็ไม่เหลือหนทาง ให้ก้าวแล้ว...
View More“กระหม่อมไม่อยากให้องค์ชายเสียหน้า” เด็กผู้นั้นกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ชนะองค์ชายเขาก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี หากไม่ดีจะมีคนเกลียดเขาอีกด้วย “คราวหน้าไม่ต้องออมมือ แพ้ก็แพ้ข้าไม่ใช่คนไร้เหตุผล” ไท่หยางกล่าวก่อนเดินไปคารวะบิดาที่อยู่ที่นั่งที่เตรียมไว้ให้บรรดาผู้สูงศักดิ์ ในใจเด็ก
ศึกษาจากสำนักศึกษาตระกูลฟ่านมาได้สามเดือน ก่อนจะมีการทดสอบก่อนจะปิดภาคก่อนศึกษา ฟ่านฮุ่ยเสียน หวังฉิงอวิ๋น และองค์ชายไท่หยางได้รับเลือกให้เรียนอยู่ห้องเดียวกัน และเมื่อมีการจับคู่การสอบในครั้งนี้จึงมีสามคนจับคู่ด้วยกัน โดยให้เลือกคนที่เชี่ยวชาญที่สุดในกลุ่มออกมาแต่ละวิชาที่สอบ ฟ่านฮุ่ยเสีย
“เอาล่ะ มาพร้อมกันแล้วก็ดี ข้าจะให้ท่องคัมภีร์เมิ่งจื่อ” อาจารย์ถือคัมภีร์อย่างทะมัดทะแมง จากนั้นเริ่มอ่านตั้งแต่ต้น คุณธรรมของมนุษย์แยกแยะได้สี่ประการ คือ 1. เหริน เห็นอกเห็นใจผู้อื่น... จนเวลาผ่านได้ได้ครึ่งชั่วยาม อาจารย์ผู้ตั้งมั่นในการสอนกลับรู้สึกว่าคอแห้งหลังจะตะแบงเสียงออ
สามปีผ่านไปในแคว้นหนานอันมีจัดให้ตั้งสำนักศึกษาทั้งชายและหญิง ส่วนใหญ่ผู้ที่มีกำลังส่งบุตรหลานได้ศึกษามีเพียงชนชั้นสูงและครอบครัวของเศรษฐีกับขุนนางในราชสำนัก แต่เมื่อปีที่แล้วหลี่ฉงจื่อขอร้องให้ฝ่าบาทจัดให้มีเรียนสำนักศึกษาชั้นต้น เพื่อให้เด็กทุกคนในเมืองหลวงอ่านออกเขียนได้ จะได้ทำการค้าในอนาคต และเ
หาใช่หญิงชั้นสูงคู่ควรกับฝ่าบาท จึงพยายามเข้มงวดกับบุตรชาย คนแรกให้มาก เพื่อจะได้ลดข้อครหาและนางเข้าใจความกดดันนี้ดี “ฮองเฮาเพคะ ให้เด็ก ๆ เจริญเติบโตตามวัยเถิด ดูอย่าง ฮุ่ยเสียนเขาเป็นเด็กยิ้มง่าย ตรงไปตรงมา กินเยอะ แต่ทุกครั้งเขาก็มีความสุขไม่สนใจเรื่องฝึกวิชาอะไรนัก นั่นเพราะท่านน้าสา
วันที่เก้าเดือนเก้าเป็นเทศกาลฉงหยาง[1]เป็นวันที่ไท่ซ่าง-หวงจัดงานเลี้ยงที่บ้านพักตากอากาศนอกเมืองหลวง ต้องเดินทางขึ้นไปบนเขา แต่ทว่าเส้นทางถูกบุกเบิกจนสามารถให้รถม้าเดินทางขึ้นไปโดยสะดวก ทำให้ไม่ลำบากนัก แขกในงานแน่นอนว่าต้องเป็นฝ่าบาท ฮองฮา ตระกูลฟ่าน และตระกูลหวัง สองตระกูลซึ่งอยู่ค้ำคู่บัลลังก์มา
นิ้วเรียวยาวของเขาเลื่อนลงมาที่ระหว่างขาที่อ้าออกเล็กน้อยของนาง สำรวจลูบไล้บริเวณกลีบดอกซิ่งที่เรียบเนียน ก่อนจะขยับหาจุดที่เร้นลับตรงปลายเกสรดอกไม้อันชุ่มฉ่ำ นิ้วกลางของเขาเริ่มถูไถวนเวียนก่อนเข้าไปสำรวจความพร้อมให้ช่องทางเล็กแคบ และเริ่มตอบสนองด้วยการบีบตัวตอบรับการสำรวจของเขา “อ๊า...อ
สามเดือนหลังแต่งงาน หลี่ฉงจื่อมีชีพจรมงคล แต่ทว่าเมื่อถึงวันคลอดกลับคลอดยากจนคนเป็นบิดาอย่างหวังเผยจุนร้อนใจ เขาเองก็เป็นห่วงลูกสะใภ้จึงเข้าไปจุดธูปที่ศาลบรรพชน พลันเกินฟ้าผ่าขึ้นหนึ่งสายแล้วยายหนูหลานสาวของเขาจึงคลอดออกมาอย่างปลอดภัย แล้วฟ้าก็สดใสไร้เมฆหมอกดำทันที “เด็กน้อยคนนี้ชื่อฉิงอวิ