คุณหนูหลี่กลับมาพลิกชะตา

คุณหนูหลี่กลับมาพลิกชะตา

last updateHuling Na-update : 2025-12-13
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
62Mga Kabanata
4.1Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

ความเจ็บช้ำในอดีตจากครอบครัวสารเลว ถักทอเป็นความอาฆาตจนนางต้องกลับมาเกิดใหม่เพื่อพลิกชะตาตัวเอง แต่บุรุษอีกผู้ที่ไม่ได้อยู่ในผังความแค้นกลับมาสนิทสนมกับนางบทนำ เพื่อให้ตระกูลบิดายอมรับ นางปิดบังเรื่องต่ำช้าที่แสนเจ็บปวดเอาไว้ในก้นบึ้งหัวใจ เชื่อคำหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าของบิดาและมารดาเลี้ยงแต่งเข้าสกุลหวัง เพื่อความหวังที่จะเป็นคนโปรดปรานดุจดั่งน้องสาวต่างมารดาของนาง ที่แม้นไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขโดยตรง กลับกุมหัวใจบิดาของนางเอาไว้ทั้งดวง แต่นางไร้เดียงสาเกินไป กว่าจะรู้ว่าตัวเองเป็นสะพาน ก็ถูกรื้อแล้ว... เมื่อพวกเขาข้ามสะพานอย่างนางไปถึงจุดหมายได้ ก็รื้อสะพานอย่างนางทิ้งทันที ให้ตายอย่างผีไร้ญาติ นางหนีตายอย่างหวาดกลัว แต่พวกเขาไม่ละเว้นนาง เพื่อเป้าหมายขึ้นเป็นใหญ่ การกำจัดนางเป็นหนทางเดียวของพวกเขา เมื่อรู้ก็คิดหนีเข้าป่าเพื่อเอาชีวิตรอดไปเปิดโปงคนเลวทรามพวกนี้...ขณะนั่งอย่างสั่นกลัวอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ จึงทบทวนเรื่องราวทั้งหมด หลี่ฉงจื่อเลือกทางผิด จะเดินกลับก็ไม่เหลือหนทาง ให้ก้าวแล้ว...

view more

Kabanata 1

บทที่ 1

ฤดูชุนเทียน [1] เมฆาหมองบางตา เมฆาเคลื่อนคล้อย อากาศหนาวคลายตัว พืชพรรณต่าง ๆ เริ่มผลิดอกแตกกิ่งก้านใบเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นปีนักษัตรใหม่ ดอกเหมยที่เริ่มเบ่งบานตั้งแต่เดือนสิบสองจนถึงเดือนสองยังคงมีให้เห็นหนาตา ทำให้กิจกรรมที่เป็นที่นิยมในแคว้นหนานอัน คือการนั่งชมทิวทัศน์สุดตระการตาของทิวต้นดอกเหมย จิบชา ฟังพิน เดินหมาก ถือเป็นช่วงผ่อนคลายของผู้คนทั่วใต้หล้าแต่ไม่ใช่ ‘หลี่ฉงจื่อ’

เสียงทวนเหล็กที่ทำจากเหล็กนิลชั้นดีกระทบกับไม้พลองของท่านน้า ‘ฟ่านเทียนเทียน’ เกิดเป็นเสียงดังสั่นลั่นกลางเรือนสกุลฟ่านที่หวายหว๋า

“ยะ!” ทวนไม้ของท่านน้าสามกวัดแกว่งไปมากลางอากาศ จากนั้นฟาดลงกลางหลังของหลี่ฉงจื่อดัง ‘อัก!’ จนทำให้ผู้คนที่เฝ้าดูการฝึกฝนวิชาต่อสู้ตรงกลางลานบ้านกำมือจิกเข้าหากันแน่นด้วยความอึดอัด

“เอาใหม่!” แม้กายล้มลงกับพื้น แล้วฝืนใช้ทวนหยัดยืนขึ้นอย่างยากเย็น แต่เสียงกลับบอกว่าเอาใหม่ของยายหนูตัวน้อย

วัยเพียงสิบหนาวที่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แกร่งกล้า แววตาดุดัน จิตใจมุ่งมั่น จนทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลฟ่านเจ็บปวดใจ

“พอก่อน...พักดื่มน้ำค่อยฝึกต่อ” ฮูหยินผู้เฒ่ารัก

หลี่ฉงจื่อมาก เพราะเป็นบุตรีของลูกสาวคนกลางที่ล่วงลับไปอย่างอนาถ เดิมนางไม่รู้คิดว่าบุตรสาวเจ็บป่วยหลังคลอดบุตรและสิ้นชีพลงตอนยายหนูผู้นี้อายุได้เจ็ดหนาวเศษ หลังไว้ทุกข์หนึ่งปี ยายหนู

หลี่ฉงจื่อของนางกลับต้องระหกระเหินกลับมาพึ่งพิงตระกูลฟ่าน

ซึ่งเป็นตระกูลมารดาอย่างน่าเจ็บใจ

แรกเริ่มยายหนูเอาแต่นั่งน้ำตาซึมทุกวัน นางก็เจ็บปวด

ไร้มารดาไม่พอบิดากลับทอดทิ้ง จนเมื่อหลังจากยายหนูป่วยหนักและฟื้นขึ้นอีกครั้ง จึงเล่าทุกอย่างที่มารดานางประสบพบเจอ จากนั้นปรับตัวเปลี่ยนตน จากสตรีที่เอาแต่เก็บเงียบไม่ค่อยพูดจา ยายหนูตัวน้อยนักสู้ก็ลุกขึ้นเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อรอเวลากลับไปล้างแค้น

‘ท่านยายท่านเชื่อฉงจื่อหรือไม่’ เสียงเด็กน้อยสะอึกสะอื้นปานขาดใจตาย พลันน้ำตาหญิงชราเช่นนางหลั่งริน ในอกรู้สึก

บีบคั้นจนแทบไม่อยากหายใจ

“เหตุใดไม่เชื่อ...ยายย่อมต้องเชื่อเจ้า”

หลังจากรับรู้ว่าบิดาของนางบังคับให้ลูกสาวของตนผูกคอตาย รับผิดแทนคนชั่วช้าสามานย์ เพื่อให้คดีปิดอย่างเงียบเชียบ จากนั้นส่งข่าวมาหลังจากฝังศพไปแล้ว บอกว่าลูกสาวของตนป่วยตาย เดิมอยากขึ้นไปเยี่ยม แต่ในจดหมายมีข้อความระบุชัดเจนว่าไม่อยากให้ไป นางเป็นแม่ทนเจ็บปวดใจไม่ไหวจนล้มป่วย ยิ่งเมื่อ

รู้ว่าชายสารเลวที่เป็นลูกเขย จากที่เคยรับปากลูกสาวว่าจะดูแล

หลี่ฉงจื่ออย่างดีกลับตระบัดสัตย์ ส่งนางมาอยู่บ้านนอกที่หวายหว๋า ตระกูลเดิมที่หลบหลีกความวุ่นวายในเมืองหลวง หลังบ้านเมืองสงบสุข ตระกูลขุนศึกที่ออกรบกันตั้งแต่อายุไม่ถึงเจ็ดหนาว ทุกคนหญิงชายล้วนต้องออกต่อสู้ ตระกูลฟ่านในเมืองหลวงเหลือเพียงพ่อบ้านและบ่าวรับใช้ดูแล ห้าปีจะกลับมาตระกูลสักครั้ง แต่กลับได้รับความไร้ความเป็นธรรมเช่นนี้ ยากนักที่จะวางใจสงบ

ยายหนูหลี่ฉงจื่อบอกว่านางฝันเห็นอนาคตทุกวัน และทุกครั้งที่ทดสอบเรื่องต่าง ๆ เป็นจริงดังคาดการณ์ เมื่อทดสอบดูแล้วเป็นจริงสิบในสิบครั้ง ‘สวี่หรงเจิน’ เสาหลักของตระกูลฟ่านอย่างนางกรีดเลือดสาบานต่อฟ้า หากเถียนเอ๋อร์ไม่ได้รับความเป็นธรรม ชาตินี้ไม่ขอตายตาหลับ!

“ต่อให้สวรรค์ให้ข้าตาย แต่ข้าจะอยู่เพื่อทวงแค้น!”

ครั้งนั้นนักรบสกุลฟ่านที่เหลืออยู่ทั้งหมดร่วมสาบาน

ไปกับฮูหยินผู้เฒ่า เพื่อจัดการตระกูลหลี่ทวงคืนความยุติธรรม

ให้คุณหนูรอง ‘ฟ่านเถียนเถียน’

“ท่านยายให้ข้าฝึกอีก ข้าคือลูกหลานนักรบตระกูลฟ่าน ข้าไม่ยอมแพ้” หลี่ฉงจื่อเมื่อรับรู้ความทรมานมาหนึ่งชาติ นางจึงเปลี่ยนจากดำเป็นขาว จากไร้เดียงสาสู่ความเลือดเย็น เพื่อรอเวลากลับไปแก้แค้น ยามนี้นางสิบหนาว อีกเพียงห้าปีเท่านั้น หนี้แค้นของนางย่อมต้องล้างด้วยเลือด

“โบตั๋นรดน้ำหนเดียวไม่มีทางออกดอกได้ฉันใดคนก็เช่นกัน หมั่นขัดเกลาฝึกปรือไปเรื่อย ๆ สักวันจะพัฒนาขึ้นฉันนั้น”

หลี่ฉงจื่อที่ใจร้อนเกินไปจึงถอนหายใจหนึ่งหน นั่งลงอย่างว่าง่ายให้มามารินน้ำชาให้ดื่มหนึ่งถ้วย ชาหลงจิ่ง[2] ที่มีต้นกำเนิดจากบ้านเดิมของท่านยาย กลิ่นหอมหวานทำให้นางรู้สึกสดชื่นหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นสีหน้าเคียดแค้นของท่านน้าสาม นางกลับยิ่งเจ็บปวดใจ ความเจ็บแค้นจากการถูกทรมาน

ให้ตายทั้งเป็น ในบ้านสามีที่มักมากในกามสุดแสนจะกล้ำกลืน

แต่นั่นคือความจริงที่นางไม่อาจหลีกหนีในชาติก่อน

“ข้าอยากจะขี่ม้าไปจัดการเจ้าสุนัขหลี่เหมิงที่ฉางซาเร็ว ๆ เสียจริง” บ้านเดิมของตระกูลฟ่านแน่นอนว่าอยู่ฉางซาเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรือง ภายหลังบิดาสละชีวิตในสนามรบ พี่ใหญ่สละชีวิตให้เขาอยู่สืบทอดตระกูล ทำให้เขาและท่านแม่เสียใจอยู่นาน เกียรติยศของตระกูลฟ่านครานั้นทั่วใต้หล้าต่างสรรเสริญ แม้ตำหนักอ๋อง

ยังต้องยอมคารวะมารดาของเขา ฟ่านเถียนเถียนสู้ตายกลับมา

แต่นางกลับหลงรักคนไม่รู้จักพออย่างหลี่เหมิง ที่เพิ่งรับราชการในกรมขุนนางเป็นเพียงขุนขั้นเจ็ด ที่มีหน้าที่เสมียนจดบันทึกเท่านั้น

แต่เพราะวาสนาของหลี่เหมิงที่ได้รักกับตระกูลที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิตของคนในตระกูลฟ่าน เพื่อให้แคว้นหนานอันสงบสุข ฝ่าบาทเกรงใจอยู่หลายส่วนจึงเลือกพระราชทานสมรสให้

พี่หญิงของเขา ครานั้นเขาร้องไห้ปานขาดใจยามส่งพี่หญิงขึ้นเกี้ยว แต่ใครจะคิดว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน เพราะท่านแม่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบในที่ดินศักดินาที่หวายหว๋า เขาจึงเดินทางกลับมาด้วย

หลังจากยายหนูป่วยเกือบเอาชีวิตไม่รอด แล้วมาเล่าเรื่องทั้งหมด แถมยังสามารถหยั่งรู้อนาคตได้ เขาแทบจะรอให้ถึงวันนั้นไม่ไหว หากท่านแม่ไม่ห้ามเอาไว้ ป่านนี้เขาคงเป็นอดีตแม่ทัพ

ที่ฆ่าขุนนางคนโปรดของฝ่าบาทอย่างเลือดเย็น และโดนประหาร

ไปแล้ว

ตอนแต่งออกพี่หญิงถือได้ว่ามีสินเดิมมากกว่าใครในเมืองหลวง แต่กลับบ้านกระทั่งเศษอีแปะติดตัวให้หลานสาวกลับมายัง

ไม่มี ทุกวันต้องกินแป้งย่างกับคนบังคับม้า รอนแรมนานกว่ากึ่งเดือนจนถึงที่หวายหว๋าอย่างปลอดภัย เขาจึงตกรางวัลคนขับรถม้า

ที่ยังคิดถึงเกียรติยศของตระกูลฟ่าน ไม่ทิ้งเด็กน้อยคนนี้กลางทาง หากเป็นเช่นนั้น ตระกูลหลี่อย่าได้หวังว่าจะอยู่อย่างสงบสุขตลอดชีวิต เขาอยากให้หลี่เหมิงได้ลิ้มรสความเจ็บปวดทุกขณะที่เขาจะใช้มีดค่อย ๆ แล่เนื้อของมัน แล้วโยนให้สุนัขป่ากินทีละชิ้นอย่างเลือดเย็น

“ลืมแล้วรึ บิดาเจ้าสั่งสอนว่าอย่างไร เย็นให้พอรอให้เป็น เจ้าลืมสิ้นแล้วรึ!” สวี่หรงเจินสั่งสอนผู้เป็นลูกชาย ลูกชายคนสุดท้องของนางเดิมใจร้อนมุทะลุ หากไม่ได้พี่ใหญ่ของเขาสละชีวิต คาดว่าตอนนี้คงได้ไปอยู่ปรโลกแล้ว

ฟ่านเทียนเทียนลุกขึ้นค้อมกายคำนับก่อนกล่าว “ท่านแม่สั่งสอนได้ถูกต้อง ลูกวู่วามเอง จะจดจำที่ท่านแม่สั่งสอนอย่างดี”

“เอาเถอะยายหนูจื่อไปพักก่อน ฝึกวิชาจะรีบร้อนไม่ได้

มีเวลาอีกห้าปีเพียงพอให้เจ้าเก่งกาจ วรยุทธตระกูลฟ่านย่อมเป็นเจ้าได้สืบทอดทั้งหมด”

ปกติตระกูลฟ่านไม่สอนวรยุทธทุกอย่างให้ทุกคน ให้แต่

ละคนเลือกว่าชอบวิชาใดจึงถ่ายทอด เป็นคำสั่งสามีก่อนตาย

นางจำใส่ใจเอาไว้เพราะไม่อยากให้ลูก ๆ ถือดีเป็นคนเก่งกาจ

อยากให้รู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนย่อมมีคนเหนือกว่า

แต่ตอนนี้นางขอละเมิดคำสั่งสามี ถ่ายทอดวิชาให้เจ้าสามจนหมดสิ้นหลังรู้ความจริง เพื่อสั่งสอนหลานเพียงคนเดียวอย่าง

หลี่ฉงจื่อ หวังคืนความเป็นธรรมให้บุตรสาว

หลี่ฉงจื่อมองผ้าปักรูปท่านแม่ที่นางได้รับการสั่งสอนจากท่านยาย นางจดจำใบหน้าท่านแม่ได้แม่นยำ แล้วค่อย ๆ ปักเกือบหนึ่งปี ทุกฝีเข็มทำอย่างประณีตหนักแน่นเป็นระเบียบสวยงาม

นางเลือกแขวนเอาไว้ในห้อง มีกระถางธูปจุดบูชาทุกวัน ดอกไม้วันนี้นางเก็บมาเป็นกิ่งเหมยงดงามอ่อนช้อย เหมาะกับความงามของท่านแม่ที่สุด

ท่านแม่แม้ไม่ได้ออกรบหลังจากแต่งงาน นางก็จำความได้ว่าไม่มีสตรีใดเทียบเคียงท่านแม่ของนางได้สักคนเดียว นางยิ้มให้ท่านแม่ก่อนเอ่ย “ท่านแม่ ลูกตั้งใจเก็บดอกเหมยมาให้ท่าน ฤดูนี้หากได้นั่งจิบชา ชมดอกไม้ มีท่านแม่ดีดพินไพเราะ ข้าจะมีความสุขเพียงใดกันนะ”

ท่านแม่เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ ยามรบกล้าหาญเด็ดเดี่ยวน่าเกรงขาม ยามเป็นฮูหยินอ่อนหวานนุ่มนวลชวนให้ลุ่มหลง บุรุษใดได้ยลโฉมย่อมก้าวขาไม่ออก พวกนี้เป็นคำที่บิดานางเอ่ยชม นางฟังแล้วคิดได้ว่าไม่เกินจริง และคู่ควรกับมารดาของนางยิ่ง

ใครจะคิดหลังใช้มารดานางเป็นสะพานไต่เต้าถึงตำแหน่งเสนาบดีกรมคลัง บิดาที่เคยซื่อสัตย์ต่อท่านแม่ก็รื้อสะพานทิ้งทันที เมื่อฮ่องเต้สอบทุจริต และเขาได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าเกลือที่

ไม่ผ่านทางการ เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เขาใช้ชื่อเสียงมารดาของนางแลกพร้อมชีวิตและหลักฐานปลอม ส่วนพยานหลักฐานจริงก็ถูกกำจัดสิ้น ปล่อยข่าวฮูหยินป่วยตาย การค้าในมือของฮูหยินถูกเปลี่ยนมือทันที นั่นทำให้เขาพ้นผิดไปด้วย

บิดาบัดซบ!

หลายปีต่อมาเมื่อเขาสร้างฐานอำนาจใหม่ ถึงกับให้นางแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลหวัง แต่ใครจะคิดทั้งหมดเป็นแผนการของพวกเขาหญิงโฉด ชายชั่ว น้องสาวสารเลว ถีบนางสู่นรกอเวจีที่ยากจะปีนขึ้น และเหมือนเดิมยกเอาเกียรติยศตระกูลฟ่านขึ้นมาเพื่อการใหญ่ แต่นางล่วงรู้ก่อนจึงคิดกำจัด...

ลูกกตัญญู...เหอะ! ข้าขำได้หรือไม่!

บิดามันเถอะ...ข้าจะเป็นเพียงคุณหนูใหญ่หลี่ หาใช่ลูกสาวโง่เขลากตัญญู จนหน้ามืดตามัวตายไร้ดินกลบหน้าอีกต่อไปแล้ว...

อีกห้าปีเจอข้า ‘หลี่ฉงจื่อ’

[1] ชุนเทียน: ฤดูใบให้ผลิหนึ่งปีของจีนเริ่มจากฤดูใบไม้ผลิ โดยมีเทศกาลตรุษจีนหรือชุนเจี๋ย ในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย ในเดือนเดียวกันยังมีเทศกาลสำคัญอีกอย่างคือเทศกาลหยวนเซียว เทศกาลโคมไฟในวันขึ้นขึ้น 15 ค่ำ เดือนอ้าย โดยแบ่งเป็น 6 ช่วง

[2] ชางหลงจิ่ง สุดยอดชาที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี ถิ่นกำเนิดอยู่ที่หมู่บ้านหลงจิ่ง เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนคุณสมบัติโดดเด่นของชาหลงจิ่ง คือ สีเขียวมรกต กลิ่นหอมหวานสดชื่น ลักษณะใบชาคล้ายลิ้นนกกระจอก ทั้งนี้ยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโน และวิตามิน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยกระตุ้นการสร้างของเหลวในร่างกาย ดับกระหาย ย่อยอาหาร ลดคอลเลสเตอรอล และล้างสารพิษ
Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
62 Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status