Beranda / โรแมนติก / นที (โปรด) รัก / บทที่ 3 เลิศธารินทร์

Share

บทที่ 3 เลิศธารินทร์

Penulis: 23.19น.
last update Tanggal publikasi: 2025-10-13 02:15:41

อรุณรุ่งส่องแสงไปทั่วหล้าสุดขอบฟ้า ปลุกทุกสรรพชีวิตให้ตื่นจากค่ำคืนที่ยาวนานอีกครั้งในวันใหม่ ภายในห้องครัวกว้างสุดหรูหรา เต็มไปด้วยเครื่องครัวใช้สำหรับการประกอบอาหาร หม้อแกงสเตนเลสอย่างดีกำลังตั้งเตาร้อนระอุ ส่งกลิ่นอายจากข้าวต้มที่เพิ่งปรุงเสร็จได้ไม่นาน ทั้งในห้องอาหารก็เช่นกัน ถ้วยข้าวต้มหมูร้อน ๆ บนโต๊ะหินอ่อนสีขาวตัวยาวส่งกลิ่นอบอวลในอากาศ ถูกจัดวางเอาไว้ตามจำนวนคนในครอบครัว

เสียงช้อนกระทบถ้วยกระเบื้องเป็นระยะ รวมไปถึงเสียงพูดคุยกันอย่างเป็นกิจวัตรขับเน้นบรรยากาศที่เป็นกันเองบนโต๊ะอาหาร ทว่าเมื่อย้อนกลับเข้ามาในครัวนั้นกลับเงียบเหงาเสียจนใจหาย มีร่างบอบบางร่างหนึ่งซึ่งกำลังนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ไม้เป็นตัวละครประกอบฉาก ในขณะที่คนอื่น ๆ ได้แยกย้ายออกไปทำหน้าที่ของตนกันหมดแล้ว

มีเพียงแค่อัจฉราเท่านั้นที่ยังคงอยู่ งานก้นครัวในตอนเช้า เที่ยง เย็น คือหน้าที่ของเธออยู่แล้ว เมื่อตอนนี้ยังไม่เลยช่วงเวลาดังกล่าวไป หญิงสาวจึงถือโอกาสแอบมางีบหลับสักพัก ขอบตาดำคล้ำ ผิวขาวซีดผิดไปจากปกติ คือหลักฐานชัดเจนว่าหล่อนอดหลับอดนอนมาแทบจะทั้งคืน ผล็อยหลับไปก็แค่พักเดียวเท่านั้น เพราะข่มตานอนไม่ได้... เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวานมันกวนใจนัก วุ่นวาย เป็นปัญหาหนักที่ทำให้คิดไม่ตกตลอดคืน

กระทั่งตอนนี้อัจฉรายังไม่สามารถที่จะลบมันออกไปจากใจได้ง่าย ๆ เลยเสียด้วยซ้ำ ภาพความทรงจำชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นตรงหน้า เหมือนผีในใจที่ตามหลอกหลอน พยายามคิดหาทางรอด แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกเอาเสียเลย มันยากและยุ่งเหยิงไปหมด โดยเฉพาะกับคำขู่ที่ยังจำไม่ลืม

‘อยากได้ตัวหล่อนไปขัดดอกหากไม่มีเงินไปใช้หนี้’ มันทั้งกดดัน และชวนให้หวาดหวั่นจนวางใจไม่ลง หายใจไม่ทั่วท้อง

เสียงลมหายใจแผ่วผ่อนออกมาเบา ๆ เมื่อเรื่องเดิม ๆ เข้ามาทำให้วุ่นวายใจอีกแล้ว เปลือกตาที่หนาหนักของอัจฉราก็เปิดขึ้นช้า ๆ สีหน้ายังคงหลงเหลือความวิตก ดวงตาที่ดูใช้ความคิด และคิ้วเรียวสวยที่ขมวดเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว ก่อนที่หญิงสาวจะสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกกำลังใจที่รู้ดีว่ามันแทบจะไม่ต่างอะไรไปจากน้ำมันก้นถังเลยสักนิด

“.....”

อัจฉราปล่อยให้ความเงียบช่วยปลอบใจอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเธอก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง พร้อมกันนั้นก็ลุกขึ้นยืนบิดกายไล่ความปวดเมื่อยเล็กน้อย หลอกร่างกายตัวเองให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าทั้งที่โทรมลงอย่างเห็นได้ชัด หญิงสาวเหน็บปอยผมที่ร่วงลงมาปกกรอบหน้าไปไว้หลังใบหู ก่อนจะกรีดมือรีดเสื้อผ้านิดหน่อย... อย่างน้อยเธอก็ยังรู้ตัวว่าไม่ควรปล่อยตัวให้โทรมไปมากกว่านี้

โดยเฉพาะเมื่อตระหนักดีว่าสายตาของคนข้างนอกนั้น มี ‘หนึ่งคน’ ที่หล่อนสนใจยิ่งกว่าใคร อัจฉรากลืนน้ำลายเบา ๆ ในจังหวะที่ก้าวเท้าไปเกือบจะพ้นออกจากห้องครัวแล้ว ความจริงข้อนี้ก็พุ่งมากระแทกหน้าอย่างจัง ขวัญที่เรียกมาก็พลันพังทลายลงอย่างสิ้นท่า เธอยอมรับในใจว่าเธอไม่อยากให้เขาเห็น อัจฉราไม่อยากให้ ‘นที’ เห็นเธอในสภาพนี้เลย

ทว่าคนมันจะตกต่ำ อะไรก็ไม่ช่วยจริง ๆ ยิ่งไม่อยากเจอสิ่งใด สิ่งนั้นก็ยิ่งพุ่งเข้าหาเสียเหลือเกิน แม้แม่จะมาในนามของนายหญิงของบ้าน ไม่ใช่คนที่เธออยากจะเลี่ยงตรง ๆ ก็ตาม แต่ใช่ว่าจะพ้นกันอยู่ดี เพราะนทีก็อยู่ในห้องอาหารเช่นกัน

“เดี๋ยวนะ...”

น้ำเสียงพร่า ๆ ตามวัย แต่แหลมคมและแฝงความประหลาดใจ คิ้วโด่งดังคันศรเลิกขึ้นเล็กน้อย ขณะที่สายตายังคงจ้องไม่วางตา

“เนยเหรอ? ไปยืนทำอะไรตรงคนเดียว ออกมาก่อนสิ”

อัญชุลี เลิศธารินทร์ คุณหญิงของบ้านวางช้อนลงในถ้วยข้าวต้มที่พร่องไปมากแล้ว ขณะรอคอยให้หญิงสาวที่หล่อนกำลังหมายตา โดยเฉพาะเรือนผมที่ปกคลุมศีรษะกลมสวยของอีกฝ่าย... มันช่างดึงดูดสายตาเสียเหลือเกิน และแอบทำให้คนวัยหล่อนรู้สึกขัดใจอยู่ลึก ๆ เหมือนกัน

“ค่ะ คุณผู้หญิง”

อัจฉราตอบรับ แอบกลืนน้ำลายเบา ๆ ก่อนจะรีบปั้นรอยยิ้มประดับใบหน้าทันที หญิงสาวรู้สึกได้ว่ามือตัวเองเย็นเฉียบ และทุกก้าวที่ตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้โต๊ะอาหารนั้นมันเหมือนเดินอยู่ในโคลนดูดไม่มีผิด อัจฉราได้แต่มองพื้น ท่าทางที่เหมือนเกรงใจเป็นปกติ แต่หล่อนรู้ตัวเองดีว่ากำลังหลบสายตาของใครบางคนอยู่

“ทำไมย้อมแดงล่ะ? ดำเหมือนเดิมก็ดีอยู่แล้วนะ”

อัญชุลีตั้งคำถามจั่วหัวทันทีที่อัจฉราหยุดเคลื่อนไหว สายตาของหญิงสูงวัยกวาดมองสาวใช้ในบ้านของตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ความรู้สึกที่ถูกจ้องมองนั้นทำให้อัจฉราปฏิเสธความรู้สึกอึดอัดที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย

“คุณแม่ แต่หนูว่าก็สวยดีออกนะคะ”

เสียงหวานใสดังแทรกขึ้น ณดาว ลูกสาวคนเล็กเพียงคนเดียวของเลิศธารินทร์ เหมือนเป็นเรื่องน่าขัน... เพราะว่าเธออายุเท่ากันกับอัจฉรา รอยยิ้มอันแสนสดใสประดับดวงหน้าจิ้มลิ้มของหล่อน แววตาเป็นประกายวิบวับแต่แฝงไปด้วยความรู้ทัน

“จริงไหม พี่ที? สีแดงเข้ากับเนยเขานะคะ ดูเป็นผู้หญิง... แซ่บ ๆ ดี”

อัจฉรารู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่กดทับอยู่ในอากาศ หล่อนเผลอกลืนน้ำลายอย่างแผ่วเบา แม้รอยยิ้มจะยังคงประดับดวงหน้าหวาน แต่มันก็เป็นแค่รอยยิ้มที่ปั้นแต่งขึ้นมามากกว่าที่จะเป็นสิ่งที่แสดงออกอย่างจริงใจ ทว่าลึก ๆ ก็แอบหวังว่าจะได้รับคำชมจากนทีบ้าง แต่หล่อนก็รู้ดีว่าคงเป็นไปไม่ได้ มือบางยิ่งบีบเข้าหากันแน่น เธอทั้งประหม่าและรู้สึกกดดันจนอยากออกไปให้ไวจากตรงนี้

ในขณะเดียวกันนั้นนทีที่มองเธออยู่แล้วอย่างเปิดเผยก็ยังคงไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ในความเงียบนี้เขากำลังสังเกตทุกอากัปกิริยาของอัจฉราอยู่ในใจ ผ่านสายตาคู่คมเฉียบเขาเห็นทั้งมือที่บีบเข้าหากันแน่น ลำคอระหงที่กระเพื่อมไหวเล็กน้อยในตอนที่เธอกลืนน้ำลาย รวมไปถึงดวงหน้าสวยที่ซีดคล้ำดูไม่มั่นใจเหมือนวันอื่น ๆ

รอยยิ้มแตะมุมปากเบา ๆ ก่อนที่จะละสายตาไปจากเธอในที่สุด เขามองน้องสาวเพียงคนเดียวพร้อมกับยิ้มให้หล่อนน้อย ๆ เพียงแค่นั้น เป็นการแสดงออกที่ชัดเจนว่าเขาไม่ต้องการที่จะมีส่วนร่วมเกี่ยวกับเรื่องสีผมของอัจฉรา ที่แม้จะแดงจัดจ้านขนาดไหนก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสนใจไปมากกว่าที่เป็นอยู่

“ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”

นทีหันไปบอกพ่อและแม่ของเขา ไม่แม้แต่จะมองไปยังสาวใช้คนสวย เขาทำเหมือนกับว่าการมีอยู่ของเธอเป็นเพียงแค่อากาศ ก่อนที่เสียงขูดพื้นจะดังขึ้น เมื่อเขาขยับมันออกไปพร้อมกับลุกขึ้นยืน เผยให้เห็นรูปร่างสูงโปร่งที่ดูภูมิฐานและสง่างาม เขาติดกระดุมแจ็กเกตสูทเนื้อดี จัดเนกไทให้เข้าที่ด้วยท่วงท่าที่ไร้ที่ติ

“เดี๋ยวก่อนสิ ตาที”

“ครับ?”

ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมหันมองไปทางผู้เป็นแม่อีกครั้ง คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อยจนจับสังเกตไม่ได้

“เมื่อคืนแม่เห็นว่าแกกลับบ้านดึกเลย วานให้น้องอ้ายช่วยเอาข้าวไปให้ที่สำนักงาน เป็นยังไงบ้าง ได้กินฝีมือน้องหรือยัง”

น้ำเสียงของอัญชุลีแสดงออกถึงความสุขอย่างไม่ปิดบัง เช่นเดียวกับแววตาและรอยยิ้มของเธอ ผิดไปจากภาพลักษณ์คุณหญิงเจ้าระเบียบที่มองสาวใช้ในปกครองอย่างสิ้นเชิง

สีหน้าของนทียังคงเป็นกลาง ไม่รู้สึกประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับคาดการณ์เอาไว้แต่แรกแล้วว่าอัญชุลีคงไม่มีเรื่องอะไรจะถามเขาแต่เช้าแบบนี้ ยกเว้นเพียงเรื่องเดียวซึ่งก็คือเรื่องของอ้ายใจ หญิงสาวที่ครอบครัวของเขาพยายามจะจับคู่ให้ โดยใช้เหตุผลเข้าทางผู้ใหญ่เป็นข้ออ้างเพื่อให้แนบเนียน

“ครับ...”

เพียงแค่ถ้อยคำสั้น ๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการพยักหน้าเบา ๆ เท่านั้นจากนที แต่เท่านั้นก็ทำให้คนรอฟังพึงพอใจเป็นอย่างมากแล้ว แววตาอัญชุลีเป็นประกายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ขณะ ‘นพพล’ ที่ฟังอยู่เงียบ ๆ มาตั้งแต่แรกยังพลอยยิ้มไปด้วยความรู้สึกเดียวกัน ภรรยาอย่างเห็นด้วย นพพล เลิศธารินทร์ ไม่ใช่คนช่างพูด แต่เมื่อพูดแล้วก็เจาะประเด็นอย่างตรงไปตรงมา

“ดี ๆ ผูกมิตรกับน้องเขาไว้ อนาคตเผื่อออกงานด้วยกันบ่อย ๆ จะได้ไม่ต้องเคอะเขินกัน”

ถ้อยคำของผู้เป็นประมุขหลักของบ้านเหมือนเอาไฟไปลนเส้นฟางเส้นสุดท้าย ความอดทนของอัจฉราขาดสะบั้น เธอรู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นเพียงแค่คนนอก แต่นั่นยังไม่เจ็บเท่ากับการที่ต้องมาทนฟังเรื่องครอบครัวคนอื่น โดยเฉพาะเมื่อมันเป็นเรื่องของชายหนุ่มที่เธอ ‘แอบชอบ’

หญิงสาวกลืนน้ำลายอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอเหมือนเงาประกอบฉาก มีค่าน้อยยิ่งกว่าของตกแต่งใด ๆ ในห้องนี้เสียอีก ในจังหวะที่กำลังจะถอยกลับไปเงียบ ๆ ดวงตาก็ดันเผลอช้อนขึ้น สายตาของเธอเหมือนรู้ว่าจะต้องมองไปทางใดแม้สมองจะไม่ได้ต้องการเช่นนั้นก็ตาม อัจฉราสบตากับนทีอย่างจังในจังหวะที่เขากำลังจะออกไปจากห้องอาหาร

หัวใจดวงน้อยพลันเต้นผิดจังหวะ โลกทั้งใบของอัจฉราเหมือนหยุดหมุนในวินาทีนั้น ขณะที่นทีไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเป็นพิเศษเลย ดวงหน้าหวานที่ซีดเผือดเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวและขึ้นสีเลือดฝาด ซึ่งหญิงสาวรู้ตัวดีเธอจึงรีบก้มหน้ามองพื้น พร้อมกันนั้นก็โค้งให้เบา ๆ เป็นการขออนุญาต ก่อนจะเดินเข้าไปในครัวอีกครั้ง เพื่อใช้เป็นทางผ่านออกไปด้านหลังด้วยก้าวเดินที่ดูเหมือนจะควบคุมได้ ทั้งที่ในใจร้อนรนยิ่งกว่าใครเอาไฟมาสุมเสียอีก

“แม่ร่วง?!”

อัจฉราสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจหลังพึ่งพ้นออกมาจากธรณีประตูเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น ก็ประจันหน้าเข้ากับหญิงสูงวัยเข้าอย่างจังจนเกือบจะชนกันล้ม ดีที่ต่างฝ่ายต่างตั้งหลักได้ก่อน

“โอ๊ย! จะรีบไปตามควายที่ไหนฮะ?! เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลยมึง!”

อรไพลินเขม่นตาดุ น้ำเสียงคุ้นหูแหวออกมาอย่างไม่พอใจ มือที่เหี่ยวย่นตามวัยยกขึ้นทาบอก ฟังเสียงหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นส่ำด้วยความตกใจ เพราะลูกสาวดันพรวดพราดออกมาไม่ดูทาง

“เนยไม่ได้ตั้งใจ...”

อัจฉราผ่อนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา หล่อนมองคนเป็นแม่ที่ยังจ้องเธออยู่ด้วยสายตาฉายแววตำหนิ สีหน้าที่แตกตื่นเมื่อครู่ก็ค่อย ๆ กลับคืนปกติ หญิงสาวกระแอมในลำคอเบา ๆ พยายามเคลียร์ความรู้สึกเดิมที่ค้างคาออกไปจากหัวใจที่เคยเต้นระส่ำเพราะคนที่พึ่งเผลอสบตากันก่อนหน้านี้

อรไพลินได้ฟังคำตอบก็แสนจะขัดใจ แต่ก็มองออกว่าลูกสาวไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจออกมาอย่างหนัก แต่แล้วก็ต้องขมวดหนักขึ้นไปอีกกับคำถามต่อมาจากปากของอัจฉรา ที่ทำให้หล่อนใจแทบจะลุกเป็นไฟ ทั้งที่คำถามนั้นมันไม่ได้มีเจตนาอะไรเลยด้วยซ้ำ

“แล้วนี่แม่ไปไหนมา? แล้วมีอะไรหรือเปล่า”

“ตอนแรกน่ะไม่มี แต่ตอนนี้จะมีแล้ว! พูดกับกูเดี๋ยวนี้ไม่มีหางเสียงเลยนะมึง มารยาทมึงมันทรามลงตามน้องมึงไปหรือไงฮะ”

“แม่...”

อัจฉราขมวดคิ้ว แววตาที่มองคนเป็นแม่มีทั้งความสับสนและความไม่พอใจนิด ๆ ปะปนอยู่

“เป็นอะไร เนยก็แค่ถามดี ๆ แล้วแม่จะมาว่ากันทำไม”

“ถุย! จองห้องนักนะมึง...”

น้ำเสียงของอรไพลินเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน พร้อมกันนั้นสายตาก็ไล่มอง ‘อดีต’ ลูกสาวคนโปรดตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะตวัดสายตาขึ้นไปจ้องหน้าอีกครั้ง แววตาร้ายกาจและดูแคลนจนไม่น่าเชื่อว่านี่คือเจ้าของดวงตาคู่เดียวกัน ที่ครั้งหนึ่งเคยมองอัจฉราด้วยความชื่นชมและเอ็นดู

“เถียงคำไม่ตกฟาก... รู้แบบนี้เมื่อคืนกูน่าจะยกมึงให้พวกมันเอาไปทำเมียล้างหนี้ พอมึง ไหน ๆ ก็ไม่มีดีสักตัวอยู่แล้ว... ก็ไม่ต้องมีมันเลยสักคนยังจะดีกว่า”

อรไพลินฝากคำพูดเอาไว้อย่างร้ายกาจ วาจาแสบสันเหมือนแส้หนังที่ตวัดใส่เนื้อหนังอย่างแรง คนพูดก็พูดไปโดยไม่ไตร่ตรอง ใช้อารมณ์พูดเสร็จแล้วก็สะบัดก้นเดินหนีไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้คนฟังอย่างอัจฉราต้องจมอยู่กับบาดแผลสดใหม่เพียงคนเดียว

หญิงสาวพูดไม่ออก หล่อนรู้สึกหน้าชาไปหมด ทั้งในฐานะลูกสาว ทั้งในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง หัวใจมันบีบรัดไปหมด ความเจ็บปวดที่เคยซ่อนลึกเอาบัดนี้เริ่มแตกร้าวออกมาทีละนิด อัจฉราได้แต่พร่ำถามกับตัวเองว่าทำไมอรไพลินถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ทั้งที่ลึก ๆ แล้วในใจก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วว่าเพราะอะไร

เพราะตอนนี้หมากบนกระดาษมันได้เปลี่ยนให้เธอกลายเป็น ‘เบี้ย’ ในเกมไปแล้ว... โดยสมบูรณ์แบบ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 25 เจ้าของและผู้ถูกครอบครองที่อยากบินหนี [2/2]

    คำถามด้วยน้ำเสียงที่ขมขื่นนั่นร้ายกาจไม่ใช่เล่น คำพูดของเธอในครั้งนี้กระทบใจนทีอย่างจัง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะตั้งใจพูดหรือไม่ก็ตาม รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้า บรรยากาศที่เคยร้อนระอุเย็นเยียบขึ้นถนัดตา“หึ... กล้าถามขนาดนี้ แสดงว่ายังไม่สิ้นฤทธิ์”น้ำเสียงทุ้มกดต่ำลงอย่างอันตราย เรียบเหมือนผิวน้ำที่กำลังโหมคลื่นใหญ่อยู่ก้นบึ้ง ปลายนิ้วโป้งกดลงบนริมฝีปากอิ่มของอัจฉราด้วยแรงที่ทำให้กลีบเนื้ออ่อนนุ่มนั้นเผยอออกและอุทาน ‘โอ๊ย’ ออกมาด้วยความเจ็บก่อนจะพลิกร่างเล็กกลับขึ้นมาและคร่อมเธอเอาไว้อย่างรวดเร็ว โดยไม่สนว่าทั้งคู่จะเปลือยเปล่า โน้มหน้าลงไปจนปลายจมูกชนกัน ผสานลมหายใจที่ร้อนระอุเข้ากับจังหวะหายใจที่ขาดห้วงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นของอัจฉรา“เธอมองว่าฉันเป็นคนดีมาตลอดเหรอ? หึ... นั่นแหละที่ทำให้เธอไม่แตกต่างจากคนอื่น... มองแค่ผิวเผิน... ใจง่ายไปเอง ทั้งที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้ด้วยซ้ำ”นัยน์ตาสีนิลแข็งกร้าว แต่ก็มีชั่วแวบหนึ่งที่มันฉายประกายอย่างซับซ้อน คล้ายกับความเจ็บปวดจากบางอย่าง ทว่าก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว นทีกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นความหวาดหวั่

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 25 เจ้าของและผู้ถูกครอบครองที่อยากบินหนี [1/2]

    “อึก... อื้ออ...” สองมือยึดสะโพกเอาไว้มั่น ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาแหงนหน้าขึ้นฟ้า ปล่อยธารรักอุ่นร้อนพุ่งเป็นสายหนาเคลือบแผ่นหลังเนียนที่บัดนี้เต็มไปตราประทับกลีบกุหลาบและรอยขบกัด สะท้านสะเทือนเพราะแรงรักที่เขาปรนเปรอให้ใจจริงนทีอยากที่จะปลดปล่อยเคลือบผนังกำมะหยี่ แต่เขาก็รักษาคำพูดของตัวเองพอที่จะไม่ลดตัวลงไปฝากน้ำรักของเขาในกายของหล่อน... ถ้าเกิดพลาด อัจฉราท้องขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่“อ่าห์... โคตรดี... เธอเป็นของฉันแล้วนะ เนย”เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดกับใบหูที่ร้อนผ่าวของคนใต้ร่าง หลังจากที่ปลดปล่อยจนสุดทางรัก ทรุดตัวลงนอนทับเธอ โดยระวังน้ำหนักไม่ให้ทับคนตัวเล็กกว่าจนร่างแหลกไปเสียก่อนเขายกยิ้มอย่างพึงพอใจ พลางเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นไปตามแนวสีข้างของเธอ จนมาถึงข้างแก้มที่ถูกปกคลุมด้วยเส้นผมสีแดงบดบังใบหน้าของคนที่เขาอยากเห็นสีหน้าที่สุดจนมองไม่เห็น“พูดอะไรบ้างสิ... หรือว่าโดนของฉันไปเลยจุกพูดไม่ออก”นทีถามเสียงเย้าแหย่ แต่แฝงความเป็นเจ้าของที่เพิ่มพูนขึ้นกว่าเดิม รู้สึกพึงพอใจที่สามารถยึดครองร่างกายเธอมาเป็นของเขาได้ด้วย

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 24 กายพิพากษา NC🔞

    พรึ่บ! นทีไม่สนท่าทีที่กลับมาขัดขืนงอัจฉรา เขากระชากกางเกงยีนและกางเกงในตัวจิ๋วลงไปกองรวมกันอยู่ที่ข้อเท้าเล็กอย่างไม่ปรานี เผยให้เห็นเงาสามเหลี่ยมที่ซ่อนอยู่หว่างขาขาว เท่านั้นยังไม่พอใจ กวาดสายตามองร่างเปลือยเปล่าตั้งแต่หัวจรดเท่าสายตาจวบจ้วงนั่นทำให้หญิงสาวหัวใจเต้นแรงด้วยความกลัวและความอายอย่างถึงที่สุด เธอพยายามถดตัวหนี ปิดบังตัวเองด้วยมือและแขนอย่างน่าสมเพช แต่มันกลับดูยั่วยวน กระตุ้นความอยากของนทีอย่างร้ายกาจคว้าข้อเท้าเล็กทั้งสองข้างเอาไว้มั่น รับรู้ได้ถึงแรงต้านที่พยายามจะหนีบขาเข้าหากัน แต่พละกำลังที่มากกว่าก็สามารถจับเรียวขาสวยของเธอแยกออกจากกันได้ไม่ยาก เผยให้เห็นกลีบเนื้ออวบอูมที่บัดนี้ฉ่ำวาวแล้ว“ไม่นะ! อย่ามอง!”“แฉะแล้ว... อย่าหลอกตัวเองเลยเนย...”.นทีเลียกลืนน้ำลาย สายตาจับจ้องส่วนรับของอัจฉราอย่างกระหาย ความงามของเธอเกือบทำให้ลืมหายใจ นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ รีบแทรกกายเข้าไประหว่างขาของเธอ รับรู้ถึงความปวดร้าวของตัวเองที่ร้องหาปลดปล่อยใต้เนื้อผ้า“คุณนที... ฮึก...”น้ำตาของเธอ... ร้องไห้อีกแล้ว ความปรารถ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 24 กายพิพากษา NC🔞

    “คุณนทีอย่า!”อัจฉราประท้วงเสียงเครือ ดวงตาคู่ฉ่ำน้ำใส ไหวสั่นระริก ความร้อนซ่านประดับพวงแก้มใสราวกับผลตำลึงสุก ทั้งอายและอัปยศอย่างถึงที่สุด หลังจากที่นทีเปิดเผยร่างกายท่อนบนของเธอ มองเขาด้วยสายตาที่อ้อนวอน ผิดจากความดื้อรั้นก่อนหน้า“อย่านะคะ... ฮึก... เนยขอร้อง”เธอขอร้องทั้งน้ำตา ปลายจมูกรั้นแดงเรื่อ หายใจติดขัด ภาพตรงหน้าของนทีช่างดูน่าสงสาร เขากำลังทำร้านอัจฉราย่อมรู้ดี แต่ความต้องการของเขามันบดบังความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปหมด สำคัญเขากำลังมองว่าความอ่อนแอของเธอมันน่าขย้ำให้จมเขี้ยว เหมือนสัตว์ตัวน้อย ๆ อ่อนแอ หวาดกลัว... สิ้นหวังแต่ก็ยังดิ้นรนที่จะขอร้อง“อย่าร้องไห้...”เขายื่นมือไปเช็ดน้ำตาที่อาบหน้าคนใต้ร่างอย่างแผ่วเบา สัมผัสเย็นเยียบไม่ใกล้เคียงกับคำว่าปลอบใจเลยแม้แต่น้อย ซึ่งใช่... นทีไม่ได้กำลังปลอบประโลม“คุณนที... เนยขอร้องนะ... อย่าทำแบบนี้เลย”ร่างเล็กตัวสั่น สัมผัสของปลายนิ้วที่เฉียดผ่านแก้มเนียนยามที่เขาเช็ดน้ำตาให้ แม้รู้ดีว่ามันคือการกระทำเสแสร้งที่สุด ทว่ากลับรู้สึกสะท้านใจอย่างอดไม่ได้ ยิ่งเปิดเปลือ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 23 เจ็บกว่าที่ใจไหว [2/2]

    “น่ารำคาญมากไหมคะ... ฮึก... เนยน่ารำคาญในสายคุณนทีมากไหมคะ?”นทีชะงักจริง ๆ ในครั้งนี้ ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ตอบคำถามแต่กลับจ้องใบหน้าที่เปื้อนหยาดน้ำใสจากตาของเธอ ก่อนที่รอยยิ้มร้ายกาจจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง น้ำตาของเธอ... ทำให้รู้สึกเดือดในใจอย่างประหลาดพร้อมด้วยเสียงหัวเราะต่ำ เขาปล่อยมือออกจากคางของเธอ ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มนุ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะตอบคำถามของหล่อนด้วยน้ำเสียงเย็นจัดตรงข้ามกับสัมผัส“มาก... จนอยากปิดปากเธอให้เงียบเลยล่ะ”พูดจบก็ก้มลงประกบจูบอัจฉราอย่างแรง แบบไม่ให้เธอทันได้ตั้งตัว ดวงตาชุ่มน้ำเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงด้วยความตกใจท่ามกลางความรู้สึกเจ็บปวด ขณะที่นทีเลื่อนมือมาล็อกกรามของเธอเอาไว้ บังคับให้เงยหน้ารับจูบได้ถนัดมากขึ้น“อืม...”เสียงทุ้มคำรามในลำคออย่างขัดใจเล็กน้อย ที่กลีบปากนุ่มของหญิงสาวเม้มแน่น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เขาบีบกรามเธอแน่นขึ้นจนอัจฉราแย้มริมฝีปากออกด้วยความเจ็บ นทีใช้จังหวะนั้นสอดลิ้นร้อนเข้าไปลิ้มรสความเค็มของน้ำตาผสมกับความหวานหอมของคนใต้ร่างอย่างดุเดือดกวาดต้อนลิ้นเ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 23 เจ็บกว่าที่ใจไหว [1/2]

    อัจฉราหยุดฝีเท้าที่ปลายบันได แผ่นหลังบางตั้งตรงแม้จะสั่นไหวจากการร้องไห้ก็ตาม ดวงตาคู่สวยคมกล้าขึ้นเหนือความบอบบางที่เจ็บลึกสุดใจ “เนยไม่ได้หนี... แต่ถ้าจะหนีแล้วมันเรื่องอะไรของคุณนทีคะ?” เสียงหวานเครือย้อนถามคนข้างหลังโดยไม่หันไปมอง พูดจบหล่อนไม่รอคำตอบรับ หญิงสาวก็เคลื่อนไหวลงบันไดไปอีกครั้ง ทว่าเร็วไม่พอ ไม่ง่ายอย่างที่คิดนทีกล่าวไว้ไม่มีผิด “กล้าดีนี่!” หมับ! มือใหญ่ยื่นออกมาคว้าข้อมือเล็กของอัจฉราได้อย่างแม่นยำ พร้อมกันนั้นก็รวบร่างบางด้วยแขนอีกข้างที่ว่างเข้ามาหา ก่อนจะปล่อยมือออกจากข้อมือของหญิงสาว แล้วยกเธอขึ้นอุ้มทันที โดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามหรือแรงขัดขืน “คุณนที! ปล่อยเนยนะ!” “ปล่อยเหรอ?! จะให้ปล่อยไปไหนล่ะ? ไปเสนอตัวให้ไอ้เจ้าหนี้ของเธอทำเมียหรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำอันตรายยิ่งกว่าครั้งไหน เขาจับร่างเล็กพาดบ่าอย่างมั่นคง ก่อนจะหันกลับขึ้นบันได ตรงไปยังห้องนอนที่ประตูยังคงเปิดอ้าอยู่จากเมื่อครู่ ดวงตาสีนิลมืดครึ้มลงอย่างน่ากลัว ส

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 14 คลื่นใต้น้ำ

    วินาที นาที ครึ่งชั่วโมง นับได้เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ที่อัจฉรารู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงที่มองไม่เห็น เธอจะยับตัวอย่างอึดอัดเล็กน้อยบนโซฟาที่นั่งอยู่ ขณะที่คนเป็นเจ้าของห้องตั้งแต่เกิดเรื่อง ขู่ให้เธอกลัวเขาก็ยังไม่ขยับออกจากโต๊ะทำงานเลยด้วยซ้ำหญิงสาวกัดริมฝีปากอิ่มเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 13 บังคับเหยื่อเข้าถ้ำ

    เสียงเครื่องยนต์ดับลง รถยนต์คันหรูจอดนิ่งอยู่ในช่องจอดประจำของผู้บริหารระดับสูง เบื้องหน้าอาคารสำนักงานใหญ่โตของ L&T Law ดวงตาของอัจฉราเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ หญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความตกตะลึง กำลังจะหันไปถามคนข้าง ๆ ว่าทำไมถึงพาเธอมาที่นี่ ทว่าเขากลับลงจากรถไปเสียแล้ว“ล

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 12 แมวจับหนู

    “เอาไปสิ”เสียงทุ้มดังขึ้น แล้วยื่นถุงยาส่งให้คนป่วยที่ยังคงนั่งตัวสั่นอยู่เบา ๆ เพราะยังไม่หายไข้ดี แม้จะได้ยาฉีดจากหมอไปแล้วก็ตาม แต่ถึงจะดูไม่ค่อยไหวนักเธอก็ยื่นมือออกมารับไปอย่างไม่อิดออด“ขอบคุณนะคะ”น้ำเสียงของอัจฉราแผ่วเบา แฝงไปด้วยความรู้สึกเกรงใจอย่างอดไม่ได้ ท

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 11 ออกลาย

    สภาพการจราจรที่ไม่คล่องตัวนักทำให้นทีกำพวงมาลัยรถแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีด สีหน้ายังคงเรียบเฉย แต่สายตาคอยชำเลืองมองคนข้าง ๆ ตลอด อัจฉรายังคงนอนซมไม่ได้สติ เธอเป็นลมไปนานเกินไปจนน่าเป็นห่วง นทีถอนหายใจออกอย่างหนัก เขายื่นมือข้างหนึ่งออกไปอังหน้าผากของเธออีกครั้ง ก่อนจะพบว่ามันยังไม่คลายร้อนลงเลย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status