Share

4

Author: SHASHA
last update publish date: 2026-10-03 16:38:12

คนปากไวกำลังสาวความหลังออกมาพูด เพื่อนอีกคนเลยรีบสกัดด้วยการเตะขาใต้โต๊ะให้หยุดพ่นวาจาไร้สาระไร้การกลั่นกรองออกไปในตอนนั้น เนื่องด้วยมีนพรัตน์นั่งอยู่ ยังดีที่ยั้งปากไว้ได้ทัน แต่ดูเหมือนว่านพรัตน์จะรู้ว่าเพื่อนต้องการเอ่ยถึงเรื่องราวเมื่อเจ็ดปีก่อน

ใบหน้าหล่อเรียบเฉยเมย แววตากระด้างอย่างเห็นได้ชัดเจน ก่อนลุกจากโต๊ะในนาทีต่อมา เพราะเบื่อฟังเรื่องของคนอื่นเต็มทน โดยเฉพาะเรื่องของเธอคนนั้น

ขึ้นรถได้ต่อสายหาธรณ์ น้องชายลำดับถัดมาจากตัวเอง ถามว่าอยู่ที่ไหนกัน ได้คำตอบว่าอยู่บ้าน ค่อยวนรถพากลับเข้าเคหาสน์ของอัศวหาญญ์วรกุลต่อจากนั้น โผล่ไปให้เห็นหน้าสักหน่อยก็ดี เดี๋ยวมาบ่นว่าเขาหายหน้าหายหนวดไม่กลับมาเจอพี่ๆน้องๆ

“ว๊าย คุณป๊าขา อย่าเพิ่งสิคะ”

เสียงแหลมปรี้ดนั่นบาดหูเหลือเกิน นพรัตน์ที่เพิ่งลงจากรถเดินผ่านมุมหน้าบ้านที่มีไม้ประดับต้นสูงใหญ่บดบังด้านในที่เป็นส่วนของสระว่ายน้ำและบ้านหลังเล็กที่แยกออกไป เอาไว้อีกที

นี่พาพวกสาวๆมาลงสระน้ำอีกแล้วหรือ

แก่แล้วไม่ปลงสังขาร มักมากไม่รู้จักพอในเรื่องเพศ เดี๋ยวได้เข้าโรงพยาบาลเหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อนนั่นอีกหรอก

นึกรังเกียจปู่ตัวเองขึ้นมาระลอกใหญ่ก่อนปัดทิ้งไปจากความรู้สึก แล้วเดินผ่านบริเวณนั้นไป แว่วเสียงเรียกจากท่านแต่เฉยเสีย ไม่ใส่ใจ ไม่ให้ความเคารพใดๆทั้งสิ้น

‘อิทธิ’ คือชื่อของปู่เขาเอง ท่านเป็นชายสูงวัย ที่แม้อายุย่างเจ็ดสิบสองปีแล้วแต่ดูอย่างไรก็ยังว่าไม่น่าถึง เพราะออกกำลังกายอยู่เป็นนิจ ดูแลตัวเองดีมาก อีกทั้งยังนิยมแต่งตัวจัดจ้านอีกด้วย นึกถึงคนเป็นปู่เพียงเท่านั้น เดินเรื่อยๆเลาะเข้าไปด้านในห้องโถงของบ้านอย่างไม่รีบไม่ร้อนแต่อย่างใด ที่นั่นมีพี่ชายคนโตและน้องๆนั่งรอเขาอยู่ ดึกขนาดนี้ไม่รู้จักหลับจักนอนกันเลย

“ทำไมไม่บอกว่ามีเขาอยู่ที่นี่ ผมจะได้ไม่มา”

นพรัตน์ถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แววตาแฝงความไม่พอใจในนั้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะตอนก่อนมาที่นี่เขามักโทรถามก่อนเสมอว่ามีใครอยู่บ้าง หากรู้ว่าปู่อยู่ นพรัตน์จะรีบหักรถเลี้ยวกลับห้องชุดของเขาทันที เป็นแบบนี้มาตลอด

“ขอโทษครับเฮีย เผอิญผมไม่ได้เดินเข้าไปเช็คให้ก่อน”

ธรณ์บอกยิ้มๆ นพรัตน์ส่ายหน้าเบาๆ ละความสนใจต่อปู่ของตนไว้เพียงเท่านั้น คนทำทีขอโทษขอโพยไม่ได้สำนึกหรอก เอ่ยถามด้วยสีหน้ายียวน

“ทำไมยังมึนตึงกับปู่อยู่อีกล่ะครับ คดีเก่าตั้งเจ็ดแปดปีก่อนนู่น เฮียยังไม่ลืมอีกหรือ”  

“แต่จะว่าไป รอบนั้นแกเป็นอะไรถึงได้น็อคจนเข้าโรง’บาลวะ จำได้ว่าเช้าหลังงานวันเกิดเลยใช่ไหม”

“แหม...นี่ไม่รู้จริงๆหรือเสี้ยมน้องครับเนี่ย” ธรณ์แย้งยิ้มๆ วิแคะไปตามประสา “ได้ยินคนของปู่พูดกันว่าคืนนั้นคงได้กินเนื้อสดๆใหม่ๆก็เลยจัดหนักไปหลายรอบมั้งครับ”

“นี่มึงมีเรื่องอื่นจะคุยไหม ถ้ายังพูดย้ำเรื่องนี้อีกกูจะได้กลับ”

“อุ๊ย! โกรธจัดแล้วเห็นไหม ขึ้นมึงๆ กูๆด้วย เดี๋ยวก่อนสิครับ อย่าเพิ่งไป โถ...แค่นี้ก็ต้องมีโมโห”

“ทำเป็นเดือดเป็นโกรธไปได้ เอาน่าๆ ทีหลังมึงก็อย่าขุดเรื่องนั้นมาพูดอีก”นิรันดร์บอกอย่างต้องการห้ามทับ ทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนชง แล้วคุยเรื่องอื่นกันต่อจากนั้น ธรณ์บ่นอุบอิบในตอนนั้น ที่พี่ชายคนโตพาเปลี่ยนเรื่องเอาตัวรอดไปก่อน

“ผมคนเดียวที่ไหน เฮียด้วยนั่นแหละ ตัวดีเลย”

ทิ้งช่วงได้ครู่ใหญ่นพรัตน์เลือกที่จะกลับไปยังห้องชุดของตนเองในคืนนั้น เพื่อที่เช้ามาจะได้ไม่ต้องพบหน้าปู่ของเขาอีก

“ณัชชา”

เสียงเรียกขณะเก็บแฟ้มเข้าบนชั้นเรียบร้อย หันไปทางนั้นก็ถึงได้เห็นร่างสูงสง่าของผู้จัดการคลินิกที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่เดินตรงมาที่ตน เลยตอบรับกลับไป “คะพี่มุ้ย”

สาวร่างสูงโปร่งดึงประตูห้องเอกสารให้ปิดจนสนิท ค่อยเข้ามาคุยด้วยรอยยิ้มแปลกๆ ที่ณัชชาเห็นแล้วรู้สึกว่ารอยยิ้มนี้ไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความจริงใจอย่างแน่นอน

“ยอดขายเราเมื่อตอนบ่าย โยกให้น้องใหม่ก่อนได้ไหม”

จริงอย่างที่คาดเอาไว้ไม่ผิด จึงเงียบคล้ายว่าตนกำลังใช้ความคิด เลือกที่จะถามกลับแทนการตอบรับ

“ทำไมหรือคะ”

“น้องมันเพิ่งมา แล้วหมอก็บอกว่าถ้ายอดไม่ถึงล้านเฉพาะของน้องภายในสามเดือนนี้ น้องจะไม่ผ่าน probationary period ของหมอน่ะสิ ณัชชาช่วยน้องหน่อยนะ เราน่ะขายเก่งออกจะไปกลัวอะไร ประเดี๋ยวเดียวก็ได้แล้วยอดน่ะ”

ไม่ใช่ประเด็นแล้ว ณัชชาส่ายหน้า บ่ายเบี่ยงบอก

“เดือนก่อนนู้นกับเดือนที่แล้วก็แปดแสนแล้วนี่คะพี่มุ้ย”

“ใช่ไง แต่มันก็ยังไม่ถึง อีกสองอาทิตย์จะครบสามเดือนของน้องมันแล้ว พี่เลยว่าจะเอายอดที่เราปิดได้เมื่อตอนบ่ายให้น้องไปก่อน”

ณัชชามองสบตาผู้จัดการคลินิกคนใหม่ที่ในมือมีโอพีดีการ์ดของลูกค้ามาด้วย ยังไม่ทันตอบอะไรกลับ ทางนั้นสรุปรวบรัด

“ตกลงนะ เดี๋ยวพี่ลบชื่อเราออกแล้วใส่ชื่อน้องแทน”

“แต่พี่มุ้ยคะ หมอจะไม่ว่าหรือคะที่ลบแก้แบบนั้น แล้วในระบบนั่นอีก”

มุ้ยลงมือลบชื่อของณัชชาบนโอพีดีการ์ดลูกค้าทันที ปากก็ว่าเสียงอ่อนเสียงหวานกว่าเดิม “ไม่เป็นไรณัชชา เดี๋ยวพี่คุยกับหมอเอง หมอคุยง่ายจะตาย แกไม่ซีเรียสหรอกเรื่องแบบนี้ แล้วตกลงว่ายอดของเราเมื่อตอนบ่าย พี่ให้เป็นของน้องมันนะ”

“ผลงานให้เป็นของน้อง แล้วเงิน...”

พูดออกมาได้แค่นั้น หญิงสาววัยมากกว่าไม่กี่ปีก็เงยหน้าขึ้นสบตา ยิ้มแต่ปาก เอื้อมมือแตะแขนเธอเบาๆบอกให้คลายใจ

“อย่าเครียด เรื่องเงินก็เป็นของณัชชาอยู่แล้ว พี่จัดการให้เองนั่นแหละจ้ะ”

ณัชชานิ่งไปอึดใจ คราวก่อนที่มาขอยอดขายเธอไปก็บอกแบบนี้ จนตอนนี้เงินรอบนั้นยังไม่เข้าบัญชีเธอเลย

“เถอะน่าณัชชา พี่ไม่เบี้ยวเราหรอก เดี๋ยวจะรวมยอดของคราวก่อนด้วยเลย ให้เป็นก้อนเดียวไง ก็เลยยังไม่โอนให้เรา” บอกจบแก้ไขรายการในโอพีดีการ์ดเรียบร้อยเสร็จสิ้นพอดี ณัชชายืนถอนใจเบาๆอยู่ตรงนั้น พร้อมความคิดในหัว

ให้ผลงานน้อง ก็เท่ากับว่ายอดของเธอ ผลงานของเธอต้องหายไปด้วยน่ะสิ มุ้ยจากไปแล้ว หลังมัดมือชกเธอเป็นอันเรียบร้อย และความซวยก็มาเยือนณัชชา เมื่อแพทย์เจ้าของคลินิกเรียกให้เข้าไปคุยกันในห้องช่วงปลอดลูกค้าของอีกสามวันถัดมา

“ทำไมยอดเราตกเยอะเลยช่วงนี้ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าณัช”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นพรัตน์ & ณัชชา   4

    คนปากไวกำลังสาวความหลังออกมาพูด เพื่อนอีกคนเลยรีบสกัดด้วยการเตะขาใต้โต๊ะให้หยุดพ่นวาจาไร้สาระไร้การกลั่นกรองออกไปในตอนนั้น เนื่องด้วยมีนพรัตน์นั่งอยู่ ยังดีที่ยั้งปากไว้ได้ทัน แต่ดูเหมือนว่านพรัตน์จะรู้ว่าเพื่อนต้องการเอ่ยถึงเรื่องราวเมื่อเจ็ดปีก่อนใบหน้าหล่อเรียบเฉยเมย แววตากระด้างอย่างเห็นได้ชัดเจน ก่อนลุกจากโต๊ะในนาทีต่อมา เพราะเบื่อฟังเรื่องของคนอื่นเต็มทน โดยเฉพาะเรื่องของเธอคนนั้นขึ้นรถได้ต่อสายหาธรณ์ น้องชายลำดับถัดมาจากตัวเอง ถามว่าอยู่ที่ไหนกัน ได้คำตอบว่าอยู่บ้าน ค่อยวนรถพากลับเข้าเคหาสน์ของอัศวหาญญ์วรกุลต่อจากนั้น โผล่ไปให้เห็นหน้าสักหน่อยก็ดี เดี๋ยวมาบ่นว่าเขาหายหน้าหายหนวดไม่กลับมาเจอพี่ๆน้องๆ“ว๊าย คุณป๊าขา อย่าเพิ่งสิคะ”เสียงแหลมปรี้ดนั่นบาดหูเหลือเกิน นพรัตน์ที่เพิ่งลงจากรถเดินผ่านมุมหน้าบ้านที่มีไม้ประดับต้นสูงใหญ่บดบังด้านในที่เป็นส่วนของสระว่ายน้ำและบ้านหลังเล็กที่แยกออกไป เอาไว้อีกทีนี่พาพวกสาวๆมาลงสระน้ำอีกแล้วหรือแก่แล้วไม่ปลงสังขาร มักมากไม่รู้จักพอในเรื่องเพศ เดี๋ยวได้เข้าโรงพยาบาลเหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อนนั่นอีกหรอกนึกรังเกียจปู่ตัวเองขึ้นมาระลอกใหญ่ก่อนปัดท

  • นพรัตน์ & ณัชชา   3

    นพรัตน์มองตามแผ่นหลังเด็กเรียนดี มารยาทเด่นที่กำลังเดินลงตึกไปด้วยสายตาครุ่นคิดก่อนแยกตัววิ่งลงไปที่สนาม ที่รีบไม่ใช่เพราะนัดเพื่อนไว้ แต่เป็นเพราะอยากไปให้ทันเห็นว่าเธอคนนั้นกลับบ้านอย่างไรเขาสะดุดตาเธอ ตั้งแต่มัธยมต้น เคยคุยด้วยแต่ก็แทบนับครั้งได้ เพิ่งมีโอกาสได้คุยกันจริงจังตอนขึ้นมัธยมศึกษาตอนปลายนี่เองเขาเห็นแล้วว่าเธอเดินผ่านรั้วหลังโรงเรียนออกไป ก็ให้นึกเป็นห่วง เพราะจากการแอบมอง แอบสังเกตอยู่บ่อยๆ เคยเห็นว่ามีรถคอยมารับมาส่งเสมอ แต่สามปีมานี้เห็นว่าเปลี่ยนไป ณัชชามาโรงเรียนด้วยตัวเอง เขาเคยเห็นกับตาว่าเช้าเธอโดยสารรถประจำทางปะปนกับนักเรียนคนอื่น หลังเลิกเรียนก็เห็นกลับบ้านเองด้วยรถประจำทางอย่างเดียวกับตอนขามาจึงตามถามตามสืบ ค่อยรู้เพิ่มว่าที่บ้านของเธอทำกิจการเกี่ยวส่งออกสินค้าอาหารแช่แข็ง แล้วก็รู้มาอีกว่ากิจการเริ่มมีปัญหาไปต่อไม่ไหว ลึกลงไปมากกว่านั้นไม่รู้หรอกว่าสาเหตุจากอะไรแน่ เดิมเขาเห็นเธอรับจ้างทำรายงานให้เพื่อนในชั้นเดียวกันส่วนใหญ่จะเป็นเด็กห้องอื่น พอรู้อย่างนั้นแล้วเลยรอจังหวะว่าจ้างเธอให้ทำรายงานให้เขาบ้าง ถึงได้มีโอกาสได้คุยกับเธอจริงจังเสียทีณัชชา

  • นพรัตน์ & ณัชชา   2

    เจ็ดปีก่อน “ผลสอบออกแล้ว ไปตรวจดูคะแนนได้ที่บอร์ด ใครรู้ตัวว่าไม่ผ่าน จบคาบมากองกันที่โต๊ะครูได้เลย ณัชชาเดี๋ยวไปพบอาจารย์รัชนีที่ห้องธุรการด้วยนะ นี่จ๊ะของรางวัลสำหรับคนทำคะแนนได้สูงสุด” คุณครูประจำวิชาบอกจบส่งกล่องของให้ณัชชา พร้อมมองด้วยสายตาชื่นชมเปิดเผย พวกผู้ชายเกเรในห้องส่งเสียงต่อว่าอาจารย์ผู้สอนกันยกใหญ่ “น่าจะให้คนได้คะแนนน้อยนะครับ” “มานี่มา ครูมีของให้” ท่านว่ายิ้ม มือข้างหนึ่งจับไม้บนโต๊ะเคาะเบาๆ แล้วใครเล่าจะกล้าออกไปรับรางวัลกัน “หนังสือก็ไม่ยอมอ่าน ดูณัชชาเป็นตัวอย่างกันบ้างซิ” ท่านบ่นจบ ยื่นใบงานให้นักเรียนคนที่อยู่ใกล้สุดส่งให้คนอื่นในชั้นเรียน แล้วเริ่มทำการสอนต่อจากนั้นนพรัตน์ละสายตาจากวิวนอกอาคารเรียนที่เป็นบ้านและตึกสูงลดหลั่นกันไปมาไม่เป็นระเบียบเท่าไรนัก มองไปทางหน้าห้องที่โต๊ะมุมซ้ายสุดตรงหน้าครูผู้สอนนักเรียนหญิงผมไม่เป็นทรงฟูและหนา สวมแว่นสายตาเชยๆขอบสีดำ ที่ซึ่งเขารู้มาจากเพื่อนคนอื่นอีกทีว่าเธอคนนั้นสายตาสั้นสุดๆ เลยทำให้ปิดบังใบหน้าที่เขาคิดว่าน่ารักอยู่มากเหมือนกันไปเกือบครึ่ง ก่อนจะคิดอะไรเกี

  • นพรัตน์ & ณัชชา   1

    แรงปะทะเบาๆจากร่างของหญิงสาวสองคนตรงหัวมุมหน้าทางเข้าห้องน้ำของชั้นบนสุดในห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมืองทำเอาทั้งคู่ชะงักงันกันไปเป็นครู่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะก้มหน้าเตรียมเดินหลบ แต่อีกคนมองจ้องนิ่งอึดใจเดียว รีบเรียกเอาไว้ก่อนที่ทางนั้นจะทันได้พ้นไปจริงๆ ราวกับไม่อยากทักทายเพื่อนสมัยเรียนอย่างไรอย่างนั้น คนอัธยาศัยดีกว่าร้องเรียกเพื่อนอย่างร้อนรน “เดี๋ยวค่ะ ณัช ณัชชาใช่ไหม” หญิงสาวเจ้าของชื่อ ‘ณัชชา’ ที่อีกฝ่ายออกปากเรียกหยุดแล้วหันมายิ้มบางๆ ดูฝืนชอบกล ทักกลับเสียงเบาอย่างเสียมิได้“อ้าว ว่าไงปูนิ่ม” “โหย ดีใจอ่ะ จำชื่อเราได้ด้วย นี่ไม่เจอกันนานแค่ไหนแล้วเนี่ย ตั้งแต่จบมอหกเลยไหม” ด้วยพื้นฐานนิสัยไม่ใช่คนช่างพูด จึงทำเพียงยิ้มน้อยๆตอบไปเท่านั้น แม้จะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน แต่ทั้งสองเรียนในระดับชั้นเดียวกัน เคยทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยครั้ง ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นถึงตอนปลาย ‘ปูนิ่ม’ หรือ ‘อัญจารีย์’ รีบชวน “ว่างไปนั่งคุยกันก่อนไหมณัช” รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ตอบออกไปตามจริง “เราต้องทำงานน่ะ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status