เข้าสู่ระบบบรรยากาศในห้องประชุมเย็นขึ้นมากอันเนื่องมาจากรัศมีความเกลียดชังที่สองหนุ่มคอยส่งให้กัน รณภพคอยควบคุมสถานการณ์ในห้องประชุมพลางฟังลูกน้องใต้สายการบังคับบัญชารายงานผลการดำเนินงานภายในบริษัท โครงการที่จบลงไปแล้วทำกำไรได้เท่าไหร่ และโครงการที่กำลังจะเริ่มมีอะไรบ้าง การประชุมในวันนี้ยังรวมไปถึงเรื่องความมั่นคงทางการเงินของบริษัทที่มีมูลค่าเพิ่มจากปีที่แล้วหลายหมื่นล้าน รณภพมือหนึ่งก็จับลูกให้นั่งนิ่งๆ ส่วนสายตาเขาคอยส่งไปให้ไอ้ฐานัสกับเลขาหนุ่มคู่ขาของมัน ท้าทายมันทางสายตาว่ามีปัญญาทำธุรกิจให้ได้กำไรมหาศาลเหมือนอย่างที่เขากับเจ้าสัววิทยาผู้เป็นพ่อได้หรือเปล่า คนขี้แพ้อย่างมันธุรกิจเดียวที่ทำแล้วไปรุ่งก็คงจะมีแต่บ่อนการพนันแถบชายแดน!
“และทั้งหมดนี้ก็คือเนื้อหาของการประชุมในวันนี้ ขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่เสียสละเวลามาฟังผลการดำเนินงาน หลังจากนี้จะเปิดให้ตั้งคำถามทุกเรื่องที่ทุกท่านสงสัยนะครับ ผมจะเป็นคนตอบเอง เชิญครับคุณอากิตติ” หนุ่มหล่อนั่งบนแท่นประธานบริษัทผายมือเชิญนักลงทุนท่านแรกที่ยกมือขึ้น
“อาสงสัยเรื่องโปรเจ็คร่วมทุนระหว่างบริษัทไทยออลสตาร์ของท่านภูธเนศ เคยได้ยินท่านเจ้าสัวเคยเกริ่นๆ ไว้ ตอนนี้โครงการดำเนินไปถึงไหนแล้ว”
“กำลังจีบๆ พี่หมอกอยู่ครับ ช่วงนี้ทางไทยออลเขาโครงการใหญ่ๆ เพียบ แต่เท่าที่ร่างโครงการไว้คือจะเป็นช่วงของงบประมาณปีถัดไปยังบอกไม่ได้ว่าจะทำอะไร กระซิบได้แค่เป็นโปรเจ็คก่อสร้างร่วมกันระดับนานาชาติครับ”
“แล้วเรื่องสัญญาล่ะ ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว”
“เป็นสัญญาใจก่อนครับ เพราะทั้งผมและทั้งพี่หมอกก็ยังไม่มีเวลามาลุยเต็มที่ แต่ไม่ว่าจะยังไงโครงการนี้จะเกิดขึ้นแน่นอนและถ้าสัญญาถูกร่างขึ้นเมื่อไหร่ผมจะให้เลขาส่งเอกสารแจ้งให้ทุกท่านทราบ”
“สัญญาใจ เหอะ! โปรเจ็คหนึ่งหมดเงินไปตั้งหลักร้อยหลักพันล้าน พูดเป็นเด็กๆ ไปได้”
“ถูกของพี่ฐานัสนะครับผมไม่เถียง แต่อยากอธิบายเพิ่มเติมว่าก็เพราะว่าการลงทุนมันแพงมากน่ะสิครับถึงไม่สามารถจับมัดมือให้เซ็นสัญญาอะไรโดยปราศจากการทำความรู้จักกันก่อน ไทยออลสตาร์บริษัทเขาไปไกลกว่าเรามากเขาไม่จำเป็นต้องมาร่วมงานกับเราก็ได้ แต่ตอนนี้เขากำลังสนใจเรา ผมถือว่ามันเป็นโอกาสดี”
“ภพเขาพูดถูกนะฐานัส ลองรอไปก่อนดีกว่า แต่ถึงจะได้หรือไม่ได้บริษัทเราก็ได้กำไรมหาศาลจากการบริหารงานของภพอยู่ดี”
ผู้ถือหุ้นหลายคนต่างเทความคิดเห็นชื่นชอบมาทางรณภพ ฐานัสรู้สึกเหมือนถูกลากไปตบกลางสี่แยกไฟแดงแอบกำหมัดแน่นใต้โต๊ะ ทนนั่งฟังจนจบเขารีบลุกจากเก้าอี้เดินออกเป็นคนแรก ใครจะอยู่ชมเชยมันหรือลูกของมันเขาไม่สนใจ
ฐานัสโกรธมากเดินด้วยความเร็วสูงไปยังลิฟต์จนกระทั่งเผลอชนไหล่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งจะแทรกกายเบียดออกจากลิฟต์มาได้ ตัวหล่อนกระเด็นกลับไปข้างหลังเกือบจะล้มโชคดีที่คนข้างหลังช่วยพยุงไว้ เขาหงุดหงิดมากตวัดสายตาขุ่นเคืองไปให้และกำลังจะด่าทว่าเสี้ยวใบหน้าหวานของสาวคนนั้นทำให้เขาเกิดเปลี่ยนใจ
เพราะจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้… คือแม่ของลูกไอ้ภพ!
“ขอโทษที่กลับช้าค่ะ คุณแขให้เฟื่องไปสมัครเรียนต่อปริญญาโทแล้วเฟื่องก็อยากเรียนด้วย วันนี้รับสมัครเป็นวันสุดท้าย” เฟื่องลดาอยู่ในชุดทำงานสุภาพสตรีสีสุภาพเรียบร้อยกำลังชงนมให้ลูก หันหลังให้รณภพเพราะเพิ่งถูกเขาด่าชุดใหญ่เรื่องไม่มารับลูกไปดูแลปล่อยให้เขาพาลูกเข้าห้องประชุมด้วย
“ขอบคุณครับ คุณออกไปทำงานต่อได้มีงานอะไรก็เก็บไว้บนโต๊ะก่อน ด่วนวางซ้าย ไม่ด่วนวางขวาเหมือนเดิม”
เกรี้ยวกราดบอกกับเลขานุการก่อนจะหยิบน้ำกับยาแก้ไมเกรนมากิน การประชุมยาวนานมากลากไปเกือบสามชั่วโมงตอนนี้บ่ายกว่าแล้ว เขาหิวข้าวแต่ก็ปวดหัวมากจึงร้องขอยาแก้ไมเกรนก่อน
คุณรสรินมีความเป็นมืออาชีพมากพอรีบจัดแจงให้ทุกอย่างรวมถึงเรื่องของอาหาร เธอสั่งมาไว้ตั้งแต่ก่อนเข้าประชุมวางจัดใส่จานไว้ให้พร้อมรับประทาน มีสองชุด คาดว่าจะสั่งมาให้ลูกชายเขาด้วย
“คนเยอะไหม แล้วสอบคัดเลือกวันไหน” มือหนึ่งดมยามือหนึ่งตบก้นลูกให้นอนรอนมจากแม่ชงช้าเสียจริง เห็นแก่ว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสมัครเฉยๆ หรอกเขาจะเลิกด่าหล่อนเรื่องนี้ก็ได้
“กลางเดือนหน้าค่ะ เฟื่องมีเวลาอ่านหนังสือแค่ไม่ถึงสิบห้าวัน”
“ตั้งสิบห้าวัน คนช่วยเลี้ยงลูกมีตั้งเยอะตั้งแยะถ้าจะเรียนต่อก็เรียน มันเป็นผลดีกับตัวเธอ เร็วๆ เข้าสิชักช้าเหมือนเต่าคลาน เชคดว็กด้วยว่าร้อนหรือเปล่าลูกกำลังจะนอนแล้วเห็นไหม”
ดุเสียงเข้มทว่าเบากลัวลูกจะตกใจตื่นมาเล่นซน บ่ายโมงแล้วได้เวลานอนกลางวันแกจะได้โตไวๆ มาเล่นอะไรสนุกๆ ด้วยกันกับเขา
“ส่งมาฉันป้อนลูกเอง” รับขวดนมจากมือเฟื่องลดามาป้อน ปากเล็กอ้างับหัวจุกเล็กแทบจะทันทีจับกินดูดจุ๊บๆ หลับตาพริ้ม ง่วงก็ง่วงแต่ปากก็ยังดูดนมดื่มอย่างต่อเนื่องกินเก่งจังเลยลูกชายเขา
“แล้วได้หนังสืออ่านหรือยัง เสียเวลางานไปสมัครแล้วยังไงก็ต้องติด”
“ยังเลยค่ะ เฟื่องจะเข้าไปยืมในห้องสมุดพรุ่งนี้เช้า”
“ยืมทำไม ซื้อใหม่เลยสิจะได้เก็บไว้อ่านทบทวนด้วยเผื่อไม่เข้าใจเรื่องไหน”
“เฟื่องไม่อยากสิ้นเปลืองเงิน รอซื้อแค่เล่มที่ได้ใช้เรียนดีกว่า”
“นี่เธอ แม่ฉันสนับสนุนแค่เงินค่าเทอมแต่ไม่สนับสนุนค่าหนังสือบ้างเลยเหรอ ทำไมถึงงกจัง ไปจัดอาหารให้ฉัน เคลียร์งานเสร็จรอลูกตื่นก่อนฉันจะพาไปซื้อ ทำให้ถึงขนาดนี้ลองสอบไม่ติดดูสิ!”
“เฟื่องเรียนจบปริญญาตรีเกียรตินิยมจากทุนของคุณแขเหมือนกันนะคะ”
“แล้วยังไง ปริญญาตรีกับปริญญาโทไม่เห็นจะเหมือนกันเลย ลองเรียนก่อนเถอะแล้วจะรู้” คนที่จบปริญญาโทมาสองใบทั้งจากในประเทศไทยและประเทศอังกฤษพูดทับถมขึ้นมา ตวัดสายตาไปทางโต๊ะกินข้าวสั่งสาวใช้ส่วนตัวให้รีบไปจัดแจงโต๊ะอาหารหาน้ำหาอะไรมาเตรียมไว้รอเขาหิวท้องกิ่วไส้จะขาดอยู่แล้ว
“ช่างเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่อากาศบริสุทธิ์สดใสชะมัดเลย สาวๆ ก็แจ่ม แต่กูว่าพักนี้เราเจอกันบ่อยไปนะ เพิ่งเมาด้วยกันคืนวันศุกร์ เผลอแป๊บๆ วันอาทิตย์มึงชวนกูมาออกกำลังกายตอนเช้าอีกแล้ว”“บ่นเยอะน่า นอกจากกูแล้วยังจะมีใครคบกับมึงอีกเหรอก็ไม่เห็นจะมี”“ปากหมานะมึงเนี่ย เห็นกูแบบนี้แต่เพื่อนเยอะกว่ามึงนะครับ อย่ามาแหยม”“ทำไมต้องแหยม บ้านมึงอยู่จังหวัดยโสธรหรือไง”“โอ้โห มุกนี้มึงไม่ควรเล่นนะเพื่อน” ศรันย์หัวเราะก่อนจะว่ายน้ำอีกรอบกลับมาสะบัดผมที่เดิมเพื่อมองไอ้คนที่โทรมาปลุกเขาแต่เช้าให้ลากสังขารมาสระว่ายน้ำของโรงแรม เพื่อที่มันจะนอนชิลล์อยู่ริมสระปล่อยให้เขาลงมาว่ายน้ำคนเดียว เช้าขนาดนี้อากาศเย็นมากด้วยแหนมน้อยของเขาหดหมดแล้วมั้ง“เออภพ แล้วนี่พ่อกับแม่มึงกลับจากยุโรปหรือยัง ไม่ได้ยินข่าวเลย”“ยัง โทรคุยเมื่อวานบอกจะอยู่ต่ออีกสักสัปดาห์ เพิ่งทำงานที่สโมสรฟุตบอลเสร็จ จะแวะไปเยี่ยมป้าที่ปารีสแล้วค่อยบินกลับไทย ท่านไปพักผ่อนกับฮันนีมูนด้วย ฮันนีมูนรอบที่ร้อยแล้วพ่อแม่กู หวานจนกูอิจฉาอยากจะมีครอบครัวดีๆ บ้าง”“ลูกมึงก็น่ารัก ยังจะว่าตัวเองครอบครัวไม่ดีอีกนะมึง”“ไอ้เชี่ย กูหมายถึงครอบครัวที่มีพ
“แล้วยังไง ปริญญาตรีกับปริญญาโทไม่เห็นจะเหมือนกันเลย ลองเรียนก่อนเถอะแล้วจะรู้” คนที่จบปริญญาโทมาสองใบทั้งจากในประเทศไทยและประเทศอังกฤษพูดทับถมขึ้นมา ตวัดสายตาไปทางโต๊ะกินข้าวสั่งสาวใช้ส่วนตัวให้รีบไปจัดแจงโต๊ะอาหารหาน้ำหาอะไรมาเตรียมไว้รอเขาหิวท้องกิ่วไส้จะขาดอยู่แล้วคุณรสสั่งอาหารโปรดหลายอย่างมาให้จากร้านอาหารไทยของเพื่อนเขาเช่นเดิม โดยปกติรณภพจะติดนิสัยอุดหนุนเพื่อนฝูงแบบนี้เสมอ ถ้าหากต้องการจะซื้ออะไรจะคิดก่อนเลยว่ามีเพื่อนทำธุรกิจจำพวกนั้นไหม เขานั่งลงบนเก้าอี้จับช้อนส้อมขึ้นมาเตรียมกินก่อนจะนึกขึ้นได้จึงปรายสายตาไปมอง“กินอะไรมาหรือยัง ไหนบอกว่ารีบสมัครรีบกลับกลัวมาไม่ทันรับลูกไง”เฟื่องลดาละสายตาจากลูกกลับมามอง “อ๋อ เฟื่องยังไม่หิวค่ะคุณภพกินก่อนเลย”“จะใช้มุกไม่หิวไปอีกนานแค่ไหนแม่คุณ อยู่บ้านก็บอกไม่หิวๆ รอเจ้าของบ้านกินอิ่มค่อยเข้ามากินข้าวก้นหม้อพร้อมกับคนใช้ตลอด แต่ก็ดีนะ เจียมตัวเองดี ฉันไม่ค่อยชอบพวกตีตัวเสมอเจ้านาย”“ค่ะ” แม้จะเจ็บแต่เฟื่องลดาก็พยายามไม่ใส่ใจคำพูดเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของรณภพ มือเล็กจับขวดนมว่างเปล่าออกจากปากลูก ใช้ผ้าเล็กๆ คอยปัดให้กลัวจะมียุงหรือแมลงตัวเ
บรรยากาศในห้องประชุมเย็นขึ้นมากอันเนื่องมาจากรัศมีความเกลียดชังที่สองหนุ่มคอยส่งให้กัน รณภพคอยควบคุมสถานการณ์ในห้องประชุมพลางฟังลูกน้องใต้สายการบังคับบัญชารายงานผลการดำเนินงานภายในบริษัท โครงการที่จบลงไปแล้วทำกำไรได้เท่าไหร่ และโครงการที่กำลังจะเริ่มมีอะไรบ้าง การประชุมในวันนี้ยังรวมไปถึงเรื่องความมั่นคงทางการเงินของบริษัทที่มีมูลค่าเพิ่มจากปีที่แล้วหลายหมื่นล้าน รณภพมือหนึ่งก็จับลูกให้นั่งนิ่งๆ ส่วนสายตาเขาคอยส่งไปให้ไอ้ฐานัสกับเลขาหนุ่มคู่ขาของมัน ท้าทายมันทางสายตาว่ามีปัญญาทำธุรกิจให้ได้กำไรมหาศาลเหมือนอย่างที่เขากับเจ้าสัววิทยาผู้เป็นพ่อได้หรือเปล่า คนขี้แพ้อย่างมันธุรกิจเดียวที่ทำแล้วไปรุ่งก็คงจะมีแต่บ่อนการพนันแถบชายแดน! “และทั้งหมดนี้ก็คือเนื้อหาของการประชุมในวันนี้ ขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่เสียสละเวลามาฟังผลการดำเนินงาน หลังจากนี้จะเปิดให้ตั้งคำถามทุกเรื่องที่ทุกท่านสงสัยนะครับ ผมจะเป็นคนตอบเอง เชิญครับคุณอากิตติ” หนุ่มหล่อนั่งบนแท่นประธานบริษัทผายมือเชิญนักลงทุนท่านแรกที่ยกมือขึ้น“อาสงสัยเรื่องโปรเจ็คร่วมทุนระหว่างบริษัทไทยออลสตาร์ของท่านภูธเนศ เคยได้ยินท่านเจ้าสัวเคยเกริ่
หลายเดือนต่อมา“เฟื่องลดาหายไปไหน ผมสั่งคุณให้โทรตามเธอเป็นชาติแล้วทำไมถึงยังไม่มาสักที อีกสิบนาทีผมต้องเข้าประชุมแล้วลูกจะอยู่กับใคร เป็นแม่ประสาอะไรเรื่องแค่นี้ทำไมต้องให้บอกให้สอน!”“เอ่อ… ใจเย็นๆ ก่อนนะคะคุณภพ คุณเฟื่องเธอยังทำธุระของเธอไม่เสร็จเลยค่ะ ถ้าจัดการเรื่องทางนั้นเสร็จเรียบร้อยเธอบอกจะติดต่อกับมาหารสค่ะ” เลขาสาวตอบคำถามเจ้านายขาวีนขณะจ้ำฝีเท้าเดินตามหลังเขาให้เร็วมากขึ้น ท่านรองประธานหนุ่มสุดหล่อทว่าติดนิสัยขี้เหวี่ยงกำลังเดินตรงไปยังห้องประชุมในวงแขนกำยำมีร่างอวบเล็กของเด็กชายวัยสิบเดือนหน้าตาน่ารักชื่อกัปตัน เป็นลูกที่เกิดจากท่านรองกับพนักงานในบริษัท รสรินเพิ่งเข้ามาทำงานตำแหน่งเลขานุการให้รณภพได้ราวๆ ครึ่งปี ไม่ทราบเลยว่าคู่นี้มีความเป็นมาเป็นไปยังไงแต่ก็พอจะมองออกว่าเจ้านายของตนเองไม่ได้ชอบแม่ของลูก“ก่อนการประชุมจะเริ่มคุณโทรกลับไปย้ำอีกครั้งนะว่าให้รีบกลับบริษัทด่วนที่สุด ถ้ามาไม่ทันทั้งคุณทั้งเฟื่องลดาถูกผมเฉ่งยกกำลังสองแน่!” เอ่ยด้วยความหัวเสียไม่พอใจในตัวผู้หญิงคนนั้นที่ทิ้งลูกไว้กับเขาในช่วงวันเวลาเร่งด่วนเช่นนี้ หล่อนอ้างว่าจำเป็นต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน ทั้งที
“ทุกข้อความ ทุกตัวอักษร ท่านเจ้าสัวแน่ใจแล้วเหรอครับว่าจะเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามนี้…”ทนายปกรณ์ค่อนข้างตกใจ เอ่ยถามย้ำแม้จะมีเขียนข้อความกำกับไว้ว่าเจ้าของพินัยกรรมเขียนโดยมีสติสมบูรณ์ครบถ้วน ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองที่ท่านวิทยาเรียกตนเองเข้ามาพบถึงบ้านและจัดการเรื่องนี้ ในความเป็นจริงท่านไม่จำเป็นต้องทำเลยก็ได้เพราะมีผู้สืบทอดมรดกเพียงคนเดียวทว่าช่วงหนึ่งถึงสองเดือนมานี้มีเรื่องมากมายประเดประดังเข้ามา และท่านพบว่าตนเองได้กลายเป็นคุณปู่ของเด็กชายตัวน้อยไปแล้ว ไม่รู้ว่าท่านกลัวหลานชายจะถูกพ่อแท้ๆ ขับไล่หรือเปล่าทำไมถึงลงทุนทำพินัยกรรมฉบับใหม่ขึ้นมา“ช่วยจัดการให้ทีนะ นี่คงเป็นการเขียนพินัยกรรมครั้งสุดท้ายของฉันแล้ว” อากาศในห้องทำงานมืดสลัวมีน้อยมาก ท่านวิทยาพยายามนั่งนิ่งๆ เพื่อจะใช้แรงให้น้อยที่สุด“อย่าพูดอะไรเป็นลางอย่างนั้นสิครับ ท่านเจ้าสัวเพิ่งจะหกสิบกว่าๆ ยังสุขภาพแข็งแรงดีทุกประการ แต่ที่กังวลผมเกรงว่าถ้าคุณภพรู้เข้าเธออาจจะไม่พอใจได้นะครับ แม้ท่านจะไม่ได้ระบุว่ายกของมีค่าอะไรให้บ้างแต่ทุกข้อความระบุชัดเจนว่า…”“ว่าอะไรก็ทำไปตามนั้นแหละ …เจ้าภพมันยังอ่อนหัดนัก”ท้ายประโยคเสีย
รถกระบะคันกลางเก่ากลางใหม่ขับผ่านประตูรั้วเหล็กใหญ่มหึมาเข้ามาภายในอาณาเขตคฤหาสน์ราคาหลักร้อยล้าน เบื้องหน้าเห็นลานน้ำพุขนาดใหญ่เป็นปราการด่านแรกให้มองก่อนภาพความงดงามของสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่สไตล์ยุโรป สองข้างฝั่งของถนนขนานข้างด้วยสวนหย่อมประดับพันธุ์ไม้แปลกตาหลายชนิด“บ้านใหญ่โตยิ่งกว่าวัง โรงจอดรถหรือเต็นท์รถมือสองวะนั่นทำไมถึงมีรถหลายคันขนาดนั้น บ้านเอ็งใช่ไหม เจ้าของบ้านเขาซื้อมาขายหรือมาขับเล่นเหรอนังหนู”“บ้านเจ้านายค่ะ คุณลุงขับเข้าไปจอดหน้าคนนั้นเลยค่ะ”ชี้ปลายนิ้วไปทางด้านหน้าในตำแหน่งยืนของสาวใช้คนหนึ่ง คาดว่าคุณแขไขหรือไม่ก็คุณวิทยาคงจะบอกคนในบ้านแล้วว่าจะมี กาฝาก มาขออาศัยอยู่ชั่วคราว เฟื่องลดาหวาดกลัวการเข้ามาอาศัยบ้านคนอื่นแต่เพราะความรักและคิดถึงลูกแทบขาดใจทำให้หล่อนตัดสินใจยอมแลกทุกอย่าง บากหน้าไปขอร้องท่านทั้งสองให้อนุญาตตนเองเข้ามาเยี่ยมลูกหรือพาลูกกลับไปนอนด้วยบ้าง ไม่ใช่ตัดรอนทุกอย่างไม่ยอมแม้กระทั่งให้ตนเองมาเจอหน้าลูกเหมือนอย่างที่รณภพทำ ถือเป็นความโชคดีของเฟื่องลดาที่ท่านเจ้าสัววิทยาเห็นใจและตระหนักได้ถึงความลำบากทางจิตใจที่หล่อนต้องเผชิญเกือบหนึ่งเดือน ตั้งหนึ่งเ







