แชร์

บทที่ 1/5 เมียกาฝาก

ผู้เขียน: คณานางค์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-03 02:50:14

“แล้วยังไง ปริญญาตรีกับปริญญาโทไม่เห็นจะเหมือนกันเลย ลองเรียนก่อนเถอะแล้วจะรู้” คนที่จบปริญญาโทมาสองใบทั้งจากในประเทศไทยและประเทศอังกฤษพูดทับถมขึ้นมา ตวัดสายตาไปทางโต๊ะกินข้าวสั่งสาวใช้ส่วนตัวให้รีบไปจัดแจงโต๊ะอาหารหาน้ำหาอะไรมาเตรียมไว้รอเขาหิวท้องกิ่วไส้จะขาดอยู่แล้ว

คุณรสสั่งอาหารโปรดหลายอย่างมาให้จากร้านอาหารไทยของเพื่อนเขาเช่นเดิม โดยปกติรณภพจะติดนิสัยอุดหนุนเพื่อนฝูงแบบนี้เสมอ ถ้าหากต้องการจะซื้ออะไรจะคิดก่อนเลยว่ามีเพื่อนทำธุรกิจจำพวกนั้นไหม เขานั่งลงบนเก้าอี้จับช้อนส้อมขึ้นมาเตรียมกินก่อนจะนึกขึ้นได้จึงปรายสายตาไปมอง

“กินอะไรมาหรือยัง ไหนบอกว่ารีบสมัครรีบกลับกลัวมาไม่ทันรับลูกไง”

เฟื่องลดาละสายตาจากลูกกลับมามอง “อ๋อ เฟื่องยังไม่หิวค่ะคุณภพกินก่อนเลย”

“จะใช้มุกไม่หิวไปอีกนานแค่ไหนแม่คุณ อยู่บ้านก็บอกไม่หิวๆ รอเจ้าของบ้านกินอิ่มค่อยเข้ามากินข้าวก้นหม้อพร้อมกับคนใช้ตลอด แต่ก็ดีนะ เจียมตัวเองดี ฉันไม่ค่อยชอบพวกตีตัวเสมอเจ้านาย”

“ค่ะ” แม้จะเจ็บแต่เฟื่องลดาก็พยายามไม่ใส่ใจคำพูดเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของรณภพ มือเล็กจับขวดนมว่างเปล่าออกจากปากลูก ใช้ผ้าเล็กๆ คอยปัดให้กลัวจะมียุงหรือแมลงตัวเล็กๆ บินเข้ามากัดลูก

ร้านหนังสือบรรยากาศร่มรื่นใกล้ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มีโซนให้เลือกซื้อหนังสือและนั่งดื่มกาแฟ รณภพอนุญาตให้เฟื่องลดาเข้าไปเลือกซื้อหนังสือได้ตามใจส่วนเขาอุ้มลูกให้หัดเดินเล่นอยู่โซนร้านกาแฟ ช่วงเย็นๆ แบบนี้เด็กนักเรียนนักศึกษาหลายคนแวะมาเดินเล่นในร้านร่วมกับการดื่มชากาแฟ

รณภพเป็นผู้ชายรูปร่างหน้าตาดีเปล่งประกายออร่าความรวยออกมาทะลุเสื้อผ้า สาวคนไหนเดินผ่านก็ต่างเหลียวมองตามข้างหลังแอบส่งปลายนิ้วไปสะกิดเพื่อนในกลุ่มให้ลองมองไปทางด้านนั้น แต่หลายคนก็ต้องอกเดาะเพราะหนุ่มหน้าตาดีมีลูกแล้ว อุ้มไม่วางมือ คอยประคบประหงมตักข้าวตักขนมให้กิน

ขณะรอรณภพวางลูกลงให้จับขอบเก้าอี้เดินเล่นในโซนที่จำกัดไว้ ซึ่งโซนดังกล่าวก็คือตำแหน่งที่เท้าเขายกขึ้นกั้นไว้แล้วนั่นเอง ตาหนูมีความสุขในการหัดเดินและหันหน้าไปจ๊ะเอ๋กับพี่สาวโต๊ะข้างๆ

รณภพกำลังเล่นมือถือพลางส่งยิ้มไปให้น้องๆ กลุ่มนั้น เขากำลังแปลกใจที่ได้รับข้อความไลน์จากเมรีญา

เขากับหล่อนไม่ได้ติดต่อกันมากกว่าสองปี แปลกใจที่วันนี้เมรีญาส่งข้อความมาบอกอีกไม่กี่เดือนก็จะกลับไทยแล้ว ส่งมาเพื่อ?

“คุณภพ เฟื่องเลือกหนังสือเสร็จแล้วค่ะอยู่ในตะกร้ารอจ่ายเงินด้านใน”

“เหรอ เอาไปจ่ายเองก็แล้วกันฉันจะนั่งรอตรงนี้”

เก็บโทรศัพท์และหยิบแบงค์พันในกระเป๋ามาส่งให้จำนวนหลายใบทว่าเฟื่องลดากลับหยิบในมือเขาไปแค่พันเดียวเท่านั้น รณภพหัวเสียเก็บกลับที่เดิมก่อนจะอุ้มหมูน้อยหน้าพิมพ์เดียวกับเขาตามหล่อนเข้าไปในร้านหนังสือตำแหน่งแคชเชียร์เพื่อดูว่าซื้ออะไรมาบ้าง

“เลือกมากี่เล่ม ขี้เกียจอ่านหรือยังไงทำไมถึงหมดเงินน้อยขนาดนี้!”

“เปล่าค่ะ ไม่ได้ขี้เกียจอ่าน แต่เฟื่องเลือกซื้อมือสองราคาก็เลยถูกลงมาก”

“ตามใจ!” เขามองหน้ายัยแม่ของลูกขี้งกก่อนจะมองน้องพนักงานที่เรียกเก็บเงิน “ถือกลับมาเองก็แล้วกัน ฉันจะพาลูกไปนั่งรอบนรถ” ดึงสายตากลับมามองลูกก่อนหนุ่มหล่อจะเดินออกลานจอดรถ หัวเสียไม่หายไม่เข้าใจเลยว่าทั้งที่เขาก็มีความสามารถในการจ่ายแต่ทำไมถึงต้องเลือกซื้อหนังสือมือสองด้วย เงินรายเดือนค่าเลี้ยงลูกก็ใช่ว่าเขาใจร้ายไม่ให้สักบาท ให้ไปแล้วแต่หล่อนก็ไม่เคยเอาไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ใส่ อยู่บ้านแต่ละครั้งเสื้อผ้าใส่ชุดเดิมเขาแทบจะจำได้ ส่วนชุดทำงานก็มีไม่ถึงสิบมั้งจำได้ขึ้นใจจนรำคาญไปหมด

เหมาะสมแล้วที่เขารับแค่ลูกไม่ได้รับหล่อนมาเป็นเมีย เพราะเมียที่แต่งหน้าแต่งตัวสวยๆ ไม่เป็น ผัวที่ไหนก็ต้องอับอายขายขี้หน้ากันทั้งนั้น ไม่กล้าควงออกงาน ควงไปก็ได้อายชาวบ้านกันเปล่าๆ

รณภพเล่นกับลูกบีบแก้มตุ้ยนุ้ยรอเฟื่องลดาเข้ามารับลูกไปนั่งตัก “ฉันจะแวะส่งที่บ้านแล้วจะไปกินข้าวเย็นกับเพื่อน คืนนี้ฉันไม่กลับมานอนบ้านไม่ต้องอยู่รอพาลูกเข้านอนได้เลย”

“เข้าใจค่ะ” มือคู่นั้นเกิดสั่นขึ้นมาแม้ว่ามันจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่เฟื่องลดาก็รู้สึกเจ็บแปลบๆ ภายในใจทุกครั้งที่รู้ว่าเขากำลังจะไปทำอะไรกับใครในค่ำคืนนี้ เฟื่องลดาไม่มีสิทธิ์ไปห้ามหรือไปขอร้องให้เขาไม่ไปไหนเพราะเขากับหล่อนไม่ได้เป็นอะไรกันไปมากกว่า ‘พ่อกับแม่’ แค่ทำหน้าที่นี้ร่วมกันแปรเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้

คืนนั้นอีกด้านหนึ่งของเมืองหลวงหลังจากแยกกับเพื่อนสนิท รณภพหิ้วสาวที่เพิ่งทำความรู้จักกันไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงมาต่อที่โรงแรมสุดหรูแห่งหนึ่งย่านรัชดา เล้าโลมกันสนุกสุดเหวี่ยงแต่ไม่หลงลืมการป้องกันตัวทั้งจากโรคร้ายและจากการตั้งครรภ์ไม่พร้อม เขาเซฟตัวเองดีเสมอ ยกเว้นคืนที่มีอะไรกับเฟื่องลดาคืนนั้นเขาจำอะไรไม่ได้เลยเมาหนักจนภาพตัดไปตื่นขึ้นมาอีกทียังจำไม่ได้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

เพลิงสวาทจบลงสาวคนนั้นกำลังจะเคลิ้มหลับทว่าต้องตื่นเมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากเจ้าของร่างกายกำยำ ร่างนั้นมอบความสุขดิบเถื่อนให้ตัวเองร่วมสองชั่วโมงเป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง สาวนิรนามหน้าตาเริ่มดูไม่ได้เพราะลิปสติกเอย รองพื้นเอย เริ่มจะเปื่อยจากการถูกเหงื่อบ้างแล้ว ไหนจะขนตาปลอมที่หลุดออกมาเกินครึ่งแถบ หล่อนกำลังพยายามยันกายขึ้นนั่งบนเตียงกว้างเปิดเปลือยทรวงอกอวบ

“ทำไมต้องใส่เสื้อผ้าด้วยล่ะคะจะกลับแล้วเหรอ แต่นี่ก็ใกล้เช้าแล้วนะคะ รอกลับพร้อมกันสิ”

“ไม่ล่ะ ฉันจะกลับไปนอนที่บ้าน เธอนอนพักผ่อนให้สบายใจเถอะ”

“นอนคนเดียวก็เหงาสิคะเตียงออกจะกว้างขนาดนี้”

“ปล่อย…” รณภพปรามเสียงเข้ม ไม่ชอบใจที่เจ้าหล่อนลงมาเต้นร่อนยั่วเขา

“ทำไมต้องทำเสียงดุด้วยล่ะคะ เจนแค่อยากให้เรามาสนุกอีกรอบ”

“ขอบคุณมาก แต่วันนี้พอแค่นี้ดีกว่า อยากได้ค่าช็อปปิ้งเท่าไหร่ฉันจะจ่ายให้”

“ค่าช็อปปิ้งอะไรกันคะพูดให้ดีๆ นะ เจนไม่ได้ขายตัว เราถูกใจกันจะมาสานต่อก็ไม่เห็นแปลก แล้วรสรักของคุณก็ถูกใจเจนมากเลย เจนคิดว่า… เราแลกเบอร์กันไว้มาสนุกอีกวันหลังก็ดีนะคะ”

สาวสวยอกไซซ์ใหญ่ยั่วยวนสวมกอดเขาจากทางด้านหลัง รณภพติดกระดุมจนครบทุกเม็ดก่อนจะจับมือหล่อนออก “ครั้งเดียวจบดีกว่านะ ถ้าเมียฉันจับได้เราสองคนถูกสั่งยิงหัวแบะกันพอดี”

“เมีย?” สาวคนนั้นอึ้ง “คุณมีเมียแล้วทำไมถึงไม่บอกฉัน คิดจะหลอกฟันกันฟรีๆ หรือไง!”

“ก็บอกแล้วว่าจะให้ค่าช็อปปิ้งแล้วจบๆ กันไป เอาไป หมื่นหนึ่ง หวังว่าคงพอนะ” ก่อนเจ้าหล่อนจะกระทืบเท้าเอาแต่ใจหนักไปมากกว่านี้รณภพหยิบเงินออกจากกระเป๋าสตางค์มายัดใส่มือให้ และทันทีที่เจ้าหล่อนเห็นเงินจำนวนนั้นก็เปลี่ยนใจเลิกกรีดร้องทันที รณภพยิ้มมุมปากนึกรังเกียจผู้หญิงหิวเงิน

ชายหนุ่มลงลิฟต์มายังลานจอดรถในเวลาย่างตีสามตาเริ่มปรือแล้วแต่อยากกลับไปนอนบ้าน ถนนค่อนข้างโล่งเขาขับรถได้เรื่อยๆ จนกระทั่งเข้ามาถึงประตูรั้วเหล็กขนาดมหึมาของคฤหาสน์ ลุงยามหน้าบ้านหลับอีกเช่นเคยเขากดเปิดรีโมตก่อนจะเลี้ยวรถขับเข้าไปจอดรถเตรียมขึ้นบ้านไปอาบน้ำนอน กายกำยำเดินลัดเลาะโรงจอดซุปเปอร์คาร์จำนวนหลายคันเข้ามาในบ้าน ขึ้นบันไดมาจนกระทั่งเห็นแสงสว่างส่องมาจากห้องนอนของเฟื่องลดา ดึกป่านนี้แล้วทำไมถึงยังไม่นอนอีกหรือว่ายังอ่านหนังสือ

ท่อนขากำยำเปลี่ยนทิศทางเดินมายังห้องนอนเฟื่องลดาหมุนลูกบิดเข้าไปข้างใน มองรอบๆ เห็นว่าไฟกำลังสว่างแต่เจ้าของห้องหลับไปเรียบร้อยบนเตียงของเจ้าหล่อนพร้อมกับกองหนังสือ ข้างเตียงมีเปลนอนของเด็กชายตัวน้อย รณภพยิ้มกว้างเข้าไปดูลูกเป็นลำดับแรกเก็บขวดนมออกจากเปลของแก

“คุณป๋ากลับบ้านแล้วนะลูก ไม่ได้ไปเถรไถลไหนเลย ฝันดีนะครับ” แก้มป่องมากลูกชายเขา รณภพอยากจับลูกขึ้นมาหอมแก้มแต่กลัวแกจะตื่นจึงเปลี่ยนทิศทางไปยังเตียงกว้าง ดึงหนังสือออกจากมือเฟื่องลดามาดูว่าหล่อนเริ่มอ่านเรื่องไหน เขาเองก็เรียนจบสายบริหารมาจึงมองแวบเดียวก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ที่จริงถ้าเขาสอนให้หล่อนคงไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือเล่มใหญ่ขนาดนี้หรอก เผอิญว่าเขาไม่ได้ใจดีขนาดนั้น

ใบหน้าของเฟื่องลดาไม่เชิงว่าสวยหรือน่ารักมาก ออกจะเรียบเฉยธรรมดา ดวงตาคู่นี้โศกเศร้า จมูกโด่งรั้น รูปหน้ากลมมีคางเล็กน้อย ไม่เรียวยาวพิมพ์นิยมเหมือนสาวๆ ในยุคปัจจุบันที่ชอบศัลยกรรม

เขาลดระดับใบหน้าลงมองหล่อนให้ใกล้มากขึ้นอยากมองหาริ้วรอย สิว หรือกระว่ามีบ้างหรือเปล่า ทว่าจู่ๆ เสียงของไอ้รันที่เพิ่งพูดในคืนนี้ก็ดังขึ้นมาในโสตประสาท

‘ออกล่าเหยื่อเหมือนสมัยตัวเปล่าเล่าเปลือยอยู่ได้ ลูกก็มีแล้ว แถมแม่ของลูกยังนอนอยู่ใต้จมูก ทำไมไม่จัดแม่ของลูกวะจะมาหาเศษหาเลยนอกบ้านให้เปลืองตัวทำไม’

“มึงไม่รู้อะไรก็พูดได้สิไอ้รัน ขืนกูทำซ้ำสองคราวนี้แม่คนนี้ได้จับกูไม่ปล่อยแน่” รณภพยกมุมปากขึ้นยิ้มเย้ยดูแคลนในตัวเฟื่องลดา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นักธุรกิจพ่อลูกอ่อน   บทที่ 2/1 ผู้ชายใจร้าย

    “ช่างเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่อากาศบริสุทธิ์สดใสชะมัดเลย สาวๆ ก็แจ่ม แต่กูว่าพักนี้เราเจอกันบ่อยไปนะ เพิ่งเมาด้วยกันคืนวันศุกร์ เผลอแป๊บๆ วันอาทิตย์มึงชวนกูมาออกกำลังกายตอนเช้าอีกแล้ว”“บ่นเยอะน่า นอกจากกูแล้วยังจะมีใครคบกับมึงอีกเหรอก็ไม่เห็นจะมี”“ปากหมานะมึงเนี่ย เห็นกูแบบนี้แต่เพื่อนเยอะกว่ามึงนะครับ อย่ามาแหยม”“ทำไมต้องแหยม บ้านมึงอยู่จังหวัดยโสธรหรือไง”“โอ้โห มุกนี้มึงไม่ควรเล่นนะเพื่อน” ศรันย์หัวเราะก่อนจะว่ายน้ำอีกรอบกลับมาสะบัดผมที่เดิมเพื่อมองไอ้คนที่โทรมาปลุกเขาแต่เช้าให้ลากสังขารมาสระว่ายน้ำของโรงแรม เพื่อที่มันจะนอนชิลล์อยู่ริมสระปล่อยให้เขาลงมาว่ายน้ำคนเดียว เช้าขนาดนี้อากาศเย็นมากด้วยแหนมน้อยของเขาหดหมดแล้วมั้ง“เออภพ แล้วนี่พ่อกับแม่มึงกลับจากยุโรปหรือยัง ไม่ได้ยินข่าวเลย”“ยัง โทรคุยเมื่อวานบอกจะอยู่ต่ออีกสักสัปดาห์ เพิ่งทำงานที่สโมสรฟุตบอลเสร็จ จะแวะไปเยี่ยมป้าที่ปารีสแล้วค่อยบินกลับไทย ท่านไปพักผ่อนกับฮันนีมูนด้วย ฮันนีมูนรอบที่ร้อยแล้วพ่อแม่กู หวานจนกูอิจฉาอยากจะมีครอบครัวดีๆ บ้าง”“ลูกมึงก็น่ารัก ยังจะว่าตัวเองครอบครัวไม่ดีอีกนะมึง”“ไอ้เชี่ย กูหมายถึงครอบครัวที่มีพ

  • นักธุรกิจพ่อลูกอ่อน   บทที่ 1/5 เมียกาฝาก

    “แล้วยังไง ปริญญาตรีกับปริญญาโทไม่เห็นจะเหมือนกันเลย ลองเรียนก่อนเถอะแล้วจะรู้” คนที่จบปริญญาโทมาสองใบทั้งจากในประเทศไทยและประเทศอังกฤษพูดทับถมขึ้นมา ตวัดสายตาไปทางโต๊ะกินข้าวสั่งสาวใช้ส่วนตัวให้รีบไปจัดแจงโต๊ะอาหารหาน้ำหาอะไรมาเตรียมไว้รอเขาหิวท้องกิ่วไส้จะขาดอยู่แล้วคุณรสสั่งอาหารโปรดหลายอย่างมาให้จากร้านอาหารไทยของเพื่อนเขาเช่นเดิม โดยปกติรณภพจะติดนิสัยอุดหนุนเพื่อนฝูงแบบนี้เสมอ ถ้าหากต้องการจะซื้ออะไรจะคิดก่อนเลยว่ามีเพื่อนทำธุรกิจจำพวกนั้นไหม เขานั่งลงบนเก้าอี้จับช้อนส้อมขึ้นมาเตรียมกินก่อนจะนึกขึ้นได้จึงปรายสายตาไปมอง“กินอะไรมาหรือยัง ไหนบอกว่ารีบสมัครรีบกลับกลัวมาไม่ทันรับลูกไง”เฟื่องลดาละสายตาจากลูกกลับมามอง “อ๋อ เฟื่องยังไม่หิวค่ะคุณภพกินก่อนเลย”“จะใช้มุกไม่หิวไปอีกนานแค่ไหนแม่คุณ อยู่บ้านก็บอกไม่หิวๆ รอเจ้าของบ้านกินอิ่มค่อยเข้ามากินข้าวก้นหม้อพร้อมกับคนใช้ตลอด แต่ก็ดีนะ เจียมตัวเองดี ฉันไม่ค่อยชอบพวกตีตัวเสมอเจ้านาย”“ค่ะ” แม้จะเจ็บแต่เฟื่องลดาก็พยายามไม่ใส่ใจคำพูดเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของรณภพ มือเล็กจับขวดนมว่างเปล่าออกจากปากลูก ใช้ผ้าเล็กๆ คอยปัดให้กลัวจะมียุงหรือแมลงตัวเ

  • นักธุรกิจพ่อลูกอ่อน   บทที่ 1/4 เมียกาฝาก

    บรรยากาศในห้องประชุมเย็นขึ้นมากอันเนื่องมาจากรัศมีความเกลียดชังที่สองหนุ่มคอยส่งให้กัน รณภพคอยควบคุมสถานการณ์ในห้องประชุมพลางฟังลูกน้องใต้สายการบังคับบัญชารายงานผลการดำเนินงานภายในบริษัท โครงการที่จบลงไปแล้วทำกำไรได้เท่าไหร่ และโครงการที่กำลังจะเริ่มมีอะไรบ้าง การประชุมในวันนี้ยังรวมไปถึงเรื่องความมั่นคงทางการเงินของบริษัทที่มีมูลค่าเพิ่มจากปีที่แล้วหลายหมื่นล้าน รณภพมือหนึ่งก็จับลูกให้นั่งนิ่งๆ ส่วนสายตาเขาคอยส่งไปให้ไอ้ฐานัสกับเลขาหนุ่มคู่ขาของมัน ท้าทายมันทางสายตาว่ามีปัญญาทำธุรกิจให้ได้กำไรมหาศาลเหมือนอย่างที่เขากับเจ้าสัววิทยาผู้เป็นพ่อได้หรือเปล่า คนขี้แพ้อย่างมันธุรกิจเดียวที่ทำแล้วไปรุ่งก็คงจะมีแต่บ่อนการพนันแถบชายแดน! “และทั้งหมดนี้ก็คือเนื้อหาของการประชุมในวันนี้ ขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่เสียสละเวลามาฟังผลการดำเนินงาน หลังจากนี้จะเปิดให้ตั้งคำถามทุกเรื่องที่ทุกท่านสงสัยนะครับ ผมจะเป็นคนตอบเอง เชิญครับคุณอากิตติ” หนุ่มหล่อนั่งบนแท่นประธานบริษัทผายมือเชิญนักลงทุนท่านแรกที่ยกมือขึ้น“อาสงสัยเรื่องโปรเจ็คร่วมทุนระหว่างบริษัทไทยออลสตาร์ของท่านภูธเนศ เคยได้ยินท่านเจ้าสัวเคยเกริ่

  • นักธุรกิจพ่อลูกอ่อน   บทที่ 1/3 เมียกาฝาก

    หลายเดือนต่อมา“เฟื่องลดาหายไปไหน ผมสั่งคุณให้โทรตามเธอเป็นชาติแล้วทำไมถึงยังไม่มาสักที อีกสิบนาทีผมต้องเข้าประชุมแล้วลูกจะอยู่กับใคร เป็นแม่ประสาอะไรเรื่องแค่นี้ทำไมต้องให้บอกให้สอน!”“เอ่อ… ใจเย็นๆ ก่อนนะคะคุณภพ คุณเฟื่องเธอยังทำธุระของเธอไม่เสร็จเลยค่ะ ถ้าจัดการเรื่องทางนั้นเสร็จเรียบร้อยเธอบอกจะติดต่อกับมาหารสค่ะ” เลขาสาวตอบคำถามเจ้านายขาวีนขณะจ้ำฝีเท้าเดินตามหลังเขาให้เร็วมากขึ้น ท่านรองประธานหนุ่มสุดหล่อทว่าติดนิสัยขี้เหวี่ยงกำลังเดินตรงไปยังห้องประชุมในวงแขนกำยำมีร่างอวบเล็กของเด็กชายวัยสิบเดือนหน้าตาน่ารักชื่อกัปตัน เป็นลูกที่เกิดจากท่านรองกับพนักงานในบริษัท รสรินเพิ่งเข้ามาทำงานตำแหน่งเลขานุการให้รณภพได้ราวๆ ครึ่งปี ไม่ทราบเลยว่าคู่นี้มีความเป็นมาเป็นไปยังไงแต่ก็พอจะมองออกว่าเจ้านายของตนเองไม่ได้ชอบแม่ของลูก“ก่อนการประชุมจะเริ่มคุณโทรกลับไปย้ำอีกครั้งนะว่าให้รีบกลับบริษัทด่วนที่สุด ถ้ามาไม่ทันทั้งคุณทั้งเฟื่องลดาถูกผมเฉ่งยกกำลังสองแน่!” เอ่ยด้วยความหัวเสียไม่พอใจในตัวผู้หญิงคนนั้นที่ทิ้งลูกไว้กับเขาในช่วงวันเวลาเร่งด่วนเช่นนี้ หล่อนอ้างว่าจำเป็นต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน ทั้งที

  • นักธุรกิจพ่อลูกอ่อน   บทที่ 1/ 2 เมียกาฝาก

    “ทุกข้อความ ทุกตัวอักษร ท่านเจ้าสัวแน่ใจแล้วเหรอครับว่าจะเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามนี้…”ทนายปกรณ์ค่อนข้างตกใจ เอ่ยถามย้ำแม้จะมีเขียนข้อความกำกับไว้ว่าเจ้าของพินัยกรรมเขียนโดยมีสติสมบูรณ์ครบถ้วน ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองที่ท่านวิทยาเรียกตนเองเข้ามาพบถึงบ้านและจัดการเรื่องนี้ ในความเป็นจริงท่านไม่จำเป็นต้องทำเลยก็ได้เพราะมีผู้สืบทอดมรดกเพียงคนเดียวทว่าช่วงหนึ่งถึงสองเดือนมานี้มีเรื่องมากมายประเดประดังเข้ามา และท่านพบว่าตนเองได้กลายเป็นคุณปู่ของเด็กชายตัวน้อยไปแล้ว ไม่รู้ว่าท่านกลัวหลานชายจะถูกพ่อแท้ๆ ขับไล่หรือเปล่าทำไมถึงลงทุนทำพินัยกรรมฉบับใหม่ขึ้นมา“ช่วยจัดการให้ทีนะ นี่คงเป็นการเขียนพินัยกรรมครั้งสุดท้ายของฉันแล้ว” อากาศในห้องทำงานมืดสลัวมีน้อยมาก ท่านวิทยาพยายามนั่งนิ่งๆ เพื่อจะใช้แรงให้น้อยที่สุด“อย่าพูดอะไรเป็นลางอย่างนั้นสิครับ ท่านเจ้าสัวเพิ่งจะหกสิบกว่าๆ ยังสุขภาพแข็งแรงดีทุกประการ แต่ที่กังวลผมเกรงว่าถ้าคุณภพรู้เข้าเธออาจจะไม่พอใจได้นะครับ แม้ท่านจะไม่ได้ระบุว่ายกของมีค่าอะไรให้บ้างแต่ทุกข้อความระบุชัดเจนว่า…”“ว่าอะไรก็ทำไปตามนั้นแหละ …เจ้าภพมันยังอ่อนหัดนัก”ท้ายประโยคเสีย

  • นักธุรกิจพ่อลูกอ่อน   บทที่ 1/ 1 เมียกาฝาก

    รถกระบะคันกลางเก่ากลางใหม่ขับผ่านประตูรั้วเหล็กใหญ่มหึมาเข้ามาภายในอาณาเขตคฤหาสน์ราคาหลักร้อยล้าน เบื้องหน้าเห็นลานน้ำพุขนาดใหญ่เป็นปราการด่านแรกให้มองก่อนภาพความงดงามของสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่สไตล์ยุโรป สองข้างฝั่งของถนนขนานข้างด้วยสวนหย่อมประดับพันธุ์ไม้แปลกตาหลายชนิด“บ้านใหญ่โตยิ่งกว่าวัง โรงจอดรถหรือเต็นท์รถมือสองวะนั่นทำไมถึงมีรถหลายคันขนาดนั้น บ้านเอ็งใช่ไหม เจ้าของบ้านเขาซื้อมาขายหรือมาขับเล่นเหรอนังหนู”“บ้านเจ้านายค่ะ คุณลุงขับเข้าไปจอดหน้าคนนั้นเลยค่ะ”ชี้ปลายนิ้วไปทางด้านหน้าในตำแหน่งยืนของสาวใช้คนหนึ่ง คาดว่าคุณแขไขหรือไม่ก็คุณวิทยาคงจะบอกคนในบ้านแล้วว่าจะมี กาฝาก มาขออาศัยอยู่ชั่วคราว เฟื่องลดาหวาดกลัวการเข้ามาอาศัยบ้านคนอื่นแต่เพราะความรักและคิดถึงลูกแทบขาดใจทำให้หล่อนตัดสินใจยอมแลกทุกอย่าง บากหน้าไปขอร้องท่านทั้งสองให้อนุญาตตนเองเข้ามาเยี่ยมลูกหรือพาลูกกลับไปนอนด้วยบ้าง ไม่ใช่ตัดรอนทุกอย่างไม่ยอมแม้กระทั่งให้ตนเองมาเจอหน้าลูกเหมือนอย่างที่รณภพทำ ถือเป็นความโชคดีของเฟื่องลดาที่ท่านเจ้าสัววิทยาเห็นใจและตระหนักได้ถึงความลำบากทางจิตใจที่หล่อนต้องเผชิญเกือบหนึ่งเดือน ตั้งหนึ่งเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status