LOGIN“แล้วยังไง ปริญญาตรีกับปริญญาโทไม่เห็นจะเหมือนกันเลย ลองเรียนก่อนเถอะแล้วจะรู้” คนที่จบปริญญาโทมาสองใบทั้งจากในประเทศไทยและประเทศอังกฤษพูดทับถมขึ้นมา ตวัดสายตาไปทางโต๊ะกินข้าวสั่งสาวใช้ส่วนตัวให้รีบไปจัดแจงโต๊ะอาหารหาน้ำหาอะไรมาเตรียมไว้รอเขาหิวท้องกิ่วไส้จะขาดอยู่แล้ว
คุณรสสั่งอาหารโปรดหลายอย่างมาให้จากร้านอาหารไทยของเพื่อนเขาเช่นเดิม โดยปกติรณภพจะติดนิสัยอุดหนุนเพื่อนฝูงแบบนี้เสมอ ถ้าหากต้องการจะซื้ออะไรจะคิดก่อนเลยว่ามีเพื่อนทำธุรกิจจำพวกนั้นไหม เขานั่งลงบนเก้าอี้จับช้อนส้อมขึ้นมาเตรียมกินก่อนจะนึกขึ้นได้จึงปรายสายตาไปมอง
“กินอะไรมาหรือยัง ไหนบอกว่ารีบสมัครรีบกลับกลัวมาไม่ทันรับลูกไง”
เฟื่องลดาละสายตาจากลูกกลับมามอง “อ๋อ เฟื่องยังไม่หิวค่ะคุณภพกินก่อนเลย”
“จะใช้มุกไม่หิวไปอีกนานแค่ไหนแม่คุณ อยู่บ้านก็บอกไม่หิวๆ รอเจ้าของบ้านกินอิ่มค่อยเข้ามากินข้าวก้นหม้อพร้อมกับคนใช้ตลอด แต่ก็ดีนะ เจียมตัวเองดี ฉันไม่ค่อยชอบพวกตีตัวเสมอเจ้านาย”
“ค่ะ” แม้จะเจ็บแต่เฟื่องลดาก็พยายามไม่ใส่ใจคำพูดเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของรณภพ มือเล็กจับขวดนมว่างเปล่าออกจากปากลูก ใช้ผ้าเล็กๆ คอยปัดให้กลัวจะมียุงหรือแมลงตัวเล็กๆ บินเข้ามากัดลูก
ร้านหนังสือบรรยากาศร่มรื่นใกล้ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มีโซนให้เลือกซื้อหนังสือและนั่งดื่มกาแฟ รณภพอนุญาตให้เฟื่องลดาเข้าไปเลือกซื้อหนังสือได้ตามใจส่วนเขาอุ้มลูกให้หัดเดินเล่นอยู่โซนร้านกาแฟ ช่วงเย็นๆ แบบนี้เด็กนักเรียนนักศึกษาหลายคนแวะมาเดินเล่นในร้านร่วมกับการดื่มชากาแฟ
รณภพเป็นผู้ชายรูปร่างหน้าตาดีเปล่งประกายออร่าความรวยออกมาทะลุเสื้อผ้า สาวคนไหนเดินผ่านก็ต่างเหลียวมองตามข้างหลังแอบส่งปลายนิ้วไปสะกิดเพื่อนในกลุ่มให้ลองมองไปทางด้านนั้น แต่หลายคนก็ต้องอกเดาะเพราะหนุ่มหน้าตาดีมีลูกแล้ว อุ้มไม่วางมือ คอยประคบประหงมตักข้าวตักขนมให้กิน
ขณะรอรณภพวางลูกลงให้จับขอบเก้าอี้เดินเล่นในโซนที่จำกัดไว้ ซึ่งโซนดังกล่าวก็คือตำแหน่งที่เท้าเขายกขึ้นกั้นไว้แล้วนั่นเอง ตาหนูมีความสุขในการหัดเดินและหันหน้าไปจ๊ะเอ๋กับพี่สาวโต๊ะข้างๆ
รณภพกำลังเล่นมือถือพลางส่งยิ้มไปให้น้องๆ กลุ่มนั้น เขากำลังแปลกใจที่ได้รับข้อความไลน์จากเมรีญา
เขากับหล่อนไม่ได้ติดต่อกันมากกว่าสองปี แปลกใจที่วันนี้เมรีญาส่งข้อความมาบอกอีกไม่กี่เดือนก็จะกลับไทยแล้ว ส่งมาเพื่อ?
“คุณภพ เฟื่องเลือกหนังสือเสร็จแล้วค่ะอยู่ในตะกร้ารอจ่ายเงินด้านใน”
“เหรอ เอาไปจ่ายเองก็แล้วกันฉันจะนั่งรอตรงนี้”
เก็บโทรศัพท์และหยิบแบงค์พันในกระเป๋ามาส่งให้จำนวนหลายใบทว่าเฟื่องลดากลับหยิบในมือเขาไปแค่พันเดียวเท่านั้น รณภพหัวเสียเก็บกลับที่เดิมก่อนจะอุ้มหมูน้อยหน้าพิมพ์เดียวกับเขาตามหล่อนเข้าไปในร้านหนังสือตำแหน่งแคชเชียร์เพื่อดูว่าซื้ออะไรมาบ้าง
“เลือกมากี่เล่ม ขี้เกียจอ่านหรือยังไงทำไมถึงหมดเงินน้อยขนาดนี้!”
“เปล่าค่ะ ไม่ได้ขี้เกียจอ่าน แต่เฟื่องเลือกซื้อมือสองราคาก็เลยถูกลงมาก”
“ตามใจ!” เขามองหน้ายัยแม่ของลูกขี้งกก่อนจะมองน้องพนักงานที่เรียกเก็บเงิน “ถือกลับมาเองก็แล้วกัน ฉันจะพาลูกไปนั่งรอบนรถ” ดึงสายตากลับมามองลูกก่อนหนุ่มหล่อจะเดินออกลานจอดรถ หัวเสียไม่หายไม่เข้าใจเลยว่าทั้งที่เขาก็มีความสามารถในการจ่ายแต่ทำไมถึงต้องเลือกซื้อหนังสือมือสองด้วย เงินรายเดือนค่าเลี้ยงลูกก็ใช่ว่าเขาใจร้ายไม่ให้สักบาท ให้ไปแล้วแต่หล่อนก็ไม่เคยเอาไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ใส่ อยู่บ้านแต่ละครั้งเสื้อผ้าใส่ชุดเดิมเขาแทบจะจำได้ ส่วนชุดทำงานก็มีไม่ถึงสิบมั้งจำได้ขึ้นใจจนรำคาญไปหมด
เหมาะสมแล้วที่เขารับแค่ลูกไม่ได้รับหล่อนมาเป็นเมีย เพราะเมียที่แต่งหน้าแต่งตัวสวยๆ ไม่เป็น ผัวที่ไหนก็ต้องอับอายขายขี้หน้ากันทั้งนั้น ไม่กล้าควงออกงาน ควงไปก็ได้อายชาวบ้านกันเปล่าๆ
รณภพเล่นกับลูกบีบแก้มตุ้ยนุ้ยรอเฟื่องลดาเข้ามารับลูกไปนั่งตัก “ฉันจะแวะส่งที่บ้านแล้วจะไปกินข้าวเย็นกับเพื่อน คืนนี้ฉันไม่กลับมานอนบ้านไม่ต้องอยู่รอพาลูกเข้านอนได้เลย”
“เข้าใจค่ะ” มือคู่นั้นเกิดสั่นขึ้นมาแม้ว่ามันจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่เฟื่องลดาก็รู้สึกเจ็บแปลบๆ ภายในใจทุกครั้งที่รู้ว่าเขากำลังจะไปทำอะไรกับใครในค่ำคืนนี้ เฟื่องลดาไม่มีสิทธิ์ไปห้ามหรือไปขอร้องให้เขาไม่ไปไหนเพราะเขากับหล่อนไม่ได้เป็นอะไรกันไปมากกว่า ‘พ่อกับแม่’ แค่ทำหน้าที่นี้ร่วมกันแปรเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้
คืนนั้นอีกด้านหนึ่งของเมืองหลวงหลังจากแยกกับเพื่อนสนิท รณภพหิ้วสาวที่เพิ่งทำความรู้จักกันไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงมาต่อที่โรงแรมสุดหรูแห่งหนึ่งย่านรัชดา เล้าโลมกันสนุกสุดเหวี่ยงแต่ไม่หลงลืมการป้องกันตัวทั้งจากโรคร้ายและจากการตั้งครรภ์ไม่พร้อม เขาเซฟตัวเองดีเสมอ ยกเว้นคืนที่มีอะไรกับเฟื่องลดาคืนนั้นเขาจำอะไรไม่ได้เลยเมาหนักจนภาพตัดไปตื่นขึ้นมาอีกทียังจำไม่ได้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เพลิงสวาทจบลงสาวคนนั้นกำลังจะเคลิ้มหลับทว่าต้องตื่นเมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากเจ้าของร่างกายกำยำ ร่างนั้นมอบความสุขดิบเถื่อนให้ตัวเองร่วมสองชั่วโมงเป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง สาวนิรนามหน้าตาเริ่มดูไม่ได้เพราะลิปสติกเอย รองพื้นเอย เริ่มจะเปื่อยจากการถูกเหงื่อบ้างแล้ว ไหนจะขนตาปลอมที่หลุดออกมาเกินครึ่งแถบ หล่อนกำลังพยายามยันกายขึ้นนั่งบนเตียงกว้างเปิดเปลือยทรวงอกอวบ
“ทำไมต้องใส่เสื้อผ้าด้วยล่ะคะจะกลับแล้วเหรอ แต่นี่ก็ใกล้เช้าแล้วนะคะ รอกลับพร้อมกันสิ”
“ไม่ล่ะ ฉันจะกลับไปนอนที่บ้าน เธอนอนพักผ่อนให้สบายใจเถอะ”
“นอนคนเดียวก็เหงาสิคะเตียงออกจะกว้างขนาดนี้”
“ปล่อย…” รณภพปรามเสียงเข้ม ไม่ชอบใจที่เจ้าหล่อนลงมาเต้นร่อนยั่วเขา
“ทำไมต้องทำเสียงดุด้วยล่ะคะ เจนแค่อยากให้เรามาสนุกอีกรอบ”
“ขอบคุณมาก แต่วันนี้พอแค่นี้ดีกว่า อยากได้ค่าช็อปปิ้งเท่าไหร่ฉันจะจ่ายให้”
“ค่าช็อปปิ้งอะไรกันคะพูดให้ดีๆ นะ เจนไม่ได้ขายตัว เราถูกใจกันจะมาสานต่อก็ไม่เห็นแปลก แล้วรสรักของคุณก็ถูกใจเจนมากเลย เจนคิดว่า… เราแลกเบอร์กันไว้มาสนุกอีกวันหลังก็ดีนะคะ”
สาวสวยอกไซซ์ใหญ่ยั่วยวนสวมกอดเขาจากทางด้านหลัง รณภพติดกระดุมจนครบทุกเม็ดก่อนจะจับมือหล่อนออก “ครั้งเดียวจบดีกว่านะ ถ้าเมียฉันจับได้เราสองคนถูกสั่งยิงหัวแบะกันพอดี”
“เมีย?” สาวคนนั้นอึ้ง “คุณมีเมียแล้วทำไมถึงไม่บอกฉัน คิดจะหลอกฟันกันฟรีๆ หรือไง!”
“ก็บอกแล้วว่าจะให้ค่าช็อปปิ้งแล้วจบๆ กันไป เอาไป หมื่นหนึ่ง หวังว่าคงพอนะ” ก่อนเจ้าหล่อนจะกระทืบเท้าเอาแต่ใจหนักไปมากกว่านี้รณภพหยิบเงินออกจากกระเป๋าสตางค์มายัดใส่มือให้ และทันทีที่เจ้าหล่อนเห็นเงินจำนวนนั้นก็เปลี่ยนใจเลิกกรีดร้องทันที รณภพยิ้มมุมปากนึกรังเกียจผู้หญิงหิวเงิน
ชายหนุ่มลงลิฟต์มายังลานจอดรถในเวลาย่างตีสามตาเริ่มปรือแล้วแต่อยากกลับไปนอนบ้าน ถนนค่อนข้างโล่งเขาขับรถได้เรื่อยๆ จนกระทั่งเข้ามาถึงประตูรั้วเหล็กขนาดมหึมาของคฤหาสน์ ลุงยามหน้าบ้านหลับอีกเช่นเคยเขากดเปิดรีโมตก่อนจะเลี้ยวรถขับเข้าไปจอดรถเตรียมขึ้นบ้านไปอาบน้ำนอน กายกำยำเดินลัดเลาะโรงจอดซุปเปอร์คาร์จำนวนหลายคันเข้ามาในบ้าน ขึ้นบันไดมาจนกระทั่งเห็นแสงสว่างส่องมาจากห้องนอนของเฟื่องลดา ดึกป่านนี้แล้วทำไมถึงยังไม่นอนอีกหรือว่ายังอ่านหนังสือ
ท่อนขากำยำเปลี่ยนทิศทางเดินมายังห้องนอนเฟื่องลดาหมุนลูกบิดเข้าไปข้างใน มองรอบๆ เห็นว่าไฟกำลังสว่างแต่เจ้าของห้องหลับไปเรียบร้อยบนเตียงของเจ้าหล่อนพร้อมกับกองหนังสือ ข้างเตียงมีเปลนอนของเด็กชายตัวน้อย รณภพยิ้มกว้างเข้าไปดูลูกเป็นลำดับแรกเก็บขวดนมออกจากเปลของแก
“คุณป๋ากลับบ้านแล้วนะลูก ไม่ได้ไปเถรไถลไหนเลย ฝันดีนะครับ” แก้มป่องมากลูกชายเขา รณภพอยากจับลูกขึ้นมาหอมแก้มแต่กลัวแกจะตื่นจึงเปลี่ยนทิศทางไปยังเตียงกว้าง ดึงหนังสือออกจากมือเฟื่องลดามาดูว่าหล่อนเริ่มอ่านเรื่องไหน เขาเองก็เรียนจบสายบริหารมาจึงมองแวบเดียวก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ที่จริงถ้าเขาสอนให้หล่อนคงไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือเล่มใหญ่ขนาดนี้หรอก เผอิญว่าเขาไม่ได้ใจดีขนาดนั้น
ใบหน้าของเฟื่องลดาไม่เชิงว่าสวยหรือน่ารักมาก ออกจะเรียบเฉยธรรมดา ดวงตาคู่นี้โศกเศร้า จมูกโด่งรั้น รูปหน้ากลมมีคางเล็กน้อย ไม่เรียวยาวพิมพ์นิยมเหมือนสาวๆ ในยุคปัจจุบันที่ชอบศัลยกรรม
เขาลดระดับใบหน้าลงมองหล่อนให้ใกล้มากขึ้นอยากมองหาริ้วรอย สิว หรือกระว่ามีบ้างหรือเปล่า ทว่าจู่ๆ เสียงของไอ้รันที่เพิ่งพูดในคืนนี้ก็ดังขึ้นมาในโสตประสาท
‘ออกล่าเหยื่อเหมือนสมัยตัวเปล่าเล่าเปลือยอยู่ได้ ลูกก็มีแล้ว แถมแม่ของลูกยังนอนอยู่ใต้จมูก ทำไมไม่จัดแม่ของลูกวะจะมาหาเศษหาเลยนอกบ้านให้เปลืองตัวทำไม’
“มึงไม่รู้อะไรก็พูดได้สิไอ้รัน ขืนกูทำซ้ำสองคราวนี้แม่คนนี้ได้จับกูไม่ปล่อยแน่” รณภพยกมุมปากขึ้นยิ้มเย้ยดูแคลนในตัวเฟื่องลดา
4ใกล้จะถึงกำหนดคลอดลูกคนที่สองแล้ว รณภพตื่นเต้นมากกว่าภรรยาเสียอีก จัดเตรียมกระเป๋าไว้ตั้งแต่อายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่แปด เป็นกังวลว่าถ้าหากภรรยาคลอดก่อนกำหนดหรือรีบมากๆ จะลืมของสำคัญ เขาจัดไปหมดแม้กระทั่งตุ๊กตายังเอาไปด้วย ตั้งใจจะวางไว้ข้างหมอนให้ภรรยาได้เห็นว่ามีหมีน้อยๆ คอยให้กำลังใจ เขากลัวหล่อนจะมีภาพคลอดลูกคนแรกติดตาจึงดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดี จัดหาห้องพักที่ดีที่สุด หมอที่เก่งที่สุด และการดูแลในระดับดีเยี่ยม ยอมทุ่มเทจ่ายค่าคลอดลูกรวมกันหลายล้านญาติๆ ต่างทยอยมาเยี่ยมตั้งแต่อยู่บ้าน เขาให้คนขับรถไปรับแม่ฟ้ากับน้องฟางที่อยุธยามาให้กำลังใจเฟื่องลดาด้วยอายุครรภ์ของเฟื่องลดามากกว่าเก้าเดือน แต่ลูกชายตัวน้อยยังไม่มีวี่แววจะอยากออกมาดูโลกภายนอก คุณหมอจึงแนะนำให้ผ่าคลอด มันฟังดูน่ากลัวมากสำหรับผู้ชายทั้งแท่งอย่างเขา“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะเข้าไปในห้องคลอดด้วย” รณภพลากเก้าอี้เข้ามานั่งเฝ้าเตียง บางครั้งก็กลัวบางครั้งก็ตื่นเต้น ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอเก็บบรรยากาศห้องพักฟื้นไว้และนับเวลารอเจอน้องกราฟเขาตั้งชื่อลูกชายคนที่สองว่า ‘กราฟิก’ ไม่มีความหมายอะไรพิเศษ แค่อยากให้คล้องจองกับพี่กัปตันจึงเล
3 “กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ ฮาไฮ ฮาไฮ!” ทีมเชียร์รัวกลองสนามหญ้าเทียมโซนบีมีสาวๆ หยุดมองมากเป็นพิเศษเพราะนักเตะในสนามล้วนมีหน้าตาเกรดเอ หล่อเหมือนดารากันทุกคนแถมกล้ามยังแน่น วิ่งไล่บอลเหมือนม้าสู้ศึกแรงดีไม่มีตก เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างรณภพกับผองเพื่อนและหนุ่มๆ สถาปนิกจากบริษัทไทยออลสตาร์ นำทีมโดยคุณพ่อลูกหนึ่งอย่าง ภูดิศ หรือพี่หมอกพักหลังร่วมธุรกิจกันหลายอย่าง สนิทกันเหมือนญาติพี่น้อง ทว่ารณภพอยากทำอะไรที่มันมากกว่านั้น ก็เลยไปท้าพี่เขาแข่งบอล ถ้าเขาแพ้จะขอถอนตัวแล้วเลิกตื๊อพี่หมอกอีกตลอดชีวิตแต่ถ้าชนะ พี่หมอกต้องทำโปรเจ็คร่วมกันกับบริษัทเขาพี่หมอกรับคำท้าเพราะเป็นนักบอลเก่าและชอบออกกำลังกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แท็กทีมเพื่อนฝูงกล้ามโตมาเต็มแน่นสนาม ตัดภาพมาที่ทีมเขาสิ ผู้รักษาประตูเป็นไอ้สารวัตรหมี กองหน้าเป็นไอ้รัน สองคนนี้ทำผลงานได้แย่ที่สุดในทีมเล่นเหมือนถูกบังคับก็บังคับพวกมันจริงๆ นั่นแหละ แต่เขาก็ติดสินบนไปแล้วไม่น่าจะมีปัญหา รณภพวิ่งไล่บอลหอบหายใจถี่กระชั้นกดดันเนื่องจากใกล้หมดเวลาครึ่งแรกแล้ว เขาโมโห ด่ากราดเพื่อนร่วมทีม“ไอ้หมี มึงมีสมาธิหน่อยสิวะ กูให้มึงเฝ้า
2แท็กซี่มาส่งที่สนามบินเชียงใหม่ก่อนถึงเวลาขึ้นเครื่องสองชั่วโมง จึงมีเวลาเดินเล่น กินข้าว ซื้อของฝากกลับกรุงเทพ“คุณภพ ซื้ออะไรมาเยอะแยะขนาดนั้นคะ น้ำหนักจะเกินหรือเปล่า” เฟื่องลดากำลังเหม่อได้ที่มาได้สติตอนที่ลูกวิ่งเข้ามาเกาะขา เอียงใบหน้าไปมองก็เห็นพ่อของลูกถือถุงแคปหมูกับของฝากอื่นๆ พะรุงพะรังมาเต็มมือ เขาอุ้มลูกพาไปซื้อน้ำซื้อขนม ให้หล่อนนั่งรออยู่หน้าเกทขณะรอช่วงบอร์ดดิ้งไทม์กลับกรุงเทพลูกน้อยได้ขนมมาหนึ่งชิ้น กัดกินกรุบๆ ซุกหน้าซบบนหน้าขา เฟื่องลดาต้องอุ้มดึงแกขึ้นมานั่งบนตักช่วยเช็ดคราบเลอะ“ไม่รู้จะซื้ออะไรกลับไปฝากคนที่บ้าน เราน่าจะแวะร้านของฝากก่อนเข้าสนามบินเนอะ จะได้ซื้อใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง”“แค่นี้ก็เยอะแล้วค่ะ” ยื่นมือออกไปจะช่วยถือ“ไม่เป็นไร” เขาปฏิเสธ ย้ายมานั่งลงข้างเฟื่องลดาแล้วมัดปากถุงของฝากรวมกัน อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว เขาต้องถือถุงพวกนี้กับกระเป๋าใบเล็กของตัวเองแล้วก็เมีย ช่วงบ่ายคนพลุกพล่านมาก ยิ่งเวลาใกล้จะเรียกขึ้นเครื่องคนก็ยิ่งเยอะเป็นพิเศษ เก้าอี้ว่างแทบไม่เหลือเลยหลายคนต้องยืนรอ“แหวนไปไหน?” เขาเงียบไปนานมากกว่าจะทักถาม หล
ตอนพิเศษถ้าหากถามว่าความรู้สึกดีๆ ที่เขามีให้เฟื่องลดาเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน เขาคงจะขอเวลานอกสักครึ่งชั่วโมงเพื่อลำดับเหตุการณ์และความรู้สึก ก่อนจะหันไปมองคนถามและตอบว่า ‘ไม่รู้’เขาไม่รู้เลยว่าเริ่มรักหล่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเปิดใจให้ตอนไหน สิ่งเดียวที่เขารู้คือไม่ว่าเขาจะรู้สึกดี รู้สึกแย่ หรือชีวิตประสบพบเจออะไรร้ายแรงมากแค่ไหนมองกลับมาก็จะยังเห็นหล่อนคอยยืนรออยู่ข้างหลัง หล่อนรอคอยเขาอย่างใจจดใจจ่อ คอยส่งกำลังใจมาให้ แม้ว่าสถานะของหล่อนนั้นจะอยู่ในจุดไร้ตัวตนเขามันก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่มองหล่อนไว้ว่าไม่คู่ควร ไม่ต้องการจะให้คุณค่าให้ราคาอะไร แค่อยากเก็บไว้ใช้งานเวลามีความต้องการ รวมไปถึงใช้หล่อนให้ช่วยเลี้ยงลูกชาย คิดแค่นี้ ในหัวสมองของเขาเค้นความคิดชั่วร้ายออกมาได้เท่านี้จริงๆหลายคนอาจมองว่าความรักของเขาเกิดจากความสงสาร ว่าหล่อนป่วย ก็ใช่ เพราะหลังจากเขารู้ความจริงก็พยายามใจดีขึ้นทั้งที่เนื้อแท้ของเขาไม่เคยต้องพูดจาดีกับใครเลยการมีเงินทองมากมายทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงหัวใจของใครได้ ไม่พอใจอะไรก็ใช้เงินใช้อำนาจเข้าสู้ จึงเป็นเหตุให้หน้าที่การงานสะดุดเพราะถูกเกล
บทส่งท้ายฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เมื่อไหร่ที่เมฆหมอกจางไปสายรุ้งก็จะมาทักทาย ชีวิตของเฟื่องลดามีความสุขมากยิ่งขึ้นนับจากวันที่กลับจากเชียงใหม่ รณภพให้ทุกอย่างที่หล่อนต้องการและสบายใจอยากได้ เขาให้เวลา ให้ความรัก ให้ความมั่นใจ จัดงานแต่งแม้จะมีลูกสองคนแล้ว เขาเชิญครอบครัวทั้งทางพ่อและแม่หล่อนมาร่วมงาน จัดหารถรับส่ง ที่พัก แล้วก็คอยดูแลอุปการะครอบครัวพวกท่านให้กินอยู่สบายมากขึ้น ที่สำคัญคือเขายอมจดทะเบียนสมรสโดยไม่กลัวว่าหล่อนจะหลอกเอาสมบัติเขาครึ่งหนึ่ง เขาบอกว่าไม่หวง อยากให้หล่อนสบาย สามีน่ารักแบบนี้หล่อนจะไปไหนได้ รูปพรีเวดดิ้งวางเต็มบ้านเดินไปมุมไหนก็เจอ ครรภ์เฟื่องลดาใหญ่มากอีกเดือนเดียวก็ถึงกำหนดคลอดแล้ว สามีไม่ให้ไปทำงานให้อยู่บ้านทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ กับลูกชาย เขากลัวหล่อนเบื่อก็แนะนำให้กลับไปทำวิดีโอเล็กๆ น้อยลงยูทูบ รีวิวเครื่องสำอาง รีวิวกระเป๋าแบรนด์เนมที่เขาขยันซื้อให้ไม่ขาดคุณแม่แขไขตื่นเต้นไม่แพ้กันกับเขาเตรียมหาของรับขวัญตั้งแต่หลานยังอยู่ในครรภ์รวมไปถึงญาติๆ ของเขาเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างซื้อของฝากมากมายส่งมาให้ที่บ้าน แวะมาเยี่ยม มาถ่ายรูปกับหล่อน ยังไม่ถึงกำหนดคลอดเลยแต่สาม
ในห้องนอนของรีสอร์ตรณภพได้รับกุญแจสำรองจากอาชวินเพื่อไขเข้ามาโดยไม่กวนเฟื่องลดาเพราะตอนนี้ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว นางฟ้าตัวน้อยของเขานอนหลับตามคาด ลูกน้อยก็นอนหลับอยู่ข้างๆ ขวดนมยังวางอยู่ข้างเตียงเย็นหมดแล้วคาดว่าทั้งสองน่าจะเข้านอนได้ราวหนึ่งชั่วโมงรณภพเดินอ้อมมาอุ้มลูกพาไปนอนเตียงสำหรับเด็กให้สบายตัว ก่อนจะกลับมานั่งบนขอบเตียงกว้างโน้มใบหน้าลงจูบหน้าท้อง“พี่กัปตันเข้านอนแล้วนะ มาม๊าก็หลับแล้ว เหลือแค่ป๊ะป๋าอยู่คุยกับหนู ป๊ะป๋าอยากเจอหน้าหนูนะลูกรีบโตไวๆ นะ ป๊ะป๋ารักหนู รักพี่กัปตัน รักมาม๊ามากนะครับ”อุ้งมือใหญ่วางแนบลงบนหน้าท้องที่มีชุดนอนเบาบางขวางกั้น รณภพน้ำตาปริ่มๆ ขอบก้มหน้าลงจูบลูกอีกครั้ง ก่อนจะเคลื่อนกายกำยำขึ้นมานอนกอดเฟื่องลดาฝังใบหน้าลงจูบบนหน้าผากนวลผ่อง‘เฟื่องเสียเลือดเยอะมาก หมอบอกว่าเฟื่องกำลังจะไปจากเราแล้ว แต่เพราะกัปตัน เพราะได้ยินเสียงลูก เฟื่องถึงกลับมามีชีวิต เฟื่องตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าหากเป็นอะไรไปอีกแล้วลูกจะอยู่ยังไง เฟื่องถึงเลือกทิ้งลูกไว้กับเราไงคะ เข้าใจหรือเปล่าว่าเฟื่องอยากให้ลูกอยู่กับคุณภพ…’“ผู้หญิงใจร้าย เจ็บหนักมากขนาดนี้ทำไมถึงไม่ยอมบอกอะไรเล
เขาเกลียดที่สุดคือการเป็นผู้แพ้กับการถูกหักหลัง! รณภพมีปัญหาเรื่องงานหลายอย่าง ราวกับกำลังถูกคนบางกลุ่มกลั่นแกล้ง อย่างเช่นเรื่องล่าสุดที่มีปัญหาก็คือโครงการใหม่แกะกล่องที่ยื่นเข้าที่ประชุมผ่านแล้วขั้นแรกเหลืออนุมัติวงเงินก้อนแรกมาใช้จ่าย เขาเล็งที่ดินแปล
สวยจัง ก่อนออกจากร้านก็ไม่วายชมตัวเองให้มีกำลังใจหล่อนตั้งใจจะกลับโรงแรมทว่าฉุกคิดขึ้นได้ว่าลืมซื้อเครื่องสำอาง ดูเวลาเห็นว่าเพิ่งจะห้าโมงครึ่งจึงรีบเดินไปเซเว่นเฟื่องลดาอารมณ์ดี ฮึมฮัมร้องเพลง มือเล็กหิ้วตะกร้าข้างในมีขนม นม ของกินจุกจิกหลายอย่างแล้วก็เครื่องสําอางราคาปร
‘นี่เธอ! เธอนั่นแหละ ชื่ออะไร เป็นเพื่อนกับน้องเอยใช่ไหม’ เป็นเสียงของรณภพไม่ผิดแน่แม้จะไม่ได้เห็นหน้าแต่หล่อนก็จำได้ เฟื่องลดาจำได้ว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เขาคุยกับหล่อนราวสามปีก่อน หล่อนหันกลับมามองแล้วพยักหน้ารับ เขาใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการค้นหาอะไรบางอย่างยื่นมาตรงห
รถเมล์ราคาประหยัดก็จริงแต่คนขับชอบขับเร็วเหมือนไปโกรธใครมา จะขึ้นจะลงทีลากกระเป๋าตัวแทบไถลล้มหน้าคว่ำ เฟื่องลดาเดินทางมาจนใกล้ถึงบ้านนั่งวินมอเตอร์ไซค์กอดกระเป๋าลากไว้ ค่าวินสิบบาท หล่อนยืนจ่ายหน้าบ้านและในขณะนั้นเองรถของรณภพก็เพิ่งมาถึงบ้าน เขากดรีโมตอัตโนมัติเปิดและขับด้วยความเร็วเข้าในบ้าน ทำเ







