FAZER LOGIN“ภพ! เฮ้ย มึงจะรีบไปไหนวะ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยเลือก ไว้โอกาสหน้าพี่จะมาอุดหนุนใหม่นะครับ” ส่งยิ้มไปให้พนักงานรวมถึงเจ้าของร้านที่เข้ามาตรวจเช็ดความเรียบร้อย จากนั้นหนุ่มหล่อรีบเดินตามเพื่อนลงไปยังลานจอดรถ แยกกันขับกลับคฤหาสน์หลังใหญ่เจ้าของบ้านเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ
ศรันย์ขับรถเข้ามาจอดเทียบแลมโบกินีคันหรูแบบเปิดประทุนสองที่นั่งถือของฝากกับอาหารตามเข้าไปข้างใน คนใช้บ้านมันเห็นเข้าก็รีบเข้ามาทักทายแล้วช่วยถือของ “ถุงนี้เป็นอาหารช่วยอุ่นใส่จานตั้งโต๊ะมื้อเที่ยงด้วยนะ ถุงนี้เป็นขนมฉันซื้อมาฝากทุกคน แบ่งกินในครัวด้วยกันนะ ส่วนถุงนี้ไม่เป็นไรจ้ะฉันซื้อมาฝากคุณเฟื่อง”
“ขอบคุณนะคะคุณรัน ขนมหน้าตาน่ากินมากเลยค่ะ” ยมพนมมือไหว้
“ไม่เป็นไรจ้ะ แล้วนี่ไอ้ภพมันหายหัวไปไหนซะแล้ว เพิ่งกลับมาถึงเมื่อกี้เองไม่ใช่เหรอ”
“คุณภพเพิ่งมาถึงบ้านไม่นานค่ะ ตอนนี้น่าจะอยู่ในห้องนั่งเล่นกับคุณหนูกัปตัน”
“แล้วคุณเฟื่องอยู่บ้านหรือเปล่า” เพิ่งจะตั้งคำถาม ทว่าสายตาคู่คมก็มองไปเห็นสาวแปลกหน้าที่เคยเห็นผ่านๆ ในรูปเท่านั้น
“คุณเฟื่องมาพอดีเลย หนูขอตัวเอาอาหารไปเก็บในห้องครัวก่อนนะคะ” สาวใช้กระซิบบอกก่อนจะโค้งกายเดินผ่านศรันย์ไปหาเฟื่องลดา “คุณเฟื่องคะ คุณรันเพื่อนสนิทของคุณภพมาเยี่ยมค่ะ”
“ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวเฟื่องดูแลพาเขาไปหาคุณภพเองค่ะ” กระซิบตอบยม เดินตรงเข้ามาพนมมือไหว้หนุ่มหล่อ ความสูงของสองหนุ่มสูสีกัน หน้าตาก็หล่อเหลากินกันไม่ลง
“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อเฟื่องลดา คุณภพอยู่ด้านในค่ะ”
“ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้นก็ได้ครับน้องเฟื่อง เรียกพี่ว่าพี่รันก็ได้ พี่ซื้อของมาฝากน้องเฟื่องกับลูกด้วยนะ แต่ก่อนอื่นเราเข้าไปข้างในกันก่อน” เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุภาพ มองหน้าเมียเพื่อนนานมากเพื่อชื่นชมในความอ่อนหวานของใบหน้าและน้ำเสียง หล่อนสวยแบบไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งใดๆ เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ออกจะธรรมดาแถมสีตกนิดหน่อย คิดถูกแล้วที่ของฝากส่วนใหญ่ของเขาเป็นเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่หลายชุด
“เชิญค่ะ” เฟื่องลดาผายมือเชิญก่อนจะเดินนำแขกเข้าไปในห้องนั่งเล่น หลบสายตารณภพที่กำลังนั่งบนพื้นเล่นลูกบอลกับลูก
“กว่าจะโผล่หัวมาได้นะมึง กูนึกว่าเดินขัดขาหัวทิ่มลงสระว่ายน้ำตายซะแล้ว หรือ… เผลอเดินขัดอย่างอื่นมาล่ะ” คำพูดนั้นจะไม่มีความแฝงหากไม่ได้มองแววตาเขาประกอบด้วย มันติดตรงที่ศรันย์กับเฟื่องลดาเห็นแววตาของเขาเข้าพอดีจึงไม่สามารถตีความไปในทิศทางอื่นได้นอกจากมันหาว่าเขากับเมียมันแอบคุยกัน
“ไม่เอาน่า พูดอะไรอย่างนั้นวะภพ” ถือถุงของฝากไปวางลงบนโต๊ะก่อนจะเข้าไปจ๊ะเอ๋ตาหนูน้อย เด็กน้อยไม่คุ้นคนแปลกหน้าเอียงคอลงต่ำมองหน้าเขานานมาก ศรันย์ยกสองมือขึ้นปิดหน้าเปิดมาจ๊ะเอ๋อีกหน
“ยืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่ทำไม แขกมาบ้านก็ไปหาน้ำหาขนมมาต้อนรับสิ”
“ค่ะ” ขานรับแม้ภายในใจจะรู้สึกไม่ค่อยดีที่เขาจงใจพูดแดกดัน
“อาการหนักมากกว่าที่กูคิดอีกนะมึงน่ะ เพลาๆ ลงบ้าง น้องเขายังไม่ทำอะไรผิดเลยก็จ้องจะด่าจะหาเรื่องเขา ร้อยทั้งร้อยพระเอกในละครเริ่มต้นแบบมึงก็จบลงที่รักเขาทุกราย อย่าให้กูเห็นว่ามึงเป็นหนึ่งในนั้นล่ะไม่งั้นจะหัวเราะให้ฟันหักเลย”
“ฝันไปเถอะมึง!” เหยียดยิ้มมุมปาก หยิบลูกบอลมาส่งให้ลูกรักโยนเล่นหลายต่อหลายลูก
“ผู้หญิงที่มีแต่ตัวแบบยัยคนนั้นจะมีดีอะไรมาทำให้กูรักได้ รอให้ลูกโตขึ้นอีกหน่อยกูจะเป็นเฉดหัวหล่อนออกจากบ้านเป็นคนแรกเลย แค่ทนมองหน้าได้มาจนถึงวันนี้ก็มหัศจรรย์มากแล้ว”
“ไอ้ภพ พูดเสียงดัง ถ้าเกิดมีใครผ่านมาได้ยินเอาไปเล่าต่อทำยังไง”
“อยากเล่าต่อก็เล่าไปสิ สนทำไม คนในบ้านเขารู้กันหมดว่ากูไม่ได้สนใจไยดีผู้หญิงคนนั้น”
“แต่ยังไงก็น่าจะให้เกียรติเขาสักนิด…” และอีกมากมายที่ผู้ชายหน้าตาท่าทางดีคนนั้นพยายามจะอธิบายให้รณภพเข้าใจ ทว่าเฟื่องลดาไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกน้ำตาของหล่อนกำลังหยดลงบนถาดน้ำกับของว่าง คงจะดีกว่านี้ถ้าหากคนในครัวไม่กำลังเดินออกมาเสิร์ฟพอดี ถ้ามาช้าอีกสักนิดก็จะได้ไม่ต้องได้ยินถ้อยคำบาดใจ
เฟื่องลดากลัวหายไปนานเขาจะไม่พอใจจึงรีบเช็ดน้ำตาออกแล้วนำแก้วน้ำกับขนมไปเสิร์ฟ ตาหนูกำลังเล่นสนุกกับของเล่นชิ้นใหม่ ป่วนทั้งเขาแล้วก็แขกเฟื่องลดาคลานเข่าเข้าไปจับตัวลูกไม่ให้เดินเล่นไปไกล
“เฟื่องจะพาลูกไปเล่นข้างบนนะคะ คุณภพจะได้คุยกับเพื่อนสะดวกขึ้น”
“ไม่ต้อง โง่หรือเปล่า ไอ้รันมันมาเยี่ยมลูกไม่ได้มาเยี่ยมฉัน”
“ภพ” ศรันย์ปรามเสียงเข้ม เริ่มจะไม่พอใจมากขึ้นที่มันทำนิสัยแบบนี้ต่อหน้าแม่ของลูกตัวเอง
“น้องเฟื่องไม่ต้องพาลูกไปไหนหรอกครับ นั่งเล่นรอกินมื้อเที่ยงอยู่ตรงนี้แหละพี่ซื้อของกินมาเยอะเลยนะ แล้วก็มีของมาฝากน้องเฟื่องด้วย สามถุงนี้ทั้งหมดเลยที่พี่จะยกให้”
“ขอบคุณค่ะ วันหลังคุณรันไม่ต้องซื้อมาให้เฟื่องก็ได้นะคะ เฟื่องเกรงใจ”
“บอกแล้วไงครับว่าให้เรียกพี่รัน ลองเปิดถุงดูสิว่าชอบหรือเปล่า”
“ชอบไม่ชอบก็คงต้องตอบว่าชอบแหละ เพราะนานทีปีหนจะมีคนใจดีบริจาคสิ่งของให้”
“เอ๊ะ! มึงนี่ยังไงวะ หุบปากนั่งเงียบๆ ดูลูกไปเลย ไม่ต้องมาสนใจพวกกู”
“ตามสบาย” ปรายหางตามองเพื่อน ก่อนจะอุ้มลูกอย่างทะนุถนอม หอมแก้มแกสองหน
“กัปตันครับ เราไปดูอาหารในครัวกันดีกว่าลูก ปล่อยให้คนแถวนี้คุยกันสองต่อสองไม่มีมารหน้าหล่อไปขัดคอ!”
“น้องเฟื่องอย่าไปสนใจมันเลยนะ มันติดนิสัยเอาแต่ใจมานานแล้ว แถมปากยังหมาอีก”
ตั้งใจพูดถึงเพื่อนเสียๆ หายๆ ให้หญิงสาวรู้สึกสบายใจมากขึ้น ทว่าสงสัยจะไม่เห็นผลศรันย์จึงชี้นิ้วใส่ถุงช็อปปิ้ง “เปิดดูสิครับ”
“ค่ะ” หญิงสาวขานรับเสียงหวานไม่กล้าสบสายตาชายคนนั้น เปิดถุงช็อปปิ้งล้วงมือเข้าไปหยิบออกมาพบว่าเป็นเดรสผ้าดีหลายชุด เกิดมาไม่เคยซื้อของที่เนื้อผ้าดีๆ ใส่แบบนี้มาก่อนเฟื่องลดาดึงขึ้นมาดู
“ไม่รู้ว่าสั่งไซซ์เล็กหรือใหญ่ไปหรือเปล่า หวังว่าจะใส่ได้นะ ไอ้ภพมันไม่ช่วยพี่เลือกเลย”
“ไซซ์ไหนเฟื่องก็ใส่ได้ทั้งนั้นค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ซื้อของมาฝากเฟื่อง” พนมมือไหว้ก้มศีรษะให้ต่ำลงกว่าเดิมซาบซึ้งในความเมตตาของเขาที่ยอมจ่ายเงินซื้อของมาฝากผู้หญิงแปลกหน้าอย่างตนเอง นานแล้วที่เฟื่องลดาไม่ได้รับของขวัญจากใคร แม้กระทั่งคนบ้านนี้ยังไม่เคยซื้ออะไรให้ด้วยซ้ำแค่ยอมให้เข้ามาอาศัย
คุณแขไขใจดีกับหล่อนให้ทุนเรียนต่อปริญญาโทก็จริง ทว่าแท้ที่จริงแล้วท่านเพียงอยากให้หล่อนเจริญให้หน้าที่การงานในกรณีที่อนาคตจะต้องย้ายออกจากบ้านหลังนี้กลับไปใช้ชีวิตเพียงลำพัง จะได้มีงานมีเงินเลี้ยงตนเอง แม้ท่านจะไม่เคยเอ่ยถึงข้อความนี้แต่เฟื่องลดาก็สามารถรับรู้และเข้าใจทุกอย่างได้โดยประสบการณ์
ไม่เป็นไร… เคยชินแล้วกับการถูกทิ้ง แม้กระทั่งพ่อกับแม่ยังไม่อยากนับหล่อนเป็นลูกเลย แล้วนับประสาอะไรกับคนที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน ท่านทั้งสองใจดีกับหล่อนเท่านี้ก็ถือว่าเป็นพระคุณแล้ว
ศรันย์รับไหว้ เสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกเขาเกิดสงสารเด็กคนนี้ แววตาของหล่อนเศร้าคล้ายกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารู้จัก เธอชื่อ ‘ปราณี’ เป็นอดีตว่าที่คู่หมั้นที่เขาทิ้งหล่อนให้นั่งอายต่อหน้าแขกในงานหมั้นที่ไร้ฝ่ายชาย เพราะเข้าใจผิดว่าหล่อนแอบขายตัวเป็นเมียเก็บให้เสี่ยจนชีวิตหล่อนพลิกผันตกต่ำสุดถูกคนใจร้ายหลอกขายให้คนแปลกหน้าทางภาคใต้ ซึ่งโลกกลมมากเพราะไอ้หมอนั่นเป็นเพื่อนของเขาที่ล่อซื้อหล่อนไปบำเรอ ไม่ว่าเรื่องราวจะเกิดขึ้นยังไงแต่ยังถือว่าโชคดีที่ตอนจบไม่เป็นโศกนาฏกรรมแสนเศร้าเพราะทั้งสองคนรู้สึกดีๆ ต่อกัน รักกัน
เพราะเรื่องครั้งนั้นทำให้ศรันย์พยายามไม่มองผู้หญิงคนไหนในแง่ลบมากเกินไป รวมถึงน้องคนนี้เองก็ด้วย ไอ้ภพก็ปากหมาด่าว่าน้องเขามากไปเจอตัวจริงวันนี้น้องเขาก็ไม่ได้ดูเลวร้ายออกจะเจียมตัว
“ได้ข่าวว่าน้องเฟื่องทำงานที่บริษัทไอ้ภพมาหลายปีแล้ว ทำแผนกไหนเหรอครับ”
“การตลาดค่ะ เฟื่องดูแลเรื่องระบบการตลาดของบริษัท แค่… ตำแหน่งเล็กๆ”
“ดีครับ ถ้าเบื่อหน้าไอ้ภพวันไหนย้ายมาสมัครงานกับพี่ก็ได้นะ”
“ขอบคุณค่ะ แต่คงยังไปไหนไม่ได้เพราะคุณแขเธอให้ทุนเฟื่องเรียนปริญญาตรี ตอนนี้ก็วางแผนไว้ว่าจะเรียนต่อบริหารค่ะ”
หญิงสาวพับเก็บชุดดังกล่าวใส่ถุงไว้ที่เดิมบอกเล่าต่อพลางหลบสายตาของชายแปลกหน้า
“สาขายอดฮิตเลยนะนั่น พี่ก็จบสาขานี้มาถ้ามีปัญหาอะไรถามได้ตลอดเลยนะ” หยิบกระเป๋าเงินออกมาค้นหานามบัตรก่อนส่งให้สาวสวย “นามบัตรของพี่ เก็บไว้ดีๆ นะอย่าให้ไอ้ภพเห็นเดี๋ยวมันหาเรื่องต่อว่าอีก”
“จะจีบกันอีกนานไหม อาหารไม่ได้มีขาวิ่งมาใส่ปากนะ ถ้าไม่กินจะเทให้หมา!” ก้าวเท้าฉับๆ กลับเข้ามาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีรณภพจึงปากไวดูถูกเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ พูดจบก็อุ้มลูกพากลับเข้าไปในห้องครัว
“น้องเฟื่องโอเคนะครับ พี่ไม่รู้มาก่อนเลยว่ามันจะไม่ชอบน้องเฟื่องมากขนาดนี้”
4ใกล้จะถึงกำหนดคลอดลูกคนที่สองแล้ว รณภพตื่นเต้นมากกว่าภรรยาเสียอีก จัดเตรียมกระเป๋าไว้ตั้งแต่อายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่แปด เป็นกังวลว่าถ้าหากภรรยาคลอดก่อนกำหนดหรือรีบมากๆ จะลืมของสำคัญ เขาจัดไปหมดแม้กระทั่งตุ๊กตายังเอาไปด้วย ตั้งใจจะวางไว้ข้างหมอนให้ภรรยาได้เห็นว่ามีหมีน้อยๆ คอยให้กำลังใจ เขากลัวหล่อนจะมีภาพคลอดลูกคนแรกติดตาจึงดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดี จัดหาห้องพักที่ดีที่สุด หมอที่เก่งที่สุด และการดูแลในระดับดีเยี่ยม ยอมทุ่มเทจ่ายค่าคลอดลูกรวมกันหลายล้านญาติๆ ต่างทยอยมาเยี่ยมตั้งแต่อยู่บ้าน เขาให้คนขับรถไปรับแม่ฟ้ากับน้องฟางที่อยุธยามาให้กำลังใจเฟื่องลดาด้วยอายุครรภ์ของเฟื่องลดามากกว่าเก้าเดือน แต่ลูกชายตัวน้อยยังไม่มีวี่แววจะอยากออกมาดูโลกภายนอก คุณหมอจึงแนะนำให้ผ่าคลอด มันฟังดูน่ากลัวมากสำหรับผู้ชายทั้งแท่งอย่างเขา“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะเข้าไปในห้องคลอดด้วย” รณภพลากเก้าอี้เข้ามานั่งเฝ้าเตียง บางครั้งก็กลัวบางครั้งก็ตื่นเต้น ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอเก็บบรรยากาศห้องพักฟื้นไว้และนับเวลารอเจอน้องกราฟเขาตั้งชื่อลูกชายคนที่สองว่า ‘กราฟิก’ ไม่มีความหมายอะไรพิเศษ แค่อยากให้คล้องจองกับพี่กัปตันจึงเล
3 “กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ ฮาไฮ ฮาไฮ!” ทีมเชียร์รัวกลองสนามหญ้าเทียมโซนบีมีสาวๆ หยุดมองมากเป็นพิเศษเพราะนักเตะในสนามล้วนมีหน้าตาเกรดเอ หล่อเหมือนดารากันทุกคนแถมกล้ามยังแน่น วิ่งไล่บอลเหมือนม้าสู้ศึกแรงดีไม่มีตก เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างรณภพกับผองเพื่อนและหนุ่มๆ สถาปนิกจากบริษัทไทยออลสตาร์ นำทีมโดยคุณพ่อลูกหนึ่งอย่าง ภูดิศ หรือพี่หมอกพักหลังร่วมธุรกิจกันหลายอย่าง สนิทกันเหมือนญาติพี่น้อง ทว่ารณภพอยากทำอะไรที่มันมากกว่านั้น ก็เลยไปท้าพี่เขาแข่งบอล ถ้าเขาแพ้จะขอถอนตัวแล้วเลิกตื๊อพี่หมอกอีกตลอดชีวิตแต่ถ้าชนะ พี่หมอกต้องทำโปรเจ็คร่วมกันกับบริษัทเขาพี่หมอกรับคำท้าเพราะเป็นนักบอลเก่าและชอบออกกำลังกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แท็กทีมเพื่อนฝูงกล้ามโตมาเต็มแน่นสนาม ตัดภาพมาที่ทีมเขาสิ ผู้รักษาประตูเป็นไอ้สารวัตรหมี กองหน้าเป็นไอ้รัน สองคนนี้ทำผลงานได้แย่ที่สุดในทีมเล่นเหมือนถูกบังคับก็บังคับพวกมันจริงๆ นั่นแหละ แต่เขาก็ติดสินบนไปแล้วไม่น่าจะมีปัญหา รณภพวิ่งไล่บอลหอบหายใจถี่กระชั้นกดดันเนื่องจากใกล้หมดเวลาครึ่งแรกแล้ว เขาโมโห ด่ากราดเพื่อนร่วมทีม“ไอ้หมี มึงมีสมาธิหน่อยสิวะ กูให้มึงเฝ้า
2แท็กซี่มาส่งที่สนามบินเชียงใหม่ก่อนถึงเวลาขึ้นเครื่องสองชั่วโมง จึงมีเวลาเดินเล่น กินข้าว ซื้อของฝากกลับกรุงเทพ“คุณภพ ซื้ออะไรมาเยอะแยะขนาดนั้นคะ น้ำหนักจะเกินหรือเปล่า” เฟื่องลดากำลังเหม่อได้ที่มาได้สติตอนที่ลูกวิ่งเข้ามาเกาะขา เอียงใบหน้าไปมองก็เห็นพ่อของลูกถือถุงแคปหมูกับของฝากอื่นๆ พะรุงพะรังมาเต็มมือ เขาอุ้มลูกพาไปซื้อน้ำซื้อขนม ให้หล่อนนั่งรออยู่หน้าเกทขณะรอช่วงบอร์ดดิ้งไทม์กลับกรุงเทพลูกน้อยได้ขนมมาหนึ่งชิ้น กัดกินกรุบๆ ซุกหน้าซบบนหน้าขา เฟื่องลดาต้องอุ้มดึงแกขึ้นมานั่งบนตักช่วยเช็ดคราบเลอะ“ไม่รู้จะซื้ออะไรกลับไปฝากคนที่บ้าน เราน่าจะแวะร้านของฝากก่อนเข้าสนามบินเนอะ จะได้ซื้อใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง”“แค่นี้ก็เยอะแล้วค่ะ” ยื่นมือออกไปจะช่วยถือ“ไม่เป็นไร” เขาปฏิเสธ ย้ายมานั่งลงข้างเฟื่องลดาแล้วมัดปากถุงของฝากรวมกัน อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว เขาต้องถือถุงพวกนี้กับกระเป๋าใบเล็กของตัวเองแล้วก็เมีย ช่วงบ่ายคนพลุกพล่านมาก ยิ่งเวลาใกล้จะเรียกขึ้นเครื่องคนก็ยิ่งเยอะเป็นพิเศษ เก้าอี้ว่างแทบไม่เหลือเลยหลายคนต้องยืนรอ“แหวนไปไหน?” เขาเงียบไปนานมากกว่าจะทักถาม หล
ตอนพิเศษถ้าหากถามว่าความรู้สึกดีๆ ที่เขามีให้เฟื่องลดาเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน เขาคงจะขอเวลานอกสักครึ่งชั่วโมงเพื่อลำดับเหตุการณ์และความรู้สึก ก่อนจะหันไปมองคนถามและตอบว่า ‘ไม่รู้’เขาไม่รู้เลยว่าเริ่มรักหล่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเปิดใจให้ตอนไหน สิ่งเดียวที่เขารู้คือไม่ว่าเขาจะรู้สึกดี รู้สึกแย่ หรือชีวิตประสบพบเจออะไรร้ายแรงมากแค่ไหนมองกลับมาก็จะยังเห็นหล่อนคอยยืนรออยู่ข้างหลัง หล่อนรอคอยเขาอย่างใจจดใจจ่อ คอยส่งกำลังใจมาให้ แม้ว่าสถานะของหล่อนนั้นจะอยู่ในจุดไร้ตัวตนเขามันก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่มองหล่อนไว้ว่าไม่คู่ควร ไม่ต้องการจะให้คุณค่าให้ราคาอะไร แค่อยากเก็บไว้ใช้งานเวลามีความต้องการ รวมไปถึงใช้หล่อนให้ช่วยเลี้ยงลูกชาย คิดแค่นี้ ในหัวสมองของเขาเค้นความคิดชั่วร้ายออกมาได้เท่านี้จริงๆหลายคนอาจมองว่าความรักของเขาเกิดจากความสงสาร ว่าหล่อนป่วย ก็ใช่ เพราะหลังจากเขารู้ความจริงก็พยายามใจดีขึ้นทั้งที่เนื้อแท้ของเขาไม่เคยต้องพูดจาดีกับใครเลยการมีเงินทองมากมายทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงหัวใจของใครได้ ไม่พอใจอะไรก็ใช้เงินใช้อำนาจเข้าสู้ จึงเป็นเหตุให้หน้าที่การงานสะดุดเพราะถูกเกล
บทส่งท้ายฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เมื่อไหร่ที่เมฆหมอกจางไปสายรุ้งก็จะมาทักทาย ชีวิตของเฟื่องลดามีความสุขมากยิ่งขึ้นนับจากวันที่กลับจากเชียงใหม่ รณภพให้ทุกอย่างที่หล่อนต้องการและสบายใจอยากได้ เขาให้เวลา ให้ความรัก ให้ความมั่นใจ จัดงานแต่งแม้จะมีลูกสองคนแล้ว เขาเชิญครอบครัวทั้งทางพ่อและแม่หล่อนมาร่วมงาน จัดหารถรับส่ง ที่พัก แล้วก็คอยดูแลอุปการะครอบครัวพวกท่านให้กินอยู่สบายมากขึ้น ที่สำคัญคือเขายอมจดทะเบียนสมรสโดยไม่กลัวว่าหล่อนจะหลอกเอาสมบัติเขาครึ่งหนึ่ง เขาบอกว่าไม่หวง อยากให้หล่อนสบาย สามีน่ารักแบบนี้หล่อนจะไปไหนได้ รูปพรีเวดดิ้งวางเต็มบ้านเดินไปมุมไหนก็เจอ ครรภ์เฟื่องลดาใหญ่มากอีกเดือนเดียวก็ถึงกำหนดคลอดแล้ว สามีไม่ให้ไปทำงานให้อยู่บ้านทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ กับลูกชาย เขากลัวหล่อนเบื่อก็แนะนำให้กลับไปทำวิดีโอเล็กๆ น้อยลงยูทูบ รีวิวเครื่องสำอาง รีวิวกระเป๋าแบรนด์เนมที่เขาขยันซื้อให้ไม่ขาดคุณแม่แขไขตื่นเต้นไม่แพ้กันกับเขาเตรียมหาของรับขวัญตั้งแต่หลานยังอยู่ในครรภ์รวมไปถึงญาติๆ ของเขาเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างซื้อของฝากมากมายส่งมาให้ที่บ้าน แวะมาเยี่ยม มาถ่ายรูปกับหล่อน ยังไม่ถึงกำหนดคลอดเลยแต่สาม
ในห้องนอนของรีสอร์ตรณภพได้รับกุญแจสำรองจากอาชวินเพื่อไขเข้ามาโดยไม่กวนเฟื่องลดาเพราะตอนนี้ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว นางฟ้าตัวน้อยของเขานอนหลับตามคาด ลูกน้อยก็นอนหลับอยู่ข้างๆ ขวดนมยังวางอยู่ข้างเตียงเย็นหมดแล้วคาดว่าทั้งสองน่าจะเข้านอนได้ราวหนึ่งชั่วโมงรณภพเดินอ้อมมาอุ้มลูกพาไปนอนเตียงสำหรับเด็กให้สบายตัว ก่อนจะกลับมานั่งบนขอบเตียงกว้างโน้มใบหน้าลงจูบหน้าท้อง“พี่กัปตันเข้านอนแล้วนะ มาม๊าก็หลับแล้ว เหลือแค่ป๊ะป๋าอยู่คุยกับหนู ป๊ะป๋าอยากเจอหน้าหนูนะลูกรีบโตไวๆ นะ ป๊ะป๋ารักหนู รักพี่กัปตัน รักมาม๊ามากนะครับ”อุ้งมือใหญ่วางแนบลงบนหน้าท้องที่มีชุดนอนเบาบางขวางกั้น รณภพน้ำตาปริ่มๆ ขอบก้มหน้าลงจูบลูกอีกครั้ง ก่อนจะเคลื่อนกายกำยำขึ้นมานอนกอดเฟื่องลดาฝังใบหน้าลงจูบบนหน้าผากนวลผ่อง‘เฟื่องเสียเลือดเยอะมาก หมอบอกว่าเฟื่องกำลังจะไปจากเราแล้ว แต่เพราะกัปตัน เพราะได้ยินเสียงลูก เฟื่องถึงกลับมามีชีวิต เฟื่องตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าหากเป็นอะไรไปอีกแล้วลูกจะอยู่ยังไง เฟื่องถึงเลือกทิ้งลูกไว้กับเราไงคะ เข้าใจหรือเปล่าว่าเฟื่องอยากให้ลูกอยู่กับคุณภพ…’“ผู้หญิงใจร้าย เจ็บหนักมากขนาดนี้ทำไมถึงไม่ยอมบอกอะไรเล
“คุณเจ็บมากไหม” คิ้วเขาแตกบริเวณปลาย เลือดซึมออกจากปากแผลหยดลงปลายหางตา“อย่าถามมากได้ไหม จะทำอะไรก็รีบทำฉันง่วง!”นับครั้งแทบไม่ได้ว่าถูกเขาปฏิเสธความหวังดีไปกี่รอบ หญิงสาวเสียใจที่ความเป็นห่วงของตัวเองทำให้เขารำคาญ“เสร็จแล้ว กลับกันเถอะ&
“คุณภพ คุณเมาแล้วนะ กลับกันเถอะ”“อย่ายุ่ง… จะนอน ไปไกลๆ เลยไป”เงยหน้าขึ้นมาตวาดใส่ผมเผ้าเขายุ่งเหยิง แล้วนอนลงที่เดิม หน้าหล่อๆ ของเขาจมอยู่กับกองน้ำที่ละลายออกจากถังน้ำแข็ง สกปรกเปื้อนไปหมดเฟื่องลดามองภาพตรงหน้าด้วยความเพลียใจ ไม่รู้เลยว่าเข
สวยจัง ก่อนออกจากร้านก็ไม่วายชมตัวเองให้มีกำลังใจหล่อนตั้งใจจะกลับโรงแรมทว่าฉุกคิดขึ้นได้ว่าลืมซื้อเครื่องสำอาง ดูเวลาเห็นว่าเพิ่งจะห้าโมงครึ่งจึงรีบเดินไปเซเว่นเฟื่องลดาอารมณ์ดี ฮึมฮัมร้องเพลง มือเล็กหิ้วตะกร้าข้างในมีขนม นม ของกินจุกจิกหลายอย่างแล้วก็เครื่องสําอางราคาปร
เขาเกลียดที่สุดคือการเป็นผู้แพ้กับการถูกหักหลัง! รณภพมีปัญหาเรื่องงานหลายอย่าง ราวกับกำลังถูกคนบางกลุ่มกลั่นแกล้ง อย่างเช่นเรื่องล่าสุดที่มีปัญหาก็คือโครงการใหม่แกะกล่องที่ยื่นเข้าที่ประชุมผ่านแล้วขั้นแรกเหลืออนุมัติวงเงินก้อนแรกมาใช้จ่าย เขาเล็งที่ดินแปล







