เข้าสู่ระบบ“ช่างเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่อากาศบริสุทธิ์สดใสชะมัดเลย สาวๆ ก็แจ่ม แต่กูว่าพักนี้เราเจอกันบ่อยไปนะ เพิ่งเมาด้วยกันคืนวันศุกร์ เผลอแป๊บๆ วันอาทิตย์มึงชวนกูมาออกกำลังกายตอนเช้าอีกแล้ว”
“บ่นเยอะน่า นอกจากกูแล้วยังจะมีใครคบกับมึงอีกเหรอก็ไม่เห็นจะมี”
“ปากหมานะมึงเนี่ย เห็นกูแบบนี้แต่เพื่อนเยอะกว่ามึงนะครับ อย่ามาแหยม”
“ทำไมต้องแหยม บ้านมึงอยู่จังหวัดยโสธรหรือไง”
“โอ้โห มุกนี้มึงไม่ควรเล่นนะเพื่อน” ศรันย์หัวเราะก่อนจะว่ายน้ำอีกรอบกลับมาสะบัดผมที่เดิมเพื่อมองไอ้คนที่โทรมาปลุกเขาแต่เช้าให้ลากสังขารมาสระว่ายน้ำของโรงแรม เพื่อที่มันจะนอนชิลล์อยู่ริมสระปล่อยให้เขาลงมาว่ายน้ำคนเดียว เช้าขนาดนี้อากาศเย็นมากด้วยแหนมน้อยของเขาหดหมดแล้วมั้ง
“เออภพ แล้วนี่พ่อกับแม่มึงกลับจากยุโรปหรือยัง ไม่ได้ยินข่าวเลย”
“ยัง โทรคุยเมื่อวานบอกจะอยู่ต่ออีกสักสัปดาห์ เพิ่งทำงานที่สโมสรฟุตบอลเสร็จ จะแวะไปเยี่ยมป้าที่ปารีสแล้วค่อยบินกลับไทย ท่านไปพักผ่อนกับฮันนีมูนด้วย ฮันนีมูนรอบที่ร้อยแล้วพ่อแม่กู หวานจนกูอิจฉาอยากจะมีครอบครัวดีๆ บ้าง”
“ลูกมึงก็น่ารัก ยังจะว่าตัวเองครอบครัวไม่ดีอีกนะมึง”
“ไอ้เชี่ย กูหมายถึงครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูกพร้อมหน้าพร้อมตาโว้ย”
“คอกเทลที่สั่งไปได้แล้วครับคุณรันคุณภพ” พนักงานประจำสระว่ายน้ำนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ แก้วหนึ่งวางให้บนโต๊ะส่วนอีกแก้วนำไปวางไว้ขอบสระว่ายน้ำให้ศรันย์
“ลงสระมาสิวะให้กูออกกำลังกายคนเดียวอยู่ได้ แต่จะว่าไปแล้วนะภพ ตั้งแต่กูรู้ว่ามึงมีลูกก็หลายเดือนแล้วนะแต่กูยังไม่เคยเห็นตัวจริงเมียมึงเลย ไม่คิดจะพามาแนะนำให้กูรู้จักบ้างเหรอวะ งานล้งงานเลี้ยงอะไรก็ไม่พาไปออก คนอื่นเขาเม้าท์เรื่องมึงจนขี้เกียจเม้าท์ก็ไม่เห็นหน้าแม่ของลูกมึงสักที”
“พล่ามห่าอะไรของมึงแล้วใครกล้าเม้าท์ เสือกอะไร กูจะพาออกงานให้คนถามทำไม กูจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามีอะไรกับหล่อนตอนไหน ถ้าไม่ใช่ผลตรวจดีเอ็นเอสองครั้งชี้เป้ามาที่กูจ้างให้กูก็ไม่ยอมรับ”
เอนหลังพิงเก้าอี้หน้าตาบูดบึ้งยกคอกเทลขึ้นดื่มให้แอลกอฮอล์ไหลพล่านในร่างกาย
“มึงจะไม่รักแม่ของลูกก็เรื่องของมึงนะภพ แต่ถึงยังไงเด็กคนนั้นก็เป็นลูกของมึง”
“กูรู้เว้ยรัน มึงอย่าย้ำให้มากได้ไหม กูรักลูก ไม่ใช่ไม่รัก แต่แค่ไม่ชอบเฟื่องลดาก็เท่านั้น”
“เออๆ รักลูก ไม่รักแม่ของลูก กูเข้าใจแล้วจะอารมณ์เสียทำไมเรื่องแค่นี้เอง ลงมาว่ายน้ำกับกูได้แล้วก่อนกูจะขึ้น”
ต้องพูดซ้ำมันถึงยอมลงมาว่ายแข่งกับเขาก่อนสองหนุ่มจะยืนพิงขอบสระยกมือลูบหน้าลูบผม ศรันย์ปรายสายตามองไปยังอีกสระที่ความลึกน้อยกว่าสระนี้ส่งยิ้มให้สาวๆ นุ่งบิกินี
“น้องคนนั้นแจ่มดีชะมัด นมใหญ่ หุ่นดี เหมือนสาวพริตตี้เลย กูเห็นน้องเขามองมึงนานแล้วนะสนใจไหม”
“จีบเองสิ กูไม่มีอารมณ์” รณภพปฏิเสธ
“เออ ไม่มีอารมณ์ก็ไม่ต้องมี แข่งกันสักรอบไหม ใครแพ้วันนี้ต้องจ่ายทั้งหมด”
“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ระดับแชมป์ว่ายน้ำแบบกูไม่มีทางแพ้”
สองหนุ่มเตรียมตัวพร้อมนับถอยหลังก่อนจะพุ่งทะยานไปข้างหน้าแหวกว่ายดุดัน เข้มแข็งราวกับปลาฉลาม ทว่าก็ไม่สามารถหาผู้ชนะได้เนื่องจากความยาวของสระว่ายน้ำมีน้อยเกินไป หนุ่มทั้งสองกำหมัดขึ้นชนกัน แยกย้ายไปว่ายน้ำออกกำลังกายอยู่ราวครึ่งชั่วโมงก็ขึ้นจากสระมาหาผ้าเช็ดตัวเช็ดหน้า
“วันนี้กูโคตรว่างเลย ขอไปเล่นกับลูกมึงที่บ้านได้ไหม”
“จะไปเล่นกับลูกหรือเล่นกับเมียกูก็ตามใจ” ยักไหล่เบาๆ ไม่แคร์
“เฮ้ยๆ อย่ามาล้อเล่นนะเว้ยกับเรื่องอะไรแบบนี้ เผื่อกูชอบเมียมึงขึ้นมาจริงๆ จะทำไง”
“ชอบจริงก็จะยกให้ไง ยังไงกูก็ไม่คิดอยากเปลี่ยนใจเอาเขามาเป็นเมียอยู่แล้ว แค่แม่ของลูกกูยังไม่พอใจเลย” ว่าจบก็ยกผ้าขึ้นเช็ดหน้าตัวเองลวกๆ พันเป็นก้อนเหวี่ยงทิ้งลงเก้าอี้ยาว
หลังจากล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วสองหนุ่มขับรถคนละคันมาซื้อของในห้างสรรพสินค้า เจ้ารันอยากแวะซื้อของฝากไปให้ลูกชายเขา น่าหงุดหงิดมาก มันลากเขาเข้าหลายร้านแล้วกวาดซื้อทุกอย่างให้ลูกเขา ข้อนี้ไม่เป็นไร แต่ยังอุตส่าห์เผื่อแผ่ความใจดีมีเมตตาไปถึงผู้หญิงคนนั้นด้วย ซื้อไปฝากตั้งหลายอย่างแม่นั่นเห็นเข้าคงจะดีใจจนเนื้อเต้น ทั้งเนื้อทั้งตัวใส่ของราคาถูกทั้งนั้น แถมยังเก่าโทรม ใส่ซ้ำๆ วนกันไปวนกันมาเขาจำทุกชุดได้ขึ้นใจ
“แค่นี้ก็พอแล้วมั้งจะซื้ออะไรนักหนา อยากซื้ออีกมึงก็ไปคนเดียวเลย”
“เออน่า เข้ามาด้วยกันเถอะนะภพ กูเขินพนักงาน”
“เขินใครก็เรื่องของมึง กูเดินตามมึงจะชั่วโมงแล้ว จะไปหาร้านกาแฟนั่งรอ”
เพื่อนจะไปจริงๆ ศรันย์จึงรีบวิ่งตามไปเกาะแขนเกาะขาเพื่อน อ้อนมัน “น่านะ ร้านสุดท้ายแล้วกูสัญญา ร้านนี้เดรสผู้หญิงสวยมากเลยนะเว้ย ก็ถือซะว่ากูพามึงมาดูลู่ทางไว้ไงเผื่อมีสาวถูกใจจะได้พามาเปย์เสื้อผ้า”
“กูไม่ใช่มึง กูไม่พาใครมาเลือกของในที่โล่งแจ้งแบบนี้หรอก”
“ก็พากูมานี่ไง เล่นตัวจังเลยมึงเนี่ย เข้ามาได้แล้วกูจะได้รีบกลับไปกินข้าวเที่ยงที่บ้านมึง เข้ามา!” มือใหญ่กำยำขาวผ่องยิ่งกว่าผู้หญิงยื่นมาจับ ออกแรงลากแขนมันข้อศอกเกือบหลุดกว่าจะทำสำเร็จ ผลักไหล่มันนั่งลงบนโซฟาในร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังได้สำเร็จ
“นั่งเฝ้าของรอกูตรงนี้แหละ ไม่ต้องออกความคิดเห็นช่วยกูก็ได้”
“ขอร้องให้ตายกูก็ไม่ช่วยมึงเลือกหรอกไอ้รัน มึงนี่น่ารำคาญเหมือนยัยนั่นเลย” ตะเบ็งเสียงไล่หลังมันกลับไม่สนใจ เข้าไปพูดเสียงหวานจ๊ะจ๋ากับพนักงานในร้านให้ช่วยเลือกเสื้อผ้าผู้หญิงได้ยินไม่ชัดว่ามันต้องการสไตล์ไหน แต่เชื่อเถอะว่าไม่ว่าจะเป็นชุดแบบไหนราคาก็แพงเกินกว่ายัยนั่นจะมีปัญญาซื้อเองอยู่ดี รณภพยิ้มเหยียด ทำหน้าเบื่อโลกตลอดเวลาที่เพื่อนเลือกเสื้อผ้าไปฝากเฟื่องลดา ได้มาหลายชุดมาก ทันทีที่เห็นมันเดินตามพนักงานไปจ่ายเงินและได้รับถุงสินค้า เขากวาดถุงช็อปปิ้งทั้งหมดบนโซฟาเดินนำหน้าออกไปจากร้าน
“ช่างเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่อากาศบริสุทธิ์สดใสชะมัดเลย สาวๆ ก็แจ่ม แต่กูว่าพักนี้เราเจอกันบ่อยไปนะ เพิ่งเมาด้วยกันคืนวันศุกร์ เผลอแป๊บๆ วันอาทิตย์มึงชวนกูมาออกกำลังกายตอนเช้าอีกแล้ว”“บ่นเยอะน่า นอกจากกูแล้วยังจะมีใครคบกับมึงอีกเหรอก็ไม่เห็นจะมี”“ปากหมานะมึงเนี่ย เห็นกูแบบนี้แต่เพื่อนเยอะกว่ามึงนะครับ อย่ามาแหยม”“ทำไมต้องแหยม บ้านมึงอยู่จังหวัดยโสธรหรือไง”“โอ้โห มุกนี้มึงไม่ควรเล่นนะเพื่อน” ศรันย์หัวเราะก่อนจะว่ายน้ำอีกรอบกลับมาสะบัดผมที่เดิมเพื่อมองไอ้คนที่โทรมาปลุกเขาแต่เช้าให้ลากสังขารมาสระว่ายน้ำของโรงแรม เพื่อที่มันจะนอนชิลล์อยู่ริมสระปล่อยให้เขาลงมาว่ายน้ำคนเดียว เช้าขนาดนี้อากาศเย็นมากด้วยแหนมน้อยของเขาหดหมดแล้วมั้ง“เออภพ แล้วนี่พ่อกับแม่มึงกลับจากยุโรปหรือยัง ไม่ได้ยินข่าวเลย”“ยัง โทรคุยเมื่อวานบอกจะอยู่ต่ออีกสักสัปดาห์ เพิ่งทำงานที่สโมสรฟุตบอลเสร็จ จะแวะไปเยี่ยมป้าที่ปารีสแล้วค่อยบินกลับไทย ท่านไปพักผ่อนกับฮันนีมูนด้วย ฮันนีมูนรอบที่ร้อยแล้วพ่อแม่กู หวานจนกูอิจฉาอยากจะมีครอบครัวดีๆ บ้าง”“ลูกมึงก็น่ารัก ยังจะว่าตัวเองครอบครัวไม่ดีอีกนะมึง”“ไอ้เชี่ย กูหมายถึงครอบครัวที่มีพ
“แล้วยังไง ปริญญาตรีกับปริญญาโทไม่เห็นจะเหมือนกันเลย ลองเรียนก่อนเถอะแล้วจะรู้” คนที่จบปริญญาโทมาสองใบทั้งจากในประเทศไทยและประเทศอังกฤษพูดทับถมขึ้นมา ตวัดสายตาไปทางโต๊ะกินข้าวสั่งสาวใช้ส่วนตัวให้รีบไปจัดแจงโต๊ะอาหารหาน้ำหาอะไรมาเตรียมไว้รอเขาหิวท้องกิ่วไส้จะขาดอยู่แล้วคุณรสสั่งอาหารโปรดหลายอย่างมาให้จากร้านอาหารไทยของเพื่อนเขาเช่นเดิม โดยปกติรณภพจะติดนิสัยอุดหนุนเพื่อนฝูงแบบนี้เสมอ ถ้าหากต้องการจะซื้ออะไรจะคิดก่อนเลยว่ามีเพื่อนทำธุรกิจจำพวกนั้นไหม เขานั่งลงบนเก้าอี้จับช้อนส้อมขึ้นมาเตรียมกินก่อนจะนึกขึ้นได้จึงปรายสายตาไปมอง“กินอะไรมาหรือยัง ไหนบอกว่ารีบสมัครรีบกลับกลัวมาไม่ทันรับลูกไง”เฟื่องลดาละสายตาจากลูกกลับมามอง “อ๋อ เฟื่องยังไม่หิวค่ะคุณภพกินก่อนเลย”“จะใช้มุกไม่หิวไปอีกนานแค่ไหนแม่คุณ อยู่บ้านก็บอกไม่หิวๆ รอเจ้าของบ้านกินอิ่มค่อยเข้ามากินข้าวก้นหม้อพร้อมกับคนใช้ตลอด แต่ก็ดีนะ เจียมตัวเองดี ฉันไม่ค่อยชอบพวกตีตัวเสมอเจ้านาย”“ค่ะ” แม้จะเจ็บแต่เฟื่องลดาก็พยายามไม่ใส่ใจคำพูดเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของรณภพ มือเล็กจับขวดนมว่างเปล่าออกจากปากลูก ใช้ผ้าเล็กๆ คอยปัดให้กลัวจะมียุงหรือแมลงตัวเ
บรรยากาศในห้องประชุมเย็นขึ้นมากอันเนื่องมาจากรัศมีความเกลียดชังที่สองหนุ่มคอยส่งให้กัน รณภพคอยควบคุมสถานการณ์ในห้องประชุมพลางฟังลูกน้องใต้สายการบังคับบัญชารายงานผลการดำเนินงานภายในบริษัท โครงการที่จบลงไปแล้วทำกำไรได้เท่าไหร่ และโครงการที่กำลังจะเริ่มมีอะไรบ้าง การประชุมในวันนี้ยังรวมไปถึงเรื่องความมั่นคงทางการเงินของบริษัทที่มีมูลค่าเพิ่มจากปีที่แล้วหลายหมื่นล้าน รณภพมือหนึ่งก็จับลูกให้นั่งนิ่งๆ ส่วนสายตาเขาคอยส่งไปให้ไอ้ฐานัสกับเลขาหนุ่มคู่ขาของมัน ท้าทายมันทางสายตาว่ามีปัญญาทำธุรกิจให้ได้กำไรมหาศาลเหมือนอย่างที่เขากับเจ้าสัววิทยาผู้เป็นพ่อได้หรือเปล่า คนขี้แพ้อย่างมันธุรกิจเดียวที่ทำแล้วไปรุ่งก็คงจะมีแต่บ่อนการพนันแถบชายแดน! “และทั้งหมดนี้ก็คือเนื้อหาของการประชุมในวันนี้ ขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่เสียสละเวลามาฟังผลการดำเนินงาน หลังจากนี้จะเปิดให้ตั้งคำถามทุกเรื่องที่ทุกท่านสงสัยนะครับ ผมจะเป็นคนตอบเอง เชิญครับคุณอากิตติ” หนุ่มหล่อนั่งบนแท่นประธานบริษัทผายมือเชิญนักลงทุนท่านแรกที่ยกมือขึ้น“อาสงสัยเรื่องโปรเจ็คร่วมทุนระหว่างบริษัทไทยออลสตาร์ของท่านภูธเนศ เคยได้ยินท่านเจ้าสัวเคยเกริ่
หลายเดือนต่อมา“เฟื่องลดาหายไปไหน ผมสั่งคุณให้โทรตามเธอเป็นชาติแล้วทำไมถึงยังไม่มาสักที อีกสิบนาทีผมต้องเข้าประชุมแล้วลูกจะอยู่กับใคร เป็นแม่ประสาอะไรเรื่องแค่นี้ทำไมต้องให้บอกให้สอน!”“เอ่อ… ใจเย็นๆ ก่อนนะคะคุณภพ คุณเฟื่องเธอยังทำธุระของเธอไม่เสร็จเลยค่ะ ถ้าจัดการเรื่องทางนั้นเสร็จเรียบร้อยเธอบอกจะติดต่อกับมาหารสค่ะ” เลขาสาวตอบคำถามเจ้านายขาวีนขณะจ้ำฝีเท้าเดินตามหลังเขาให้เร็วมากขึ้น ท่านรองประธานหนุ่มสุดหล่อทว่าติดนิสัยขี้เหวี่ยงกำลังเดินตรงไปยังห้องประชุมในวงแขนกำยำมีร่างอวบเล็กของเด็กชายวัยสิบเดือนหน้าตาน่ารักชื่อกัปตัน เป็นลูกที่เกิดจากท่านรองกับพนักงานในบริษัท รสรินเพิ่งเข้ามาทำงานตำแหน่งเลขานุการให้รณภพได้ราวๆ ครึ่งปี ไม่ทราบเลยว่าคู่นี้มีความเป็นมาเป็นไปยังไงแต่ก็พอจะมองออกว่าเจ้านายของตนเองไม่ได้ชอบแม่ของลูก“ก่อนการประชุมจะเริ่มคุณโทรกลับไปย้ำอีกครั้งนะว่าให้รีบกลับบริษัทด่วนที่สุด ถ้ามาไม่ทันทั้งคุณทั้งเฟื่องลดาถูกผมเฉ่งยกกำลังสองแน่!” เอ่ยด้วยความหัวเสียไม่พอใจในตัวผู้หญิงคนนั้นที่ทิ้งลูกไว้กับเขาในช่วงวันเวลาเร่งด่วนเช่นนี้ หล่อนอ้างว่าจำเป็นต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน ทั้งที
“ทุกข้อความ ทุกตัวอักษร ท่านเจ้าสัวแน่ใจแล้วเหรอครับว่าจะเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามนี้…”ทนายปกรณ์ค่อนข้างตกใจ เอ่ยถามย้ำแม้จะมีเขียนข้อความกำกับไว้ว่าเจ้าของพินัยกรรมเขียนโดยมีสติสมบูรณ์ครบถ้วน ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองที่ท่านวิทยาเรียกตนเองเข้ามาพบถึงบ้านและจัดการเรื่องนี้ ในความเป็นจริงท่านไม่จำเป็นต้องทำเลยก็ได้เพราะมีผู้สืบทอดมรดกเพียงคนเดียวทว่าช่วงหนึ่งถึงสองเดือนมานี้มีเรื่องมากมายประเดประดังเข้ามา และท่านพบว่าตนเองได้กลายเป็นคุณปู่ของเด็กชายตัวน้อยไปแล้ว ไม่รู้ว่าท่านกลัวหลานชายจะถูกพ่อแท้ๆ ขับไล่หรือเปล่าทำไมถึงลงทุนทำพินัยกรรมฉบับใหม่ขึ้นมา“ช่วยจัดการให้ทีนะ นี่คงเป็นการเขียนพินัยกรรมครั้งสุดท้ายของฉันแล้ว” อากาศในห้องทำงานมืดสลัวมีน้อยมาก ท่านวิทยาพยายามนั่งนิ่งๆ เพื่อจะใช้แรงให้น้อยที่สุด“อย่าพูดอะไรเป็นลางอย่างนั้นสิครับ ท่านเจ้าสัวเพิ่งจะหกสิบกว่าๆ ยังสุขภาพแข็งแรงดีทุกประการ แต่ที่กังวลผมเกรงว่าถ้าคุณภพรู้เข้าเธออาจจะไม่พอใจได้นะครับ แม้ท่านจะไม่ได้ระบุว่ายกของมีค่าอะไรให้บ้างแต่ทุกข้อความระบุชัดเจนว่า…”“ว่าอะไรก็ทำไปตามนั้นแหละ …เจ้าภพมันยังอ่อนหัดนัก”ท้ายประโยคเสีย
รถกระบะคันกลางเก่ากลางใหม่ขับผ่านประตูรั้วเหล็กใหญ่มหึมาเข้ามาภายในอาณาเขตคฤหาสน์ราคาหลักร้อยล้าน เบื้องหน้าเห็นลานน้ำพุขนาดใหญ่เป็นปราการด่านแรกให้มองก่อนภาพความงดงามของสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่สไตล์ยุโรป สองข้างฝั่งของถนนขนานข้างด้วยสวนหย่อมประดับพันธุ์ไม้แปลกตาหลายชนิด“บ้านใหญ่โตยิ่งกว่าวัง โรงจอดรถหรือเต็นท์รถมือสองวะนั่นทำไมถึงมีรถหลายคันขนาดนั้น บ้านเอ็งใช่ไหม เจ้าของบ้านเขาซื้อมาขายหรือมาขับเล่นเหรอนังหนู”“บ้านเจ้านายค่ะ คุณลุงขับเข้าไปจอดหน้าคนนั้นเลยค่ะ”ชี้ปลายนิ้วไปทางด้านหน้าในตำแหน่งยืนของสาวใช้คนหนึ่ง คาดว่าคุณแขไขหรือไม่ก็คุณวิทยาคงจะบอกคนในบ้านแล้วว่าจะมี กาฝาก มาขออาศัยอยู่ชั่วคราว เฟื่องลดาหวาดกลัวการเข้ามาอาศัยบ้านคนอื่นแต่เพราะความรักและคิดถึงลูกแทบขาดใจทำให้หล่อนตัดสินใจยอมแลกทุกอย่าง บากหน้าไปขอร้องท่านทั้งสองให้อนุญาตตนเองเข้ามาเยี่ยมลูกหรือพาลูกกลับไปนอนด้วยบ้าง ไม่ใช่ตัดรอนทุกอย่างไม่ยอมแม้กระทั่งให้ตนเองมาเจอหน้าลูกเหมือนอย่างที่รณภพทำ ถือเป็นความโชคดีของเฟื่องลดาที่ท่านเจ้าสัววิทยาเห็นใจและตระหนักได้ถึงความลำบากทางจิตใจที่หล่อนต้องเผชิญเกือบหนึ่งเดือน ตั้งหนึ่งเ







