Se connecterกรรมที่ไม่ได้ก่อแต่ต้องทนรับผล เพราะพี่ชายเพียงคนเดียวดันหักหลังเพื่อนสนิท จนเขาเอาความเกลียดชังมาลงทัณฑ์กับเธอ “พอใจแล้วใช่ไหม สมใจพี่ภาสแล้วใช่ไหม” น้ำเสียงสะอึกสะอื้นเอ่ยถามคนตัวโต “เสียใจขนาดนั้นเลยเหรอ แค่มีลูกกับฉัน” “ฮึก แล้วพี่ภาสรักมิ้นต์เหรอคะ ถึงอยากให้มิ้นต์ตั้งท้องลูกพี่ภาส” “คือ ฉัน...” เขาตอบได้ไม่เต็มปากว่ารักเธอไหม แค่อยากมีลูกด้วยกันเท่านั้น เดิมทีแค่อยากเอาคืนเพื่อนสนิทอย่างซีนาย ทว่าความคิดเหล่านั้นเริ่มจางหายไปจากหัว ตั้งแต่มิลินาเข้ามาในชีวิต “ฮึก ฮือ ๆ”
Voir plusเสียงเพลงดังสนั่นออกจากลำโพงขนาดใหญ่ และแสงไฟหลากสีกระทบโดนเรือนร่างอรชรของมิลินา ขณะมองหาใครคนหนึ่งด้วยความเป็นห่วง
“อยู่ไหนของเขากันนะ” เสียงหวานบ่นอุบอิบกับตัวเองพลางสอดสายตามองหาชายหนุ่ม ด้วยความที่คนเยอะและค่อนข้างแออัดทำให้มองหาใครคนหนึ่งค่อนข้างลำบาก
“คนสวยจะไปไหนเหรอครับ” จู่ ๆ ถูกคว้าแขนเล็กอย่างไม่ทันตั้งตัว โดยชายแปลกหน้า
“ปล่อยฉัน” พยายามสลัดแขนให้หลุด ทว่าอีกฝ่ายดันเพิ่มแรงบีบแน่นกว่าเดิม
“จะไปไหน มาคนเดียวเหรอ”
“อย่ายุ่งได้ไหม ไปให้พ้น” มิลินาเอ่ยบอกอย่างหัวเสีย ก่อนกัดเข้ากับแขนของอีกคนเต็มแรง กระทั่งถูกปล่อยเป็นอิสระ จึงอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นสายตาคู่หวานปะทะแผ่นหลังกว้างของคนที่ตนเองตามหา นั่งดื่มเหล้าเพียงลำพังยังโซนเคาน์เตอร์บาร์ หญิงสาวไม่รอช้าย่างเท้าไปหาคนตัวโตด้วยความดีใจ
“พี่ภาสคะ”
“ใครวะเนี่ย” คนเมาไม่ได้สติหันมองคนข้างกายด้วยสีหน้างุนงง ก่อนหันมาดื่มเหล้าต่อเพื่อต้องการระบายความเจ็บปวด
“พี่ภาสคะ” มิลินาหย่อนตัวนั่งลงยังเก้าอี้ว่างข้างกายเขา มือเล็กเอื้อมแตะหัวไหล่แกร่งแผ่วเบาด้วยความเป็นห่วง
สาเหตุที่ทำให้เขาเป็นอย่างนี้ นั่นเพราะเพื่อนสนิทซึ่งเป็นพี่ชายของเธอแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักในวันนี้
เธอบังเอิญเห็นเขาที่งานวิวาห์ ก่อนแอบตามมาเงียบ ๆ ด้วยความเป็นห่วง เพราะเขาคือคนที่เธอแอบรัก แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่เคยชายตามองสักครั้งก็ตาม
“ทำไมคุณถึงไม่เลือกผม ผมแย่กว่าไอ้นายตรงไหน”
“พี่ภาสเมามากแล้ว กลับเถอะ” มิลินาพยายามจะประคองคนเมาออกจากไนต์คลับ ทว่าอีกคนผลักเธอเต็มแรงทำเอาล้มลงกระแทกพื้นอย่างจัง
“อย่ายุ่ง!”
“กลับเถอะค่ะ เดี๋ยวมิ้นต์พาไปส่ง” หญิงสาวไม่ละความพยายามจะพาคนตัวโตกลับให้ได้
“เธอมันน้องไอ้นายไม่ใช่เหรอ” คนเมาเพ่งมองดวงหน้าหวานอย่างละเอียดเพื่อความแน่ใจ
“กลับเถอะ พี่ภาสเมามากแล้วนะคะ” เธอไม่ตอบคำถามอีกคน แต่พยายามจะพยุงคนตัวโตไปด้วยกัน แต่ไม่วายถูกเขาผลักอีกรอบ คราวนี้รุนแรงกว่าเดิมทำเอามิลินาจุกท้อง
“โอ๊ย!” เธอยกแขนเรียวกุมหน้าท้อง ค่อย ๆ พยุงกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและทิ้งตัวนั่งลงข้างกายคนตัวโต โดยไม่เข้าไปวุ่นวายเหมือนรอบแรก แค่เฝ้ามองอย่างเงียบ ๆ
“ผมผิดอะไรวะมัด ทำไมคุณถึงไม่เลือกผม” กฤตภาสร้องบอกด้วยความเจ็บปวดพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมด
ดวงตากลมโตมองดูอีกคนด้วยความรู้สึกปวดหนึบตรงอกข้างซ้าย การที่เห็นอีกคนเป็นอย่างนี้เธอเองก็เจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าเขา แถมยังรู้สึกผิดอีกต่างหาก ที่พี่ชายเพียงคนเดียวแย่งผู้หญิงที่เขารัก
“มิ้นต์ต้องทำยังไงเหรอคะ พี่ภาสถึงจะไม่เจ็บ” เสียงหวานพึมพำขณะมองดูคนข้างกาย ทันใดนั้นหยาดน้ำใสไม่ได้นัดหมายไหลรินอาบแก้มนุ่ม
เธอไม่อยากเห็นคนที่ตัวเองรักเจ็บปวด หากมีทางไหนทำให้เขามีความสุขก็ยอม แม้ว่าเขาจะไม่เคยมองมาก็ตาม
“พี่ภาส”
หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งตามหลังคนตัวโต ที่เดินออกจากไนต์คลับด้วยสภาพโซซัดโซเซ ก่อนจะเห็นชายหนุ่มนอนแอ้งแม้งบริเวณลานจอดรถ
“นอนตรงนี้ไม่ได้นะคะ” เท้าเล็กวิ่งไปหาคนไม่ได้สติพร้อมช่วยพยุง
“ใครเนี่ย วุ่นวายชะมัด” กฤตภาสเอ่ยบอกด้วยความรำคาญ พยายามจะผลักคนตัวเล็กไปให้พ้น มิลินาไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นจึงกอดเขาแน่นหวังให้อีกฝ่ายหยุดขัดขืน
“กุญแจรถพี่ภาสอยู่ไหนคะ มิ้นต์จะขับรถไปส่ง”
“ไม่รู้โว้ย!!”
“เฮ้อ” ถอนหายใจเฮือกหนึ่งด้วยความรู้สึกเหนื่อย คนอะไรไม่รู้ตอนเมาค่อนข้างหัวดื้อ แต่ในยามปกติมักจะสุขุม
มิลินาคลำหากุญแจรถตามกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหยิบออกมาพร้อมพาเขาไปยังรถคันหรูซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก
กว่าหญิงสาวจะพาคนตัวโตไปยังจุดหมายสำเร็จเล่นเอาเหนื่อยทีเดียว
“ตัวหนักเหมือนกันนะคะเนี่ย” ว่าแล้ว ช่วยรัดเข็มขัดนิรภัยให้เขาก่อนวิ่งไปยังตำแหน่งคนขับ
“ทำไมถึงต้องหักหลังกูด้วยวะไอ้นาย” คนเมาร้องบอกตลอดทางนั่งรถกลับคอนโด
“มิ้นต์ขอโทษแทนพี่นายด้วยนะคะ ถ้ามีอะไรที่มิ้นต์พอจะชดใช้แทนพี่นายได้ก็ยินดี” ชำเลืองมองคนข้างกายระหว่างขับรถกลับที่พัก
ระหว่างรถกำลังมุ่งหน้าสู่ปลายทาง ชายหนุ่มเอาแต่โวยวายตลอดทางพร้อมกับเพ้อถึงผู้หญิงที่รัก มิลินาใช้เวลาไม่นานก็มาถึง จากนั้นพาคนตัวโตเข้าไปด้านในคอนโดอย่างทุลักทุเล
“เฮ้อ...” พ่นลมหายใจเฮือกหนึ่งด้วยความโล่งอก หลังจากประคองเขานอนลงบนเตียงเป็นที่เรียบร้อย
“มัด...ผมคิดถึงคุณ อย่าทิ้งกันได้ไหม”
“อย่าเจ็บปวดอีกเลยนะคะ พี่ภาส” มิลินานั่งลงข้างกายคนเมา ดวงตากลมโตกวาดมองทั่วใบหน้าหล่อเหลา นิ้วเรียวลูบไล้ริมฝีปากหยักได้รูปแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความรักเปี่ยมล้นที่มีต่อเขา
“อย่าไป” กฤตภาสคว้าท่อนแขนเล็กและกดเธอลงกับเตียงนอน ก่อนทาบกายแกร่งลงบนเรือนร่างงดงาม
“พี่ภาสจะทำอะไร...อุ๊บ” เสียงหวานกลืนหายลงในลำคอ จู่ ๆ คนเหนือร่างประกบปากหยักลงบนกลีบปากอวบอิ่มอย่างรวดเร็ว ไม่ให้เธอตั้งตัวสักนิด
“อื้อ” มิลินาพยายามขัดขืนสุดฤทธิ์ ทุบตีลงบนหลังแกร่งถี่รัวเพื่อหวังจะให้หลุดพ้นจากพันธนาการของอีกคน
จูบแรกของเธอถูกเขาปล้นไปอย่างหน้าตาเฉย ถึงจะเคยปรารถนาให้เขาเป็นคนแรก แต่ต้องไม่ใช่ตอนเขาไม่ได้สติอย่างนี้
จูบของคนตัวโตเริ่มรุนแรงมากขึ้น กระทั่งในที่สุดทำเอาสติของมิลินาเลือนราง ปลดปล่อยเรือนร่างโอนอ่อนตามการกระทำของเขาอย่างหักห้ามใจไม่ได้
“อื้อ” นัยน์ตาคู่หวานหลับพริ้มด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย ก่อนตอบรับจูบของเขาอย่างเงอะงะ
กว่าหญิงสาวจะได้สติอีกครั้ง ตอนกฤตภาสเอ่ยเรียกชื่อผู้หญิงที่เขารักหมดใจข้างใบหูขาวสะอาด
“มัดหมี่”
“ไปให้พ้น” สติพร่าเลือนก่อนหน้านี้กลับมาชัดเจนอีกครั้ง เธอออกแรงผลักคนเหนือร่างจนกระเด็นไปอีกฝั่ง
“มัดหมี่...ผมรักคุณ” คนเมาเอาแต่ละเมอถึงผู้หญิงในใจอย่างโหยหา
“อย่าโง่ไปหน่อยเลยมิ้นต์ คนที่พี่ภาสรักคือพี่มัดต่างหาก” หลังมือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาบนแก้มนุ่มนิ่ม เธอสูดลมหายใจเข้าปอดช้า ๆ พร้อมสลัดความคิดในหัวทิ้ง จากนั้นนำผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตามใบหน้าหล่อเหลา
“มัดหมี่...”
“ผู้ชายนิสัยไม่ดี ไอ้พี่ภาสคนบ้า” อดไม่ได้จะตำหนิเขา ทั้งที่เขาเพิ่งขโมยจูบแรกเธอไปแท้ ๆ แต่กลับเรียกหาถึงผู้หญิงคนนั้น
หลังจากหญิงสาวช่วยเช็ดตัวให้เขาเสร็จเรียบร้อย จึงจัดแจงให้เขานอนในท่าที่สบาย ก่อนออกจากห้อง ทิ้งให้ชายหนุ่มอยู่ตามลำพัง
ในวันต่อมา กว่ากฤตภาสจะตื่นก็เป็นเวลาเกือบเที่ยง
“โอ๊ย! ปวดหัวชะมัด” มือหนานวดคลึงขมับเบา ๆ ก่อนชะงักเมื่อเห็นเพดานห้องแสนคุ้นเคย
“นี่เรากลับมาได้ไง” เขาแทบจำอะไรไม่ได้ หลังจากไปร่วมแสดงความยินดีในงานแต่งเพื่อนสนิทกับมัดหมี่ก็ไปดื่มเหล้าต่อยังไนต์คลับเพียงลำพัง แต่จำไม่ได้กลับมาได้ยังไง
นิ้วยาวแตะลงบนริมฝีปากหยักได้รูปด้วยความรู้สึกบางอย่าง สัมผัสของใครคนหนึ่งยังคงหลงเหลือ ซึ่งตราตรึงในใจไม่จางหาย
“ความรู้สึกนี่คืออะไรกัน ทำไมถึงแปลก ๆ แบบนี้” เพราะดื่มเยอะมากเกินไป เลยจำเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้ ก่อนความทรงจำเลือนรางจะผุดขึ้นในหัวราวกับว่าเขาได้จูบกับผู้หญิงคนหนึ่ง
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน”
ร่างอรชรในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์กำลังย่างเท้าไปยังแท่นพิธีพร้อมกับบิดา ท่ามกลางเหล่าแขกผู้มีเกียรติที่ร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวนับจากเคลียร์ใจกับเขา ชมพิ้งค์จึงตอบรับคำขอแต่งงานของขุนเขา แม้ว่าการตัดสินใจของเธอจะทำให้กฤตภาสไม่พอใจบ้างก็ตาม ทว่าพี่ชายก็ไม่ได้ขัดขวางนัก“ฝากลูกสาวคนสวยของพ่อด้วยนะ” ไตรภพเอ่ยบอกกับเจ้าบ่าวหนุ่มสุดหล่อในชุดทักซิโด้ หลังจากนำตัวหญิงสาวมาส่งถึงมือขุนเขามองภรรยาสาวก่อนเปิดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นหน้างดงามที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง เธอสวยมากจนเขารู้สึกเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด“สวย” คำพูดสั้น ๆ ของชายหนุ่มทำเอาชมพิ้งค์เขินอายจนหน้าแดงระเรื่อการแต่งงานแบบชาวตะวันตกดำเนินตามลำดับขั้น หลังจากเจ้าสาวมาถึงยังลานพิธี โดยมีบาทหลวงเป็นผู้ประกอบพิธี จนกระทั่งถึงเวลาจุมพิตขุนเขารั้งท้ายทอยเล็กมาแนบชิด ก่อนทาบริมฝีปากหยักได้รูปลงบนกลีบปากอวบอิ่ม“อื้อ” จูบแสนหวานละมุนทำให้ชมพิ้งค์หลับตาพริ้ม จากนั้นตอบรับจูบของสามีหนุ่มงานวิวาห์ของคนทั้งคู่ดำเนินตลอดทั้งวันจนถึงค่ำ แม้ว่าจะรู้สึกเหนื่อยไปบ้างทว่ากลับมีความสุขมากมาย“พิ้งค์ เธอจะอาบน้ำเลยไหม”“อืม” คนตั
ท่ามกลางบรรยากาศมืดมิด รถคันหรูของชมพิ้งค์บังเอิญเสียระหว่างทาง โชคร้ายไปกว่านั้นคือแบตโทรศัพท์ดันหมดหญิงสาวตัดสินใจก้าวลงจากรถ เพื่อจะไปขอความช่วยเหลือจากผู้คน ทว่าไม่มีวี่แววจะเห็นรถสักคันแล่นผ่านมา กระทั่งวัยรุ่นชายสองคนขับจักรยานยนต์จอดขวางหน้าเธอชมพิ้งค์เห็นท่าไม่ดี จึงหมุนตัวจะเข้าไปในรถ แต่ช้าไปกว่าคนเหล่านั้นเข้ามาประชิดตัว“จะหนีไปไหน”“อย่าเข้ามานะ” เธอถอยหลังชิดกับรถคันหรูด้วยท่าทางหวาดกลัว“ไปสนุกด้วยกันเถอะคนสวย” ไม่พูดเปล่า ชายวัยรุ่นสองคนคว้าท่อนแขนขาวเนียนและเหวี่ยงร่างเล็กไปกับพื้นถนน ก่อนพยายามจะคร่อมร่างอรชร“ไปให้พ้น” กายสาวดิ้นพล่านไปมาสุดฤทธิ์ ไม่ยอมให้คนเหล่านั้นสัมผัสเรือนร่าง ก่อนถีบเข้าที่ท้องชายตรงหน้าเต็มแรง“นังบ้า! มึงกล้าถีบกูเหรอ”“โอ๊ย!!” ชมพิ้งค์ถูกต่อยท้องแบนราบทำเอาจุก จนขยับตัวไปไหนไม่ได้“ชอบให้ใช้กำลังก็ไม่บอก” แสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะพยายามซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น“อื้อ ไปให้พ้น” ใบหน้างดงามหันไปมาอย่างขยะแขยง ไม่ยอมให้อีกฝ่ายแตะต้องตัวเอง เธอรู้สึกรังเกียจสัมผัสของคนเหล่านั้นเหลือเกิน วินาทีนี้ทำได้แค่คิดถึงขุนเขาหวังว่าเขาจะมาช่วยกัน แม้จะเป็น
แสงตะวันในยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอน ปลุกชมพิ้งค์ลืมตาขึ้นต้อนรับวันใหม่“อื้อ”“นอนต่ออีกหน่อยเถอะ อย่าเพิ่งลุกเลย”“ขุนเขา” คนตัวเล็กเบิกตาโพลงอย่างตกตะลึง ก่อนเธอจะขยับตัวออกห่างอีกคน แต่ไม่วายถูกชายหนุ่มรั้งร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน“จะหนีไปไหน”“ปล่อยฉันนะ” เธอพยายามจะแกะแขนแกร่งออกไปพ้น แต่อีกฝ่ายไม่ยอมให้เธอทำตามความปรารถนา จึงกระชับกอดเธอแน่นกว่าเดิม“นี่เธอ ลืมเรื่องเมื่อคืนหมดแล้วใช่ไหม”หญิงสาวหยุดการขัดขืนพลางเหลือบมองเจ้าของหน้าคมคาย เพื่อทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา ถึงจะเมาแต่ใช่ว่าจะจำอะไรไม่ได้สักหน่อยและเกิดอะไรขึ้นบ้างกับตัวเอง เพียงแค่ไม่กล้ามองหน้าเขาตรง ๆ“พิ้งค์ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม” ว่าแล้ว คว้ามือเรียวมาจูบพร้อมส่งสายตาหวานเยิ้มให้แก่คนในอ้อมแขน“พอเถอะขุนเขา”“ทำไมล่ะ”ชมพิ้งค์ขยับกายลุกขึ้นนั่งพร้อมนำผ้าห่มคลุมเรือนร่างเปลือย ก่อนข่มตาลงด้วยความเจ็บปวดและเบิกขึ้นใหม่อีกครั้ง“ฉันเคยรักนายมากนะขุนเขา ตอนนี้ก็ยังรักอยู่เหมือนเดิม แต่ฉันไม่อยากกลับไปเจ็บปวดอีกแล้ว เรื่องเมื่อคืนแค่ความผิดพลาดเท่านั้น นับจากนี้อย่ายุ่งกับฉันอีกเลย”“ไม่นะพิ้งค์ อย่าไปจากฉัน” ช
ท่ามกลางเสียงดังสนั่นภายในไนต์คลับบริเวณเคาน์เตอร์บาร์ ร่างอรชรของชมพิ้งค์กำลังกระดกเหล้าอย่างหงุดหงิด สาเหตุเพราะขุนเขาที่ติดต่อมาเมื่อช่วงกลางวันทำเธอจิตใจว้าวุ่นตลอดทั้งวัน“นายต้องการอะไรจากฉันอีกกันแน่ ขุนเขา” ใบหน้างดงามซบลงบนโต๊ะพร้อมปล่อยน้ำตาไหลพราก ระบายความรู้สึกเจ็บปวดในใจผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ คนตัวเล็กเด้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะพาตัวเองกลับเนื่องจากใกล้เมาเต็มทีหญิงสาวเดินไม่ระวังจึงชนเข้ากับชายคนหนึ่งเข้าเต็มแรง ระหว่างนั้นเธอกำลังรู้สึกวิงเวียนศีรษะและกำลังจะล้มลงคาพื้น โชคดีอีกฝ่ายรับร่างเล็กได้ทันพร้อมดึงเข้าสู่วงแขน“เป็นยังไงบ้างครับ”“อื้อ ไม่เป็นไร...”“พิ้งค์” นัยน์ตาคมกริบเบิกโพลงเมื่อเห็นใบหน้าของคนในอ้อมแขนชัดเจน เขาไม่คิดมาก่อนจะเจอหญิงสาวที่นี่“ขุนเขางั้นเหรอ” คนเมาเงยหน้ามองคนตัวโต ก่อนซบหน้าหวานกับอกล่ำสัน เพียงไม่นานปล่อยน้ำใสไหลเปียกชุ่มเสื้อผ้าของอีกคน “ไม่มีทางที่นายจะอยู่ที่นี่หรอกใช่ไหม”“พิ้งค์ นี่เธอร้องไห้เหรอ”“ฮึก ฮือ ๆ เจ็บเหลือเกิน ทำไมฉันถึงลืมนายไม่ได้สักที” คนตัวเล็กเอ่ยพูดด้วยเสียงสะอึกสะอื้น“นี่เธอเจ็บปวดมากขนาดนี้เลยเหรอ” ขุนเขาโอบก
“พี่ภาส รอมิ้นต์ด้วยสิคะ” ร่างอรชรของมิลินาวิ่งตามหลังคนตัวโตที่ไม่มีท่าทีจะชะลอความเร็วลงสักนิด ชายหนุ่มยังคงก้าวยาว ๆ ไปข้างหน้า“ไหนบอกพามาซื้อของไง แต่ไม่รอกันเลย” เสียงหวานพึมพำอย่างน้อยใจ“เร็วสิ” กฤตภาสหันหน้ามาบอกคนตัวเล็ก แต่เขากลับเร่งฝีเท้าเดินให้ไวกว่าเดิม ก่อนเผยยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นท่
“วันนี้ฉันจะนอนที่นี่” หลังเดินตามเข้ามาถึงในห้องของมิลินา กฤตภาสบอกจุดประสงค์ของตัวเองทันที ไม่รอให้หญิงสาวเอ่ยปากไล่“ตามใจ” เธอเดินเข้าไปในห้องนอน ทิ้งคนตัวโตไว้กลางห้องมิลินาหายเข้าไปในห้องนอนเกือบสิบกว่านาที ก่อนออกมาในสภาพชุดสบาย ๆ สำหรับอยู่ห้อง“เธอหิวไหม” ทันทีที่กายสาวปรากฏ เขาไม่รอช้าถา
เสียงเนื้อกระทบดังประสานกับเสียงครวญครางของคนทั้งสอง บ่งบอกถึงความสุขที่ได้รับเป็นอย่างดี กฤตภาสใส่ความเป็นชายเข้าออกในตัวเธอไม่ยั้ง“อื้อ พี่ภาส” ใบหน้าหวานเหยเกตามแรงกระแทกกระทั้นของชายหนุ่ม“บ้าฉิบ...” เธอในตอนนี้เซ็กซี่เหลือเกิน จนเขาอดใจไม่ไหวแนบริมฝีปากหยักได้รูปลงบนกลีบปากอมชมพู ดูดดื่มปากนุ
“ตื่นได้แล้วมิ้นต์ เธอต้องลุกขึ้นไปทำอาหารให้ฉัน” เสียงทุ้มพยายามปลุกคนหลับที่เหนื่อยจากบทรักเมื่อคืนให้ตื่น“อื้อ พี่ภาสสั่งเอาได้ไหมคะ มิ้นต์ง่วง” เอ่ยบอกอย่างงัวเงีย ก่อนพลิกกายหันไปอีกด้าน เธอเหนื่อยเหลือเกินจนไม่อยากลืมตาขึ้นมาทำอะไรทั้งนั้น“ฉันบอกว่าฉันหิวไง” กฤตภาสเริ่มหงุดหงิด“พี่ภาสไปหาก