เข้าสู่ระบบ“จะจีบกันอีกนานไหม อาหารไม่ได้มีขาวิ่งมาใส่ปากนะ ถ้าไม่กินจะเทให้หมา!” ก้าวเท้าฉับๆ กลับเข้ามาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีรณภพจึงปากไวดูถูกเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ พูดจบก็อุ้มลูกพากลับเข้าไปในห้องครัว
“น้องเฟื่องโอเคนะครับ พี่ไม่รู้มาก่อนเลยว่ามันจะไม่ชอบน้องเฟื่องมากขนาดนี้”
“เฟื่องไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณรันรีบตามคุณภพไปห้องอาหารเถอะนะคะ” หญิงสาวปั้นยิ้ม ผายมือเชิญหนุ่มหล่อไปยังห้องอาหาร ไม่ได้อยู่ร่วมวงด้วยเพราะเห็นจานข้าวถูกวางไว้สำหรับสองคน
“ไม่ต้องลงมาเสนอหน้าข้างล่างอีก ฉันจะดูแลคุณภพกับคุณรันเอง”
หญิงสาวอุ้มลูกเดินออกจากห้องครัวสวนทางกับป้าแม่บ้านป้าแกหันกลับมาพูดไล่หลัง แค่มองและฟังเท่านั้นเฟื่องลดาไม่ตอบอะไร อุ้มลูกให้แน่นรีบพาลูกเดินกลับขึ้นไปนอนกลางวัน
“กินสิวะมองอยู่ได้ ไหนว่าร้านนี้เจ้าประจำของมึงไง ออกจะอร่อย ไม่กินก็เรื่องของมึง” รณภพถามเองตอบเองอย่างสบายตาสบายใจมากกว่าทุกวัน เจริญอาหารดีมากต้องเติมข้าวถึงสองครั้งกว่าจะอิ่ม
“เห็นทีกูต้องพาพ่อกับแม่แวะไปอุดหนุนบ้างซะแล้ว รสชาติอาหารไม่เลวเลย” เขายกมือขึ้นให้สาวใช้เสิร์ฟของหวานเป็นลำดับถัดไป ตักกินไปเกินครึ่งกว่าจะสังเกตว่าเพื่อนสนิทยังไม่ยอมแตะอาหารเหมือนเดิม กำลังจะถามว่ามึงเป็นห่าอะไรมันรู้ตัวก่อนจึงยอมพูดความรู้สึกออกมาหมดโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องเสียเวลาถาม
“ถ้ากูรู้ว่ามึงเกลียดเขามากขนาดนี้กูไม่ซื้อให้แค่เสื้อผ้าหรอก ดูจากการแต่งตัวของเขาแล้วมึงคงจะไม่เคยซื้ออะไรให้เขาบ้างเลยสินะ แล้วที่ให้ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยไม่ใช่แค่อยากใช้เขาเลี้ยงลูกให้มึงจนแกโตแค่นั้นเองเหรอ”
“ออกไปก่อน”
รณภพสะบัดมือไล่คนในบ้านไม่ต้องการให้ใครได้ยินอะไรไปมากกว่านี้ ป้าอนงค์คล้ายจะไม่พอใจทว่าไม่สามารถขัดคำสั่งของเจ้านายได้จำเป็นต้องก้มหน้าเดินออกไปแอบฟังข้างนอก
“เขาก็ไม่ได้เลวไม่ได้ร้ายอะไร ถึงไม่ได้รักอย่างน้อยก็น่าจะทำหน้าที่พ่อกับแม่ร่วมกันได้ ไม่ใช่อะไรนิดๆ หน่อยๆ มึงก็ด่าก็ว่าเขา คนเราโดนด่าบ่อยๆ ก็เสียใจเป็นเหมือนกันนะ ทำไมมึงไม่รู้สึกสงสารเขาบ้างวะ”
“ก็พูดได้สิมึงไม่ใช่กูนี่นา มึงไม่รู้หรอกว่ายัยคนนั้นเป็นแม่ที่แย่มากขนาดไหน มีใครที่ไหนคลอดลูกได้สองเดือนแต่ทิ้งลูกหนีตามผู้ชายไปอยู่ต่างประเทศ สองสามเดือนให้หลังถึงกลับมา เงินก็ไม่มี บ้านก็ไม่มี จะเลี้ยงลูกยังไง ผู้หญิงมีแต่ตัวแถมไร้ความรับผิดชอบแบบนั้นเชิญมึงสงสารเขาไปคนเดียวเถอะกูไม่เอาด้วยหรอก!”
ศรันย์สะอึกเพราะไม่เคยรู้เรื่องจำพวกนี้มาก่อนจึงทำได้แค่เงียบและฟังมันตวาด “นิสัยแย่ทิ้งลูกให้เพื่อนต้องรับภาระช่วยเลี้ยงตั้งหลายเดือน แล้วที่ระริกระรี้อยากเข้ามาอยู่ในบ้านก็เพราะอยากจับกูไม่ใช่เหรอ! มึงไม่รู้จักนิสัยยัยนั่น ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไรไม่ต้องมาทำตัวเป็นคนดีปกป้องผู้หญิงพรรคนั้น กูไม่ซึ้งกับมึง!”
“ขอโทษ ก็กูไม่รู้นี่หว่าว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น มึงไม่เคยเล่าอะไรให้กูฟังเลย”
“กูก็เล่าอยู่นี่ไง ต่อไปเวลาจะใจดีใจดีกับลูกกูก็พอแล้ว ไม่ต้องไปเผื่อแผ่ผู้หญิงคนนั้นให้หล่อนได้ใจ”
รวนใส่ ยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดกระแทกก้นแก้วลงกระทบขอบโต๊ะแรงๆ ทางด้านศรันย์นั้นเขามองตามหลังเพื่อนก่อนจะถอนหายใจหนักหน่วง กลืนข้าวไม่ลงมากกว่าเดิมจึงส่งเสียงเรียกเด็กมาเก็บโต๊ะอาหาร
ประตูห้องนอนเล็กถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อนด้วยฝีมือของลูกชายเจ้าของบ้าน เฟื่องลดานอนบนพื้นเฝ้าลูกเห็นดังนั้นก็ยันกายลุกขึ้นมองเขา
“นึกว่าจะกำลังมีความสุขอยู่กับเสื้อผ้าเครื่องสำอางใหม่” เขายิ้มเย้ยหยันพลางเดินเข้ามาแบมือตรงหน้า “ฉันมาเอานามบัตรของไอ้รันคืน มันคงไม่ได้อยากจะให้เธอติดต่อไปให้มันรำคาญสักเท่าไหร่”
คนฟังสูดลมหายใจเข้าลึกกลั้นหยาดน้ำตา ลุกขึ้นเดินไปหยิบมันออกจากลิ้นชักเล็กๆ มาคืนให้ “เฟื่องยังไม่ได้ดู ยังไม่ได้จำเบอร์ คุณภพไม่ต้องกังวลหรือถามเฟื่องต่อเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอกนะคะ”
“ตีหน้าเศร้าทำไม”
ก้าวเท้าเข้ามาประชิดกระทั่งแผ่นหลังหล่อนชนกำแพง “คนเขารู้กันทั้งบ้านแล้วว่าเธอนิสัยเลวร้ายแค่ไหน ไอ้รันมันก็รู้แล้ว! สมน้ำหน้าเถอะนะเพราะคงจะไม่มีใครหลงซื้อของฝากมาให้เธออีก”
“เฟื่องไม่เคยอยากได้ของของคนอื่น ถ้าคุณภพไม่สบายใจ… เอากลับไปได้เลยค่ะ อยู่ที่เดิมเฟื่องยังไม่ได้ถือขึ้นมาเก็บบนบ้าน”
“ไม่จำเป็น แค่เศษเงินของไอ้รัน อยากจะใส่จะลองกี่ครั้งก็เรื่องของเธอ ร้องไห้ทำไม!”
ปลายนิ้วแข็งแรงจับปลายคางหล่อนบีบและบังคับให้เงยหน้าขึ้นมามองตนเอง จะได้เห็นชัดๆ ว่าร้องไห้จริงหรือเสแสร้ง
“คุณภพ เฟื่องเจ็บ…” เอ่ยเสียงแผ่วเบาวอนขอให้เขาปล่อยตนเอง
“ฉันถามว่าร้องไห้ทำไมเธอไม่ได้ยินเหรอเฟื่องลดา! น่าเบื่อ! อย่าทำตัวน่ารำคาญไปมากกว่านี้ได้ไหม” เสียงตะคอกของรณภพดังกึกก้องไปทั้งห้องนอน “ฉันไม่ได้โง่เหมือนไอ้รันนะที่จะหลงสงสาร ผู้หญิงอย่างเธอร้องไห้ให้ตายฉันก็ไม่สนใจหรอก ถ้าไม่อยากเสียใจไม่อยากทนฟังฉันด่าทุกวันก็เก็บของออกไปจากบ้านหลังนี้เลยสิ! แต่น่าเห็นใจนะเพราะไม่มีที่ไปถึงเกาะแน่นหนึบอาศัยใบบุญของลูก ทนอยู่ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าถูกคนทั้งบ้านเกลียด”
“เฟื่องขออาศัยอยู่กับลูกช่วงที่แกยังเล็กแค่นี้เอง ทำไมคุณภพ… ต้องด่าเฟื่องทุกวันด้วยคะ ฮึก… รอให้ลูกโตกว่านี้เฟื่องก็จะไปแล้ว ถ้าเกลียดเฟื่องนักเราต่างคนต่างอยู่ก็ได้”
“ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน เพราะฉันเองก็ไม่ได้อยากเห็นหน้าเธอสักเท่าไหร่!” ปลายคางหล่อนแดงเป็นรอยมือชัดมาก รณภพก้าวถอยหลังไปหลายก้าวเพื่อจะได้อยู่ห่างจากผู้หญิงที่ตัวเองประกาศว่าเกลียด
“ฉันจะให้คนยกข้าวขึ้นมาให้ ดูแลลูกอยู่ในนี้ไม่ต้องวิ่งลงไปตีหน้าเศร้าให้ไอ้รันสงสารอีก อ้อ! คืนนี้ฉันจะออกไปเที่ยวกลางคืน หวังว่าเธอคงจะนอนหลับฝันดีนะเพราะคืนนี้ฉันคงนอนหลับสบายมากๆ”
รอยยิ้มของเขาร้ายกาจแม้แต่เด็กวัยมัธยมยังรู้เลยว่าคืนนี้เขาจะทำให้ตัวเอง ‘ผ่อนคลาย’ แบบไหน
เฟื่องลดาเบือนใบหน้าเปื้อนน้ำตามองไปทางอื่น เขาจะนอนกับใครหรือรักกับใครก็ไม่ใช่เรื่องที่หล่อนจะออกความคิดเห็นได้ เฟื่องลดาเสียใจมากรีบยกมือขึ้นโอบกอดตัวเองไม่ต้องการให้ร่างกายสั่นเทิ้มหนักไปมากกว่านี้ เขาเดินออกไปพร้อมกับปิดประตูกลับลงที่เดิม
แล้วมันก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เฟื่องลดาระลึกได้ว่าตนเองไม่ควรอาศัยอยู่บ้านหลังนี้ ในช่วงเวลาแสนเปราะบางที่เฟื่องลดารู้สึกอ้างว้างยังมีความโชคดีอยู่บ้างคือมีสายเรียกเข้าจากเพื่อนรัก อาทิตยาโทรมาส่งข่าวว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะเข้าพิธีมงคลสมรสกับหนุ่มเจ้าของไร่ส้ม เฟื่องลดาแสดงความยินดีกับเพื่อนก่อนจะวางสายแล้วมานั่งเศร้า คิดมากว่าหากรณภพรู้เรื่องนี้เข้าจะเสียใจหรือเปล่า
4ใกล้จะถึงกำหนดคลอดลูกคนที่สองแล้ว รณภพตื่นเต้นมากกว่าภรรยาเสียอีก จัดเตรียมกระเป๋าไว้ตั้งแต่อายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่แปด เป็นกังวลว่าถ้าหากภรรยาคลอดก่อนกำหนดหรือรีบมากๆ จะลืมของสำคัญ เขาจัดไปหมดแม้กระทั่งตุ๊กตายังเอาไปด้วย ตั้งใจจะวางไว้ข้างหมอนให้ภรรยาได้เห็นว่ามีหมีน้อยๆ คอยให้กำลังใจ เขากลัวหล่อนจะมีภาพคลอดลูกคนแรกติดตาจึงดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดี จัดหาห้องพักที่ดีที่สุด หมอที่เก่งที่สุด และการดูแลในระดับดีเยี่ยม ยอมทุ่มเทจ่ายค่าคลอดลูกรวมกันหลายล้านญาติๆ ต่างทยอยมาเยี่ยมตั้งแต่อยู่บ้าน เขาให้คนขับรถไปรับแม่ฟ้ากับน้องฟางที่อยุธยามาให้กำลังใจเฟื่องลดาด้วยอายุครรภ์ของเฟื่องลดามากกว่าเก้าเดือน แต่ลูกชายตัวน้อยยังไม่มีวี่แววจะอยากออกมาดูโลกภายนอก คุณหมอจึงแนะนำให้ผ่าคลอด มันฟังดูน่ากลัวมากสำหรับผู้ชายทั้งแท่งอย่างเขา“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะเข้าไปในห้องคลอดด้วย” รณภพลากเก้าอี้เข้ามานั่งเฝ้าเตียง บางครั้งก็กลัวบางครั้งก็ตื่นเต้น ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอเก็บบรรยากาศห้องพักฟื้นไว้และนับเวลารอเจอน้องกราฟเขาตั้งชื่อลูกชายคนที่สองว่า ‘กราฟิก’ ไม่มีความหมายอะไรพิเศษ แค่อยากให้คล้องจองกับพี่กัปตันจึงเล
3 “กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ ฮาไฮ ฮาไฮ!” ทีมเชียร์รัวกลองสนามหญ้าเทียมโซนบีมีสาวๆ หยุดมองมากเป็นพิเศษเพราะนักเตะในสนามล้วนมีหน้าตาเกรดเอ หล่อเหมือนดารากันทุกคนแถมกล้ามยังแน่น วิ่งไล่บอลเหมือนม้าสู้ศึกแรงดีไม่มีตก เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างรณภพกับผองเพื่อนและหนุ่มๆ สถาปนิกจากบริษัทไทยออลสตาร์ นำทีมโดยคุณพ่อลูกหนึ่งอย่าง ภูดิศ หรือพี่หมอกพักหลังร่วมธุรกิจกันหลายอย่าง สนิทกันเหมือนญาติพี่น้อง ทว่ารณภพอยากทำอะไรที่มันมากกว่านั้น ก็เลยไปท้าพี่เขาแข่งบอล ถ้าเขาแพ้จะขอถอนตัวแล้วเลิกตื๊อพี่หมอกอีกตลอดชีวิตแต่ถ้าชนะ พี่หมอกต้องทำโปรเจ็คร่วมกันกับบริษัทเขาพี่หมอกรับคำท้าเพราะเป็นนักบอลเก่าและชอบออกกำลังกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แท็กทีมเพื่อนฝูงกล้ามโตมาเต็มแน่นสนาม ตัดภาพมาที่ทีมเขาสิ ผู้รักษาประตูเป็นไอ้สารวัตรหมี กองหน้าเป็นไอ้รัน สองคนนี้ทำผลงานได้แย่ที่สุดในทีมเล่นเหมือนถูกบังคับก็บังคับพวกมันจริงๆ นั่นแหละ แต่เขาก็ติดสินบนไปแล้วไม่น่าจะมีปัญหา รณภพวิ่งไล่บอลหอบหายใจถี่กระชั้นกดดันเนื่องจากใกล้หมดเวลาครึ่งแรกแล้ว เขาโมโห ด่ากราดเพื่อนร่วมทีม“ไอ้หมี มึงมีสมาธิหน่อยสิวะ กูให้มึงเฝ้า
2แท็กซี่มาส่งที่สนามบินเชียงใหม่ก่อนถึงเวลาขึ้นเครื่องสองชั่วโมง จึงมีเวลาเดินเล่น กินข้าว ซื้อของฝากกลับกรุงเทพ“คุณภพ ซื้ออะไรมาเยอะแยะขนาดนั้นคะ น้ำหนักจะเกินหรือเปล่า” เฟื่องลดากำลังเหม่อได้ที่มาได้สติตอนที่ลูกวิ่งเข้ามาเกาะขา เอียงใบหน้าไปมองก็เห็นพ่อของลูกถือถุงแคปหมูกับของฝากอื่นๆ พะรุงพะรังมาเต็มมือ เขาอุ้มลูกพาไปซื้อน้ำซื้อขนม ให้หล่อนนั่งรออยู่หน้าเกทขณะรอช่วงบอร์ดดิ้งไทม์กลับกรุงเทพลูกน้อยได้ขนมมาหนึ่งชิ้น กัดกินกรุบๆ ซุกหน้าซบบนหน้าขา เฟื่องลดาต้องอุ้มดึงแกขึ้นมานั่งบนตักช่วยเช็ดคราบเลอะ“ไม่รู้จะซื้ออะไรกลับไปฝากคนที่บ้าน เราน่าจะแวะร้านของฝากก่อนเข้าสนามบินเนอะ จะได้ซื้อใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง”“แค่นี้ก็เยอะแล้วค่ะ” ยื่นมือออกไปจะช่วยถือ“ไม่เป็นไร” เขาปฏิเสธ ย้ายมานั่งลงข้างเฟื่องลดาแล้วมัดปากถุงของฝากรวมกัน อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว เขาต้องถือถุงพวกนี้กับกระเป๋าใบเล็กของตัวเองแล้วก็เมีย ช่วงบ่ายคนพลุกพล่านมาก ยิ่งเวลาใกล้จะเรียกขึ้นเครื่องคนก็ยิ่งเยอะเป็นพิเศษ เก้าอี้ว่างแทบไม่เหลือเลยหลายคนต้องยืนรอ“แหวนไปไหน?” เขาเงียบไปนานมากกว่าจะทักถาม หล
ตอนพิเศษถ้าหากถามว่าความรู้สึกดีๆ ที่เขามีให้เฟื่องลดาเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน เขาคงจะขอเวลานอกสักครึ่งชั่วโมงเพื่อลำดับเหตุการณ์และความรู้สึก ก่อนจะหันไปมองคนถามและตอบว่า ‘ไม่รู้’เขาไม่รู้เลยว่าเริ่มรักหล่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเปิดใจให้ตอนไหน สิ่งเดียวที่เขารู้คือไม่ว่าเขาจะรู้สึกดี รู้สึกแย่ หรือชีวิตประสบพบเจออะไรร้ายแรงมากแค่ไหนมองกลับมาก็จะยังเห็นหล่อนคอยยืนรออยู่ข้างหลัง หล่อนรอคอยเขาอย่างใจจดใจจ่อ คอยส่งกำลังใจมาให้ แม้ว่าสถานะของหล่อนนั้นจะอยู่ในจุดไร้ตัวตนเขามันก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่มองหล่อนไว้ว่าไม่คู่ควร ไม่ต้องการจะให้คุณค่าให้ราคาอะไร แค่อยากเก็บไว้ใช้งานเวลามีความต้องการ รวมไปถึงใช้หล่อนให้ช่วยเลี้ยงลูกชาย คิดแค่นี้ ในหัวสมองของเขาเค้นความคิดชั่วร้ายออกมาได้เท่านี้จริงๆหลายคนอาจมองว่าความรักของเขาเกิดจากความสงสาร ว่าหล่อนป่วย ก็ใช่ เพราะหลังจากเขารู้ความจริงก็พยายามใจดีขึ้นทั้งที่เนื้อแท้ของเขาไม่เคยต้องพูดจาดีกับใครเลยการมีเงินทองมากมายทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงหัวใจของใครได้ ไม่พอใจอะไรก็ใช้เงินใช้อำนาจเข้าสู้ จึงเป็นเหตุให้หน้าที่การงานสะดุดเพราะถูกเกล
บทส่งท้ายฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เมื่อไหร่ที่เมฆหมอกจางไปสายรุ้งก็จะมาทักทาย ชีวิตของเฟื่องลดามีความสุขมากยิ่งขึ้นนับจากวันที่กลับจากเชียงใหม่ รณภพให้ทุกอย่างที่หล่อนต้องการและสบายใจอยากได้ เขาให้เวลา ให้ความรัก ให้ความมั่นใจ จัดงานแต่งแม้จะมีลูกสองคนแล้ว เขาเชิญครอบครัวทั้งทางพ่อและแม่หล่อนมาร่วมงาน จัดหารถรับส่ง ที่พัก แล้วก็คอยดูแลอุปการะครอบครัวพวกท่านให้กินอยู่สบายมากขึ้น ที่สำคัญคือเขายอมจดทะเบียนสมรสโดยไม่กลัวว่าหล่อนจะหลอกเอาสมบัติเขาครึ่งหนึ่ง เขาบอกว่าไม่หวง อยากให้หล่อนสบาย สามีน่ารักแบบนี้หล่อนจะไปไหนได้ รูปพรีเวดดิ้งวางเต็มบ้านเดินไปมุมไหนก็เจอ ครรภ์เฟื่องลดาใหญ่มากอีกเดือนเดียวก็ถึงกำหนดคลอดแล้ว สามีไม่ให้ไปทำงานให้อยู่บ้านทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ กับลูกชาย เขากลัวหล่อนเบื่อก็แนะนำให้กลับไปทำวิดีโอเล็กๆ น้อยลงยูทูบ รีวิวเครื่องสำอาง รีวิวกระเป๋าแบรนด์เนมที่เขาขยันซื้อให้ไม่ขาดคุณแม่แขไขตื่นเต้นไม่แพ้กันกับเขาเตรียมหาของรับขวัญตั้งแต่หลานยังอยู่ในครรภ์รวมไปถึงญาติๆ ของเขาเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างซื้อของฝากมากมายส่งมาให้ที่บ้าน แวะมาเยี่ยม มาถ่ายรูปกับหล่อน ยังไม่ถึงกำหนดคลอดเลยแต่สาม
ในห้องนอนของรีสอร์ตรณภพได้รับกุญแจสำรองจากอาชวินเพื่อไขเข้ามาโดยไม่กวนเฟื่องลดาเพราะตอนนี้ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว นางฟ้าตัวน้อยของเขานอนหลับตามคาด ลูกน้อยก็นอนหลับอยู่ข้างๆ ขวดนมยังวางอยู่ข้างเตียงเย็นหมดแล้วคาดว่าทั้งสองน่าจะเข้านอนได้ราวหนึ่งชั่วโมงรณภพเดินอ้อมมาอุ้มลูกพาไปนอนเตียงสำหรับเด็กให้สบายตัว ก่อนจะกลับมานั่งบนขอบเตียงกว้างโน้มใบหน้าลงจูบหน้าท้อง“พี่กัปตันเข้านอนแล้วนะ มาม๊าก็หลับแล้ว เหลือแค่ป๊ะป๋าอยู่คุยกับหนู ป๊ะป๋าอยากเจอหน้าหนูนะลูกรีบโตไวๆ นะ ป๊ะป๋ารักหนู รักพี่กัปตัน รักมาม๊ามากนะครับ”อุ้งมือใหญ่วางแนบลงบนหน้าท้องที่มีชุดนอนเบาบางขวางกั้น รณภพน้ำตาปริ่มๆ ขอบก้มหน้าลงจูบลูกอีกครั้ง ก่อนจะเคลื่อนกายกำยำขึ้นมานอนกอดเฟื่องลดาฝังใบหน้าลงจูบบนหน้าผากนวลผ่อง‘เฟื่องเสียเลือดเยอะมาก หมอบอกว่าเฟื่องกำลังจะไปจากเราแล้ว แต่เพราะกัปตัน เพราะได้ยินเสียงลูก เฟื่องถึงกลับมามีชีวิต เฟื่องตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าหากเป็นอะไรไปอีกแล้วลูกจะอยู่ยังไง เฟื่องถึงเลือกทิ้งลูกไว้กับเราไงคะ เข้าใจหรือเปล่าว่าเฟื่องอยากให้ลูกอยู่กับคุณภพ…’“ผู้หญิงใจร้าย เจ็บหนักมากขนาดนี้ทำไมถึงไม่ยอมบอกอะไรเล
“คุณเจ็บมากไหม” คิ้วเขาแตกบริเวณปลาย เลือดซึมออกจากปากแผลหยดลงปลายหางตา“อย่าถามมากได้ไหม จะทำอะไรก็รีบทำฉันง่วง!”นับครั้งแทบไม่ได้ว่าถูกเขาปฏิเสธความหวังดีไปกี่รอบ หญิงสาวเสียใจที่ความเป็นห่วงของตัวเองทำให้เขารำคาญ“เสร็จแล้ว กลับกันเถอะ&
“คุณภพ คุณเมาแล้วนะ กลับกันเถอะ”“อย่ายุ่ง… จะนอน ไปไกลๆ เลยไป”เงยหน้าขึ้นมาตวาดใส่ผมเผ้าเขายุ่งเหยิง แล้วนอนลงที่เดิม หน้าหล่อๆ ของเขาจมอยู่กับกองน้ำที่ละลายออกจากถังน้ำแข็ง สกปรกเปื้อนไปหมดเฟื่องลดามองภาพตรงหน้าด้วยความเพลียใจ ไม่รู้เลยว่าเข
สวยจัง ก่อนออกจากร้านก็ไม่วายชมตัวเองให้มีกำลังใจหล่อนตั้งใจจะกลับโรงแรมทว่าฉุกคิดขึ้นได้ว่าลืมซื้อเครื่องสำอาง ดูเวลาเห็นว่าเพิ่งจะห้าโมงครึ่งจึงรีบเดินไปเซเว่นเฟื่องลดาอารมณ์ดี ฮึมฮัมร้องเพลง มือเล็กหิ้วตะกร้าข้างในมีขนม นม ของกินจุกจิกหลายอย่างแล้วก็เครื่องสําอางราคาปร
เขาเกลียดที่สุดคือการเป็นผู้แพ้กับการถูกหักหลัง! รณภพมีปัญหาเรื่องงานหลายอย่าง ราวกับกำลังถูกคนบางกลุ่มกลั่นแกล้ง อย่างเช่นเรื่องล่าสุดที่มีปัญหาก็คือโครงการใหม่แกะกล่องที่ยื่นเข้าที่ประชุมผ่านแล้วขั้นแรกเหลืออนุมัติวงเงินก้อนแรกมาใช้จ่าย เขาเล็งที่ดินแปล







