Masuk3วันผ่านไป...
ม่านฟ้าถูกขังอยู่ภายในห้องเป็นเวลา3วันเต็มโดยที่สิงห์ยังเมตตาเอาข้าวและน้ำมาให้ตลอด เธอคาดเดาความคิดผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลย ทุกครั้งที่เขาเจอเธอ มันเหมือนว่าเขาเป็นคนหลายบุคลิกและยิ่งไปกว่านั้นเขายังบอกเธอว่าท่านนายพลก็ไม่สามารถมาช่วยเธอได้ นั่นทำให้เธอแน่ใจว่าสองพ่อลูกอาจจะมีความสัมพันธ์ลับที่เธอยังไม่รู้เป็นแน่ แต่ถึงอย่างไรระหว่างนี้เธอก็จะไม่สร้างความวุ่นวายใดๆ รอจังหวะที่เขาเผลอเธอจึงจะหาทางหนีออกไป ไม่นานนักม่านฟ้าก็ได้ยินก็มีเสียงรถแล่นเข้ามา ม่านฟ้าพยายามมองตามขอบหน้าต่างที่ถูกปิดสนิทแต่ก็ดูไม่ออกว่าคนที่มาคือใคร เธอเห็นแค่เพียงหลังไวๆไม่ชัดเท่าไหร่ เสียงของคนผู้นั้นกำลังยืนคุยกับสิงห์ ก่อนที่เขาจะมองเข้ามาในบ้าน ท่านนายพลเอ่ยปากถามลูกชายตัวดีของเขา ท่านได้รับข่าวจากลูกน้องว่าม่านฟ้าเด็กคนนั้นที่เขาเคยพาทำงานที่นี่หายตัวไป เขาจึงต้องออกมาตามหา และที่แรกที่เขาจะมานั่นก็คือตามหาลูกชายคนเล็กของเขานั่นเอง "แกไปสร้างวีรกรรมอะไรเอาไว้อีก หืมไอ้ลูกชาย" "พ่อจะสนใจทำไม ทางที่ดีพ่อไปห่วงลูกชายใหญ่พ่อดีกว่าครับ" "แกอย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน บอกมาว่าเอาเด็กนั่นไปไว้ไหน" "พ่อไม่ต้องมายุ่งเรื่องของผมดีกว่าน่า..." "จะไม่ให้ฉันยุ่งได้ยังไง! แกทำอะไรไว้บ้างเคยจำบ้างไหม!" ท่านนายพลตะคอกใส่ลูกชายก่อนจะสั่งเด็ดขาด "แกพาม่านฟ้ากลับเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันใจร้ายกับแก..." ก่อนที่ท่านจะเดินกลับไปยังรถสิงห์ก็พูดตามหลังเขาจนทำให้อีกฝ่ายถึงกับชะงัก "ตอนนี้พ่อยังใจดีกับผมอีกหรอ...พ่อรักแค่ลูกแม่ใหญ่ส่วนลูกเมียน้อยแบบผมก็ต้องอยู่แบบตายทั้งเป็น!" "แล้วสิ่งที่แกทำมันน่ายกย่องนักหรอ คนก่อนหน้านี้แกก็ทำเรื่องเอาไว้จนฉันต้องตามเก็บตามเช็ด อย่าคิดว่าครั้งนี้ฉันจะปล่อยให้แกทำเรื่องเลวๆอีก" "ครับท่านนายพล" สิงห์โค้งศีรษะน้อมรับก่อนจะยักไหล่ทำเป็นไม่สนใจ ท่านนายพลถึงกับต้องเดินหนีขึ้นรถแล้วสั่งลูกน้องออกรถ บรื้นนนน เสียงรถแล่นออกไปแล้ว ม่านฟ้าพยายามเงี่ยหูฟังแต่ก็ได้ยินไม่ชัด ไม่นานสิงห์ก็เปิดประตูเข้ามา "ทำอะไร" "เปล่าค่ะ" "วันนี้พี่จะให้หนูออกไปข้างนอก...แต่อย่าคิดหนีถ้าไม่อยากเจ็บตัว" "ค่ะๆ" เธอคิดแผนที่จะทำให้เขาตายใจแล้วค่อยแอบหาทางหนีก็ยังไม่สาย ม่านฟ้าอาสาเข้าครัวทำกับข้าวให้เขาทาน วันนี้เขาดูอารมณ์ดี ไม่ทำตัวแปลกๆกับเธอแล้ว ม่านฟ้าเริ่มตีสนิทและถามเรื่องส่วนตัวของเขา แต่มีหรือที่สิงห์จะไม่รู้ เขารู้ทันแต่แกล้งทำเป็นไม่สนใจ พยายามเลี่ยงตอบเธอตลอด "ไม่ต้องมาหลอกถามอะไรพี่ทั้งนั้นเพราะว่าเธอจะไม่ได้คำตอบ" เธอถึงกับชะงัก "เปล่าค่ะ ม่านฟ้าก็แค่อยากทำความรู้จักพี่มากกว่านี้เท่านั้นเอง" "อย่างนั้นหรอ..." เขาขยับเข้ามาใกล้หญิงสาวก่อนจะเอาหน้าเข้ามาใกล้ ใบหน้าอันหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอแค่ไม่กี่เซนติเมตร "เอ่อ...พี่สิงห์" "ทำไม...อยากรู้จักพี่มากไม่ใช่หรอ" "ไม่ใช่เรื่องแบบนี้นะคะ" เธอถอยหลังหนีก่อนที่จะลุกไปทำอย่างอื่นต่อปล่อยเขาทิ้งไว้ตามลำพัง "ม่านฟ้า" "คะ?" "พี่จะออกไปซื้อของมาตุนไว้ หนูจะเอาอะไรไหม" "ไม่ค่ะ" นี่เป็นโอกาสอันดีของเธอที่จะหนีออกไปยังไงล่ะ เธอเริ่มคิดแผนเอาไว้ว่าหลังจากนี้เธอจะออกไปยังไงโดยที่ไม่ให้เขาจับได้ "พี่บอกไว้ก่อนนะ..." "คะ" "ถ้ากลับมาไม่เจอ พี่สัญญาว่าพี่...จะพลิกแผ่นดินหาเธอ แล้วถ้าเป็นแบบนั้นเธออย่าหาว่าพี่ใจร้ายนะครับ" "พี่คิดมากหรือเปล่า ม่านฟ้าจะไปไหนได้คะ พี่รีบไปรีบกลับนะ" "ครับ" หมับ! "ว๊ายยย" ฟอดดด สิงห์ดึงตัวหญิงสาวเข้าหาตัว เธอเซล้มไปนั่งตักเขาก่อนที่จมูกโด่งเป็นสันจะฝังลงบนแก้มนุ่ม เขาสูดมันเข้าปอดจนพอใจก่อนจะค่อยๆปล่อยให้เธอลุกขึ้นเป็นอิสระ "พี่ไปก่อนนะครับ" "ค่ะ" หลังจากที่สิงห์ออกไปแล้ว ม่านฟ้าครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดี เธออยากหนีออกไปตอนนี้แต่ในใจลึกๆก็อยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของสิงห์และท่านนายพล ยังมีเรื่องของคนที่เคยอยู่บ้านพักเดียวกันกับเธออีก เธอคนนั้นน่าจะเคยมีเรื่องอะไรแอบแฝงกับสิงห์แน่ๆ เพราะเธอเคยได้ยินขุนพลและเพื่อนของเขาพูดถึงแต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เธอหายไป แถมวันก่อนยังได้ยินสิงห์กับบุคคลปริศนาคุยกันเรื่องผู้หญิงที่ชื่อแก้วตาอีก ม่านฟ้าตัดสินใจอยู่ต่อเพื่อสืบหาความจริง เพราะเธออยากรู้ว่าแก้วตาหายไปไหนและพวกเขามีความสัมพันธ์กันอย่างไร เธอต้องทำให้สิงห์ตายใจว่าเธออยู่ข้างเขา 3ชั่วโมงผ่านไป... "พี่สิงห์กลับมาแล้วหรอคะ" ม่านฟ้าวิ่งไปหาเขาที่ยืนถือของเต็มมือ เขาดูเหมือนจะนิ่งวูบไปพักหนึ่ง "ครับ" "มาค่ะหนูช่วย" "ไม่เป็นไรครับ" "ทำไมไปนานจังคะ ม่านฟ้ารอตั้งนาน" "ที่นี่ห่างจากตัวเมืองมากกว่าพี่จะขับรถไปถึง เลยต้องตุนเอาไว้เยอะหน่อยเพราะเราต้องอยู่ที่นี่อีกนาน" เขายิ้มให้เธอแบบเย็นยะเยือก "ค่ะ" เธอรู้สึกแปลกอีกแล้ว "วันนี้ม่านฟ้าขอโชว์ฝีมือทำให้พี่สิงห์กินนะคะ" "ได้ครับ งั้นพี่จะเป็นลูกมือเอง" "ดะ ได้ค่ะ" มือเล็กกำลังหั่นฟักทองสีเหลืองอร่าม เธอค่อยๆกดมีดที่คมกริบลงไปช้าๆด้วยความระมัดระวัง "มาพี่ช่วยครับ" คำว่าช่วยของเขาคืออ้อมมาด้านหลังของม่านฟ้าใช้มือทั้งข้างโอบล้อมเธอเอาไว้ มือใหญ่ถูกวางลงบนมือนิ่มก่อนจะกดลงตามจังหวะ "พี่สิงห์...แบบนี้มันจะไม่เสร็จนะคะ" "ครับ" เสียงทุ้มต่ำที่ข้างใบหูเอ่ยขึ้น พลางให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ "เดี๋ยวพี่สิงห์ช่วยหั่นหมูดีกว่าค่ะ" "ก็ได้ครับ" เขาถึงปล่อยให้เธอเป็นอิสระแล้วเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นแทน สิงห์ยิ้มที่มุมปากก่อนจะถามขึ้น "ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้างครับ พออยู่ได้ไหม" "เอ่อ ก็พอได้ค่ะแต่ม่านฟ้า..." "ไม่ต้องห่วงพี่เคลียร์กับพ่อแล้ว ท่านไม่ได้ว่าอะไร" เธอยังพูดไม่ทันจบเขาก็สวนขึ้นมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง "ค่ะ" "เชื่อพี่นะ..." เธอพยักหน้าแทนคำตอบ "ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น พี่ก็แค่เบื่อพ่อพี่ที่วันๆเอาแต่ทำงานแล้วก็..." "แล้วก็อะไรคะ" "พี่เป็นลูกของแม่รอง...ส่วนพี่ชายพี่เป็นลูกของแม่ใหญ่...พ่อพี่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับพี่เท่าไหร่หรอก เขาก็รักแค่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขาเท่านั้นแหละ สำหรับเขาแล้ว...พี่มันก็แค่ตัวปัญหา" เขาเริ่มระบายมันออกมาให้เธอฟัง "พี่สิงห์..." เขาทำหน้าเศร้าก่อนที่หญิงสาวจะวางสิ่งที่กำลังทำอยู่แล้วเดินเข้าไปใกล้ เธอจับมือเขาเอาไว้แล้วลูบมันเบาๆเพื่อปลอบ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพียงแค่นั้นก็ทำให้เขารับรู้ได้ เขายิ้มบางๆให้เธอเป็นการตอบรับผ่านไปสองเดือน...เช้าตรู่ของวันใหม่ในบ้านไม้ริมแม่น้ำ แสงแดดอุ่นสาดส่องผ่านระเบียงเข้ามาในครัว กลิ่นหอมของปลาทอดกรอบแกล้มน้ำพริกฝีมือคุณยายลอยอบอวลไปทั่วบ้าน ขุนพล ที่เพิ่งเดินเข้ามาในครัวพร้อมกับกันและทศช่วยกันตรวจเช็คอะไหล่อู่เสร็จแต่เช้า เตรียมจะทรุดตัวลงนั่งร่วมโต๊ะอาหารเช้าตามปกติทว่า...ม่านฟ้าที่กำลังถือถ้วยน้ำพริกถ้วยใหญ่เดินออกมาจากครัว กลับชะงักกึกกลางทาง!ใบหน้าหวานซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยความผะอืดผะอมอย่างรุนแรงทันทีที่กลิ่นน้ำพริกกระทบจมูก"อึก... อุ๊บ!"ม่านผ้าวางถ้วยน้ำพริกลงบนโต๊ะอย่างเร่งรีบ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากแล้วรีบวิ่งตรงไปยังห้องน้ำชั้นล่างทันที!แค่ว... อ้วก!เสียงอาเจียนอย่างหนักหน่วงดังก้องออกมา ขุนพลเบิ่งตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ! เขารีบพุ่งตัวตามเข้าไปในห้องน้ำเป็นคนแรก ชายหนุ่มประคองไหล่บางของม่านฟ้าไว้ มือหนาช่วยลูบแผ่นหลังให้ภรรยาด้วยความห่วงใยจับใจ"ม่านฟ้า! เป็นอะไรไปครับหนู?!" ขุนพลเอ่ยเสียงสั่นพร่า เช็ดเหงื่อซึมตามกรอบหน้าหวานให้อย่างนุ่มนวล"หนู... หนูเวียนหัวค่ะพี่ขุนพล... เหม็น... เหม็นกลิ่นน้ำพริกมากเลย..." ม่าน
ค่ำคืนนี้ไร้ซึ่งฝันร้ายและอดีตอันขมขื่น มีเพียงไออุ่นแห่งความรักอันบริสุทธิ์ของสามีภรรยาที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ใต้เงาจันทร์ริมแม่น้ำชายแดนชั่วนิรันดร์คืนต่อมา สายลมยามดึกพัดโชยกลิ่นไอฝนละมุนเข้ามาทางหน้าต่างระเบียงห้องนอนชั้นบน แสงจันทร์สว่างนวลทาบทาลงบนเตียงกว้างอย่างเงียบสงบหลังจากมื้ออาหารเย็นอันแสนอบอุ่นที่กินพร้อมหน้าพร้อมตา น้องทอฟ้า ก็หลับสนิทปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของคุณยายที่ห้องนอนชั้นล่างอีกตามเคย ทำให้ห้องนอนชั้นบนตกอยู่ในความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวของขุนพลและม่านฟ้าอีกครั้งขุนพลในชุดกางเกงขายาวสบายๆ เดินก้าวเข้ามาในห้อง พลางล็อคประตูอย่างรัดกุม นัยน์ตาคมกริบดุดันที่เคยผ่านศึกบัดนี้ฉายประกายความหวานซาบซึ้งและปรารถนาอย่างลึกซึ้ง เขาทอดสายตามองร่างบางสะคราญตาของ ม่านฟ้า ที่กำลังนั่งสางผมยาวสลวยอยู่หน้ากระจกส่องหน้าม่านฟ้าในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีแดงเบอร์กันดีขับผิวขาวเนียนให้ดูเปล่งปลั่งสะกดสายตา เธอสบตาสามีผ่านกระจก ก่อนจะลุกขึ้นเดินก้าวเข้ามาหาขุนพลด้วยรอยยิ้มหวานแฝงความเขินอาย"พี่ขุนพลคะ..." เสียงหวานเอ่ยกระซิบเบาๆ มือเรียวเล็กเอื้อมไปจับมือหนาแกร่งของสามีแล้วนำ
แม่ของม่านฟ้ามองขุนพลด้วยความซาบซึ้งใจ ยื่นมืออันสั่นเทาไปจับมือแกร่งของขุนพลไว้ "ขอบคุณนะ... ขอบคุณมากที่ช่วยดูแลลูกสาวของแม่... ขอบคุณที่ไม่ทอดทิ้งม่านฟ้า..."ทอฟ้าตัวน้อยในอ้อมแขนเอียงคามองยายด้วยความสงสัย ก่อนจะยื่นมือป้อมๆ ไปแตะแก้มที่มีน้ำตาของยายเบาๆ "ยาย... ไม่ร้องนะ"เสียงเล็กๆของหลานสาวทำให้แม่ของม่านฟ้าหลุดยิ้มออกมาทั้งน้ำตา สวมกอดทั้งม่านฟ้าและหลานสาวไว้ด้วยความอบอุ่น บาดแผลในอดีตที่เคยกัดกินหัวใจของทุกคน บัดนี้ได้รับการเยียวยาและปลดล็อกอย่างสมบูรณ์แบบด้วยอภัยทานและความรักแท้ในครอบครัวค่ำคืนนั้น บรรยากาศภายในบ้านไม้ริมแม่น้ำอบอวลไปด้วยความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กลิ่นหอมของอาหารพื้นบ้านที่ม่านฟ้าตั้งใจลงมือทำสุดฝีมือลอยอบเชยไปทั่วห้องครัว เสียงจานชามกระทบกันประสานกับเสียงหัวเราะใสแจ๋วของ น้องทอฟ้า ที่กำลังนั่งบนตักของคุณยายบนโต๊ะอาหารขุนพล เดินก้าวเข้ามาพร้อมกับ กัน และ ทศ ชายหนุ่มยกเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่มาเสริมข้างโต๊ะ นัยน์ตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้มีแต่ความเอ็นดูและความสงบสุขผู้เป็นแม่มองภาพตรงหน้าด้วยน้ำตาคลอเบ้า มือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักมาตลอดชีวิตลูบหัว
"ไปค่ะพี่ขุนพล" ม่านฟ้ายิ้มหวาน สบตาสามีด้วยความรู้สึกผ่อนคลายและเปี่ยมสุขอย่างแท้จริงแสงแดดยามเย็นทาบทาผืนน้ำริมแม่น้ำชายแดนเป็นสีส้มทองระยิบระยับ สายลมพัดหอบเอาความสดชื่นเข้ามาทักทาย ขุนพลในชุดสบายๆ เดินจูงมือม่านฟ้า ขณะที่แขนอีกข้างของชายหนุ่มช้อนอุ้มลูกสาวตัวน้อยไว้บนไหล่กว้างอย่างระมัดระวังที่หน้าอู่ซ่อมเครื่องยนต์ กันและทศที่เพิ่งทำความสะอาดเครื่องมือเสร็จ หันมาเห็นภาพสามพ่อแม่ลูกเดินเคียงคู่กันริมระเบียง ทั้งสองสบตากันแล้วหลุดยิ้มออกมาด้วยความอบอุ่นใจ"ดูดิไอ้ทศ... เสือร้ายขุนพล กลายเป็นคุณพ่อสายอบอุ่นเต็มตัวไปแล้วว่ะ" กันแซวพลางโบกมือให้น้องทอฟ้า"ก็สมควรแล้วนี่หว่า" ทศยิ้มรับ "ฟันฝ่ากันมาขนาดนี้ เห็นพวกมันมีความสุข ยิ้มได้เต็มภาคภูมิแบบนี้ กูแม่งโคตรสบายใจเลย"ทอฟ้าเห็นลุงๆโบกมือให้ก็โบกมือป้อมๆ ตอบกลับเสียงใส "ลุงกัน! ลุงทศ!"ม่านฟ้าทอดสายตามองภาพตรงหน้า รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าสวยงามอย่างไร้ความกังวล ชีวิตของเธออาจจะเคยเริ่มต้นจากความมืดมนและบาดแผลที่หยดน้ำตา แต่วันนี้... ข้างกายเธอมีชายชาตรีผู้พร้อมจะสละทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ มีลูกสาวผู้เป็นดวงใจ และมีมิตรภาพอันแท
ความรักที่เริ่มต้นจากมรสุมและความขมขื่น บัดนี้ได้เบ่งบานเป็นความสุขที่แท้จริงและมั่นคง ดั่งสายน้ำที่ไหลเอื่อยอย่างสงบเย็นใต้แสงดาวชั่วนิรันดร์เสียงลมยามเย็นพัดเอากลิ่นไอเย็นจากแม่น้ำพัดผ่านระเบียงบ้านไม้ ม่านฟ้านั่งแกว่งเปลผ้าทอให้ลูกสาวตัวน้อยที่กำลังหลับสนิท ตาปรือปรือพร้อมรอยยิ้มปนเปื้อนคราบน้ำนมบนปรางแก้มขุนพลเดินเข้ามาจากด้านหลัง ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งข้างๆ นัยน์ตาคมกริบมองใบหน้าหวานของภรรยาที่บัดนี้ดูฉายประกายความสุขและอบอุ่น มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวเล็กของม่านฟ้าไว้ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวล"ม่านฟ้า... พี่มีเรื่องอยากถามหนูหน่อยครับ"ม่านฟ้าเอี้ยวตัวกลับมาสบตา "มีอะไรเหรอคะพี่ขุนพล?"ขุนพลใช้นิ้วแกร่งเกลี่ยไรผมที่แก้มเนียนของเธอเบาๆ นัยน์ตาฉายแววรักและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง "หนู... อยากพาน้องฟ้ากลับไปเยี่ยมคุณแม่ของหนูที่บ้านเกิดไหม?"คำถามนั้นทำให้ม่านฟ้าชะงักกึก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ภาพความทรงจำในอดีตและใบหน้าของผู้เป็นแม่ที่เธอจากมานานหลายปีผุดขึ้นมาในความคิด น้ำตาแห่งความโหยหาและซาบซึ้งค่อยๆคลอเบ้าตาหวาน"พี่เห็นหนูชอบแอบมองรูปถ่ายคุณแม่เรื่อยๆ ช่วงน
ภาพตรงหน้าคือม่านฟ้านอนอยู่บนเตียงพัก ใบหน้าหวานแม้จะดูอ่อนเพลียและเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ทว่ากลับฉายประกายความงดงามและความสุขอย่างที่สุด ในอ้อมแขนของเธอมีทารกน้อยตัวแดงๆ ห่ออยู่ในผ้าอ้อมสีชมพู กำลังส่งเสียงร้องแผ่วๆขุนพลทรุดตัวลงคุกเข่าข้างเตียง น้ำตาไหลผ่านแก้มเนียนอย่างไม่ใช่อายใคร เขายื่นมือหนาที่สั่นเทาไปแตะแก้ม นุ่มๆของลูกสาวตัวน้อยเบาๆ ก่อนจะเอื้อมไปกุมมือเรียวของม่านฟ้าไว้"เก่งมากเลยครับหนู... ขอบคุณนะคะม่านฟ้า... ขอบคุณที่มอบของขวัญที่ย้ำเตือนชีวิตที่งดงามขนาดนี้ให้พี่" ขุนพลกระซิบเสียงหวาน ก้มลงจุมพิตหน้าผากมนของภรรยาด้วยความรักสุดหัวใจม่านฟ้ายิ้มหวาน น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้ง "ลูกหน้าเหมือนพี่ขุนพลมากเลยค่ะ..."กันและทศเดินย่องตามเข้ามาทางประตู ทั้งสองมองภาพครอบครัวที่สมบูรณ์แบบตรงหน้าแล้วหลุดยิ้มออกมาด้วยความอบอุ่นใจ"แหม... ได้ลูกสาวซะด้วย มึงเตรียมซ้อมถือปืนสั้นเฝ้าหน้าบ้านตอนลูกโตได้เลยนะไอ้ขุนพล!" กันแซวพลางหัวเราะร่า"เออ! ใครกล้ามาจีบลูกสาวมึง โดนลุงๆล้อมค่ายแน่!" ทศเสริมขึ้นพร้อมรอยยิ้มท่ามกลางเสียงหัวเราะและหยาดน้ำตาแห่งความสุข ความรักที่เคยผ่านมรสุมแล
"ที่นี่เหรอคะ" ม่านฟ้ามองไปยังทุ่งดอกไม้ที่อยู่ตรงหน้าไกลสุดลูกหูลูกตา เธอตกตะลึงราวกับโดน มนต์สะกด "เป็นไงสวยไหม" "หนูไม่คิดว่าหลังภูเขาที่เราขับผ่านมาจะมีที่วิวสวยแบบนี้อยู่ด้วย" "พี่มาตรวจแถวนี้บ่อย พวกพี่แบ่งโซนกันส่วนมากก็มีแค่พี่ที่มาที่นี่" "แล้วพี่กันกับพี่ทศล่ะคะ" "ไอ้กันมันดูความเรี
"อยู่ที่นี่เริ่มชินแล้วใช่ไหมครับ" "คะ?" หญิงสาวเงยหน้าสบตาเขา "พี่กลัวเราเบื่อ...เอางี้ไหมถ้าหายดีแล้วพี่จะพาออกไปเที่ยวเอง" "เที่ยวหรอคะ...ม่านฟ้าต้องถามท่านนายพลก่อนว่าไปได้ไหม" "ทำไมต้องถามด้วย" "ก็ม่านฟ้ามาทำงานกับท่าน รับเงินเดือนจากท่าน ถ้าออกไปไหนมาไหนหรือหายไปโดยไม่บอกจะถือว่าผิดกฏค่ะ"
เขาไม่รีรอแทรกตัวอยู่ตรงกลางหว่างขาทั้งสองข้างของเธอก่อนจะใช้มือทาบลงบนเนินอวบสีชมพูมีขนขึ้นประปรายบางๆ เขาจ้องมองมันอย่างหลงใหลก่อนที่จะใช้นิ้วแหวกกลีบทั้งสองข้างออกเผยให้เห็นแคมสีแดงระเรื่อที่กำลังรอคอยเขาสอดแทรกลิ้นเข้าไปลิ้มลอง ไวกว่าความคิดลิ้นร้อนก็แทรกเข้าไปชิมความหวานอย่างหื่นกระหาย ปลายลิ้น
"ดุจังเลยครับ" สิงห์ยิ้มที่มุมปาก "งั้นก็รีบกินรีบกลับเลยค่ะ" "พี่ล้อเล่นน่า" "หนูง่วงเเล้วอ่ะ" หญิงสาวยกมือปิดปากหาวหวอดๆ "นอนก็ได้นะเดี๋ยวพี่กินเสร็จล็อคประตูให้ครับ" "แน่ใจนะว่าพี่จะไม่แอบทำอะไรหนู" "มองพี่เป็นคนแบบนั้นหรอครับ" "เปล่าค่ะ ถ้างั้นกินเสร็จแล้วฝากเก็บด้วยนะคะ" "ได้ครับ" เธอ
![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






