ANMELDEN3วันผ่านไป...
ม่านฟ้าถูกขังอยู่ภายในห้องเป็นเวลา3วันเต็มโดยที่สิงห์ยังเมตตาเอาข้าวและน้ำมาให้ตลอด เธอคาดเดาความคิดผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลย ทุกครั้งที่เขาเจอเธอ มันเหมือนว่าเขาเป็นคนหลายบุคลิกและยิ่งไปกว่านั้นเขายังบอกเธอว่าท่านนายพลก็ไม่สามารถมาช่วยเธอได้ นั่นทำให้เธอแน่ใจว่าสองพ่อลูกอาจจะมีความสัมพันธ์ลับที่เธอยังไม่รู้เป็นแน่ แต่ถึงอย่างไรระหว่างนี้เธอก็จะไม่สร้างความวุ่นวายใดๆ รอจังหวะที่เขาเผลอเธอจึงจะหาทางหนีออกไป ไม่นานนักม่านฟ้าก็ได้ยินก็มีเสียงรถแล่นเข้ามา ม่านฟ้าพยายามมองตามขอบหน้าต่างที่ถูกปิดสนิทแต่ก็ดูไม่ออกว่าคนที่มาคือใคร เธอเห็นแค่เพียงหลังไวๆไม่ชัดเท่าไหร่ เสียงของคนผู้นั้นกำลังยืนคุยกับสิงห์ ก่อนที่เขาจะมองเข้ามาในบ้าน ท่านนายพลเอ่ยปากถามลูกชายตัวดีของเขา ท่านได้รับข่าวจากลูกน้องว่าม่านฟ้าเด็กคนนั้นที่เขาเคยพาทำงานที่นี่หายตัวไป เขาจึงต้องออกมาตามหา และที่แรกที่เขาจะมานั่นก็คือตามหาลูกชายคนเล็กของเขานั่นเอง "แกไปสร้างวีรกรรมอะไรเอาไว้อีก หืมไอ้ลูกชาย" "พ่อจะสนใจทำไม ทางที่ดีพ่อไปห่วงลูกชายใหญ่พ่อดีกว่าครับ" "แกอย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน บอกมาว่าเอาเด็กนั่นไปไว้ไหน" "พ่อไม่ต้องมายุ่งเรื่องของผมดีกว่าน่า..." "จะไม่ให้ฉันยุ่งได้ยังไง! แกทำอะไรไว้บ้างเคยจำบ้างไหม!" ท่านนายพลตะคอกใส่ลูกชายก่อนจะสั่งเด็ดขาด "แกพาม่านฟ้ากลับเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันใจร้ายกับแก..." ก่อนที่ท่านจะเดินกลับไปยังรถสิงห์ก็พูดตามหลังเขาจนทำให้อีกฝ่ายถึงกับชะงัก "ตอนนี้พ่อยังใจดีกับผมอีกหรอ...พ่อรักแค่ลูกแม่ใหญ่ส่วนลูกเมียน้อยแบบผมก็ต้องอยู่แบบตายทั้งเป็น!" "แล้วสิ่งที่แกทำมันน่ายกย่องนักหรอ คนก่อนหน้านี้แกก็ทำเรื่องเอาไว้จนฉันต้องตามเก็บตามเช็ด อย่าคิดว่าครั้งนี้ฉันจะปล่อยให้แกทำเรื่องเลวๆอีก" "ครับท่านนายพล" สิงห์โค้งศีรษะน้อมรับก่อนจะยักไหล่ทำเป็นไม่สนใจ ท่านนายพลถึงกับต้องเดินหนีขึ้นรถแล้วสั่งลูกน้องออกรถ บรื้นนนน เสียงรถแล่นออกไปแล้ว ม่านฟ้าพยายามเงี่ยหูฟังแต่ก็ได้ยินไม่ชัด ไม่นานสิงห์ก็เปิดประตูเข้ามา "ทำอะไร" "เปล่าค่ะ" "วันนี้พี่จะให้หนูออกไปข้างนอก...แต่อย่าคิดหนีถ้าไม่อยากเจ็บตัว" "ค่ะๆ" เธอคิดแผนที่จะทำให้เขาตายใจแล้วค่อยแอบหาทางหนีก็ยังไม่สาย ม่านฟ้าอาสาเข้าครัวทำกับข้าวให้เขาทาน วันนี้เขาดูอารมณ์ดี ไม่ทำตัวแปลกๆกับเธอแล้ว ม่านฟ้าเริ่มตีสนิทและถามเรื่องส่วนตัวของเขา แต่มีหรือที่สิงห์จะไม่รู้ เขารู้ทันแต่แกล้งทำเป็นไม่สนใจ พยายามเลี่ยงตอบเธอตลอด "ไม่ต้องมาหลอกถามอะไรพี่ทั้งนั้นเพราะว่าเธอจะไม่ได้คำตอบ" เธอถึงกับชะงัก "เปล่าค่ะ ม่านฟ้าก็แค่อยากทำความรู้จักพี่มากกว่านี้เท่านั้นเอง" "อย่างนั้นหรอ..." เขาขยับเข้ามาใกล้หญิงสาวก่อนจะเอาหน้าเข้ามาใกล้ ใบหน้าอันหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอแค่ไม่กี่เซนติเมตร "เอ่อ...พี่สิงห์" "ทำไม...อยากรู้จักพี่มากไม่ใช่หรอ" "ไม่ใช่เรื่องแบบนี้นะคะ" เธอถอยหลังหนีก่อนที่จะลุกไปทำอย่างอื่นต่อปล่อยเขาทิ้งไว้ตามลำพัง "ม่านฟ้า" "คะ?" "พี่จะออกไปซื้อของมาตุนไว้ หนูจะเอาอะไรไหม" "ไม่ค่ะ" นี่เป็นโอกาสอันดีของเธอที่จะหนีออกไปยังไงล่ะ เธอเริ่มคิดแผนเอาไว้ว่าหลังจากนี้เธอจะออกไปยังไงโดยที่ไม่ให้เขาจับได้ "พี่บอกไว้ก่อนนะ..." "คะ" "ถ้ากลับมาไม่เจอ พี่สัญญาว่าพี่...จะพลิกแผ่นดินหาเธอ แล้วถ้าเป็นแบบนั้นเธออย่าหาว่าพี่ใจร้ายนะครับ" "พี่คิดมากหรือเปล่า ม่านฟ้าจะไปไหนได้คะ พี่รีบไปรีบกลับนะ" "ครับ" หมับ! "ว๊ายยย" ฟอดดด สิงห์ดึงตัวหญิงสาวเข้าหาตัว เธอเซล้มไปนั่งตักเขาก่อนที่จมูกโด่งเป็นสันจะฝังลงบนแก้มนุ่ม เขาสูดมันเข้าปอดจนพอใจก่อนจะค่อยๆปล่อยให้เธอลุกขึ้นเป็นอิสระ "พี่ไปก่อนนะครับ" "ค่ะ" หลังจากที่สิงห์ออกไปแล้ว ม่านฟ้าครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดี เธออยากหนีออกไปตอนนี้แต่ในใจลึกๆก็อยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของสิงห์และท่านนายพล ยังมีเรื่องของคนที่เคยอยู่บ้านพักเดียวกันกับเธออีก เธอคนนั้นน่าจะเคยมีเรื่องอะไรแอบแฝงกับสิงห์แน่ๆ เพราะเธอเคยได้ยินขุนพลและเพื่อนของเขาพูดถึงแต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เธอหายไป แถมวันก่อนยังได้ยินสิงห์กับบุคคลปริศนาคุยกันเรื่องผู้หญิงที่ชื่อแก้วตาอีก ม่านฟ้าตัดสินใจอยู่ต่อเพื่อสืบหาความจริง เพราะเธออยากรู้ว่าแก้วตาหายไปไหนและพวกเขามีความสัมพันธ์กันอย่างไร เธอต้องทำให้สิงห์ตายใจว่าเธออยู่ข้างเขา 3ชั่วโมงผ่านไป... "พี่สิงห์กลับมาแล้วหรอคะ" ม่านฟ้าวิ่งไปหาเขาที่ยืนถือของเต็มมือ เขาดูเหมือนจะนิ่งวูบไปพักหนึ่ง "ครับ" "มาค่ะหนูช่วย" "ไม่เป็นไรครับ" "ทำไมไปนานจังคะ ม่านฟ้ารอตั้งนาน" "ที่นี่ห่างจากตัวเมืองมากกว่าพี่จะขับรถไปถึง เลยต้องตุนเอาไว้เยอะหน่อยเพราะเราต้องอยู่ที่นี่อีกนาน" เขายิ้มให้เธอแบบเย็นยะเยือก "ค่ะ" เธอรู้สึกแปลกอีกแล้ว "วันนี้ม่านฟ้าขอโชว์ฝีมือทำให้พี่สิงห์กินนะคะ" "ได้ครับ งั้นพี่จะเป็นลูกมือเอง" "ดะ ได้ค่ะ" มือเล็กกำลังหั่นฟักทองสีเหลืองอร่าม เธอค่อยๆกดมีดที่คมกริบลงไปช้าๆด้วยความระมัดระวัง "มาพี่ช่วยครับ" คำว่าช่วยของเขาคืออ้อมมาด้านหลังของม่านฟ้าใช้มือทั้งข้างโอบล้อมเธอเอาไว้ มือใหญ่ถูกวางลงบนมือนิ่มก่อนจะกดลงตามจังหวะ "พี่สิงห์...แบบนี้มันจะไม่เสร็จนะคะ" "ครับ" เสียงทุ้มต่ำที่ข้างใบหูเอ่ยขึ้น พลางให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ "เดี๋ยวพี่สิงห์ช่วยหั่นหมูดีกว่าค่ะ" "ก็ได้ครับ" เขาถึงปล่อยให้เธอเป็นอิสระแล้วเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นแทน สิงห์ยิ้มที่มุมปากก่อนจะถามขึ้น "ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้างครับ พออยู่ได้ไหม" "เอ่อ ก็พอได้ค่ะแต่ม่านฟ้า..." "ไม่ต้องห่วงพี่เคลียร์กับพ่อแล้ว ท่านไม่ได้ว่าอะไร" เธอยังพูดไม่ทันจบเขาก็สวนขึ้นมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง "ค่ะ" "เชื่อพี่นะ..." เธอพยักหน้าแทนคำตอบ "ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น พี่ก็แค่เบื่อพ่อพี่ที่วันๆเอาแต่ทำงานแล้วก็..." "แล้วก็อะไรคะ" "พี่เป็นลูกของแม่รอง...ส่วนพี่ชายพี่เป็นลูกของแม่ใหญ่...พ่อพี่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับพี่เท่าไหร่หรอก เขาก็รักแค่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขาเท่านั้นแหละ สำหรับเขาแล้ว...พี่มันก็แค่ตัวปัญหา" เขาเริ่มระบายมันออกมาให้เธอฟัง "พี่สิงห์..." เขาทำหน้าเศร้าก่อนที่หญิงสาวจะวางสิ่งที่กำลังทำอยู่แล้วเดินเข้าไปใกล้ เธอจับมือเขาเอาไว้แล้วลูบมันเบาๆเพื่อปลอบ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพียงแค่นั้นก็ทำให้เขารับรู้ได้ เขายิ้มบางๆให้เธอเป็นการตอบรับ"พ่อคะ! ปลดมันเลยค่ะ!" พิศมัยเสริมขึ้นเสียงแหลม "ทหารชั้นผู้น้อยที่ไม่มีความเคารพผู้ใหญ่แบบนี้ ไม่ควรอู่ในกองทัพ!"หมวดภรัณยืดอกตรง ยืนวันทาหัตถ์ทำความเคารพอย่างสงบนิ่ง เตรียมจะเอ่ยปากรับผิดชอบ...ทว่า เสียงก้าวขาหนักแน่นของขุนพลกลับดังขึ้นขัดจังหวะ อดีตนายทหารเสือเดินก้าวเข้ามาข้างหน้า ทอดสายตามองท่านนายพลและลูกสาวด้วยนัยน์ตาคมกริบดุดันจนท่านนายพลเดชาถึงกับชะงักกึกไป!"คำสั่งคุ้มกันส่วนตัว... หรือคำสั่งบีบบังคับให้ออกเดทกับลูกสาวท่านกันแน่ครับท่านนายพล?"น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของขุนพล ดังก้องไปทั่วห้องทำงาน!"แกเป็นใคร?!" นายพลหน้าซีดลงเล็กน้อย ตวาดกลับด้วยความหงุดหงิด "นี่มันเรื่องภายในกองทัพ คนนอกอย่างแกไม่มีสิทธิ์เข้ามาแทรกแซง!"ขุนพลยิ้มมุมปากเบาๆ ยื่นซองเอกสารตราครุฑสีทองวางลงบนโต๊ะทำงานของท่านนายพลอย่างสงบนิ่ง"ผมคือ ขุนพล อดีตผู้บังคับการหน่วยรบพิเศษชายแดน..." ขุนพลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "และซองเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้าท่าน... คือสายตรงจาก ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อนร่วมรุ่นของผม ที่เพิ่งลงนามย้ายหมวดภรัณกลับเข้าสู่หน่วยรบหลัก และขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจในทางที่ผิดของ
ภรัณยิ้มรับด้วยความพองโตในหัวใจ แม้ในใจลึกๆ จะมีความปรารถนาอยากกอดอยากชิดใกล้หญิงสาวผู้เป็นดวงใจมากเพียงใด แต่สุภาพบุรุษและเกียรติของนายทหารผู้ได้รับการสั่งสอนมาอย่างดีก็ทำให้เขาสะกดกั้นความรู้สึกไว้ ชายหนุ่มกุมมือเธอแนบแก้มเบาๆ อย่างนุ่มนวลที่สุด ไร้ซึ่งความฉวยโอกาสหรือการล่วงเกินใดๆ"คืนนี้ช่างฟ้าขึ้นไปนอนบนห้องให้สบายใจเถอะครับ" ภรัณเอ่ยเสียงหวานอบอุ่น "ผมจะนอนเฝ้าบ้านอยู่ตรงโซฟานี้เอง ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมสัญญาว่าจะอยู่ในระเบียบ ไม่ล่วงเกินหรือทำอะไรให้ช่างฟ้าและคุณพ่อต้องหนักใจแน่นอนครับ"ทอฟ้ามองเห็นความสุภาพ ซื่อตรง และความเป็นสุภาพบุรุษแท้จริงในดวงตาของนายทหารหนุ่ม ความกังวลและความเหนื่อยล้าตลอดหลายสัปดาห์พลันละลายหายไปจนสิ้น เธอโน้มตัวลงประจูบจุมพิตแก้มของภรัณเบาๆ เป็นตราประทับขอบคุณ"ฝันดีนะคะหมวดภรัณ... พักผ่อนให้สบายนะคะ" ทอฟ้ากระซิบข้างหูด้วยความขวยเขิน ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งขึ้นบันไดไม้ชั้นบนไปทันทีภรัณเอามือจับแก้มข้างที่โดนหอม หลุดยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนบนโซฟาไม้สัก ซุกกายใต้ผ้าห่มหนากลิ่นหอมอบอุ่น สายลมยามดึกพัดพริ้วพาเอาความสงบและสายใยรักอัน
ที่ระเบียงชั้นบน... ทอฟ้า ในชุดเสื้อยืดสบายๆ เพิ่งเดินออกมาเก็บผ้าที่ตากไว้ริมระเบียง เธอชะงักกึกทันทีที่เห็นร่างสูงโปร่งของหมวดภรัณยืนตากฝนอยู่หน้าร้าน สายตาของทั้งคู่สบประสานกันท่ามกลางม่านฝนยามดึก"หมวดภรัณ...?" ทอฟ้าพึมพำเสียงแผ่วพร่า หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกตะลึง "มาทำไมป่านนี้... ฝนตกหนักขนาดนี้นะ..."ยังไม่ทันที่ทอฟ้าจะได้เดินก้าวลงบันได ร่างสูงใหญ่ของ ขุนพล ก็เดินก้าวออกมาจากมุมมืดหน้าร้าน ชายหนุ่มในวัยห้าสิบกว่ายืนกอดอก นัยน์ตาคมกริบดุดันประดุจพญาเสือจ้องมองนายทหารหนุ่มรุ่นลูกที่ยืนหอบหายใจอยู่กลางสายฝน โดยมี ทัพฟ้า เดินถือแป๊บเหล็กตามออกมาคุมเชิงอยู่ข้างๆ"หมวดภรัณ..." ขุนพลเอ่ยเสียงทุ้มต่ำทรงพลังสู้เสียงฝน "เที่ยงคืนป่านนี้... ทหารที่ต้องอยู่เวรคุ้มกันลูกสาวท่านนายพลอย่างแก มาทำอะไรที่นี่?"ภรัณยืดอกตรง สู้สายตาคมกริบของอดีตนายทหารเสืออย่างไม่เกรงกลัว เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นดินที่แฉะชุ่มน้ำฝนต่อหน้าขุนพลและทอฟ้าที่กำลังวิ่งลงมาจากบันได!"ผม... ถอนตัวจากภารกิจนั้นแล้วครับท่าน!" ภรัณเค้นเสียงตะโกนตอบฝ่าสายฝนคำตอบนั้นทำให้ทอฟ้าชะงักกึกอยู่บนบันไดขั้นสุดท้าย! นัยน์ต
"ถ้าหมหมวดจัดการภารกิจของหมวดเสร็จสิ้น และยังคงมั่นใจว่าหัวใจของหมวดอยู่ที่นี่..." ทอฟ้าทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มหวานสว่างไสวทาบทาใบหน้า "เมื่อนั้นค่อยกลับมาคุยกันนะคะ... แต่ในระหว่างนี้ ขอให้หมวดตั้งใจทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้คุณหนูพิศมัยให้ดีที่สุดเถอะค่ะ"ทอฟ้าโค้งศีรษะให้อย่างนอบน้อม หมุนตัวเดินก้าวขึ้นบันไดบ้านไม้ไปอย่างสง่างาม ไร้การเหลียวหลังกลับมามองภรัณยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา หยาดน้ำตาผสมผสานไปกับไอฝนที่ไหลผ่านแก้ม ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นดินอย่างหมดแรง หัวใจตื่นรู้และเจ็บปวดอย่างที่สุด ทว่าในความเจ็บปวดนั้น เขากลับยิ่งรักและเคารพในตัวหญิงสาวคนนี้มากขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า!ยามดึก... สายฝนซาลงเหลือเพียงหยดน้ำที่หยดจากชายคาบ้านเป็นระยะม่านฟ้าเดินก้าวเข้ามาในห้องนอนของลูกสาว ร่างบางของคุณแม่วัยสี่สิบกว่ายังคงงดงามละมุนละไม เธอนั่งลงบนเตียงข้างๆ ทอฟ้าที่กำลังนั่งทอดสายตามองแสงจันทร์นอกหน้าต่าง ม่านฟ้าขยับเข้าไปโอบรั้งลูกสาวคนโตเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกอย่างนุ่มนวลทอฟ้าซบหน้าลงกับแผงอกอบอุ่นของแม่ หยดน้ำตาที่เพียรสะกดกั้นมานานหลายวัน บัดนี้ไ
"เสาร์นี้..." ภรัณกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เอ่ยถามด้วยความหวังอันริบหรี่ "เสาร์นี้ที่เราเคยมีนัดไปทานข้าวในเมืองตามที่คุณพ่ออนุญาต... เรายังไปกันเหมือนเดิมได้ไหมครับ?"ทอฟ้าทอดสายตามองเขานิ่งๆ ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วยิ้มหวานฉ่ำ"คงต้องขอโทษด้วยนะคะหมวดภรัณ พอดีวันเสาร์นี้ฟ้าติดงานด่วนค่ะ มีลูกค้านำรถบรรทุกสิบล้อเข้ามาทำเครื่องยนต์ใหญ่สองคัน ฟ้าคงต้องอยู่อู่นักทำยาวทั้งวัน... หมวดเอาเวลาว่างไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลคุณหนูพิศมัยให้เต็มที่เถอะนะคะ จะได้ไม่เสียงานหลวง""ช่างฟ้า...""ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฟ้าขอตัวไปทำงานต่อนะคะ อะไหล่สิบล้อยังรอใส่อยู่ค่ะ"ทอฟ้าโค้งศีรษะให้อย่างสุภาพ หมุนตัวเดินกลับไปยังห้องเครื่องรถกระบะ ปล่อยให้หมวดภรัณยืนตื่นตะลึงและโดดเดี่ยวอยู่หน้าร้าน ชายหนุ่มเอื้อมมือไขว่คว้าได้เพียงสายลมว่างเปล่าขุนพลและม่านฟ้าที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่บนระเบียงชั้นสอง สบตากันด้วยความถอนหายใจยาว ม่านฟ้ากุมมือสามีไว้แน่น รู้ดีว่าลูกสาวของเธอได้เลือกเส้นทางที่จะ 'ปกป้องหัวใจตัวเอง' แล้วอย่างเด็ดเดี่ยวที่สุดหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ข่าวคราวเรื่องการติดส้นและชิดใกล้ระหว่างหมวดภรัณกับคุ
ยิ่งเธอเสียใจ... เธอยิ่งยิ้มหวานยิ่งเธอเจ็บปวด... เธอยิ่งนิ่งเงียบ"ถ้าพี่ฟ้าไม่ชอบ ก็บอกปะป๊าสิ" ทัพฟ้าเอ่ยเสียงเข้ม "ปะป๊าแค่ยกหูโทรศัพท์สายเดียวถึงเพื่อนเก่าในกองทัพ คำสั่งย้ายหมวดภรัณก็ยกเลิกได้แล้ว ทำไมต้องยอมให้ยายคุณหนูนั่นเอาหมวดไปใช้อย่างกับคนรับใช้ด้วย?""อย่าทำแบบนั้นนะทัพ!" ทอฟ้าหันมามองน้องชาย สายตาหวานเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว "ปะป๊าสละยศทหาร ใช้ชีวิตเป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์อย่างสงบสุขมาเป็นสิบๆปี เพื่อพวกเรา เพื่อครอบครัว เราจะไม่เอาเรื่องไร้สาระพวกนี้ไปรบกวนปะป๊า และพี่ก็จะไม่ใช้เส้นสายของใครไปแทรกแซงหน้าที่ของหมวดภรัณด้วย""แต่หมวดภรัณกำลังโดนยัยนั่นจีบอยู่นะพี่!" ทัพฟ้าโพล่งขึ้นมาด้วยความโมโหแทนพี่สาว "เมื่อเย็นพวกลุงกันลุงทศขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าบ้านพักรับรอง เห็นยัยคุณหนูพิศมัยนั่นเดินเกาะแขนหมวดภรัณชวนไปกินข้าวในเมือง หมวดก็ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแต่ก็ต้องเดินตามไป เพราะเป็นคำสั่งดูแลความปลอดภัย!"หัวใจของทอฟ้ากระตุกวูบอย่างรุนแรง ความเจ็บแปลบแล่นปราดไปทั่วแผงอกราวกับถูกเข็มเล่มเล็กนับพันเล่มทิ่มแทง ทว่าใบหน้าสวยงามยังคงเรียบเฉย ไร้ร่องรอยการสั่นไหว เธอค่อยๆวา
"ดุจังเลยครับ" สิงห์ยิ้มที่มุมปาก "งั้นก็รีบกินรีบกลับเลยค่ะ" "พี่ล้อเล่นน่า" "หนูง่วงเเล้วอ่ะ" หญิงสาวยกมือปิดปากหาวหวอดๆ "นอนก็ได้นะเดี๋ยวพี่กินเสร็จล็อคประตูให้ครับ" "แน่ใจนะว่าพี่จะไม่แอบทำอะไรหนู" "มองพี่เป็นคนแบบนั้นหรอครับ" "เปล่าค่ะ ถ้างั้นกินเสร็จแล้วฝากเก็บด้วยนะคะ" "ได้ครับ" เธอ
เธอไม่ได้โกรธเขาแต่เธออายที่เธอมาอยู่จุดนี้ต่างหากล่ะ ม่านฟ้านอนฟุบลงบนเตียงนุ่มก่อนที่น้ำตาจะค่อยๆไหลออกมาโดยไร้เสียงสะอึกสะอื้นใดๆ เธอเสียใจที่อนาคตของเธอมาถึงจุดที่ผู้คนเหยียบย่ำ ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี เธอมั่นใจแน่วแน่แล้วว่าชีวิตนี้จะไม่มีความรักเด็ดขาด เธอกลัวที่จะตกหลุมรักขุนพล แน่นอนว่าตอนนี
เขาเอื้อมมือมาจับไหล่ทั้งสองข้างของม่านฟ้าเอาไว้ ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายอย่างล่วงรู้ความคิด เธออาจจะไม่เหมือนแก้วตาผู้หญิงที่เขาเคยรักก็ได้ "พี่สิงห์เป็นอะไรไปคะ" เธอเอามือแตะที่หน้าผากของอีกฝ่าย "พี่ไม่เป็นไรครับ" "แน่ใจนะคะ ถ้าอย่างนั้นพี่ไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนเดี๋ยวหนูทำเสร็จแล้วยกไปให้ค่ะ" "ขอ
"ไอ้หมาย" "ครับ!" สมหมายวิ่งออกมารับเจ้านายของเขาและพาไปดูผลงานที่เขาพึ่งพาตัวมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน "นี่นะหรอ" "ครับนายน้อย แสบใช้ได้เลย" ผู้เป็นเจ้านายเกลี่ยผมที่ปิดหน้าหญิงสาวออก "ทำไมมีรอยมือว่ะไอ้หมาย" "เอ่อ ขอโทษครับนายน้อย นังนี่มันพ่นน้ำลายใส่ผม ผมก็เลยเผลอตบมันไปครับ" "โถ่ไอ้โง่







