LOGIN3วันผ่านไป...
ม่านฟ้าถูกขังอยู่ภายในห้องเป็นเวลา3วันเต็มโดยที่สิงห์ยังเมตตาเอาข้าวและน้ำมาให้ตลอด เธอคาดเดาความคิดผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลย ทุกครั้งที่เขาเจอเธอ มันเหมือนว่าเขาเป็นคนหลายบุคลิกและยิ่งไปกว่านั้นเขายังบอกเธอว่าท่านนายพลก็ไม่สามารถมาช่วยเธอได้ นั่นทำให้เธอแน่ใจว่าสองพ่อลูกอาจจะมีความสัมพันธ์ลับที่เธอยังไม่รู้เป็นแน่ แต่ถึงอย่างไรระหว่างนี้เธอก็จะไม่สร้างความวุ่นวายใดๆ รอจังหวะที่เขาเผลอเธอจึงจะหาทางหนีออกไป ไม่นานนักม่านฟ้าก็ได้ยินก็มีเสียงรถแล่นเข้ามา ม่านฟ้าพยายามมองตามขอบหน้าต่างที่ถูกปิดสนิทแต่ก็ดูไม่ออกว่าคนที่มาคือใคร เธอเห็นแค่เพียงหลังไวๆไม่ชัดเท่าไหร่ เสียงของคนผู้นั้นกำลังยืนคุยกับสิงห์ ก่อนที่เขาจะมองเข้ามาในบ้าน ท่านนายพลเอ่ยปากถามลูกชายตัวดีของเขา ท่านได้รับข่าวจากลูกน้องว่าม่านฟ้าเด็กคนนั้นที่เขาเคยพาทำงานที่นี่หายตัวไป เขาจึงต้องออกมาตามหา และที่แรกที่เขาจะมานั่นก็คือตามหาลูกชายคนเล็กของเขานั่นเอง "แกไปสร้างวีรกรรมอะไรเอาไว้อีก หืมไอ้ลูกชาย" "พ่อจะสนใจทำไม ทางที่ดีพ่อไปห่วงลูกชายใหญ่พ่อดีกว่าครับ" "แกอย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน บอกมาว่าเอาเด็กนั่นไปไว้ไหน" "พ่อไม่ต้องมายุ่งเรื่องของผมดีกว่าน่า..." "จะไม่ให้ฉันยุ่งได้ยังไง! แกทำอะไรไว้บ้างเคยจำบ้างไหม!" ท่านนายพลตะคอกใส่ลูกชายก่อนจะสั่งเด็ดขาด "แกพาม่านฟ้ากลับเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันใจร้ายกับแก..." ก่อนที่ท่านจะเดินกลับไปยังรถสิงห์ก็พูดตามหลังเขาจนทำให้อีกฝ่ายถึงกับชะงัก "ตอนนี้พ่อยังใจดีกับผมอีกหรอ...พ่อรักแค่ลูกแม่ใหญ่ส่วนลูกเมียน้อยแบบผมก็ต้องอยู่แบบตายทั้งเป็น!" "แล้วสิ่งที่แกทำมันน่ายกย่องนักหรอ คนก่อนหน้านี้แกก็ทำเรื่องเอาไว้จนฉันต้องตามเก็บตามเช็ด อย่าคิดว่าครั้งนี้ฉันจะปล่อยให้แกทำเรื่องเลวๆอีก" "ครับท่านนายพล" สิงห์โค้งศีรษะน้อมรับก่อนจะยักไหล่ทำเป็นไม่สนใจ ท่านนายพลถึงกับต้องเดินหนีขึ้นรถแล้วสั่งลูกน้องออกรถ บรื้นนนน เสียงรถแล่นออกไปแล้ว ม่านฟ้าพยายามเงี่ยหูฟังแต่ก็ได้ยินไม่ชัด ไม่นานสิงห์ก็เปิดประตูเข้ามา "ทำอะไร" "เปล่าค่ะ" "วันนี้พี่จะให้หนูออกไปข้างนอก...แต่อย่าคิดหนีถ้าไม่อยากเจ็บตัว" "ค่ะๆ" เธอคิดแผนที่จะทำให้เขาตายใจแล้วค่อยแอบหาทางหนีก็ยังไม่สาย ม่านฟ้าอาสาเข้าครัวทำกับข้าวให้เขาทาน วันนี้เขาดูอารมณ์ดี ไม่ทำตัวแปลกๆกับเธอแล้ว ม่านฟ้าเริ่มตีสนิทและถามเรื่องส่วนตัวของเขา แต่มีหรือที่สิงห์จะไม่รู้ เขารู้ทันแต่แกล้งทำเป็นไม่สนใจ พยายามเลี่ยงตอบเธอตลอด "ไม่ต้องมาหลอกถามอะไรพี่ทั้งนั้นเพราะว่าเธอจะไม่ได้คำตอบ" เธอถึงกับชะงัก "เปล่าค่ะ ม่านฟ้าก็แค่อยากทำความรู้จักพี่มากกว่านี้เท่านั้นเอง" "อย่างนั้นหรอ..." เขาขยับเข้ามาใกล้หญิงสาวก่อนจะเอาหน้าเข้ามาใกล้ ใบหน้าอันหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอแค่ไม่กี่เซนติเมตร "เอ่อ...พี่สิงห์" "ทำไม...อยากรู้จักพี่มากไม่ใช่หรอ" "ไม่ใช่เรื่องแบบนี้นะคะ" เธอถอยหลังหนีก่อนที่จะลุกไปทำอย่างอื่นต่อปล่อยเขาทิ้งไว้ตามลำพัง "ม่านฟ้า" "คะ?" "พี่จะออกไปซื้อของมาตุนไว้ หนูจะเอาอะไรไหม" "ไม่ค่ะ" นี่เป็นโอกาสอันดีของเธอที่จะหนีออกไปยังไงล่ะ เธอเริ่มคิดแผนเอาไว้ว่าหลังจากนี้เธอจะออกไปยังไงโดยที่ไม่ให้เขาจับได้ "พี่บอกไว้ก่อนนะ..." "คะ" "ถ้ากลับมาไม่เจอ พี่สัญญาว่าพี่...จะพลิกแผ่นดินหาเธอ แล้วถ้าเป็นแบบนั้นเธออย่าหาว่าพี่ใจร้ายนะครับ" "พี่คิดมากหรือเปล่า ม่านฟ้าจะไปไหนได้คะ พี่รีบไปรีบกลับนะ" "ครับ" หมับ! "ว๊ายยย" ฟอดดด สิงห์ดึงตัวหญิงสาวเข้าหาตัว เธอเซล้มไปนั่งตักเขาก่อนที่จมูกโด่งเป็นสันจะฝังลงบนแก้มนุ่ม เขาสูดมันเข้าปอดจนพอใจก่อนจะค่อยๆปล่อยให้เธอลุกขึ้นเป็นอิสระ "พี่ไปก่อนนะครับ" "ค่ะ" หลังจากที่สิงห์ออกไปแล้ว ม่านฟ้าครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดี เธออยากหนีออกไปตอนนี้แต่ในใจลึกๆก็อยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของสิงห์และท่านนายพล ยังมีเรื่องของคนที่เคยอยู่บ้านพักเดียวกันกับเธออีก เธอคนนั้นน่าจะเคยมีเรื่องอะไรแอบแฝงกับสิงห์แน่ๆ เพราะเธอเคยได้ยินขุนพลและเพื่อนของเขาพูดถึงแต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เธอหายไป แถมวันก่อนยังได้ยินสิงห์กับบุคคลปริศนาคุยกันเรื่องผู้หญิงที่ชื่อแก้วตาอีก ม่านฟ้าตัดสินใจอยู่ต่อเพื่อสืบหาความจริง เพราะเธออยากรู้ว่าแก้วตาหายไปไหนและพวกเขามีความสัมพันธ์กันอย่างไร เธอต้องทำให้สิงห์ตายใจว่าเธออยู่ข้างเขา 3ชั่วโมงผ่านไป... "พี่สิงห์กลับมาแล้วหรอคะ" ม่านฟ้าวิ่งไปหาเขาที่ยืนถือของเต็มมือ เขาดูเหมือนจะนิ่งวูบไปพักหนึ่ง "ครับ" "มาค่ะหนูช่วย" "ไม่เป็นไรครับ" "ทำไมไปนานจังคะ ม่านฟ้ารอตั้งนาน" "ที่นี่ห่างจากตัวเมืองมากกว่าพี่จะขับรถไปถึง เลยต้องตุนเอาไว้เยอะหน่อยเพราะเราต้องอยู่ที่นี่อีกนาน" เขายิ้มให้เธอแบบเย็นยะเยือก "ค่ะ" เธอรู้สึกแปลกอีกแล้ว "วันนี้ม่านฟ้าขอโชว์ฝีมือทำให้พี่สิงห์กินนะคะ" "ได้ครับ งั้นพี่จะเป็นลูกมือเอง" "ดะ ได้ค่ะ" มือเล็กกำลังหั่นฟักทองสีเหลืองอร่าม เธอค่อยๆกดมีดที่คมกริบลงไปช้าๆด้วยความระมัดระวัง "มาพี่ช่วยครับ" คำว่าช่วยของเขาคืออ้อมมาด้านหลังของม่านฟ้าใช้มือทั้งข้างโอบล้อมเธอเอาไว้ มือใหญ่ถูกวางลงบนมือนิ่มก่อนจะกดลงตามจังหวะ "พี่สิงห์...แบบนี้มันจะไม่เสร็จนะคะ" "ครับ" เสียงทุ้มต่ำที่ข้างใบหูเอ่ยขึ้น พลางให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ "เดี๋ยวพี่สิงห์ช่วยหั่นหมูดีกว่าค่ะ" "ก็ได้ครับ" เขาถึงปล่อยให้เธอเป็นอิสระแล้วเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นแทน สิงห์ยิ้มที่มุมปากก่อนจะถามขึ้น "ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้างครับ พออยู่ได้ไหม" "เอ่อ ก็พอได้ค่ะแต่ม่านฟ้า..." "ไม่ต้องห่วงพี่เคลียร์กับพ่อแล้ว ท่านไม่ได้ว่าอะไร" เธอยังพูดไม่ทันจบเขาก็สวนขึ้นมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง "ค่ะ" "เชื่อพี่นะ..." เธอพยักหน้าแทนคำตอบ "ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น พี่ก็แค่เบื่อพ่อพี่ที่วันๆเอาแต่ทำงานแล้วก็..." "แล้วก็อะไรคะ" "พี่เป็นลูกของแม่รอง...ส่วนพี่ชายพี่เป็นลูกของแม่ใหญ่...พ่อพี่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับพี่เท่าไหร่หรอก เขาก็รักแค่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขาเท่านั้นแหละ สำหรับเขาแล้ว...พี่มันก็แค่ตัวปัญหา" เขาเริ่มระบายมันออกมาให้เธอฟัง "พี่สิงห์..." เขาทำหน้าเศร้าก่อนที่หญิงสาวจะวางสิ่งที่กำลังทำอยู่แล้วเดินเข้าไปใกล้ เธอจับมือเขาเอาไว้แล้วลูบมันเบาๆเพื่อปลอบ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพียงแค่นั้นก็ทำให้เขารับรู้ได้ เขายิ้มบางๆให้เธอเป็นการตอบรับ"ม่านฟ้า!" ขุนพลกัดฟันแน่น พยายามยันกายลุกขึ้น แม้บาดแผลจะฉีดขาดและตึงเปรียบ มือหนาพยายามเอื้อมไปไขว่คว้าหญิงสาวสุดกำลัง "ปล่อย... เมีย... กู!"สิงห์แสยะยิ้มสมเพช ยกเท้าถีบเข้าที่อกของขุนพลจนลอยกระเด็นไปชนผนังบ้าน "แกแพ้แล้วไอ้ขุนพล... ม่านฟ้าต้องกลับไปอยู่กับฉัน!"สิงห์ช้อนอุ้มร่างไร้สติของม่านฟ้าขึ้นรถจี๊ปเร่งเครื่องบิดหนีออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงยิงปะทะด้านหน้าที่ค่อยๆสงบลงเมื่อพวกมันถอยกันไป กันและทศวิ่งกุมปืนตามออกมาทางหลังบ้าน เห็นขุนพลนอนกุมบาดแผลจมกองเลือดอยู่บนพื้น"ไอ้ขุนพล!" กันและทศรีบเข้าไปประคองเพื่อนรักทันที"มัน... มันเอาม่านฟ้าไปแล้ว..." ขุนพลเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก นัยน์ตาแดงชานด้วยความเจ็บปวดและเคียดแค้นสุดขีด "กู... กูต้องไปเอาม่านฟ้าคืนมา!"เปลือกตาบางของม่านฟ้าค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกปวดศีรษะและกลิ่นยาสลบยังคงจู่โจมประสาทสัมผัส ภาพตรงหน้าคือห้องโถงกว้างในค่ายเก่าร้างกลางหุบเขา แสงไฟจากโคมไฟสลัวกระทบผนังปูนที่กัดกร่อนเธอพยายามเคลื่อนไหว แต่ข้อมือเรียวเล็กทั้งสองข้างกลับถูกพันธนาการด้วยเชือกป่านเส้นหนาผูกติดไว้กับเก้าอี้ไม้"ฟื้นแล
"พวกฉันลาออกจากราชการตามมึงมาแล้วเว้ยไอ้ขุนพล!" กันตะโกนบอกพลางยิงสู้ "จะปล่อยให้เพื่อนรักไปสร้างครอบครัวกลางทะเลทรายคนเดียวได้ยังไง!""เออ! พวกฉันมันพวกไม่ทิ้งเพื่อน!" ทศเสริมขึ้นพร้อมยิงขู่จนสิงห์และลูกน้องที่เหลือต้องทิ้งรถหลบหนีไปในความมืดของหุบเขาอย่างสะบักสะบอมสถานการณ์อันตรายคลี่คลายลงในพริบตา ขุนพลประคองม่านฟ้าลุกขึ้นยืน กอดร่างบางไว้แน่นด้วยความโล่งอก เพื่อนรักทั้งสองเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มจริงใจ"ขอบใจพวกมึงมาก..." ขุนพลเอ่ยเสียงทุ้มลึกจากใจ"เปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นพาพวกฉันไปหาที่ตั้งหลักดีๆสักที่ก็แล้วกัน" ทศยิ้มรับพลางตบไหล่ขุนพลเบาๆขุนพลหันมากอบกุมมือเรียวเล็กของม่านฟ้า นัยน์ตาประสานกันด้วยความลึกซึ้งและมั่นคง เส้นทางข้างหน้าอาจยังไม่ง่ายดาย ทว่าด้วยความรักอันเด็ดเดี่ยวและมิตรภาพที่ไม่เคยทิ้งกัน พวกเขากระโดดขึ้นรถ มุ่งหน้าสู่อนาคตและชีวิตใหม่ที่เลือกด้วยตัวเองอย่างแท้จริงหลายเดือนผ่านพ้นไปหลังจากฝุ่นควันแห่งความวุ่นวายปัดผ่าน...ณ เมืองชายแดนอันสงบเงียบ แสงแดดอุ่นยามเช้าสาดส่องผ่านทิวเขา กระทบตัวบ้านไม้สองชั้นหลังเล็กริมแม่น้ำ ลมพัดเอากลิ่นหอมของดอกไม้ป่าเจือจา
"หึ... แกกำลังจะขัดคำสั่งฉันเหรอ ขุนพล?" ท่านนายพลเค้นหัวเราะในคอ แววตาฉายความดุดัน "ฉันว่าจ้างเธอมาด้วยเงินมหาศาล สัญญาของเธอยังไม่หมด และฉันมีสิทธิ์ในตัวเธอทุกประการ""ท่านนายพลคะ..." ม่านฟ้าตัดสินใจก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แม้หัวใจจะเต้นระทึก "หนูยินดีจะทำงานรับใช้หรือทำตามเงื่อนไขอื่นเพื่อชดใช้เงินสัญญา... แต่ขออย่าทำร้ายพี่ขุนพลกับคนในค่ายเลยนะคะ""หยุดพูดเลยม่านฟ้า!" ขุนพลหันมาดุเสียงเข้ม ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้าท่านนายพล "เงินสัญญาเท่าไหร่... ผมจะชดใช้ให้ท่านเองทั้งหมด ด้วยเงินเก็บและเงินเบี้ยเลี้ยงสงครามของผม"ท่านนายพลอัดควันซิการ์เข้าปอดลึกๆ ก่อนจะพ่นออกมาเป่ารดอากาศ เขามองขุนพล กัน และทศ ที่บัดนี้ก้าวเข้ามาขนาบข้างเพื่อนรักอย่างพร้อมเพรียง"พวกแกคิดว่าเงินมันซื้อทุกอย่างได้รึไง?" ท่านนายพลยิ้มเย็น ก่อนจะยื่นคำขาด "ก็ได้... ในเมื่อแกอยากเป็นอัศวินปกป้องแม่สาวน้อยคนนี้นัก ฉันจะยื่นคำขาดให้แกสองทางเลือก"บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงลมทะเลทราย"ข้อแรก... มารับเงินสัญญาคืน แล้วปล่อยม่านฟ้ากลับไปกับฉันวันนี้ เรื่องทุกอย่างถือว่าจบ แกยังคงเป็นทหารยศสูงที่มีอ
"หนู... หนูแค่ไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะเรื่องของหนู" น้ำตาคลอเบ้า ม่านฟ้าก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด "หนูยินดีให้สิงห์จับตัวไป ถ้ามันจะยอมปล่อยชาวบ้าน...""หนูนี่มันโง่จริงๆ!" ขุนพลตัดบทเสียงดุดัน ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาปะทะอกแกร่งแน่นจนไร้ช่องว่าง "ข่าวลือนั่นมันแผนล่อหนูออกมาทั้งนั้น! ไม่มีตัวประกัน ไม่มีชาวบ้าน มีแต่กับดักของไอ้สิงห์!"ม่านฟ้าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "กะ...กับดักเหรอคะ?""ใช่! แล้วพี่ก็ไม่มีวันยอมแลกตัวหนูกับอะไรทั้งนั้น" ขุนพลใช้นิ้วเชิดคางมนขึ้น สบตากับเธอด้วยความลึกซึ้งและจริงจังจนหัวใจของม่านฟ้ากระตุกวูบ "ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต พี่ก็ไม่ปล่อยให้ใครเอาตัวหนูไปจากพี่เด็ดขาด จำไว้!"ยังไม่ทันที่ม่านฟ้าจะได้เอ่ยปากตอบ เสียงเงาร่างของกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธปืนก็ก้าวออกมาจากเงามืดรอบซากอาคาร เสียงหัวเราะเหี้ยมเกรียมของสิงห์ดังก้องขึ้นตามมาติดๆ"มากันครบเลยนะ... ทั้งคนทรยศ ทั้งศัตรูหัวหัวใจ" สิงห์แสยะยิ้มเล็งปืนตรงมาที่ทั้งคู่ "ขุนพล... แกเดินเข้ามาหาความตายเองนะ!"ขุนพลดันร่างของม่านฟ้าไปไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าปืนขึ้นคุมเชิงด้วยแววตาเยียบเย็
สิงห์แค่นหัวเราะในคออย่างเหี้ยมเกรียม มุมปากแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ "ใครบอกว่าฉันจะบุกไปตรงๆให้เสียกำลังพลอีก? ในเมื่อไอ้ขุนพลมันอยากเป็นอัศวินปกป้องม่านฟ้านัก... ฉันก็จะใช้จุดอ่อนตรงนี้นี่แหละเล่นงานมัน"สิงห์เดินไปที่โต๊ะไม้ เขี่ยแผนที่ทหารของดินแดนต่างแดนขึ้นมาดูอย่างละเอียด นิ้วยาวชี้ลงไปที่จุดยุทธศาสตร์สำคัญซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงเสบียงและน้ำดื่มของค่ายทหาร"ม่านฟ้ามันใจอ่อน... และไอ้ขุนพลมันก็คิดว่าตัวเองควบคุมทุกอย่างได้" สิงห์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นแฝงความแค้น "ส่งคนของเราไปกระจายข่าวลือในหมู่ชาวบ้านแถบชายแดน บอกว่าเราจับชาวบ้านไว้เป็นตัวประกัน... ม่านฟ้าไม่มีทางนั่งดูอยู่เฉยๆ แน่ และเมื่อไหร่ที่มันก้าวขาออกจากค่ายอันปลอดภัยนั่น..."สิงห์เว้นจังหวะ มือหนาตบลงบนแผนที่ดัง ปัง!"วันนั้นจะเป็นวันที่ฉันได้ม่านฟ้ากลับคืนมา... ส่วนไอ้ขุนพลกับพวกเพื่อนๆของมัน ฉันจะฝังพวกมันไว้กลางทะเลทรายแห่งนี้ให้หมด!"แววตาของสิงห์ฉายความคลั่งไคล้ในความรักและเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด แผนการร้ายระลอกใหม่เพื่อแย่งชิงดวงใจกลับคืนมาได้เริ่มต้นขึ้นแล้วท่ามกลางความเงียบสงบก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำอีกครั้งต
แสงไฟจากโคมไฟสำรองในห้องใต้ดินส่องกระทบใบหน้าคมเข้มของขุนพล ลมหายใจของทั้งคู่ยังคงหอบถี่จากเหตุการณ์วิกฤตภายนอก ความเงียบสงบภายในบังเกอร์ทำให้เสียงหัวใจที่เต้นระทึกดังก้องชัดเจนขุนพลใช้นิ้วแกร่งเกลี่ยไรผมที่เปียกชื้นข้างแก้มเนียนของม่านฟ้าด้วยความอ่อนโยน แววตาดุดันที่เคยใช้ข่มขวัญศัตรูแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและปกป้อง"ขวัญเสียมากไหม... ม่านฟ้า" ขุนพลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลขึ้นกว่าเดิมม่านฟ้าสบสายตากับเขา หัวใจดวงน้อยสั่นระรัว ร่างกายที่เคยเกร็งตระหนกค่อยๆ ผ่อนคลายลงเมื่ออยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นและมั่นคงของชายหนุ่ม"หนู... หนูตกใจค่ะ" ม่านฟ้าตอบเสียงแผ่ว สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้อกแกร่งของขุนพลกระตุกวูบ "หนูกลัวว่าสิงห์จะพาหนูกลับไป... หนูไม่อยากกลับไปอยู่ในกรงขังนั่นอีกแล้ว""ไม่มีใครเอาตัวหนูไปจากพี่ได้ทั้งนั้น" ขุนพลกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น พลางก้มลงประจูบจุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากมนอย่างทะนุถนอม "อยู่ที่นี่ พี่จะปกป้องหนูเอง ไม่ว่าจะสิงห์ หรือใครก็ตาม""แต่ท่านนายพลจะยอมหรือคะ...""ช่างหัวท่านนายพลสิ" ขุนพลขัดขึ้นทันควัน แววตาฉายความเด็ดเดี่ยว "พี่ไม่สนว่าหนูจะเคยมาด้
"อยู่ที่นี่เริ่มชินแล้วใช่ไหมครับ" "คะ?" หญิงสาวเงยหน้าสบตาเขา "พี่กลัวเราเบื่อ...เอางี้ไหมถ้าหายดีแล้วพี่จะพาออกไปเที่ยวเอง" "เที่ยวหรอคะ...ม่านฟ้าต้องถามท่านนายพลก่อนว่าไปได้ไหม" "ทำไมต้องถามด้วย" "ก็ม่านฟ้ามาทำงานกับท่าน รับเงินเดือนจากท่าน ถ้าออกไปไหนมาไหนหรือหายไปโดยไม่บอกจะถือว่าผิดกฏค่ะ"
เขาไม่รีรอแทรกตัวอยู่ตรงกลางหว่างขาทั้งสองข้างของเธอก่อนจะใช้มือทาบลงบนเนินอวบสีชมพูมีขนขึ้นประปรายบางๆ เขาจ้องมองมันอย่างหลงใหลก่อนที่จะใช้นิ้วแหวกกลีบทั้งสองข้างออกเผยให้เห็นแคมสีแดงระเรื่อที่กำลังรอคอยเขาสอดแทรกลิ้นเข้าไปลิ้มลอง ไวกว่าความคิดลิ้นร้อนก็แทรกเข้าไปชิมความหวานอย่างหื่นกระหาย ปลายลิ้น
"ดุจังเลยครับ" สิงห์ยิ้มที่มุมปาก "งั้นก็รีบกินรีบกลับเลยค่ะ" "พี่ล้อเล่นน่า" "หนูง่วงเเล้วอ่ะ" หญิงสาวยกมือปิดปากหาวหวอดๆ "นอนก็ได้นะเดี๋ยวพี่กินเสร็จล็อคประตูให้ครับ" "แน่ใจนะว่าพี่จะไม่แอบทำอะไรหนู" "มองพี่เป็นคนแบบนั้นหรอครับ" "เปล่าค่ะ ถ้างั้นกินเสร็จแล้วฝากเก็บด้วยนะคะ" "ได้ครับ" เธอ
เขาเอื้อมมือมาจับไหล่ทั้งสองข้างของม่านฟ้าเอาไว้ ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายอย่างล่วงรู้ความคิด เธออาจจะไม่เหมือนแก้วตาผู้หญิงที่เขาเคยรักก็ได้ "พี่สิงห์เป็นอะไรไปคะ" เธอเอามือแตะที่หน้าผากของอีกฝ่าย "พี่ไม่เป็นไรครับ" "แน่ใจนะคะ ถ้าอย่างนั้นพี่ไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนเดี๋ยวหนูทำเสร็จแล้วยกไปให้ค่ะ" "ขอ







