Masuk"ไอ้หมาย"
"ครับ!" สมหมายวิ่งออกมารับเจ้านายของเขาและพาไปดูผลงานที่เขาพึ่งพาตัวมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน "นี่นะหรอ" "ครับนายน้อย แสบใช้ได้เลย" ผู้เป็นเจ้านายเกลี่ยผมที่ปิดหน้าหญิงสาวออก "ทำไมมีรอยมือว่ะไอ้หมาย" "เอ่อ ขอโทษครับนายน้อย นังนี่มันพ่นน้ำลายใส่ผม ผมก็เลยเผลอตบมันไปครับ" "โถ่ไอ้โง่" ผวัะ! นายน้อยถึงกับเตะเข้าที่ท้องของสมหมายลูกน้องตัวดี "ใครให้แกทำของกูเป็นรอยว่ะ" "ขอโทษครับนายน้อย" "ออกไปให้พ้นเดี๋ยวนี้" "ครับๆ" สมหมายรีบวิ่งออกไปให้พ้นๆหน้าผู้เป็นเจ้านายและไม่ลืมปิดประตูให้มิดชิด "ไงสาวน้อย...ตื่นสิครับ" "อื้อออ" "ตื่นขึ้นมาให้พี่ชื่นใจหน่อยสิคะ" "อื้ออ คุณเป็นใครคะ" ม่านฟ้าลืมตาตื่นขึ้นมา "พี่ชื่อสิงห์นะ" "คุณมาช่วยม่านฟ้าหรอคะ" "ห๊ะ? อ๋อ ใช่ครับพี่มาช่วย...เราชื่อม่านฟ้าหรอ" "ค่ะ พาหนูออกไปทีค่ะมันจะทำร้ายหนู ฮึก" "ได้สิ พี่จะพาหนูออกไปเองค่ะ" ทีแรกเขากะจะจัดการเธอตรงนี้แต่ไหนๆเธอก็คิดว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณมาช่วยเธอแล้ว เล่นละครกับเธออีกสักหน่อยก็แล้วกัน! คงไม่เสียเวลาเท่าไหร่นัก เขาไม่ได้เล่นสนุกๆแบบนี้มานานแล้ว "ฮึก! ฮืออ" เธอปล่อยโฮออกมาก่อนที่สิงห์จะแก้มัดให้ม่านฟ้าเป็นอิสระ "ไปกับพี่นะ" "ค่ะ หนูขอบคุณพี่มากนะคะ ฮึก" เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น สิงห์ประคองเธอออกไปจากห้องและพาขึ้นรถไป "รอพี่บนรถแปปนะ พี่ขอไปเอาของแปปนึง" "ค่ะ" "ฮัลโหล ไอ้หมายแกอยู่ไหน" " " "ฉันจะพายัยนั่นไปบ้านพักที่กลางป่า แกไม่ต้องตามไปฉันจะเล่นกับเธอสักหน่อย" " " "อืม" สิงห์บอกลูกน้องก่อนจะขับรถพาม่านฟ้าออกไป "พี่สิงห์คะ ถ้ากลับตอนนี้พวกมันจะกลับมาอีกไหมคะ หนูกลัว ฮึก!" ในชีวิตของเธอไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน และมันก็เข้าทางของเขาพอดี สิงห์ยิ้มที่มุมปาก "งั้นเอางี้ไหม...พี่มีที่ลับอยู่ที่หนึ่ง" "ที่ไหนคะ" "บ้านพักกลางป่า พี่จะพาหนูไปพักที่นั่นก่อน รอดูสักอาทิตย์ค่อยกลับมาดีไหม" "คนที่บ้านพี่จะไม่ว่าหรอคะ" "ใครจะกล้าว่าพี่ ไม่มีหรอกครับ" "เอางั้นก็ได้ค่ะ รบกวนพี่มากจริงๆขอโทษด้วยนะคะ" "ไม่เป็นไรครับ" "พี่บังเอิญมาเจอม่านฟ้าที่นั่นหรอคะ ยังไม่ได้เล่าให้ฟังเลย" เธอหันมาถามเขาต่ออย่างสงสัย "อ๋อ ใช่ครับพี่บังเอิญผ่านมาก็เลยเห็นคนลับๆล่อๆก็เลยแอบเข้าไปตอนพวกมันไม่อยู่ครับ" "พี่เป็นคนดีจริงๆเลย ขอบคุณนะคะ" "พี่เต็มใจครับ" สิงห์พาม่านฟ้ามาถึงบ้านพักกลางป่า รอบๆเต็มไปด้วยต้นไม้ แต่ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านยังคงใหม่และทันสมัยราวกับว่ามันถูกออกแบบไว้อย่างดี ม่านฟ้าเดาว่าสิงห์น่าจะไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาแบบที่เธอคิดตั้งแต่แรก ทั้งบ้านที่ใหญ่โตตั้งอยู่กลางป่ารวมไปถึงรถหรูที่เขาขับอีกด้วย แต่สิงห์ยังคงทำตัวปกติไม่แสดงท่าทางแปลกๆหรือทำตัวผิดปกติกับเธอเลยสักครั้ง เขาเป็นสุภาพบุรุษและดูแลเธอเป็นอย่างดี เขาให้เธอนอนคนละห้องและยังดูแลความสะดวกให้เธอราวกับเป็นคนพิเศษ จนม่านฟ้าตายใจและไว้ใจเขามาก วันต่อมา... วันนี้ครบอาทิตย์ที่เธอมาอยู่ที่นี่กับเขา ม่านฟ้าจะบอกสิงห์ว่าให้พาเธอกลับไปที่บ้านพักเพราะเธอคิดว่าหลังจากนี้เธอจะโทรไปหาท่านนายพลขอให้เขาส่งคนมาช่วยดูแลเธอในช่วงนี้ พวกนั้นคงจะไม่กล้ามาทำเรื่องเลวๆแบบนี้อีก แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด เพราะเพียงแค่เธอเริ่มเอ่ยปากกับสิงห์ เขาก็ดูเหมือนจะโมโหขึ้นมาราวกับเป็นคนละคน "ทำไมเหรอครับ อยู่ที่นี่ไม่สบายใจตรงไหน" "ไม่ใช่นะคะ ม่านฟ้าอยู่ที่นี่นานเกรงใจพี่สิงห์ด้วย ขอกลับไปอยู่บ้านพักแบบเดิมดีกว่าค่ะ" "ถ้าพี่บอกว่าไม่ให้กลับล่ะ" "ทำไมละคะ" "กลับไปแล้วพี่จะอยู่กับใครล่ะครับ" เขามองม่านฟ้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ม่านฟ้าเองก็เริ่มรับรู้ได้ถึงความผิดปกติในตัวเขาแล้วเช่นกัน เธอถอยหนีจากเขาทีละก้าวเตรียมหนี วิ่งงงง ม่านฟ้าหันหลังให้เขาก่อนจะออกแรงวิ่งตรงเข้าไปในป่าโดยที่ไม่หันหลังกลับมามองว่าอีกฝ่ายจะวิ่งไล่ตามไหม แน่นอนว่าสิงห์ยืนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนจะออกแรงวิ่งตามเธอไป "คิดว่าจะหนีพ้นหรอ หึ สาวน้อยของพี่!" สิงห์วิ่งตามม่านฟ้าเข้าไปในป่า เขามองเห็นหลังเธอไวๆ ม่านฟ้าตัดสินใจหันกลับมามองก็พบว่าสิงห์กำลังวิ่งตามเธอเช่นกัน เธอเริ่มแน่ใจแล้วว่า เขาน่ากลัวแตกต่างจากที่เคยเห็นเมื่อก่อนหน้านั้น ซึ่งเธอเดาว่าที่เขาทำดีกับเธอต้องมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงแน่ๆ ตุบ!!! ม่านฟ้าสะดุดเข้ากับตอไม้ขนาดใหญ่ที่เธอไม่ทันระวัง "โอ้ยยย" ไม่ทันที่เธอจะได้ลุกขึ้นคนที่เธอไม่อยากจะได้ยินก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "ให้พี่ช่วยไหมครับ" "พี่สิงห์ ยะ อย่าทำอะไรหนูเลยนะพี่" "แล้วคิดว่าพี่จะทำอะไรล่ะ หืมมม" เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะนั่งยองๆลงตรงหน้าหญิงสาวแล้วบีบที่แก้มทั้งสองข้างของเธอ "ถ้าจะหนีไว้วันหลังนะ วันนี้พี่ไม่เล่นด้วยนะครับ เสียงเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งจ้องมองม่านฟ้าด้วยความหื่นกระหาย ม่านฟ้ากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ "ปล่อยหนูไปเถอะนะ หนูไหว้ล่ะ" ม่านฟ้ายกมือไหว้สิงห์พร้อมกับน้ำตาที่หลั่งใหลออกมาท่ามกลางความกลัว สิงห์อุ้มหญิงสาวขึ้นในอ้อมแขนก่อนจะพากลับไปยังบ้านพักตามเดิม ร่างบางถูกวางบนเตียงอย่างนุ่มนวลราวกับเป็นคนละคน เขาแสดงออกกับเธอแบบที่เคยเป็นก่อนหน้านี้ "กลัวพี่หรอ" "ปล่อยหนูไปนะ ถ้าท่านนายพลรู้เรื่องนี้ท่านไม่เอาพี่ไว้แน่" "ท่านนายพลหรอ...เขาจะทำอะไรพี่ได้ครับ" เขายิ้มที่มุมบ้าง "พี่หมายความว่าไงคะ" "ท่านนายพลก็คือพ่อของพี่ ที่นี่ก็คืออาณาจักรของเทวะสิงขร คิดอยากจะหนีมันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก" "พะ พ่อ..." ม่านฟ้าทวนคำที่สิงห์กล่าวและนิ่งอึ้งไป มันคืออะไรทำไมท่านนายพลที่เป็นคนพาเธอมาทำงานที่นี่ถึงเป็นพ่อของสิงห์คนที่ลักพาตัวเธอมา และเธอก็ยังไม่รู้ว่าเขามีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงกันแน่ ม่านฟ้าถอดหนีไปด้านหลังด้วยความหวาดกลัว เขามองหญิงสาวด้วยสายตาที่เยือกเย็น ก่อนจะเดินออกไปและปิดประตูขังเธอเอาไว้"พ่อคะ! ปลดมันเลยค่ะ!" พิศมัยเสริมขึ้นเสียงแหลม "ทหารชั้นผู้น้อยที่ไม่มีความเคารพผู้ใหญ่แบบนี้ ไม่ควรอู่ในกองทัพ!"หมวดภรัณยืดอกตรง ยืนวันทาหัตถ์ทำความเคารพอย่างสงบนิ่ง เตรียมจะเอ่ยปากรับผิดชอบ...ทว่า เสียงก้าวขาหนักแน่นของขุนพลกลับดังขึ้นขัดจังหวะ อดีตนายทหารเสือเดินก้าวเข้ามาข้างหน้า ทอดสายตามองท่านนายพลและลูกสาวด้วยนัยน์ตาคมกริบดุดันจนท่านนายพลเดชาถึงกับชะงักกึกไป!"คำสั่งคุ้มกันส่วนตัว... หรือคำสั่งบีบบังคับให้ออกเดทกับลูกสาวท่านกันแน่ครับท่านนายพล?"น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของขุนพล ดังก้องไปทั่วห้องทำงาน!"แกเป็นใคร?!" นายพลหน้าซีดลงเล็กน้อย ตวาดกลับด้วยความหงุดหงิด "นี่มันเรื่องภายในกองทัพ คนนอกอย่างแกไม่มีสิทธิ์เข้ามาแทรกแซง!"ขุนพลยิ้มมุมปากเบาๆ ยื่นซองเอกสารตราครุฑสีทองวางลงบนโต๊ะทำงานของท่านนายพลอย่างสงบนิ่ง"ผมคือ ขุนพล อดีตผู้บังคับการหน่วยรบพิเศษชายแดน..." ขุนพลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "และซองเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้าท่าน... คือสายตรงจาก ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อนร่วมรุ่นของผม ที่เพิ่งลงนามย้ายหมวดภรัณกลับเข้าสู่หน่วยรบหลัก และขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจในทางที่ผิดของ
ภรัณยิ้มรับด้วยความพองโตในหัวใจ แม้ในใจลึกๆ จะมีความปรารถนาอยากกอดอยากชิดใกล้หญิงสาวผู้เป็นดวงใจมากเพียงใด แต่สุภาพบุรุษและเกียรติของนายทหารผู้ได้รับการสั่งสอนมาอย่างดีก็ทำให้เขาสะกดกั้นความรู้สึกไว้ ชายหนุ่มกุมมือเธอแนบแก้มเบาๆ อย่างนุ่มนวลที่สุด ไร้ซึ่งความฉวยโอกาสหรือการล่วงเกินใดๆ"คืนนี้ช่างฟ้าขึ้นไปนอนบนห้องให้สบายใจเถอะครับ" ภรัณเอ่ยเสียงหวานอบอุ่น "ผมจะนอนเฝ้าบ้านอยู่ตรงโซฟานี้เอง ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมสัญญาว่าจะอยู่ในระเบียบ ไม่ล่วงเกินหรือทำอะไรให้ช่างฟ้าและคุณพ่อต้องหนักใจแน่นอนครับ"ทอฟ้ามองเห็นความสุภาพ ซื่อตรง และความเป็นสุภาพบุรุษแท้จริงในดวงตาของนายทหารหนุ่ม ความกังวลและความเหนื่อยล้าตลอดหลายสัปดาห์พลันละลายหายไปจนสิ้น เธอโน้มตัวลงประจูบจุมพิตแก้มของภรัณเบาๆ เป็นตราประทับขอบคุณ"ฝันดีนะคะหมวดภรัณ... พักผ่อนให้สบายนะคะ" ทอฟ้ากระซิบข้างหูด้วยความขวยเขิน ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งขึ้นบันไดไม้ชั้นบนไปทันทีภรัณเอามือจับแก้มข้างที่โดนหอม หลุดยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนบนโซฟาไม้สัก ซุกกายใต้ผ้าห่มหนากลิ่นหอมอบอุ่น สายลมยามดึกพัดพริ้วพาเอาความสงบและสายใยรักอัน
ที่ระเบียงชั้นบน... ทอฟ้า ในชุดเสื้อยืดสบายๆ เพิ่งเดินออกมาเก็บผ้าที่ตากไว้ริมระเบียง เธอชะงักกึกทันทีที่เห็นร่างสูงโปร่งของหมวดภรัณยืนตากฝนอยู่หน้าร้าน สายตาของทั้งคู่สบประสานกันท่ามกลางม่านฝนยามดึก"หมวดภรัณ...?" ทอฟ้าพึมพำเสียงแผ่วพร่า หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกตะลึง "มาทำไมป่านนี้... ฝนตกหนักขนาดนี้นะ..."ยังไม่ทันที่ทอฟ้าจะได้เดินก้าวลงบันได ร่างสูงใหญ่ของ ขุนพล ก็เดินก้าวออกมาจากมุมมืดหน้าร้าน ชายหนุ่มในวัยห้าสิบกว่ายืนกอดอก นัยน์ตาคมกริบดุดันประดุจพญาเสือจ้องมองนายทหารหนุ่มรุ่นลูกที่ยืนหอบหายใจอยู่กลางสายฝน โดยมี ทัพฟ้า เดินถือแป๊บเหล็กตามออกมาคุมเชิงอยู่ข้างๆ"หมวดภรัณ..." ขุนพลเอ่ยเสียงทุ้มต่ำทรงพลังสู้เสียงฝน "เที่ยงคืนป่านนี้... ทหารที่ต้องอยู่เวรคุ้มกันลูกสาวท่านนายพลอย่างแก มาทำอะไรที่นี่?"ภรัณยืดอกตรง สู้สายตาคมกริบของอดีตนายทหารเสืออย่างไม่เกรงกลัว เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นดินที่แฉะชุ่มน้ำฝนต่อหน้าขุนพลและทอฟ้าที่กำลังวิ่งลงมาจากบันได!"ผม... ถอนตัวจากภารกิจนั้นแล้วครับท่าน!" ภรัณเค้นเสียงตะโกนตอบฝ่าสายฝนคำตอบนั้นทำให้ทอฟ้าชะงักกึกอยู่บนบันไดขั้นสุดท้าย! นัยน์ต
"ถ้าหมหมวดจัดการภารกิจของหมวดเสร็จสิ้น และยังคงมั่นใจว่าหัวใจของหมวดอยู่ที่นี่..." ทอฟ้าทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มหวานสว่างไสวทาบทาใบหน้า "เมื่อนั้นค่อยกลับมาคุยกันนะคะ... แต่ในระหว่างนี้ ขอให้หมวดตั้งใจทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้คุณหนูพิศมัยให้ดีที่สุดเถอะค่ะ"ทอฟ้าโค้งศีรษะให้อย่างนอบน้อม หมุนตัวเดินก้าวขึ้นบันไดบ้านไม้ไปอย่างสง่างาม ไร้การเหลียวหลังกลับมามองภรัณยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา หยาดน้ำตาผสมผสานไปกับไอฝนที่ไหลผ่านแก้ม ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นดินอย่างหมดแรง หัวใจตื่นรู้และเจ็บปวดอย่างที่สุด ทว่าในความเจ็บปวดนั้น เขากลับยิ่งรักและเคารพในตัวหญิงสาวคนนี้มากขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า!ยามดึก... สายฝนซาลงเหลือเพียงหยดน้ำที่หยดจากชายคาบ้านเป็นระยะม่านฟ้าเดินก้าวเข้ามาในห้องนอนของลูกสาว ร่างบางของคุณแม่วัยสี่สิบกว่ายังคงงดงามละมุนละไม เธอนั่งลงบนเตียงข้างๆ ทอฟ้าที่กำลังนั่งทอดสายตามองแสงจันทร์นอกหน้าต่าง ม่านฟ้าขยับเข้าไปโอบรั้งลูกสาวคนโตเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกอย่างนุ่มนวลทอฟ้าซบหน้าลงกับแผงอกอบอุ่นของแม่ หยดน้ำตาที่เพียรสะกดกั้นมานานหลายวัน บัดนี้ไ
"เสาร์นี้..." ภรัณกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เอ่ยถามด้วยความหวังอันริบหรี่ "เสาร์นี้ที่เราเคยมีนัดไปทานข้าวในเมืองตามที่คุณพ่ออนุญาต... เรายังไปกันเหมือนเดิมได้ไหมครับ?"ทอฟ้าทอดสายตามองเขานิ่งๆ ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วยิ้มหวานฉ่ำ"คงต้องขอโทษด้วยนะคะหมวดภรัณ พอดีวันเสาร์นี้ฟ้าติดงานด่วนค่ะ มีลูกค้านำรถบรรทุกสิบล้อเข้ามาทำเครื่องยนต์ใหญ่สองคัน ฟ้าคงต้องอยู่อู่นักทำยาวทั้งวัน... หมวดเอาเวลาว่างไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลคุณหนูพิศมัยให้เต็มที่เถอะนะคะ จะได้ไม่เสียงานหลวง""ช่างฟ้า...""ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฟ้าขอตัวไปทำงานต่อนะคะ อะไหล่สิบล้อยังรอใส่อยู่ค่ะ"ทอฟ้าโค้งศีรษะให้อย่างสุภาพ หมุนตัวเดินกลับไปยังห้องเครื่องรถกระบะ ปล่อยให้หมวดภรัณยืนตื่นตะลึงและโดดเดี่ยวอยู่หน้าร้าน ชายหนุ่มเอื้อมมือไขว่คว้าได้เพียงสายลมว่างเปล่าขุนพลและม่านฟ้าที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่บนระเบียงชั้นสอง สบตากันด้วยความถอนหายใจยาว ม่านฟ้ากุมมือสามีไว้แน่น รู้ดีว่าลูกสาวของเธอได้เลือกเส้นทางที่จะ 'ปกป้องหัวใจตัวเอง' แล้วอย่างเด็ดเดี่ยวที่สุดหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ข่าวคราวเรื่องการติดส้นและชิดใกล้ระหว่างหมวดภรัณกับคุ
ยิ่งเธอเสียใจ... เธอยิ่งยิ้มหวานยิ่งเธอเจ็บปวด... เธอยิ่งนิ่งเงียบ"ถ้าพี่ฟ้าไม่ชอบ ก็บอกปะป๊าสิ" ทัพฟ้าเอ่ยเสียงเข้ม "ปะป๊าแค่ยกหูโทรศัพท์สายเดียวถึงเพื่อนเก่าในกองทัพ คำสั่งย้ายหมวดภรัณก็ยกเลิกได้แล้ว ทำไมต้องยอมให้ยายคุณหนูนั่นเอาหมวดไปใช้อย่างกับคนรับใช้ด้วย?""อย่าทำแบบนั้นนะทัพ!" ทอฟ้าหันมามองน้องชาย สายตาหวานเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว "ปะป๊าสละยศทหาร ใช้ชีวิตเป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์อย่างสงบสุขมาเป็นสิบๆปี เพื่อพวกเรา เพื่อครอบครัว เราจะไม่เอาเรื่องไร้สาระพวกนี้ไปรบกวนปะป๊า และพี่ก็จะไม่ใช้เส้นสายของใครไปแทรกแซงหน้าที่ของหมวดภรัณด้วย""แต่หมวดภรัณกำลังโดนยัยนั่นจีบอยู่นะพี่!" ทัพฟ้าโพล่งขึ้นมาด้วยความโมโหแทนพี่สาว "เมื่อเย็นพวกลุงกันลุงทศขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าบ้านพักรับรอง เห็นยัยคุณหนูพิศมัยนั่นเดินเกาะแขนหมวดภรัณชวนไปกินข้าวในเมือง หมวดก็ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแต่ก็ต้องเดินตามไป เพราะเป็นคำสั่งดูแลความปลอดภัย!"หัวใจของทอฟ้ากระตุกวูบอย่างรุนแรง ความเจ็บแปลบแล่นปราดไปทั่วแผงอกราวกับถูกเข็มเล่มเล็กนับพันเล่มทิ่มแทง ทว่าใบหน้าสวยงามยังคงเรียบเฉย ไร้ร่องรอยการสั่นไหว เธอค่อยๆวา
"ดุจังเลยครับ" สิงห์ยิ้มที่มุมปาก "งั้นก็รีบกินรีบกลับเลยค่ะ" "พี่ล้อเล่นน่า" "หนูง่วงเเล้วอ่ะ" หญิงสาวยกมือปิดปากหาวหวอดๆ "นอนก็ได้นะเดี๋ยวพี่กินเสร็จล็อคประตูให้ครับ" "แน่ใจนะว่าพี่จะไม่แอบทำอะไรหนู" "มองพี่เป็นคนแบบนั้นหรอครับ" "เปล่าค่ะ ถ้างั้นกินเสร็จแล้วฝากเก็บด้วยนะคะ" "ได้ครับ" เธอ
ก๊อกๆ ม่านฟ้างัวเงียขึ้นมาในกลางดึกคืนหนึ่งหลังจากที่เธอได้เข้ามาอยู่ที่นี่ได้ประมาณ1สัปดาห์เท่านั้น ระหว่างนี้เธอก็ทำความรู้จักกับแม่บ้านและคนในพื้นที่ ทุกคนต่างให้ความสนใจและเป็นมิตรกับเธอมาก จนม่านฟ้ารู้สึกว่าอยู่ที่นี่ก็ไม่เลวมากนัก พอลุกขึ้นได้เธอจึงรีบเดินไปที่ประตู "ใครคะ" " " เงียบ "มาห
"นังลูกไม่รักดี! แกรีบเก็บกระเป๋าแล้วออกไปจากบ้านฉัน!" ผู้เป็นแม่พูดไปพร้อมกับปาดน้ำตา "แต่แม่ ลุงเด่นชัยมันปล้ำฉันนะแม่ไล่ลูกตัวเองออกไปแล้วมันล่ะ?" ม่านฟ้ามองผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงที่ตัดพ้อ "แค่แกออกไปจากที่นี่ ทุกอย่างมันจะดีขึ้น" ดาวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ โดยไม่ได้สนใจลูกสาวที่กำลังร้องไห้สะอ
ฮึก! ออกไป... ฉันส่ายหน้า ยกมือไหว้ลุงเด่นชัยด้วยเสียงสั่นเครือ นอกจากเขาจะไม่เห็นใจแล้ว ยังใช้สายตาเจ้าเล่ห์มองมาที่ร่างเปลือยเปล่าของฉันด้วยท่าทางที่หื่นกระหาย "หนูมายั่วฉันเองนี่ วันนี้แม่หนูไม่อยู่...เรามาเล่นเกมกันเถอะ" "เกมอะไร! ฉันไม่เล่นอะไรทั้งนั้น ฮึก!" "อย่าดื้อกับลุงสิ รู้ไหมกว่าลุง







