Masukเขาเอื้อมมือมาจับไหล่ทั้งสองข้างของม่านฟ้าเอาไว้ ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายอย่างล่วงรู้ความคิด เธออาจจะไม่เหมือนแก้วตาผู้หญิงที่เขาเคยรักก็ได้
"พี่สิงห์เป็นอะไรไปคะ" เธอเอามือแตะที่หน้าผากของอีกฝ่าย "พี่ไม่เป็นไรครับ" "แน่ใจนะคะ ถ้าอย่างนั้นพี่ไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนเดี๋ยวหนูทำเสร็จแล้วยกไปให้ค่ะ" "ขอบคุณครับ ดูแลพี่ดีจริงๆนะเรา" เขาลูบหัวเธอเบาๆก่อนจะผละออกห่างเดินไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร ม่านฟ้าทำกับข้าวเสร็จเธอก็รีบยกมาวางที่โตีะ โดยที่สิงห์ก็รีบลุกไปรับถ้วยจากมือเธออย่างเร็ว "มา พี่ช่วยครับ" "ระวังร้อนนะคะ" "น่ากินทั้งนั้นเลย ท่าทางจะทำอาหารเก่งเหมือนกันนะ" "ก็พอได้ค่ะ" "ไหน พี่ขอชิมสิ" พร้อมกับตักอาหารเข้าปาก "อื้มมม แบบนี้ไม่เรียกว่าพอได้แล้วนะ" "เมื่อก่อนเข้าครัวกับแม่บ่อยค่ะ" "แล้วแม่ของม่านฟ้าอยู่ที่ไหนครับ" "เอ่อ...ช่างเถอะค่ะ ไม่อยากพูดถึงท่านแล้ว เรามากินข้าวดีกว่าค่ะ" "ถ้าไม่สบายใจก็ไม่ต้องเล่าก็ได้ครับ" เขายิ้มให้เธอพร้อมกับเลื่อนเก้าอี้ให้คนตัวเล็กนั่งลงข้างๆ "พี่สิงห์คะ ม่านฟ้าอยากจะกลับไปอยู่ที่บ้านพักเเล้วค่ะ" "พี่ขอเหตุผลด้วยครับ" เขามองเธอนิ่งๆ รอฟังอย่างตั้งใจ "เดือนนี้ท่านนายพลจ่ายเงินมาแล้วแต่ม่านฟ้ายังไม่ได้ทำงานสักครั้งเลยค่ะ อย่างน้อยก็ไดด้กลับไปอยู่ที่นั่นก็เท่ากับว่าไม่ทิ้งงานนะคะ" "นี่หนูยังคิดจะไปทำงานแบบนั้นอีกหรอ" "ทำไงได้ละคะ ก็รับปากท่านแล้วนี่" "ม่านฟ้าขอถามอะไรพี่สิงห์สักอย่างได้ไหมคะ" "อะไรครับ" เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วพยายามข่มอารมณ์ที่กำลังครุกรุ่นอยู่ภายในหัวใจของเขา "พี่สิงห์รู้จักคนที่ชื่อแก้วตาไหมคะ" "แก้วตา..." เขานิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเบือนหน้าหนี "พี่สิงห์รู้จักใช้ไหมคะ" "หนูถามทำไม" "เคยได้ยินพี่ๆแถวนั้นพูดถึงค่ะ" "แล้วทำไมคิดว่าพี่จะรู้จัก?" เขาจ้องหน้าเธอนิ่ง แต่แฝงด้วยความกดดัน "ปะ เปล่าค่ะ แค่เห็นว่าเธอเคยทำงานแบบเดียวกันก็เลยอยากรู้จักค่ะ" "งั้นเหรอ" "ถ้าไม่สะดวกใจจะเล่าก็ไม่เป็นไรนะคะ กินข้าวกันต่อเถอะค่ะ" "ครับ งั้นเอาเป็นว่าอาทิตย์หน้าพี่จะไปส่งเรากลับนะ" "จริงหรอคะ" เธอตาลุกวาวเป็นประกาย "แต่พี่มีข้อแม้ว่า อย่าให้ใครเข้าห้องเด็ดขาดนะครับพี่หวง" "คะ ค่ะ" เธอรีบตักข้าวเข้าปากโดยไม่พูดอะไรต่อ อาทิตย์ต่อมา... สิงห์พาม่านฟ้ากลับไปส่งที่บ้านพักตามสัญญาโดยที่เขากำชับเธอหนักแน่นว่าห้ามให้ใครเข้าห้องเด็ดขาดถ้าไม่ใช่เขา "ก่อนจะกลับ...พี่ขอเข้าไปด้านในหน่อยได้ไหมครับ" "ดะ ได้ค่ะ" แอดดด... ปัง ไม่นานประตูก็ถูกปิดลง มีเพียงสองหนุ่มสาวกำลังยืนมองอีกฝ่ายนิ่งๆ "มีอะไรหรือเปล่าคะ" เธอที่มองอีกฝ่ายมาสักพักแต่เขาก็ไม่ยอมจะพูดอะไรกับเธอเลยสักคำ หมับ มือใหญ่กุมมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้พร้อมกับใช้มือเกลี่ยเส้นผมที่ปิดบังใบหน้าที่นวลละเอียดของเธอ "พี่สิงห์" "อย่าผิดสัญญากับพี่..." เขากระซิบข้างหูของเธอด้วยลมหายใจที่ตะกุกตะกัก ฝ่ายม่านฟ้านั้นก็รู้สึกได้เช่นกันว่าเขากำลังประหม่าเธอไม่น้อย ริมฝีปากหนาฝังลงบนปากนุ่มอย่างไม่ทันตั้งตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างใช้มือเล็กทั้งสองข้างดันหน้าอกอีกฝ่ายเอาไว้ มือใหญ่ซุกซนโอบรัดเอวบางรั้งเข้าหาอย่างแนบแน่น ปลายลิ้นสัมผัสริมฝีปากบางอย่างทะนุถนอมแต่แฝงด้วยความเร่าร้อน เขาสอดมันเข้าไปในโพรงปากควานหาน้ำหวานอันล้ำค่า จ้วบ จ้วบ "อื้อออ พอก่อนค่ะ" "พี่ขอโทษครับ ลืมตัวไปหน่อย..." "ไม่เป็นไรค่ะ...พี่สิงห์กลับไปได้แล้วค่ะหนูอยากพัก" "ถ้างั้น..." เขายื่นโทรศัพท์มือถือให้เธอ "อะไรคะ" "พี่ขอเบอร์เราไว้หน่อย" "ค่ะ" เธอรับมันมาจากมือของเขาก่อนจะกดเบอร์ของตัวเองให้ไป "คืนนี้พี่จะโทรหานะ" เขาทิ้งท้ายประโยคก่อนจะออกไปจากห้องทิ้งให้ท่านฟ้าอยู่เพียงลำพัง ม่านฟ้ามองนาฬิกาเป็นเวลาเกือบสี่โมง หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เธอรู้สึกสบายใจที่ได้ออกมาจากบ้านของสิงห์และเธอก็จะทำทีเป็นว่าไม่รับสายเขา ให้เขาเป็นฝ่ายเงียบหายไปเอง 22:00 น. อืดดดดดด อืดดดดดด เสียงโทรศัพท์สั่นขึ้นเพราะเธอปิดเสียงเอาไว้ตอนนอน เธอลืมตาตื่นขึ้นเมื่อรู้สึกตัวว่ามีอะไรสั่นไหว เบอร์แปลกที่ไม่เคยสนทนาโชว์ขึ้นหน้าจอหลา 084××××××× เธอกดรับก่อนที่ปลายสายจะเอ่ยขึ้น "ทำไมรับช้าจัง" เธอเบิกตาโพรง เสียงที่คุ้นเคยก่อนหน้าแทรกเข้ามาในหูเธอ เป็นเขาจริงๆ เธอกะว่าจะตีเนียนไม่รับสายแต่ดันเผลอลืมไปเลยเพราะงัวเงียตื่นมา "ฮะโหล ได้ยินพี่ไหมครับ" "เอ่อ ได้ยินค่ะ" "แล้วนั่น...นอนแล้วหรอทำไมเสียงดูเอื่อยๆ" "นอนแล้วค่ะ" "อ๋อครับ ตอนเย็นกินอะไรไปบ้างยัง" "กินไปแล้วค่ะ" "แต่ว่าพี่...ยังไม่ได้กินอะไรเลย ตอนนี้หิวมาก" "จริงหรอคะ ทำไมไม่กินคะเนี่ย" "เปิดประตูสิครับ พี่ซื้อกับข้าวมา ที่บ้านหนูมีไมโครเวฟใช่ไหมงั้นดีเลย..." "เดี๋ยวก่อนนะคะ พี่อยู่หน้าบ้านพักหนูหรอ" "ครับ ยืนรอนานแล้วด้วย" "แล้วทำไมไม่บอกคะ" "ขอโทษทีครับ" หญิงสาวลุกขึ้นไปเปิดประตูให้เขาที่อยู่ในชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาว ผ้าลูกไม้เบาบางสบาย ใส่แล้วขับผิวยิ่งนัก เขายืนจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง "จะมองอีกนานไหมคะ เข้ามาก่อนค่ะ" "ครับๆ" "ยื่นมาค่ะหนูจะเอาไปอุ่นให้ พี่ไปนั่งรอตรงนั้นก่อนคะ" ม่านฟ้าชี้ไปที่โต๊ะเล็กๆที่มีเก้าอี้อยู่สองตัว ม่านฟ้าจัดเตรียมอาหารที่เพิ่งอุ่นร้อนๆมาวางบนโต๊ะ "กินสิคะ" "ขอบคุณครับ" "คิดยังไงถึงมาที่นี่คะเนี่ย" "ก็พี่คิดถึง...คนแถวนี้นะสิ" เขาเน้นคำว่าคนแถวนี้ในขณะที่จ้องมองเธอโดยไม่ละสายตา เขาจ้องมองดวงตาคู่สวย เธอนั่งมองเขากินข้าวนิ่งๆ จนเขาเองเป็นคนเปิดประเด็นมาเอง "ปกติพี่กินข้าวเวลานี้หรอคะ" "ไม่หรอก เพราะตอนที่หนูอยู่ด้วยพี่กินข้าวได้เยอะขึ้น พอหนูกลับมาแล้วก็เลยไม่ชินหนะ ทีแรกก็ว่าจะอดข้าวรอกินอีกทีตอนเช้าแล้วครับ" "ทำแบบนั้นไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ หิวก็ต้องกินนะรู้ไหม""พ่อคะ! ปลดมันเลยค่ะ!" พิศมัยเสริมขึ้นเสียงแหลม "ทหารชั้นผู้น้อยที่ไม่มีความเคารพผู้ใหญ่แบบนี้ ไม่ควรอู่ในกองทัพ!"หมวดภรัณยืดอกตรง ยืนวันทาหัตถ์ทำความเคารพอย่างสงบนิ่ง เตรียมจะเอ่ยปากรับผิดชอบ...ทว่า เสียงก้าวขาหนักแน่นของขุนพลกลับดังขึ้นขัดจังหวะ อดีตนายทหารเสือเดินก้าวเข้ามาข้างหน้า ทอดสายตามองท่านนายพลและลูกสาวด้วยนัยน์ตาคมกริบดุดันจนท่านนายพลเดชาถึงกับชะงักกึกไป!"คำสั่งคุ้มกันส่วนตัว... หรือคำสั่งบีบบังคับให้ออกเดทกับลูกสาวท่านกันแน่ครับท่านนายพล?"น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของขุนพล ดังก้องไปทั่วห้องทำงาน!"แกเป็นใคร?!" นายพลหน้าซีดลงเล็กน้อย ตวาดกลับด้วยความหงุดหงิด "นี่มันเรื่องภายในกองทัพ คนนอกอย่างแกไม่มีสิทธิ์เข้ามาแทรกแซง!"ขุนพลยิ้มมุมปากเบาๆ ยื่นซองเอกสารตราครุฑสีทองวางลงบนโต๊ะทำงานของท่านนายพลอย่างสงบนิ่ง"ผมคือ ขุนพล อดีตผู้บังคับการหน่วยรบพิเศษชายแดน..." ขุนพลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "และซองเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้าท่าน... คือสายตรงจาก ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อนร่วมรุ่นของผม ที่เพิ่งลงนามย้ายหมวดภรัณกลับเข้าสู่หน่วยรบหลัก และขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจในทางที่ผิดของ
ภรัณยิ้มรับด้วยความพองโตในหัวใจ แม้ในใจลึกๆ จะมีความปรารถนาอยากกอดอยากชิดใกล้หญิงสาวผู้เป็นดวงใจมากเพียงใด แต่สุภาพบุรุษและเกียรติของนายทหารผู้ได้รับการสั่งสอนมาอย่างดีก็ทำให้เขาสะกดกั้นความรู้สึกไว้ ชายหนุ่มกุมมือเธอแนบแก้มเบาๆ อย่างนุ่มนวลที่สุด ไร้ซึ่งความฉวยโอกาสหรือการล่วงเกินใดๆ"คืนนี้ช่างฟ้าขึ้นไปนอนบนห้องให้สบายใจเถอะครับ" ภรัณเอ่ยเสียงหวานอบอุ่น "ผมจะนอนเฝ้าบ้านอยู่ตรงโซฟานี้เอง ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมสัญญาว่าจะอยู่ในระเบียบ ไม่ล่วงเกินหรือทำอะไรให้ช่างฟ้าและคุณพ่อต้องหนักใจแน่นอนครับ"ทอฟ้ามองเห็นความสุภาพ ซื่อตรง และความเป็นสุภาพบุรุษแท้จริงในดวงตาของนายทหารหนุ่ม ความกังวลและความเหนื่อยล้าตลอดหลายสัปดาห์พลันละลายหายไปจนสิ้น เธอโน้มตัวลงประจูบจุมพิตแก้มของภรัณเบาๆ เป็นตราประทับขอบคุณ"ฝันดีนะคะหมวดภรัณ... พักผ่อนให้สบายนะคะ" ทอฟ้ากระซิบข้างหูด้วยความขวยเขิน ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งขึ้นบันไดไม้ชั้นบนไปทันทีภรัณเอามือจับแก้มข้างที่โดนหอม หลุดยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนบนโซฟาไม้สัก ซุกกายใต้ผ้าห่มหนากลิ่นหอมอบอุ่น สายลมยามดึกพัดพริ้วพาเอาความสงบและสายใยรักอัน
ที่ระเบียงชั้นบน... ทอฟ้า ในชุดเสื้อยืดสบายๆ เพิ่งเดินออกมาเก็บผ้าที่ตากไว้ริมระเบียง เธอชะงักกึกทันทีที่เห็นร่างสูงโปร่งของหมวดภรัณยืนตากฝนอยู่หน้าร้าน สายตาของทั้งคู่สบประสานกันท่ามกลางม่านฝนยามดึก"หมวดภรัณ...?" ทอฟ้าพึมพำเสียงแผ่วพร่า หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกตะลึง "มาทำไมป่านนี้... ฝนตกหนักขนาดนี้นะ..."ยังไม่ทันที่ทอฟ้าจะได้เดินก้าวลงบันได ร่างสูงใหญ่ของ ขุนพล ก็เดินก้าวออกมาจากมุมมืดหน้าร้าน ชายหนุ่มในวัยห้าสิบกว่ายืนกอดอก นัยน์ตาคมกริบดุดันประดุจพญาเสือจ้องมองนายทหารหนุ่มรุ่นลูกที่ยืนหอบหายใจอยู่กลางสายฝน โดยมี ทัพฟ้า เดินถือแป๊บเหล็กตามออกมาคุมเชิงอยู่ข้างๆ"หมวดภรัณ..." ขุนพลเอ่ยเสียงทุ้มต่ำทรงพลังสู้เสียงฝน "เที่ยงคืนป่านนี้... ทหารที่ต้องอยู่เวรคุ้มกันลูกสาวท่านนายพลอย่างแก มาทำอะไรที่นี่?"ภรัณยืดอกตรง สู้สายตาคมกริบของอดีตนายทหารเสืออย่างไม่เกรงกลัว เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นดินที่แฉะชุ่มน้ำฝนต่อหน้าขุนพลและทอฟ้าที่กำลังวิ่งลงมาจากบันได!"ผม... ถอนตัวจากภารกิจนั้นแล้วครับท่าน!" ภรัณเค้นเสียงตะโกนตอบฝ่าสายฝนคำตอบนั้นทำให้ทอฟ้าชะงักกึกอยู่บนบันไดขั้นสุดท้าย! นัยน์ต
"ถ้าหมหมวดจัดการภารกิจของหมวดเสร็จสิ้น และยังคงมั่นใจว่าหัวใจของหมวดอยู่ที่นี่..." ทอฟ้าทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มหวานสว่างไสวทาบทาใบหน้า "เมื่อนั้นค่อยกลับมาคุยกันนะคะ... แต่ในระหว่างนี้ ขอให้หมวดตั้งใจทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้คุณหนูพิศมัยให้ดีที่สุดเถอะค่ะ"ทอฟ้าโค้งศีรษะให้อย่างนอบน้อม หมุนตัวเดินก้าวขึ้นบันไดบ้านไม้ไปอย่างสง่างาม ไร้การเหลียวหลังกลับมามองภรัณยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา หยาดน้ำตาผสมผสานไปกับไอฝนที่ไหลผ่านแก้ม ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นดินอย่างหมดแรง หัวใจตื่นรู้และเจ็บปวดอย่างที่สุด ทว่าในความเจ็บปวดนั้น เขากลับยิ่งรักและเคารพในตัวหญิงสาวคนนี้มากขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า!ยามดึก... สายฝนซาลงเหลือเพียงหยดน้ำที่หยดจากชายคาบ้านเป็นระยะม่านฟ้าเดินก้าวเข้ามาในห้องนอนของลูกสาว ร่างบางของคุณแม่วัยสี่สิบกว่ายังคงงดงามละมุนละไม เธอนั่งลงบนเตียงข้างๆ ทอฟ้าที่กำลังนั่งทอดสายตามองแสงจันทร์นอกหน้าต่าง ม่านฟ้าขยับเข้าไปโอบรั้งลูกสาวคนโตเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกอย่างนุ่มนวลทอฟ้าซบหน้าลงกับแผงอกอบอุ่นของแม่ หยดน้ำตาที่เพียรสะกดกั้นมานานหลายวัน บัดนี้ไ
"เสาร์นี้..." ภรัณกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เอ่ยถามด้วยความหวังอันริบหรี่ "เสาร์นี้ที่เราเคยมีนัดไปทานข้าวในเมืองตามที่คุณพ่ออนุญาต... เรายังไปกันเหมือนเดิมได้ไหมครับ?"ทอฟ้าทอดสายตามองเขานิ่งๆ ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วยิ้มหวานฉ่ำ"คงต้องขอโทษด้วยนะคะหมวดภรัณ พอดีวันเสาร์นี้ฟ้าติดงานด่วนค่ะ มีลูกค้านำรถบรรทุกสิบล้อเข้ามาทำเครื่องยนต์ใหญ่สองคัน ฟ้าคงต้องอยู่อู่นักทำยาวทั้งวัน... หมวดเอาเวลาว่างไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลคุณหนูพิศมัยให้เต็มที่เถอะนะคะ จะได้ไม่เสียงานหลวง""ช่างฟ้า...""ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฟ้าขอตัวไปทำงานต่อนะคะ อะไหล่สิบล้อยังรอใส่อยู่ค่ะ"ทอฟ้าโค้งศีรษะให้อย่างสุภาพ หมุนตัวเดินกลับไปยังห้องเครื่องรถกระบะ ปล่อยให้หมวดภรัณยืนตื่นตะลึงและโดดเดี่ยวอยู่หน้าร้าน ชายหนุ่มเอื้อมมือไขว่คว้าได้เพียงสายลมว่างเปล่าขุนพลและม่านฟ้าที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่บนระเบียงชั้นสอง สบตากันด้วยความถอนหายใจยาว ม่านฟ้ากุมมือสามีไว้แน่น รู้ดีว่าลูกสาวของเธอได้เลือกเส้นทางที่จะ 'ปกป้องหัวใจตัวเอง' แล้วอย่างเด็ดเดี่ยวที่สุดหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ข่าวคราวเรื่องการติดส้นและชิดใกล้ระหว่างหมวดภรัณกับคุ
ยิ่งเธอเสียใจ... เธอยิ่งยิ้มหวานยิ่งเธอเจ็บปวด... เธอยิ่งนิ่งเงียบ"ถ้าพี่ฟ้าไม่ชอบ ก็บอกปะป๊าสิ" ทัพฟ้าเอ่ยเสียงเข้ม "ปะป๊าแค่ยกหูโทรศัพท์สายเดียวถึงเพื่อนเก่าในกองทัพ คำสั่งย้ายหมวดภรัณก็ยกเลิกได้แล้ว ทำไมต้องยอมให้ยายคุณหนูนั่นเอาหมวดไปใช้อย่างกับคนรับใช้ด้วย?""อย่าทำแบบนั้นนะทัพ!" ทอฟ้าหันมามองน้องชาย สายตาหวานเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว "ปะป๊าสละยศทหาร ใช้ชีวิตเป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์อย่างสงบสุขมาเป็นสิบๆปี เพื่อพวกเรา เพื่อครอบครัว เราจะไม่เอาเรื่องไร้สาระพวกนี้ไปรบกวนปะป๊า และพี่ก็จะไม่ใช้เส้นสายของใครไปแทรกแซงหน้าที่ของหมวดภรัณด้วย""แต่หมวดภรัณกำลังโดนยัยนั่นจีบอยู่นะพี่!" ทัพฟ้าโพล่งขึ้นมาด้วยความโมโหแทนพี่สาว "เมื่อเย็นพวกลุงกันลุงทศขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าบ้านพักรับรอง เห็นยัยคุณหนูพิศมัยนั่นเดินเกาะแขนหมวดภรัณชวนไปกินข้าวในเมือง หมวดก็ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแต่ก็ต้องเดินตามไป เพราะเป็นคำสั่งดูแลความปลอดภัย!"หัวใจของทอฟ้ากระตุกวูบอย่างรุนแรง ความเจ็บแปลบแล่นปราดไปทั่วแผงอกราวกับถูกเข็มเล่มเล็กนับพันเล่มทิ่มแทง ทว่าใบหน้าสวยงามยังคงเรียบเฉย ไร้ร่องรอยการสั่นไหว เธอค่อยๆวา
เธอไม่ได้โกรธเขาแต่เธออายที่เธอมาอยู่จุดนี้ต่างหากล่ะ ม่านฟ้านอนฟุบลงบนเตียงนุ่มก่อนที่น้ำตาจะค่อยๆไหลออกมาโดยไร้เสียงสะอึกสะอื้นใดๆ เธอเสียใจที่อนาคตของเธอมาถึงจุดที่ผู้คนเหยียบย่ำ ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี เธอมั่นใจแน่วแน่แล้วว่าชีวิตนี้จะไม่มีความรักเด็ดขาด เธอกลัวที่จะตกหลุมรักขุนพล แน่นอนว่าตอนนี
ก๊อกๆ ม่านฟ้างัวเงียขึ้นมาในกลางดึกคืนหนึ่งหลังจากที่เธอได้เข้ามาอยู่ที่นี่ได้ประมาณ1สัปดาห์เท่านั้น ระหว่างนี้เธอก็ทำความรู้จักกับแม่บ้านและคนในพื้นที่ ทุกคนต่างให้ความสนใจและเป็นมิตรกับเธอมาก จนม่านฟ้ารู้สึกว่าอยู่ที่นี่ก็ไม่เลวมากนัก พอลุกขึ้นได้เธอจึงรีบเดินไปที่ประตู "ใครคะ" " " เงียบ "มาห
3วันผ่านไป... ม่านฟ้าถูกขังอยู่ภายในห้องเป็นเวลา3วันเต็มโดยที่สิงห์ยังเมตตาเอาข้าวและน้ำมาให้ตลอด เธอคาดเดาความคิดผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลย ทุกครั้งที่เขาเจอเธอ มันเหมือนว่าเขาเป็นคนหลายบุคลิกและยิ่งไปกว่านั้นเขายังบอกเธอว่าท่านนายพลก็ไม่สามารถมาช่วยเธอได้ นั่นทำให้เธอแน่ใจว่าสองพ่อลูกอาจจะมีความสัมพัน
"ไอ้หมาย" "ครับ!" สมหมายวิ่งออกมารับเจ้านายของเขาและพาไปดูผลงานที่เขาพึ่งพาตัวมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน "นี่นะหรอ" "ครับนายน้อย แสบใช้ได้เลย" ผู้เป็นเจ้านายเกลี่ยผมที่ปิดหน้าหญิงสาวออก "ทำไมมีรอยมือว่ะไอ้หมาย" "เอ่อ ขอโทษครับนายน้อย นังนี่มันพ่นน้ำลายใส่ผม ผมก็เลยเผลอตบมันไปครับ" "โถ่ไอ้โง่







