Share

12 เจ้ายิ้มเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องดี

last update Terakhir Diperbarui: 2024-11-02 11:05:35

12 เจ้ายิ้มเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องดี

“ก็แค่บทกลอนของชายชราผมขาวที่วัน ๆ เอาแต่ร่ำสุรา ท่องเที่ยว พร่ำพรรณนา”

พั่บ

ชายตรงหน้าสะบัดพับกับฝ่ามือแล้วยื่นส่งให้ด้วยสีหน้ากวนโมโห ยี่หวาหลุบตามองพัดในมือใหญ่ นิ้วเรียวยาวงดงามทว่าเต็มไปด้วยร่องรอยแผลเป็นขีดขาว นางยังนิ่งไม่รับพัดแล้วตวัดตากลับเหลือบมองชายสูงใหญ่กว่านางมาก

“ข้ายังไม่รับ เพราะหากข้ารับนั่นหมายถึงท่านจะไม่ชดใช้ให้ข้า มู่เฉิน” ยี่หวาส่งน้ำเสียงเย็นเยียบหรี่ตามองแล้วพลันสังเกตว่าท่านแม่ทัพด้านหลังสะดุ้งเฮือก - - เหตุใดกัน

บุรุษตรงหน้าคลี่รอยยิ้มกวนใจอีกคราแล้วยืดกายกลับมือกระชับกำพัดไว้แล้วกอดอกนิ่ง

“ชดใช้เช่นนั้นหรือ”

“ใช่ ชดใช้ พัดนี่ข้าสั่งทำมาเป็นพิเศษ กว่าจะได้ตัวกวีนิพนธ์มาเขียนให้ข้าได้ ข้ารอร่วมเกือบปี” ยี่หวายืดกายเลียนแบบมู่เฉินเช่นกัน กอดอกเงยหน้ามอง

“งั้นเจ้าคิดไว้ในใจแล้วหรือยังว่าให้ข้าชดใช้เท่าไร”

“ฮึ ข้ายังไม่ทันคิด ไว้ข้าจะบอกเจ้าวันหลัง ฉะนั้นพัดนี่ข้าไม่ขอรับคืน”  

ปากกระจับยังคงพูดเจื้อยแจ้วต่ออีกไม่รู้กี่ประโยคด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มแฝงตำหนิติเตียน ทว่าแม่ทัพใหญ่มิได้ทันฟังเข้าโสตประสาทแม้แต่น้อย ดวงตากระบี่จับจ้องนิ่งเพียงไฝเหนือริมฝีปาก เจ้าสิ่งนั้นเม็ดสีดำสนิทเล็ก ๆ คล้ายมีชีวิต เคลื่อนขึ้นลงไปมา พลันลมปราณโลดแรงเต้นระทึกหาสาเหตุที่มาที่ไปไม่ได้ จึงลองละสายตาออกหลุบลงมองเท้าเล็กที่โผล่พ้นออกมาจากรองเท้าแบบสาน เรียวเล็กไร้การแต่งแต้ม น้ำจากเรือนร่างเปียกปอนไหลรวมลงเบื้องล่างกรอมเท้า - - เหมือนใจเต้นแรงกว่าเก่า

ซ่า...

ไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยกระไรต่อพลันสายฝนห่าใหญ่เม็ดขาวสาดลงราวน้ำป่าจนมองเห็นแต่สีขาวโพลน

“เลิกกอง” เสียงบุรุษด้านหลังตะโกนสั่ง แทนที่ทหารกล้าจะแตกฮือกลับเดินเป็นแถวระเบียบเรียงสามลงเท้าเงียบไร้เสียงหายวับราวกับตรงหน้ามิเคยมีการฝึกซ้อม

ยี่หวาขยับร่างวิ่งแต่โดนมือใหญ่รวบไว้เสียก่อน จากนั้นถูกฉุดให้เดินขึ้นจวนหลบฝน

ปัง!!

เพียงเข้ามาด้านในกลับอุ่นวาบจากห้องที่อุ่นไว้ตลอดเวลา ยี่หวายังยืนนิ่งกายเปียกโชกมองร่างแกร่งเปลือยท่อนบนขยับไปยังมุมฉาก

พรึบ..

“เปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อน”

ยี่หวายืนมือออกไปรับเสื้อคลุมไว้ได้ทันเมื่อจู่ ๆ มู่เฉินโยนมาก่อนที่เขาจะลับหายไปอีกห้อง

นางกวาดตามองห้องเรียบง่ายกว้างขวางยิ่ง มุมห้องมีโต๊ะเขียนหนังสือริมหน้าต่าง ดูท่าบุรุษผู้นี้คงเป็นมือเป็นเท้าท่านแม่ทัพ งานการกองพะเนิน

ยี่หวาพาร่างเปียกปอนไปยังฉากเปลี่ยนเสื้อผ้า ถอดอาภรณ์เนื้อบางออกแล้วสวมเสื้อคลุมสีเข้มตัวใหญ่กว่านางมาก รัดผูกสายคาดเรียบร้อยจึงค่อยคลายมวยผมลง พาดเสื้อผ้าเปียกไว้กับราวแล้วเดินออกมาจังหวะเดียวกับประตูด้านข้างเปิดออก

คนสนิทท่านแม่ทัพใหญ่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเช่นกัน เพียงแต่ไม่ปล่อยผมลงยังคงมัดรวบมวยกลางกระหม่อม สังเกตว่าเขาเพียงเหลือบสายตามองปราดเดียวแล้วตวัดเลยไปยังมุมเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นจึงเดินเลยผ่านนางไปยังอีกมุมห้อง

“มานั่งตรงนี้มีเตาอุ่น” น้ำเสียงทุ้มเหมือนแหบพร่าขึ้นหลายส่วนจนนางเอียงหน้ามองสงสัย ทว่าสาวเท้าตามไปใกล้นั่งลงข้างกัน

ยี่หวาสะบัดผมเอียงศีรษะมือสางผมจ้องสีหน้าชายด้านข้างที่บัดนี้หยิบกระบี่ขึ้นมาขัดถู บรรยากาศนิ่งเงียบมีเพียงเสียงเตาอุ่นมอดไหม้ เสียงผ้าถูเหล็กกล้าในมือแกร่ง นางหลุบตามองกระบี่ยาวสลักลาย

“เรือนนี้เป็นเรือนของท่านแม่ทัพใช่หรือไม่” ยี่หวาทำลายความเงียบ มือใหญ่ยังคงทำงานไม่หยุดเอ่ยตอบด้วยเสียงราบเรียบ

“ใช่”

“แล้วท่านแม่ทัพไม่ว่ากระไรหรือที่ให้ข้ามาพักเช่นนี้”

“ห้องนี้เป็นห้องของข้า ห้องของแม่ทัพอยู่อีกฟาก”

ยี่หวาพยักหน้ารับรู้ ในใจครุ่นคิดว่าถ้าเช่นนั้นบุรุษตรงหน้าย่อมมีน้ำหนักต่อท่านแม่ทัพหลายส่วน เผลอ ๆ อาจมากถึงเก้าส่วนจึงส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

“เจ้ายิ้มอยู่” หลี่เหว่ยหยุดมือเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าโดนจับได้ของหญิงคณิกา

“ก็ ก็ ยิ้มแล้วเป็นอะไร”

“เจ้ายิ้มเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องดี” น้ำเสียงรู้ทันก่อนก้มมองกระบี่ในมืออีกครั้ง ขยับผ้าเช็ดกระบี่ต่อ

“ใครบอกเจ้ากัน อาจเป็นเรื่องดีก็เป็นได้”

“ฮึ หากออกจากสมองน้อย ๆ ของเจ้าคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร”

“เจ้ารู้ได้เยี่ยงไร เจ้ารู้จักข้าดีเช่นนั้นหรือมู่เฉิน”

“เจ้ามองง่ายออกขนาดนั้นแม่นางคณิกา”

“อย่าเรียกข้าแบบนั้นนะ” ยี่หวาส่งเสียงดังขึ้นปนฉุนเฉียว

“ทำไมกัน ก็เจ้าเป็นหญิงคณิกาจริง ๆ” หลี่เหว่ยยังทำเสียงกวนโมโหปากยกยิ้มขณะลูบกระบี่ราวคนรัก

“ข้าขายศิลปะ มิได้ขายตัว อีกอย่างข้ามาอยู่จวนท่านแม่ทัพแล้ว ไม่ได้ทำงานให้ใครอีก ฉะนั้นไม่ใช่หญิงคณิกา” ยี่หวาชะโงกหน้าเข้าไปใกล้พยายามจ้องตาที่คอยแต่หลุบมองกระบี่ สังเกตพวงแก้มสีเข้มคล้ายมีสีแดงพาด

“เจ้าร้อนหรือ” ยี่หวาขยับเข้าไปใกล้อีก

“ไม่ ข้าไม่ได้ร้อน” หลี่เหว่ยเริ่มทำน้ำเสียงหงุดหงิดต้องการขยับออกห่างทว่ากลิ่นหอมบางอย่างรวยรินออกจากร่างงดงามตรงหน้าทำให้เขานั่งนิ่งขึง มือหยุดชะงักชั่วขณะก่อนผงะเมื่อจู่ ๆ มือเรียวเล็กยกขึ้นทาบหน้าผาก

“ตัวก็ไม่ร้อนเหตุใดเจ้าหน้าแดงเยี่ยงนี้”

หลี่เหว่ยผงะถอยปัดมือเล็กออกแต่เหมือนยี่หวาไม่รู้สึกตัวตามติดชะโงกตัวเข้าใกล้อีกจนเกือบเกยขึ้น

หลี่เหว่ยจึงจำใจปล่อยให้นางทาบมือสำรวจจนพอใจ สะกดกลั้นนั่งนิ่ง ลอบสูดดมกลิ่นหอมหวานกระทั่งนางผละออกถอยไปนั่งที่เดิมจึงลอบถอนหายใจ

“เจ้า...สนิทกับท่านแม่ทัพใช่หรือไม่”

“อืม...”

“มากขนาดไหน”

“โตมาด้วยกัน”

ยี่หวายิ้มกว้างคราวนี้หันหน้ามามองตรง ๆ พาดท่อนขาขึ้นตั้งหนึ่งข้างกอดไว้ใช้คางเกยหัวเข่า

“งั้นข้าขอถาม ท่านแม่ทัพชื่นชอบบุรุษจริงหรือ”

“จริง”

“ไม่เชื่อ เป็นถึงทหารหาญกล้าย่อมชื่นชอบสตรี”

“อยู่กองทัพนาน ๆ วัน ๆ เจอแต่บุรุษมีหรือจะไม่อ่อนไหว” หลี่เหว่ยพูดกลั้วหัวเราะ มือขยับกระบี่ขึ้นส่องมองรอยหาที่เช็ด

“ข้ามีข้อเสนอให้เจ้า” น้ำเสียงกระตือรือร้นจนหลี่เหว่ยหลุบตามอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางรำอย่างข้าคงเป็นได้แค่เครื่องบรรณาการของท่านแม่ทัพ   30 บทส่งท้าย จบบริบูรณ์

    30 บทส่งท้ายใบกระจับล้อคลื่นในบัวลู่ลมเรือน้อยชมจงกลกลางนทีพบชายนางก้มยิ้มกลั้นวจีนารีทำปิ่นหยกตกลงน้ำ[1]หลี่เหว่ยยกมือป้องแดดยามบ่ายคล้อยกลางฤดูร้อนที่ยังแผดเผา อีกมือค้ำถ่อเรือลำน้อยลอยละล่องเหนือบึงบัวดอกหลากสี คลี่ยิ้มยามเห็นฮูหยิน ภรรยายอดดวงใจเอนกายพิงกาบเรือแกว่งมือกวักน้ำ บ้างแตะหยอกดอกบัวเอียงดวงหน้างดงามส่งรอยยิ้มอ่อนหวาน“เจ้าร้อนหรือไม่”ยี่หวาส่ายหน้าแทนคำตอบ แล้วค่อยคลานเข่าไปยังแม่ทัพใหญ่หยิบเซาปิ่งแบ่งชิ้นส่งเข้าปากหนาก่อนปัดเศษขนมปังข้างแก้มให้“ปีนี้ร้อนยิ่ง ทว่าข้ามาบึงบัวแห่งนี้คราไร กลับรู้สึกเย็น”ยี่หวาขยับร่างกลับไปที่เดิม ลูบปอยผมออกจากดวงหน้ายามลมโชยพัดจนปลิวไสว เท้าข้อศอกบนกาบเรือเกยคางบนหลังมือ“ข้ามีเรื่องยังไม่ได้บอกเจ้ายี่หวา”น้ำเสียงจริงจังทั้งหลบสายตาทำให้ยี่หวาคิ้วขมวดนิ่ง“อีกไม่กี่วันข้าอาจต้องไปลั่วหยาง”ร่างอ้อนแอ้นที่เอนกายอยู่พลันเหยียดตึงนั่ง

  • นางรำอย่างข้าคงเป็นได้แค่เครื่องบรรณาการของท่านแม่ทัพ   29 NC

    29 NC “ทะ ท่าแม่ทัพ นั่น อะ อะไรน่ะ”ยี่หวากอบผ้าขึ้นปิดทรวงอกกระเถิบถอยหนีเมื่อเห็นท่านแม่ทัพใหญ่จู่ ๆ ก็ลุกขึ้นจากเตียงขณะโรมรันกอดรัดฟัดเหวี่ยงกำลังได้ที่ใกล้สอดใส่ เดินกลับมาอีกครั้งพร้อมผ้าสีแดงเส้นเล็กพันมือทั้งสองข้างแล้วกระตุกขึงจนตึงมือพรึบ ๆ ..“เชือกผ้าไหม”“ทะ ท่านเอาสิ่งนี้มาทำอะไร” น้ำเสียงกระท่อนกระแท่นเหลือบมองเชือกแล้วตวัดสายตาขึ้นมองสีหน้าท่านแม่ทัพดูคล้ายพึงพอใจสุดขีดด้วยรอยยิ้มมารร้าย“ตำราปกขาวเขียนไว้ว่า หากต้องการมัดใจภรรยาให้อยู่หมัด ไม่ให้ปั่นใจหนีหายไปที่อื่น จงมัด...” พึมพำในลำคอไม่เต็มเสียง กลัวภรรยารักถอยหนี แต่ยี่หวายังได้ยินอยู่ดี“มัด!!!”ตึก ... คุกเข่าลงเตียง“ตามตำราบอกว่าสตรีทุกนางล้วนชื่นชอบยิ่งนัก ซ้ำร้องครางลั่นราวขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้า”“...”ยี่หวาอ้าปากเหวอ ‘ตำรา’ นี่ท่านแม่ทัพของนางถึงขั้นอ่านตำรากามสูตรเพื่อมาทำสิ่งนี้กับนาง“ข้า ข้า ไร้ซึ่งคำพูด ท่านแม่ทัพ”“เจ้าไม่ต้อง

  • นางรำอย่างข้าคงเป็นได้แค่เครื่องบรรณาการของท่านแม่ทัพ   28 ดื่มเหล้ามงคล

    28 ดื่มเหล้ามงคล“เจ้าคิดสิ่งใดยี่หวา ต้องไม่ใช่เรื่องดี” หลี่เหว่ยใช้นิ้วดีดเบากลางหน้าผากเอ่ยเสียงนุ่มอ่อนโยนก่อนนั่งลงบนเตียงด้านหลัง ชะโงกหน้าผ่านซอกไหล่ก้มมองบุตรชายนอนนิ่งไม่ส่งเสียงร้องดั่งเด็กทั่วไป“ท่านขยับออกห่างหน่อยไม่ได้หรือไร ข้าร้อน แล้วไยไม่ไปทำงาน”“ข้าลางานแล้ว”“ลางาน?”“ข้าต้องอยู่เดือน”“...”ยี่หวาคิ้วกระตุก อยู่เดือนมิใช่หน้าที่ของสามี แต่นี่มันคือข้ออ้างชัด ๆ“ท่านแม่ทัพเพียงต้องการเป่าประกาศว่าเป็นชายมีน้ำยาใช่หรือไม่” แค่นลมเมื่อพูดจบจนอกแกร่งด้านหลังกระเพื่อม“รู้ดีเยี่ยงนี้ต้องรีบยกน้ำชา”“ข้าไม่ได้รับปาก ท่านอย่าซี้ซั้วพูดเองฝ่ายเดียว ข้ายอมมาอยู่จวนท่านเพราะเห็นแต่เจ้าก้อนแป้งต่างหาก”หลี่เหว่ยไม่นำพาปล่อยให้ยี่หวาพูดไปเรื่อยส่วนมือเริ่มเลื้อยอ้อมมาด้านหน้ารัดเอวนางไว้ผ่าง...ไม่ทันได้ลวนลามมากไปกว่านั้นประตูเปิดกว้างออกอย่างแรงพร้อมใบหน้าของหญิงวัยกลางคนพรวดพราดเดินเข้ามา“หลานข้า หลี่จง” น้ำเสียงโหยหวนสักเล็กน้อย

  • นางรำอย่างข้าคงเป็นได้แค่เครื่องบรรณาการของท่านแม่ทัพ   28 คลอดแล้วจ้า

    28 คลอดแล้วจ้า“อุแว้ แง ........ แง......”ยี่หวาทิ้งตัวอ่อนแรงทันใดยามลูกน้อยคลอดออกมาอย่างปลอดภัย มือห้อยลงขอบเตียงหอบหายใจ ได้ยินเสียงยินดี เสียงท่านหมอ เสียงหมอตำแยวุ่นวายผสมปนเปจนมั่วเละเทะ“ยินดีด้วย ยินดีด้วยท่านแม่ทัพ บุตรชายเจ้าค่ะ”แว่วเสียงหมอตำแยร้องบอกยินดี ยี่หวาหลับตาถอนหายใจ ในที่สุดบุรุษหน้าหนาก็มาเสียทีหลังจากที่ปล่อยให้ทหารมาเฝ้านางเสียหลายเดือนบัดนี้นางผู้คลอดลูกนอนหมดแรงไม่ทันได้เห็นหน้าบุตรชาย กลายเป็นชายหน้าด้านได้โอบอุ้มเห็นหน้าก่อนข้าเสียอีก - - ข้าต้องโกรธให้นานเสียหน่อยยี่หวาพลิกตัวตะแคงหันหนีทันที ไม่ต้องการเห็นหน้าคนหลอกลวง“ฮูหยินเจ้าคะ บุตรชายเจ้าค่ะ”ในที่สุดคงถึงคราวข้าได้ยลโฉมบุตรชายตนเองเสียที เอียงหน้ากลับไปพลันพบสบสายตาที่ยืนนิ่งข้างเตียง ในอ้อมแขนใหญ่โอบอุ้มบุตรชายตัวน้อยที่ยังร้องจ้า“หลี่จงต้องการดื่มนม”คิ้วเรียวสวยกระตุกยามได้ยินชื่อบุตรชาย ‘หลี่จง’ เจ้าหน้าตายบังอาจตั้งชื่อลูกข้า“เออ..เจ้าลุกไหวห

  • นางรำอย่างข้าคงเป็นได้แค่เครื่องบรรณาการของท่านแม่ทัพ   27 ตามหมอ หมอหลวงงงงงง

    27 ตามหมอ หมอหลวงงงงงง“นางใกล้คลอดหรือยัง”มู่เฉินยืนนิ่งด้านข้างเก้าอี้ในห้องทำงาน เบื้องหน้าคือหมอหลวงที่ท่านแม่ทัพให้แฝงตัวเข้าไปดูแลครรภ์แม่นางยี่หวาในหอซีหยางโหลว ทั้งส่งคนเฝ้าห่าง ๆ ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา“ใกล้แล้วท่านแม่ทัพ คงอีกไม่กี่วัน”“ถึงวันให้ส่งคนมาแจ้ง ข้าจะไปดูด้วยตนเอง”กล่าวจบหลี่เหว่ยยกมือโบกไล่แล้วกลับไปอ่านเอกสารราชการตรงหน้าต่อ มือยังถือพู่กัน ดวงหน้านิ่งเฉย มู่เฉินรินน้ำชาเพิ่มช่วยลดความตึงเครียด“น้ำชาท่านแม่ทัพ”“กำชับคนให้ดูแลหอซีหยางโหลวอย่างดี อย่าแสดงตัวให้นางเห็น แล้วเมียเจ้า เยี่ยนฟางเป็นเยี่ยงไรบ้าง”“ใกล้คลอดเช่นกันท่านแม่ทัพ คงไล่เลี่ยห่างกันไม่กี่วัน”“ดี”มู่เฉินนิ่งเงียบเมื่อท่านแม่ทัพหมดคำถาม“อากาศเริ่มร้อนแล้ว เจ้าส่งน้ำแข็ง ไม่สิ ไม่ได้ ไม่ดีต่อสุขภาพ เจ้าให้คนนำพัดอันใหม่ไปให้นางหรือยัง”“ขอรับท่านแม่ทัพ ฝากฮุ่ยซิ่งไปเช่นเดิม แม่นางยี่หวาไม่มีทางรู้ว่าส่งมาจากท่านขอรับ”“อืม...กว่าจะเคี

  • นางรำอย่างข้าคงเป็นได้แค่เครื่องบรรณาการของท่านแม่ทัพ   26 ลำแสงแรกพระอาทิตย์

    26 ลำแสงแรกพระอาทิตย์ตึก ตึก ตึกเสียงวิ่งบนพื้นหิมะทำให้ทั้งสองหันตัวกลับไปมองต้นเสียง เห็นจินเยว่วิ่งหน้าตั้งสีหน้าเบิกบานยิ้มกว้างจนถึงใบหู หน้าแดงฝ่าลมหนาวเหน็บแล้วหยุดหอบหายใจตรงบันไดขึ้นเรือนเล็ก“อันใดกันจินเยว่ วิ่งราวกับวิ่งหนีใครมา”“แฮก ๆ ข้า เดี๋ยวก่อน ขอพัก”จินเยว่ยังหอบหายใจมือกุมท้องขณะก้าวขึ้นเรือนแล้วนั่งลงข้างยี่หวา“สงสัยเรื่องดี ดูจินเยว่สิ ยิ้มกว้างขนาดนี้” ยี่หวาเอ่ยเย้าขณะส่งมือดึงแก้มแม่นางน้อย“อุ๊ย..เจ็บพี่ยี่หวา มีม้าเร็วมา แจ้งว่าท่านแม่ทัพกำลังเข้าเขตเมืองฉางอานแล้ว อีกไม่กี่วันจะถึงจวน”สิ้นเสียงจินเยว่ ดวงหน้าของยี่หวาพลันสดชื่นขึ้นทันตา นางเผยรอยยิ้มสดใสเป็นครั้งแรกไม่แสแสร้งในรอบหลายเดือน รวมไปถึงแววตาพราวเปล่งประกาย“เพิ่งพูดถึงก็มาเสียแล้วกองทัพเสือดำ” ฮุ่ยซิ่งพูดเย้ายี่หวาที่บัดนี้พวงแก้มแดงระเรื่อยิ้มน้อยยิ้มใหญ่“เจ้าจะรอก่อนไหมฮุ่ยซิ่ง”“ไม่ ข้าตั้งใจแล้วไม่เคยเปลี่ยนใจ”“รออะไร พี่ฮุ่ยซิ่งจะไปไหน”“ข้าต้องจากจวนห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status