Masukเสียงโห่ร้องยินดีและเสียงฝีเท้าม้าดังกึกก้องไปทั่วบริเวณงานแข่งม้าประจำปี ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าชนชั้นสูงที่แต่งกายหรูหราเพื่อมาชมกีฬาและสังสรรค์
โรซาเบลในวันนี้เลือกปรากฏกายในชุดที่แตกต่างจากตัวเธอคนเดิมอย่างสิ้นเชิง เธอสวมชุดเดรสยาวสีเขียวมรกตเข้มทำจากผ้าฝ้ายเนื้อดี ตัวเสื้อมีคอตั้งสูงปิดจนถึงลำคอ ประดับด้วยลูกไม้สีครีมเล็กน้อย แขนเสื้อยาวจรดข้อมือ ส่วนกระโปรงถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย ผมสีน้ำตาลประกายทองของเธอถูกรวบเก็บไว้ใต้หมวกปีกแคบที่ประดับด้วยริบบิ้นสีเดียวกัน
เรียกได้ว่า ‘โรซาเบล’ คนเก่าที่รักการแต่งตัวเปิดเผยเนื้อหนังวาบหวิวเพื่อเรียกร้องความสนใจนั้น ได้ตายจากไปแล้วโดยสมบูรณ์
การที่เธอเดินเคียงข้างมากับคลาร่าผู้เป็นดาวเด่นของงาน ทำให้เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นรอบทิศทางอย่างช่วยไม่ได้
“ดูนั่นสิ ยัยโรซาเบลอีกแล้ว”
“เกาะติดคุณหนูคลาร่าไม่ห่างเลยนะ คงอยากจะยกระดับตัวเองล่ะสิ”
ทุกครั้งที่ออกงานกับคลาร่า เธอจะต้องได้ยินคำพูดทำนองนี้เสมอ แต่โรซาเบลในตอนนี้เพียงแค่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงนกเสียงกาเหล่านั้น และเดินต่อไปอย่างสง่างาม
ไม่นานนัก ชายหนุ่มร่างสูงสง่าในชุดขี่ม้าสั่งตัดพอดีตัวก็เดินตรงเข้ามาหาพวกเธอ
“คลาร่า อวยพรให้พี่หน่อย”
วินาทีที่ได้เห็นเขาใกล้ๆ โรซาเบลถึงกับเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ นี่สินะ พี่ชายของนางเอก ‘คุณอเล็กเซย์’ บุตรชายคนโตแห่งตระกูลดยุกผู้เลื่องชื่อ
เขาหล่อเหลาอย่างร้ายกาจ โครงหน้าคมคายรับกับสันกรามที่เด่นชัด นัยน์ตาสีเทาเข้มราวกับเมฆฝนยามพายุดูเฉียบคมและทรงอำนาจ จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากหยักลึกที่ถึงแม้จะเรียบตึง แต่ก็ยังคงความน่าดึงดูดอย่างประหลาด รูปร่างสูงใหญ่และไหล่กว้างภายใต้ชุดแข่งม้านั้นบ่งบอกถึงการฝึกฝนร่างกายมาเป็นอย่างดี
ทว่า สายตาที่อเล็กเซย์ใช้มองน้องสาวนั้นอบอุ่นและอ่อนโยน แต่สายตาที่เขาส่งมาให้เธอช่างเย็นชา
โรซาเบลเข้าใจสถานการณ์ดีและไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย ก็ในเมื่อเจ้าของร่างเดิมเป็นสตรีที่ขึ้นชื่อเรื่องความร้ายกาจและมีชื่อเสียงด้านลบไปทั่วสังคมชั้นสูง จะถูกพี่ชายที่แสนดีของเพื่อนรักมองด้วยสายตาไม่ไว้ใจเช่นนี้ก็ถือเป็นเรื่องสมควรแล้ว
โรซาเบลเบือนหน้าไปทางอื่นเสียดื้อๆ ทำทีเป็นสนใจการเตรียมม้าในลู่แข่ง ประหนึ่งว่าไม่ได้รู้สึกถึงสายตาคมกริบราวกับมีดโกนของอเล็กเซย์ที่จ้องมองมาเลยแม้แต่น้อย
ท่าทีเฉยเมยนั้นทำให้อเล็กเซย์รู้สึกแปลกใจอยู่ลึกๆ ปกติแล้ว สตรีผู้นี้มักจะหาโอกาสส่งยิ้มหวานยั่วยวนและพยายามเข้าหาเขาทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ทว่าในวันนี้ เธอกลับดูสงบนิ่ง เย่อหยิ่ง และแฝงไปด้วยความสง่างามอย่างน่าประหลาด รับกับใบหน้างดงามที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสามารถทำให้ชายหนุ่มคนใดก็ตาม ใจละลายได้ในพริบตา
กระนั้น ชื่อเสียงด้านลบและความทะเยอทะยานที่อยากจะจับผู้ชายฐานะสูงๆ ของเธอก็เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจมองข้ามและทำให้ไม่อยากเข้าใกล้เธออยู่ดี
“ขอให้ท่านพี่ชนะการแข่งขันนะคะ” คลาร่ากล่าวอวยพรพี่ชายด้วยรอยยิ้มสดใส ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดลง
ทันใดนั้น เสียงประกาศกังวานก็ดังขึ้นจากซุ้มรับพนันที่อยู่ไม่ไกลนัก เสียงนั้นดึงดูดความสนใจของโรซาเบลได้ในทันที
“เดี๋ยวฉันมานะคลาร่า!” เธอหันไปบอกเพื่อนรักโดยไม่สนใจบทสนทนาของสองพี่น้องอีกต่อไป สองเท้าก้าวฉับๆ ตรงไปยังซุ้มรับพนันด้วยแววตามุ่งมั่น
ในเมื่อเธออ่านนิยายเล่มนี้มาจนจบ มีหรือที่จะไม่รู้ว่าม้าตัวไหนจะเป็นผู้ชนะ!
วันนี้แหละ คือวันที่เธอจะทุ่มสุดตัว พนันชนิดหมดหน้าตักเพื่อสร้างตัว โอกาสทำเงินง่ายๆ แบบนี้ ใครจะยอมปล่อยให้หลุดมือไปกันเล่า!
ระหว่างทางที่เดินไปยังซุ้มรับพนันอย่างเร่งรีบนั้น เธอเดินสวนกับบุรุษร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีนิลและดวงตาอันเย็นชา แต่โรซาเบลกลับทำเหมือนเขาเป็นเพียงธาตุอากาศที่ไม่มีตัวตน ไม่แม้แต่จะชายตามอง
ดยุกอาเดรียนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ผู้หญิงที่เคยอยู่บนเตียงกับเขาเมื่อคืนนั้น กำลังเมินเขาอย่างสิ้นเชิง
จะว่าไปแล้ว สตรีผู้นี้เป็นคนเดียวที่เขาไม่เคยได้ข่าวคราวอีกเลยหลังจากค่ำคืนนั้น เธอไม่อ้อนวอน ไม่ส่งจดหมาย ไม่พยายามทำอะไรก็ตามที่แสดงออกว่ายังสนใจในตัวเขา ราวกับว่าเรื่องระหว่างพวกเขามันไม่เคยเกิดขึ้น
ช่างเป็นเรื่องที่น่าสนุกดีนี่
ทางด้านโรซาเบล เธอเดินตรงไปยังโต๊ะรับพนันและทุ่มเงินก้อนโตลงไปจนคนรอบข้างฮือฮา เธอเลือกพนันข้างองค์รัชทายาทอย่างไม่ลังเล
เพราะในนิยายได้บรรยายเอาไว้ชัดเจน องค์รัชทายาท ‘ธีโอดอร์’ และดยุกอาเดรียนผู้เป็นพี่ชายนั้น มีฝีมือการขี่ม้าที่สูสีกันอย่างยิ่ง ทั้งสองจึงมักจะผลัดกันแพ้ชนะในสนามแข่งเสมอ เพื่อรักษาหน้าและชื่อเสียงของกันและกันในฐานะพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียว
ใครเลยจะล่วงรู้ว่าเบื้องหลังในอนาคต พี่น้องคู่นี้จะตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวกัน
“แต่ช่างเรื่องนั้นเถอะ ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย” โรซาเบลหัวเราะคิกคักออกมาอย่างอารมณ์ดี เธอไม่สนใจดราม่ารักสามเส้าของใครทั้งนั้น สิ่งเดียวที่เธอสนในตอนนี้คือกำไรก้อนโตที่กำลังจะไหลเข้ากระเป๋าต่างหาก!
ณ จุดเตรียมตัวลงสนามแข่ง
“พี่กำลังมองใครอยู่รึ พี่อาเดรียน” องค์รัชทายาทธีโอดอร์เอ่ยถามพี่ชาย ขณะเห็นสายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปยังฝูงชน
“ของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าสนใจ” เขาตอบสั้นๆ ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหันไปเตรียมตัวขึ้นม้าเพื่อลงแข่งขัน
ตอนจบเรื่องทุกอย่าง จบลงแล้ว...โรซาเบลนั่งเฝ้าดยุกอาเดรียนอยู่ข้างเตียงนอนขนาดใหญ่ในห้องของเขาตลอดทั้งคืนไม่ยอมห่างบาดแผลที่หัวไหล่ของเขาถูกหมอหลวงเย็บและพันผ้าไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เขาเหมือนคนที่กำลังนอนหลับพักผ่อนอย่างสงบสุข หลังจากที่ต้องต่อสู้และวางแผนอย่างหนักเพื่อช่วยเธอมานานและที่สำคัญที่สุด ในยามที่เธอมีอันตรายถึงชีวิต เขากลับเอาตัวเข้ามาปกป้องเธอไว้โดยไม่ลังเลเธอลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาที่ยามหลับดูไร้พิษสงนั้นอย่างแผ่วเบา น้ำตาค่อยๆ เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง มันคือน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง"ฉันรักคุณ"เธอสารภาพรักคำนั้นออกมา ท่ามกลางความเงียบในห้องนอนของเขา ไม่ได้คาดหวังให้เขาได้ยินแต่แล้ว...ริมฝีปากที่ปิดสนิทอยู่นั้น กลับยกยิ้มออกมาเบาๆอาเดรียนค่อยๆ ลืมตาขึ้น สบตากับเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและมีความสุขที่สุดในโลก เขาได้ยินคำที่เขารอคอยโรซาเบลตกใจ! ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวและแดงก่ำขึ้นมาทันที หวังว่าเขาจะไม่ได้ยินนะ!เธอรีบเปลี่ยนเรื่องทันควัน "ทะ...ท่านตื่นแล้วหรือคะ!" เธอขยับตัวลุกขึ้นอย่างลนลาน"ยังเจ็บแผลตรงไหนอยู่ไหม ต้องการอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวฉันไปตามหัวหน้าพ่อบ้านใ
ตอนที่ 42องค์ราชามองหน้าโรซาเบลที่คุกเข่าอยู่ด้วยความรู้สึกสงสารอย่างจับพระทัย พระองค์เชื่อว่าโรซาเบลไม่ได้ทำ ลูกชายของพระองค์ไม่มีทางมองผู้หญิงคนนี้ผิดไป แต่ในตอนนี้ ไม่มีหลักฐานอะไรเลยที่บ่งชี้ว่าโรซาเบลบริสุทธิ์ได้เลยพระองค์พยายามยื้อสถานการณ์ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่ดูเหมือนเวลายืดยาวเกินไป ถึงเวลาที่ต้องตัดสินคดีนี้เสียที"ในเมื่อพยานหลักฐาน..."พอกำลังจะเอ่ยปากพิพากษา ประตูห้องโถงใหญ่ก็ถูกกระแทกเปิดออกเสียงดังลั่น!ดยุกอาเดรียนก้าวพรวดเข้ามา ด้วยสีหน้าที่เหนื่อยหอบจากการรีบร้อน แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความเด็ดขาด เขามาพร้อมกับไคอัส เลขาคนสนิท และทหารองครักษ์ส่วนตัวของเขา และที่ตามเข้ามาติดๆ กัน ก็คืออเล็กเซย์กับคลาร่า!โรซาเบลหันขวับไปมองเสียงนั้น เมื่อเห็นว่าเป็นเขา เธอก็รู้สึกเหมือนภาระหนักอึ้งถูกยกออกจากอก เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ในที่สุด...เขาก็มาดยุกอาเดรียนมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับอเล็กเซย์อเล็กเซย์ไม่รอช้า เขาก้าวออกมาข้างหน้า "ฝ่าบาท! กระหม่อมมีหลักฐานชิ้นใหม่!"เขายื่นบัญชีการค้ายาเถื่อนให้กับพระราชเลขา และถูกส่งมอบต่อให้พระราชา"นี่คือหลักฐานการซื้อ
ตอนที่ 41ในยามค่ำคืนที่แสนเหน็บหนาวและเงียบงัน คุกหลวงมืดสนิทมีเพียงแสงจันทร์ซีดๆ ที่ส่องผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ ด้านบนโรซาเบลนั่งกอดผ้าห่มอุ่นๆ ที่เขาเอามาให้ ซบศีรษะลงบนหัวไหล่กว้างของดยุกอาเดรียนที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอเขามานอนเฝ้าเธอแบบนี้ ในห้องขังที่อับชื้นนี้ เป็นคืนที่สามแล้วและเขาก็ยอมทิ้งเตียงนอนนุ่มๆ ในคฤหาสน์หรูหรา มานั่งพิงกำแพงหินเย็นๆ เป็นเพื่อนเธอในคุกที่เงียบสงัดนี้ เขากับเธอได้พูดคุยกันมากขึ้น คุยกันในเรื่องที่พวกเขาไม่เคยคุยกันมาก่อน ทั้งเรื่องความฝัน ความกลัว และเรื่องราวในอดีตของเขา และความสัมพันธ์ก็แน่นแฟ้นขึ้นไปอีกในทุกๆ คืนที่ผ่านไปโรซาเบลเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ลอบมองเสี้ยวหน้าคมคายภายใต้แสงจันทร์สลัว ผู้ชายที่เคยเป็นปีศาจในสายตาเธอ...เธอรักเขา...เธอพูดกับตัวเองในใจ ในที่สุดเธอก็ยอมรับความจริงข้อนี้จนได้ เธอรักผู้ชายคนนี้อาเดรียนรู้สึกได้ว่าเธอกำลังมองเขา เขาจึงก้มลงมาจูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ จูบที่เต็มไปด้วยความทะนุถนอม"พรุ่งนี้แล้วสินะ" เขาพูดเสียงเบา "วันพิพากษาคดี"โรซาเบลพยักหน้าเบาๆ หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้งด้วยความกลัว"ไม่ต้องกลัว" เขาพูดราวกับอ่านใจเธ
ตอนที่ 40ในกลางดึกที่หนาวเหน็บ ห้องขังช่างมืดมิดและเย็นเยียบจนถึงกระดูก โรซาเบลนั่งกอดเข่าชิดอกอยู่บนเตียงแข็งๆ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองรู้สึกอบอุ่นมากที่สุดทันใดนั้น เสียงลูกกุญแจไขก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ตามด้วยเสียงประตูเหล็กที่ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบาโรซาเบลสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองอย่างหวาดระแวง กลัวว่าจะเป็นทหารที่นำข่าวร้าย หรือยาพิษขวดนั้นมาให้เธอแต่ร่างสูงสง่าที่ก้าวเข้ามาในแสงสลัวจากคบไฟด้านนอก คือดยุกอาเดรียนในมือของเขาถือผ้าห่มขนสัตว์ผืนหนา เหยือกน้ำดื่มสะอาด และตะกร้าเล็กๆ ที่ส่งกลิ่นหอมของสตูว์ร้อนๆ ที่เธอชอบกินลอยออกมา"ท่าน!"รอยยิ้มกว้างอย่างดีใจอย่างที่สุดปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ซีดเซียวของเธอ เมื่อได้เห็นเขาอีกครั้งอาเดรียนเดินตรงเข้ามา เขาวางของในมือลง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งเคียงข้างเธอบนเตียงฟาง เขาห่อหุ้มร่างที่สั่นเทาของเธอไว้ด้วยผ้าห่มอุ่นๆ ผืนนั้น ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดไว้แนบอกอย่างแนบแน่น"ไม่เป็นไรแล้ว" เขากระซิบเสียงทุ้มข้างใบหูเธอ "ฉันอยู่นี่แล้ว ฉันจะอยู่ตรงนี้ ที่นี่กับเธอทุกคืน จนกว่าเธอจะได้ออกไป"เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น "อดทนอีกนิดนะ มันใช้เ
ตอนที่ 39โรซาเบลสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินคำขู่ที่น่ากลัวนั้น นี่เขากำลังจะสู้กับทหารหลวงนะ!เธอมองหน้าเขาด้วยน้ำตาที่ไหลพราก "อย่านะคะ! ท่านดยุก! อย่าทำแบบนั้น!"เธอจับแขนเขาไว้แน่น "ท่านจะกลายเป็นกบฏนะคะ! ถ้าท่านแตะต้องทหารองครักษ์ขององค์ราชา!""ปล่อยให้พวกเขาเข้ามาทำตามหน้าที่เถอะค่ะ" เธอบอกเขาทั้งน้ำตา สบตากับเขาอย่างแน่วแน่"ฉันไม่เป็นไร ฉันเชื่อ ฉันเชื่อว่าท่านจะต้องช่วยฉันออกไปได้ ใช่ไหมคะ"อาเดรียนมองใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาและความเชื่อมั่นที่เธอมอบให้เขา เขากัดฟันแน่นจนสันกรามปูดโปน ความโกรธแค้นต่อตระกูลวาเลริอุสพุ่งสูงจนแทบบ้าวันนี้ควรจะเป็นวันที่มีความสุขที่สุดของพวกเขา งานหมั้นที่เขารอคอย แต่ทุกอย่าง สองพ่อลูกนั่น มันทำลายทุกอย่างจนพังพินาศ! พวกมันทำให้งานหมั้นกลายเป็นตราบาปในใจเขาหันไปมองหน้าสองพ่อลูกนั่นด้วยสายตาอาฆาตแค้นจนแทบเผาไหม้ รอเวลาอีกนิดเถอะ เขาจะตัดหัวพวกมันทั้งสองด้วยมือของเขาเอง!แต่ตอนนี้ เขาต้องอดทนเพื่อเธออาเดรียนยอมถอยออกมาหนึ่งก้าว ปล่อยให้ทหารเข้ามาควบคุมตัวเธอ แต่สายตาของเขายังคงจ้องมองเธอไม่วาง"ฉันสัญญา" เขาพูดเสียงหนักแน่น "ฉันจะพาเธออกมาให้ได้"องค์รา
ตอนที่ 38โรซาเบลเดินเข้ามาในห้องโถงของวังหลวงอย่างสง่างาม เคียงข้างดยุกอาเดรียน สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่พวกเขาทันที จากเสียงซุบซิบดูแคลนในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นเสียงแสดงความยินดี (แม้จะฝืนใจอยู่บ้างก็ตาม)เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการที่ต้องทำหน้าฉาก ทักทายองค์ราชาและราชินีแล้ว คลาร่าก็รีบวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาหาเธอทันที"โรซาเบล!"ทั้งสองสวมกอดกันด้วยความคิดถึงอย่างแท้จริง"ในที่สุดเธอก็ได้เจอกัน ฉันคิดถึงเธอแทบแย่!" คลาร่าพูด พลางผละออกจากอ้อมกอด แต่แล้วสายตาของเธอก็พลันจับจ้องไปที่สร้อยคออัญมณีสีเลือดนกที่โรซาเบลสวมใส่อยู่"นี่มัน... 'โลหิตแห่งมหาสมุทร' นี่นา"โรซาเบลตกใจจนแทบเผลอถอยหลัง "เธอรู้จักชื่อนี้ได้ยังไง คลาร่า"นี่มันเรื่องอะไรกัน! ในนิยาย คลาร่าจะรู้จักสร้อยเส้นนี้ก็ต่อเมื่ออาเดรียนเป็นคนมอบมันให้กับมือของเธอเอง! ทำไมเธอถึงรู้จักมันทั้งที่มันอยู่บนคอของโรซาเบลคลาร่ามองเธอด้วยสายตาแปลกๆ "เธอไม่รู้ตำนานของมันเหรอ โรซาเบล ว่าสร้อยเส้นนี้ มันมีพลังวิเศษอยู่น่ะ""พลังวิเศษ?" โรซาเบลทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ "เธอล้อฉันเล่นแน่ๆ มันก็แค่สร้อยคอที่ท่านดยุกยึดมาจากพวกโจรสลัดไม่ใช่เหรอ""ก็ใช่ แต
ตอนที่ 10หากจะเรียกสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นว่าการเจรจา ไม่เพียงแต่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แต่โรซาเบลยังต้องมาอับอายอย่างถึงที่สุด ร่างกายของเธอปวดร้าว และสมองก็ขาวโพลนจากบทรักอันเร่าร้อนที่เพิ่งจบสิ้นลงบนโต๊ะทำงานของเขาเธอยังไม่ทันจะได้รวบรวมสติที่กระจัดกระจายของตัวเองด้วยซ้ำ...ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!เสียงเ
ตอนที่ 9รถม้าของตระกูลเธียร์รี่วิ่งฝ่าความวุ่นวายยามบ่ายของเมืองหลวงอีกครั้ง มุ่งหน้าสู่ย่านที่พักอาศัยของชนชั้นสูงที่โอ่อ่าที่สุด คฤหาสน์เอเวนดอร์ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นเมืองทั้งเมือง ราวกับป้อมปราการของจักรพรรดิที่เฝ้ามองเหล่าไพร่ฟ้าเบื้องล่าง มันทั้งงดงามและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน
ตอนที่ 8โรซาเบลกลับที่ห้องนอนด้วยร่างกายที่สั่นเทา แต่จิตใจกลับลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความอัปยศอดสู เธอกักตัวอยู่แต่ในห้องนอน ปฏิเสธอาหารที่สาวใช้นำมาให้ สมองของเธอทำงานหนักจนแทบระเบิด“ต้องมีทางสิ ต้องมีทางอื่น” เธอกระซิบกับตัวเอง พลางเดินวนไปวนมาในห้องเหมือนหนูติดจั่นเธอพยายามเค้นสมองนึกถึงความรู้จา
ตอนที่ 7"อื้อ!" โรซาเบลพยายามดิ้นรนและทุบตีอกแกร่งของเขา แต่เรี่ยวแรงของเธอกลับดูไร้ความหมายเมื่อเทียบกับพละกำลังของเขา จูบของเขาดุดันและเอาแต่ใจ เรียกร้องให้เธอตอบสนอง ลิ้นร้อนของเขาพยายามสอดแทรกเข้ามาอย่างคนดื้อดึง กลิ่นไวน์ชั้นดีผสมกับกลิ่นโคโลญจน์จางๆ ของเขาหอมจนน่ามึนหัวสมองของเธอกรีดร้องให้







