Masukหลงจื่อมองเฉิงจี้หยวนกำลังทำงานอยู่ที่คอมมูนด้วยความฉงน ยิ่งมองเขายิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้านายถึงพาตัวเองมาลำบากที่นี่ตั้งหลายปี เขาไม่คิดว่าคนที่เคยสบายและมีทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเงินหรืออำนาจ หากว่าเจ้านายกลับไปจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะปิดตัวเองเพื่ออะไร
“เรื่องที่สั่งให้ไปทำเป็นยังไงบ้าง” เขาถามโดยไม่มองหน้ายังก้มหน้าก้มตาทำงานเหมือนเดิม
“เรียบร้อยแล้วครับพี่จี้หยวน ตอนแรกเธอไม่ยอมรับ แต่อยู่ๆบอกว่าอยากให้สร้างบ้านสองหลัง บ้านของเธอและบ้านคังครับ ถ้าไม่สร้างทั้งสองหลังเธอก็ไม่ยินยอม”
เฉิงจี้หยวนเมื่อได้ยินคนสนิทบอกก็ยิ้มมุมปาก เขาคิดไว้แล้วว่ายังไงเด็กสาวจอมแสบแบบหลี่อิงอิงคงไม่ยอมง่ายๆแน่
“ส่วนเรื่องผู้นำหมู่บ้านหย่งหัวโดนสั่งปลดเรียบร้อยแล้วครับ คนที่จะขึ้นมาแทนน่าจะอีกหนึ่งอาทิตย์เอกสารคงจะมาถึง และวันนี้เธอเข้าไปในอำเภอมาด้วย ดูแล้วน่าจะไปซื้อของใช้และอาหาร แต่พอกลับมาบ้านก็เจอกับอดีตผู้ใหญ่บ้านและลูกชายไปหาเธอครับ”
หลงจื่อพูดถึงตรงนี้รู้ได้ทันทีว่ามีแรงกดดันอย่างมหาศาลส่งมาถึงตัวเขา ก็เจ้านายให้เขาไปสืบดูไม่ใช่เหรอ แล้วเขาพูดอะไรผิด
“หย่งหัวไปขอโทษเรื่องเมื่อวานส่วนลูกชายไปขอโอกาสเธออีกครั้ง แต่โดนหลี่อิงอิงด่าจนกลับบ้านแทบไม่ทันครับ เธอยังบอกอีกว่าเธอไม่นิยมของมือสอง หากว่าของสิ่งนั้นไม่ดีพอ” เรื่องนี้เขาได้ยินชาวบ้านพูดกันเมื่อไม่นานมานี้ ก็สองพ่อลูกนั่นไปรอถึงบ้านคังจะไม่ให้เป็นจุดสนใจได้ยังไง
“อืม นายจัดการอย่าให้มันไปยุ่งกับเธอ นี่คือครั้งที่สามที่ฉันบอกนายเรื่องนี้ ถ้ายังไม่มีอะไรคืบหน้าฉันจะส่งนายกลับไปแล้วฉันจะจัดการเอง” เฉิงจี้หยวนรู้สึกพอใจกับสิ่งที่สาวน้อยอิงอิงพูดมุมปากของชายหนุ่มจึงมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่พอใจที่คนสนิทยังไม่จัดการหย่งฮ่าวเสียที
“พี่จี้หยวน นายใหญ่ให้คนส่งข่าวมาว่าให้พี่กลับไปได้แล้วครับ ตอนนี้สถานการณ์ที่ปักกิ่งไม่ค่อยสู้ดี อยากให้พี่กลับไปจัดการ”
เขาไม่เข้าใจพ่อของเจ้านายนี่จริงๆ ในเมื่อรู้ว่าบังคับเจ้านายของเขาไม่ได้ก็ยังทำ ไม่อย่างนั้นเจ้านายของเขาจะทิ้งตำแหน่งทางการทหารอันยิ่งใหญ่และอำนาจดั้งเดิมที่นายหญิงมีให้ลูกชายคนเดียวแล้วมาอยู่แบบนี้ได้ยังไง
“ส่งข่าวกลับไป ว่าอย่ามายุ่งกับฉัน ต่างคนต่างอยู่”
“แต่ท่านบอกว่าถ้าพี่ไม่กลับไป นายใหญ่จะทำลายทุกอย่างที่พี่รักนะครับ” เมื่อจบคำพูดนี้ เฉิงจี้หยวนหันมามองด้วยสายตาดุดัน ก่อนจะกัดกรามข่มความโกรธ
“ถ้าสามารถทำได้ก็เอา รู้ไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นยังไง ในเมื่ออยู่ดีๆ กันไม่ชอบ นายสั่งการลงไปดึงสัมปทานท่าเรือทั้งหมดกลับมา ถ้ามายุ่งกับคนที่นี่รับรองว่าจะไม่เหลืออะไรอีก”
เฉิงจี้หยวนพูดเสียงเหี้ยม ถึงเขาจะเพียงแค่สนใจในตัวของหลี่อิงอิง แต่เขาไม่ชอบให้ใครมายุ่งหรือมาวุ่นวายกับคนที่เขาสนใจ ต่อให้คนๆ นั้นจะเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดเขาก็ตาม หลงจื่อหลับตาไว้อาลัยให้นายใหญ่ ถึงแม้ว่าท่านจะได้ชื่อว่าเป็นนายใหญ่ แต่คนที่มีอำนาจจริงๆ คือเจ้านายของเขาคนนี้
“ครับพี่จี้หยวน ผมจะรีบส่งข่าวไปบอก” เขาเองก็ไม่รู้ว่านายใหญ่รู้เรื่องคุณหลี่อิงอิงได้ยังไง เจ้านายเพิ่งจะเริ่มสนใจเธอเมื่อวานเองไม่ใช่เหรอ อย่างว่า หูตาของนายใหญ่ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน
เฉิงจี้หยวนพูดจบก็เดินออกมาจากตรงนั้นก่อนจะมุ่งหน้ากลับบ้านพัก เมื่อมาถึงเขานั่งหลับตาคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เขาเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างเพื่อมาอยู่อย่างสงบ แต่ในเมื่อเขาไม่ยุ่งไม่วุ่นวาย ใครก็อย่ามายุ่งกับเขาหรือคนของเขา หากมายุ่งเมื่อไหร่ เขาก็พร้อมที่จะทำลายล้างให้ย่อยยับทันทีเหมือนกัน
เช้าวันนี้หลี่อิงอิงรีบทำอาหารให้ทุกคนกิน เธออยากที่จะกินข้าวกะเพราไข่ดาว เธอจึงได้ทำเพื่อสนองความอยากของตัวเอง และยังมีข้าวต้มหมูอีกหนึ่งหม้อใหญ่ เธอกลัวว่าคนอื่นๆจะกินกะเพราไม่ได้
“อิงอิง น้องทำอะไร ทำไมกลิ่นมันฉุนแบบนี้” หลี่ฮุ่ยหมินเดินมาถามน้องสาว ตอนนี้ทั้งบ้านนั่งจามกันหมดแล้ว
“เชอะ! พี่อย่ามาขอกินก็แล้วกัน นั่นข้าวต้มหมูทำเสร็จแล้ว พี่ยกไปได้เลย เดี๋ยวลุงๆป้าๆจะไปทำงานไม่ทัน แต่ว่าพี่ฮุ่ยหยางมาหรือยัง ไปลางานที่คอมมูนแค่นี้ ทำเหมือนเดินเข้าไปในอำเภอไปนานซะ”หลี่อิงอิงแอบบ่นพี่รอง
"อิงอิงบ่นอะไร พี่ได้ยินนะ แต่ว่าพี่มีข่าวมาบอกด้วย" ฮุ่ยหยางที่เดินกลับเข้ามาพูดขึ้น
“พี่มาแบบนี้ฉันสะดุ้งทุกที วันนี้มีข่าวอะไรมาจากคอมมูนอีก หวังว่าคงไม่มีใครตายหรอกนะ” หลี่อิงอิงพูดดักคอพี่ชาย
“ถ้าเป็นพี่นะ ขอตายไปเลยดีกว่า เมื่อวานตอนมืดมีคนเจอหย่งฮ่าวนอนสลบอยู่ทางขึ้นเขา แล้วรู้ไหมสภาพเป็นยังไง” หลี่ฮุ่ยหยางเดินเข้ามาใกล้น้องสาวและกวักมือเรียกอีกสองคนมา ก่อนจะเอาหัวจุ่มกัน
"หย่งฮ่าวโดนตัดไอ้นั้นทั้งพวงเลย แถมขาหักทั้งสองข้าง ไม่รู้ว่าไปทำใครไว้ถึงได้โดนหนักขนาดนั้น" หลี่ฮุ่ยหยางทำท่าทางขนลุก
“เจ้าชู้บ้ากามไม่เลือกหน้า ไม่ใช่ว่าไปยุ่งกับภรรยาใครเข้าแล้วโดนสามีเขามาเอาคืนเหรอ” หลี่อิงอิงไม่อยากใส่ใจเพราะไม่ใช่เรื่องของเธอ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าใครช่างกล้าทำเรื่องแบบไม่เกรงกลัวกฎหมายขนาดนี้ ทำแบบนี้ได้คงใหญ่พอตัวเลยละ
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่น้องบอกก็มีส่วนนะ เพราะเป็นลูกชายผู้นำหมู่บ้านไง คนถึงไม่อยากเอาเรื่องหรือมีเรื่องด้วย พอผู้นำโดนปลดเลยกล้าที่จะทำ” หลี่ฮุ่ยหยางคิดตามน้องสาว หากยังขึ้นชื่อว่าเป็นลูกชายผู้นำหมู่บ้านใครจะกล้า
“อิงอิง ฉันว่าเธอควรจะระวังตัวไว้ด้วยก็ดีนะ เมื่อวานใครก็เห็นว่าสองคนพ่อลูกว่ามาที่นี่แล้วโดนด่ากลับไป ไม่ใช่ว่าอดีตผู้นำหมู่บ้านอย่างลุงหย่งหัวจะกล่าวโทษว่าเธอทำร้ายลูกชายเขาหรอกนะ” เสี่ยวหลินคิดดีไม่ได้เลยกับคนบ้านหย่ง เดี๋ยวก็มาโทษสหายของเธออีก
“ฉันว่าไม่มีอะไรหรอก อยากจะมาหาเรื่องก็มา ฉันเองก็ไม่บ้าพอที่จะเอามือไปจับไอ้นั่นแล้วตัดออกหรอกนะ คิดแล้วขนลุก เป็นโรคหรือเปล่าไม่รู้”
"มันก็จริงอย่างที่น้องว่า เรายกอาหารกันไปเถอะให้ผู้ใหญ่รอนานไม่ดี"
หลี่ฮุ่ยหมินยุติเรื่องที่คุยกัน ก่อนจะพากันยกอาหารและถ้วยชามออกมาที่โต๊ะอาหาร
บ้านหย่ง
หย่งหัวนั่งกุมขมับตอนนี้คิดไม่ตกว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวเขา อยู่ดีๆ เขาถูกปลดจากการเป็นผู้นำหมู่บ้านแบบฟ้าผ่า ลูกชายโดนทำร้ายตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากคนพิการ โดนตัดส่วนนั้น ขาทั้งสองข้างหัก ตัวเขาเองก็ไม่ใช่ว่าไม่มีศัตรู หย่งฮ่าวลูกชายเขายิ่งแล้วใหญ่ ตอนนี้จับมือใครดมไม่ได้ว่าเป็นฝีมือของใคร
“ฮือๆๆ คุณลุงพี่หย่งฮ่าวจะฟื้นเมื่อไหร่คะ ตั้งแต่เมื่อคืนจนตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลย เราพาพี่หย่งฮ่าวไปโรงพยาบาลดีกว่าไหม”
หลี่เหยาร้องไห้ฟูมฟายเพราะเป็นห่วงคนรัก
“จะพาไปยังไง เจ็บขนาดนั้น หมอก็มาดูอาการแล้ว รอเพียงแค่ให้หย่งฮ่าวฟื้นเท่านั้นเอง” หย่งหัวรู้สึกปวดหัวกับเด็กสาวตรงหน้า มาก็ไม่ช่วยอะไรเอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว
“คุณลุงรู้ไหมคะว่าใครทำร้ายพี่หย่งฮ่าว ไม่ใช่ว่าเป็นนังอิงอิงเหรอ เมื่อวานฉันได้ยินชาวบ้านพูดว่าพี่หย่งฮ่าวไปหามันที่บ้านคังพร้อมคุณลุง เพราะต้องการจะกลับไปขอคืนดี”
หลี่เหยาพูดอย่างแค้นใจ มีอย่างที่ไหนอยากกลับไปขอคืนดีกับนังอิงอิง คุณลุงก็เหมือนกันไม่รู้หรือไงว่าเธอมีความสัมพันธ์กับพี่หย่งฮ่าวแล้ว
“เป็นไปไม่ได้หรอก หลี่อิงอิงไม่มีทางทำได้ หย่งฮ่าวตัวใหญ่ขนาด มีแต่คนตัวโตๆเท่านั้นที่จะล้มเขาได้” ไม่ใช่เขาไม่คิด แต่ความเป็นไปได้นั้นน้อยมาก
“แล้วถ้านังอิงอิงจ้างคนอื่นมาทำร้ายล่ะคะ อย่าลืมนะว่าตอนนี้มันมีเงิน มันอาจจะจ้างคนมาทำร้ายพี่หย่งฮ่าวก็ได้ใครจะไปรู้”
หลี่เหยาพยายามใส่ร้ายหลี่อิงอิง เธอเกลียดญาติผู้น้องคนนี้เข้ากระดูกดำ เธอไม่มีทางปล่อยให้มันอยู่อย่างสงบหรอก
บทส่งท้าย ครอบครัวและความสุขเมื่อกลับมาถึงบ้านเสี่ยวหลิน หลี่ฮุ่ยหมิน และหลี่ฮุ่ยหยาง จึงเข้ามาหาเฉิงอิงอิงและเฉิงจี้หยวนในห้องนอน รวมทั้งหลงจื่อ ไท่เป่า ก็ตามมาด้วยเช่นกัน“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เฉิงอิงอิงถามอย่างสงสัย ทำไมทุกคนจึงเข้ามาหาเธอพร้อมกัน“ขอบใจมากนะอิงอิง ที่ครั้งนั้นน้องดึงพี่ขึ้นมา ทำให้พี่มีวันนี้” หลินฮุ่ยหมินยิ้มให้น้องสาว“พี่ก็ด้วย หากวันนั้นอิงอิงไม่มอบโอกาสให้พวกเรา วันนี้คงไม่มีเราทุกคนยืนอยู่ตรงนี้”หลี่ฮุ่ยหยางลูบหัวน้องสาวด้วยความเอ็นดู ตอนนี้แม้ว่าหลี่อิงอิงน้องสาวของเขาโตจนมีครอบครัวแล้ว แต่เขายังมองว่าอิงอิงนั้นยังเป็นน้องสาวตัวน้อยคนเดิมอยู่ดี“ฉันเองก็ขอบใจเธอมากนะอิงอิง ทั้งเรื่องโอกาสในการเรียน เรื่องงานทุกอย่างที่ให้พ่อกับแม่ทำ ทั้งเรื่องที่สอนให้ฉันมีความกล้าจนได้สามีที่ดีอย่างพี่ไท่เป่า ขอบใจเธอมากจริงๆ”เสี่ยวหลินเดินเข้ามากอดเพื่อนสนิทของเธอ หากวันนั้นอิงอิงไม่หยิบยื่นทุกอย่างให้ วันนี้เธอและครอบครัวคงจะไม่สุขสบายแบบนี้“อย่าคิดมาก และไม่ต้องขอบคุณอะไรทั้งนั้น ที่ฉันทำเพราะทุกคนคือครอบครัวที่ฉันมี”เฉิงอิงอิงยิ้มให้ แต่สิ่งที่เธอได้ยินประโยคถัดไปขอ
บทที่ 157 จบการศึกษาเฉิงจี้หยวนเมื่อได้ยินภรรยารักบอกว่าเธออาจจะท้อง เขาได้แต่ตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่ว่าไม่ดีใจ แต่เพราะเขาห่วงภรรยาว่าจะเจ็บปวดเหมือนตอนที่คลอดสองแฝดอีก ยิ่งตอนนี้หมอเฉินไม่อยู่เสียด้วย หากเกิดอะไรขึ้นเขาจะทำยังไง“สามีไม่ดีใจเหรอถ้าเกิดหนูท้องขึ้นมา” เฉิงอิงอิงถามน้ำตาคลอเบ้า คิดว่าสามีไม่อยากมีลูกเพิ่ม“ไม่ใช่ครับ หนูอย่าร้องนะ พี่กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหนูมากกว่า ถ้าเกิดหนูเป็นอะไรขึ้นมา พี่กับลูกจะอยู่ยังไง พี่คงขาดใจถ้าไม่มีหนูนะอิงอิง” เฉิงจี้หยวนบอกความรู้สึกของตัวเองกับภรรยารัก“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นหมอเฉินคงจะโผล่มาแล้ว อย่าลืมว่าหนูมีน้ำวิเศษอยู่สิ หลังจากนี้หนูจะเอาออกมาดื่มเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงดีไหม สามีจะได้ไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหนูอีกตอนคลอด” เมื่อได้รู้ถึงความกังวลของสามีจากที่เขาเป็นคนปลอบเธอ แต่ตอนนี้กลายเป็นเธอปลอบเขาแทนสองสามีปลอบประโลมกันด้วยความรัก ตอนนี้เมื่อคิดว่าภรรยาท้องแล้วเขาจึงไม่ทำอะไรไปมากกว่านอนกอดภรรยารักด้วยความสุข และหลับไปพร้อมด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนใบหน้าทั้งสองคนวันต่อมา เฉิงจี้หยวนจึงพาภรรยาไปตรวจที่โรงพยาบาลเพื
บทที่ 156 เตรียมของขวัญให้ภรรยารักต่อให้หญิงสาวคนนี้จะมองด้วยสายตายังไง แต่คนที่เฉิงจี้หยวนสนใจมีเพียงคนเดียวคือภรรยาของเขาเจิ้งฮั่วอดโมโหไม่ได้ อะไรคือทำการค้า ในเมื่อที่สองแปลงนี้เป็นสิ่งที่แม่เขามอบให้ และเขาขายเพื่อจะไปทำอย่างอื่น มันขอกันได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือยังไง“ฉันไม่ใช่ลุงของเธอ เราตัดขาดกันแล้ว แม่ฉันมีฉันเป็นลูกชายคนเดียว ฉันไม่มีญาติที่ไหนอีกนอกจากลูกและภรรยา การที่ฉันขายที่ดินและร้านค้ามันก็คือสิทธิ์ของฉัน ฉันไม่ได้ขโมยใครมา”เจิ้งฮั่วไม่พอใจอย่างมาก เขาขายไปแล้วมาขอคืนแบบนี้หาเรื่องให้เขาแล้วไหม คิดบ้างหรือเปล่าว่าตระกูลเฉิงนั้นร่ำรวยและทรงอิทธิพลแค่ไหน“ฉันเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว คุณพาภรรยากลับไปได้แล้วล่ะ เรื่องนี้ฉันจัดการต่อเอง ขอบคุณมากที่มาไขความกระจ่างให้กับฉันและทุกคน” เฉิงอิงอิงหันมาบอกเจ้าของที่คนเดิม ในเมื่อได้รู้ความจริงแล้ว ที่เหลือเธอจัดการเอง“ขอบคุณมากครับนายหญิงนายท่านเฉิง”เจิ้งฮั่วเอ่ยขอบคุณก่อนจะพาภรรยากลับบ้าน เขาไม่ปรายตามองครอบครัวของพ่อเลยสักนิดเดียว ในเมื่อก่อปัญหาก็แก้เองก็แล้วกัน“พี่อาเฉินเจ้าหน้าที่เมื่อไหร่จะมาถึง พี่ช่วยเร่งให้หน่อยน
บทที่ 155 เอาหลักฐานมากางสิเวลาผันผ่านจนตอนนี้เฉิงอิงอิงและคนอื่นๆ เรียนเป็นปีสุดท้ายแล้ว หลี่ฮุ่ยหมินและหลี่ฮุ่ยหยาง มีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศมาติดต่อให้ทำงานที่กระทรวง ถ้าพูดง่ายๆ คือทำงานในสถานทูตหลังเรียนจบหรือหลังสำเร็จการศึกษา รวมไปถึงเสี่ยวหลินยังมีเจ้าหน้าที่สายงานอื่นมาติดต่อขอให้ไปทำงานด้วยเช่นกันเฉิงอิงอิงให้อิสระในการตัดสินใจแก่พี่ชายทั้งสองและสหาย แต่หลี่ฮุ่ยหมินและหลี่ฮุ่ยหยางรวมทั้งเสี่ยวหลินนั้นเลือกที่จะปฏิเสธ ไม่ใช่ว่าพราะหยิ่ง แต่เพราะว่าตอนนี้กิจการที่บ้านขยายใหญ่ขึ้น แม้แต่หลี่คงและป้าสะใภ้ยังต้องพาสองแฝดกลับไปอยู่ที่ไห่หนาน ใช่แล้วลุงหลี่คงได้ลูกสาวสมใจครั้งนี้เป็นฝาแฝดด้วยเช่นกัน ส่วนลุงคังเทียนมีน้องชายให้กับเสี่ยวหลินสมใจลุงคังเทียนเขาละ อาเล็กนั้นได้ลูกสาวอีกคน แต่ละคนได้กลายเป็นคุณพ่อคุณแม่คนใหม่อย่างที่ต้องการตอนนี้เด็กทั้งสี่คนก็โตวันโตคืน การที่หลี่คงกลับไห่หนานไม่ใช่เพราะว่าตัวเองมีลูก แต่เขาคิดว่าหลานตัวน้อยนั้นโตแล้วสามารถดูแลตัวเองและอยู่กับพี่เลี้ยงคนอื่นได้ เขาห่วงงานที่ไห่หนาน แม้ว่าจะมีลุงคังเทียน อาเขย และพี่อาต้าเป็นเสาหลัก แต่ด้วยงาน
บทที่ 154 จบสิ้นปัญหาเฉิงจี้หยวนมาถึงบ้านร้างพร้อมกับทุกคน เขาไม่รอช้าเดินเอาน้ำไปสาดหน้าท่านเลขาธิการพรรคด้วยความโมโห กล้าดียังไงคิดที่จะฉุดภรรยารักของเขาไป เมื่อเลขาธิการพรรคฟื้นขึ้นมาพอเห็นหน้าว่าใครจับตัวเขามาได้แต่แสดงอาการตื่นตกใจ“พบกันเสียทีนะครับท่านเลขาธิการพรรคเถิงเวิ่นซวน”เฉิงจี้หยวนพูดเสียงเย็นพร้อมกับยิ้มให้ แต่คนที่มองกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัว“นายจับฉันมาทำไมเฉิงจี้หยวน ฉันไปทำอะไรให้นาย” เถิงเวิ่นซวนถอยร่นจนไปติดกับผนัง“ท่านทำอะไรก็น่าจะรู้ตัวดีนะครับ กล้าดียังไงวางแผนจะจับตัวภรรยารักของผม ท่านคงไม่รักชีวิตของตัวเองแล้วใช่ไหม”“นายอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ อย่าคิดว่าเป็นท่านนายพลแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ”“ฮ่าๆๆ เป็นถึงท่านเลขาธิการพรรคแต่กลับไม่รู้ว่าผมและคนอื่นๆที่อยู่ที่นี่นั้นได้ลาออกจากการเป็นทหารเรียบร้อยแล้ว ต่อให้ผมยังดำรงตำแหน่งท่านนายพล ผมก็กล้าที่จะเอาชีวิตของท่าน ท่านน่าจะรู้ดีนะว่าคนอย่างเฉิงจี้หยวนกล้าทำทุกอย่าง หากใครคิดที่จะทำร้ายคนรักหรือครอบครัวของผม และท่านก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ไม่กลัวตายและไม่ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ” เฉิงจี้หยวนยังคงพู
บทที่ 153 จับตัวท่านเลขาคนนั้นหลังจากที่จัดการเรื่องราวทั้งหมดนี่ก็ผ่านมาสามวันแล้ว และวันนี้ก็ไม่มีใครเห็นหมอเฉินอีกเลย เมื่อวานตอนไปให้ปากคำและเป็นพยานเรื่องที่คุณนายเหวินและต้าวหมิงโดนวางยาหลังจากนั้นหมอเฉินหายไปตอนไหนไม่มีใครรู้เฉิงอิงอิงยังคงมาเรียนตามปกติ ส่วนเรื่องของหลี่ฮุ่ยหยางที่เกิดขึ้นกลับไม่มีใครพูดถึง รวมทั้งข่าวลือของเฉิงอิงอิงด้วยเหมือนกัน ตอนนี้เดินไปไหนในมหาวิทยาลัยกลับมีคนส่งยิ้มมาให้กลุ่มของเธอตลอดส่วนทางด้านของต้าวหมิงนั้น ตอนนี้ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์สำหรับครอบครัวเหวินที่สองแม่ลูกหายจากอาการป่วย นายท่านเหวินเองก็สบายใจและดีใจ ในเมื่อหมอเฉินไม่รับอะไรตอบแทน นายท่านเหวินจึงได้รับคำแนะนำจากเฉิงอิงอิงว่าให้นำของบริจาคให้กับชาวบ้านยากไร้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนชนบท ต่อให้บริจาคในปักกิ่งคนยากไร้ก็มีทุกพื้นที่ ทั้งหมดจึงนัดแนะกันว่าอาทิตย์หน้าจะไปบริจาคตามชุมชนต่างๆ ซึ่งเฉิงอิงอิงและครอบครัวก็จะไปช่วยบริจาคด้วย“พี่รองมีอะไรหรือเปล่าทำไมสีหน้าไม่สู้ดีเลย” เฉิงอิงอิงถามพี่ชายเมื่อเห็นว่าเขาเดินกลับมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี“ลุงฮั่งยังไม่มาทำงานเลยสองวันแล้ว” หลี่ฮุ่ยหยางบอก
บทที่ 18 ข่าวลือหลังจากที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินไม่นานเฉิงจี้หยวนก็กลับมาถึงบ้าน เขาเห็นอาหารสองกล่องว่างอยู่ จึงได้หยิบและเดินเข้าบ้านมา จากนั้นเปิดกล่องอาหารที่ยังอุ่นอยู่ดู ใบหน้าของชายหนุ่มที่มีแต่ความเย็นชาผุดรอยยิ้มขึ้น และเป็นรอยที่ที่กว้างที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะบนกล่องกระดาษที่ใส่อาหารมานั้นมีตั
บทที่ 17 แผนร้ายของหลี่เหยาและหย่งหัวหย่งหัวเองก็คิดตามที่หลี่เหยาบอก แต่ถ้าจะให้ปักใจเชื่อเลยก็ไม่ได้ ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ได้“คุณลุงเราไม่ลองหาใครในตลาดมืดมาจัดการนังอิงอิงดูล่ะคะ ความเป็นไปได้หนูคิดว่ามีถึงเก้าส่วนเลยนะคะ มันอาจจะแค้นใจที่คุณลุงช่วยพ่อหนูไว้ และอาจจะแค้นใจที่พี่หย่งฮ่าวทิ้งมันแล้วม
บทที่ 15 ฉันไม่ใช้ของมือสอง ถ้ามันไม่ดีพอทันทีที่จ่ายค่าเกวียน หลี่อิงอิงจึงสะพายตะกร้ากลับมาที่บ้านคัง มาถึงก็เจอหัวหน้าหมู่บ้านหย่งหัวและลูกชายหย่งฮ่าวมายืนรออยู่“อิงอิงมานี่ มาพี่ช่วยยก หนักไหม” หลี่ฮุ่ยหมินเห็นน้องสาวเดินกลับมาจึงรีบเดินเข้าไปหา ก่อนจะกระซิบบอกน้องสาวให้ได้ยินกันสองคน“ตอนเรา
บทที่ 1 ตัวตนของนางร้ายเอมมี่เธออายุสามสิบสองปี เป็นนักแสดงแนวหน้าที่ค่าตัวแพงที่สุด เธอสวยและรวยมาก พ่อแม่เป็นนักธุรกิจแต่ต้องมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตอนที่เธอเรียนจบมหาลัย ทรัพย์สินของเธอนั้นมีหลายร้อยล้าน เอมมี่เป็นลูกสาวคนเดียวไม่มีพี่น้องที่ไหน แต่มีญาติพี่น้องทั้งฝ่ายพ่อและแม่ที่คอยจะมาฮุบ







