Masukรัศมีหรือเอมมี่นางร้ายแนวหน้าระดับประเทศเธอสวยและรวยมาก แต่แล้ววันหนึ่งมีคนมาบอกว่าเธอมีเวลาเพียงแค่เดือนเดียวที่จะอยู่ในโลกใบนี้พร้อมกับมอบมิติให้กับเธอ รออะไรล่ะคะเตรียมตัวซิ นางร้ายคนนี้กำลังจะไป
Lihat lebih banyakเอมมี่เธออายุสามสิบสองปี เป็นนักแสดงแนวหน้าที่ค่าตัวแพงที่สุด เธอสวยและรวยมาก พ่อแม่เป็นนักธุรกิจแต่ต้องมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตอนที่เธอเรียนจบมหาลัย ทรัพย์สินของเธอนั้นมีหลายร้อยล้าน เอมมี่เป็นลูกสาวคนเดียวไม่มีพี่น้องที่ไหน แต่มีญาติพี่น้องทั้งฝ่ายพ่อและแม่ที่คอยจะมาฮุบสมบัติของเธอ
เอมมี่เคยมีคนรักที่กำลังจะแต่งงานกัน เขาเป็นพระเอกที่คนทั้งประเทศรู้จัก เมื่อสองปีก่อนเธอตั้งใจจะไปเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับลูกผู้หญิง เพราะเธอมั่นใจแล้วว่าคนๆนี้คือสามีของเธอ แต่แล้วเธอกลับเซอร์ไพรส์กว่าเมื่อมาเจอคนรักกำลังมีอะไรกับเพื่อนสนิทของเธออย่างลิตา
“ถ้าเสร็จแล้วก็บอกฉันด้วยนะฉันจะรออยู่ด้านนอก หรือจะให้ฉันมองต่อก็ได้นะไม่ขัด” เอมมี่พูดอย่างเชิดหน้า ทั้งๆที่ในใจนั้นเจ็บแสนเจ็บ
“เอมมี่ คุณอย่าเข้าใจผิดนะ พี่ไม่ได้รักลิตา เราแค่สนุกกันเฉยๆ” เมฆหรือเมฆาพูดอย่างตกใจไม่คิดว่าคนรักจะเข้ามาเห็นแบบเต็มๆอย่างนี้
“ฉันเข้าใจไม่ผิดหรอก เอาเป็นว่าฉันรอข้างนอกก็แล้วกัน เห็นภาพนี้แล้วอุจาดตา”
เอมมี่พูดจบก็สะบัดหน้าเดินออกมา ไม่นานเมฆคนรักของเธอก็เดินตามออกมาแล้วจับมือของเธอไว้ แต่เอมมี่สะบัดด้วยความรังเกียจ
“เมฆคะ เราจบกันแค่นี้เถอะ ฉันไม่อยากใช้ของร่วมกับใคร ส่วนนังลิตามันก็ไม่ใช่เพื่อนฉันแล้ว คนเนรคุณแบบนี้ฉันไม่นับมันเป็นเพื่อนอีกต่อไป แล้วก็ช่วยเก็บของออกไปจากคอนโดนี้ด้วยนะ ฉันจะขายทิ้ง ฉันขยะแขยง หากต้องใช้คอนโดที่คนโสมมทั้งสองคนมาสมสู่กัน”
“ส่วนแกนังลิตา เก็บของออกจากคอนโดที่ฉันให้แกอยู่ได้เลยนะ ฉันจะขายทิ้งเหมือนกัน ในเมื่อฉันให้ได้แกทุกอย่างแต่แกกลับเนรคุณฉันขนาดนี้ เชิญแกก็ไปหาเพื่อนที่ช่วยเหลือและให้แกทุกอย่างใหม่เถอะ ฉันขอบาย จบนะ”
เอมมี่ไม่รอให้ทั้งสองคนพูดอะไร เธอจึงเดินออกมาพร้อมกับน้ำตาแห่งความเสียใจที่ถูกคนรักและเพื่อนรักหักหลังเพียงแต่ทั้งสองคนไม่เห็นเท่านั้นเอง
หลังจากนั้นมาเอมมี่ก็ไม่คิดที่จะรักใครอีกเลย มุ่งมั่นทำแต่งานและสานต่อธุรกิจของครอบครัวจนรุ่งเรืองภายในสองปี
วันนี้เป็นวันปิดกล้องละครที่เธอเล่นเป็นนางร้ายที่เสี่ยงกับเปลือกทุเรียนมากที่สุดเท่าที่เธอรับเล่นละครมา
“พี่เอมมี่วันนี้อย่าลืมมางานเลี้ยงปิดกล้องนะคะ” ลูกตาลเจ้าหน้าที่ในกองถ่ายบอกด้วยรอยยิ้ม
“แหมยายลูกตาล กลัวพี่จะไม่มาหรือไงจ๊ะ พี่ไม่พลาดหรอก รอพี่ได้เลย” เอมมี่พูดด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“แต่งตัวมาสวยๆเลยนะพี่ วันนี้ยายลิตาคงจะมาด้วย”
ลูกตาลพูดเพราะเธอเองก็เกลียดยัยลิตาเหลือเกิน เป็นแค่ตัวประกอบยังจะหยิ่งยิ่งกว่านักแสดงนำซะอีก ตอนนี้เธอได้ข่าวว่าพยายามหาเสี่ยเกาะแล้วเหมือนกัน ในวงการใครไม่รู้บ้างว่านังลิตาเริ่มที่จะขายนาผืนน้อยหลังจากที่พี่เอมมี่เลิกคบและตัดเพื่อนกับหล่อน
“มาก็แล้วยังไง พี่ว่าเราอย่าไปให้ค่ากับคนแบบนี้เลย พี่กลับก่อนดีกว่า แล้วเราจะให้พี่ไปรับที่หอพักไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่เอมมี่ เดี๋ยวหนูไปเองดีกว่าพี่เอมมี่ไม่ต้องขับรถมาเองนะ ให้คนขับรถมาให้ดีกว่า”
“จ้า รู้สึกเหมือนเราจะเป็นแม่คนที่สองของพี่เลยนะเนี่ย”
เอมี่หัวเราะแล้วเดินจากไป แต่ระหว่างทางก่อนที่จะถึงรถยนต์คันหรูของเธอก็เจอคุณยายท่านหนึ่งกำลังเดินอยู่แต่เหมือนว่าเธอกำลังจะล้มลง
“อุ้ย คุณยายคะ มาค่ะฉันช่วย” เอมมี่พยุงคุณยายมานั่งใต้ต้นไม้
“ขอบใจมากนังหนู” ยายท่านนั้นยิ้มอย่างอ่อนโยน
“คุณยายรอหนูแป๊บนึงนะคะ เดี่ยวหนูเดินไปเอาน้ำมาให้ดื่ม ส่วนนี่ ยาดม คุณยายถือก่อนนะคะเดี๋ยวหนูมา” เอมมี่ส่งยาดมให้คุณยายก่อนจะรีบเดินไปหาน้ำมาให้ดื่ม
“เฮ้อ ชะตาชีวิตแม่หนูคนนี้น่าสงสารเหลือเกิน มีเงินมีทองทรัพย์สินท่วมหัว แต่หาคนดีๆที่จะเข้ามาเป็นคู่ชีวิตไม่ได้เลย เหลือเวลาไม่นานแล้วสินะ แล้วครอบครัวที่เธอจะไปอยู่ก็เห็นแก่ตัวและเอารัดเอาเปรียบขนาดนั้น หวังว่าคู่แท้ของเธอจะคอยช่วยเหลือแม่หนูคนนี้นะ”
ยายท่านนั่งพึมพำคนเดียวเสียงเบาๆ ไม่นานเอมมี่ก็เดินกลับมาพร้อมน้ำและของกินมากมาย
“คุณยายคะ มาแล้วค่ะ นี่น้ำนะคะแล้วก็มีของกินกับขนมด้วยคุณยายเอาไปกินนะคะ” เอมมี่ยิ้มแย้มบอกคุณยาย
“ขอบใจมากนะแม่หนู สวยแล้วยังใจดีอีก ยายขอให้หนูเจอแต่สิ่งที่ดีๆหลังจากนี้นะลูก”
“ยายมีเรื่องจะบอกหนูด้วย แต่ยายขอให้หนูเชื่อนะ หนูจะได้เตรียมตัว หนูมีเวลาอยู่ที่ภพนี้อีกแค่หนึ่งเดือนเท่านั้นนับจากนี้ จงจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยและเตรียมพร้อมให้ดีเพื่อที่จะไปอยู่ในที่ใหม่”
“หมายความว่ายังไงค่ะคุณยาย หนูกำลังจะตายเหรอคะ แล้วหนูจะต้องไปอยู่ที่ไหน” เอมี่ถามอย่างตกใจ
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ แต่ยายไม่สามารถบอกว่าหนูจะต้องไปอยู่ที่ไหนมันเป็นมิติของสวรรค์ เดี๋ยวหนูจะรู้เอง ส่งมือมาให้ยายหน่อยได้ไหม” เอมมี่ก็ส่งมือให้อย่างงงๆ
“เอาละ ยายไปก่อนนะ ขอให้หนูจงเตรียมพร้อมให้ดี ที่ๆหนูไปยังมีคนที่เป็นคู่ชีวิตของหนูอยู่ที่นั่นด้วย หนูและเขาจะไม่พรากจากกันอีกต่อไป” คุณยายพูดจบก็เดินหายไปอย่างรวดเร็ว
เอมมี่นั้นเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เธอก็ไม่ใช่ว่าจะไม่คิดตาม หากว่าเธออยู่ได้อีกแค่เดือนเดียวจริงๆล่ะ เธอจะทำยังไง แล้วที่ให้เตรียมตัวนั้นเธอจะเตรียมอะไรได้ ไม่ใช่ไปต่างประเทศนะที่จะเอาของที่ต้องการส่งเครื่องบินหรือแพ็คกระเป๋าไปได้ เฮ้อ! เดี๋ยวค่อยกลับไปคิดที่บ้านดีกว่า ตอนนี้ขอไปทำสวยเพื่อจะไปงานเลี้ยงปิดกล้องก่อน
คืนนี้เป็นงานเลี้ยงปิดกล้อง เอมมี่แต่งตัวมาก็ไม่ให้เสียชื่อนางร้ายเบอร์ต้นๆ เล่นเอาหนุ่มๆที่เห็นมองตาไม่กะพริบ
“ว้าว! พี่เอมมี่เซ็กซี่มากเลยค่ะ หนูถามพี่จริงๆเถอะ แม่ให้พี่มาเยอะหรือไงถึงได้เกินหน้าเกินตาแบบนี้”
ลูกตาลแซวพี่สาวคนสวยถึงแม้จะเป็นนางร้ายค่าตัวแพงที่สุด แต่ก็ไม่เคยถือตัวกับเธอเลยสักครั้งเดียว
“ก็แน่นะสิ ทั้งตัวพี่ไม่มีมีดหมอเลยสักนิด ธรรมชาติและแม่ให้มาล้วนๆ จ๊ะ”
“น้อยๆหน่อยเถอะย่ะ แม่นางร้ายสุดสวย แกแต่งมาแบบนี้คนทั้งงานตายเรียบ แต่แกรู้หรือเปล่าว่าวันนี้นังลิตามาด้วยนะ แถมไอ้เมฆที่ตอนนี้ตกอับมาเล่นเป็นตัวประกอบก็มา บันเทิงแน่ละงานนี้” พงษ์หรือซูซี่ เพื่อนสนิทของเอมมี่อีกคนพูดเสียงเล็กเสียงน้อย
“ไอ้พงษ์แกไม่ต้องทำเสียงแบบนี้ได้เปล่าวะ แกลืมหรือไงเรื่องนี้แกเล่นเป็นพระรอง แต่งเป็นผู้ชายแล้วพูดเสียงแบบนี้ขนฉันลุกไปยัน...”
“หยุด นังเอมมี่ มีใครไม่รู้บ้างว่าฉันเป็น แกเลิกเรียกชื่อเดิมฉันซะที ซูซี่รับไม่ได้” พงษ์หรือซูซี่ทำท่าทางรับไม่ได้จนลูกตาลหัวเราะขึ้น
“พี่ทั้งสองคนนี่ยังไง เข้าไปในงานได้แล้วค่ะ ทุกคนมากันหมดแล้วรวมถึงสองคนนั้นด้วย แต่ว่าถ้ายัยลิตามาหาเรื่องพี่ พี่จะทำยังไง ตอนนี้นางก็ขายนาผืนน้อยแล้วนะ”
“ก็ไม่ยังไง ลองมาหาเรื่องดูแม่จะพังงานให้ดู รู้จักเอมมี่น้อยไปซะแล้ว”
“แกจะบ้าเหรอนังเอมมี่ งานทั้งงานผู้จัดจ่ายเงินไปตั้งเท่าไหร่ แกหาวิธีอื่นเถอะ”
พงษ์กลัวเหลือเกินว่าเพื่อนของเขาจะทำอย่างที่พูดจริงๆ แต่สำหรับเอมมี่นั้นถ้าไม่มีใครมาหาเรื่อง เอมมี่ก็จะไม่เล่นงานกลับ แต่ถ้าใครมาหาเรื่องเธอ เธอเล่นงานคืนจนกลับบ้านเดิมไม่ถูกเลยละ เอาให้พังไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว เพราะทั้งพงษ์และลูกตาลเจอมากับตัวแล้วเมื่อเอมมี่ระเบิดอารมณ์
“แล้วยังไง เท่าไหร่ก็เท่ากัน ฉันสวยและรวยมากไม่รู้หรือยังไงจ๊ะทั้งสองคน” เอมมี่พูดจบก็จูงมือทั้งสองคนเข้ามาในงานด้วยเสียงหัวเราะ
บทส่งท้าย ครอบครัวและความสุขเมื่อกลับมาถึงบ้านเสี่ยวหลิน หลี่ฮุ่ยหมิน และหลี่ฮุ่ยหยาง จึงเข้ามาหาเฉิงอิงอิงและเฉิงจี้หยวนในห้องนอน รวมทั้งหลงจื่อ ไท่เป่า ก็ตามมาด้วยเช่นกัน“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เฉิงอิงอิงถามอย่างสงสัย ทำไมทุกคนจึงเข้ามาหาเธอพร้อมกัน“ขอบใจมากนะอิงอิง ที่ครั้งนั้นน้องดึงพี่ขึ้นมา ทำให้พี่มีวันนี้” หลินฮุ่ยหมินยิ้มให้น้องสาว“พี่ก็ด้วย หากวันนั้นอิงอิงไม่มอบโอกาสให้พวกเรา วันนี้คงไม่มีเราทุกคนยืนอยู่ตรงนี้”หลี่ฮุ่ยหยางลูบหัวน้องสาวด้วยความเอ็นดู ตอนนี้แม้ว่าหลี่อิงอิงน้องสาวของเขาโตจนมีครอบครัวแล้ว แต่เขายังมองว่าอิงอิงนั้นยังเป็นน้องสาวตัวน้อยคนเดิมอยู่ดี“ฉันเองก็ขอบใจเธอมากนะอิงอิง ทั้งเรื่องโอกาสในการเรียน เรื่องงานทุกอย่างที่ให้พ่อกับแม่ทำ ทั้งเรื่องที่สอนให้ฉันมีความกล้าจนได้สามีที่ดีอย่างพี่ไท่เป่า ขอบใจเธอมากจริงๆ”เสี่ยวหลินเดินเข้ามากอดเพื่อนสนิทของเธอ หากวันนั้นอิงอิงไม่หยิบยื่นทุกอย่างให้ วันนี้เธอและครอบครัวคงจะไม่สุขสบายแบบนี้“อย่าคิดมาก และไม่ต้องขอบคุณอะไรทั้งนั้น ที่ฉันทำเพราะทุกคนคือครอบครัวที่ฉันมี”เฉิงอิงอิงยิ้มให้ แต่สิ่งที่เธอได้ยินประโยคถัดไปขอ
บทที่ 157 จบการศึกษาเฉิงจี้หยวนเมื่อได้ยินภรรยารักบอกว่าเธออาจจะท้อง เขาได้แต่ตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่ว่าไม่ดีใจ แต่เพราะเขาห่วงภรรยาว่าจะเจ็บปวดเหมือนตอนที่คลอดสองแฝดอีก ยิ่งตอนนี้หมอเฉินไม่อยู่เสียด้วย หากเกิดอะไรขึ้นเขาจะทำยังไง“สามีไม่ดีใจเหรอถ้าเกิดหนูท้องขึ้นมา” เฉิงอิงอิงถามน้ำตาคลอเบ้า คิดว่าสามีไม่อยากมีลูกเพิ่ม“ไม่ใช่ครับ หนูอย่าร้องนะ พี่กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหนูมากกว่า ถ้าเกิดหนูเป็นอะไรขึ้นมา พี่กับลูกจะอยู่ยังไง พี่คงขาดใจถ้าไม่มีหนูนะอิงอิง” เฉิงจี้หยวนบอกความรู้สึกของตัวเองกับภรรยารัก“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นหมอเฉินคงจะโผล่มาแล้ว อย่าลืมว่าหนูมีน้ำวิเศษอยู่สิ หลังจากนี้หนูจะเอาออกมาดื่มเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงดีไหม สามีจะได้ไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหนูอีกตอนคลอด” เมื่อได้รู้ถึงความกังวลของสามีจากที่เขาเป็นคนปลอบเธอ แต่ตอนนี้กลายเป็นเธอปลอบเขาแทนสองสามีปลอบประโลมกันด้วยความรัก ตอนนี้เมื่อคิดว่าภรรยาท้องแล้วเขาจึงไม่ทำอะไรไปมากกว่านอนกอดภรรยารักด้วยความสุข และหลับไปพร้อมด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนใบหน้าทั้งสองคนวันต่อมา เฉิงจี้หยวนจึงพาภรรยาไปตรวจที่โรงพยาบาลเพื
บทที่ 156 เตรียมของขวัญให้ภรรยารักต่อให้หญิงสาวคนนี้จะมองด้วยสายตายังไง แต่คนที่เฉิงจี้หยวนสนใจมีเพียงคนเดียวคือภรรยาของเขาเจิ้งฮั่วอดโมโหไม่ได้ อะไรคือทำการค้า ในเมื่อที่สองแปลงนี้เป็นสิ่งที่แม่เขามอบให้ และเขาขายเพื่อจะไปทำอย่างอื่น มันขอกันได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือยังไง“ฉันไม่ใช่ลุงของเธอ เราตัดขาดกันแล้ว แม่ฉันมีฉันเป็นลูกชายคนเดียว ฉันไม่มีญาติที่ไหนอีกนอกจากลูกและภรรยา การที่ฉันขายที่ดินและร้านค้ามันก็คือสิทธิ์ของฉัน ฉันไม่ได้ขโมยใครมา”เจิ้งฮั่วไม่พอใจอย่างมาก เขาขายไปแล้วมาขอคืนแบบนี้หาเรื่องให้เขาแล้วไหม คิดบ้างหรือเปล่าว่าตระกูลเฉิงนั้นร่ำรวยและทรงอิทธิพลแค่ไหน“ฉันเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว คุณพาภรรยากลับไปได้แล้วล่ะ เรื่องนี้ฉันจัดการต่อเอง ขอบคุณมากที่มาไขความกระจ่างให้กับฉันและทุกคน” เฉิงอิงอิงหันมาบอกเจ้าของที่คนเดิม ในเมื่อได้รู้ความจริงแล้ว ที่เหลือเธอจัดการเอง“ขอบคุณมากครับนายหญิงนายท่านเฉิง”เจิ้งฮั่วเอ่ยขอบคุณก่อนจะพาภรรยากลับบ้าน เขาไม่ปรายตามองครอบครัวของพ่อเลยสักนิดเดียว ในเมื่อก่อปัญหาก็แก้เองก็แล้วกัน“พี่อาเฉินเจ้าหน้าที่เมื่อไหร่จะมาถึง พี่ช่วยเร่งให้หน่อยน
บทที่ 155 เอาหลักฐานมากางสิเวลาผันผ่านจนตอนนี้เฉิงอิงอิงและคนอื่นๆ เรียนเป็นปีสุดท้ายแล้ว หลี่ฮุ่ยหมินและหลี่ฮุ่ยหยาง มีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศมาติดต่อให้ทำงานที่กระทรวง ถ้าพูดง่ายๆ คือทำงานในสถานทูตหลังเรียนจบหรือหลังสำเร็จการศึกษา รวมไปถึงเสี่ยวหลินยังมีเจ้าหน้าที่สายงานอื่นมาติดต่อขอให้ไปทำงานด้วยเช่นกันเฉิงอิงอิงให้อิสระในการตัดสินใจแก่พี่ชายทั้งสองและสหาย แต่หลี่ฮุ่ยหมินและหลี่ฮุ่ยหยางรวมทั้งเสี่ยวหลินนั้นเลือกที่จะปฏิเสธ ไม่ใช่ว่าพราะหยิ่ง แต่เพราะว่าตอนนี้กิจการที่บ้านขยายใหญ่ขึ้น แม้แต่หลี่คงและป้าสะใภ้ยังต้องพาสองแฝดกลับไปอยู่ที่ไห่หนาน ใช่แล้วลุงหลี่คงได้ลูกสาวสมใจครั้งนี้เป็นฝาแฝดด้วยเช่นกัน ส่วนลุงคังเทียนมีน้องชายให้กับเสี่ยวหลินสมใจลุงคังเทียนเขาละ อาเล็กนั้นได้ลูกสาวอีกคน แต่ละคนได้กลายเป็นคุณพ่อคุณแม่คนใหม่อย่างที่ต้องการตอนนี้เด็กทั้งสี่คนก็โตวันโตคืน การที่หลี่คงกลับไห่หนานไม่ใช่เพราะว่าตัวเองมีลูก แต่เขาคิดว่าหลานตัวน้อยนั้นโตแล้วสามารถดูแลตัวเองและอยู่กับพี่เลี้ยงคนอื่นได้ เขาห่วงงานที่ไห่หนาน แม้ว่าจะมีลุงคังเทียน อาเขย และพี่อาต้าเป็นเสาหลัก แต่ด้วยงาน
บทที่ 152 คำเตือนสุดท้ายจากหมอเฉินเฉิงอิงอิงมองภาพเหตุการณ์ไม่ต่างจากหมอเฉินและคิดว่าหลานสาวคุณนายของนายท่านรองบ้านเหวินนั้นจะต้องมีความสัมพันธ์กับลุงเขยตัวเอง และไม่ผิดไปจากที่คิดเมื่อเห็นสีหน้าของทั้งสองคน“เดี๋ยวนะ ห่ายอู๋เธอท้องเหรอ แล้วท้องกับใครทั้งๆ ที่เธอไม่เคยไปไหน” ฉุ่ยหลานเมื่อทบทวนคำพู
บทที่ 151 ช่วยครอบครัวต้าวหมิงหมอเฉินนั้นพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่พ่อกับแม่ของต้าวหมิงได้ยินทั้งสองคนได้แต่ตกใจ นี่เขาเลี้ยงใครไว้ในบ้านกัน“พ่อกับแม่ไม่ต้องสงสัยหรอกครับ คงเป็นครอบครัวของอารองนั่นแหละ หลานสาวภรรยาอารองมาอยู่ช่วยดูแม่ไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่ใช่คำสั่งทางบ้านรองเธอก็คงทำคนเดียว แต่ถ้าก
บทที่ 148 จุดจบของคนทำผิดหลงจื่อได้รับคำตอบที่ต้องการจึงอุ้มหลี่ฮุ่ยหยางที่มีเหงื่อออกเต็มตัวเดินออกมา ปล่อยให้เจ้านายอย่างเฉิงจี้หยวนจัดการเรื่องนี้ต่อ แต่คิดเหรอว่าเฉิงอิงอิงจะปล่อยให้คนที่ทำร้ายพี่ชายได้อยู่อย่างสงบ ถึงแม้ว่าพี่หลงจื่อจะถีบไปสุดแรงแต่สำหรับเธอมันยังน้อยไปและยังไม่หายแค้นฟู่เฟย
บทที่ 147 เกิดเรื่องกับหลี่ฮุ่ยหยางทันทีที่สิ้นเสียงของเฉิงจี้หยวนคนที่ไม่ได้ยินข่าวลือและรู้ว่าเฉิงอิงอิงนั้นเป็นใครต่างก็ยืนนิ่งเฉยมีเพียงแค่ตกใจเท่านั้น ไม่เหมือนกับกลุ่มอาจารย์ที่รู้เรื่องข่าวลือแต่ปิดเงียบ ทำให้แต่ละคนเริ่มทรงตัวไม่อยู่“ผมเชื่อว่าหลายท่านในนี้อาจจะรู้จักว่าอิงอิงนั้นเป็นใคร