นางร้ายทะลุมิติ ยุค70

นางร้ายทะลุมิติ ยุค70

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-19
Oleh:  sanvittayamOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
Belum ada penilaian
158Bab
1.6KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

รัศมีหรือเอมมี่นางร้ายแนวหน้าระดับประเทศเธอสวยและรวยมาก แต่แล้ววันหนึ่งมีคนมาบอกว่าเธอมีเวลาเพียงแค่เดือนเดียวที่จะอยู่ในโลกใบนี้พร้อมกับมอบมิติให้กับเธอ รออะไรล่ะคะเตรียมตัวซิ นางร้ายคนนี้กำลังจะไป

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 ตัวตนของนางร้าย

บทที่ 1 ตัวตนของนางร้าย

เอมมี่เธออายุสามสิบสองปี เป็นนักแสดงแนวหน้าที่ค่าตัวแพงที่สุด เธอสวยและรวยมาก พ่อแม่เป็นนักธุรกิจแต่ต้องมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตอนที่เธอเรียนจบมหาลัย ทรัพย์สินของเธอนั้นมีหลายร้อยล้าน เอมมี่เป็นลูกสาวคนเดียวไม่มีพี่น้องที่ไหน แต่มีญาติพี่น้องทั้งฝ่ายพ่อและแม่ที่คอยจะมาฮุบสมบัติของเธอ

เอมมี่เคยมีคนรักที่กำลังจะแต่งงานกัน เขาเป็นพระเอกที่คนทั้งประเทศรู้จัก เมื่อสองปีก่อนเธอตั้งใจจะไปเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับลูกผู้หญิง เพราะเธอมั่นใจแล้วว่าคนๆนี้คือสามีของเธอ แต่แล้วเธอกลับเซอร์ไพรส์กว่าเมื่อมาเจอคนรักกำลังมีอะไรกับเพื่อนสนิทของเธออย่างลิตา

“ถ้าเสร็จแล้วก็บอกฉันด้วยนะฉันจะรออยู่ด้านนอก หรือจะให้ฉันมองต่อก็ได้นะไม่ขัด” เอมมี่พูดอย่างเชิดหน้า ทั้งๆที่ในใจนั้นเจ็บแสนเจ็บ

“เอมมี่ คุณอย่าเข้าใจผิดนะ พี่ไม่ได้รักลิตา เราแค่สนุกกันเฉยๆ” เมฆหรือเมฆาพูดอย่างตกใจไม่คิดว่าคนรักจะเข้ามาเห็นแบบเต็มๆอย่างนี้

“ฉันเข้าใจไม่ผิดหรอก เอาเป็นว่าฉันรอข้างนอกก็แล้วกัน เห็นภาพนี้แล้วอุจาดตา”

เอมมี่พูดจบก็สะบัดหน้าเดินออกมา ไม่นานเมฆคนรักของเธอก็เดินตามออกมาแล้วจับมือของเธอไว้ แต่เอมมี่สะบัดด้วยความรังเกียจ

“เมฆคะ เราจบกันแค่นี้เถอะ ฉันไม่อยากใช้ของร่วมกับใคร ส่วนนังลิตามันก็ไม่ใช่เพื่อนฉันแล้ว คนเนรคุณแบบนี้ฉันไม่นับมันเป็นเพื่อนอีกต่อไป แล้วก็ช่วยเก็บของออกไปจากคอนโดนี้ด้วยนะ ฉันจะขายทิ้ง ฉันขยะแขยง หากต้องใช้คอนโดที่คนโสมมทั้งสองคนมาสมสู่กัน”

“ส่วนแกนังลิตา เก็บของออกจากคอนโดที่ฉันให้แกอยู่ได้เลยนะ ฉันจะขายทิ้งเหมือนกัน ในเมื่อฉันให้ได้แกทุกอย่างแต่แกกลับเนรคุณฉันขนาดนี้ เชิญแกก็ไปหาเพื่อนที่ช่วยเหลือและให้แกทุกอย่างใหม่เถอะ ฉันขอบาย จบนะ”

เอมมี่ไม่รอให้ทั้งสองคนพูดอะไร เธอจึงเดินออกมาพร้อมกับน้ำตาแห่งความเสียใจที่ถูกคนรักและเพื่อนรักหักหลังเพียงแต่ทั้งสองคนไม่เห็นเท่านั้นเอง

หลังจากนั้นมาเอมมี่ก็ไม่คิดที่จะรักใครอีกเลย มุ่งมั่นทำแต่งานและสานต่อธุรกิจของครอบครัวจนรุ่งเรืองภายในสองปี

วันนี้เป็นวันปิดกล้องละครที่เธอเล่นเป็นนางร้ายที่เสี่ยงกับเปลือกทุเรียนมากที่สุดเท่าที่เธอรับเล่นละครมา

“พี่เอมมี่วันนี้อย่าลืมมางานเลี้ยงปิดกล้องนะคะ” ลูกตาลเจ้าหน้าที่ในกองถ่ายบอกด้วยรอยยิ้ม

“แหมยายลูกตาล กลัวพี่จะไม่มาหรือไงจ๊ะ พี่ไม่พลาดหรอก รอพี่ได้เลย” เอมมี่พูดด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

“แต่งตัวมาสวยๆเลยนะพี่ วันนี้ยายลิตาคงจะมาด้วย”

ลูกตาลพูดเพราะเธอเองก็เกลียดยัยลิตาเหลือเกิน เป็นแค่ตัวประกอบยังจะหยิ่งยิ่งกว่านักแสดงนำซะอีก ตอนนี้เธอได้ข่าวว่าพยายามหาเสี่ยเกาะแล้วเหมือนกัน ในวงการใครไม่รู้บ้างว่านังลิตาเริ่มที่จะขายนาผืนน้อยหลังจากที่พี่เอมมี่เลิกคบและตัดเพื่อนกับหล่อน

“มาก็แล้วยังไง พี่ว่าเราอย่าไปให้ค่ากับคนแบบนี้เลย พี่กลับก่อนดีกว่า แล้วเราจะให้พี่ไปรับที่หอพักไหม”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่เอมมี่ เดี๋ยวหนูไปเองดีกว่าพี่เอมมี่ไม่ต้องขับรถมาเองนะ ให้คนขับรถมาให้ดีกว่า”

“จ้า รู้สึกเหมือนเราจะเป็นแม่คนที่สองของพี่เลยนะเนี่ย”

เอมี่หัวเราะแล้วเดินจากไป แต่ระหว่างทางก่อนที่จะถึงรถยนต์คันหรูของเธอก็เจอคุณยายท่านหนึ่งกำลังเดินอยู่แต่เหมือนว่าเธอกำลังจะล้มลง

“อุ้ย คุณยายคะ มาค่ะฉันช่วย” เอมมี่พยุงคุณยายมานั่งใต้ต้นไม้

“ขอบใจมากนังหนู” ยายท่านนั้นยิ้มอย่างอ่อนโยน

“คุณยายรอหนูแป๊บนึงนะคะ เดี่ยวหนูเดินไปเอาน้ำมาให้ดื่ม ส่วนนี่ ยาดม คุณยายถือก่อนนะคะเดี๋ยวหนูมา” เอมมี่ส่งยาดมให้คุณยายก่อนจะรีบเดินไปหาน้ำมาให้ดื่ม

“เฮ้อ ชะตาชีวิตแม่หนูคนนี้น่าสงสารเหลือเกิน มีเงินมีทองทรัพย์สินท่วมหัว แต่หาคนดีๆที่จะเข้ามาเป็นคู่ชีวิตไม่ได้เลย เหลือเวลาไม่นานแล้วสินะ แล้วครอบครัวที่เธอจะไปอยู่ก็เห็นแก่ตัวและเอารัดเอาเปรียบขนาดนั้น หวังว่าคู่แท้ของเธอจะคอยช่วยเหลือแม่หนูคนนี้นะ”

 ยายท่านนั่งพึมพำคนเดียวเสียงเบาๆ ไม่นานเอมมี่ก็เดินกลับมาพร้อมน้ำและของกินมากมาย

“คุณยายคะ มาแล้วค่ะ นี่น้ำนะคะแล้วก็มีของกินกับขนมด้วยคุณยายเอาไปกินนะคะ” เอมมี่ยิ้มแย้มบอกคุณยาย

“ขอบใจมากนะแม่หนู สวยแล้วยังใจดีอีก ยายขอให้หนูเจอแต่สิ่งที่ดีๆหลังจากนี้นะลูก”

“ยายมีเรื่องจะบอกหนูด้วย แต่ยายขอให้หนูเชื่อนะ หนูจะได้เตรียมตัว หนูมีเวลาอยู่ที่ภพนี้อีกแค่หนึ่งเดือนเท่านั้นนับจากนี้ จงจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยและเตรียมพร้อมให้ดีเพื่อที่จะไปอยู่ในที่ใหม่”

“หมายความว่ายังไงค่ะคุณยาย หนูกำลังจะตายเหรอคะ แล้วหนูจะต้องไปอยู่ที่ไหน” เอมี่ถามอย่างตกใจ

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ แต่ยายไม่สามารถบอกว่าหนูจะต้องไปอยู่ที่ไหนมันเป็นมิติของสวรรค์ เดี๋ยวหนูจะรู้เอง ส่งมือมาให้ยายหน่อยได้ไหม” เอมมี่ก็ส่งมือให้อย่างงงๆ

“เอาละ ยายไปก่อนนะ ขอให้หนูจงเตรียมพร้อมให้ดี ที่ๆหนูไปยังมีคนที่เป็นคู่ชีวิตของหนูอยู่ที่นั่นด้วย หนูและเขาจะไม่พรากจากกันอีกต่อไป” คุณยายพูดจบก็เดินหายไปอย่างรวดเร็ว

เอมมี่นั้นเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เธอก็ไม่ใช่ว่าจะไม่คิดตาม หากว่าเธออยู่ได้อีกแค่เดือนเดียวจริงๆล่ะ เธอจะทำยังไง แล้วที่ให้เตรียมตัวนั้นเธอจะเตรียมอะไรได้ ไม่ใช่ไปต่างประเทศนะที่จะเอาของที่ต้องการส่งเครื่องบินหรือแพ็คกระเป๋าไปได้ เฮ้อ! เดี๋ยวค่อยกลับไปคิดที่บ้านดีกว่า ตอนนี้ขอไปทำสวยเพื่อจะไปงานเลี้ยงปิดกล้องก่อน

คืนนี้เป็นงานเลี้ยงปิดกล้อง เอมมี่แต่งตัวมาก็ไม่ให้เสียชื่อนางร้ายเบอร์ต้นๆ เล่นเอาหนุ่มๆที่เห็นมองตาไม่กะพริบ

“ว้าว! พี่เอมมี่เซ็กซี่มากเลยค่ะ หนูถามพี่จริงๆเถอะ แม่ให้พี่มาเยอะหรือไงถึงได้เกินหน้าเกินตาแบบนี้”

ลูกตาลแซวพี่สาวคนสวยถึงแม้จะเป็นนางร้ายค่าตัวแพงที่สุด แต่ก็ไม่เคยถือตัวกับเธอเลยสักครั้งเดียว

“ก็แน่นะสิ ทั้งตัวพี่ไม่มีมีดหมอเลยสักนิด ธรรมชาติและแม่ให้มาล้วนๆ จ๊ะ”

“น้อยๆหน่อยเถอะย่ะ แม่นางร้ายสุดสวย แกแต่งมาแบบนี้คนทั้งงานตายเรียบ แต่แกรู้หรือเปล่าว่าวันนี้นังลิตามาด้วยนะ แถมไอ้เมฆที่ตอนนี้ตกอับมาเล่นเป็นตัวประกอบก็มา บันเทิงแน่ละงานนี้” พงษ์หรือซูซี่ เพื่อนสนิทของเอมมี่อีกคนพูดเสียงเล็กเสียงน้อย

“ไอ้พงษ์แกไม่ต้องทำเสียงแบบนี้ได้เปล่าวะ แกลืมหรือไงเรื่องนี้แกเล่นเป็นพระรอง แต่งเป็นผู้ชายแล้วพูดเสียงแบบนี้ขนฉันลุกไปยัน...”

“หยุด นังเอมมี่ มีใครไม่รู้บ้างว่าฉันเป็น แกเลิกเรียกชื่อเดิมฉันซะที ซูซี่รับไม่ได้” พงษ์หรือซูซี่ทำท่าทางรับไม่ได้จนลูกตาลหัวเราะขึ้น

“พี่ทั้งสองคนนี่ยังไง เข้าไปในงานได้แล้วค่ะ ทุกคนมากันหมดแล้วรวมถึงสองคนนั้นด้วย แต่ว่าถ้ายัยลิตามาหาเรื่องพี่ พี่จะทำยังไง ตอนนี้นางก็ขายนาผืนน้อยแล้วนะ”

“ก็ไม่ยังไง ลองมาหาเรื่องดูแม่จะพังงานให้ดู รู้จักเอมมี่น้อยไปซะแล้ว”

“แกจะบ้าเหรอนังเอมมี่ งานทั้งงานผู้จัดจ่ายเงินไปตั้งเท่าไหร่ แกหาวิธีอื่นเถอะ”

 พงษ์กลัวเหลือเกินว่าเพื่อนของเขาจะทำอย่างที่พูดจริงๆ แต่สำหรับเอมมี่นั้นถ้าไม่มีใครมาหาเรื่อง เอมมี่ก็จะไม่เล่นงานกลับ  แต่ถ้าใครมาหาเรื่องเธอ เธอเล่นงานคืนจนกลับบ้านเดิมไม่ถูกเลยละ เอาให้พังไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว เพราะทั้งพงษ์และลูกตาลเจอมากับตัวแล้วเมื่อเอมมี่ระเบิดอารมณ์

“แล้วยังไง เท่าไหร่ก็เท่ากัน ฉันสวยและรวยมากไม่รู้หรือยังไงจ๊ะทั้งสองคน” เอมมี่พูดจบก็จูงมือทั้งสองคนเข้ามาในงานด้วยเสียงหัวเราะ

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
158 Bab
บทที่ 1 ตัวตนของนางร้าย
บทที่ 1 ตัวตนของนางร้ายเอมมี่เธออายุสามสิบสองปี เป็นนักแสดงแนวหน้าที่ค่าตัวแพงที่สุด เธอสวยและรวยมาก พ่อแม่เป็นนักธุรกิจแต่ต้องมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตอนที่เธอเรียนจบมหาลัย ทรัพย์สินของเธอนั้นมีหลายร้อยล้าน เอมมี่เป็นลูกสาวคนเดียวไม่มีพี่น้องที่ไหน แต่มีญาติพี่น้องทั้งฝ่ายพ่อและแม่ที่คอยจะมาฮุบสมบัติของเธอเอมมี่เคยมีคนรักที่กำลังจะแต่งงานกัน เขาเป็นพระเอกที่คนทั้งประเทศรู้จัก เมื่อสองปีก่อนเธอตั้งใจจะไปเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับลูกผู้หญิง เพราะเธอมั่นใจแล้วว่าคนๆนี้คือสามีของเธอ แต่แล้วเธอกลับเซอร์ไพรส์กว่าเมื่อมาเจอคนรักกำลังมีอะไรกับเพื่อนสนิทของเธออย่างลิตา“ถ้าเสร็จแล้วก็บอกฉันด้วยนะฉันจะรออยู่ด้านนอก หรือจะให้ฉันมองต่อก็ได้นะไม่ขัด” เอมมี่พูดอย่างเชิดหน้า ทั้งๆที่ในใจนั้นเจ็บแสนเจ็บ“เอมมี่ คุณอย่าเข้าใจผิดนะ พี่ไม่ได้รักลิตา เราแค่สนุกกันเฉยๆ” เมฆหรือเมฆาพูดอย่างตกใจไม่คิดว่าคนรักจะเข้ามาเห็นแบบเต็มๆอย่างนี้“ฉันเข้าใจไม่ผิดหรอก เอาเป็นว่าฉันรอข้างนอกก็แล้วกัน เห็นภาพนี้แล้วอุจาดตา”เอมมี่พูดจบก็สะบัดหน้าเดินออกมา ไม่นานเมฆคนรักของเธอก็เดินตามออกมาแล้วจับ
Baca selengkapnya
บทที่ 2 มันคือเรื่องจริงใช่ไหม
บทที่ 2 มันคือเรื่องจริงใช่ไหมหลังจากที่กลับมาจากงานเลี้ยงปิดกล้อง เอมมี่ดื่มไปพอประมาณดีที่มีคุณลุงคนขับรถขับมาให้ ไม่อย่างนั้นเธอได้ไปวัดแน่ๆ เมื่อกลับมาถึงบ้านแทบจะเดินขึ้นห้องไม่ไหว จึงเป็นหน้าที่ป้าแก้วแม่นมของเธอพาขึ้นไปนอนบนห้องคืนนั้นเอมมี่ฝันแปลกๆ เหมือนเธอหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง คิดว่าน่าจะเป็นประเทศจีนเพราะเขาพูดภาษาจีนกันทั้งนั้น เป็นยุคที่ชาวบ้านต้องทำงานแลกแต้ม ยุวชนต้องออกจากมหาลัยเพื่อจะมาทำงานในทุ่งนาหรือแปลงเกษตรต่างๆตามที่รัฐจัดหาให้ที่เขาเรียกกันว่าคอมมูน อยู่ๆภาพก็ตัดไปที่บ้านหลังหนึ่งเอมมี่ยืนมองภาพนั้นด้วยความขัดใจ มีหญิงสาวอายุสิบหกถึงสิบเจ็ดปี โดนคนในครอบครัวใช้งานยิ่งกว่าทาส แต่เธอกลับไม่ปริปากเถียงสักคำ ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่คนเดียว ส่วนคนอื่นน่ะเหรอนอนตีพุงจร้า เอมมี่รู้สึกขัดใจกับภาพที่เห็นมาก“ทำไมไม่สู้ล่ะ สู้สิ เป็นแค่ลุงกับป้าสะใภ้ไม่ใช่พ่อแม่เสียหน่อยทำไมต้องยอม เป็นฉันไม่ได้หรอกแบบนี้ เอมมี่ตบคว่ำจริงๆ” เอมมี่อดพูดคนเดียวไม่ได้กับภาพที่เห็น โดนด่า โดนว่า โดนตีก็ยังยอม“แล้วนั่นอะไร กินข้าวต้มที่มีแต่น้ำแทบจะนับเม็ดข้าว แล้วทำไมคนอื่นถึงกินดีกว่านี้ล่
Baca selengkapnya
บทที่ 3 เตรียมของปัจจัยสี่
บทที่ 3 เตรียมของปัจจัยสี่เอมมี่เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอก็ลิสต์รายการแต่ละอย่างที่ต้องเตรียมไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือปัจจัยสี่นั่นก็คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่ แต่ละรายการเธอจะมีปลีกย่อยแต่ละอย่างที่ละเอียดยิบ อย่างเช่นอาหาร เนื้อสัตว์ทั้งหลายที่เธอลิสต์รายการมาทุกอย่าง เธอไม่รู้หรอกว่าที่นั่นจะเป็นยังไง เอาไปเหลือดีกว่าขาด จากที่เธออ่านในนิยายมา บางอย่างก็ยังทำเงินได้หากเธอรู้แหล่งปล่อยของออกตัวเธอเองนั้นเป็นนักธุรกิจด้วยนอกเหนือจากเป็นนักแสดง เวลาสั่งของครั้งละมากๆ จึงไม่ใช่ปัญหา เพราะเธออ้างว่านำไปบริจาคเหมือนอย่างเช่นเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว เธอสั่งจากโรงฆ่าสัตว์โดยตรงเลย สั่งทีเป็นหมื่นกิโล ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลแบบแห้งหรือแบบสดเธอก็เอาไปหมด ส่วนพวกข้าวสารข้าวเหนียวหรือแป้งเธอจะสั่งโรงงานเช่นกัน เธอไม่ต้องการตราสินค้าติดที่ถุง เธอต้องการแบ่งให้ใส่ถุงละ ห้ากิโล อาหารทุกอย่างที่สามารถกินได้เอมมี่สั่งไปทั้งหมด แม้แต่เครื่องปรุงทุกชนิดเช่นกัน ยังมีอาหารแช่แข็งทุกชนิดทุกอย่างเธอสั่งจากโรงงานทั้งหมด และขอเวลาเพียงสองอาทิตย์ในการรับของ เธอต้องให้เขาไปส่งที่โกดังดีที
Baca selengkapnya
บทที่ 4 นางร้ายมาแล้ว
บทที่ 4 นางร้ายมาแล้วหลังจากที่ออกมาจากร้านสุกี้ เอมมี่เข้าร้านนู้นออกร้านนี้เป็นว่าเล่น ร้านที่เธอเข้านานที่สุดคงจะเป็นแบรนด์เครื่องสำอางที่เธอใช้เป็นประจำ เธอจึงสั่งซื้อหลายอย่างเล่นเอาแทบจะหมดทั้งเคาน์เตอร์ รวมทั้งน้ำหอมทั้งหญิงและชาย พนักงานขายก็ใจดีไม่แม้แต่จะถามว่านางร้ายอย่างเธอซื้อไปทำไมเยอะแยะ ยังมีร้านเครื่องประดับและร้านทอง ร้านทองนั้นเธอแทบจะเหมาทุกร้านเลย เมื่อจัดการซื้อของทุกอย่างครบแล้ว ร้านสุดท้ายที่เธอจะซื้อคือร้านหนังสือเธอเลือกหนังสือหาความรู้หลายอย่างแม้แต่หนังสือเรียนเธอก็ซื้อ ต่อให้คนละยุคก็คงจะคล้ายๆ กัน มากที่สุดที่เธอเลือกมาคงเป็นหนังสือนิยาย และหนังสือทำอาหารหนังสือปลูกผัก แม้แต่หนังสือทำปุ๋ยหมักเธอก็ซื้อไป เมื่อได้ของครบทุกอย่างแล้วจริงๆ เอมมี่ก็รีบกลับบ้านหลังจากนั้นแต่ละวันเธอจะไปคอยอยู่ที่โกดังเพราะของแต่ละอย่างมาทยอยส่ง มีบางอย่างที่นัดไว้ยี่สิบวัน เธอค่อยกลับมาเอาอีกที วันนี้เธอผ่านร้านหมูหันเจ้าดังเธอก็ลงไปสั่งอีกห้าร้อยตัว เธอเอาไว้กินเองและสำหรับคนในครอบครัวที่เธอกำลังจะไป ยังมีร้านขายซาลาเปาและร้านรายทางอื่นๆที่เธอเห็นว่าน่ากินก็จะลงมาสั่งก่อนจะ
Baca selengkapnya
บทที่ 5 หลี่อิงอิงเปลี่ยนไป
บทที่ 5 หลี่อิงอิงเปลี่ยนไป“สวัสดีค่ะลุงคัง ป้าเหมย”หลี่อิงอิงกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม ซึ่งทำให้ทั้งสองคนได้แต่แปลกใจเพราะว่านานแค่ไหนแล้วที่ทั้งสองคนไม่เคยเห็นรอยยิ้มของสาวน้อยคนนี้เลย“ว่ายังไงอิงอิงมาหาเสี่ยวหลินเหรอ รอก่อนนะเสี่ยวหลินแต่งตัวอยู่ แล้วกินอะไรมาหรือยัง” เซี่ยเหมยถามกลับด้วยความเป็นห่วง“เรียบร้อยแล้วค่ะป้าเหมย หนูตั้งใจจะมาหาเสี่ยวหลินจะถามเรื่องเรียนเสียหน่อยค่ะ”“หืม เราจะกลับไปเรียนต่อเหรอ” คังเทียนเลิกคิ้วถาม บ้านรองหลี่จะยอมให้หลี่อิงอิงเรียนเหรอ ไม่ใช่ว่าเงินเก็บพ่อกับแม่ของเธอหมดไปแล้วหรือไง“ใช่ค่ะ แต่คงจะเรียนต่อแบบปกติลำบากหนูอาจจะสอบเทียบเลื่อนชั้นเอาแทนค่ะ”หลี่อิงอิงคิดว่าถ้าจะให้เธอกลับไปนั่งเรียนก็คงไม่ไหว แต่มันมีการสอบเทียบนี่ เธอเลยตั้งใจจะสอบเทียบแทน ด้วยมันสมองของสาวน้อยคนนี้บวกกับคลังหนังสือที่ีเธอซื้อมา คงจะทำให้เธอสอบเลื่อนชั้นได้ไม่ยาก และในตลาดมืดก็น่าจะมี แต่ปัญหาของเธอคือเธอไม่มีเงินของที่นี่ คงต้องเอาของในมิติไปขายเพื่อที่จะหาเงินก่อน“แล้วบ้านลุงของเราจะให้เรียนต่อเหรอ” เซี่ยเหมยเป็นคนถามแต่เธอไม่กล้าพูดออกมาทั้งหมด“ไม่ยอมก็ต้องยอมค่ะ เพ
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ทวงบ้านคืน
บทที่ 6 ทวงบ้านคืนหลี่อิงอิงพูดพร้อมกับจ้องหน้าป้าสะใภ้อย่างจางเจียวตาไม่กะพริบ เธอไม่ได้สนใจว่าใครจะมองยังไง หลายๆ คนอาจจะมองว่าเธอเป็นเด็กก้าวร้าว แต่แล้วยังไง เธอไม่ได้ขอใครกินสักหน่อย ชาติก่อนหลังจากพ่อแม่ตายไปเธอก็มีเพียงครอบครัวของคุณลุงไตรภพที่เธอคิดว่าเป็นญาติแต่ชาตินี้ในร่างของหลี่อิงอิงเธอไม่สนใจ เพราะญาติแต่ละคนหาดีไม่ได้สักคนคงจะยกเว้นเพียงครอบครัวลุงใหญ่ ใครจะว่าเธออกตัญญูก็ช่าง เธอคิดเพียงว่าบุญคุณต้องทดแทน แค้นก็ต้องชำระ ด้วยจิตวิญญาณของเอมมี่ เธอมาจากยุคที่ชายหญิงเท่าเทียมกัน กตัญญูได้สำหรับคนที่ควรกตัญญู ไม่ใช่หลับหูหลับตาทำให้ทุกอย่างแบบเจ้าของร่างเดิมจางเจียวเมื่อเห็นว่าหลี่อิงอิงยกเคียวขึ้นสูงเตรียมที่จะฟันจริงๆอย่างที่พูด หากว่าเธอขยับเข้าไปอีกนิด ต้องมีร่างกายส่วนใดของเธอจะต้องมีบาดแผลแน่ๆ“แกนังอิงอิง แกคิดจะอกตัญญูอย่างนั้นเหรอ ไม่นึกถึงบุญคุณที่ฉันและครอบครัวเลี้ยงดูแกมาเลยหรือไง” จางเจียวชี้หน้าด่า ตอนนี้เธอโกรธจนตัวสั่นแล้ว“ใช่ค่ะ คนเราควรจะกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ บุญคุณที่ให้่ได้มีซุกหัวนอนและผลาญเงินเก็บของพ่อแม่ฉันไปอย่างสบาย จริงๆ ฉันควรจะได้อะไรตอบแทนบ
Baca selengkapnya
บทที่ 7 คุณปู่ออกหน้า
บทที่ 7 คุณปู่ออกหน้าทางฝั่งบ้านหลี่และบ้านรองหลี่นั่งกินอาหารกันด้วยอารมณ์โกรธที่ยังไม่หาย ไม่รู้ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับหลี่อิงอิงที่แสนจะขี้ขลาดคนนั้น“พ่อคะ เราจะทำยังไงดี นังอิงอิงมันให้เวลาเราสามวันเองนะคะ ปู่ย่าช่วยหน่อยสิ ถ้าหากต้องย้ายออกจากที่นั่นไม่เท่ากับเรากลัวคำขู่มันเหรอ” หลี่เหยาพูดอย่างไม่ยินยอมเมื่อคิดว่าเธอจะต้องย้ายออกจากบ้านแล้วกลับมาอยู่รวมกับบ้านหลี่ เธออายเขาตาย“ไม่ใช่เพราะแกเหรอที่ไปหาเรื่องนังอิงอิง ไม่อย่างนั้นจะโดนมันไล่ออกจากบ้านหรือไง”หลี่หยวนหันมาตวาดใส่ลูกสาว มีอย่างที่ไหนอยู่ดีไม่ว่าดีไปหาเรื่องจนโดนไล่ออกจากบ้าน ตัวเขาเองก็ไม่ยินยอมเหมือนกัน ไล่ออกแล้วยังไงในเมื่อเขาไม่ออกซะอย่างใครจะทำไม กล้าอกตัญญูไหมล่ะ แต่หลี่หยวนลืมไปว่าเขาไม่ใช่พ่อแม่ของหลี่อิงอิง“แล้วแกจะทำยังไงเจ้ารอง แม่ว่าแกกลับมาอยู่ที่บ้านเราเหมือนเดิมเถอะ ตอนนี้หลี่อิงอิงก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว หากว่าหลานแจ้งทางการขึ้นมาจริงๆ จะทำยังไง” นางฉินซื่อพูดกับลูกชาย“ไม่เอาหรอกแม่ อยู่บ้านเจ้าสามก็สบายดีอยู่แล้ว ไม่อยากไปอุดอู้กับครอบครับพี่ใหญ่”หลี่หยวนนั้นไม่ค่อยถูกกับพี่ชายของตัวเองเท่าไห
Baca selengkapnya
บทที่ 8 ฟาดไม่ยั้ง
บทที่ 8 ฟาดไม่ยั้งเมื่อหลี่ตวนได้ยินหลานสาวอย่างหลี่อิงอิงพูดก็ทำให้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้อีกแล้ว ทำได้เพียงก็ชี้หน้าด่าหลานสาว“แกมันอกตัญญู ฉันเป็นปู่ของแกนะ ไม่ว่ายังไงฉันก็จะให้เจ้ารองอยู่ที่บ้านเจ้าสามเหมือนเดิม”“ฉันไม่เถียงว่าคุณคือปู่ของฉัน ตั้งแต่หลี่อิงอิงห้าขวบพ่อแม่ก็ถูกบ้านใหญ่สั่งให้แยกบ้าน พ่อกับแม่ยังต้องส่งอาหารให้กับบ้านใหญ่มาตลอดทุกปี เพื่อแสดงความกตัญญู แต่ฉันถามหน่อยนะคะว่าตั้งแต่นั้นมาคุณปู่เคยสนใจบ้านสามบ้างไหม ก็ไม่เลยจนแม่จากไปพ่อก็ยังต้องส่งอาหารให้เหมือนเดิมทั้งๆที่แรงงานบ้านฉันมีเพียงพ่อคนเดียว จนมาถึงวันที่พ่อป่วยตายไป คุณปู่ยังเห็นด้วยกับลุงรองให้มาอยู่ที่บ้านฉัน ตั้งแต่วันนั้นคุณปู่เคยมาดูฉันบ้างไหม หากจะมาบอกว่าฉันคือหลานสาว มีปู่ย่าที่ไหนบ้างทำแบบนี้ ช่วยตอบฉันหน่อยได้ไหมคะ”หลี่อิงอิงยังคงพูดนิ่งๆไม่แสดงอารมณ์ แต่ในส่วนลึกๆ กลับมีความเจ็บแค้น เธอคิดว่าอาจจะเป็นความรู้สึกของร่างเดิมที่ฝังอยู่“แล้วที่ฉันต้องการที่จะทวงบ้านตัวเองคืนมันผิดตรงไหน บ้านก็ของฉัน เงินก็ของฉัน ฉันทวงแค่บ้านคืนมันดีแค่ไหนแล้ว ที่ฉันไม่ทวงเงินคืนด้วย อย่าคิดว่าฉันไม่รู
Baca selengkapnya
บทที่ 9 ฉันไม่ใช่นางจิ้งจอกแต่เป็นนางร้ายค่ะ
บทที่ 9 ฉันไม่ใช่นางจิ้งจอกแต่เป็นนางร้ายค่ะหลี่อิงอิงไม่พูดเปล่าเตรียมจะเดินจากไปทำในสิ่งที่พูด เล่นเอาคนบริเวณนั้นตกใจไปตามๆกัน ไม่คิดว่าเธอจะบ้าดีเดือดขนาดนี้“เดี๋ยวก่อนครับ ผมว่าคุยกันดีๆ ก่อนดีกว่านะครับ อย่างน้อยๆก็เป็นญาติกัน” เจ้าหน้าที่แทบจะปาดเหงื่อกับสิ่งที่ต้องเจอ“ไม่คุยแล้วค่ะ เหนื่อยที่จะคุย เผาเลยง่ายกว่า และฉันก็ไม่ผิดด้วย ในเมื่อเป็นบ้านของฉัน จะทำอะไรมันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน” หลี่อิงอิงไม่ยอม เธอขี้เกียจคุยแล้ว เผาแล้วสร้างใหม่ง่ายกว่า ถึงแม้จะเสียดายแค่ไหนก็ตาม แต่เธอก็ไม่ใช่หลี่อิงอิงตัวจริงเธอย่อมไม่มีความผูกพันกับบ้านหลังนี้อยู่แล้ว“เสี่ยวหลินไปกันเถอะ เธอหาผ้าเก่าให้ฉันหน่อย เอ๊ะ! ไม่ต้องดีกว่า เพราะในบ้านนั้นมีของอยู่มากมายจุดไฟโยนใส่ทีเดียวไหม้เรียบ”หลี่อิงอิงยังหันไปคุยกับสหายเหมือนว่าเรื่องนี้คือเรื่องปกติสำหรับเธอ“ไม่ได้นะ นังอิงอิง ของในบ้านนั้นมันเป็นของฉัน” หลี่เหยาร้องเรียกอย่างตกใจ แค่พูดว่าจะเผาบ้านเธอเองก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว นี่ยังจะบอกว่าเอาของในบ้านมาเป็นเชื้อเพลิงอีก เธอไม่มีทางยอมเด็ดขาด ของแต่ละอย่างเธอซื้อมาจากในห้างของรัฐแพงๆทั้งนั้น“ฉันไม่สน
Baca selengkapnya
บทที่ 10 เผาสิคะ รออะไร
บทที่ 10 เผาสิคะ รออะไรกุ้ยฮวาใช้ฝ่ามือลูบแผ่นหลังและร่องรอยแผลที่มีมากมายของหลานสาว น้ำตาเธอก็ไหลไม่หยุด ด้วยความรักและความสงสารจึงคว้าตัวของหลี่อิงอิงมากอด และลูบหลังเธอเบาๆ“ไม่เป็นไรแล้วนะลูกอิงอิง ป้าขอโทษที่ช่วยเหลืออะไรเราไม่ได้เลย”“ไม่เป็นไรค่ะป้าสะใภ้ใหญ่ ตอนนี้หนูไม่เจ็บแล้ว แต่ว่าป้าโกรธหนูหรือเปล่าที่เอาผิดลุงรองและต่อต้านคุณปู่แบบนี้” หลี่อิงอิงรับรู้ได้ว่าป้าสะใภ้รักเจ้าของร่างนี้ด้วยใจจริง รวมไปถึงลุงใหญ่และพี่ชายทั้งสองคนด้วย“ไม่เลยลูก ป้ากับลุงไม่โกรธเราเลย อยากจะขอโทษเราด้วยซ้ำที่ไม่สามารถช่วยอะไรเราได้ แต่ครั้งนี้ป้ากับลุงคงต้องออกหน้าแล้ว ต่อให้ต้องโดนไล่ออกจากบ้านก็ยอม ดูสิรอยแผลพวกนี้ทั้งเก่าทั้งใหม่ มันจะหายไหมลูก แล้วต่อไปถ้าเกิดแต่งงานขึ้นมาจะทำยังไง” กุ้ยฮวารู้ดีว่าหากหญิงสาวมีแผลตามร่างกายส่วนมากจะไม่มีใครกล้าขอไปแต่งงาน“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่มีใครอยากแต่งก็ไม่ต้องแต่งสิคะ แต่ว่าลุงใหญ่ไม่คิดจะแยกบ้านบ้างเหรอคะ”หลี่อิงอิงถามด้วยความสงสัย จากความทรงจำ ครอบครัวลุงใหญ่อยู่บ้านนั้นก็ไม่ใช่มีชีวิตที่ดีสักหน่อย ไม่เข้าใจคนยุคนี้จริงๆ จะยึดติดอะไรกับความกตัญญูแบบนี้
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status