Masukเมื่อทั้งสามคนวิ่งตามมาถึงก็เจอกับไฟที่กำลังลุกโชน หลี่อิงอิงให้ทั้งสามช่วยจุดไฟรอบบ้าน ทำให้ไฟที่ลุกอยู่แล้วกลับโหมกระหน่ำมากกว่าเดิม ชาวบ้านและทุกคนที่วิ่งตามมาต่างก็พากันตกใจ ดีที่บ้านของหลี่อิงอิงนั้นอยู่ห่างจากบ้านของคนอื่นพอสมควร
จึงไม่ต้องกลัวว่าไฟจะลุกไปที่บ้านอื่น และที่สำคัญเหมือนอากาศจะเป็นใจเพราะไม่มีลมพัดแม้แต่นิดเดียว ส่วนบ้านหลี่นั้นมาถึงก็ล้มทั้งยืน ไม่คิดว่าหลี่อิงอิงจะกล้าทำอย่างที่พูด
“แกนังอิงอิง นังสารเลว ของในบ้านนั้นแกรู้ไหมว่ามันแพงแค่ไหน”
หลี่เหยาที่ยังคงมีสติร้องโวยวายขึ้น หมดแล้ว หมดแล้วจริงๆ ไม่เหลืออะไรแล้ว
“แล้วยังไงก็ในเมื่อในหนังสือแยกบ้านไม่ได้ระบุว่าบ้านหลังนี้เป็นของใคร ดังนั้นมันเลยเป็นของฉันโดยชอบธรรม และการที่ฉันเผามันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน จริงไหมคะคุณเจ้าหน้าที่”
หลี่อิงอิงตอบอย่างไม่แยแส ก่อนจะให้ไปถามเจ้าหน้าที่ว่าเธอไม่ผิดใช่ไหม
“ใช่ครับสิทธิ์ขาดของบ้านนี้ไม่ได้ระบุว่าให้ใครเป็นเจ้าของบ้าน ดังนั้นคุณหลี่อิงอิงที่เป็นลูกสาวและเป็นผู้สืบทอดของบ้านสามสามารถทำอะไรกับบ้านหลังนี้ก็ได้”
เจ้าหน้าที่เมื่อหายจากอาการตกใจเพราะไม่คิดว่าสาวน้อยคนนี้จะกล้าทำจริงๆได้ตอบกลับไป เขาก็หันไปมองว่าคนๆนั้นตามมาดูด้วยหรือเปล่า เมื่อเห็นว่าเขาตามมาแต่ยังไม่แสดงตัวก็ได้แต่โล่งใจ เพราะอย่างน้อยๆเขาก็เห็นว่าคนๆนั้นยกยิ้มขึ้นด้วยความพอใจ
“หลี่อิงอิง นังหลานทรพี นังหลานเลว ของฉันยังอยู่ในบ้าน เงินฉันก็ยังอยู่ในบ้าน”
จากนั้นหลี่หยวนที่ขาดสติเพราะการกระทำของหลานสาวพุ่งตัวจะเข้าไปทำร้ายหลี่อิงอิง แต่ก็เจอเท้าของสองพี่น้องอย่างหลี่ฮุ่ยหมิน และหลี่ฮุ่ยหยางถีบกลับมา
พลั่ก! ตุบ!
“โอ๊ย! แกไอ้ฮุ่ยหมิน ไอ้ฮุ่ยหยางพวกแกกล้าถีบฉันเหรอ”
หลี่หยวนที่ทั้งเจ็บและจุกชี้หน้าด่าหลานชายนอกคอกทั้งสองคน
“ผมเปล่านะครับ แต่ว่าเท้ามันไปเอง จริงไหมพี่ใหญ่”
หลี่ฮุ่ยหยางตอบพร้อมกับยักไหล่
“จริงครับ ก็อยู่ๆอารองวิ่งเข้ามา ผมก็คิดว่าอารองจะเข้ามาทำร้ายพวกเรานะสิ เท้าของเราเลยถีบไปแบบไม่ได้ตั้งใจ”
หลี่ฮุ่ยหมินเห็นด้วยกับน้อง
หลี่หยวนมองหลานชายทั้งสองคนอย่างแค้น เพราะไม่คิดว่าทั้งสองคนนี้จะเข้าข้างนังหลี่อิงอิง อย่างนี้ต้องให้พ่อไล่ออกจากบ้านอยากจะรู้เหมือนกันว่าพวกมันจะทำยังไง
“เอาละค่ะ ตอนบ้านหลังนี้ก็เผาแล้ว ฉันก็คงจะต้องกลับมาคุยกันเรื่องของหนังสือแยกบ้านที่คุณลุงผู้นำหมู่บ้านเอามาค่ะ เรามาดูกันนะว่าเนื้อหาจะตรงกับของคุณพ่อที่ให้ไว้หรือเปล่า คุณลุงคังค่ะ ขอกล่องเหล็กอันนั้นด้วยค่ะ”
เมื่อหลี่อิงอิงพูดจบบ้านหลี่และผู้นำหมู่บ้านหย่งหัวได้แต่ยืนตกใจหน้าซีดเพราะไม่คิดว่าหลี่อิงอิงจะมีหนังสือสัญญาแยกบ้านอีกฉบับ
“หลี่อิงอิงนี่แกหลอกพวกเราเหรอ” หลี่ตวนตวาดถามหลานสาว
“เปล่านะคะ ฉันไม่ได้หลอก ฉันเพียงแค่บอกว่าหนังสือสัญญาแยกบ้านนั้นอยู่ที่คุณลุงผู้นำหมู่บ้าน แต่ไม่ได้บอกว่าที่ฉันก็มี แล้วฉันผิดตรงไหน ทุกๆ คนค่ะ ฉันผิดตรงไหนเหรอ”
หลี่อิงอิงตอบกลับคนที่ได้ชื่อว่าปู่ และถามชาวบ้านทุกคน แต่ละคนเมื่อเห็นว่าหลี่อิงอิงหันมาถามก็พากันกลั้นหัวเราะก่อนจะส่ายหน้าบอกว่าไม่ผิด
“คุณเจ้าหน้าที่นี่สัญญาฉบับที่พ่อของฉันเก็บไว้ คุณเจ้าหน้าที่ช่วยอ่านตรงที่ระบุเพิ่มเติมให้เสียงดังๆเลยนะคะ ชาวบ้านทุกคนจะได้ยินด้วย” หลี่อิงอิงยื่นสัญญาให้คุณเจ้าหน้าที่อ่าน
“ท้ายสัญญาระบุไว้ว่าหลี่หนานได้ขอแยกบ้านออกมาแล้ว และขอตัดขาดจากบ้านหลี่ แต่ยังคงส่งอาหารและธัญพืชเพื่อแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ทุกปีจนกว่าเขาจะหมดลมหายใจ ส่วนทรัพย์สินทุกอย่างของบ้านสามหลี่จะตกเป็นของลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างหลี่อิงอิง
และหลี่อิงอิงไม่จำเป็นต้องแสดงความกตัญญูต่อบ้านหลี่ด้วยการส่งอาหารและธัญพืชไปทุกๆปีหลังจากที่หลี่หนานพ่อของหลี่อิงอิงได้เสียชีวิตไปแล้ว หากว่าหลี่หนานตายไปไม่ว่าตอนนั้นหลี่อิงอิงจะอายุเท่าไหร่ บ้านหลี่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาเกี่ยวข้อง”
หลังจากที่เจ้าหน้าที่อ่านจบชาวบ้านก็พากันคุยถึงเรื่องนี้ เพราะเนื้อหาไม่ตรงกับของผู้นำหมู่บ้านอย่างหย่งหัว ชาวบ้านต่างก็มองไปทางบ้านหลี่และหย่งหัวด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“ผู้นำหมู่บ้านหยงหัว นี่มันหมายความว่ายังไง” ชาวบ้านคนหนึ่งถามขึ้น
“นั่นสิ แบบนี้เราจะไว้ใจผู้นำหมู่บ้านได้อีกไหม”
“พวกเราต้องเอาสัญญาฉบับนั้นมาดู เราคงจะได้เห็นความผิดปกติ”
ชาวบ้านคนหนึ่งที่พอจะมีความรู้พูดขึ้นก่อนจะไปกระชากหนังสือสัญญาแยกบ้านที่อยู่กับหย่งหัวมาดูและขอเปรียบเทียบกับฉบับที่เจ้าหน้าที่ถืออยู่
“เจ้าหน้าที่ครับ กระดาษนี่ยังใหม่และน้ำหมึกเหมือนเพิ่งจะแห้งนะครับ”
เมื่อชาวบ้านคนนี้พูดขึ้น ทุกคนก็หันไปมองหน้าผู้นำหมู่บ้านด้วยความผิดหวัง เจ้าหน้าที่เองก็มองออกเมื่อเอามาเทียบกันสองฉบับ
“ทีนี้ก็รู้แล้วนะคะ ดังนั้นฉันหลี่อิงอิงขอแจ้งจับลุงรองโทษฐานบุกรุกมาอยู่ที่บ้านของฉันมาหลายปี และป้าสะใภ้รองข้อหาทำร้ายร่างกาย พร้อมกับขอเงินที่ลุงรองเอาไปจำนวนเงิน หนึ่งพันสองร้อย หยวนคืนภายในสามวันด้วยนะ และขอประกาศตรงนี้เลยนะคะว่าฉันชื่อหลี่อิงอิงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับบ้านหลี่อีกแล้ว จบนะคะคุณปู่คุณย่าที่แสนดีกับหลานสาวคนนี้เหลือเกิน”
หลี่อิงอิงพูดอย่างไม่ไว้หน้า และไม่มีความเห็นใจ
“ส่วนลุงผู้นำหมู่บ้านจะชดใช้ให้ฉันยังไงค่ะ ที่ท่านบิดเบือนเนื้อหาในหนังสือสัญญาแยกบ้านของพ่อ จนทำให้ฉันต้องเผาบ้านของตัวเอง”
หลี่อิงอิงมีหรือที่จะยอมให้ใครมาทำแบบนี้กับเธอ ถึงแม้จะเอาผิดผู้นำหมู่บ้านมากไม่ได้แต่ยังไงเธอต้องได้ค่าสร้างบ้านคืนมาบ้าง
“เธอเผาเองไม่ใช่เหรอหลี่อิงอิงแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันทำไมฉันต้องรับผิดชอบล่ะ” หย่งหัวไม่ยินยอมที่จะชดใช้
“ก็ถ้าคุณลุงผู้นำหมู่บ้านไม่เอาสัญญาฉบับที่บิดเบือนเนื้อหาออกมา ฉันก็คงไม่บ้าพอที่จะเผาบ้านของตัวเองหรอกนะ ฉันยังมีสติดีอยู่ค่ะ”
“จริงของคุณหลี่อิงอิงนะครับคุณหย่งหัว ถ้าหากเนื้อหาในสัญญาแยกบ้านฉบับนั้นถูกต้อง และบ่งบอกว่าคุณหลี่อิงอิงเป็นเจ้าของทรัพย์สินทุกอย่าง เธอคงไม่ตัดสินใจเผาบ้านหรอก”
“เพราะตอนแรกเราได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าให้ทางบ้านรองหลี่ย้ายออกไป และจ่ายเงินที่เอาไปคืนมา แต่คุณกลับนำเอกสารฉบับนี้มาถ้าหากเป็นผม ผมก็คงทำแบบคุณหลี่อิงอิง ในเมื่อไม่เหลืออะไรแล้วก็เผาไปเลยดีกว่า ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม”
เจ้าหน้าที่พูดอย่างเป็นกลางไม่ได้เข้าข้างใคร ถึงจะเอียงมาทางหลี่อิงอิงบ้างก็เถอะ ชาวบ้านที่ฟังอยู่ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
“หรือว่าคุณหย่งหัวอยากให้ผมแจ้งทางผู้ใหญ่ในอำเภอว่าคุณบกพร่องต่อหน้าที่ครับ”
“ก็ได้ เธอต้องการให้ฉันชดใช้ยังไง”
หย่งหัวต้องยอมในที่สุด เขาไม่อยากให้เรื่องนี้ไปถึงในอำเภอ เพราะไม่อย่างนั้นคงรักษาตำแหน่งไว้ไม่ได้
“ฉันขอห้าร้อยหยวนในการสร้างบ้านใหม่ค่ะ ไม่มีการลดหย่อนใดๆทั้งสิ้นนะคะ และขอวันนี้ด้วยนะคะ พรุ่งนี้ฉันจะได้ไปสั่งของเพื่อที่จะมาสร้างบ้าน”
เมื่อหลี่อิงอิงบอกจำนวนเงินออกไป หย่งหัวแทบจะเซถลา ไม่คิดว่าหลี่อิงอิงจะเรียกเงินมากขนาดนี้ แต่ก็ต้องยอมกัดฟันจ่ายออกไป
“ได้ฉันยินยอมจ่าย เดี๋ยวจะเอาเงินมาให้”
หย่งหัวพูดจบก็กลับไปบ้านเพื่อที่จะเอาเงินมาจ่ายให้หลี่อิงอิง
บทส่งท้าย ครอบครัวและความสุขเมื่อกลับมาถึงบ้านเสี่ยวหลิน หลี่ฮุ่ยหมิน และหลี่ฮุ่ยหยาง จึงเข้ามาหาเฉิงอิงอิงและเฉิงจี้หยวนในห้องนอน รวมทั้งหลงจื่อ ไท่เป่า ก็ตามมาด้วยเช่นกัน“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เฉิงอิงอิงถามอย่างสงสัย ทำไมทุกคนจึงเข้ามาหาเธอพร้อมกัน“ขอบใจมากนะอิงอิง ที่ครั้งนั้นน้องดึงพี่ขึ้นมา ทำให้พี่มีวันนี้” หลินฮุ่ยหมินยิ้มให้น้องสาว“พี่ก็ด้วย หากวันนั้นอิงอิงไม่มอบโอกาสให้พวกเรา วันนี้คงไม่มีเราทุกคนยืนอยู่ตรงนี้”หลี่ฮุ่ยหยางลูบหัวน้องสาวด้วยความเอ็นดู ตอนนี้แม้ว่าหลี่อิงอิงน้องสาวของเขาโตจนมีครอบครัวแล้ว แต่เขายังมองว่าอิงอิงนั้นยังเป็นน้องสาวตัวน้อยคนเดิมอยู่ดี“ฉันเองก็ขอบใจเธอมากนะอิงอิง ทั้งเรื่องโอกาสในการเรียน เรื่องงานทุกอย่างที่ให้พ่อกับแม่ทำ ทั้งเรื่องที่สอนให้ฉันมีความกล้าจนได้สามีที่ดีอย่างพี่ไท่เป่า ขอบใจเธอมากจริงๆ”เสี่ยวหลินเดินเข้ามากอดเพื่อนสนิทของเธอ หากวันนั้นอิงอิงไม่หยิบยื่นทุกอย่างให้ วันนี้เธอและครอบครัวคงจะไม่สุขสบายแบบนี้“อย่าคิดมาก และไม่ต้องขอบคุณอะไรทั้งนั้น ที่ฉันทำเพราะทุกคนคือครอบครัวที่ฉันมี”เฉิงอิงอิงยิ้มให้ แต่สิ่งที่เธอได้ยินประโยคถัดไปขอ
บทที่ 157 จบการศึกษาเฉิงจี้หยวนเมื่อได้ยินภรรยารักบอกว่าเธออาจจะท้อง เขาได้แต่ตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่ว่าไม่ดีใจ แต่เพราะเขาห่วงภรรยาว่าจะเจ็บปวดเหมือนตอนที่คลอดสองแฝดอีก ยิ่งตอนนี้หมอเฉินไม่อยู่เสียด้วย หากเกิดอะไรขึ้นเขาจะทำยังไง“สามีไม่ดีใจเหรอถ้าเกิดหนูท้องขึ้นมา” เฉิงอิงอิงถามน้ำตาคลอเบ้า คิดว่าสามีไม่อยากมีลูกเพิ่ม“ไม่ใช่ครับ หนูอย่าร้องนะ พี่กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหนูมากกว่า ถ้าเกิดหนูเป็นอะไรขึ้นมา พี่กับลูกจะอยู่ยังไง พี่คงขาดใจถ้าไม่มีหนูนะอิงอิง” เฉิงจี้หยวนบอกความรู้สึกของตัวเองกับภรรยารัก“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นหมอเฉินคงจะโผล่มาแล้ว อย่าลืมว่าหนูมีน้ำวิเศษอยู่สิ หลังจากนี้หนูจะเอาออกมาดื่มเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงดีไหม สามีจะได้ไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหนูอีกตอนคลอด” เมื่อได้รู้ถึงความกังวลของสามีจากที่เขาเป็นคนปลอบเธอ แต่ตอนนี้กลายเป็นเธอปลอบเขาแทนสองสามีปลอบประโลมกันด้วยความรัก ตอนนี้เมื่อคิดว่าภรรยาท้องแล้วเขาจึงไม่ทำอะไรไปมากกว่านอนกอดภรรยารักด้วยความสุข และหลับไปพร้อมด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนใบหน้าทั้งสองคนวันต่อมา เฉิงจี้หยวนจึงพาภรรยาไปตรวจที่โรงพยาบาลเพื
บทที่ 156 เตรียมของขวัญให้ภรรยารักต่อให้หญิงสาวคนนี้จะมองด้วยสายตายังไง แต่คนที่เฉิงจี้หยวนสนใจมีเพียงคนเดียวคือภรรยาของเขาเจิ้งฮั่วอดโมโหไม่ได้ อะไรคือทำการค้า ในเมื่อที่สองแปลงนี้เป็นสิ่งที่แม่เขามอบให้ และเขาขายเพื่อจะไปทำอย่างอื่น มันขอกันได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือยังไง“ฉันไม่ใช่ลุงของเธอ เราตัดขาดกันแล้ว แม่ฉันมีฉันเป็นลูกชายคนเดียว ฉันไม่มีญาติที่ไหนอีกนอกจากลูกและภรรยา การที่ฉันขายที่ดินและร้านค้ามันก็คือสิทธิ์ของฉัน ฉันไม่ได้ขโมยใครมา”เจิ้งฮั่วไม่พอใจอย่างมาก เขาขายไปแล้วมาขอคืนแบบนี้หาเรื่องให้เขาแล้วไหม คิดบ้างหรือเปล่าว่าตระกูลเฉิงนั้นร่ำรวยและทรงอิทธิพลแค่ไหน“ฉันเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว คุณพาภรรยากลับไปได้แล้วล่ะ เรื่องนี้ฉันจัดการต่อเอง ขอบคุณมากที่มาไขความกระจ่างให้กับฉันและทุกคน” เฉิงอิงอิงหันมาบอกเจ้าของที่คนเดิม ในเมื่อได้รู้ความจริงแล้ว ที่เหลือเธอจัดการเอง“ขอบคุณมากครับนายหญิงนายท่านเฉิง”เจิ้งฮั่วเอ่ยขอบคุณก่อนจะพาภรรยากลับบ้าน เขาไม่ปรายตามองครอบครัวของพ่อเลยสักนิดเดียว ในเมื่อก่อปัญหาก็แก้เองก็แล้วกัน“พี่อาเฉินเจ้าหน้าที่เมื่อไหร่จะมาถึง พี่ช่วยเร่งให้หน่อยน
บทที่ 155 เอาหลักฐานมากางสิเวลาผันผ่านจนตอนนี้เฉิงอิงอิงและคนอื่นๆ เรียนเป็นปีสุดท้ายแล้ว หลี่ฮุ่ยหมินและหลี่ฮุ่ยหยาง มีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศมาติดต่อให้ทำงานที่กระทรวง ถ้าพูดง่ายๆ คือทำงานในสถานทูตหลังเรียนจบหรือหลังสำเร็จการศึกษา รวมไปถึงเสี่ยวหลินยังมีเจ้าหน้าที่สายงานอื่นมาติดต่อขอให้ไปทำงานด้วยเช่นกันเฉิงอิงอิงให้อิสระในการตัดสินใจแก่พี่ชายทั้งสองและสหาย แต่หลี่ฮุ่ยหมินและหลี่ฮุ่ยหยางรวมทั้งเสี่ยวหลินนั้นเลือกที่จะปฏิเสธ ไม่ใช่ว่าพราะหยิ่ง แต่เพราะว่าตอนนี้กิจการที่บ้านขยายใหญ่ขึ้น แม้แต่หลี่คงและป้าสะใภ้ยังต้องพาสองแฝดกลับไปอยู่ที่ไห่หนาน ใช่แล้วลุงหลี่คงได้ลูกสาวสมใจครั้งนี้เป็นฝาแฝดด้วยเช่นกัน ส่วนลุงคังเทียนมีน้องชายให้กับเสี่ยวหลินสมใจลุงคังเทียนเขาละ อาเล็กนั้นได้ลูกสาวอีกคน แต่ละคนได้กลายเป็นคุณพ่อคุณแม่คนใหม่อย่างที่ต้องการตอนนี้เด็กทั้งสี่คนก็โตวันโตคืน การที่หลี่คงกลับไห่หนานไม่ใช่เพราะว่าตัวเองมีลูก แต่เขาคิดว่าหลานตัวน้อยนั้นโตแล้วสามารถดูแลตัวเองและอยู่กับพี่เลี้ยงคนอื่นได้ เขาห่วงงานที่ไห่หนาน แม้ว่าจะมีลุงคังเทียน อาเขย และพี่อาต้าเป็นเสาหลัก แต่ด้วยงาน
บทที่ 154 จบสิ้นปัญหาเฉิงจี้หยวนมาถึงบ้านร้างพร้อมกับทุกคน เขาไม่รอช้าเดินเอาน้ำไปสาดหน้าท่านเลขาธิการพรรคด้วยความโมโห กล้าดียังไงคิดที่จะฉุดภรรยารักของเขาไป เมื่อเลขาธิการพรรคฟื้นขึ้นมาพอเห็นหน้าว่าใครจับตัวเขามาได้แต่แสดงอาการตื่นตกใจ“พบกันเสียทีนะครับท่านเลขาธิการพรรคเถิงเวิ่นซวน”เฉิงจี้หยวนพูดเสียงเย็นพร้อมกับยิ้มให้ แต่คนที่มองกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัว“นายจับฉันมาทำไมเฉิงจี้หยวน ฉันไปทำอะไรให้นาย” เถิงเวิ่นซวนถอยร่นจนไปติดกับผนัง“ท่านทำอะไรก็น่าจะรู้ตัวดีนะครับ กล้าดียังไงวางแผนจะจับตัวภรรยารักของผม ท่านคงไม่รักชีวิตของตัวเองแล้วใช่ไหม”“นายอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ อย่าคิดว่าเป็นท่านนายพลแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ”“ฮ่าๆๆ เป็นถึงท่านเลขาธิการพรรคแต่กลับไม่รู้ว่าผมและคนอื่นๆที่อยู่ที่นี่นั้นได้ลาออกจากการเป็นทหารเรียบร้อยแล้ว ต่อให้ผมยังดำรงตำแหน่งท่านนายพล ผมก็กล้าที่จะเอาชีวิตของท่าน ท่านน่าจะรู้ดีนะว่าคนอย่างเฉิงจี้หยวนกล้าทำทุกอย่าง หากใครคิดที่จะทำร้ายคนรักหรือครอบครัวของผม และท่านก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ไม่กลัวตายและไม่ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ” เฉิงจี้หยวนยังคงพู
บทที่ 153 จับตัวท่านเลขาคนนั้นหลังจากที่จัดการเรื่องราวทั้งหมดนี่ก็ผ่านมาสามวันแล้ว และวันนี้ก็ไม่มีใครเห็นหมอเฉินอีกเลย เมื่อวานตอนไปให้ปากคำและเป็นพยานเรื่องที่คุณนายเหวินและต้าวหมิงโดนวางยาหลังจากนั้นหมอเฉินหายไปตอนไหนไม่มีใครรู้เฉิงอิงอิงยังคงมาเรียนตามปกติ ส่วนเรื่องของหลี่ฮุ่ยหยางที่เกิดขึ้นกลับไม่มีใครพูดถึง รวมทั้งข่าวลือของเฉิงอิงอิงด้วยเหมือนกัน ตอนนี้เดินไปไหนในมหาวิทยาลัยกลับมีคนส่งยิ้มมาให้กลุ่มของเธอตลอดส่วนทางด้านของต้าวหมิงนั้น ตอนนี้ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์สำหรับครอบครัวเหวินที่สองแม่ลูกหายจากอาการป่วย นายท่านเหวินเองก็สบายใจและดีใจ ในเมื่อหมอเฉินไม่รับอะไรตอบแทน นายท่านเหวินจึงได้รับคำแนะนำจากเฉิงอิงอิงว่าให้นำของบริจาคให้กับชาวบ้านยากไร้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนชนบท ต่อให้บริจาคในปักกิ่งคนยากไร้ก็มีทุกพื้นที่ ทั้งหมดจึงนัดแนะกันว่าอาทิตย์หน้าจะไปบริจาคตามชุมชนต่างๆ ซึ่งเฉิงอิงอิงและครอบครัวก็จะไปช่วยบริจาคด้วย“พี่รองมีอะไรหรือเปล่าทำไมสีหน้าไม่สู้ดีเลย” เฉิงอิงอิงถามพี่ชายเมื่อเห็นว่าเขาเดินกลับมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี“ลุงฮั่งยังไม่มาทำงานเลยสองวันแล้ว” หลี่ฮุ่ยหยางบอก
บทที่ 14 เข้าอำเภอหาเงินหลี่อิงอิงเข้ามาในอำเภอ เธอก็เดินหาตลาดมืดตามที่เสี่ยวหลินบอกเมื่อหาเจอก็เดินเข้าไปโดยที่บอกรหัสผ่านตรงหน้าทางเข้า พอเข้ามาแล้ว เธอมองว่าที่นี่ไม่ต่างจากตลาดนัดรถไฟที่เธอเคยไปเดิน ที่นี่มีของขายแทบจะทุกอย่างแต่สิ่งที่ไม่มีคืออาหาร เธอยืนมองสักพัก เห็นชาวบ้านมากมายมาจับจ่าย
บทที่ 13 มีคนใจดีสร้างบ้านให้เช้าวันต่อมา หลี่อิงอิงทำข้าวต้มปลาให้ทุกคนได้กิน ก่อนจะเตรียมตัวเดินทางเข้าอำเภอ หลี่ฮุ่ยหมินนั้นเข้าไปที่คอมมูนเพื่อที่จะลางานให้กับทุกคนรวมถึงบ้านคังด้วย ก่อนกลับเขาแวะไปดูบ้านของน้องสาวที่เธอเผาเมื่อวาน แต่พอไปถึงเขาแทบสิ้นสติ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะวิ่งหน้าตั้งก
บทที่ 12 จบปัญหาบ้านหลี่เมื่อเห็นว่าหลี่อิงอิงเอาจริงก็พากันหน้าซีด หลี่ตวนเห็นลูกชายคนโตยืนอยู่จึงบอกให้ไปคุยกับหลี่อิงอิงให้ว่าอย่าเอาผิดลูกชายคนรองและสะใภ้รอง แต่หลี่คงกลับปฏิเสธเสียงแข็ง“อิงอิงทำถูกแล้วครับพ่อ ในเมื่อเจ้ารองและสะใภ้รองทำร้ายและเอาเปรียบเธอก่อน อีกอย่างสัญญานั้นพ่อก็รู้ดีอยู่แ
บทที่ 10 เผาสิคะ รออะไรกุ้ยฮวาใช้ฝ่ามือลูบแผ่นหลังและร่องรอยแผลที่มีมากมายของหลานสาว น้ำตาเธอก็ไหลไม่หยุด ด้วยความรักและความสงสารจึงคว้าตัวของหลี่อิงอิงมากอด และลูบหลังเธอเบาๆ“ไม่เป็นไรแล้วนะลูกอิงอิง ป้าขอโทษที่ช่วยเหลืออะไรเราไม่ได้เลย”“ไม่เป็นไรค่ะป้าสะใภ้ใหญ่ ตอนนี้หนูไม่เจ็บแล้ว แต่ว่าป้าโก







