เข้าสู่ระบบหนิงเยียนปรายตามองสองพี่น้องเล่นละครงิ้วกันสองคน
หยวนเหมยล้มลงกับพื้นพอดี
"นี่พวกเจ้าทำอะไรกัน" เวยอ๋องเดินมาพร้อมหนานอ๋องกับชูอ๋อง ซึ่งเป็นพระเชษฐาของเขา หนานอ๋องรีบประคองชายาของเขาทันที เวยอ๋องมองไปที่อนุคนโปรดสลับกับมองชายาตัวร้าย
"เกิดอะไรขึ้น" เวยอ๋องถามหยวนเซียง หยวนเซียงแสร้งบีบน้ำตา
ยิ่งหยวนเหมยอยู่ในอ้อมอกหนานอ๋อง เวยอ๋องยิ่งต้องการคำตอบ
"พระชายา ทำร้ายพระชายาหนานอ๋องเจ้าค่ะ" หยวนเซียงสาดโคลนใส่หนิงเยียน
ความร้ายกาจของหนิงเยียนทุกคนต่างได้ยินมามาก แต่มิคิดว่า ในอุทยานหลวง หนิงเยียนจะกล้าก่อเรื่อง
เสียงตบหน้าดังขึ้นฉากใหญ่ หนานอ๋อง ชูอ๋องไม่คิดว่าเวยอ๋องจะกล้าตบชายาของเขา
หนิงเยียนเกิดมาจะสามสิบปีไม่เคยมีคนมาตบนางได้ การข้ามมาอยู่ในโลกแห่งนี้ เจ้าอ๋องชั่วทั้งถีบ ทั้งตบนาง เพื่อสตรีหน้าด้านกุเรื่องขึ้นมานางนั้น
"ท่านจะไม่ถามข้าหน่อยรึ ก่อนที่จะตบข้า ข้าไม่ได้ทำร้ายนาง" หนิงเยียนปฎิเสธเสียงเเข็ง เรื่องที่นางไม่ได้ทำ นางจะไม่ยอมรับเป็นอันขาด
"ถามให้ได้ความอันใด หลักฐานทุกอย่างมันฟ้องว่าเจ้าทำร้ายนาง" เวยอ๋องเชื่อหยวนเหมยที่แสนจะอ่อนโยนที่เติบโตมาพร้อมกับเขา นางเป็นบุตรสาวท่านราชครูหยวน กิริยา นิสัยใจคอของนาง เวยอ๋องรู้ดีเชียวละ
"ข้าไม่ได้ทำร้ายนาง ในเมื่อข้าโดนตบเเล้ว ข้ายอมรับก็ได้ว่าทำร้ายนาง"
หนิงเยียนไม่พูดเปล่า นางกระชากหยวนเหมยออกมาจากอ้อมอกหนานอ๋องอย่างแรง จากนั้นแล้วถีบหยวนเหมยตกทะเลสาบท่ามกลางสายตาอันงุนงงของทุกคน
"ข้ายอมรับเเล้ว ข้าถีบนางตกน้ำ สิ่งที่ท่านตบหน้าข้าในตอนเเรกจะไม่เสียเปล่า"
เวยอ๋องกำหมัดแน่นขบกราบจนนูนขึ้นใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ส่วนหนานอ๋องรีบกระโดดลงไปช่วยชายารักทันที
"เจ้ามันสารเลว"
"อย่ามาทำร้ายข้านะ ข้าไม่ใช่หนิงเยียนคนเดิมเป็นกระสอบทรายที่ท่านจะทำร้ายได้อีกต่อไป ท่านเข้ามาสิ ข้าสู้ยิบตาเลย"
หนิงเยียนไม่สนใจเสียงกรีดร้องของสตรีสมองสุนัขนางนั้น รีบเดินหนีคนกลุ่มนั้นออกมา
ข่าวนี้ทราบไปถึงอวี้ฮองเฮา ทำให้พระนางเรียกหนิงเยียนเข้ามาในตำหนักคุณหนิงต่อว่าหนิงเยียน ที่ทำร้ายหยวนเหมย ใบหน้าหนิงเยียนไม่มีเเววสลดใจเลยเเม้แต่น้อย
"พระนางด่าหม่อมฉันเสร็จรึยังเพคะ" หนิงเยียนรู้สึกว่าเข้ามาตำหนักคุณหนิงนานพอสมควรเเล้ว
"เจ้าช่างสามหาวนัก"
"ได้เวลารับสำรับกับไท่ชางหวงเเล้วเพคะ" หนิงเยียนจำต้องใช้ตาแก่นั้นเป็นข้ออ้าง
นางยอบกายคำนับเเล้วเดินออกจากตำหนักไป โดยไม่สนใจสีหน้าอวี้ฮองเฮาเลยเเม้แต่น้อย
ตำหนักหรงในยามนี้ ไท่ชางหวงทอดมองสามอ๋องกับมองสตรีที่เขาไม่ค่อยชอบหน้า หางตาชำเลืองมองหาหนิงเยียนตลอด
"ชายาเอกของเจ้าไปไหน" ไท่ชางหวงไม่เห็นหนิงเยียนคนช่วยชีวิตเขา ก็พลันกริ้วขึ้นมาทันที เวยอ๋องกำลังจะตอบ
นางมารร้ายอย่างหนิงเยียนพลันเดินเข้าตำหนักมาทันที
"เจ้ามาเเล้ว" จ้าวเยว่เห็นหนิงเยียนราวกับเห็นเทพธิดามาโปรด
"ขออภัยเพคะ หม่อมฉันมาช้า"
"ไม่เป็นไร เกากงกง จัดให้เยียนเอ๋อร์นั่งใกล้เรา" เรียกชื่อนางอย่างสนิท ทำให้ใครหลายคนต่างต้องตกใจ เวยอ๋องมิคาดคิดว่า นางมารร้ายจะใช้มารยาใส่ไท่ชางหวงของเขา
กลับจวนไปเขาจะต้องสั่งสอนนางเสียเเล้ว
กระนั้นจึงให้เวยอ๋องออกไปนั่งอีกที่หนึ่ง หนิงเยียนนั่งแทนตำแหน่งเขา ช่างสาแก่ใจดีเเท้
"ใครเป็นอนุของเจ้า เราไม่อนุญาตให้นั่งกับเรา" คำพูดนี้เป็นการตบหน้าหยวนเซียงอย่างแรง เวยอ๋องได้แต่ส่งสายตาให้อนุคนงามออกไป เกากงกงผายมือเชิญหยวนเซียงออกไป
ยิ่งทำให้หนิงเยียนสาแก่ใจเป็นสองเท่า หยวนเหมยเริ่มจะชักสีหน้า แต่เวยอ๋องมองมาที่นาง หยวนเหมยจึงทำตัวเป็นคนอ่อนแอ ปรับสีหน้าได้ทัน
ทุกอย่างอยู่ในสายตาของหนิงเยียน เวยอ๋องช่างโง่เขลาสิ้นดีโดนสตรีปั่นหัว
"หลานสะใภ้คนดี วันนี้เจ้ากินให้อิ่มเเล้วกัน" จ้าวเยว่คีบอาหารให้หลานสะใภ้
ท่ามกลางความอิจฉาของทุกคน หนิงเยียนมองอาหารในยุคนี้ ช่างสีสันน่ารับประทานเหลือเกิน
ไท่ชางหวงคีบอันใดให้นาง นางก็กินเข้าปากจนหมด เวยอ๋องด่าทอนางในใจ ช่างไร้มารยาทสิ้นดี
หญิงสาวกินอิ่มเเล้วยกน้ำชาขึ้นมาดื่มแล้วเรอออกมา ไท่ชางหวงยังไม่ด่านางเลย
"ขอโทษเพคะ" นางเอ่ยยิ้ม ๆ
"หลานขออภัยแทนชายาของหลานด้วย"
เวยอ๋องแก้ต่างแทนนาง
"ไม่หรอก เราไม่โกรธ เยียนเอ๋อร์ อยู่จวนอ๋องเป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรลำบากใจรึไม่"
นางกำลังอยากจะขอความช่วยเหลืออยู่พอดี เข้าทางนางละ ถ้าหย่าได้ นางจะได้ไปเปิดโรงหมอรักษาคนที่เป็นโรคผิวหนัง จะได้สะสมความดีเพื่อจะกลับโลกปัจจุบัน
"หม่อมฉันคิดว่า หม่อมฉันไม่เหมาะสมที่จะเป็นชายาเอกของเวยอ๋อง หม่อมฉันต้องการหย่าเพคะ"
ทุกคนต่างอึ้งงันกับคำพูดของหนิงเยียน หนานอ๋องกับชูอ๋องคิดว่านางเพี้ยนไปเสียเเล้ว หนิงเยียนลืมไปแล้วรึ กว่านางจะได้แต่งกับเวยอ๋อง นางลงแรงไปเท่าไรถึงขนาดมอมยาเวยอ๋อง นี่คิดจะหย่าง่าย ๆ อย่างนั้นเลยรึ
หนิงเยียนไม่สนใจสายตาคนมองนางว่าจะมองเช่นไร นางรู้เพียงว่า ต้องหย่ากับเจ้าสารเลวนี้ให้ได้
"เยียนเอ๋อร์ มีอะไรค่อยพูด ค่อยจากันก็ได้" ไท่ชางหวงไม่ต้องการเสียหลานสะใภ้คนนี้ไปจริง ๆ
ไท่ชางหวงมองหลานชายเเล้วตบเข้าที่ศีรษะของเวยอ๋องอย่างแรง
"ท่านปู่ตบข้าทำไม"
ฉากรักได้ดำเนินขึ้น เรือนร่างเปลือยเปล่าทั้งสองจุมพิตกันอย่างหอมหวาน หนึ่งปีแล้วที่พวกเขามิได้จุมพิตกันเยี่ยงนี้ รสชาติความหวานมิได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ลิ้นหนาควาญหาความหวานในโพรงปากงาม หญิงสาวใช้ลิ้นเข้าไปในโพรงปากหนาเช่นกัน นางคิดถึงเขามาก การได้เสพรักกับเขาอีกครั้งมันคือสวรรค์ของนาง มือหนาใหญ่กุมที่ทรวงอกคู่งาม ถึงแม้นางจะมีบุตรมาแล้วหนึ่งคนแต่ความงามก็ยังไม่ส่างเสียจริง เต้านมขนาดใหญ่ถูกขยำอย่างแรงยิ่งเพิ่มความเสียวให้คนตัวเล็กยิ่งนัก หญิงสาวไม่ยอมแพ้ นางหื่นกระหายยิ่งนัก กระนั้นนางจึงผลักเขานอนลง จากนั้นขึ้นคร่อมชายหนุ่มลิ้นงามเลียที่ลำคอ ชายหนุ่มถึงกับขนลุกซู่ขึ้นมา ไล่ลงมาจนถึงทรวงอกที่อัดไปด้วยกล้ามเป็นมัด ๆ ลิ้นงามของนางเลียไปรอบหัวนมของ จากนั้นหน้าท้องงามนางก็เลีย ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีความสุขที่เจ้าสาวเขาเป็นฝ่ายรุก จากนั้นหยุดตรงที่ลำดุ้นขาวอวบ ปลายหัวโค้งงอนงามเหมือนเดิม ลิ้นงามเลียเข้าไปที่ปลายหัว มืองามชัก ไปมา ผ่านไปหนึ่งถ้วยชา ปรี๊ดดดดดดดดดดด น้ำรักสีขาวขุ่นพุ่งติดใบหน้างาม กระนั้นใบหน้างามเยิ้มไปด้วยน้ำรัก นางเลียกินอย่างไม่รังเกียจ บรรย
จากนั้นคนจากร้านผ้าเจียงหนานมาขอเทียบชะตาของสือชิงหลันเพื่อจะหาฤกษ์งามยามดี ที่จะแต่งเข้าสกุลเซียว คืออีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เหล่าชาวบ้าน ต่างอิจฉาคุณหนูสกุลสือ แม้จะโดนสามีหย่าไปแล้ว แต่ก็ยังมีคนอยากแต่งงานกับนาง ช่างน่าอิจฉาวาสนาของนางนัก สือชิงหลันทำใจกับการแต่งงานครั้งนี้แล้ว ถือว่าเป็นการตอบแทนครอบครัวของนาง สามวันก่อนที่จะถึงวันแต่งงาน คนสกุลเซียวส่งชุดเจ้าสาวสีแดงเพลิงมาให้สือชิงหลันที่สกุลสือ ที่หน้าแปลกที่สุดคือ ชายผู้นั้นรู้สัดส่วนของนางทุกอย่าง หญิงสาวพลันตกใจไม่น้อย ได้ยินมาว่านายน้อยเซียวคนนี้แม้จะอายสี่สิบปี แต่ทว่าใบหน้าช่างอ่อนเยาว์ยิ่งนัก รวกับคนอายุสามสิบปี เรื่องนี้บิดาของนางเป็นคนเล่าให้นางฟัง หลังจากที่นางแต่งงานไป บุตรชายของนางคงจะต้องให้มารดาของนางเลี้ยงดูสืออวี้ แต่คนสกุลเซียวบอกว่าให้นางนำบุตรชายไปเลี้ยงด้วย เรื่องนี้ยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ นางกับนายน้อยเซียวไม่เคยเห็นหน้ากันเลยแม้แต่น้อย เหตุใดเขาถึงต้องดีกับนางเพียงนี้ด้วยเล่า ใบหน้างามฉงนขึ้นมาทันที คิ้วงามขมวดเป็นปม ราวกับต้องการหาคำตอบจากเรื่องนี้ จวนสกุลสือหน้าประตูจัดด้วยโคมสีแดง
รถม้ามุ่งหน้าเข้าเมืองหลวงม่อเป่ย ฝูงชนต่างมองดูรถม้าอีกทั้งผ้าแพรนับร้อยผืนวางในเกวียนอย่างงดงาม คาดไม่ถึงว่าพ่อค้าชาวเจียงหนานจะมาลงรากปักฐานที่เมืองม่อเป่ย อีกทั้งยังได้ยินมาว่าจะมาเปิดร้านผ้าที่ตรอกฟูกุ้ยด้วย ผ้าแพรแต่ละผืนถักทออย่างงดงาม เป็นผ้าที่หาได้อยากส่งมาจากเจียงหนาน ล้วนทำให้คุณหนู ฮูหยินต่างอยากได้ของสวย ๆ งาม ๆ มาประดับบนเรือนกายของตัวเอง กิจการร้านผ้าเจียงหนานดำเนินไปด้วยดี ได้ยินมาว่าเปิดร้านผ้าวันแรก ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเสียแล้ว คุณหนูสกุลต่าง ๆ ต่างก็เข้าแถวเพื่อซื้ออาภรณ์หราจากเจียงหนานทั้งนั้น ได้ยินมาว่าพ่อค้าผ้าถึงแม้จะอายุสี่สิบปีแต่ก็ยังหล่อเหลาไม่เบาเลยทีเดียว อีกทั้งยังได้ยินมาว่า พ่อค้าผ้าเป็นพวกปล่อยเงินกู้ให้กับเหล่าขุนนาง และร้านค้าทั่วไปที่ขาดทุนอีกด้วย กระนั้นจึงให้เหล่าขุนนางแวะเวียนมาร้านผ้าเจียงหนานไม่ขาดสาย รวมทั้งเถ้าแกกิจการต่าง ๆ ในม่อเป่ย ต่างชื่นชมพ่อค้าวัยหนุ่มคนนี้ด้วย มือหนาใหญ่แกว่งถ้วยชาปี้หลัว ชาจากแดนใต้ที่ดีที่สุด แกว่งไปมา น้ำชาวนรอบจอกจากร้อน ๆกลายเป็นเย็น ๆ ดวงตาเรียวเล็กมองดูชั้นร่างของร้านผ้า ฝูงชนต่างต่อแถวซื
หลังจากที่จัดการกับสกุลตงเรียบร้อยแล้ว เซี่ยเฟิงพาสือชิงหลันเดินทางกลับแคว้นม่อเป่ยพร้อมเงินจำนวนมาก ถึงเวลาที่เขาจะสารภาพความจริงกับนางเสียที ในคืนนั้นในเรือนนอนของนาง ชายหนุ่มย่างกรายเข้ามา เขาอยากจะทำเรื่องอย่างวว่าเหลือเกิน เพราะเขาไม่ได้ทำกับนางมาหลายวัน นางเองคดว่าพรุ่งนี้นางจะบอกข่าวดีกับเขา ว่านางตั้งครรภ์แล้ว ท้องของนางป่องขึ้นอย่างชัดเจน “ท่านพี่ จะนอนกับข้ารึ” น้ำเสียงหวานเอ่ยถามสามี “ข้าอยากเหลือเกิน ข้าจะทำเบา ๆ เจ้าวางใจเถอะ” ดวงตาหงส์จ้องดวงหน้าหล่อท่ามกลางแสงไฟที่วูบไหว เขาอยากขนาดนั้นเชียวรึ นางไม่ต้องการให้เขาทำอีกแล้ว นางกลัวเด็กจะไม่ปลอดภัย “ท่านพี่ คืนนี้ข้ามิไหว ข้ารู้สึกไม่สบาย ได้โปรดท่านอย่ากวนข้าเลย”น้ำเสียงอ่อนล้า บวกกับดวงตาที่เว้าวอน ทำให้คนฟังอดที่จะใจอ่อนไม่ได้ ชายหนุ่มยิ้มขึ้น “ก็ได้ ไม่ทำแล้ว” ชายหนุ่มหมุนเรือนกายที่จะจากไป “ท่านพี่ แต่ข้ามีวิธีที่จะทำให้ท่านหายอยากเจ้าค่ะ” วิธีนี้น่าจะปลอดภัยและมีความสุขกันทั้งสองฝ่าย ชายหนุ่มพลันมองร่างงามที่นั่งคุกเข่าเลียแท่งหยกงามของเขา วิธีของน
เซี่ยเฟิงพาฮูหยินของเขามาพักที่โรงเตี๊ยมดังที่สุดในแคว้นอวิ่น ในห้องยามนี้สือชิงหลันทำหน้าอย่างมิพอใจ เมื่อหวนคิดถึงตอนสตรีหน้าสุนัขมองสามีของนางจนจะทะลุถึงอาภรณ์ สตรีนางนั้นชื่อตงฮวา ช่างไม่เก็บอาการเสียจริง หญิงสาวนั่งที่ตั่งยาวพรางรินน้ำชายกขึ้นมาดื่ม ชายหนุ่มมองดูก็รู้ว่านางนั้นทำไหน้ำส้มแตก ใบหน้าหล่อเหลาเผยอยิ้มแล้วนั่งลงตรงข้ามนาง มองดวงหน้าที่โกรธาเขา นางหึงเขาอย่างนั้นรึ ครั้งแรกที่ได้เห็นนางหึงเขานั้นมีความสุขเสียจริง “เจ้าหึงข้า” “เปล่า” นางเฉไฉไปเรื่อย “น้องหญิง ตาข้าไม่มีวันบอดที่จะมองหญิงอื่น นัยน์ตาของข้ารักเพียงเจ้า มองเพียงเจ้า ตราบชั่วฟ้าดินสลาย” “จริงนะ” “จริง อนุภรรยาข้าจะไม่มี ข้าจะมีเพียงเจ้าเป็นฮูหยินเพียงคนเดียว” “ข้ารักท่านพี่ที่สุดเลย” นางจุมพิตที่แก้มขาวของเขา ในค่ำคืนนั้นชายหนุ่มได้พาหญิงสาวออกมาเดินเล่นที่ตรอกเฟื่องฟูของเมืองอวิ๋น ท้องถนนเต็มไปด้วยฝูงชนเดินไปมา หญิงสาวมองดูหนังตะลุงของแคว้นอวิ๋น การแสดงช่างตื่นตาตื่นใจเสียจริง เรื่องราวของหนุ่มเลี้ยงม้ากับคุณหนูในห้องหับ ต่างไม
เช้าของอีกวันพอนางลืมตาขึ้นมาพบว่านางนั้นอยู่เตียงนอนของนางเอง แสดงว่าเขาเป็นคนสวมอาภรณ?ให้นาง จากนั้นก็มาส่งนางที่เรือน หญิงสาวมองออกไปทางหน้าต่าง สายจนตะวันโด่งแล้ว นางกำลังจะลุกจากเตียง “คุณหนู ท่านนอนพักเถอะเจ้าค่ะ นายน้อยให้ท่านพักผ่อน อีกอย่างวันพรุ่งนี้ ท่านจะต้องเดินทางไปแคว้นอวิ๋นเพื่อส่งข้าวมรกตกับนายน้อยเจ้าค่ะ นายน้อยแจ้งเรื่องนี้ตอนเช้าเจ้าค่ะ” “อย่างนั้นเอง ดีเหมือนกัน ข้าก็อยากจะไปเที่ยวต่างแคว้น” แคว้นอวิ่นเป็นแคว้นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ กระนั้นการปลูกข้าวกินจำต้องลำบาก ไม่เหมือนแคว้นม่อเป่ยที่อุดมสมบูรณ์ไปเสียทุกอย่าง กระนั้นทั้งสองแคว้นจำต้องทำการค้าข้าวด้วยกัน ในยามพลบค่ำที่เรือนใหญ่ “ท่านพ่อวันพรุ่ง ท่านต้องปลอมตัวเป็นข้าไปส่งข้าวมรกตที่แคว้นอวิ๋น ข้าขอให้ท่านเดินทางปลอดภัยแล้วกัน” เซี่ยเจียงตัวจริงมองบิดาของเขา สวมหน้ากากหนังมนุษย์ มีใบหน้าคล้ายเขาราวกับแกะ ส่วนเขาอยู่ที่จวนกับเสี่ยวซุนตลอด อีกทั้งบ่าวของเขาต่างรู้เรื่อง ที่เขาเป็นพวกตัดแขนเสื้อดีเชียวล่ะ “ข้ารู้แล้ว เจ้าอยู่ทางนี้ อย่าก่อความวุ่นวาย” “ขอรับ







