Share

บทที่ 2

Author: คริสปี้ โคโค่
ฉันปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูปราสาทเวอร์สตา

ยังมีของบางอย่างที่ฉันต้องกลับมาเอาจากที่นี่

เมื่อมองไปยังปราสาทโบราณอันโอ่อ่าสง่างาม ภาพของตระกูลตัวเองก็ผุดขึ้นในความคิด ตระกูลแวนซ์

จุดตกต่ำของเรานั้นเริ่มต้นจากบิดาของฉัน

จากตระกูลขุนนางสายเลือดบริสุทธิ์ที่เคยทรงอำนาจ เรากลับเลือกข้างผิดในความขัดแย้งทางการเมืองที่กวาดล้างโลกทั้งใบ

ทรัพย์สินถูกยึด ตำแหน่งถูกปลด และครอบครัวก็แตกสลาย

ในชาติที่แล้ว ฉันโง่เขลาพอจะเชื่อว่าการแต่งงานกับมอร์ตล็อกจะช่วยกอบกู้ทุกอย่าง

ฉันคิดว่าการได้เป็นคู่ครองของเจ้าชายแห่งตระกูลเวอร์สตา จะทำให้ชื่อเสียงและเกียรติยศของเรากลับคืนมา

ตอนนั้นฉันผิดพลาดเพียงใด…

และตอนนี้ ทุกอย่างกลับชัดเจนเหลือเกิน

ทันทีที่ฉันก้าวผ่านประตูหลักเข้าไป ภาพที่คุ้นตาก็ปรากฏ

อิซาเบลลาซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของมอร์ตล็อก พร่ำพูดเสียงแผ่วอย่างน่าสงสาร ขณะที่เขาลูบหลังเธออย่างอ่อนโยน

ในอดีต ภาพนี้เคยเหมือนมีดที่บิดลึกลงในหัวใจฉัน

ฉันเคยทั้งหึงหวง โกรธแค้น และเจ็บปวด

แต่ตอนนี้…หัวใจของฉันกลับนิ่งสงบอย่างประหลาด

ฉันได้ยินเสียงสะอื้นเบา ๆ ของอิซาเบลลา

“เกรซจะโกรธฉันไหมที่มาขัดจังหวะพิธีของพวกคุณ… ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรอยู่ที่นี่ แต่ข้างนอกมันอันตรายมาก ฉันกลัว…”

“อย่าพูดไร้สาระ” มอร์ตล็อกตอบเสียงหนักแน่น “ฉันติดหนี้เธอ เกรซต้องเข้าใจ ความปลอดภัยของเธอสำคัญกว่าพิธีอะไรทั้งนั้น”

รอยยิ้มเย็นบาง ๆ แตะริมฝีปากของฉัน

ฉันไอออกมาเสียงดังจงใจ เพื่อประกาศการมาถึงของตัวเอง

ทั้งสองหันมามอง มอร์ตล็อกรีบปล่อยอิซาเบลลาออก

ฉันเห็นแววแห่งชัยชนะวาบผ่านใบหน้าของเธอ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยสีหน้าหวาดกลัวอย่างรวดเร็ว

“เกรซ…เธอกลับมาแล้ว” มอร์ตล็อกกระแอมเบา ๆ “ฉันแค่กำลังดูอาการอิซาเบลลา เธอไม่ค่อยสบาย”

ฉันไม่ตอบอะไร สายตาเพียงกวาดผ่านอิซาเบลลา ก่อนจะหยุดอยู่ที่สร้อยคอของเธอ

สร้อยทับทิมของตระกูลเวอร์สตา มรดกตกทอดที่มีเพียงคู่ครองอย่างเป็นทางการของเจ้าชายเท่านั้นที่คู่ควรจะสวม

ในชาติที่แล้ว…ฉันไม่เคยได้สวมมันแม้แต่ครั้งเดียว

อิซาเบลลาสังเกตสายตาของฉัน เธอยกมือแตะลำคอ สีหน้าบริสุทธิ์ไร้เดียงสา

“อ้อ อันนี้เหรอ…ฉันแค่เห็นว่าสวยเลยลองใส่ดู เดี๋ยวฉันถอดออกให้เลยนะ”

เธอค่อย ๆ เอื้อมมือไปที่ตัวล็อกอย่างจงใจ ดวงตามองไปทางมอร์ตล็อก

“เกรซ” มอร์ตล็อกพูดขึ้น น้ำเสียงเริ่มมีความไม่พอใจ “อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เลย เธอแค่ชอบของสวย ๆ เท่านั้น”

“ไม่ต้องถอดหรอก” ฉันพูดเรียบ ๆ “มันเหมาะกับเธอดี”

ทั้งสองคนชะงัก มองฉันอย่างไม่อยากเชื่อ

“เธอ…ไม่ถือเหรอ?” อิซาเบลลาถาม คล้ายกำลังหยั่งเชิง

“ฉันจะถือไปทำไม?” ฉันยิ้มบาง “ในเมื่อพวกคุณทั้งคู่ก็คิดว่ามันเหมาะกับเธอ ก็เก็บไว้เถอะ”

คิ้วของมอร์ตล็อกขมวดเข้าหากัน

“เกรซ เธอไม่จำเป็นต้องเล่นเกมแปลก ๆ แบบนี้กับฉันนะ ฉันบอกแล้วว่าอิซาเบลลาก็เหมือนน้องสาว”

“ถ้าเธอกังวลเรื่องสร้อยขนาดนั้น ฉันมีเซอร์ไพรส์ให้” เขาพูดต่อ ก่อนเดินไปหยิบกล่องหรูบนโซฟา

“จำชุดแต่งงานวินเทจที่เธอเคยอยากได้ได้ไหม? ฉันสั่งนำเข้ามาจากปารีสแล้ว” เขายกคิ้วเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้ม “คืนนี้เธอลองใส่ดูได้”

มันคือชุดในฝันของฉันในอดีต

ชุดเจ้าสาวสไตล์ราชสำนักฝรั่งเศสศตวรรษที่ 19 ทำจากผ้าไหมและลูกไม้ชั้นเลิศ

แต่ตอนนี้…

“ให้อิซาเบลลาลองใส่สิ” ฉันตอบเสียงเรียบ “พวกเราขนาดตัวใกล้เคียงกันไม่ใช่เหรอ?”

สีหน้าของมอร์ตล็อกซีดลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความโกรธ

“เกรซ นี่มันหมายความว่ายังไง? ฉันสั่งทำชุดนี้เพื่อเธอ!”

ฉันหันหลังจะเดินออกไป พลางทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้เบื้องหลัง

“ฉันยุ่งอยู่ ยังไงอิซาเบลลาก็คงไม่รังเกียจที่จะลองใส่แทนฉัน”

เพราะสุดท้ายแล้ว…

เจ้าสาวแวมไพร์ที่จะได้สวมชุดนั้น จะไม่มีวันเป็นฉันอีกต่อไป

มอร์ตล็อกหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น ก่อนจะยัดชุดลงในอ้อมแขนของอิซาเบลลา

“ดี! เอาตามที่เธอต้องการ อิซาเบลลา มันเป็นของเธอ”

อิซาเบลลาส่งเสียงอุทานเบา ๆ น้ำเสียงทั้งประหลาดใจและกระมิดกระเมี้ยน

“ถ้าฉันใส่ชุดนี้…ฉันจะดูเหมือนเจ้าสาวของเจ้าชายเลยหรือเปล่านะ…?”

ฉันไม่ได้อยู่ฟังต่อ

ฉันกลับไปยังห้องของตัวเอง

และเริ่มเก็บของเพียงไม่กี่ชิ้นที่ยังเป็นของฉันจริง ๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 10

    หลังอาหารค่ำในค่ำคืนหนึ่ง คาเอลชวนฉันขึ้นไปเดินเล่นยังสวนลอยฟ้าสวนแห่งนั้นตั้งอยู่บนหอคอยที่สูงที่สุดของปราสาท สถานที่โปรดของบิดาแม้จะเป็นฤดูหนาว แต่ก็ยังมีพืชบางชนิดที่ทนความหนาวเย็น ยังคงเบ่งบานอยู่ท่ามกลางหิมะเกล็ดหิมะบางเบาร่วงลงมาแตะแก้มของฉันคาเอลยื่นมือออกมาโดยธรรมชาติ ปัดหยาดน้ำออกอย่างแผ่วเบาท่าทางนั้นเป็นไปอย่างคุ้นเคย…ราวกับเราเป็นคู่พันธะกันมานานแสนนานมือของเขาอบอุ่นและฉัน…ก็เผลอเอนตัวเข้าไปหาสัมผัสนั้น“คาเอล…” ฉันเรียกชื่อเขาเบา ๆแววบางอย่างไหววาบในดวงตาของเขาร่างของเขาขยับเข้ามาใกล้ฉันอีกเล็กน้อยบรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดอย่างอ่อนโยนฉันได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นชัดเจนแต่แล้วเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากทางเข้าสวนฉันกับคาเอลผละออกจากกันทันทีเมื่อเห็นร่างที่คุ้นเคยบรรยากาศอบอุ่นเมื่อครู่ก็แตกสลายลงในพริบตา“มอร์ตล็อก” ฉันเอ่ยเสียงเย็นเฉียบเขาดูซูบซีด อ่อนแรง…ราวกับพังทลายลงไปแล้วทั้งคน“เกรซ ฉันมีเรื่องสำคัญต้องบอกเธอ”คาเอลขยับมายืนข้างหน้าฉันโดยสัญชาตญาณ มือเลื่อนไปใกล้อาวุธที่เอว“นางไม่ต้องการพบเจ้า” คาเอลกล่าวเสียงเย็น “ออกไปเสีย”“ไม่” มอร์ตล็อกส่ายหน้

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 9

    ฉันหันหลังให้กับความเจ็บปวดสิ้นหวังในดวงตาของมอร์ตล็อกความทุกข์ของเขา…ความเสียใจของเขาไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องแบกรับอีกต่อไปเสียงอึกทึกของงานเลี้ยงเหมายันค่อย ๆ เลือนหายไปเบื้องหลังในขณะที่ฉันก้าวออกจากปราสาทเวอร์สตาฉันรู้ดีว่า…ครั้งนี้ ฉันจะไม่หวนกลับมาอีกยามที่ฉันกลับถึงปราสาทเก่าของตระกูลแวนซ์ ก็เป็นเวลาดึกแล้วฉันได้ปลดคนรับใช้ทั้งหมดไปนานแล้วบัดนี้…ที่นี่มีเพียงฉันเพียงลำพังฉันเดินเข้าไปในห้องทำงานวางสมบัติทั้งหมดที่ได้มาจากซากเอเธลลงบนโต๊ะสิ่งเหล่านั้นมีค่ามากพอจะทำให้ฉันใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้ทุกแห่งในโลกแต่เมื่อมองดูมัน…ฉันกลับรู้สึกว่างเปล่าอย่างลึกซึ้งทั้งทรัพย์สิน อำนาจ และอิสรภาพฉันมีทุกสิ่งที่เคยปรารถนาแล้วทำไม…ฉันยังรู้สึกโดดเดี่ยวเช่นนี้?ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ของบิดาสายตามองไปรอบห้องที่คุ้นเคย…แต่กลับแปลกแยกขณะที่กำลังจมอยู่ในความคิดก็มีเสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นประตูเปิดออกร่างคุ้นเคยก้าวเข้ามา“คาเอล?” ฉันลุกขึ้นอย่างประหลาดใจ “ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร?”คาเอลดูอ่อนล้า เสื้อคลุมมีหิมะเกาะบาง ๆเห็นได้ชัดว่าเขาเดินทางมาไกล“บังเอิญผ่านมาแถวนี้” เขาพูด

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 8

    งานเลี้ยงเหมายัน พิธีสำคัญที่สุดในปฏิทินของเหล่าแวมไพร์แม้ว่าฉันจะทิ้งชีวิตเดิมไว้เบื้องหลังแล้วแต่ตามธรรมเนียม…ฉันยังคงต้องกลับมายังเมืองหลวงเพื่อเข้าร่วมพิธีนี้ประตูปราสาทเวอร์สตายังคงสูงตระหง่านดั่งเดิมทว่าเมื่อฉันก้าวเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ที่คุ้นเคยบางสิ่งกลับผิดปกติไปทุกคนพูดคุยกันด้วยเสียงแผ่วเบาบรรยากาศหนักอึ้งไปด้วยความตึงเครียด“ท่านหญิงเกรซ”เสียงคุ้นเคยเรียกฉันไว้มาร์คัส พ่อบ้านเก่าแก่ของปราสาทยืนอยู่ตรงหน้าใบหน้าที่เคยนิ่งสงบของเขา บัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล“มาร์คัส เกิดอะไรขึ้น?” ฉันถามเขาถอนหายใจยาว“อิซาเบลลา…นางให้โอสถต้องห้ามแก่ท่านเจ้าชาย”“อะไรนะ?” ฉันแทบไม่อยากเชื่อ“อ้อมกอดแห่งจันทรา”โอสถโบราณที่อันตรายที่สุดชนิดหนึ่งมีคำกล่าวว่ามันสามารถบังคับให้พันธะโลหิตลึกซึ้งยิ่งขึ้น จนชีวิตของทั้งสองผูกติดกันอย่างไม่อาจแยกแต่ผลข้างเคียง…ร้ายแรงเกินจะรับไหว“พลังของฝ่าบาทกำลังเสื่อมถอย” มาร์คัสส่ายหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์“สายเลือดของพระองค์ปนเปื้อน สภาผู้อาวุโสเริ่มตั้งคำถามต่อสิทธิ์ในการครองบัลลังก์แล้ว”หัวใจของฉันสะท้อนความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา จางบางและห่างไ

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 7

    ฉันกำลังคัดแยกของที่ได้มาจากขอบเขตของซากเอเธลม้วนคัมภีร์หายากบางส่วนที่พาฉันเข้าใกล้การฟื้นฟูตระกูลแวนซ์มากขึ้นอีกก้าว“เกรซ!”…มอร์ตล็อกอีกแล้วฉันไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น มือต่างเตรียมเก็บของเพื่อออกเดินทาง“ฉันคิดว่าฉันพูดชัดแล้วนะ มอร์ตล็อก เราไม่มีอะไรต้องคุยกัน”“ไม่ เราต้องคุยกัน” น้ำเสียงของเขาแน่วแน่กว่าที่เคย แฝงความหมกมุ่นแทบคลั่ง“วันนี้ฉันพาใครบางคนมาด้วย เธอจะช่วยพิสูจน์ทุกอย่างให้ฉัน”คำนั้นทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นมอร์ตล็อกยืนอยู่ไม่ไกลข้างกายเขา คืออิซาเบลลาเธอก้มหน้า ใบหน้าซีดเผือดมือของมอร์ตล็อกกำแน่นจนร่างเธอแข็งเกร็ง ราวกับถูกลากมาที่นี่โดยไม่เต็มใจด้านหลังยังมีทายาทหนุ่มของตระกูลเวอร์สตามาอีกหลายคน ราวกับเขาต้องการผู้ชมในฉากนี้“นายกำลังทำอะไร?” ฉันขมวดคิ้วมอร์ตล็อกเดินตรงเข้ามาหา ลากอิซาเบลลาตามมาเธอสะดุดตามเขา สีหน้าเต็มไปด้วยความอับอายและไร้หนทาง“เกรซ ดูนี่!” เขาประกาศ“ฉันพาเธอมาที่นี่เพื่อพิสูจน์ให้เธอเห็น ว่าสิ่งที่ฉันมีให้อิซาเบลลา มีแค่ความรู้สึกผิด! แค่หน้าที่! ไม่มีความรักใด ๆ ระหว่างเรา!”ฉันมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อเขา…เสียสติไปแล้วหรือ?“อิซาเบล

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 6

    ลึกเข้าไปในเงามืดของซากเอเธลคมดาบของฉันฟาดฟันวิญญาณเร่ร่อนตนสุดท้ายจนขาดสะบั้น เปลวเพลิงสีน้ำเงินซีดของมันสลายหายไปในอากาศหนึ่งเดือนที่ผ่านมา…ได้หล่อหลอมฉันขึ้นใหม่ร่องรอยบาดแผลจากพิษเงินเลือนหายไป เหลือเพียงพลังที่ฉันไม่เคยสัมผัสมาก่อนทุกการต่อสู้ ทุกครั้งที่เฉียดใกล้ความตาย ล้วนพาฉันเข้าใกล้ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองมากขึ้นฉันกำลังจะก้าวลึกเข้าไปในซากโบราณต่อแต่แล้ว“เกรซ!”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังร่างของฉันแข็งค้างฉันค่อย ๆ หันกลับไปมอร์ตล็อกก้าวออกมาจากเงามืดตรงทางเข้าซากโบราณ เสื้อคลุมสีดำสะบัดไหวตามแรงลมยามค่ำคืนใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความโกรธและความสับสน“ทำไมเธอถึงทำแบบนี้?” เขาถามเสียงกร้าว เดินตรงเข้ามาหา ดวงตาลุกโชน“ทำไมถึงเขียนชื่ออิซาเบลลาลงในพันธะโลหิต? ทำไมต้องหลอกฉัน?”“หลอกนาย?” ฉันหัวเราะสั้น ๆ อย่างเย็นชา“นั่นไม่ใช่สิ่งที่นายต้องการหรอกหรือ? ตอนนี้อิซาเบลลากลายเป็นคู่พันธะของนายแล้ว พวกนายก็ได้อยู่ด้วยกันอย่างเป็นทางการเสียที”“นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ!” มอร์ตล็อกคำราม“เกรซ ฉันไม่เคยพูดว่าจะทิ้งเธอ!”“จริงหรือ?” ฉันกำดาบแน่นขึ้น“แล้วทำไมอิซาเ

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 5

    ฉันฟื้นขึ้นมา…หลังจากผ่านไปสามวันเต็มร่างกายของแวมไพร์ได้ขับพิษเงินออกไปแล้วแต่บาดแผลยังคงปวดหนึบอยู่ลึก ๆฉันนอนอยู่บนเตียงของตัวเองผ่านรอยแยกของผ้าม่าน เห็นเพียงความมืดลึกของราตรีภายนอกมีร่า สาวใช้ของฉัน นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงเมื่อเห็นฉันลืมตา เธอก็รีบลุกขึ้นทันที“ท่านหญิง! ท่านฟื้นแล้ว! ข้าจะไปแจ้งท่านเจ้าชายเดี๋ยวนี้”“ไม่ต้อง” ฉันเอ่ยห้าม เสียงแหบแห้ง “เขาอยู่ที่ไหน?”มีร่าชะงักเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างระมัดระวัง“ท่านเจ้าชาย…อยู่กับท่านหญิงอิซาเบลลามาตลอดสามวันค่ะ นางตกใจมากและมีไข้สูงไม่ลดเลย”ฉันหลับตาลงช้า ๆรสขมเอ่อขึ้นในลำคอ…ก็เป็นไปตามที่คิดแม้ในยามที่ฉันถูกพิษและชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายคนที่เขาใส่ใจ…ก็ยังคงเป็นอิซาเบลลาเพียงคนเดียว“ฉันอยากพักผ่อน” ฉันเอ่ยเบา ๆมีร่าพยักหน้า ก่อนจะเตรียมตัวออกไปแต่แล้วก๊อก ก๊อก“เกรซ?” เสียงของมอร์ตล็อกดังขึ้นจากนอกประตู“ฉันได้ยินว่าเธอฟื้นแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง?”มีร่าก้าวไปจะเปิดประตูแต่ฉันยกมือห้ามไว้เมื่อไม่ได้รับคำตอบ มอร์ตล็อกก็ไม่ได้แสดงความไม่พอใจเสียงของเขาเมื่อพูดอีกครั้ง…กลับแฝงความเหนื่อยล้า“ฉันขอโทษ วันนั้นฉันควรปกป้อง

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 1

    ฉันได้เกิดใหม่ ในวันเดียวกับวันที่เคยต้องลงนามในพันธะโลหิตกับมอร์ตล็อก“เกรซ อิซาเบลลากำลังรอฉันอยู่ เธอจะชักช้าไปถึงเมื่อไหร่กัน?”เสียงของมอร์ตล็อกดังสะท้อนอยู่เบื้องหน้าหินพิธีโบราณ แฝงความรำคาญอย่างไม่ปิดบังฉันกวาดสายตามองรอบตัว ทั้งแท่นศิลาเก่าแก่และแสงเทียนที่ไหวระริก ทุกอย่างยังคงเหมือนในอดี

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 4

    งานเลี้ยงถูกจัดขึ้น ณ ปราสาทเรเวนครสต์เหล่าขุนนางแวมไพร์ต่างล่องลอยอยู่ในห้องโถงใหญ่ สวมชุดหรูหราที่สุดของตน เต้นรำท่ามกลางเสียงดนตรีอันอ่อนช้อยฉันยืนอยู่เพียงลำพังตรงมุมหนึ่ง ในชุดราตรีไหมสีน้ำเงินเข้มสายตาเย็นชากวาดมองทุกสิ่งอย่างเงียบงันจุดสนใจของงาน…ย่อมหนีไม่พ้นมอร์ตล็อกและอิซาเบลลาอิซาเบล

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 3

    เมื่อกลับมาถึงห้องของตัวเอง ฉันล้วงเอากระดาษแผ่นหนึ่งที่พับไว้อย่างระมัดระวังออกมาจากชายกระโปรงมันคือใบอนุญาตสำรวจซากโบราณสถานเอเธล สิ่งที่ฉันเพิ่งได้มาหมาด ๆซากเอเธล…สุสานในตำนานของราชวงศ์แวมไพร์โบราณภายในนั้นเต็มไปด้วยผลึกพลังนับไม่ถ้วนที่ถูกฝังไว้ และมันคือโอกาสเดียวของฉันที่จะค้นหาพลังเพื่อกอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status