Share

บทที่ 3

Author: คริสปี้ โคโค่
เมื่อกลับมาถึงห้องของตัวเอง ฉันล้วงเอากระดาษแผ่นหนึ่งที่พับไว้อย่างระมัดระวังออกมาจากชายกระโปรง

มันคือใบอนุญาตสำรวจซากโบราณสถานเอเธล สิ่งที่ฉันเพิ่งได้มาหมาด ๆ

ซากเอเธล…สุสานในตำนานของราชวงศ์แวมไพร์โบราณ

ภายในนั้นเต็มไปด้วยผลึกพลังนับไม่ถ้วนที่ถูกฝังไว้ และมันคือโอกาสเดียวของฉันที่จะค้นหาพลังเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลแวนซ์ด้วยตัวเอง

ในชาติที่แล้ว ฉันฝากความหวังทั้งหมดไว้กับมอร์ตล็อก

ไม่เคยคิดแม้แต่นิดว่าจะต้องพึ่งพาตัวเอง

ช่างโง่เขลาสิ้นดี…

ฉันคลี่ใบอนุญาตออก วันที่ถูกระบุไว้อย่างชัดเจน

อีกเจ็ดวัน ฉันจะเป็นอิสระจากคุกแห่งนี้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เกรซ ฉันอยากคุยกับเธอ” เสียงของมอร์ตล็อกดังขึ้นจากหน้าประตู

ฉันรีบซ่อนใบอนุญาตทันที

“เข้ามาได้” ฉันตอบเสียงเรียบ

“เกรซ เราต้องคุยกัน” เขาเดินเข้ามาใกล้ “ท่าทีของเธอวันนี้…มันแปลกไป ทำไมจู่ ๆ ถึงได้เฉยชาแบบนั้น?”

ฉันมองเขา ความรู้สึกขมขื่นแผ่ซ่านอยู่ในอก

“นี่ไม่ใช่สิ่งที่นายต้องการหรอกหรือ?” ฉันถาม “คู่ครองที่ไม่หึง ไม่โต้เถียง และไม่สร้างปัญหาให้?”

มอร์ตล็อกอ้าปาก แต่กลับพูดอะไรไม่ออก

สุดท้ายเขาก็เอ่ยเพียง

“ฉัน…”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันอยากพักผ่อน” ฉันพูดพลางหันกลับไปที่ตู้เสื้อผ้า

“เดี๋ยวก่อน” มอร์ตล็อกเรียกฉันไว้ “จริง ๆ แล้ว…ฉันมีเรื่องอยากขอร้อง”

ฉันหยุดนิ่ง รอฟัง

“ฉันอยากยืมสมบัติตระกูลแวนซ์จากเธอสักพัก” เขาพูดเสียงลังเล “อาเกตโลหิต”

อาเกตโลหิต…

สมบัติที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนของตระกูลฉัน มีพลังหล่อเลี้ยงแก่นแท้ของแวมไพร์และเสริมพลังให้แข็งแกร่งขึ้น

มันคือหนึ่งในสิ่งล้ำค่าเพียงไม่กี่อย่างที่เรายังเหลืออยู่

ฉันค่อย ๆ หันไปมองเขา

“ทำไม?”

“เพื่ออิซาเบลลา” น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้น “สายเลือดของเธอมีตำหนิ เธอต้องใช้พลังของอาเกตเพื่อรักษาเสถียรภาพ ไม่อย่างนั้นเธออาจจะ…”

“ตาย?” ฉันพูดต่อแทนเขา น้ำเสียงเรียบเฉย

“ใช่” มอร์ตล็อกพยักหน้า “เกรซ เธอก็รู้ว่าเธอเคยช่วยชีวิตฉัน ฉันจะทอดทิ้งเธอไม่ได้”

ในชาติที่แล้ว ตอนที่เขาขอสิ่งนี้จากฉัน

ฉันตอบตกลงโดยไม่ลังเล

ฉันทำทุกอย่างเพื่อเอาใจเขา

เพื่อพิสูจน์ว่าฉันเป็นคู่ครองที่เข้าใจเขามากแค่ไหน

แต่ตอนนี้…ฉันไม่จำเป็นต้องเล่นบทนั้นอีกแล้ว

“ได้สิ” ฉันตอบเสียงเย็น

ความประหลาดใจฉายวาบในดวงตาของมอร์ตล็อก

“จริงเหรอ?”

“แต่…” ฉันยิ้มบางอย่างเย็นชา “นายต้องแลกมันด้วยคอลเลกชันเลือดหายากทั้งหมดของนาย”

สีหน้าของมอร์ตล็อกแข็งค้าง

คอลเลกชันของเขาเป็นเสมือนคลังเลือดชั้นเลิศที่สะสมมานานหลายศตวรรษ มีค่ามหาศาล

การนำมันมาแลกกับอาเกตเพียงก้อนเดียว ถือเป็นข้อเรียกร้องที่เกินไปอย่างยิ่ง

แววโกรธวาบผ่านใบหน้าของเขา

แต่แล้วเหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นได้ รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏ

“เข้าใจแล้ว” เขาพูด พลางก้าวเข้ามาใกล้ “เธอกำลังหึงอยู่ใช่ไหม?”

“อะไรนะ?”

“เธอแกล้งทำเป็นเย็นชาเพื่อเรียกร้องความสนใจจากฉัน เธอตั้งเงื่อนไขที่เกินเหตุ เพราะไม่อยากให้อาเกตกับอิซาเบลลา”

รอยยิ้มของเขากว้างขึ้น มั่นใจยิ่งกว่าเดิม

“เกรซ เธอยังใส่ใจฉันอยู่ใช่ไหม?”

ฉันแทบจะอึ้งกับความหลงตัวเองของเขา

แต่ก็ดีแล้ว…

ฉันไม่อาจให้เกิดความยุ่งยากใด ๆ ได้ จนกว่าฉันจะแข็งแกร่งพอจะยืนได้ด้วยตัวเอง

ปล่อยให้เขาเชื่อในสิ่งที่เขาอยากเชื่อก็แล้วกัน

“ตกลง ฉันยอมรับเงื่อนไขของเธอ” มอร์ตล็อกกล่าวอย่างใจกว้าง

“คอลเลกชันเลือดหายากทั้งหมดของฉัน แลกกับอาเกตโลหิตของเธอ”

ฉันแอบประหลาดใจเล็กน้อยที่เขายอมจริง ๆ

ดูเหมือนว่าอิซาเบลลาจะสำคัญกับเขามากกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก

“อีกอย่าง” เขาพูดต่อ “อีกสองคืนจะมีงานเลี้ยงของเหล่าขุนนางสายเลือด ฉันอยากให้เธอไปกับฉัน”

งานเลี้ยงขุนนางงั้นหรือ…

ในชาติที่แล้ว มอร์ตล็อกไม่เคยพาฉันไปงานทางการเลย

เขามักบอกว่าอิซาเบลลาต้องการโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ ส่วนฉันไม่จำเป็น

“ทำไม?” ฉันถามตรง ๆ

“เพราะเธอคือคู่ครองของฉัน” เขาตอบราวกับเป็นเรื่องธรรมดา “ข่าวเรื่องพันธะของเราก็ควรถูกประกาศออกไปไม่ใช่หรือ?”

ฉันกำลังจะปฏิเสธ

แต่ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก

อิซาเบลลายืนอยู่ตรงนั้น ในชุดแต่งงานฝรั่งเศส

ผ้าไหมและลูกไม้โอบรับสัดส่วนของเธอได้อย่างพอดี

“มอร์ตล็อก นายคิดว่ายังไง?” เธอถาม พลางหมุนตัวให้ชายกระโปรงสีขาวบานออกเหมือนดอกไม้

“งดงามมาก” มอร์ตล็อกเอ่ยเบา ๆ แววตาชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง

รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าของอิซาเบลลา

จากนั้น เธอก็ทำท่าราวกับเพิ่ง “บังเอิญ” ได้ยินบทสนทนา

“อ้อ…กำลังพูดถึงงานเลี้ยงอยู่เหรอ?” แววเจ็บปวดวาบผ่านดวงตาเธอ

“เกรซ เธอจะไปไหม… หรือว่าไม่ไป เพราะเธอเกลียดฉัน?”

คำพูดถูกเลือกมาอย่างแยบยล

ถ้าฉันปฏิเสธ ก็เท่ากับยืนยันคำพูดของเธอ และทำให้ฉันดูใจแคบ

ฉันไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดอีก

จึงเพียงพยักหน้า…เบา ๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 10

    หลังอาหารค่ำในค่ำคืนหนึ่ง คาเอลชวนฉันขึ้นไปเดินเล่นยังสวนลอยฟ้าสวนแห่งนั้นตั้งอยู่บนหอคอยที่สูงที่สุดของปราสาท สถานที่โปรดของบิดาแม้จะเป็นฤดูหนาว แต่ก็ยังมีพืชบางชนิดที่ทนความหนาวเย็น ยังคงเบ่งบานอยู่ท่ามกลางหิมะเกล็ดหิมะบางเบาร่วงลงมาแตะแก้มของฉันคาเอลยื่นมือออกมาโดยธรรมชาติ ปัดหยาดน้ำออกอย่างแผ่วเบาท่าทางนั้นเป็นไปอย่างคุ้นเคย…ราวกับเราเป็นคู่พันธะกันมานานแสนนานมือของเขาอบอุ่นและฉัน…ก็เผลอเอนตัวเข้าไปหาสัมผัสนั้น“คาเอล…” ฉันเรียกชื่อเขาเบา ๆแววบางอย่างไหววาบในดวงตาของเขาร่างของเขาขยับเข้ามาใกล้ฉันอีกเล็กน้อยบรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดอย่างอ่อนโยนฉันได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นชัดเจนแต่แล้วเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากทางเข้าสวนฉันกับคาเอลผละออกจากกันทันทีเมื่อเห็นร่างที่คุ้นเคยบรรยากาศอบอุ่นเมื่อครู่ก็แตกสลายลงในพริบตา“มอร์ตล็อก” ฉันเอ่ยเสียงเย็นเฉียบเขาดูซูบซีด อ่อนแรง…ราวกับพังทลายลงไปแล้วทั้งคน“เกรซ ฉันมีเรื่องสำคัญต้องบอกเธอ”คาเอลขยับมายืนข้างหน้าฉันโดยสัญชาตญาณ มือเลื่อนไปใกล้อาวุธที่เอว“นางไม่ต้องการพบเจ้า” คาเอลกล่าวเสียงเย็น “ออกไปเสีย”“ไม่” มอร์ตล็อกส่ายหน้

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 9

    ฉันหันหลังให้กับความเจ็บปวดสิ้นหวังในดวงตาของมอร์ตล็อกความทุกข์ของเขา…ความเสียใจของเขาไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องแบกรับอีกต่อไปเสียงอึกทึกของงานเลี้ยงเหมายันค่อย ๆ เลือนหายไปเบื้องหลังในขณะที่ฉันก้าวออกจากปราสาทเวอร์สตาฉันรู้ดีว่า…ครั้งนี้ ฉันจะไม่หวนกลับมาอีกยามที่ฉันกลับถึงปราสาทเก่าของตระกูลแวนซ์ ก็เป็นเวลาดึกแล้วฉันได้ปลดคนรับใช้ทั้งหมดไปนานแล้วบัดนี้…ที่นี่มีเพียงฉันเพียงลำพังฉันเดินเข้าไปในห้องทำงานวางสมบัติทั้งหมดที่ได้มาจากซากเอเธลลงบนโต๊ะสิ่งเหล่านั้นมีค่ามากพอจะทำให้ฉันใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้ทุกแห่งในโลกแต่เมื่อมองดูมัน…ฉันกลับรู้สึกว่างเปล่าอย่างลึกซึ้งทั้งทรัพย์สิน อำนาจ และอิสรภาพฉันมีทุกสิ่งที่เคยปรารถนาแล้วทำไม…ฉันยังรู้สึกโดดเดี่ยวเช่นนี้?ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ของบิดาสายตามองไปรอบห้องที่คุ้นเคย…แต่กลับแปลกแยกขณะที่กำลังจมอยู่ในความคิดก็มีเสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นประตูเปิดออกร่างคุ้นเคยก้าวเข้ามา“คาเอล?” ฉันลุกขึ้นอย่างประหลาดใจ “ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร?”คาเอลดูอ่อนล้า เสื้อคลุมมีหิมะเกาะบาง ๆเห็นได้ชัดว่าเขาเดินทางมาไกล“บังเอิญผ่านมาแถวนี้” เขาพูด

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 8

    งานเลี้ยงเหมายัน พิธีสำคัญที่สุดในปฏิทินของเหล่าแวมไพร์แม้ว่าฉันจะทิ้งชีวิตเดิมไว้เบื้องหลังแล้วแต่ตามธรรมเนียม…ฉันยังคงต้องกลับมายังเมืองหลวงเพื่อเข้าร่วมพิธีนี้ประตูปราสาทเวอร์สตายังคงสูงตระหง่านดั่งเดิมทว่าเมื่อฉันก้าวเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ที่คุ้นเคยบางสิ่งกลับผิดปกติไปทุกคนพูดคุยกันด้วยเสียงแผ่วเบาบรรยากาศหนักอึ้งไปด้วยความตึงเครียด“ท่านหญิงเกรซ”เสียงคุ้นเคยเรียกฉันไว้มาร์คัส พ่อบ้านเก่าแก่ของปราสาทยืนอยู่ตรงหน้าใบหน้าที่เคยนิ่งสงบของเขา บัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล“มาร์คัส เกิดอะไรขึ้น?” ฉันถามเขาถอนหายใจยาว“อิซาเบลลา…นางให้โอสถต้องห้ามแก่ท่านเจ้าชาย”“อะไรนะ?” ฉันแทบไม่อยากเชื่อ“อ้อมกอดแห่งจันทรา”โอสถโบราณที่อันตรายที่สุดชนิดหนึ่งมีคำกล่าวว่ามันสามารถบังคับให้พันธะโลหิตลึกซึ้งยิ่งขึ้น จนชีวิตของทั้งสองผูกติดกันอย่างไม่อาจแยกแต่ผลข้างเคียง…ร้ายแรงเกินจะรับไหว“พลังของฝ่าบาทกำลังเสื่อมถอย” มาร์คัสส่ายหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์“สายเลือดของพระองค์ปนเปื้อน สภาผู้อาวุโสเริ่มตั้งคำถามต่อสิทธิ์ในการครองบัลลังก์แล้ว”หัวใจของฉันสะท้อนความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา จางบางและห่างไ

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 7

    ฉันกำลังคัดแยกของที่ได้มาจากขอบเขตของซากเอเธลม้วนคัมภีร์หายากบางส่วนที่พาฉันเข้าใกล้การฟื้นฟูตระกูลแวนซ์มากขึ้นอีกก้าว“เกรซ!”…มอร์ตล็อกอีกแล้วฉันไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น มือต่างเตรียมเก็บของเพื่อออกเดินทาง“ฉันคิดว่าฉันพูดชัดแล้วนะ มอร์ตล็อก เราไม่มีอะไรต้องคุยกัน”“ไม่ เราต้องคุยกัน” น้ำเสียงของเขาแน่วแน่กว่าที่เคย แฝงความหมกมุ่นแทบคลั่ง“วันนี้ฉันพาใครบางคนมาด้วย เธอจะช่วยพิสูจน์ทุกอย่างให้ฉัน”คำนั้นทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นมอร์ตล็อกยืนอยู่ไม่ไกลข้างกายเขา คืออิซาเบลลาเธอก้มหน้า ใบหน้าซีดเผือดมือของมอร์ตล็อกกำแน่นจนร่างเธอแข็งเกร็ง ราวกับถูกลากมาที่นี่โดยไม่เต็มใจด้านหลังยังมีทายาทหนุ่มของตระกูลเวอร์สตามาอีกหลายคน ราวกับเขาต้องการผู้ชมในฉากนี้“นายกำลังทำอะไร?” ฉันขมวดคิ้วมอร์ตล็อกเดินตรงเข้ามาหา ลากอิซาเบลลาตามมาเธอสะดุดตามเขา สีหน้าเต็มไปด้วยความอับอายและไร้หนทาง“เกรซ ดูนี่!” เขาประกาศ“ฉันพาเธอมาที่นี่เพื่อพิสูจน์ให้เธอเห็น ว่าสิ่งที่ฉันมีให้อิซาเบลลา มีแค่ความรู้สึกผิด! แค่หน้าที่! ไม่มีความรักใด ๆ ระหว่างเรา!”ฉันมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อเขา…เสียสติไปแล้วหรือ?“อิซาเบล

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 6

    ลึกเข้าไปในเงามืดของซากเอเธลคมดาบของฉันฟาดฟันวิญญาณเร่ร่อนตนสุดท้ายจนขาดสะบั้น เปลวเพลิงสีน้ำเงินซีดของมันสลายหายไปในอากาศหนึ่งเดือนที่ผ่านมา…ได้หล่อหลอมฉันขึ้นใหม่ร่องรอยบาดแผลจากพิษเงินเลือนหายไป เหลือเพียงพลังที่ฉันไม่เคยสัมผัสมาก่อนทุกการต่อสู้ ทุกครั้งที่เฉียดใกล้ความตาย ล้วนพาฉันเข้าใกล้ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองมากขึ้นฉันกำลังจะก้าวลึกเข้าไปในซากโบราณต่อแต่แล้ว“เกรซ!”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังร่างของฉันแข็งค้างฉันค่อย ๆ หันกลับไปมอร์ตล็อกก้าวออกมาจากเงามืดตรงทางเข้าซากโบราณ เสื้อคลุมสีดำสะบัดไหวตามแรงลมยามค่ำคืนใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความโกรธและความสับสน“ทำไมเธอถึงทำแบบนี้?” เขาถามเสียงกร้าว เดินตรงเข้ามาหา ดวงตาลุกโชน“ทำไมถึงเขียนชื่ออิซาเบลลาลงในพันธะโลหิต? ทำไมต้องหลอกฉัน?”“หลอกนาย?” ฉันหัวเราะสั้น ๆ อย่างเย็นชา“นั่นไม่ใช่สิ่งที่นายต้องการหรอกหรือ? ตอนนี้อิซาเบลลากลายเป็นคู่พันธะของนายแล้ว พวกนายก็ได้อยู่ด้วยกันอย่างเป็นทางการเสียที”“นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ!” มอร์ตล็อกคำราม“เกรซ ฉันไม่เคยพูดว่าจะทิ้งเธอ!”“จริงหรือ?” ฉันกำดาบแน่นขึ้น“แล้วทำไมอิซาเ

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 5

    ฉันฟื้นขึ้นมา…หลังจากผ่านไปสามวันเต็มร่างกายของแวมไพร์ได้ขับพิษเงินออกไปแล้วแต่บาดแผลยังคงปวดหนึบอยู่ลึก ๆฉันนอนอยู่บนเตียงของตัวเองผ่านรอยแยกของผ้าม่าน เห็นเพียงความมืดลึกของราตรีภายนอกมีร่า สาวใช้ของฉัน นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงเมื่อเห็นฉันลืมตา เธอก็รีบลุกขึ้นทันที“ท่านหญิง! ท่านฟื้นแล้ว! ข้าจะไปแจ้งท่านเจ้าชายเดี๋ยวนี้”“ไม่ต้อง” ฉันเอ่ยห้าม เสียงแหบแห้ง “เขาอยู่ที่ไหน?”มีร่าชะงักเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างระมัดระวัง“ท่านเจ้าชาย…อยู่กับท่านหญิงอิซาเบลลามาตลอดสามวันค่ะ นางตกใจมากและมีไข้สูงไม่ลดเลย”ฉันหลับตาลงช้า ๆรสขมเอ่อขึ้นในลำคอ…ก็เป็นไปตามที่คิดแม้ในยามที่ฉันถูกพิษและชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายคนที่เขาใส่ใจ…ก็ยังคงเป็นอิซาเบลลาเพียงคนเดียว“ฉันอยากพักผ่อน” ฉันเอ่ยเบา ๆมีร่าพยักหน้า ก่อนจะเตรียมตัวออกไปแต่แล้วก๊อก ก๊อก“เกรซ?” เสียงของมอร์ตล็อกดังขึ้นจากนอกประตู“ฉันได้ยินว่าเธอฟื้นแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง?”มีร่าก้าวไปจะเปิดประตูแต่ฉันยกมือห้ามไว้เมื่อไม่ได้รับคำตอบ มอร์ตล็อกก็ไม่ได้แสดงความไม่พอใจเสียงของเขาเมื่อพูดอีกครั้ง…กลับแฝงความเหนื่อยล้า“ฉันขอโทษ วันนั้นฉันควรปกป้อง

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 4

    งานเลี้ยงถูกจัดขึ้น ณ ปราสาทเรเวนครสต์เหล่าขุนนางแวมไพร์ต่างล่องลอยอยู่ในห้องโถงใหญ่ สวมชุดหรูหราที่สุดของตน เต้นรำท่ามกลางเสียงดนตรีอันอ่อนช้อยฉันยืนอยู่เพียงลำพังตรงมุมหนึ่ง ในชุดราตรีไหมสีน้ำเงินเข้มสายตาเย็นชากวาดมองทุกสิ่งอย่างเงียบงันจุดสนใจของงาน…ย่อมหนีไม่พ้นมอร์ตล็อกและอิซาเบลลาอิซาเบล

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 2

    ฉันปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูปราสาทเวอร์สตายังมีของบางอย่างที่ฉันต้องกลับมาเอาจากที่นี่เมื่อมองไปยังปราสาทโบราณอันโอ่อ่าสง่างาม ภาพของตระกูลตัวเองก็ผุดขึ้นในความคิด ตระกูลแวนซ์จุดตกต่ำของเรานั้นเริ่มต้นจากบิดาของฉันจากตระกูลขุนนางสายเลือดบริสุทธิ์ที่เคยทรงอำนาจ เรากลับเลือกข้างผิดในความขัดแย้งทางก

  • นามนั้นที่เธอจารด้วยเลือด   บทที่ 1

    ฉันได้เกิดใหม่ ในวันเดียวกับวันที่เคยต้องลงนามในพันธะโลหิตกับมอร์ตล็อก“เกรซ อิซาเบลลากำลังรอฉันอยู่ เธอจะชักช้าไปถึงเมื่อไหร่กัน?”เสียงของมอร์ตล็อกดังสะท้อนอยู่เบื้องหน้าหินพิธีโบราณ แฝงความรำคาญอย่างไม่ปิดบังฉันกวาดสายตามองรอบตัว ทั้งแท่นศิลาเก่าแก่และแสงเทียนที่ไหวระริก ทุกอย่างยังคงเหมือนในอดี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status