Share

บทที่ 4

Author: petagorus22
last update publish date: 2026-10-07 22:42:16

เสียงฝีเท้าย่องเบาดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดพลางตัวสีดำสนิทปรากฏกายขึ้นในความมืดอย่างเงียบเชียบแท้จริงเขาคือองครักษ์เงาทำหน้าที่พาซังซังหลบหนีออกมาถึงเขตแดนเหนือของอาณาจักรซ่ง

เฉินฮ่าวชายหนุ่มผิวขาววัย24ปีเขาคือคนที่ท่านแม่มอบหมายให้ปกป้องซังซังด้วยชีวิต

ตัวละครซังซังนั้นคือลูกสาวของเจ้าลัทธิแสงสว่างแห่ง‘ป้อมปราการซางเหอ’อดีตพรรคฝ่ายธรรมะที่เลื่องชื่อที่สุดแห่งยุคแต่หลังจากเหตุการณ์ฆ่าล้างตระกูล

เฉินฮ่าวรับหน้าที่ต้านศัตรูที่ไล่ฆ่าเด็กน้อยมาตลอดทางก่อนจะตามมาสมทบกับท่านหญิงน้อยในภายหลังเขาจำเป็นต้องปลอมตัวเป็นทหารในกองทัพชายแดนเพื่อปกป้องท่านหญิงตัวน้อยอย่างลับๆและทำหน้าที่คอยส่งข่าวสารและลอบรวบรวมกำลังพลพี่น้องที่เหลือรอดจากเหตุการณ์กวาดล้างภายใต้การควบคุมของท่านหญิงตัวน้อยวัย12ขวบที่มีสติปัญญาและเล่ห์เหลี่ยมเกินวัยไปมากโข

“นายหญิงน้อย...”

องครักษ์เงาเอ่ยเสียงต่ำหลุบสายตามองพื้นพลางรายงานข่าวการเคลื่อนไหวของศัตรูที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างผิดปกติให้แก่เด็กหญิงที่กำลังขะมักเขม้นนวดเส้นบะหมี่ไข่อย่างชำนาญ

ภาพดรุณีน้อยวัย12ปีอยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนกำลังออกแรงกดและนวดแป้งบะหมี่ไข่บนโต๊ะไม้ด้วยความชำนาญขัดกับรูปร่างเล็กๆเป็นภาพเขาเห็นจนชินตาในใจของเขาก็ยังคงนึกทึ่งในตัวนายหญิงน้อยผู้นี้ไม่หาย

นับตั้งแต่เหตุการณ์กวาดล้างครั้งใหญ่ซานซานในร่างท่านหญิงน้อยก็ให้เฉินฮ่าวรวบรวมกำลังพลพี่น้องที่เหลือรอดอยู่อย่างเงียบเชียบ

“มีการเคลื่อนไหวผิดปกติของกองโจรขอรับ”

“ไม่กี่วันนี้มีกองพ่อค้าปริศนาขนเสบียงจำนวนมากออกจากเมืองและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อถึงบริเวณรังโจร”เสียงรายงานของเฉินฮ่าวดังแผ่วเบาทว่าหนักแน่น

“เหอะ!”

“พ่อค้าที่ไหนจะเสี่ยงขนเสบียงไปให้โจรเล่น!”

“คงเป็นกลอุบายของขุนนางชั่ว!”

“ที่หนุนหลังพวกมันเป็นแน่!”

ซังซังปัดเศษแป้งออกจากมือก่อนจะหันไปสั่งการเฉินฮ่าวที่รอรับคำสั่ง

“พี่เฉินฮ่าว...บอกพี่น้องของเรา”

“ให้จับตาดูสถาณการณ์เอาไว้ก่อน...”

“ไม่ต้องลงมืออะไรทั้งนั้น”

“หากข่าวรั่วไหล...”

“จะไม่เป็นผลดีต่อแผนการของเราในอนาคต”

“รับทราบขอรับนายหญิงน้อย!”

เฉินฮ่าวรับคำสั่งด้วยความเลื่อมใสก่อนจะแอบช้อนสายตามองไปยังถ้วยบะหมี่ที่เริ่มส่งกลิ่นหอมฟุ้ง

อึก!

เสียงลอบกลืนน้ำลายลงคอขององค์รักษ์หนุ่มมากพร้อมกับเสียงครึกโครมจากบริเวณห้องโถงทำให้เฉินฮ่าวตื่นตัวด้วยสัญชาตญาณรีบกระโดดขึ้นไปซ่อนตัวบนหลังคาอย่างเงียบเชียบ

เสียงก้าวเท้าหนักหน่วงพร้อมออร่าความเกรี้ยวกราดอันคุ้นเคยดังขึ้นจากประตูครัวและเสียงฝีเท้าหนักแน่นในชุดเกราะเหล็กสีดำสนิทเดินตรงเข้ามานั่งดื่มชาตรงกลางบ้าน

“ซังซัง...”

“ทำเพิ่มอีกสักสองสามชามเถอะ...”

หนิงเชวียโผล่ใบหน้าบูดบึ้งเข้ามาในห้องครัวเพราะโมโหใส่บิดาบุญธรรมที่หักเบี้ยหวัดของเขาจนหมด!สาเหตุเพราะเขาฆ่าม้าเหงื่อโลหิตเพื่อประทังชีวิตตอนที่ถูกศัตรูล้อมไว้จนเกือบอดอาหารตายกันทั้งกองทัพในทะเลทรายรกร้างที่หญ้าสักต้นก็ไม่มีให้เห็น

พอรอดมากลับอ้างกฎงี่เง่ารังแกเขาซ้ำ!

“ทำเผื่อตาแก่หนังเหนียว!”

“อย่าลืมใส่พริกกับน้ำมันเยอะๆด้วยล่ะ”

“ตาแก่นั่นชอบกิน”หนิงเชียขมวดคิ้วยุ่งแต่ไม่ลืมที่จะใส่ใจรายละเอียดของที่บิดาบุญธรรมชอบ

ซังซังก้าวเข้าไปหาชายหนุ่มนิ้วเรียวเล็กกลับเอื้อมไปจับฝ่ามือของเขาไว้อย่างอ่อนโยน

“นายน้อยอย่าเสียใจไปเลย!”

“แค่ถูกหักเบี้ยหวัดครึ่งปี...”

“ซังซังจะทำบะหมี่เลี้ยงท่านเองดีหรือไม่?”

หนิงเชียมองสบดวงหน้ากลมของหนูน้อยด้วยความเอ็นดูก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด

“หึ!หากบะหมี่ไม่อิ่มท้อง”

“ข้าจะเอาเจ้าไปขายแลกเนื้อหมู!”หนิงเชียหัวเราะเบาๆก่อนจะหยิกแก้มนุ่มนิ่มด้วยความรักและความเอ็นดู

ก่อนที่ร่างบางของซังซังในชุดผ้ากันเปื้อนเอาชามบะหมี่หอมฉุยมาวางไว้ตรงหน้าของท่านแม่ทัพเว่ยที่นั่งรออยู่ที่โถงกลางห้อง

แม่ทัพเว่ยรับชามบะหมี่หอมฉุยมาวางตรงหน้าก่อนจะใช้ตะเกียบไม้คีบเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มเข้าปากเคี้ยวคำโตจนเกิดเสียงซู้ดเส้นอย่างน่าอร่อย

“รสชาติถูกปากตาแก่อย่างท่านหรือไม่?”สายตาคมกริบมอง'บุตรบุญธรรม'ของตน

ที่กำลังพุ้ยเส้นบะหมี่ชามโตเข้าปากอย่างหิวโซก่อนจะใช้หลังมือเช็ดปากอย่างง่ายๆ

เจ้าเด็กบัดซบคนนี้...

นับวันยิ่งกำเริบเสิบสาน!

กล้าเรียกเขาว่า'ตาแก่'หน้าตาเฉย!

เขาถลึงตาใส่เด็กหนุ่มตรงหน้าแทบอยากจะยกชามบะหมี่ทุ่มใส่หัวมันเสียจริง!

แต่คิดอีกทีก็เสียดายของอร่อย...

ยามที่เคี้ยวเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มที่ซดตามด้วยน้ำซุปร้อนๆรสชาติเผ็ดร้อนกลมกล่อมพอดีคำทำเอาท่านแม่ทัพพอใจไม่น้อย

“น่าเสียดาย...แม่ครัวฝีมือดีเยี่ยมเช่นนี้กลับต้องมาคอยเลี้ยงดูเจ้าเด็กหัวรั้นอย่างเจ้า!”

“หนูซังซังไปเป็นแม่ครัวส่วนตัวที่จวนเว่ยดีหรือไม่”ท่านแม่ทัพเอ่ยกับแม่ครัวตัวน้อยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลผิดกับเสียงที่เอ่ยกับบุตรบุญธรรม

“ข้าไม่ให้!ใครก็พาไปไม่ได้!”หนิงเชวียตบโต๊ะเสียงดังก่อนจะแยกเขี้ยวใส่บิดาบุญธรรม

“ตาแก่!ท่านอย่าขโมยคนของข้า!"

“ฮ่าฮ่าหมาบ้าเช่นเจ้าเหตุใดจึงขี้หวงนัก!"ท่านแม่ทัพหลุดหัวเราะเสียงดังที่สามารถเย้าแหย่เด็กหนุ่มให้โมโหจนหน้าแดงได้สำเร็จ

บรรยากาศแห่งความผ่อนคลายบนโต๊ะอาหารมลายหายไปในพริบตาเมื่อแม่ทัพชรานำสารลับส่งมาให้แววตาขี้เล่นของทั้งสองพ่อลูกพลันแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจัง

ขณะที่ทั้งสองกำลังเครียดเรื่องแผนการรบและความเป็นความตายซังซังที่นั่งอยู่ตรงปลายโต๊ะกลับก้มหน้าก้มตาเงียบกริบ

นางพยายามทำตัวให้เล็กที่สุดราวกับไม่มีตัวตนบนโต๊ะอาหารแต่หูสองข้างกลับกางรับข้อมูลอย่างตั้งใจ

ปราบโจร...เสี่ยงตาย...ไม่มีทัพหนุน...

คำเหล่านี้ดังก้องอยู่ในหัวของเด็กสาวหัวใจดวงน้อยร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มความกังวลและห่วงใยที่มีต่อหนิงเชวียจุกแน่นจนแทบหายใจไม่ออก

ท่านแม่ทัพเหลือบสายตาไปเห็นอาการผิดปกติของเด็กสาวที่นั่งเงียบกริบอยู่ปลายโต๊ะก่อนจะเอ่ยเปลี่ยนเรื่องเผื่อผ่อนคลายบรรยากาศบนโต๊ะอาหาร

“ยามข้าออกศึกความตายเป็นเรื่องปกติของชายชาติทหาร”ท่านแม่ทัพเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย

“ซังซังหากยามใดที่แม้แต่ข้าและหนิงเชวียไม่อยู่ปกป้องเจ้าจะปกป้องตัวเองได้อย่างไร?”

“นายน้อยของเจ้าเป็นห่วงอนาคตของเจ้ามากเขาอยากให้ข้าส่งเสียเจ้าให้เรียนหนังสือ...”

“ยัยหนูซังซังเจ้าคิดว่าอย่างไร?”

“ข้า...”เด็กหญิงยังคงสับสนกับข้อเสนอของท่านแม่ทัพ

“ข้าไม่เลี้ยงคนโง่ให้เปลืองข้าวสุก!”หนิงเชวียเอ่ยตัดบทพร้อมทั้งข่มขู่เด็กสาว

“ข้าเรียน!ข้าจะเรียนเจ้าค่ะ!”เมื่อเห็นทั้งท่านแม่ทัพและหนิงเชวียคาดคั้นซังซังก็รีบผงกหัวรับคำทันที

“ดี!”หนิงเชวียพยักหน้าอย่างพึงพอใจพลางหันไปทางท่านแม่ทัพ

“ท่านฟังไว้ด้วยนะหากนางเรียนไม่รู้เรื่องก็เป็นเพราะอาจารย์สอนไม่ดี!”

“ไม่เกี่ยวกับว่านางโง่!”

แม่ทัพเว่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยมองเด็กหนุ่มที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายอารมณ์ขึ้นลงราวกับพายุ

“นายน้อย...”ซังซังพึมพำเสียงแผ่วร่างกายยังคงสั่นสะท้อนด้วยความซาบซึ้ง

“เช็ดน้ำตาซะซังซัง”

“ต่อไปนี้เจ้าต้องตั้งใจเรียนรู้ใช่ไหม?”

หนิงเชวียพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เจ้าค่ะนายน้อย!ซังซังจะตั้งใจเรียน”

“จะทำให้นายน้อยภูมิใจในตัวข้า!”

เด็กสาวรีบใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาแห่งความตื้นตันบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว

ท่านแม่ทัพที่นั่งมองภาพตรงหน้าถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจในความสัมพันธ์และนิสัยอันแปลกประหลาดของเจ้าหนุ่มตรงหน้า

เจ้าลูกชายปากแข็งของข้า

หวังดีกับนางแท้ๆแต่ยังข่มขู่เขาไม่หยุด...

ณสำนักศึกษาไป๋ลั่ว

ซังซังสวมชุดนักศึกษาทรงหลวมสีฟ้าอ่อนที่หนิงเชวียให้อย่างดีในกระเป๋าผ้าบรรจุแท่นฝนหมึกและพู่กันชุดใหม่เอี่ยม

“ยืนเกร็งเป็นหินไปได้”เสียงของหนิงเชวียดังขึ้นจากข้างหลังของเธอก่อนที่มือหนาจะยื่นมือมาจัดเสื้อของนางให้เข้าที่เข้าทางเขาย่อตัวลงมาอยู่ในระดับสายตาเดียวกับเด็กสาวใบหน้าคมเข้มมีรอยยิ้มภูมิใจประดับอยู่

“นายน้อย...คนที่นี่มีแต่ตระกูลขุนนางทั้งนั้นเลยเจ้าค่ะ”ซังซังกระซิบเสียงแผ่วมือกุมสายกระเป๋าแน่น

“เจ้าอายที่เป็นสาวใช้ของข้าหรือ?”เขาขัดขึ้นพลางยื่นนิ้วไปเคาะหน้าผากนาง

“เข้าไปแล้วตั้งใจเรียน”

“ใครรังแกก็จดชื่อมันไว้แล้วกลับมาฟ้องข้า!”

“เจ้าค่ะ!”ซังซังพยักหน้ารับคำอย่างตั้งใจกับท่าทางของเขาเหมือนผู้ปกครองที่มาส่งลูกสาวเข้าเรียนอนุบาลเป็นครั้งแรก

“ท่านนายกองเว่ย...”

อาจารย์ผู้เฒ่าเพ่งมองเด็กสาวตัวเล็กผิวคล้ำในชุดนักศึกษาก่อนจะหรี่ตามองบุรุษหนุ่มในชุดดำที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆด้วยความสงสัย

“เด็กคนนี้คือสาวใช้ของเจ้าอย่างนั้นหรือ?”

ซังซังที่ยืนอยู่ข้างๆกุมสายกระเป๋าแน่นนางเตรียมตัวจะก้มศีรษะยอมรับตามความจริงอย่างที่เคยทำมาตลอด

ทว่ายังไม่ทันที่นางจะเอ่ยปากมือหนาก็ยื่นมาวางบนไหล่เล็กของนางเบาๆก่อนจะดันร่างของเด็กสาวขึ้นมายืนข้างกายอย่างทัดเทียม

“เรียนท่านอาจารย์...นางไม่ใช่สาวใช้”

คำพูดนั้นทำเอาทั้งอาจารย์และซังซังต่างชะงักเด็กสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยความตกใจดวงตาใสซื่อเบิ่งกว้างด้วยความงุนงง

หนิงเชวียไม่สนใจสายตาตะลึงเขาหันไปมองเด็กสาวข้างกายก่อนจะหันกลับมาเอ่ยกับอาจารย์ผู้เฒ่าด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“นางคือ‘น้องสาว’ของข้า...ซังซัง”

“นายน้อย...?”

ซังซังกระซิบเสียงสั่นเผลอดึงแขนเสื้อของเขาไว้แน่นหัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนจะหลุดออกมานอกอก

“อยู่ที่นี่เจ้าคือน้องสาวของข้า”

หนิงเชวียก้มลงกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน

“บนโลกนี้ไม่มีใครต่ำต้อยกว่าใครและน้องสาวของหนิงเชวีย...ไม่มีใครกล้ารังแกเจ้าได้ทั้งนั้น”

อาจารย์ผู้เฒ่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยมองสลับระหว่างเด็กหนุ่มผู้แสนเย็นชากับเด็กสาวตัวน้อยก่อนจะระบายยิ้มออกมาด้วยความเมตตาท่านอาจารย์ลูบเคราขาวช้าๆพลางพยักหน้า

“ดี...ดีมาก!”

“น้องสาวหนิงเชวีย...”

“จงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่าให้พี่ชายของเจ้าต้องผิดหวังล่ะ”

อาจารย์กล่าวอย่างอบอุ่นก่อนจะผายมือให้เด็กสาวเดินเข้าไปในสำนักศึกษา

“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านอาจารย์”

ซังซังสูดหายใจเข้าลึกนางรีบย่อกายคารวะอาจารย์อย่างนอบน้อมที่สุดเท่าชีวิตนี้เคยทำมา

เด็กสาวเดินสะพายกระเป๋าเข้าเรียนไปแล้วแต่หนิงเชวียยังคงยืนนิ่งไม่ขยับไปไหนเขาเฝ้ามองตามแผ่นหลังเล็กๆอยู่หน้าประตูไม่ยอมห่าง

รอยยิ้มภูมิใจประดับอยู่ที่มุมปากคนปากแข็งผู้ซึ่งยอมทำทุกอย่างเพื่อให้สาวน้อยได้เติบโตขึ้นอย่างมีความสุขที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้…
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • น้องสาวตัวร้ายอย่างข้า วาสนาลำบากยิ่ง : 3P   บทที่ 64

    หยวนจิ้งผลักใบหน้าของหนิงเชวียออกไปให้ห่างจากภรรยาของตนรอยยิ้มร้ายกาจกระตุกขึ้นที่มุมปากของปีศาจผมสีเงิน“ช่วยตัวเองไปซะ...”คำพูดของหยวนจิ้งราวกับอัสนีบาตรฟาดใส่กลางกระหม่อมหนาของหนิงเชวียดวงตาสีรัตติกาลจ้องมองใบหน้าร้อนผ่าวของภรรยาตัวน้อยด้วยสายตาเว้าวอน“อย่างน้อยข้าก็ขอกอดภรรยาหน่อย...”หนิงเชวี

  • น้องสาวตัวร้ายอย่างข้า วาสนาลำบากยิ่ง : 3P   บทที่ 63

    “เมื่อคืนเป็นคืนเข้าหอของพวกเราแท้ๆ”หยวนจิ้งชะงักมือที่กำลังบีบนวดไหล่บางอย่างทนุถนอมนัยน์ตาสีทับทิมไหวระริกด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย“เหตุใดจึงต้องขอโทษเรื่องนี้กัน...”น้ำเสียงนุ่มทุ้มหวานหูจนแมวน้อยเคลิบเคลิ้ม“ร่างกายของเจ้าล้ำค่ายิ่งนัก”“เป็นพวกเราที่ต้องทะนุถนอมเจ้าให้ดี!"หยวนจิ้งเอ่ยพลางใช้

  • น้องสาวตัวร้ายอย่างข้า วาสนาลำบากยิ่ง : 3P   บทที่ 62

    เสียงหายใจหอบเหนื่อยของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบสงบหนิงเชวียซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนอย่างผ่อนคลายแขนแกร่งยังคงตระกองกอดร่างบางของซังซังเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยหยวนจิ้งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิดเพื่อมอบความอบอุ่นให้แก่ร่างบางที่ยังคงสั่นสะท้านเขาลูบแผ่นหลังของนางอย่างแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอช่วยผ

  • น้องสาวตัวร้ายอย่างข้า วาสนาลำบากยิ่ง : 3P   บทที่ 61

    “ชอบมากค่ะ”ดวงตาฉ่ำน้ำหวานเยิ้มจนไม่อาจปกปิดความสุขล้นที่เธอได้รับจากสามีของตนหนิงเชวียที่เห็นภรรยาของเขากำลังมีความสุขก็รู้สึกอิ่มเอมไปทั้งหัวใจจึงเพิ่มแรงโถมใส่ร่างบางเพื่อส่งมอบความคลั่งไคล้ที่ตนมีให้ทุกหยาดหยดซังซังที่โยกไหวตามแรงกระแทกของหนิงเชวียบีบกระชับมือพี่หยวนจิ้งไว้แน่นยิ่งหนิงเชวียโถม

  • น้องสาวตัวร้ายอย่างข้า วาสนาลำบากยิ่ง : 3P   บทที่ 60

    จุ๊บ!ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากร้อนลงมาช่วงชิงลมหายใจของร่างเล็กที่กำลังหอบหายใจเพราะรสจูบดูดวิญญาณจากหนิงเชวียก่อนหน้า“แฮ่ก...อื้อ...จุ้บ!”“ชิมเท่าไรก็ไม่เคยพอ...”หยวนจิ้งที่นั่งประชิดอยู่อีกข้างขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้นลมหายใจอุ่นร้อนประทับลงที่ลาดไหล่เนียนผ่องเขารวบเอวคอดกิ่วเข้ามาชิดอกแกร่งเบาๆ“หยวนจ

  • น้องสาวตัวร้ายอย่างข้า วาสนาลำบากยิ่ง : 3P   บทที่ 59

    หนิงเชวียที่โดนใส่ร้ายอย่างหน้าด้านๆได้แต่กัดฟันกรอดแต่เขาไม่ทำตัวหุนหันอีกต่อไปเพราะเขามีประสบการณ์ที่ไม่ดีหลังจากที่ใช้ความรุนแรงต่อหน้าภรรยาตัวน้อยหึ!ฝากไว้ก่อน...เจ้าผมหงอกเจ้าเล่ห์“พิธีการภายนอกพี่จัดการเสร็จแล้ว...”“พิธีต่อจากนี้...”“จะไม่มีใครมาขัดจังหวะพวกเราอีก”หยวนจิ้งเอ่ยเสียงต่ำพร่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status