หนิงเชียใช้ชีวิตอยู่ในสมรภูมิรบเขาเคยชินกับกลิ่นอายแห่งความตายสัญชาตญาณเอาตัวรอดของเขาเหมือนแมลงสาบสามารถดิ้นรนเอาตัวรอดแม้ในสภาพแวดล้อมแห้งแล้งยากลำบาก
บางครั้งการดื่มเลือดสดจากม้าก็กลายเป็นเรื่องปกติของเหล่าทหารชายแดน
นอกเขตแดนของป้อมปราการรายล้อมไปด้วยรังโจรชาวบ้านหรือพ่อค้าที่กล้าย่างกลายออกไปจะถูกดักปล้นฆ่าหรือโดนจับไปเป็นทาสบำเรอกามไม่มีใครสามารถรอดชีวิตกลับมาเล่าความโหดร้ายทารุณได้แม้แต่ผู้เดียวมีเพียงความตายเท่านั้นที่จะหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์
“เฮ้อ!หลายวันแล้ว”
“ทำไมนายน้อยยังไม่กลับมาอีก...”
ซังซังสาวใช้ตัวน้อยกำลังโยนถั่วงอกที่เด็ดสำหรับทำมื้อเย็นเข้าปากปากน้อยเคี้ยวถั่วงอกในปากอย่างเพลิดเพลินจดจ้องไปทางประตูตาไม่กระพริบ
ปัง!!
เสียงประตูไม้ที่กร่อนผุพังตามการใช้งานถูกถีบเข้ามาด้วยแรงมหาศาลของชายหนุ่ม
ส่งผลให้ผนังดินเหนียวเกิดรอยร้าวเป็นทางยาวจนน่าหวั่นกลัวว่ามันจะถล่มลงมาในไม่ช้า
“ฟืนผุ!!ฟืนผุทั้งนั้น!”
คนหล่อที่มักจะทำใบหน้าดุร้ายระบายโทสะกับประตูที่น่าสงสารจนมันพังยับเยิน
บริเวณกรอบประตูหนิงเชียที่ใบหน้าคร้ามแดดทำหน้างอง้ำเพราะอารมณ์ฉุนเฉียวกำลังยืนเท้าเอวท่าทางเหมือนต้องการเขมือบหัวใครก็ได้เพื่อระบายอารมณ์ความกรุ่นโกรธ
“นายน้อยยยยยยยยยยยยยยย”
ร่างเล็กหยุดมือที่กำลังนั่งเด็ดถัวงอกลงทันทีแล้ววิ่งถลาไปที่ประตูเมื่อเห็นร่างสูงของเจ้าของใบหน้าหล่อร้ายที่เธอคิดถึงใจจะขาด
ซังซังกอดแขนชายหนุ่มกล้ามแน่นเอาไว้ราวกับลูกแมวตัวน้อยและแอบมองสำรวจร่างกายของหนิงเชวียที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งโป๊กแบบที่เธอชอบ
เนื้อตัวของเขาเต็มไปด้วยแผลเป็นจากการรบความอารมณ์ร้อนและออร่าตัวร้ายเด่นหราไปทั่วทั้งตัวของเขา
อ่า....วาสนาข้าจริงๆ
ได้จับซิกแพคแน่นๆของเมนตัวเป็นๆ
มือเล็กยกขึ้นแตะอกเสื้อของเขาแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลมให้เขาอารมณ์เย็นขึ้นแต่อีกใจก็แอบกินเต้าหู้ของร่างสูงแบบเนียนๆ
สัมผัสแผ่วเบาจากมือบางทำให้หนิงเชวียชะงักไปเล็กน้อย
เลือดในกายที่กำลังเดือดพล่านด้วยโทสะค่อยๆลดระดับลงถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่าง…
นิ้วมือสั้นป้อมของสาวใช้ตัวน้อยลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าตรงอกเสื้อลากผ่านความแน่นตึงของมัดกล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วง!
หนิงเชวียหลุบสายตาลงมองมือคู่เล็กที่กำลังกินเต้าหู้เขาอย่างเนียนๆ
ริมฝีปากหยักได้รูปที่เคยบึ้งตึงเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกระตุกมุมปากเขารู้ทันความซุกซนของมือน้อยเข้าเต็มเปา!
แทนที่จะปล่อยให้นางเนียนลูบแผงอกเขาต่อมือหนาหยาบกร้านก็ยื่นออกไปรวบนิ้วเรียวเล็กของนางไว้แน่น
ชายหนุ่มโน้มกายลงมาหาจนดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในตาของซังซังในระยะเผาขนกลิ่นอายอันตรายพวยพุ่งออกมาจนซังซังขนลุกชัน
“นึกว่าจะรอดสายตาข้าหรือ?”
หนิงเชวียแค่นหัวเราะในลำคอก่อนจะใช้นิ้วชี้เคาะเบาๆที่หน้าผากของนางไปทีหนึ่ง
“อ้ะ!ข้าเจ็บนะเจ้าคะ”
“เจ้ากล้ากินเต้าหู้ของข้า...”
“เจ้าเด็กแก่แดด!”
มือหนาออกแรงบีบมือเข้าที่แก้มของเธอจนริมฝีปากเล็กยู่เข้าหากัน
แม้คำพูดคำจาจะฟังดูรุนแรงแต่เนื้อเสียงก็แฝงไปด้วยความเอ็นดูอยู่ไม่น้อย
“ตาแก่เว่ย!ริบเงินเบี้ยหวัดทหารของข้า”
“ส่วนเจ้าก็กินเต้าหู้ของข้าฟรีๆหึ!”
หนิงเชวียกระชับร่างนุ่มนิ่มของแมวน้อยให้ขยับเข้ามาแนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่างลมหายใจร้อนผ่าวรดรินข้างแก้มเนียน
“ไหน...ลองบอกข้ามาสิ”
“ว่าเจ้าจะชดใช้ค่า'เต้าหู้'ชิ้นนี้อย่างไร?”
ดวงตากลมโตส่องประกายวาววับยามมองสบตาดุดันของคนตรงหน้าอย่างลุ่มหลงท่าทางดิบเถื่อนสายตาดุดันกล้ามท้องแน่นๆช่างอันตรายต่อหัวใจของเธอเสียจริง!
ใครจะไปคิดว่า...
วันหนึ่งหญิงสาวจากโลกอนาคตที่นั่งซี๊ดปากกับความหล่อของตัวร้ายในนิยายเรื่องที่เธอชอบจะได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ข้างกายเขาจริงๆ!
มีเงินก็ซื้อความโชคดีเช่นนี้ไม่ได้!
ซังซังยิ้มกรุ้มกริ่มกับความคิดของตัวเองเธอไม่ได้สำนึกผิดเลยสักนิดกลับช้อนสายตามองชายหนุ่มด้วยความท้าทายและเอ่ยน้ำเสียงออดอ้อน
“นายน้อย...”
ซังซังเอ่ยเสียงอู้อี้เพราะถูกบีบแก้มแต่แววตากลับแพรวพราว
เธอยักคิ้วให้เขาหนึ่งทีก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้แกล้งเอาศีรษะซบลงบนแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของเขาอย่างออดอ้อน
และถือโอกาสสูดกลิ่นกายหอมกรุ่นของชายในดวงใจเข้าปอดเต็มรัก
ฟอด!
“นายน้อยท่านกลับมาแล้ว!”
“ซังซังคิดถึงท่านที่สุด!”
“คิดถึงข้า?หรือคิดถึงเต้าหู้บนตัวข้ากันแน่?”
หนิงเชวียหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเสียงทุ้มดุดันฟังดูอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด
มือหนาเปลี่ยนจากบีบแก้มเป็นบิดหูของนางด้วยความหมั่นเขี้ยว
“เหตุใดตัวของเจ้าจึงเย็นเช่นนี้!”
หนิงเชวียพึมพำเสียงเบาก่อนจะถอดเสื้อคลุมกันหนาวผืนหนาของตนเองออกแล้วเอามาพันรอบตัวเด็กสาวจนนางมองดูเหมือนก้อนผ้าห่ม
“ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว”
“รีบทำอาหารให้ข้ากิน!”
“ก่อนที่ข้าจะให้ฝูงหมาป่ากินเจ้าแทน!”
“นายน้อย...”
“ท่านขู่ว่าจะให้หมาป่ากินมาสี่ปีแล้วนะเจ้าคะถ้าฝูงหมามันรอกินข้าอยู่...ป่านนี้พวกมันคงอดตายยกฝูงไปแล้วมั้ง?”
หนิงเชวียฟังแล้วถึงกับสั่นหัวกับท่าทางต่อปากต่อคำของสาวน้อยเขาเหนื่อยที่จะโต้เถียงกับยัยเด็กคนนี้
“ซังซัง!นายน้อยหิวจะตายอยู่แล้ว!”
“ถ้ายังชักช้าอีกข้าจะจับเจ้ากินแทนข้าว!"
“รับทราบค่ะจะทำให้ด่วนจี๋เลย!”
เด็กน้อยดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดของหนิงเชวียพลางถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“บะหมี่กับไข่ดาวพิเศษถั่วงอกดีหรือไม่?”
“เจ้าปีศาจจอมตะกละ”
“เจ้าแอบกินก่อนหน้าข้าใช่หรือไม่?”
“ที่ปากของเจ้ายังมีหลักฐานคาอยู่แท้ๆ”
“ซังซังไม่ได้ตระกละ...”
“ข้าแค่ทดสอบยาพิษให้นายน้อยต่างหาก”
เจ้าตัวเล็กหัวเราะเอิ้กอ้ากพลางเอ่ยแก้ตัวอย่างลื่นไหลไม่อายฟ้าดิน
“เช่นนั้นข้าควรขอบใจเจ้าใช่หรือไม่?”
“หากไม่มีเจ้า”
“ข้าคงตายเพราะยาพิษเป็นแน่!”
หนิงเชวียยอมไหลตามน้ำไปกับเหตุผลของเด็กน้อยโดยไม่คิดจะเปิดโปงเจ้าเด็กตะกละตรงหน้า
“นายน้อยโปรดไว้ใจซังซัง!”
“ซังซังจะเลี้ยงดูนายน้อยเองไม่ต้องห่วง!”
เด็กสาวยืดตัวตรงพร้อมกับใช้มือตบอกตัวเองอย่างมั่นใจ
“เจ้าน่ะหรือจะเลี้ยงดูข้า?”
“เงินทุกก้วน...”
“ได้จากการเสี่ยงตายของข้าทั้งนั้น”
หนิงเชวียขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น
เป็นข้า!
ที่ออกไปฆ่าโจรเพื่อมาปรนนิบัติเจ้า!
“หากไม่มีข้าคอยทำกับข้าวดูแลบ้าน”
“มีหรือท่านจะเติบโตมาได้!!”ร่างเล็กเถียงก่อนจะพองลมจนแก้มป่องเหมือนปลาปั้กเป้า
“อีกอย่าง...”
“หากนายน้อยจะแต่งนายหญิงเข้าบ้านเพียงแค่เงินเดือนทหารเล็กน้อยเช่นนี้หญิงใดจะยินยอมแต่งมาดูแลท่านกัน!”
ยามนี้ในหัวของวิญญาณสาววัย28กำลังคิดคำนวณอย่างถี่ถ้วนสำหรับเรื่องชีวิตคู่ในยุคโบราณนางผ่านการอ่านนิยายมาเป็นร้อยเรื่องมีหรือจะไม่รู้!ทหารชายแดนแถมอารมณ์ร้ายสตรีที่ไหนจะยอมดั้นด้นมาลำบากด้วยก็บ้าแล้ว!เว้นเสียแต่...
แม่สาวที่หลงกล้ามอกอย่างข้านี่แหละ!
“ไร้สาระ!ใครบอกว่าข้าจะแต่งงาน?”
หนิงเชียหัวเราะในลำคอดวงตาคู่คมจ้องมองเจ้าปลาปั๊กเป้าน้อยที่ยืนพองลมจนแก้มป่อง
เขาโน้มตัวลงมาสบตากับดวงตาคู่กลมโตของซังซังดวงตาฉายแววตัวร้ายสุดกร้าวใจที่ทำเอาหัวใจแทบหยุดเต้น
“ในเมื่อข้ามีสาวใช้ปากดีและทำอาหารอร่อยอยู่แล้วเหตุใดต้องหาภาระมาเพิ่มอีก?”
หนิงเชวียรวบร่างของสาวรับใช้ตัวน้อยขึ้นมาจากพื้นด้วยมือเดียวยกขึ้นสูงจนสายตาของนางอยู่ระดับเดียวกับเขาแล้วใช้นิ้วหนาบิดจมูกรั้นๆของนางเบาๆด้วยความเอ็นดู
“ดูสิ…ขนาดข้าเลี้ยงเจ้าอย่างอดๆอยากๆก็ยังขุนเจ้าให้อ้วนเป็นหมูได้เหมือนกัน”
หนิงเชวียยักคิ้วให้เธออย่างกวนๆก่อนจะเดินหนีออกไปอย่างอารมรณ์ดี