LOGINนางถูกลอกให้รัก เพราะโง่เขลาจึงแต่งงานผิดคน แต่พอรู้ความจริงนางก็เลือกจะถอยออกมา ท่านไม่รักไม่เป็นอันใด ขอเพียงท่านย่าให้หม่อมฉันก็พอ ปี้หลัวผู้นี้มีศักดิ์ศรี "ในเมื่อเจ้าแต่งให้เปิ่นหวางแล้ว ยามเป็นคนก็เป็นของหลี่เฟิ่งหาน เมื่อตายก็เป็นผีของเปิ่นหวาง หากเจ้ากล้าหนี จงรู้ไว้ถึงเจ้าลงนรกเปิ่นหวางก็จะตามไป"
View Moreตอนจบ || ไม่ปล่อยมือตลอดไปครึ่งปีผ่านไป ในที่สุดปี้หลัวก็กลับมาพำนักที่จวนจ้าวหนิงโหวอย่างจริงจัง นับจากนั้นนางก็ไม่ค้างคืนที่ค่ายทหารอีก แม้ยังคงมีงานในกองทัพที่ต้องจัดการในฐานะแม่ทัพใหญ่ของหน่วยทหารม้าเกราะดำ แต่เมื่องานเสร็จสิ้น นางก็จะกลับจวนเสมอ ชีวิตของนางเริ่มมีพื้นที่ให้เรื่องอื่นนอกเหนือจากสนามรบมากขึ้น และสำหรับเฟิ่งหานแล้ว การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยนี้ก็นับเป็นก้าวสำคัญที่ท่านอ๋องหนุ่มเฝ้ารอมานานคืนหนึ่งหลังผ่านห้วงวสันต์อันเร่อร้อน ทั้งสองจึงนั่งลงพูดคุยกันอย่างเปิดอกเป็นครั้งแรก บรรยากาศในห้องสงบเงียบ ไม่มีการกล่าวถึงเรื่องในอดีต ต่างคนต่างเปิดเผยความรู้สึกของตนเอง บอกเล่าสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ไม่ชอบ ตลอดจนสิ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นซ้ำอีก พวกเขาไม่ได้พยายามลบล้างความผิดพลาดที่ผ่านมา และไม่ได้คาดหวังว่าเพียงค่ำคืนเดียวจะทำให้บาดแผลทั้งหมดหายไปท้ายที่สุด ทั้งสองจึงตกลงกันว่าจะไม่ปล่อยให้ความเงียบกลายเป็นกำแพงขวางกั้นอีกต่อไป หากมีเรื่องใดไม่เข้าใจก็จะพูดคุยกัน หากมีสิ่งใดไม่ชอบก็จะบอกกล่าวอย่างตรงไปตรงมา และหากเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจร่วมกัน ก็จะไม่มีผู้ใดถือสิทธิ์ตัดสินใจแทน
ตอนที่ 39 || สุดสิ้นเพื่อเริ่มใหม่ไม่นานนัก จ้าวเหยียนหงและจ้าวเจียงเหล่ยก็มาถึง เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้า จ้าวปี้หลัวจึงก้าวออกไปคุกเข่าลงเคียงข้างหลี่เฟิ่งหาน สองมือประสานยกขึ้นเหนือหน้าผาก ก่อนก้มศีรษะลงต่อหน้าเฟิ่งหยางฮ่องเต้ นางไม่ได้แสดงความโกรธแค้นหรือกล่าวโทษผู้ใด ท่าทีสงบนิ่งนั้นกลับยิ่งทำให้เห็นชัดว่า นางคิดเรื่องนี้มาอย่างรอบคอบแล้ว และไม่มีความคิดจะเปลี่ยนใจโดยง่าย“ฝ่าบาททรงเมตตาปี้หลัวด้วยเพคะ งานแต่งครั้งนี้ของหม่อมฉันกับท่านอ๋องมันเลวร้ายมาก หากเป็นเพียงการถูกหลอก ปี้หลัวก็ถือว่าตนเองเป็นสตรีใจกว้าง ขอเพียงทราบเหตุผล หม่อมฉันย่อมเข้าใจและให้อภัยไปนานแล้ว แต่...”เสียงของจ้าวปี้หลัวหยุดชะงักไปชั่วขณะ เมื่อความคิดหวนกลับไปถึงเรื่องบุตร ความเจ็บปวดที่นางคิดว่ากาลเวลาสองปีจะช่วยบรรเทาลงได้กลับตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ในลำคออีกครั้ง เรื่องนั้นเกิดขึ้นเพราะเฟิ่งหานตัดสินใจทุกอย่างด้วยตนเอง โดยไม่ปรึกษานางแม้แต่คำเดียว ท้ายที่สุดนางต้องสูญเสียบุตรคนแรกไป ทั้งที่ไม่เคยมีโอกาสได้ปกป้องชีวิตเล็ก ๆ นั้นอย่างที่มารดาคนหนึ่งควรทำ“สรุปก็คือ หากชีวิตคู่ที่ผิดพลาดและบิดเบี้ยวนี้ไม่จบลง หม่อมฉ
ตอนที่ 38 || ทูลขอหย่าขาดเมื่อออกจากท้องพระโรงใหญ่ จ้าวปี้หลัวมิได้กลับหยางเฉิงกงดังที่ใครหลายคนคาดคิด หากแต่เลือกไปพักที่จวนของบิดาแทน นางยังไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับเฟิ่งหาน และยิ่งไม่อยากหวนกลับไปยังเรือนฮวาเซียง สถานที่ซึ่งนางเคยสูญเสียบุตรในครรภ์ ทั้งยังถูกคนสนิททรยศหักหลัง เดิมทีนางคิดว่าการจากไปนานถึงสองปีจะช่วยให้ลืมเรื่องราวในอดีตได้ ทว่าความจริงกลับมิได้เป็นเช่นนั้น ความทรงจำเหล่านั้นยังคงฝังแน่นอยู่ในใจ มิได้เลือนหายไปตามกาลเวลาอย่างที่นางเคยหวัง“เจ้าจะไม่กลับกับข้าจริงหรือ”เฟิ่งหานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดวงตาลึกล้ำจับจ้องพระชายาที่เขาเฝ้ารอมานานถึงสองปี ถึงจะพบกันที่ซีหลิง แต่ทั้งสองต้องร่วมเผชิญศึกใหญ่ สถานการณ์ในสนามรบตึงเครียดจนไม่มีโอกาสได้จัดการเรื่องส่วนตัว จำต้องเอาชนะศัตรูให้ได้เสียก่อนเฟิ่งหานจึงตั้งใจว่าหลังกลับถึงฉางเล่อแล้ว จะหาเวลาพูดคุยกับนางให้ดี ทว่ายังไม่ทันได้ทำตามที่คิด ปี้หลัวกลับตั้งท่าจะหลบหน้าเขาเสียแล้ว แต่หากเขายอมปล่อยนางไปง่าย ๆ ก็คงไม่ใช่นิสัยของเซียวอ๋องคนนี้แล้ว“หม่อมฉันอยากไปค้างกับท่านพ่อก่อนเพคะ ช่วงนี้สุขภาพของท่านไม่ค่อยดี บุต
ตอนที่ 37 || กอบกู้เมื่อปี้หลัวมาถึงเจียงเป่ย ท่านแม่ทัพใหญ่จ้าวนั้นพ้นขีดอันตรายแล้วก็จริง เพียงแต่ขาข้างขวาของบิดานางได้รับบาดเจ็บสาหัสจนมิอาจกลับมาเดินได้ตามปกติดังเดิมอีกแล้ว จ้าวเหยียนหงจึงกลายเป็นผู้พิการอย่างแท้จริงมิอาจควบม้าออกศึกขณะเดียวกัน สถานการณ์ในสนามรบกลับรุนแรงกว่าที่พี่ใหญ่ของนางส่งจดหมายมาแจ้งมากนัก เกือบยี่สิบปีที่เผ่าซยงหนู่ถอยร่นออกจากชายแดน ราวกับหายไปเพื่อสะสมกำลัง ครั้นกลับมาในครั้งนี้ พวกมันคงมั่นใจแล้วว่าสามารถยึดครองเจียงเป่ยได้จึงโจมตีไม่พักติดกันมาครึ่งปีดังนั้น กำลังทหารของเฮยหลงจึงกำลังเผชิญการอ่อนล้า ขณะที่ท่านแม่ทัพใหญ่จ้าวได้รับบาดเจ็บ จ้าวเจียงเหล่ยผู้เป็นพี่ใหญ่ยังคงนำทัพต่อสู้อย่างเต็มกำลังอยู่แนวหน้าสุด โดยมีพี่ชายคนที่สามและสี่เคียงข้างแต่สิ่งที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงยิ่งกว่าเดิมก็คือ ข่าวว่าท่านแม่ทัพใหญ่ไม่อาจกลับขึ้นหลังม้าและนำทัพได้อีกแล้ว ทหารกล้าย่อมสูญเสียขวัญกำลังใจเป็นอย่างมาก กองทัพเฮยหลงจึงเข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างแท้จริงปี้หลัวกับพี่ชายคนรองและพี่ห้าต้องช่วยกันปลอบขวัญเหล่าทหารกล้า แต่ยังไม่ทันข้ามวัน ข่าวด่วนจากแนวหน้าก็ถูกส่งมาย











