LOGIN“ที่พูดเมื่อสักครู่ ไม่รู้จริงๆ หรือ.. แกล้งยั่วเรากันแน่”
อีซาเลิกคิ้วคมเข้มถามด้วยดวงตาเป็นประกายกล้ามีแววล้อเลียนชัดเจน มาเลย์น่าสบตาเขาไม่ยอมหลบ แฝงเอาไว้ด้วยความไม่เข้าใจ แววตาท้าทายหวานล้ำของคนตรงหน้า ทำให้อีซาหัวเราะเบาๆ อย่างถูกใจ
“ฝ่าบาททรงหมายถึงอะไรหรือเพคะ”
หญิงสาวถามเสียงหวาน
เขาไม่ตอบคำถาม แต่ไล้ฝ่ามือไปตามใบหน้าสวยหวานเบาๆ สายตาคมกวาดไล้ไปทั่ว ระเรื่อยไปยังเรือนร่างกลมกลึงสมส่วน มาเลย์น่ารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขาสั่นจนแทบทรุดแต่ยังพยุงกายอยู่ได้เพราะอ้อมแขนที่รัดไปรอบร่างอวบอิ่ม
“ไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งไม่รู้”
อีซาถามย้ำอีกครั้ง เขารุ่มร้อนแทบจะทันทีที่ได้สัมผัสร่างนุ่มนิ่มของคนในอ้อมแขน ตอนมองเธอในท้องพระโรง เขาหัวใจหวั่นไหวมากมาย แต่เมื่อได้สัมผัสแนบชิดมากกว่ามอง กลับทำให้สั่นไหวซ่านไปทั่วอกมากกว่าเดิมหลายเท่านัก
มาเลย์น่าเผยอริมฝีปากน้อยๆ เหมือนชวนเชิญ แต่เธอทำด้วยความเผลอไผล ไม่รู้จะตอบคำถามเขาเช่นไรดี อีซาไม่อยากรับฟังอันใดอีกแล้ว ริมฝีปากหยักหนาร้อนรุ่มกดจุมพิตประทับกลีบปากอิ่มหวาน เมื่อสิ้นสุดการรอคอย ร่างระหงผวาสะท้าน ประกายไฟแล่นไปทั่วเรือนร่าง สัมผัสเช่นนี้ช่างคุ้นเคยอบอุ่นหวามในอก เหมือนเป็นสิ่งที่รอคอยมานานแสนนาน
ลำแขนแกร่งโอบกอดรัดรึงแนบแน่น ปลายลิ้นอุ่นตวัดไล้เลียไปทั่วกลีบปากสีสดเพื่อเชยชิมความหอมหวาน มือใหญ่ลากไล้นวดคลึงไปทั่วเรือนร่าง
ร่างงามอ่อนระทวยต่อสัมผัสของบุรุษเพศ ยิ่งมือแกร่งนวดคลึงหนักหน่วงขึ้น ริมฝีปากรุ่มร้อนดูดเม้มรุกเร้ากลีบปากหวานฉ่ำไม่แพ้กัน อารมณ์หวามก่อเกิดไหลวนไปทั่วเรือนร่างโดยไม่สามารถห้ามความต้องการทางธรรมชาติได้
ร่างเพรียวเผยอกลีบปากคราง เมื่อโดนเคล้นคลึงหนักมือขึ้น ลิ้นอุ่นร้อนที่รอจังหวะดูดกลืนความหวานในโพรงปากจึงมีโอกาสสอดแทรกชิวหาเชยชิมมากขึ้น
ริมฝีปากหยักหนาบดคลึงจุมพิตร้อนแรง ร่างระหงสั่นสะท้านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ลิ้นอุ่นหนาเก็บกวาดดูดกลืนความฉ่ำหวานในโพรงปากด้วยความหิวโหย ยิ่งดื่มด่ำความหอมหวานมากขึ้นเพียงไร ยิ่งเพิ่มความต้องการมากขึ้นจนแทบสำลัก ลิ้นเล็กสอดประสานไร้เดียงสา จึงโดนดูดกลืนกระหน่ำไม่หยุดหย่อน ความต้องการแห่งบุรุษเพศพุ่งสูงขึ้นจนเกินหักห้ามกายใจได้
ใบหน้าคมเข้มถอดถอนออกด้วยดวงตาพร่างพราย มาเลย์น่ากะพริบตาด้วยความงุนงงสงสัย ดวงตาคมหวานปรือหยาดเยิ้มมองหน้าหล่อเหลาของเขาด้วยความเสน่หาไม่ต่างกัน อีซาหัวเราะเสียงทุ้มแหบพร่า ลำแขนกำยำตวัดอุ้มกวางน้อยแสนหวานขึ้นในอ้อมแขน เพียงไม่กี่ก้าว ถึงแท่นบรรทมเบื้องหน้า
“รู้ไหมว่ามองแบบนี้ เป็นการเชิญชวนขนาดไหน”
น้ำเสียงทุ้มหวานแหบพร่าระคนเอ็นดู ดวงตาคมเข้มไล้มองร่างระหงที่นอนระทดระทวยเย้ายวนบนเตียงกว้างด้วยความพึงพอใจ
“ฝ่าบาท”
เสียงสั่นน้อยๆ แต่เซ็กซี่เป็นสุดในความคิดคำนึงของเขา เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากใบหน้าหล่อเหลาต่อเนื่อง
“ทำเสียงแบบนี้น่ารักจังฮันนี่ อยากรู้ว่าเธอจะมีวิธีการเช่นไรมัดใจผู้ชายให้หลงใหล ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น ให้ฉันได้ดูความงดงามของเธอหน่อย”
อีซาพูดเสียงแหบห้าว มือใหญ่รั้งมือเรียวสวยขึ้นจากเตียงกว้างให้เธอลงไปยืนหน้าเตียง เรือนร่างสูงขึ้นไปนั่งบนเตียงแทนเพื่อมองหญิงสาวได้ถนัด
มาเลย์น่าสั่นสะท้านจากสายตาคมที่กำลังมองลามเลียไปทั่วเรือนร่าง
“ฝ่าบาท”
มาเลย์น่าถอนเท้าหนี แต่ถูกรั้งเอาไว้อย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้หนีเขาไปได้
“ยั่วให้ฉันต้องการเธอมากขึ้นเรอะ”
คิ้วเข้มดกหนาเลิกขึ้นเมื่อเห็นเธอคิดหนี คิดว่าเธอยั่วให้เขาต้องการเธอมากเป็นทวีคูณ แต่นั่นทำให้ตื่นเต้นมากกว่าหญิงสาวที่เคยพานพบมา หญิงสาวพวกนั้นคอยจะปรนนิบัติไม่กล้าขัดใจเขา จนน่าเบื่อหน่ายมากกว่าน่าอภิรมย์ในความคิดของเขา
มือใหญ่เอื้อมไปปลดชุดสวยเนื้อผ้าบางเบาแนบกายรัดรึงออกด้วยความใจร้อน ทำให้เสื้อผ้าหลุดจากเรือนร่างในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมกับปลิวไปตกรอบกายโดยที่เขาหาสนใจไม่
มาเลย์น่าอุทาน ยกมือปกปิดเรือนร่างด้วยความตระหนก
“ฝ่าบาทอย่าเพคะ”
หญิงสาวห้ามปรามเสียงสั่น นึกหวั่นใจในความใจร้อนของเขา
ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาแย้มยิ้มด้วยดวงตาเป็นประกายแต่หาได้โกรธกริ้วไม่
ร่างระหงเปลือยเปล่าถูกรั้งให้นอนบนเตียงกว้างอีกครั้ง หญิงสาวหลับตาด้วยความอับอายขัดเขินยิ่งขึ้น ที่ต้องเปลือยกายต่อหน้าบุรุษเพศเช่นนี้ ใบหน้านวลแดงระเรื่อจนลามไปทั่วตัว
ดวงตาคมเข้มสีนิลมองไล้ร่างเปลือยอย่างพึงพอใจ ร่างเพรียวระหงกลมกลึง ทุกสัดส่วนอวบอิ่มน่าสัมผัส ผิวสีน้ำผึ้งเนียนนุ่มดุจแพรไหม ยามมือแกร่งลูบไล้ก็สั่นสะท้านหวามไหวเรียกร้องให้อยากคลุกเคล้ามากยิ่งขึ้น
ริมฝีปากร้อนรุ่มกดจุมพิตกลีบปากแสนหวานที่ทำให้เขาติดใจในรสชาติ มือใหญ่กอบกุมอกอวบอิ่มทั้งสองข้างพร้อมกับขยำเคล้นคลึงหนักๆ
ริมฝีปากอิ่มเผยอออกเพื่อครางเสียงกระเส่า เรือนร่างร้อนรุ่มดุจดั่งไฟกองใหญ่ที่ลามเลียไปทั่วเรือนกาย เขาผละออกเพียงไม่กี่อึดใจเพื่อปลดเปลื้องอาภรณ์ออก แล้วกลับมาคลุกเคล้าเล้าโลมดังเดิม
มาเลย์น่าเบิกตามองร่างเปลือยที่สวยงามแกร่งกล้าของเขา เธอไม่เคยเห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของบุรุษเพศเช่นนี้มาก่อน
เรือนร่างชายงดงามกำยำอุดมไปด้วยมัดกล้ามชวนคลั่งไคล้ไหลหลง ดวงตาคมหวานไหววูบ เริ่มใจสั่นเกินบรรยาย ยิ่งเห็นความองอาจแกร่งกล้าอยู่เบื้องหน้า ยิ่งอยากหลับตาหนี แต่ทำไม่สำเร็จ กลับจ้องมองเหมือนต้องมนตร์สะกด
อีซาเลิกคิ้วคมเข้มมองใบหน้าสาวน้อยที่กำลังแดงก่ำด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
มาเลย์น่าอายจนหน้าแดง หลบใบหน้าหันหนีไปทางอื่นทันที มือใหญ่รั้งคางเรียวสวยให้หันกลับมาสบในตาสีนิลด้วยอำนาจที่มีอยู่เปี่ยมล้น รวมถึงความเอาแต่ใจอย่างที่ไม่เคยถูกขัดใจมาก่อน
ดวงตาคมหวานสบกับเขาด้วยความตระหนก ริมฝีปากหยักหนากดจุมพิตหนักหน่วง ร่างสูงทาบทับแทรกระหว่างเรือนร่างเย้ายวน มือทั้งสองข้างจับเรียวขาเพรียวให้แยกออกจากกัน มาเลย์น่าอุทานอีกครั้ง ตกใจในท่วงท่าน่าอายเสียเปรียบเช่นนี้ ลิ้นอุ่นหนาคลุกเคล้าเชยชิมความหวานในโพรงปากอุ่น มือแกร่งเลื่อนไปนวดคลึงสะโพกผายไล้วนขึ้นไปตามสีข้างเพื่อเกาะกุมปทุมถันอวบอิ่มแล้วขยำเคล้นคลึงความนุ่มนิ่มนั้น
ลิ้นเรียวเล็กโดนดูดดึงระรัวไม่อาจห้ามปรามได้ ความแข็งแกร่งที่ผงาดกล้ากำลังถูไถกับกลีบดอกไม้งามเบื้องล่างจนคนใต้ร่างแทบขาดใจจากความเสียวซ่านกระสันที่แล่นไปจับทั่วร่าง
กลีบปากฉ่ำหวานสีสดช้ำสุดแสนเมื่อริมฝีปากหยักหนาละออก มือใหญ่เลื่อนไปลูบไล้ริมฝีปากของคนใต้ร่างอย่างทะนุถนอม ริมฝีปากน้อยเผยอหอบหายใจสะท้านเสียงกระเส่า
“รู้ไหมว่าหอบกระเส่าแบบนี้คือการยั่ว”
อีซาพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดูปะปนกับลมหายใจหอบแรงไม่ต่างกับคนใต้ร่าง เขาต้องการเรือนร่างงามบรรเจิดเบื้องหน้าอย่างที่สุด
“ฝ่าบาท” มาเลย์น่าเรียกเขาเสียงหวานสะท้านเครือ
“กอดฉันเดี๋ยวนี้”
เสียงแหบทุ้มหวานสั่งข้างใบหูนุ่มนิ่มหอมกรุ่น อ้อมแขนของหญิงสาวโอบรอบเรือนกายแข็งแกร่งด้วยความมึนเมาในรสเสน่หา
ใบหน้าคมเข้มก้มลงเชยชิมลำคอระหงโดยการดูดเม้มด้วยความกระหายไม่คลาย เสียงหอบหายใจที่รุนแรงกำลังทำให้เธอไม่มีสติที่จะคิดอันใด
“เปิดทางให้ฉันเดี๋ยวนี้” เสียงทุ้มสั่นพร่ายังสั่งคุกคามตามติด
มาเลย์น่าแหงนเงยใบหน้าไปด้านบนให้เขาซุกไซ้ได้เต็มที่ สร้างความพอใจให้เขาเป็นอันมาก มือใหญ่ทั้งสองยังนวดคลึงยอดถันสีสด เพื่อรอคอยให้ริมฝีปากหยักหนาลงไปเชยชิมเป็นสิ่งต่อไป
“ได้สิ เดี๋ยวฉันจะป้อนให้”เขาทำในสิ่งที่หญิงสาวคิดว่า คงไม่เคยทำให้หญิงคนใดมาก่อน มือใหญ่แกะเปลือกกุ้งออกจนหมด กุ้งตัวโตถูกงับเอาเข้าไปในปากของเขาทันที“ฝ่าบาท...”หญิงสาวประท้วงอย่างมีแง่งอน ครั้นเห็นทรงปอกทานเสียเอง แต่ต้องเปลี่ยนเป็นเสียงอู้อี้ทันทีเมื่อริมฝีปากหยักหนาทาบทับลงมา รสชาติของกุ้งสดเนื้อหวานอร่อยผ่านเข้ามาในลำคอทันที มือแกร่งลูบไล้เรือนร่างกลมกลึงหนักหน่วง กุ้งแสนอร่อยตกถึงท้องไปแล้วแต่เรียวปากอุ่นร้อนยังดูดกลืนความหวานในโพรงปากไม่คลาย“อือ... ฝ่าบาท”หญิงสาวหอบหายใจสะท้าน เมื่อเขาปลดปล่อยเรียวปากอวบอิ่มเป็นอิสระ“อร่อยไหมกุ้งสดที่ฉันป้อนให้”คำกระเซ้าแสนหวานทำให้หญิงสาวค้อนให้เสียวงใหญ่ หลบสายตาคมสีนิลเสไปมองทิวทัศน์รอบกายแทน“ถ้าไม่ตอบแปลว่าอร่อย เดี๋ยวต้องป้อนอีกหลายคำ”คนเอาแต่ใจไม่รอให้คนหลบหน้าได้ทันตั้งตัว ริมฝีปากหยักหนาประทับลงมาอีกครั้งพร้อมกับกุ้งเนื้อหวานสดอร่อยถูกป้อนเข้ามาในปากของเธอโดยวิธีที่เธอเคยทำให้เขาตอนที่อยู่ในตำหนักของเขาที่ประเทศโซโมโรส“ตกลงว่าอร่อยหรือเปล่า ไม่ตอบสักที รอนานแล้วนะ”มือใหญ่ใช้นิ้วหัวแม่โป้งคลึงเคล้นกลีบปากหวานฉ่ำไปมาเบาๆ ดวงตาจ
ลุตฟียักคิ้วเจ้าเล่ห์ให้มามะ มามะหันไปมองสบตาพาตีเมาะหวานหยด แค่มองตา... ทั้งสองก็รู้ใจ โดยไม่ต้องคบกันให้ยาวนาน เหมือนองค์สุลต่านเจ้าเหนือหัวกับพระราชินีมาเลย์น่าที่สบตากันครั้งแรกก็ตกหลุมรักกันและกันโดยไม่ต้องรู้จักกันยาวนานเลยสุลต่านอีซาพาพระราชินีคู่กายไปฮันนีมูนยังเกาะส่วนตัวที่ประเทศไทย เขาชอบประเทศไทยเพราะเป็นประเทศที่สวยงาม อุดมไปด้วยธรรมชาติ คนไทยยิ้มง่ายเป็นมิตรและจริงใจ เป็นประเทศที่เขาอยากมาเที่ยวชมบ่อยครั้ง“ฮันนี่เพิ่งรู้ว่าพระองค์มีเกาะส่วนตัวที่ประเทศไทยด้วยเพคะ”มาเลย์น่ารู้สึกตื่นตาตื่นใจ มองบ้านพักตากอากาศหลังสวยสีขาวอยู่กลางเกาะ“เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่เสด็จพ่อทรงซื้อให้เสด็จแม่”เขาพูดเพื่อรำลึกความหลัง เพราะแม่ของเขาเป็นคนไทย บิดาจึงซื้อเกาะแห่งนี้เอาไว้ให้พักผ่อนครั้นเสด็จมาเที่ยวประเทศไทย“ฝ่าบาท ฮันนี่อยากเดินเล่นรอบหาดจังเพคะ”“ได้สิ ฉันก็อยากเดินออกกำลังกายอยู่เหมือนกัน”มือใหญ่กุมมือเรียวบางพาเดินไปตามหาดทรายขาวสะอาดที่มองเป็นไปสุดชายฝั่งทะเล ผืนทรายสีขาวสะอาดปลิวว่อนไปตามสายลมที่พัดผ่าน ลมโชยพัดไปทั่วบริเวณหาดเอาไอของน้ำทะเลมากระทบผิวกายแต่กลับให้ความรู้สึ
ผ้าคลุมศีรษะเข้าชุดกันกับชุดที่สวมใส่ซึ่งประดับด้วยเพชรเม็ดงามองค์สุลต่านอีซาทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดสีทองอร่ามเช่นเดียวกับหญิงสาว บนศีรษะของพระองค์สวมมงกุฎทองคำฝังเพชรงดงาม ทรงทอดพระเนตรหญิงสาวอย่างตกตะลึง แขกเหรื่อผู้มีเกียรติต่างชื่นชมในความงามของมาเลย์น่า ขณะที่หญิงสาวเดินออกมาเข้าพิธีกับองค์สุลต่านอานนท์และโซฟียะห์กุมมือกันแนบแน่น รู้สึกปลาบปลื้มในความโชคดีของหลานสาว ส่วนโซเฟียผู้เป็นมารดาถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความเปี่ยมสุขเมื่อเห็นบุตรสาวเพียงคนเดียวเป็นฝั่งเป็นฝากับกษัตริย์ผู้เปี่ยมไปด้วยคุณธรรมเช่นนี้ครอบครัวทางด้านบิดาของมาเลย์น่าต่างยินดีกับความโชคดีของหลานสาวคนสวยเป็นที่สุดหลังจากเสร็จพิธีอภิเษกสมรสอันยิ่งใหญ่ องค์สุลต่านได้ร่วมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่ต่างอวยพรกันอย่างเนืองแน่น จนพิธีเป็นอันสิ้นสุดลงในที่สุด เหล่าพสกนิกรของประเทศต่างแสดงความยินดีกันท่วมท้น ราษฏรในประเทศเฉลิมฉลองกันสามวันสามคืน ก่อนที่สุลต่านอีซาและพระราชินีมาเลย์น่าจะทรงส่งแขกบ้านแขกเมืองกลับประเทศ“ไม่คิดว่าเธอจะกลายมาเป็นมเหสีของท่าน”สุลต่านรอฮิมเป็นเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่หลังจากแขกบ้านแขกเมืองกลับ
“เรามีเรื่องสำคัญที่จะแจ้งให้ทราบอีกก็คือ...”ร่างสูงสง่าของสุลต่านอีซายืนขึ้น พร้อมกับหันไปมองด้านข้างที่ประทับด้วยรอยยิ้ม มาเลย์น่าเดินออกมาด้วยชุดสีทองอร่ามสวยงามแปลกตา ข้าราชบริพารมองอย่างตกตะลึงในความงามของหญิงสาว จนเงียบกริบไปทั่วท้องพระโรงอีกครั้ง“เราจะอภิเษกกับมาเลย์น่า หญิงสาวอันเป็นที่รักของเราเพียงคนเดียวในเร็ววันนี้ และเธอคือมเหสีคู่กายของเรา เป็นองค์รานีคนต่อไปของโซโมโรสต่อจากเสด็จแม่” เสียงยินดีถ้อยคำว่า“ทรงพระเจริญๆ” กึกก้องไปทั่วตำหนักกลางมาเลย์น่ามองสบสายพระเนตรคมเข้มสีนิลด้วยความเปี่ยมสุขยิ่งนัก มือใหญ่กุมมือเรียวไว้แนบแน่นบ่งบอกถึงความรักแท้ที่ไม่คลายของเขาสุไลมานสำนึกผิดที่ตัวเองคิดปองร้ายพี่ชาย แต่พี่ชายหาได้จับประหารชีวิตไม่ นอกจากจะตัดเขาออกจากการมีสิทธิ์ในบัลลังก์เท่านั้น รวมถึงนายพลสุกรีถูกปลดออกจากตำแหน่ง ถอดยศ ไม่มีหน้าที่ในกองทัพอีก เขาได้ขอร้องพี่ชายเอาไว้ เมื่อนึกถึงหญิงสาวอีกคนที่เขาหลงรักโดยไม่รู้ตัวร่างสูงของสุไลมานทอดสายตามองร่างระหงที่ยืนเหม่อลอยอยู่เบื้องหน้า“อยู่ร่า...”อยู่ร่าถอนเท้าหนีด้วยความตระหนก แต่แขนกำยำรั้งเอาไว้อย่างรวดเร็ว เพื่อไม่
“ปากดีนักนะอยู่ร่า เธอกล้าว่าฉันบ้าเช่นนั้นเรอะ”น้ำเสียงโกรธกริ้วทำให้เธอเดาอารมณ์เขาแทบไม่ถูก ลำแขนแกร่งรวบเอวคอดติดกับร่างเปลือยเปล่าใบหน้าหล่อเหลากดจุมพิตบดคลึงเร่าร้อน ร่างระหงสั่นสะท้านดิ้นหนี ความวาบหวามแล่นเข้ามาจับจิต กลิ่นกายและสัมผัสคุ้นเคยทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธเขาได้สักครั้ง แม้จะปากแข็งเพียงใดก็ตาม“อย่า...” เสียงห้ามเริ่มสั่นไม่มั่นคง มือเรียวพยายามแกะมือหนาที่รัดร่างเปลือยของเธอออกแต่ไม่เป็นผลเพราะยิ่งแกะเขายิ่งรัดแน่นขึ้น“คิดจะหนีไปไหน รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีวันหนีพ้น”เขากระซิบเสียงวางอำนาจที่ริมหู หญิงสาวส่ายหน้าหนีขนลุกชันไปทั่วทั้งร่างร่างสูงคุกเข่าลงเบื้องล่างรั้งสะโพกผายให้หยุดนิ่ง ริมฝีปากร้อนรุ่มขบเม้มก้นงอนงามเพื่อหยอกเย้า หญิงสาวสะดุ้งเหลียวมามองด้านหลังใบหน้าแดงซ่าน“อย่าทำแบบนี้เลย” เสียงวอนสั่นจนขาดเป็นห้วง เธอรับรู้ว่ากำลังจะพ่ายแพ้เขาอีกแล้วเขาไม่นำพายังคงขบกัดความนุ่มนิ่มของเนื้อนวลต่อไป หญิงสาวยิ่งดิ้นหนี เขายิ่งมีอารมณ์ มือหนาตีก้นงอนงามด้วยความมันเขี้ยวพร้อมกับขยำเคล้นคลึงหนักหน่วงขึ้นอยู่ร่ากัดริมฝีปากจนเจ็บ พยายามระงับเสียงคราง เหมือนเขาจะรู้ เขาอยาก
เขาเก็บความสงสัยนี้ไว้คนเดียวตลอด เพื่อจะเร่งสืบหาความจริง แต่ความจริงกลับมาปรากฏให้เขารับรู้ในที่สุด“ท่านเลวมากที่ทำเช่นนี้”ดุลยายืนขึ้นเต็มความสูงดวงตาสีเทาเหล็กมองไฟซาเขม็ง“คุยกันก่อน ส่วนเรื่องไฟซา ฉันคิดว่าเธอควรจะจับไปขังไว้ก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะทำเช่นไร”อีซาเตือนหนุ่มน้อยตรงหน้าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดุลยาระงับความโกรธเกลียดไว้จนสุดขั้ว ก่อนที่จะสั่งให้ลูกน้องพาไฟซาไปขังคุกเอาไว้ก่อน“ฝ่าบาทต้องการที่จะให้กระหม่อมช่วยอะไร บางทีคำพูดที่บอกว่าพระองค์โหดร้ายและอยากกวาดล้างพวกเราให้สิ้นซากอาจไม่จริงก็เป็นได้”ดุลยาทรุดกายลงนั่ง เขารู้สึกเหนื่อยใจยิ่งนักกับตำแหน่งหัวหน้าเผ่า แต่เขาจะต้องนำพาชนเผ่าให้อยู่รอดให้จงได้ “ความจริงเราอยากคุยกับบิดาของเธอนานแล้ว”อีซาเลี่ยงคำเรียกที่จะเรียกดุลยาว่าเด็กน้อย คำนามที่สุลต่านอีซาเรียกทำให้ดุลยามองสบตาคมกล้าสีนิลด้วยดวงตาพึงพอใจยิ่งกว่าเก่า“ท่านพ่อและกระหม่อมอยากเจรจากับพระองค์ แต่พระองค์ไม่เคยให้เราเจรจาด้วย สาส์นที่ส่งไปก็หายไปเหมือนอากาศ”อีซาหรี่ตามองเด็กหนุ่มตรงหน้านิ่งงันไปเล็กน้อย เขาหันไปมองคนสนิททั้งสองรวมถึงอาเหม็ดเหมือนเข้าใจอะไรๆ







