Mag-log inบังเอิญรู้สึกรักตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้น
คฤหาสน์หลังใหญ่
ในช่วงเช้าของวันใหม่บรรดาลูกน้องเฝ้าประจำการพื้นที่โดยรอบและแม่บ้านต่างทำหน้าที่ของตัวเอง โดยมีสาวสวยของบ้านที่ทุกคนให้ความเคารพคอยตรวจเช็คความเรียบร้อย โดยเฉพาะในครัวที่อลินดาจะต้องเข้าทำอาหารในทุกวันทุกมื้อเพื่อให้ลูก ๆ และสามีได้กินกัน เวลาผ่านไปจนลูกโตอลินดายังคงใส่ใจทุกคนเสมอ ความรักระหว่างชาร์ลกับอลินดาไม่มีจืดจางลงเลย
"จัดจานและเอาไปเสิร์ฟได้เลยนะ ทุกคนน่าจะรอกันที่โต๊ะอาหารแล้ว"
"ได้ค่ะคุณอลินดา"
อลินดาส่งยิ้มให้กับแม่บ้านและเดินออกมาจากห้องครัว ทันทีที่มาถึงโต๊ะอาหารเห็นสามีนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่หัวโต๊ะ เคียงข้างด้วยลูกสาวคนเล็กสวมชุดนักเรียนเครื่องแบบมัธยมปลายที่นั่งยิ้มแป้นรออยู่ก่อนแล้ว
"หิวหรือยังคะคนสวยของแม่" อลินดาเดินไปลูบหัวชิลินลูกสาวด้วยความเอ็นดู
"หิวแล้วค่ะ"
"ไม่เห็นถามพี่บ้าง" ชาร์ลวางไอแพดลงเป็นจังหวะเดียวกันกับอาหารเช้ามาเสิร์ฟตรงหน้า
"เมื่อคืนไม่อิ่มอีกเหรอคะ"
"ทั้งคืนพี่ก็ไม่อิ่ม ได้ทั้งวันทั้งคืน" ต่อให้ร่างกายจะเสื่อมไปตามอายุแต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังเตร่งตรึมและพร้อมใช้งานเสมอ
"ลูกอยู่" อลินดาเขินหน้าแดงต่อให้แก่จนปูนนี้แต่เรื่องบนเตียงเธอกับสามีไม่เคยขาดตกบกพร่อง ดีที่ชาร์ลทำหมันแล้วไม่งั้นคงมีคนที่สามสี่ตามมาแน่นอน
ชิลินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับคำพูดของพ่อกับแม่
อลินดาเงยหน้ามองนาฬิกาบ่งบอกว่าตอนนี้สายมากแล้วสำหรับเด็ก ๆ ลูกสาวคนเล็กไม่น่าห่วง แต่ลูกชายคนโตมีเรื่องให้ปวดหัวทุกครั้งเวลามีเรียนเช้า
"รายนั้นตื่นเที่ยงค่ะคุณแม่" ชิลินรู้นิสัยพี่ชายตัวเองดี
"ตื่นเที่ยงแม่ไม่ว่า แต่วันนี้ตารางเรียนชาวินท์มีเรียนเช้า"
"ลูกอาจเหนื่อย ลินมานั่งกินข้าวกับพี่ดีกว่า"
"อย่าให้ท้ายลูกค่ะ ไม่ใช่เรื่องดี"
ชาร์ลหน้าซีดเมื่อเจอสายตาไม่พอใจของเมีย ได้แต่ยิ้มแหย ๆ ส่งตรงไปหาลูกสาว ไม่มีใครกล้ากับอลินดาเลยแม้แต่คนเดียว และรู้ชะตากรรมของคนที่ยังไม่ลงมาดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้
"นิสัยไม่เคยเปลี่ยน อย่าให้รู้ว่ามีคนให้ท้าย"
เสียงของอลินดาทำเอาชาร์ลยกแก้วกาแฟมาดื่มด้วยมือที่สั่นเทา เมื่อเมียเดินห่างไปแล้วสายตาชายสูงวัยมองลูกสาวที่ยิ้มชอบใจที่ได้เห็นแม่ใช้น้ำเสียงดุพ่อ
"พ่อยังให้ท้ายพี่ชาวินท์อยู่อีกเหรอคะ"
"เปล่าสักหน่อย เมื่อก่อนใช่ แต่เดี๋ยวนี้ใครจะกล้า มันผิดที่พ่อเองเมื่อก่อนพ่อแอบให้ท้ายพี่ชายเราจนเสียคนกลายเป็นเด็กหัวรั้น พอแม่มาคุยกับพ่อและบอกเหตุผลตั้งแต่นั้นมาพ่อก็ไม่เคยให้ท้ายชาวินท์อีกเลย แต่กว่าจะรู้ตัวพี่ชาวินท์ของเราก็โตแล้ว"
"ถึงว่าพี่ชาวินท์ชอบใช้อำนาจพ่อแก้ปัญหา"
"อย่าได้พูดเรื่องนี้ให้แม่ได้ยิน พ่อโดนดุอีก"
ชาร์ลส่ายหัวเบาๆเมื่อนึกถึงนิสัยของตัวเองในสมัยก่อน พอมาถึงรุ่นลูกได้เห็นชาวินท์เหมือนส่องกระจกเห็นตัวเอง ความดื้อรั้น ใช้อำนาจในทางที่ผิด มันคือตัวเองทั้งหมด โชคดีที่ชิลินมีนิสัยเหมือนอลินดาเลยไม่ปวดหัวเท่าไอ้แสบข้างบนที่ตอนนี้คงนอนคลุมโปงไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่อีกไม่กี่นาทีคงได้หนาวแน่
คิกคิก...
ชิลินหัวเราะเบาๆ เธอรู้จักนิสัยพี่ชายตัวเองดี ถึงแม้จะแว้งกัดกันบ้างตามประสาพี่น้อง แต่เธอรักพี่ชาวินท์มาก เป็นพี่ชายที่เลี้ยงน้องมาตั้งแต่เด็ก คอยซื้อนั่นซื้อนี่ให้น้องจนถึงตอนนี้ เป็นพี่ชายสายเปย์สุดที่รักของชิลิน
ก๊อก ก๊อก...
"อื้อ..."
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้คนที่อยู่ใต้ผ้าห่มรู้สึกตัว เปลือกตายังคงปิดสนิทและแสดงสีหน้าหงุดหงิดออกมาอย่างเปิดเผย มือหนาคว้าหมอนอุดหูเพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงเรียก และหลับต่อไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ห้องนอนหนุ่มโสดสุดแสบประจำบ้านถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาว สีเทา และสีดำ สลับกันอย่างลงตัว เตียงนอนสีดำขนาดคิงไซซ์มีเพียงชายหนุ่มร่างกายกำยำนอนเท่านั้น กระจกหน้าต่างทุกบานถูกปิดด้วยผ้าม่านชนิดพิเศษที่ไม่ให้แสงสว่างจากด้านนอกเข้ามารบกวน ของทุกชิ้นภายในห้องนอนมีแต่ของแบรนด์เนมราคาแพง ใกล้ ๆ กันเป็นห้องแต่งตัวสุดหรู เพียบพร้อมไปด้วยของราคาแพงรวมกันหลักร้อยล้าน
ตอนพิเศษ 4 : ครอบครัวหนึ่งเดือนต่อมา...อุแว้ อุแว้...เสียงของทารกวัยหนึ่งเดือนแผดเสียงดังลั่นในช่วงกลางดึก ปลุกให้ผู้เป็นพ่อรู้สึกตัวตื่นชาวินท์ดีดตัวเองลุกจากเตียงนอนด้วยสภาพสะลึมสะลือและอุ้มลูกชายตัวน้อยที่ส่งเสียงร้องขึ้นมาแนบอก พร้อมกับเดินกึ่งหลับกึ่งตื่นออกจากห้องอย่างเช่นทุกคืน กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ชาวินท์ต้องอุ้มลูกลงมานอนที่ห้องนั่งเล่นอันดาลืมตาตื่นเมื่อได้ยินเสียงลูกน้อยแว่วเข้ามาในหูแต่ต้องอมยิ้มเมื่อเห็นชาวินท์กำลังอุ้มลูกชายและเดินดุ่มๆออกจากห้องไป แค่เพียงก้าวขาพ้นประตูอคิราห์หยุดร้องราวกับถูกมนต์สะกด เป็นแบบนี้มาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม ถ้าชาวินท์ไม่ทำแบบนี้อคิราห์จะแผดเสียงให้ดังกว่าเดิมและปลุกให้อัยย์รดาตื่น"แกล้งพ่อมาหนึ่งเดือนแล้วนะลูก" อันดาพูดเบาๆ และเอื้อมไปตบก้นลูกสาวที่หลับตาพริ้มไม่รู้เรื่องก่อนจะหลับต่อ ทุกวันนี้เธอกับชาวินท์แทบไม่ได้นอนด้วยกัน นอนแค่แป๊บเดียวไม่กี่ชั่วโมงก็โดนตัวแสบก่อกวนชาวินท์มองลูกน้อยในอ้อมอกพลางถอนหายใจกับความแสบ เพราะตอนนี้ตัวแสบหลับปุ๋ยไม่รู้สึกผิดใดๆทั้งสิ้น จากที่ในห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่โล่งตอนนี้ได้มีเตียงเด็กน้อยเสริมไว้อ
ตอนพิเศษ 3 : ยอมเมีย…ทำเพื่อลูกเด็กแฝดตัวน้อยถูกพ่อกับแม่อุ้มลงมายังชั้นล่างของบ้านหลังใหญ่ โดยมีพ่อแม่มือใหม่ช่วยกันเลี้ยงอยู่ในห้องนั่งเล่น มีเครื่องฟอกอากาศอย่างดี ปรับแสงของผ้าม่านให้เหมาะสม พื้นที่ทั้งบ้านถูกพ่นฆ่าเชื้อทุกวัน หายห่วงเรื่องเชื้อโรคทั้งสองคนผลัดกันอุ้มผลัดกันเล่นอย่างทะนุถนอม ใบหน้าของชาวินท์กับอันดามีแต่รอยยิ้ม ต่อให้ลูกจะงอแงบ้างแต่ไม่ได้หงุดหงิดแต่อย่างใด ยังอารมณ์ดีกับลูกน้อยเสมอ"อาหารพร้อมแล้วค่ะคุณอันดา ให้พวกเราจัดเตรียมขึ้นโต๊ะเลยไหมคะ""แบ่งเป็นจานเล็กๆมาวางที่นี่ ผมไม่อยากให้อันดาต้องขยับตัวเยอะ อีกอย่างอันดาต้องเลี้ยงลูกไม่เห็นเหรอ" ชาวินท์พูดเสียงเข้มกับแม่บ้าน"รับทราบค่ะ"อันดาเอี้ยวมองหน้าสามีที่ทำเป็นเข้มเวลาอยู่กับลูกน้องอาหารที่อันดาทำถูกจัดใส่จานเล็กๆสำหรับสองคน จัดวางอยู่บนโต๊ะกระจกตัวเล็กหน้าโซฟาภายในห้องนั่งเล่นทันทีที่ชาวินท์มองอาหารทำให้คิ้วหนาขมวดเป็นปมและมองหน้าแม่บ้าน แค่เห็นรูปลักษณ์ของอาหารก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่แม่บ้านทำ แต่เป็นเมียตัวเองทำ แสดงว่าตอนที่เขาตื่นขึ้นมาไม่เจอเธอในห้องเพราะเธอแอบลงมาทำอาหารในครัวทั้งที่แผลยังไม่หายดี แถมแ
ตอนพิเศษ 2 : เด็กแฝดเริ่มพยศหลายวันต่อมา...บ้านหลังใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าเพื่อต้อนรับเจ้าของตัวน้อยเข้าบ้าน บ้านหลังนี้เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของชาวินท์ที่หมั่นทำงานและเก็บเงินเพื่อสร้างบ้าน มีพื้นที่ให้ลูกไว้วิ่งเล่น ไม่อยากให้ลูกต้องอยู่ในคอนโดพื้นที่สี่เหลี่ยม อยากให้ลูกได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์และต้นไม้ใบหญ้า ทำให้ชาวินท์ตัดสินใจสร้างบ้านนี้ไว้เพื่อลูกน้อย พื้นที่ผืนนี้ได้มาจากสินสอดทองหมั้นจากพ่อชาร์ล ไม่มีใครขัดและเห็นดีเห็นงามด้วยที่จะปลูกบ้านหลังนี้ขึ้นมาบ้านอาจไม่ได้ใหญ่เท่าคฤหาสน์ของพ่อกับแม่ แต่พอที่จะมีพื้นที่ให้ลูกได้วิ่งเล่นแบบสบาย มีห้องเตรียมไว้สำหรับสองแฝดในช่วงอายุที่โตขึ้น เด็กหนุ่มที่ไม่เอาไหน ใช้เงินไปวันๆแบบไม่คิดหน้าคิดหลังได้หายไปหมดแล้ว ตอนนี้มีเพียงชายหนุ่มที่มุ่งมั่นทำงานเก็บเงินเอาไว้เลี้ยงดูครอบครัว ไม่ให้เมียทำงานเหนื่อย ดูแลเลี้ยงดูทุกคนให้อยู่สบายขบวนรถอารักขาขับเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ ตามมาด้วยรถตู้คันหรูของชาวินท์ที่มีลูกน้อยสองคนอยู่ด้านใน ปิดท้ายด้วยรถของลูกน้องอีกคันเพื่อคุ้มกันอันตรายทันทีที่รถตู้คันหรูเข้ามาในบ้าน สายตาคมมองบ้านหลังใหญ่ด้วยความภูมิใจ ม
ตอนพิเศษ 1อุแว้ อุแว้...เสียงของเด็กทารกวัยแรกเกิดร้องลั่นห้องทำคลอด ส่งเสียงกรีดร้องเพื่อส่งสัญญาณให้พ่อกับแม่ได้ยินว่าปลอดภัยดีและแข็งแรงพอที่จะแผดเสียงดังเด็กทารกตัวน้อยยังคงหลับตาพริ้มแต่อ้าปากเปล่งเสียงเมื่อได้ออกมาสู่โลกภายนอกหลังจากเติบโตอยู่ในท้องของแม่มานานเกือบเก้าเดือน ผิวกายแดงระเรื่อเป็นปกติของเด็กทารกวัยแรกเกิด เนื้อตัวจ้ำม่ำ ผิวพรรณเนียนละเอียด แก้มแดงราวกับลูกตำลึงพยาบาลสาวผู้ช่วยรีบใช้ผ้ามาเช็ดตัวทำความสะอาดและจัดการห่อผ้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่เด็กน้อยอุแว้ อุแว้...เสียงของเด็กทารกวัยแรกเกิดดังขึ้นอีกครั้ง แต่น้ำเสียงเบาลงกว่าคนแรก ร้องเพียงไม่กี่ครั้งก็สงบและหลับพริ้มเหมือนเดิม หลังจากทำความสะอาดเสร็จเด็กทารกตัวน้อยถูกวางลงบนเตียงรถเข็นสำหรับเด็กวัยแรกเกิด นอนเคียงข้างกันคล้ายกับตอนอยู่ในท้อง"เด็กทั้งสองคนปลอดภัยและแข็งแรงสมบูรณ์ทุกประการ โดยเฉพาะผู้ชายที่ดูแข็งแรงจนร้องเสียงดังลั่น ตามมาด้วยสาวน้อยที่ดูเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ ยินดีด้วยนะหลาน" ลุงหมอนนท์พูดด้วยรอยยิ้มและมองหน้าหลานก่อนจะรีบจัดการเย็บแผลให้ด้วยความชำนาญ"แค่เกิดมาก็รู้แล้วว่าได้นิสัยใคร" อ
ตอนที่ 63 : คู่ชีวิต หนึ่งเดือนต่อมา...ตึก ตึก ตึกเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นแว่วเข้ามาในหูทำให้ชาวินท์ที่นั่งรับลมเย็นๆอยู่ในรีสอร์ทหรูหันไปมอง สายตาคมจดจ้องเมียสุดที่รักที่กำลังเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าไม่ได้เหยียดเธอแต่ไม่ค่อยถูกใจเรื่องชุดที่เธอสวมใส่เท่าไหร่นัก เดรสตัวสั้นแค่โดนลมพัดก็แทบจะเปิดให้เห็นของที่อยู่ด้านใน สายเดี่ยวที่แค่เกี่ยวก็หลุด ทรงด้านบนยังเว้าข้างให้เห็นเนินอกนี่สินะที่เธอให้เขาออกมารอข้างนอกก่อน เพราะจะได้ใส่ชุดที่แอบซื้อมาได้และใช้ข้ออ้างว่าขี้เกียจเปลี่ยน ไม่ใช่ครั้งแรกแต่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง นับวันอันดายิ่งสวยขึ้นจนผิดหูผิดตา ทั้งที่นอนอยู่ด้วยกันทุกคืนเอากันทุกคืนไม่มีเว้น แต่ในสายตาเขาเธอสวยวันสวยคืน สวยจนไม่อยากให้ใครมองเธอตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนหลังจากแต่งงาน ชาวินท์กับอันดายังคงหวานหยดเหมือนวันแรกไม่จืดจาง ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง อันดาบริหารงานในบริษัทของพ่อจัสตินแต่ไม่ได้ออกไปเป็นผู้ช่วยแพทย์แล้วเพราะชาวินท์ไม่อยากเห็นเมียเหนื่อยไปกว่านี้ ส่วนชาวินท์ยังทำหน้าที่หัวหน้ามาเฟียได้เป็นอย่างดี แต่เปลี่ยนจากทำงานในช่วงกลางดึกกลาย
ตอนที่ 62 : ส่งตัวเข้าเรือนหอ NC+คู่แต่งงานใหม่พากันเดินจูงมือมาที่ห้องสวีทของโรงแรมหรูหลังจากเสร็จพิธีสำคัญและปล่อยให้แขกสนุกสนานกับงานเลี้ยงโดยที่เจ้าของงานทั้งสองคนอยากมีความสุขกันแบบสองต่อสองในค่ำคืนวันแต่งงาน ชาวินท์ดึงตัวอันดาเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วและทันทีที่ประตูปิดลงริมฝีปากหนาโผเข้าจูบด้วยความหิวโหยทันทีแผ่นหลังบางแนบชิดกับผนังห้อง แขนเรียวยาวโอบลำคอสามีไว้หลวมๆและส่งรสจูบที่เร่าร้อนกลับไปเช่นกัน ไม่ใช่แค่เขาที่ต้องการเธอก็ต้องการเหมือนกัน การมีอะไรกันคาชุดแต่งงานไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ และยิ่งเป็นวันสำคัญคือวันแต่งงานของเราที่มีเพียงวันเดียวทำให้วันนี้เป็นวันที่น่าจดจำไปซะทุกอย่างจ๊วบลิ้นสากแทรกซึมเข้าไปในโพรงปากบางและตักตวงน้ำหวานด้วยความหิวโหย ชอนไชไปทั่วทุกมุมปากสลับกับหยอกเย้าลิ้นเล็กด้วยความเร่าร้อน สถานการณ์ที่น่าตื่นเต้นแบบนี้มีแต่สุมไฟให้ปะทุขึ้นเรื่อยๆเท่านั้น ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย และคาดว่าเธอคงชอบไม่แพ้กัน เพราะรสจูบของเมียดุเด็ดเผ็ดมันไม่น้อยจ๊วบเสียงดูดกลืนน้ำหวานดังประสานเสียงกันท่ามกลางความเงียบภายในห้องสวีทสุดหรูชั้นบนสุดของโรงแรมระดับห้าดาว เป็







