LOGINบทนำ : บังเอิญรู้สึก...รัก
ณ มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง
มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนี้เป็นจุดศูนย์รวมลูกหลานของครอบครัวคนมีเงิน มีฐานะ และลูกหลานของคนมีชื่อเสียงในประเทศไทย สิ่งอำนวยความสะดวกภายในมหาวิทยาลัยครบครันและทันสมัย ตึกเรียนใหญ่โต นักศึกษาแต่ละคนประโคมแบรนด์เนมสมฐานะ รถยนต์คันหรูที่จอดเรียงรายกลายเป็นภาพคุ้นตาของทุกคนที่นี่
มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนี้มีหลายคณะแต่คณะที่โดดเด่นคือคณะวิศวะ ไม่ใช่โดดเด่นเรื่องการเรียนการสอนของอาจารย์ แต่โดดเด่นในเรื่องหนุ่มหล่อหน้าตาดีที่สาวๆ อยากเข้าใกล้ ขึ้นชื่อว่าตัวพ่อสายเปย์ ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ลูกชายตระกูลมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ ครอบครัวนี้บริจาคให้มหาวิทยาลัยปีละหลายล้านทำให้อาจารย์ที่นี่ก้มหัวให้รวมถึงผู้มีอำนาจสูงสุดอย่างอธิการบดีของมหาวิทยาลัย ไม่มีใครกล้าตักเตือนต่อให้เด็กหนุ่มจะแหกทุกกฎของมหาวิทยาลัย เพราะกลัวหน้าที่การงานของตัวเองไม่มั่นคง
"มามหาวิทยาลัยแต่ไม่เข้าเรียนสมกับเป็นมึงนะไอ้ชาวินท์"
"หึ"
มีเพียงเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆเมื่อได้ยินคำเหน็บแนมของเพื่อน ควันบุหรี่สีขาวขุ่นโขมงไปทั่วบริเวณหลังตึกของคณะวิศวะ ชายหนุ่มร่างสูงนั่งเอนกายพิงกับพนักเก้าอี้อย่างสบายใจ ร่างกายกำยำสวมเสื้อช็อปสีแดงเข้มตามสไตล์เด็กวิศวะ ท่อนล่างสวมกางเกงยีนขายาวแบรนด์เนม ข้อมือหนาสวมนาฬิกาแบรนด์หรูไม่ต่ำกว่าสิบล้าน รองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังที่ใส่ไม่เคยซ้ำคู่ สายตาคมกริบทอดยาวออกไปด้วยแววตาไร้ความรู้สึก
"มันก็เป็นแบบนี้ตั้งแต่ปีหนึ่ง จนตอนนี้พวกเราอยู่ปีสามมึงควรชินได้แล้วไอ้เรน"
"ก็จริงอย่างที่มึงพูด อีกอย่างถ้านิสัยไม่เหมือนกันคงอยู่ด้วยกันไม่ได้" ต้นกล้าพูดจบได้หยิบบุหรี่ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาสูบบ้าง และโยนซองบุหรี่ราคาแพงให้เรนอย่างรู้งาน "ไม่เคยพกเลยนะมึง"
"ที่บ้านกูสูบได้ที่ไหนมึงก็รู้" เรนจัดการบุหรี่ราคาแพงอัดเข้าปอดด้วยความชำนาญ
ทั้งสามคนนั่งสูบบุหรี่อย่างสบายใจต่อให้ตอนนี้จะถึงเวลาเรียนในช่วงบ่ายแล้วก็ตาม
"ผู้หญิงที่มึงควงคนล่าสุดยังอยู่ดีไหมวะ"
"เบื่อแล้ว" ชาวินท์ตอบกลับเพียงสั้นๆ
"ไม่เกินอาทิตย์สมเป็นมึง"
"ไม่ถึงอาทิตย์มึงคงจัดไปแล้ว มึงถึงบอกว่าเบื่อ"
ชาวินท์ยกยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์
มีเหรอที่จะไม่จัด คนอย่างชาวินท์ถ้าอยากได้อะไรและต้องการอะไรมักจะได้เสมอ ผู้หญิงที่เลือกต้องถูกใจ ถึงจะควง และที่สำคัญจะไม่ซ้ำหน้า แต่ไม่เคยเอามั่ว มีสเปคในระดับหนึ่ง ไม่คิดสานสัมพันธ์ต่อกับผู้หญิงคนไหน ปิดจบด้วยกระเป๋าแบรนด์เนมสักใบสองใบเป็นการปลอบขวัญก่อนแยกย้าย
“เบื่อผู้หญิงที่เคยเอาแล้ว ยังเบื่อน้อยกว่ามาเรียนอีก ถ้ากูไม่มีผู้หญิงไว้แก้เบื่อระหว่างเรียน กูคงเป็นบ้าก่อนจบแน่”
"แล้วทำไมมึงยังทนมาเรียนอยู่ได้วะ ตระกูลมึงต่อให้ไม่เรียนไม่ทำงานก็มีเงินใช้ยันตาย นอนอยู่บ้านสบายกว่าเยอะ"
"แม่กูไง ถ้าไม่ใช่เพราะแม่กูคงไม่มาอยู่ตรงนี้" ถ้าแม่อลินดาไม่บังคับ ป่านนี้คงยังไม่ตื่นจากที่นอน
"ได้ข่าวว่าแม่มึงโหด แม้แต่พ่อที่เป็นมาเฟียใหญ่ยังสยบมาแล้ว"
"ถ้าคิดมีเมียอย่าให้เหมือนแม่กูก็พอ"
ชาวินท์โยนบุหรี่ลงพื้นและใช้รองเท้าผ้าใบราคาแพงบดขยี้ก่อนจะหันมาพูดกับเพื่อนสนิท
แม่อลินดาของเขาคือผู้หญิงที่เพียบพร้อมและดูแลครอบครัวได้เป็นอย่างดี ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่แม้แต่นิดเดียว ไม่เคยบ่นเหนื่อยต่อให้ต้องดูแลลูกสองคน อีกทั้งยังรักลูกเท่ากัน เขากับน้องสาวไม่เคยรู้สึกว่าแม่รักใครมากกว่าเลยสักครั้ง
แต่ที่บอกว่าไม่ควรมีเมียเหมือนแม่ เพราะ แม่ข่มพ่อจนเสียมาดมาเฟีย ทุกวันนี้ไม่ว่าแม่จะพูดอะไรพ่อไม่เคยขัดคำสั่ง เรียกว่าอยู่ในโอวาทราวกับเด็กน้อยที่เชื่อฟังผู้ใหญ่ ในอนาคตสำหรับเขาคงไม่มีทางเป็นแบบนั้น ทำให้เขาไม่อยากมีเมียเป็นตัวเป็นตน อยากใช้ชีวิตอิสระ ถูกใจใครก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราว ตื่นเต้นเร้าใจกว่าเยอะ
แค่นึกถึงตอนที่แม่ดุพ่อทำเอาเสียวสันหลัง แม้แต่เขาเองยังไม่กล้าแข็งข้อกับแม่ ทำให้ต้องแบกหน้ามาเรียนทั้งที่ไม่อยากเรียน เลยมานั่งสูบบุหรี่แก้เบื่อที่หลังตึกคณะตัวเองอยู่บ่อยครั้ง โชคดีที่แม่ไม่ตามมาถึงมหาวิทยาลัย แต่ถึงทำอย่างนั้นก็ไม่มีทางจับได้
ริมฝีปากหนายกยิ้มเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตัวเองข่มขวัญอาจารย์ที่นี่ และยัดเงินใต้โต๊ะให้อยู่บ่อยครั้งเพื่อปิดปากให้สนิท ยังมีอีกหลายอย่างที่ทำเพียงเพราะความสบายใจของพ่อกับแม่
ตอนพิเศษ 4 : ครอบครัวหนึ่งเดือนต่อมา...อุแว้ อุแว้...เสียงของทารกวัยหนึ่งเดือนแผดเสียงดังลั่นในช่วงกลางดึก ปลุกให้ผู้เป็นพ่อรู้สึกตัวตื่นชาวินท์ดีดตัวเองลุกจากเตียงนอนด้วยสภาพสะลึมสะลือและอุ้มลูกชายตัวน้อยที่ส่งเสียงร้องขึ้นมาแนบอก พร้อมกับเดินกึ่งหลับกึ่งตื่นออกจากห้องอย่างเช่นทุกคืน กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ชาวินท์ต้องอุ้มลูกลงมานอนที่ห้องนั่งเล่นอันดาลืมตาตื่นเมื่อได้ยินเสียงลูกน้อยแว่วเข้ามาในหูแต่ต้องอมยิ้มเมื่อเห็นชาวินท์กำลังอุ้มลูกชายและเดินดุ่มๆออกจากห้องไป แค่เพียงก้าวขาพ้นประตูอคิราห์หยุดร้องราวกับถูกมนต์สะกด เป็นแบบนี้มาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม ถ้าชาวินท์ไม่ทำแบบนี้อคิราห์จะแผดเสียงให้ดังกว่าเดิมและปลุกให้อัยย์รดาตื่น"แกล้งพ่อมาหนึ่งเดือนแล้วนะลูก" อันดาพูดเบาๆ และเอื้อมไปตบก้นลูกสาวที่หลับตาพริ้มไม่รู้เรื่องก่อนจะหลับต่อ ทุกวันนี้เธอกับชาวินท์แทบไม่ได้นอนด้วยกัน นอนแค่แป๊บเดียวไม่กี่ชั่วโมงก็โดนตัวแสบก่อกวนชาวินท์มองลูกน้อยในอ้อมอกพลางถอนหายใจกับความแสบ เพราะตอนนี้ตัวแสบหลับปุ๋ยไม่รู้สึกผิดใดๆทั้งสิ้น จากที่ในห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่โล่งตอนนี้ได้มีเตียงเด็กน้อยเสริมไว้อ
ตอนพิเศษ 3 : ยอมเมีย…ทำเพื่อลูกเด็กแฝดตัวน้อยถูกพ่อกับแม่อุ้มลงมายังชั้นล่างของบ้านหลังใหญ่ โดยมีพ่อแม่มือใหม่ช่วยกันเลี้ยงอยู่ในห้องนั่งเล่น มีเครื่องฟอกอากาศอย่างดี ปรับแสงของผ้าม่านให้เหมาะสม พื้นที่ทั้งบ้านถูกพ่นฆ่าเชื้อทุกวัน หายห่วงเรื่องเชื้อโรคทั้งสองคนผลัดกันอุ้มผลัดกันเล่นอย่างทะนุถนอม ใบหน้าของชาวินท์กับอันดามีแต่รอยยิ้ม ต่อให้ลูกจะงอแงบ้างแต่ไม่ได้หงุดหงิดแต่อย่างใด ยังอารมณ์ดีกับลูกน้อยเสมอ"อาหารพร้อมแล้วค่ะคุณอันดา ให้พวกเราจัดเตรียมขึ้นโต๊ะเลยไหมคะ""แบ่งเป็นจานเล็กๆมาวางที่นี่ ผมไม่อยากให้อันดาต้องขยับตัวเยอะ อีกอย่างอันดาต้องเลี้ยงลูกไม่เห็นเหรอ" ชาวินท์พูดเสียงเข้มกับแม่บ้าน"รับทราบค่ะ"อันดาเอี้ยวมองหน้าสามีที่ทำเป็นเข้มเวลาอยู่กับลูกน้องอาหารที่อันดาทำถูกจัดใส่จานเล็กๆสำหรับสองคน จัดวางอยู่บนโต๊ะกระจกตัวเล็กหน้าโซฟาภายในห้องนั่งเล่นทันทีที่ชาวินท์มองอาหารทำให้คิ้วหนาขมวดเป็นปมและมองหน้าแม่บ้าน แค่เห็นรูปลักษณ์ของอาหารก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่แม่บ้านทำ แต่เป็นเมียตัวเองทำ แสดงว่าตอนที่เขาตื่นขึ้นมาไม่เจอเธอในห้องเพราะเธอแอบลงมาทำอาหารในครัวทั้งที่แผลยังไม่หายดี แถมแ
ตอนพิเศษ 2 : เด็กแฝดเริ่มพยศหลายวันต่อมา...บ้านหลังใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าเพื่อต้อนรับเจ้าของตัวน้อยเข้าบ้าน บ้านหลังนี้เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของชาวินท์ที่หมั่นทำงานและเก็บเงินเพื่อสร้างบ้าน มีพื้นที่ให้ลูกไว้วิ่งเล่น ไม่อยากให้ลูกต้องอยู่ในคอนโดพื้นที่สี่เหลี่ยม อยากให้ลูกได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์และต้นไม้ใบหญ้า ทำให้ชาวินท์ตัดสินใจสร้างบ้านนี้ไว้เพื่อลูกน้อย พื้นที่ผืนนี้ได้มาจากสินสอดทองหมั้นจากพ่อชาร์ล ไม่มีใครขัดและเห็นดีเห็นงามด้วยที่จะปลูกบ้านหลังนี้ขึ้นมาบ้านอาจไม่ได้ใหญ่เท่าคฤหาสน์ของพ่อกับแม่ แต่พอที่จะมีพื้นที่ให้ลูกได้วิ่งเล่นแบบสบาย มีห้องเตรียมไว้สำหรับสองแฝดในช่วงอายุที่โตขึ้น เด็กหนุ่มที่ไม่เอาไหน ใช้เงินไปวันๆแบบไม่คิดหน้าคิดหลังได้หายไปหมดแล้ว ตอนนี้มีเพียงชายหนุ่มที่มุ่งมั่นทำงานเก็บเงินเอาไว้เลี้ยงดูครอบครัว ไม่ให้เมียทำงานเหนื่อย ดูแลเลี้ยงดูทุกคนให้อยู่สบายขบวนรถอารักขาขับเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ ตามมาด้วยรถตู้คันหรูของชาวินท์ที่มีลูกน้อยสองคนอยู่ด้านใน ปิดท้ายด้วยรถของลูกน้องอีกคันเพื่อคุ้มกันอันตรายทันทีที่รถตู้คันหรูเข้ามาในบ้าน สายตาคมมองบ้านหลังใหญ่ด้วยความภูมิใจ ม
ตอนพิเศษ 1อุแว้ อุแว้...เสียงของเด็กทารกวัยแรกเกิดร้องลั่นห้องทำคลอด ส่งเสียงกรีดร้องเพื่อส่งสัญญาณให้พ่อกับแม่ได้ยินว่าปลอดภัยดีและแข็งแรงพอที่จะแผดเสียงดังเด็กทารกตัวน้อยยังคงหลับตาพริ้มแต่อ้าปากเปล่งเสียงเมื่อได้ออกมาสู่โลกภายนอกหลังจากเติบโตอยู่ในท้องของแม่มานานเกือบเก้าเดือน ผิวกายแดงระเรื่อเป็นปกติของเด็กทารกวัยแรกเกิด เนื้อตัวจ้ำม่ำ ผิวพรรณเนียนละเอียด แก้มแดงราวกับลูกตำลึงพยาบาลสาวผู้ช่วยรีบใช้ผ้ามาเช็ดตัวทำความสะอาดและจัดการห่อผ้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่เด็กน้อยอุแว้ อุแว้...เสียงของเด็กทารกวัยแรกเกิดดังขึ้นอีกครั้ง แต่น้ำเสียงเบาลงกว่าคนแรก ร้องเพียงไม่กี่ครั้งก็สงบและหลับพริ้มเหมือนเดิม หลังจากทำความสะอาดเสร็จเด็กทารกตัวน้อยถูกวางลงบนเตียงรถเข็นสำหรับเด็กวัยแรกเกิด นอนเคียงข้างกันคล้ายกับตอนอยู่ในท้อง"เด็กทั้งสองคนปลอดภัยและแข็งแรงสมบูรณ์ทุกประการ โดยเฉพาะผู้ชายที่ดูแข็งแรงจนร้องเสียงดังลั่น ตามมาด้วยสาวน้อยที่ดูเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ ยินดีด้วยนะหลาน" ลุงหมอนนท์พูดด้วยรอยยิ้มและมองหน้าหลานก่อนจะรีบจัดการเย็บแผลให้ด้วยความชำนาญ"แค่เกิดมาก็รู้แล้วว่าได้นิสัยใคร" อ
ตอนที่ 63 : คู่ชีวิต หนึ่งเดือนต่อมา...ตึก ตึก ตึกเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นแว่วเข้ามาในหูทำให้ชาวินท์ที่นั่งรับลมเย็นๆอยู่ในรีสอร์ทหรูหันไปมอง สายตาคมจดจ้องเมียสุดที่รักที่กำลังเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าไม่ได้เหยียดเธอแต่ไม่ค่อยถูกใจเรื่องชุดที่เธอสวมใส่เท่าไหร่นัก เดรสตัวสั้นแค่โดนลมพัดก็แทบจะเปิดให้เห็นของที่อยู่ด้านใน สายเดี่ยวที่แค่เกี่ยวก็หลุด ทรงด้านบนยังเว้าข้างให้เห็นเนินอกนี่สินะที่เธอให้เขาออกมารอข้างนอกก่อน เพราะจะได้ใส่ชุดที่แอบซื้อมาได้และใช้ข้ออ้างว่าขี้เกียจเปลี่ยน ไม่ใช่ครั้งแรกแต่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง นับวันอันดายิ่งสวยขึ้นจนผิดหูผิดตา ทั้งที่นอนอยู่ด้วยกันทุกคืนเอากันทุกคืนไม่มีเว้น แต่ในสายตาเขาเธอสวยวันสวยคืน สวยจนไม่อยากให้ใครมองเธอตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนหลังจากแต่งงาน ชาวินท์กับอันดายังคงหวานหยดเหมือนวันแรกไม่จืดจาง ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง อันดาบริหารงานในบริษัทของพ่อจัสตินแต่ไม่ได้ออกไปเป็นผู้ช่วยแพทย์แล้วเพราะชาวินท์ไม่อยากเห็นเมียเหนื่อยไปกว่านี้ ส่วนชาวินท์ยังทำหน้าที่หัวหน้ามาเฟียได้เป็นอย่างดี แต่เปลี่ยนจากทำงานในช่วงกลางดึกกลาย
ตอนที่ 62 : ส่งตัวเข้าเรือนหอ NC+คู่แต่งงานใหม่พากันเดินจูงมือมาที่ห้องสวีทของโรงแรมหรูหลังจากเสร็จพิธีสำคัญและปล่อยให้แขกสนุกสนานกับงานเลี้ยงโดยที่เจ้าของงานทั้งสองคนอยากมีความสุขกันแบบสองต่อสองในค่ำคืนวันแต่งงาน ชาวินท์ดึงตัวอันดาเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วและทันทีที่ประตูปิดลงริมฝีปากหนาโผเข้าจูบด้วยความหิวโหยทันทีแผ่นหลังบางแนบชิดกับผนังห้อง แขนเรียวยาวโอบลำคอสามีไว้หลวมๆและส่งรสจูบที่เร่าร้อนกลับไปเช่นกัน ไม่ใช่แค่เขาที่ต้องการเธอก็ต้องการเหมือนกัน การมีอะไรกันคาชุดแต่งงานไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ และยิ่งเป็นวันสำคัญคือวันแต่งงานของเราที่มีเพียงวันเดียวทำให้วันนี้เป็นวันที่น่าจดจำไปซะทุกอย่างจ๊วบลิ้นสากแทรกซึมเข้าไปในโพรงปากบางและตักตวงน้ำหวานด้วยความหิวโหย ชอนไชไปทั่วทุกมุมปากสลับกับหยอกเย้าลิ้นเล็กด้วยความเร่าร้อน สถานการณ์ที่น่าตื่นเต้นแบบนี้มีแต่สุมไฟให้ปะทุขึ้นเรื่อยๆเท่านั้น ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย และคาดว่าเธอคงชอบไม่แพ้กัน เพราะรสจูบของเมียดุเด็ดเผ็ดมันไม่น้อยจ๊วบเสียงดูดกลืนน้ำหวานดังประสานเสียงกันท่ามกลางความเงียบภายในห้องสวีทสุดหรูชั้นบนสุดของโรงแรมระดับห้าดาว เป็







