تسجيل الدخول“นิยายที่เธอเขียนนี่ มันจะได้อารมณ์เท่าตอนที่พี่ยั่วเธอไหมนะ?”
عرض المزيدหลังจากผ่านค่ำคืนที่ราวกับสงครามใหญ่ เช้านี้ปันปันจึงตื่นมาด้วยอาการปวดเมื่อยและเกือบจะไม่ตื่นหากไม่มีนาฬิกาปลุกอย่างพี่มาวิน ที่ใช่ว่าจะปลุกกันดีๆ วิธีของเขาคือการเคลื่อนตัวลงไปใช้ปากหยอกเย้ากับทรวงอกและถ้าเธอไม่รู้สึกตัวก่อน คงมีไต่ลงเรื่อยๆไปถึง…เมื่อคืนก็เกือบเช้าเลยนะ เขาไม่เหนื่อยบ้างเลยเหรอ คนหื่น! คนบ้ากาม!“นี่ไม่ใช่ว่ากำลังนั่งด่าผัวในใจหรอกใช่ไหม?” แค่เห็นใบหน้าคิ้วขมวด คนที่พึ่งออกจากห้องน้ำก็เดาออกมาวินยืนพิงประตูโดยที่ร่างกายมีผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนเดียวผูกหมิ่นเหม่ตรงช่วงเอว ผมเปียกและมีหยดน้ำอยู่บนตัวชวนหวั่นใจแสนรู้เกินไปแล้วพี่วินปันปันคิดในใจแต่ไม่กล้าพูดออกมา เปิดผ้าห่มแล้วก้าวลงจากเตียง คนสายตาสั้นสี่ร้อยมองไม่ค่อยชัดแต่ก็ใช้สัญชาตญาณของการมองเห็นเลือนรางเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวที่อยู่ตรงราว จะอาบน้ำต่อพี่หลังจากนอนบิดขี้เกียจเกือบสิบนาทีหมับ!ความที่หมั่นเขี้ยวอยู่แล้ว จังหวะที่ร่างเล็กเดินผ่านฝ่ามือหนาก็คว้าเอวบางเข้ามาแนบชิดแล้วประคองท้ายทอย ดูดคลึงกลีบปากสีอ่อนทั้งบนและล่างมอนิ้งคิส ผละออกได้มือน้อยก็รีบปิดปากตัวเองทันทีเพราะยังไม่ได้ล้างหน้าแปลงฟัน น่าอายมาก“พี
@ หัวใจมาวินรีสอร์ทรถจอดสนิทเจ้าของใบหน้าหล่อก็มองสำรวจหาความหวานบนดวงหน้าจิ้มลิ้ม ซึ่งก็กระจายอยู่ทุกตารางเมตรของใบหน้าละมุน มันตรึงใจแกร่งเอาไว้เสียอยู่หมัดจนถอดถอนไม่ได้แขนข้างที่น้องซบมันชาเล็กน้อยจากการค้างอยู่ท่าเดิมเป็นเวลาเกือบชั่วโมง จึงค่อยๆชักกลับแล้วใช้มืออีกข้างยื่นไปเกลี่ยผิวแก้มใสแผ่วเบา“น่ารักจังแหะ” ตั้งแต่ตอนไหนกันที่คนอย่างมาวิน เมธาวัฒนกิจ ได้กลายเป็นไอ้โรคจิตที่เอาแต่มองหน้าเมียแล้วอมยิ้มอยู่คนเดียวเดาว่าคงเป็นตอนที่มีอันตรายแล้วเขาไม่คิดจะนึกถึงชีวิตของตัวเอง หากแต่นึกถึงคนตัวเล็กก่อนเป็นอันดับแรก ขอแค่เธอปลอดภัยแล้วเขาจะเป็นยังไงก็ช่างละมั้ง คงเป็นตอนนั้นการได้เห็นเด็กสาวอยู่ข้างกาย แม้จะยามหลับหรือยามตื่น แม้น้องจะนั่งจ้องหน้าจอสี่เหลี่ยมทำงานอยู่ในโลกของตัวเอง จะยังไงจะแบบไหนมันก็ยังดีกว่าการไม่ได้เห็นหน้ากันพอลองมองย้อนกลับไปถึงแรกเริ่มมาจนถึงวันนี้โคตรจะไม่ใช่เรื่องง่าย มันคือบทเรียนที่ราคาแพงที่สุดในชีวิตของผู้ชายคนหนึ่ง บทเรียนเรื่องเวลาและบทเรียนเรื่องใช้ชีวิต ไม่มีอะไรง่ายเลยสักอย่าง“พี่วิน” ดวงตาคู่น้อยค่อยๆปรือขึ้นแต่ก็ยังไม่ขยับ“ถึงแล้วครับ” ย
ออกจากวัดก็บ่ายแก่แล้ว มาวินจึงพาคนตัวเล็กขับรถมายังร้านอาหารเจ้าประจำของครอบครัวที่อยู่ในตัวเมือง ระหว่างทางก็เริ่มเห็นผู้คนขนถังน้ำมารอต้อนรับประเพณีวันสงกรานต์ บางจุดก็เริ่มมีคนรอโบกรถสาดน้ำกันแล้วด้วยเดินเข้าซุ้มประตูที่เป็นหน้าจั่วก็จะเป็นลานกว้างๆที่ปูด้วยพรมสีอ่อน มีหมอนอิงกับเบาะนั่งเป็นตัวแบ่งสัดแบ่งส่วน ตรงด้านหน้าเป็นพื้นที่ว่างที่ยกสูงขึ้นมาหน่อยเป็นเวที บริเวณโดยรอบถูกตกแต่งด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ให้ความร่มรื้น“สวัสดีจ้าวน้องวิน” ญาดาเจ้าของร้านแต่งตัวด้วยชุดผ้าซิ้นพื้นเมืองเดินเข้ามาต้อนรับ ชายหนุ่มเจ้าของชื่อยกมือไหว้แล้วสวมกอด “บ่าปะกันเมิน หล่อขนาดน้องปี่” {ไม่เจอกันนาน หล่อมากน้องพี่} จับใบหน้าคมคายพลิกซ้ายทีขวาที ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็เหมือนไอ้เด็กแสบที่ทะเลาะกับแม่ใหญ่แล้วชอบมากกอยู่ที่นี่“ของมันแน่อยู่แล้ว” มาวินตอบกลับด้วยรอยยิ้ม พี่ญาดายังคงเป็นพี่สุดสวยที่เขารักและเคารพเหมือนเช่นวันวาน“แล้ว...”“อ่อ เธอขานี่พี่สาวพี่ ชื่อพี่ญาดา เป็นรุ่นพี่ของพี่” เห็นสายตาของอีกฝ่ายที่มองเมียเด็ก มือหยาบก็รีบคว้าตัวน้องมาโอบเอวคอด แนะนำให้ต่างฝ่ายต่างรู้จักกัน มือน้อยก็รีบประนมไหว
ช่วงบ่ายของวันถัดมา“คิดถึงแม่นะคะ” ปันปันพูดสายกับมารดาผ่านทางโทรศัพท์ คนเป็นพี่ที่กำลังขับรถเลี้ยวเข้าซอยก็อยากมีส่วนร่วม เอี่ยวตัวเข้ามาคุย“ผมก็คิดถึงแม่ยายนะครับ” ดวงหน้าเล็กหลุดยิ้ม ก่อนจะกดเปิดสปีกเกอร์โฟนให้คนตัวโตได้ยินด้วย(เธอมันน่าเป็น แล้วอาการเป็นยังไงบ้าง? น้องดูแลดีหรือเปล่า?)คิ้วบางขยับเลื่อนเข้าหากันอัตโนมัติ นับวันคนเป็นแม่ยิ่งทำเหมือนพี่มาวินเป็นลูกชายตัวจริงเข้าไปแล้วทุกวัน เขาอยากได้อะไรมารดาก็จะตามใจตลอด ไม่เว้นแม้กระทั่งตอนนี้เห็นแม่ยายลูกเขยปรองดองกันได้มันก็ดีแต่บางทีลูกสาวแท้ๆก็น้อยใจเป็นนะมาวินเหลือบมองสีหน้าของคนตัวเล็กก็อมยิ้ม เอื้อมมือยีหัวน้อยเอ็นดู “น้องดูแลผมมากครับคุณแม่ยาย” น้ำเสียงแฝงความใน คนตัวเล็กก็หายใจไม่สะดวกดันเผลอนึกไปถึงเรื่องเมื่อคืนคนบ้า ที่ผ่านมาแกล้งเจ็บหรือเปล่าก็ไม่รู้(ดีแล้ว ถ้าน้องทำอะไรให้ไม่พอใจเธอรีบโทรมาบอกแม่เลยนะ)มีการออกคำสั่งอีกต่างหากจนปันปันอดไม่ได้ที่จะถอดหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เป็นที่น่าขบขันให้กับคนเป็นพี่ที่กำลังจอดรถตรงบริเวณหน้าวัดชื่อดัง โดยเจ้าถิ่นสุดหล่อเล่าว่าวัดนี่เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเชียงใหม่ ใค
@บ้านปันปันคาเตอร์ ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้า เจ้าของร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเจ้ากรีกเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่พร้อมกระเป๋าเอกสารสีดำ“สวัสดีครับคุณปรีญา” แม้จะมีความเป็นไทยอยู่ในสายเลือดเพียงแค่ครึ่งเดียว ทว่าทั้งภาษาและมารยาทที่แสดงออกมากลับบ่งบอกความเป็นไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ “สวัสดีจ๊ะ” เจ้าบ
บรรยากาศของห้องสอบเงียบสนิท นิสิตนักศึกษานั่งห่างกันหนึ่งช่วงแขน ต่างก็ก้มหน้าก้มตาทำข้อสอบกันอย่างตั้งอกตั้งใจ ปันปันลอบยิ้มบางๆ เมื่อทำมาจนถึงช่วงกลางๆของข้อสอบแล้วเห็นว่าแต่ละข้อมันตรงกับที่พี่มาวินได้ติวเข้มให้เมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อน แม้แต่เพื่อนตัวแสบที่นั่งอยู่ถัดไปอีกสามแถวข้างหน้ายังแอบส่งส
“บ้านผมเป็นชาวสวนครับ”พรู้วว~ “แค่กๆ” ประโยคเหมือนพิษร้าย ทำเอาคนฟังถึงกับพ้นไฟสำลักหายใจแทบไม่ทัน จะด่าก็พูดไม่ออก ดาเมจแรงเกินคาด“อ้าวๆ คุณแม่ยาย ทำไมไม่ระวังละครับนั่น” คนขี้แกล้งทำเป็นหวังดีรีบส่งทิชชูให้ ในขณะที่ปันปันก็ลุกขึ้นไปลูบหลังให้อย่างเบามือพร้อมตำหนิคนตัวโต“พี่วิน!” ทำไมเขาร้ายก
หลังจากสอบเสร็จปันปันก็มานั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างสนามฟุตบอลหน้าตึกคณะ ดวงหน้าจิ้มลิ้มแลดูเคร่งเครียดจนเพื่อนข้างๆอดใส่ใจไม่ได้“เธอไม่ได้ทะเลาะกับพี่วินหนิ ทำไมทำหน้าแบบนั้น?”“เฮ้อ...” โดนตั้งคำถามก็ยิ่งหนักใจกว่าเดิม ถอดหายใจออกมาเสียงยาว เท้าศอกทั้งสองข้างวางบนโต๊ะกุมขมับ คนรอฟังจึงเข้าใจอะไรบา






المراجعات