ログインบังเอิญรู้สึกรักตอนที่ 2 : เจ้าเล่ห์
อลินดาปลดล็อกรหัสเข้าห้องด้วยความชำนาญเมื่อเคาะเรียกแต่คนด้านในไม่เปิดประตู แถมยังรู้ด้วยว่าเจ้าของห้องแอบเปลี่ยนรหัสผ่าน แต่สิ่งที่ลูกทำไม่เคยเกินความสามารถของแม่
ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาภาพยังเหมือนเดิมไม่ว่าลูกชายคนโตจะอายุเท่าไหร่ นับวันยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ มือผู้เป็นแม่กระชากผ้าห่มออกทำให้เห็นลูกชายตัวแสบนอนคว่ำหน้าพร้อมกับใช้หมอนอุดหูไว้
"ลุกไปเรียน มีเรียนเช้าไม่ใช่เหรอไงชาวินท์"
"อาจารย์ยกคลาสครับ" น้ำเสียงที่งัวเงียตอบกลับ เปลือกตายังคงปิดสนิท
"แม่ให้พูดอีกครั้ง ถ้าโกหกบัตรเครดิตจะถูกตัดทันที!"
ชาวินท์เบิกตาโพลงไม่มีความงัวเงียหลงเหลือ และรีบดันตัวเองลุกขึ้นจากที่นอนหันมามองผู้เป็นแม่สลับกับประตูห้องที่เขาอุตส่าห์คิดรหัสใหม่เมื่อคืนนี้ แต่แม่ยังเข้ามาได้ แถมยังเอาจุดอ่อนมาจี้เขาอีก
"อาจารย์ยกคลาสเหรอชาวินท์" อลินดาถามย้ำ
"เอ่อ...ผมน่าจะจำวันผิด แม่เอาบัตรมาให้ผมนะครับ" ชาวินท์พูดเสียงอ้อมแอ้ม และพยายามขอบัตรเครดิตในมือแม่คืนมา
"ลุกไปอาบน้ำและลงไปกินข้าว แม่ให้เวลาสามสิบนาทีต้องเห็นเรานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร"
"แม่ครับ" ไม่ทันได้อ้อนวอน แม่ผู้เป็นที่รักได้เดินออกไปพร้อมกับบัตรเครดิตคู่ใจ
ชาวินท์ล้มตัวนอนบนที่นอนอีกครั้ง อยากจะหลับตาแต่ก็กลัวถูกตัดบัตรเครดิตที่ใช้รูดได้ไม่จำกัดวงเงิน
แต่ทุกคนในบ้านรู้ดีว่าแม่อลินดาพูดจริงทำจริง ทำให้ไม่มีใครกล้าลองดีแม้แต่เขาเอง ร่างแกร่งเดินคอตกด้วยสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงมาเข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวไปเรียน
"อย่าได้เจอเมียเหมือนแม่เป็นอันขาด ไม่งั้นจะได้แม่สองคน"
แปรงฟันล้างหน้าและอาบน้ำด้วยความเร็วแสง ชาวินท์เดินเข้ามาในห้องแต่งตัว ผ้าขนหนูผืนสีขาวพันเอวสอบไว้อย่างหมิ่นเหม่ มือหนาหยิบเสื้อผ้ายูนิฟอร์มมาสวมใส่ แต่ต้องสวมกับกางเกงยีนแบรนด์เนม ไม่มีทางที่จะสวมกางเกงให้ถูกต้องตามระเบียบ นาฬิกาเรือนหรูถูกคล้องเข้าที่ข้อมือ น้ำหอมราคาแพงฉีดเข้าที่ต้นคอซ้ายขวาและพรมไปทั่วตัว ไม่ลืมที่จะเซตผมตามสไตล์ เช็คตัวเองผ่านกระจกเงาก่อนจะเดินออกจากห้อง ไม่ลืมที่จะหยิบหนังสือเรียนติดมือเป็นพร็อพ
ชาวินท์ลงมาด้านล่างเจอเพียงพ่อกับแม่ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร รีบเข้าไปนั่งที่ประจำและออเซาะแม่ราวกับลูกแมว ไม่เจอน้องสาวถ้าเทียบกับเวลาชิลินคงไปเรียนแล้วรายนั้นเข้าเรียนสายนาทีเดียวก็หน้างอ ต่างจากเขาอย่างสิ้นเชิง
"หึ" ชาร์ลหัวเราะในลำคอเบาๆ
"แม่ครับ ผมทำทุกอย่างเสร็จตรงเวลาเป๊ะ บัตรเครดิตผมละครับ"
"ถ้าเทอมนี้เกรดไม่ดีขึ้นแม่จะยึดบัตรเครดิตที่มีทั้งหมด"
"แต่แม่ก็เห็นเกรดผมดีขึ้นทุกเทอมไม่ใช่เหรอครับ ถึงจะดีขึ้นแค่ศูนย์จุดห้าแต่นั่นก็ดีขึ้นไม่ใช่เหรอครับ"
"สมแล้วที่เป็นลูกพ่อ"
ชาร์ลหัวเราะในความเจ้าเล่ห์ของลูกชาย แต่ไม่ได้สนับสนุนให้ลูกเกเร ทันทีที่โดนเมียมองตาขวางรอยยิ้มนั้นหายไป และก้มหน้าอ่านข่าวต่อ ตาดูเนื้อหาข่าวแต่หูฟังเมียบ่นลูกชายตัวแสบ
"แต่รู้สึกเหมือนเทอมที่แล้วแม่ยังไม่ได้เห็นใบเกรดชาวินท์นะ"
"ผมแจ้งไปที่กิจการนักศึกษาแล้วครับ รอเขาออกใบเกรดปีสามเทอมหนึ่งให้ อีกอย่างแม่คงไม่เชื่อถ้าผมเปิดเกรดผ่านเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย ผมเลยต้องเอาใบเกรดที่มีตราประทับ มีลายเซ็นของอธิการบดีให้ดูนิครับ"
อลินดามองหน้าลูกชายด้วยสายตาเรียบนิ่ง
ชาวินท์ทำตาปริบๆ แววตาใสซื่อไม่มีพิษไม่มีภัย ทำตาอ้อนราวกับลูกแมวน้อย
ชาร์ลเหลือบมองลูกชาย หรี่ตามองความผิดปกติแต่ไม่ได้พูดอะไร เรื่องอื่นจะเกเรไม่ว่าแต่เรื่องเรียนต้องสำคัญ อยากจะใช้เงินเท่าไหร่ไม่เคยบ่น ไม่เคยห้ามที่ลูกชายใช้เงินเกินตัว แต่ขออย่างเดียวเรียนให้จบ มีความรู้ติดตัว ขอให้ได้เศษเสี้ยวอลินดาก็ยังดี
อลินดายื่นบัตรเครดิตคืนให้เมื่อเห็นแววตาอ้อนวอนของลูก
ฟอด...
"ผมรักแม่ที่สุดเลยครับ"
"แล้วไม่กินข้าวเช้าเหรอไง"
"ไม่กินแล้วครับ เดี๋ยวเรียนสาย เจอกันตอนเย็นนะครับ"
"หวังว่าจะกลับเย็น ไม่ใช่กลับหลังเที่ยงคืน"
ชาวินท์ยกยิ้มมุมปากและสาวเท้าเดินออกจากบ้าน แต่ทันทีที่พ้นสายตาแม่แววตาความเจ้าเล่ห์เกิดขึ้น
ไม่นานรถสปอร์ตคันหรูสีดำได้ขับออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ แต่เมื่อขับออกมาได้ไม่นานเจ้าของรถสปอร์ตคันหรูหักพวงมาลัยยูเทิร์นกลับไปอีกทางที่ไม่ใช่ทางไปมหาวิทยาลัย นิ้วแกร่งเปิดเพลงจังหวะอีดีเอ็มเสียงดังลั่นรถ โยกหัวไปตามจังหวะมันๆ
คอนโดหรู
รถสปอร์ตคันหรูขับเข้ามาจอดในคอนโดหรูที่ตัวเองซื้อไว้เพื่อ...
"ขอนอนต่ออีกสักหน่อยนะครับแม่ สัญญาว่าตอนบ่ายผมจะไปมหาวิทยาลัย แต่เข้าเรียนหรือเปล่านั่นอีกเรื่อง"
ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาคณะวิศวะเดินเข้าคอนโดหรูอย่างอารมณ์ดี ผิวปากไปพลางๆ ริมฝีปากหนาฉีกยิ้ม
คำว่าเรียนเช้าสำหรับชาวินท์ไม่เคยรู้จัก มีแต่เรียนบ่ายหรือไม่เข้าเรียน
แกร่ก...
ประตูห้องของคอนโดหรูเปิดออก เสื้อช็อปของมหาวิทยาลัยถูกถอดออกและพาดทิ้งไว้ ถอดเสื้อยืดที่อยู่ด้านใน และถอดกางเกงยีนแบรนด์เนมออกจนเหลือเพียงกางเกงชั้นใน ร่างกายเปลือยเปล่าเดินโทงเทงไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่ เครื่องปรับอากาศเริ่มกระจายความเย็น
ฟุบ
ร่างแกร่งล้มตัวลงนอนอย่างสบายใจ
"ผมจะตั้งใจเรียนครับแม่ ไม่ต้องห่วง ยังไงแม่กับพ่อได้ไปงานรับปริญญาผมแน่นอน"
ท่ามกลางความเงียบทำให้คนที่นอนไปได้ไม่กี่ชั่วโมงรู้สึกง่วง เปลือกตาค่อยๆปิดลง ไม่นานทุกอย่างตกอยู่ในความสงบมีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ตอนพิเศษ 4 : ครอบครัวหนึ่งเดือนต่อมา...อุแว้ อุแว้...เสียงของทารกวัยหนึ่งเดือนแผดเสียงดังลั่นในช่วงกลางดึก ปลุกให้ผู้เป็นพ่อรู้สึกตัวตื่นชาวินท์ดีดตัวเองลุกจากเตียงนอนด้วยสภาพสะลึมสะลือและอุ้มลูกชายตัวน้อยที่ส่งเสียงร้องขึ้นมาแนบอก พร้อมกับเดินกึ่งหลับกึ่งตื่นออกจากห้องอย่างเช่นทุกคืน กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ชาวินท์ต้องอุ้มลูกลงมานอนที่ห้องนั่งเล่นอันดาลืมตาตื่นเมื่อได้ยินเสียงลูกน้อยแว่วเข้ามาในหูแต่ต้องอมยิ้มเมื่อเห็นชาวินท์กำลังอุ้มลูกชายและเดินดุ่มๆออกจากห้องไป แค่เพียงก้าวขาพ้นประตูอคิราห์หยุดร้องราวกับถูกมนต์สะกด เป็นแบบนี้มาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม ถ้าชาวินท์ไม่ทำแบบนี้อคิราห์จะแผดเสียงให้ดังกว่าเดิมและปลุกให้อัยย์รดาตื่น"แกล้งพ่อมาหนึ่งเดือนแล้วนะลูก" อันดาพูดเบาๆ และเอื้อมไปตบก้นลูกสาวที่หลับตาพริ้มไม่รู้เรื่องก่อนจะหลับต่อ ทุกวันนี้เธอกับชาวินท์แทบไม่ได้นอนด้วยกัน นอนแค่แป๊บเดียวไม่กี่ชั่วโมงก็โดนตัวแสบก่อกวนชาวินท์มองลูกน้อยในอ้อมอกพลางถอนหายใจกับความแสบ เพราะตอนนี้ตัวแสบหลับปุ๋ยไม่รู้สึกผิดใดๆทั้งสิ้น จากที่ในห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่โล่งตอนนี้ได้มีเตียงเด็กน้อยเสริมไว้อ
ตอนพิเศษ 3 : ยอมเมีย…ทำเพื่อลูกเด็กแฝดตัวน้อยถูกพ่อกับแม่อุ้มลงมายังชั้นล่างของบ้านหลังใหญ่ โดยมีพ่อแม่มือใหม่ช่วยกันเลี้ยงอยู่ในห้องนั่งเล่น มีเครื่องฟอกอากาศอย่างดี ปรับแสงของผ้าม่านให้เหมาะสม พื้นที่ทั้งบ้านถูกพ่นฆ่าเชื้อทุกวัน หายห่วงเรื่องเชื้อโรคทั้งสองคนผลัดกันอุ้มผลัดกันเล่นอย่างทะนุถนอม ใบหน้าของชาวินท์กับอันดามีแต่รอยยิ้ม ต่อให้ลูกจะงอแงบ้างแต่ไม่ได้หงุดหงิดแต่อย่างใด ยังอารมณ์ดีกับลูกน้อยเสมอ"อาหารพร้อมแล้วค่ะคุณอันดา ให้พวกเราจัดเตรียมขึ้นโต๊ะเลยไหมคะ""แบ่งเป็นจานเล็กๆมาวางที่นี่ ผมไม่อยากให้อันดาต้องขยับตัวเยอะ อีกอย่างอันดาต้องเลี้ยงลูกไม่เห็นเหรอ" ชาวินท์พูดเสียงเข้มกับแม่บ้าน"รับทราบค่ะ"อันดาเอี้ยวมองหน้าสามีที่ทำเป็นเข้มเวลาอยู่กับลูกน้องอาหารที่อันดาทำถูกจัดใส่จานเล็กๆสำหรับสองคน จัดวางอยู่บนโต๊ะกระจกตัวเล็กหน้าโซฟาภายในห้องนั่งเล่นทันทีที่ชาวินท์มองอาหารทำให้คิ้วหนาขมวดเป็นปมและมองหน้าแม่บ้าน แค่เห็นรูปลักษณ์ของอาหารก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่แม่บ้านทำ แต่เป็นเมียตัวเองทำ แสดงว่าตอนที่เขาตื่นขึ้นมาไม่เจอเธอในห้องเพราะเธอแอบลงมาทำอาหารในครัวทั้งที่แผลยังไม่หายดี แถมแ
ตอนพิเศษ 2 : เด็กแฝดเริ่มพยศหลายวันต่อมา...บ้านหลังใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าเพื่อต้อนรับเจ้าของตัวน้อยเข้าบ้าน บ้านหลังนี้เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของชาวินท์ที่หมั่นทำงานและเก็บเงินเพื่อสร้างบ้าน มีพื้นที่ให้ลูกไว้วิ่งเล่น ไม่อยากให้ลูกต้องอยู่ในคอนโดพื้นที่สี่เหลี่ยม อยากให้ลูกได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์และต้นไม้ใบหญ้า ทำให้ชาวินท์ตัดสินใจสร้างบ้านนี้ไว้เพื่อลูกน้อย พื้นที่ผืนนี้ได้มาจากสินสอดทองหมั้นจากพ่อชาร์ล ไม่มีใครขัดและเห็นดีเห็นงามด้วยที่จะปลูกบ้านหลังนี้ขึ้นมาบ้านอาจไม่ได้ใหญ่เท่าคฤหาสน์ของพ่อกับแม่ แต่พอที่จะมีพื้นที่ให้ลูกได้วิ่งเล่นแบบสบาย มีห้องเตรียมไว้สำหรับสองแฝดในช่วงอายุที่โตขึ้น เด็กหนุ่มที่ไม่เอาไหน ใช้เงินไปวันๆแบบไม่คิดหน้าคิดหลังได้หายไปหมดแล้ว ตอนนี้มีเพียงชายหนุ่มที่มุ่งมั่นทำงานเก็บเงินเอาไว้เลี้ยงดูครอบครัว ไม่ให้เมียทำงานเหนื่อย ดูแลเลี้ยงดูทุกคนให้อยู่สบายขบวนรถอารักขาขับเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ ตามมาด้วยรถตู้คันหรูของชาวินท์ที่มีลูกน้อยสองคนอยู่ด้านใน ปิดท้ายด้วยรถของลูกน้องอีกคันเพื่อคุ้มกันอันตรายทันทีที่รถตู้คันหรูเข้ามาในบ้าน สายตาคมมองบ้านหลังใหญ่ด้วยความภูมิใจ ม
ตอนพิเศษ 1อุแว้ อุแว้...เสียงของเด็กทารกวัยแรกเกิดร้องลั่นห้องทำคลอด ส่งเสียงกรีดร้องเพื่อส่งสัญญาณให้พ่อกับแม่ได้ยินว่าปลอดภัยดีและแข็งแรงพอที่จะแผดเสียงดังเด็กทารกตัวน้อยยังคงหลับตาพริ้มแต่อ้าปากเปล่งเสียงเมื่อได้ออกมาสู่โลกภายนอกหลังจากเติบโตอยู่ในท้องของแม่มานานเกือบเก้าเดือน ผิวกายแดงระเรื่อเป็นปกติของเด็กทารกวัยแรกเกิด เนื้อตัวจ้ำม่ำ ผิวพรรณเนียนละเอียด แก้มแดงราวกับลูกตำลึงพยาบาลสาวผู้ช่วยรีบใช้ผ้ามาเช็ดตัวทำความสะอาดและจัดการห่อผ้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่เด็กน้อยอุแว้ อุแว้...เสียงของเด็กทารกวัยแรกเกิดดังขึ้นอีกครั้ง แต่น้ำเสียงเบาลงกว่าคนแรก ร้องเพียงไม่กี่ครั้งก็สงบและหลับพริ้มเหมือนเดิม หลังจากทำความสะอาดเสร็จเด็กทารกตัวน้อยถูกวางลงบนเตียงรถเข็นสำหรับเด็กวัยแรกเกิด นอนเคียงข้างกันคล้ายกับตอนอยู่ในท้อง"เด็กทั้งสองคนปลอดภัยและแข็งแรงสมบูรณ์ทุกประการ โดยเฉพาะผู้ชายที่ดูแข็งแรงจนร้องเสียงดังลั่น ตามมาด้วยสาวน้อยที่ดูเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ ยินดีด้วยนะหลาน" ลุงหมอนนท์พูดด้วยรอยยิ้มและมองหน้าหลานก่อนจะรีบจัดการเย็บแผลให้ด้วยความชำนาญ"แค่เกิดมาก็รู้แล้วว่าได้นิสัยใคร" อ
ตอนที่ 63 : คู่ชีวิต หนึ่งเดือนต่อมา...ตึก ตึก ตึกเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นแว่วเข้ามาในหูทำให้ชาวินท์ที่นั่งรับลมเย็นๆอยู่ในรีสอร์ทหรูหันไปมอง สายตาคมจดจ้องเมียสุดที่รักที่กำลังเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าไม่ได้เหยียดเธอแต่ไม่ค่อยถูกใจเรื่องชุดที่เธอสวมใส่เท่าไหร่นัก เดรสตัวสั้นแค่โดนลมพัดก็แทบจะเปิดให้เห็นของที่อยู่ด้านใน สายเดี่ยวที่แค่เกี่ยวก็หลุด ทรงด้านบนยังเว้าข้างให้เห็นเนินอกนี่สินะที่เธอให้เขาออกมารอข้างนอกก่อน เพราะจะได้ใส่ชุดที่แอบซื้อมาได้และใช้ข้ออ้างว่าขี้เกียจเปลี่ยน ไม่ใช่ครั้งแรกแต่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง นับวันอันดายิ่งสวยขึ้นจนผิดหูผิดตา ทั้งที่นอนอยู่ด้วยกันทุกคืนเอากันทุกคืนไม่มีเว้น แต่ในสายตาเขาเธอสวยวันสวยคืน สวยจนไม่อยากให้ใครมองเธอตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนหลังจากแต่งงาน ชาวินท์กับอันดายังคงหวานหยดเหมือนวันแรกไม่จืดจาง ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง อันดาบริหารงานในบริษัทของพ่อจัสตินแต่ไม่ได้ออกไปเป็นผู้ช่วยแพทย์แล้วเพราะชาวินท์ไม่อยากเห็นเมียเหนื่อยไปกว่านี้ ส่วนชาวินท์ยังทำหน้าที่หัวหน้ามาเฟียได้เป็นอย่างดี แต่เปลี่ยนจากทำงานในช่วงกลางดึกกลาย
ตอนที่ 62 : ส่งตัวเข้าเรือนหอ NC+คู่แต่งงานใหม่พากันเดินจูงมือมาที่ห้องสวีทของโรงแรมหรูหลังจากเสร็จพิธีสำคัญและปล่อยให้แขกสนุกสนานกับงานเลี้ยงโดยที่เจ้าของงานทั้งสองคนอยากมีความสุขกันแบบสองต่อสองในค่ำคืนวันแต่งงาน ชาวินท์ดึงตัวอันดาเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วและทันทีที่ประตูปิดลงริมฝีปากหนาโผเข้าจูบด้วยความหิวโหยทันทีแผ่นหลังบางแนบชิดกับผนังห้อง แขนเรียวยาวโอบลำคอสามีไว้หลวมๆและส่งรสจูบที่เร่าร้อนกลับไปเช่นกัน ไม่ใช่แค่เขาที่ต้องการเธอก็ต้องการเหมือนกัน การมีอะไรกันคาชุดแต่งงานไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ และยิ่งเป็นวันสำคัญคือวันแต่งงานของเราที่มีเพียงวันเดียวทำให้วันนี้เป็นวันที่น่าจดจำไปซะทุกอย่างจ๊วบลิ้นสากแทรกซึมเข้าไปในโพรงปากบางและตักตวงน้ำหวานด้วยความหิวโหย ชอนไชไปทั่วทุกมุมปากสลับกับหยอกเย้าลิ้นเล็กด้วยความเร่าร้อน สถานการณ์ที่น่าตื่นเต้นแบบนี้มีแต่สุมไฟให้ปะทุขึ้นเรื่อยๆเท่านั้น ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย และคาดว่าเธอคงชอบไม่แพ้กัน เพราะรสจูบของเมียดุเด็ดเผ็ดมันไม่น้อยจ๊วบเสียงดูดกลืนน้ำหวานดังประสานเสียงกันท่ามกลางความเงียบภายในห้องสวีทสุดหรูชั้นบนสุดของโรงแรมระดับห้าดาว เป็







