ログインตอนที่ 3 : ไลฟ์สไตล์ต่างกัน
คฤหาสน์ของจัสติน
ช่วงเช้าของวันใหม่
หญิงสาวร่างเล็กมองตัวเองผ่านกระจกเงาภายในห้องแต่งตัว ร่างอรชรสวมชุดนักศึกษารัดรูป กระโปรงสั้นเหนือเข่า ผมสีน้ำตาลหม่นอมเทาปล่อยยาวสลวยรับกับใบหน้าหวานซ่อนเปรี้ยว
หญิงสาวตัวเล็กแต่ใจใหญ่ กล้าได้กล้าเสีย และไม่ยอมใครถ้าตัวเองไม่ผิด ภายนอกดูเป็นคนแรงแต่ถ้าได้รู้จักจริงๆจะรู้ว่าเธอนั้นไม่ได้แรงเหมือนรูปลักษณ์ที่คนอื่นมอง ใครหลายคนต่างคิดว่าเธอคือผู้หญิงแรด แต่นั่นเป็นเพียงเปลือกนอกที่สร้างขึ้นเพื่อไม่ให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อของสังคม แต่บางครั้งความแรงของเธอก็ตกเป็นเป้าสายตาของคนที่หมั่นไส้
แต่นั่นมันเรื่องของคนอื่น ไม่ใช่เรื่องของเธอ สวย เริด เชิด คำพูดเตือนใจสำหรับผู้หญิงที่ชื่อ อันดา
น้ำหอมกลิ่นเซ็กซี่ขวดสีทองถูกฉีดประโคมตามร่างกาย ไม่ว่าจะเดินผ่านใครก็ต้องมองเหลียวหลัง เป็นกลิ่นที่ยั่วยวนปลุกเร้า
ริมฝีปากบางที่ถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูนู้ดฉีกยิ้มกว้าง มือเรียวเล็กคว้ากระเป๋าแบรนด์หรูคล้องไหล่และเดินออกจากห้องนอนด้วยสีหน้าสดใส ไร้ซึ่งความงัวเงีย
"กลิ่นหอมไปยันบนห้องเลยค่ะ วันนี้มีอะไรทานคะ"
อันดายิ้มด้วยสีหน้าสดใสเมื่อเดินมาถึงโต๊ะอาหาร วางกระเป๋าแบรนด์หรูลงข้างกายและมองอาหารเช้าฝีมือแม่นับดาวด้วยความสุข เผยรอยยิ้มทักทายครอบครัว
"วันนี้มีซุปฟักทองทานคู่กับขนมปังกรอบ สำหรับคนเก่งของแม่นับดาว" นับดาวตอบกลับลูกสาวคนโต ใบหน้าที่มีริ้วรอยตามอายุเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข
"อันดาอยากตื่นเช้ามาทานอาหารแบบนี้ทุกวันเลยค่ะ ถูกใจอันดามาก"
"เอาใจแม่เก่งยืนหนึ่ง แต่กลับบ้านทุกวันให้ได้ก่อนเถอะ เดี๋ยวก็นอนคอนโด" อันนาแซวพี่สาว เสียงของพี่สาวสุดที่รักดังไปจนถึงชั้นบน
"วันนี้มีอะไรให้อันนาบำรุงสมองคะแม่"
"หึ...ออดอ้อนเก่งไม่ต่างจากพี่นะอันนา" อันดาแซวน้องสาวที่เดินมากอดแม่และทำสีหน้าออดอ้อนตามประสาเด็ก
เธอกับอันนาห่างกันสี่ปี พอได้เห็นน้องใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลายปีสุดท้ายแอบใจหาย เด็กน้อยที่เธอเลี้ยงมากับมือโตขึ้นเรื่อยๆ จากชุดนักเรียนวัยอนุบาลจนตอนนี้ใกล้จะได้ใส่ชุดนักศึกษาแล้ว ได้เห็นพัฒนาการของน้องทำให้เธอภูมิใจ เหมือนอันดาเป็นแม่อีกคนของอันนา อุ้มมาตั้งแต่ตัวน้อย ๆ ไม่ว่าจะไปไหนต้องมีของมาฝากน้องเสมอ
"อ้อนแต่แม่ แล้วพ่อคนนี้ล่ะ"
จัสตินทำสีหน้าน้อยใจที่ลูกสาวทั้งสองออดอ้อนแม่ข้ามหน้าข้ามตา ราวกับตัวเองเป็นทาสอากาศ ใบหน้าคมเปลี่ยนไปตามช่วงอายุ แต่ความเปลี่ยนแปลงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและรอยยิ้มตั้งแต่มีครอบครัว มีลูกน้อยที่ตอนนี้โตเป็นสาวหมดแล้ว
"อันดารักพ่อจัสตินนะคะ"
"อันนารักพ่อจัสตินค่ะ สุดที่รักของอันนา"
ฟอด...
สองสาวหอมแก้มสากของพ่อคนละข้างเพื่อปลอบขวัญ บรรยากาศโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข ถ้าวันไหนที่อันดามีเรียนเช้ามักจะได้กินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก่อนไปเรียน
"กินอาหารเช้าได้แล้วเดี๋ยวไปเรียนสาย"
"ค่ะแม่นับดาว" สองพี่น้องประสานเสียงตอบรับ
ต่อให้จะเป็นช่วงเช้าแต่ทุกคนมีใบหน้าที่สดใสและยิ้มแย้มให้กัน เป็นเหมือนพลังงานแห่งความสุขที่ทำให้เช้านี้สดใส
"เทอมนี้แม่เห็นเกรดของทั้งสองคนแล้ว แม่กับพ่อมีเพียงสิ่งเล็กๆที่จะมอบให้เพื่อเป็นกำลังใจในการเรียน"
อันดาฟังแม่พูดและมองใบหน้าพ่อกับแม่สลับกันไปมา ไม่นานกล่องสร้อยเพชรได้ถูกเลื่อนมาตรงหน้าอันดากับน้องสาว
"รางวัลสำหรับคนเก่งของพ่อทั้งสองคน"
"สวยมากเลยค่ะ" อันดาตาลุกวาว ไม่ต่างกับน้องสาวที่รีบวางช้อนลงเพื่อหยิบสร้อยเพชรมาดู
"ของสวยงามแบบนี้เหมาะกับลูกสาวคนสวยทั้งสองคน"
"ขอบคุณนะคะ"
"แม่กับพ่อขอบคุณลูกทั้งสองเช่นกันที่เป็นเด็กดีตั้งแต่เล็กยันโต ใครจะมองลูกสาวแม่ยังไงแม่ไม่สนใจ เพราะไม่มีใครรู้จักนิสัยที่แท้จริงของทั้งสองคนได้ดีเท่าพ่อแม่ ตั้งแต่เด็กยันโตลูกทั้งสองไม่เคยทำให้พ่อกับแม่ผิดหวัง ยิ่งผลการเรียนยิ่งไม่ต้องห่วงเลย"
ริมฝีปากบางยิ้มร่าด้วยความสุข ไม่ใช่ปีแรกที่ได้ของขวัญตอบแทนเรื่องเรียน แต่เมื่อไหร่ที่เราทั้งคู่เรียนดี ได้รางวัลจากโรงเรียน พ่อกับแม่มักมีเซอร์ไพรส์เป็นของขวัญที่มีมูลค่าให้เสมอ รวมถึงวันเกิดของเราทั้งคู่ด้วย
เทอมนี้เธอสอบได้เกรดเฉลี่ยสามจุดเก้าแปด อีกนิดจะสี่จุดศูนย์ศูนย์อยู่แล้ว ต่อให้เที่ยวเล่นกินดื่มสังสรรค์ตามประสาวัยรุ่นแต่ไม่เคยละทิ้งเรื่องเรียน
1 ชั่วโมงต่อมา…
บรื้นนน…
รถสปอร์ตคันหรูสีดำเงาวับได้ขับออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ หลังจากโบกมือลาน้องสาวที่ขึ้นรถตู้คันหรูเพื่อให้คนขับรถไปส่งหน้าโรงเรียน
พ่อจัสตินจะให้ขับรถไปเรียนก็ต่อเมื่อขึ้นมหาวิทยาลัยเท่านั้น ครอบครัวของเรามีรถหลายสิบคันและพร้อมให้ขับเสมอ แค่รอเวลาและความเหมาะสมก็เท่านั้น เหมือนที่ตอนนี้เธอได้ขับไปเรียน
มือเรียวเล็กกดเปิดฟังเพลงไปพลางๆระหว่างขับรถอยู่บนท้องถนน ชีวิตวนเวียนอยู่แบบนี้ ดวงตากลมโตทอดยาวมองทางเบื้องหน้า รถติดเป็นเรื่องปกติไม่ได้ทำให้อันดาหงุดหงิดแต่อย่างใด ไม่ได้รีบร้อนเพราะยังเหลือเวลาอีกเยอะก่อนเข้าเรียน
มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง
หญิงสาวร่างอรชรในชุดนักศึกษารัดรูป ผมสีน้ำตาลหม่นอมเทาเดินเข้ามายังจุดที่นัดเจอกับเพื่อนสาวทุกครั้งที่มาถึงมหาวิทยาลัย
"เฮ้...รอนานไหม"
"รอเป็นเรื่องปกติแล้วล่ะ ฉันชินละ" เนเน่ไหวไหล่และเหน็บแนมเพื่อนสาวเบาๆเป็นเรื่องปกติ
"ชินที่ถูกกัดเหมือนกัน ว่าแต่ยัยใบหม่อนยังไม่มาเหรอ"
"จิกมันจากเตียงอยู่เนี่ย อารมณ์เสียเหมือนกัน"
"สงสัยปาร์ตี้หนัก ไม่ก็เร่าร้อนกับผัวทั้งคืน"
"แกเดาผิด ผัวทิ้งต่างหาก"
"สงสัยต้องเลี้ยงปลอบขวัญซะแล้ว ตามมันมาเร็ว เดี๋ยวพี่จะพามันไปปลอบใจเอง เรื่องเหล้าเบียร์ให้นึกถึงพี่ไอ้น้อง"
อันดากอดอกทำสีหน้าเหนือกว่าให้เพื่อนสาวได้หมั่นไส้ เพราะเธอช่ำชองเรื่องพวกนี้ไม่น้อย
เรียนดีใช่ว่าจะเป็นเด็กเรียบร้อย ไม่เคยฟังเทศน์ฟังธรรม เธอเน้นฟังเพลงมันๆขับกล่อมไปด้วยเหล้ารสฝาด ช่วงเวลาว่างก็แค่ให้เสียงเพลงและฤทธิ์แอลกอฮอล์สร้างสีสันให้ชีวิตตัวเองคลายความเครียด แต่เมื่อมีสอบได้ติวกันหัวหมุน และไม่เคยทำให้ครอบครัวผิดหวัง
ตอนพิเศษ 4 : ครอบครัวหนึ่งเดือนต่อมา...อุแว้ อุแว้...เสียงของทารกวัยหนึ่งเดือนแผดเสียงดังลั่นในช่วงกลางดึก ปลุกให้ผู้เป็นพ่อรู้สึกตัวตื่นชาวินท์ดีดตัวเองลุกจากเตียงนอนด้วยสภาพสะลึมสะลือและอุ้มลูกชายตัวน้อยที่ส่งเสียงร้องขึ้นมาแนบอก พร้อมกับเดินกึ่งหลับกึ่งตื่นออกจากห้องอย่างเช่นทุกคืน กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ชาวินท์ต้องอุ้มลูกลงมานอนที่ห้องนั่งเล่นอันดาลืมตาตื่นเมื่อได้ยินเสียงลูกน้อยแว่วเข้ามาในหูแต่ต้องอมยิ้มเมื่อเห็นชาวินท์กำลังอุ้มลูกชายและเดินดุ่มๆออกจากห้องไป แค่เพียงก้าวขาพ้นประตูอคิราห์หยุดร้องราวกับถูกมนต์สะกด เป็นแบบนี้มาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม ถ้าชาวินท์ไม่ทำแบบนี้อคิราห์จะแผดเสียงให้ดังกว่าเดิมและปลุกให้อัยย์รดาตื่น"แกล้งพ่อมาหนึ่งเดือนแล้วนะลูก" อันดาพูดเบาๆ และเอื้อมไปตบก้นลูกสาวที่หลับตาพริ้มไม่รู้เรื่องก่อนจะหลับต่อ ทุกวันนี้เธอกับชาวินท์แทบไม่ได้นอนด้วยกัน นอนแค่แป๊บเดียวไม่กี่ชั่วโมงก็โดนตัวแสบก่อกวนชาวินท์มองลูกน้อยในอ้อมอกพลางถอนหายใจกับความแสบ เพราะตอนนี้ตัวแสบหลับปุ๋ยไม่รู้สึกผิดใดๆทั้งสิ้น จากที่ในห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่โล่งตอนนี้ได้มีเตียงเด็กน้อยเสริมไว้อ
ตอนพิเศษ 3 : ยอมเมีย…ทำเพื่อลูกเด็กแฝดตัวน้อยถูกพ่อกับแม่อุ้มลงมายังชั้นล่างของบ้านหลังใหญ่ โดยมีพ่อแม่มือใหม่ช่วยกันเลี้ยงอยู่ในห้องนั่งเล่น มีเครื่องฟอกอากาศอย่างดี ปรับแสงของผ้าม่านให้เหมาะสม พื้นที่ทั้งบ้านถูกพ่นฆ่าเชื้อทุกวัน หายห่วงเรื่องเชื้อโรคทั้งสองคนผลัดกันอุ้มผลัดกันเล่นอย่างทะนุถนอม ใบหน้าของชาวินท์กับอันดามีแต่รอยยิ้ม ต่อให้ลูกจะงอแงบ้างแต่ไม่ได้หงุดหงิดแต่อย่างใด ยังอารมณ์ดีกับลูกน้อยเสมอ"อาหารพร้อมแล้วค่ะคุณอันดา ให้พวกเราจัดเตรียมขึ้นโต๊ะเลยไหมคะ""แบ่งเป็นจานเล็กๆมาวางที่นี่ ผมไม่อยากให้อันดาต้องขยับตัวเยอะ อีกอย่างอันดาต้องเลี้ยงลูกไม่เห็นเหรอ" ชาวินท์พูดเสียงเข้มกับแม่บ้าน"รับทราบค่ะ"อันดาเอี้ยวมองหน้าสามีที่ทำเป็นเข้มเวลาอยู่กับลูกน้องอาหารที่อันดาทำถูกจัดใส่จานเล็กๆสำหรับสองคน จัดวางอยู่บนโต๊ะกระจกตัวเล็กหน้าโซฟาภายในห้องนั่งเล่นทันทีที่ชาวินท์มองอาหารทำให้คิ้วหนาขมวดเป็นปมและมองหน้าแม่บ้าน แค่เห็นรูปลักษณ์ของอาหารก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่แม่บ้านทำ แต่เป็นเมียตัวเองทำ แสดงว่าตอนที่เขาตื่นขึ้นมาไม่เจอเธอในห้องเพราะเธอแอบลงมาทำอาหารในครัวทั้งที่แผลยังไม่หายดี แถมแ
ตอนพิเศษ 2 : เด็กแฝดเริ่มพยศหลายวันต่อมา...บ้านหลังใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าเพื่อต้อนรับเจ้าของตัวน้อยเข้าบ้าน บ้านหลังนี้เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของชาวินท์ที่หมั่นทำงานและเก็บเงินเพื่อสร้างบ้าน มีพื้นที่ให้ลูกไว้วิ่งเล่น ไม่อยากให้ลูกต้องอยู่ในคอนโดพื้นที่สี่เหลี่ยม อยากให้ลูกได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์และต้นไม้ใบหญ้า ทำให้ชาวินท์ตัดสินใจสร้างบ้านนี้ไว้เพื่อลูกน้อย พื้นที่ผืนนี้ได้มาจากสินสอดทองหมั้นจากพ่อชาร์ล ไม่มีใครขัดและเห็นดีเห็นงามด้วยที่จะปลูกบ้านหลังนี้ขึ้นมาบ้านอาจไม่ได้ใหญ่เท่าคฤหาสน์ของพ่อกับแม่ แต่พอที่จะมีพื้นที่ให้ลูกได้วิ่งเล่นแบบสบาย มีห้องเตรียมไว้สำหรับสองแฝดในช่วงอายุที่โตขึ้น เด็กหนุ่มที่ไม่เอาไหน ใช้เงินไปวันๆแบบไม่คิดหน้าคิดหลังได้หายไปหมดแล้ว ตอนนี้มีเพียงชายหนุ่มที่มุ่งมั่นทำงานเก็บเงินเอาไว้เลี้ยงดูครอบครัว ไม่ให้เมียทำงานเหนื่อย ดูแลเลี้ยงดูทุกคนให้อยู่สบายขบวนรถอารักขาขับเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ ตามมาด้วยรถตู้คันหรูของชาวินท์ที่มีลูกน้อยสองคนอยู่ด้านใน ปิดท้ายด้วยรถของลูกน้องอีกคันเพื่อคุ้มกันอันตรายทันทีที่รถตู้คันหรูเข้ามาในบ้าน สายตาคมมองบ้านหลังใหญ่ด้วยความภูมิใจ ม
ตอนพิเศษ 1อุแว้ อุแว้...เสียงของเด็กทารกวัยแรกเกิดร้องลั่นห้องทำคลอด ส่งเสียงกรีดร้องเพื่อส่งสัญญาณให้พ่อกับแม่ได้ยินว่าปลอดภัยดีและแข็งแรงพอที่จะแผดเสียงดังเด็กทารกตัวน้อยยังคงหลับตาพริ้มแต่อ้าปากเปล่งเสียงเมื่อได้ออกมาสู่โลกภายนอกหลังจากเติบโตอยู่ในท้องของแม่มานานเกือบเก้าเดือน ผิวกายแดงระเรื่อเป็นปกติของเด็กทารกวัยแรกเกิด เนื้อตัวจ้ำม่ำ ผิวพรรณเนียนละเอียด แก้มแดงราวกับลูกตำลึงพยาบาลสาวผู้ช่วยรีบใช้ผ้ามาเช็ดตัวทำความสะอาดและจัดการห่อผ้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่เด็กน้อยอุแว้ อุแว้...เสียงของเด็กทารกวัยแรกเกิดดังขึ้นอีกครั้ง แต่น้ำเสียงเบาลงกว่าคนแรก ร้องเพียงไม่กี่ครั้งก็สงบและหลับพริ้มเหมือนเดิม หลังจากทำความสะอาดเสร็จเด็กทารกตัวน้อยถูกวางลงบนเตียงรถเข็นสำหรับเด็กวัยแรกเกิด นอนเคียงข้างกันคล้ายกับตอนอยู่ในท้อง"เด็กทั้งสองคนปลอดภัยและแข็งแรงสมบูรณ์ทุกประการ โดยเฉพาะผู้ชายที่ดูแข็งแรงจนร้องเสียงดังลั่น ตามมาด้วยสาวน้อยที่ดูเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ ยินดีด้วยนะหลาน" ลุงหมอนนท์พูดด้วยรอยยิ้มและมองหน้าหลานก่อนจะรีบจัดการเย็บแผลให้ด้วยความชำนาญ"แค่เกิดมาก็รู้แล้วว่าได้นิสัยใคร" อ
ตอนที่ 63 : คู่ชีวิต หนึ่งเดือนต่อมา...ตึก ตึก ตึกเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นแว่วเข้ามาในหูทำให้ชาวินท์ที่นั่งรับลมเย็นๆอยู่ในรีสอร์ทหรูหันไปมอง สายตาคมจดจ้องเมียสุดที่รักที่กำลังเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าไม่ได้เหยียดเธอแต่ไม่ค่อยถูกใจเรื่องชุดที่เธอสวมใส่เท่าไหร่นัก เดรสตัวสั้นแค่โดนลมพัดก็แทบจะเปิดให้เห็นของที่อยู่ด้านใน สายเดี่ยวที่แค่เกี่ยวก็หลุด ทรงด้านบนยังเว้าข้างให้เห็นเนินอกนี่สินะที่เธอให้เขาออกมารอข้างนอกก่อน เพราะจะได้ใส่ชุดที่แอบซื้อมาได้และใช้ข้ออ้างว่าขี้เกียจเปลี่ยน ไม่ใช่ครั้งแรกแต่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง นับวันอันดายิ่งสวยขึ้นจนผิดหูผิดตา ทั้งที่นอนอยู่ด้วยกันทุกคืนเอากันทุกคืนไม่มีเว้น แต่ในสายตาเขาเธอสวยวันสวยคืน สวยจนไม่อยากให้ใครมองเธอตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนหลังจากแต่งงาน ชาวินท์กับอันดายังคงหวานหยดเหมือนวันแรกไม่จืดจาง ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง อันดาบริหารงานในบริษัทของพ่อจัสตินแต่ไม่ได้ออกไปเป็นผู้ช่วยแพทย์แล้วเพราะชาวินท์ไม่อยากเห็นเมียเหนื่อยไปกว่านี้ ส่วนชาวินท์ยังทำหน้าที่หัวหน้ามาเฟียได้เป็นอย่างดี แต่เปลี่ยนจากทำงานในช่วงกลางดึกกลาย
ตอนที่ 62 : ส่งตัวเข้าเรือนหอ NC+คู่แต่งงานใหม่พากันเดินจูงมือมาที่ห้องสวีทของโรงแรมหรูหลังจากเสร็จพิธีสำคัญและปล่อยให้แขกสนุกสนานกับงานเลี้ยงโดยที่เจ้าของงานทั้งสองคนอยากมีความสุขกันแบบสองต่อสองในค่ำคืนวันแต่งงาน ชาวินท์ดึงตัวอันดาเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วและทันทีที่ประตูปิดลงริมฝีปากหนาโผเข้าจูบด้วยความหิวโหยทันทีแผ่นหลังบางแนบชิดกับผนังห้อง แขนเรียวยาวโอบลำคอสามีไว้หลวมๆและส่งรสจูบที่เร่าร้อนกลับไปเช่นกัน ไม่ใช่แค่เขาที่ต้องการเธอก็ต้องการเหมือนกัน การมีอะไรกันคาชุดแต่งงานไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ และยิ่งเป็นวันสำคัญคือวันแต่งงานของเราที่มีเพียงวันเดียวทำให้วันนี้เป็นวันที่น่าจดจำไปซะทุกอย่างจ๊วบลิ้นสากแทรกซึมเข้าไปในโพรงปากบางและตักตวงน้ำหวานด้วยความหิวโหย ชอนไชไปทั่วทุกมุมปากสลับกับหยอกเย้าลิ้นเล็กด้วยความเร่าร้อน สถานการณ์ที่น่าตื่นเต้นแบบนี้มีแต่สุมไฟให้ปะทุขึ้นเรื่อยๆเท่านั้น ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย และคาดว่าเธอคงชอบไม่แพ้กัน เพราะรสจูบของเมียดุเด็ดเผ็ดมันไม่น้อยจ๊วบเสียงดูดกลืนน้ำหวานดังประสานเสียงกันท่ามกลางความเงียบภายในห้องสวีทสุดหรูชั้นบนสุดของโรงแรมระดับห้าดาว เป็







