LOGIN1.หมอภาค+ก้อย : ผมหัวใจล้มเหลวจากการสารภาพรักครั้งแรกไป แต่ในวันเดียวกันใครบางคนที่ผมได้เจอในห้องพยาบาลก็ทำให้หัวใจผมกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง/ 2.แทน+โฟร์ : ครั้งแรกที่ผมเจอเธอในโรงอาหาร ผมก็รู้เลยว่าผมตกหลุมรักเธอเข้าเต็มๆ แต่เพราะเธอคือเพื่อนสนิทของแฟนเพื่อนผมจึงทำให้ผมไม่กล้าสานต่อความสัมพันธ์กับเธอและเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้คนเดียว แต่อยู่ๆผมกับเธอก็มีเหตุให้แต่งงานกันคราวนี้แหละผมจะไม่ปล่อยให้เธอหลุดมือไป/ 3.ทิว+ชีต้าร์ : ชีวิตผู้ชายลั้นล้า ที่วันๆเอาแต่ดื่มเที่ยวกินเหล้าและควงสาวเล่นไปวันๆต้องจบลงเพราะวันไนท์สแตนด์ วันไนท์สแตนด์ที่ผมลืมไม่ลง
View Moreคำโปรย
ผมหัวใจล้มเหลวจากการสารภาพรักครั้งแรกไป แต่ในวันเดียวกันใครบางคนที่ผมได้เจอในห้องพยาบาลก็ทำให้หัวใจผมกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง
.
ภาค...
" พวกมึงเดี๋ยวกูมานะ "
ผมตะโกนบอกเพื่อนในทีมที่ตอนนี้กำลังแต่งตัวเพื่อลงสนามแข่ง
" เออๆ "
เสียงเพื่อนในทีมบอกผมก่อนจะหันกลับไปผูกผ้าพันคอสีเหลืองซึ่งเป็นสีประจำคณะเราต่อ
วันนี้ผมลงแข่งฟุตบอลในงานกีฬาสีของมหาลัยเหมือนกับทุกๆปีที่ผ่านมา ปกติผมไม่ชอบเล่นกีฬาในงานมหาลัยเท่าไหร่เพราะคนดูจะเยอะกว่าปกติแล้วผมก็ไม่ชอบเสียงเชียร์เสียงหวีดร้องของคนที่อยู่ตามขอบสนามนัก มันทำให้ผมไม่มีสมาธิ
แต่เมื่อหลายปีที่แล้วใครบางคนที่นั่งเชียร์ฟุตบอลข้างสนามทำให้ผมอยากลงแข่งขึ้นมา ผมแค่อยากโดดเด่นในสายเธอแล้วก็อยากให้เธอสนใจผมเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆบ้าง แล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นให้ผมลงแข่งฟุตบอลทุกๆปีของงานกีฬาสีมหาลัย
" เอ่อ น้องครับ "
เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆเหมือนเด็กมอต้นกำลังนั่งรูดลูกชิ้นเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยใต้ต้นไม้ตรงหน้า ผมจำได้ว่าเธอรู้จักกับเดือนหนาวผู้หญิงที่ผมแอบชอบแล้วก็แอบมองเธอมานานหลายปีแล้ววันนี้ผมก็จะไปสารภาพรักกับเธอ ดูท่าทางแล้วเด็กคนนี้ก็เหมือนจะสนิทกับเดือนหนาวมากนะผมเคยเห็นเดือนหนาวชอบซื้อของไปให้บ่อยๆ เพราะผมแอบมองเดือนหนาวอยู่ไงล่ะ
" ค่ะ พี่มีอะไรหรอคะ "
คนตัวเล็กที่เคี้ยวลูกชิ้นจนแก้มตุ่ยถามขึ้น
" เอ่อ เรารู้จักเดือนหนาวใช่มั้ย "
ผมถาม
" ค่ะ หนูเป็นหลานรหัสป้าหนาว "
คนตัวเล็กพยักหน้าเบาๆพลางมองมาที่ดอกไม้ช่อโตที่ผมถืออยู่ หลานรหัสเลยหรอวะ
" พี่ชื่อภาคนะ เรียนหมออยู่ปีหก "
" ไม่ได้อยากรู้จักซะหน่อยมาบอกชื่อทำไม "
อ้าวเวรกรรม
" พี่อยากให้เราช่วยอะไรหน่อยได้มั้ย "
" แลกกับอะไรคะ "
คนตัวเล็กเอียงคอถาม เออนั่นสิ
" พี่มีค่าจ้างให้เรา "
ผมเสนอ
" แบบนี้ค่อยหน้าสนใจหน่อย "
คนตัวเล็กโยนถุงลูกชิ้นลงถังขยะก่อนจะหันมามองผมด้วยสีหน้าที่เริ่มสนใจขึ้น
" พี่อยากคุยกับป้ารหัสเรา ให้ป้าเรามาเจอพี่หลังอัฒจรรย์ได้มั้ย "
ผมรีบบอก
" ค่าจ้างล่ะ "
" สองร้อยเคป่าว "
" พันนึงสิคะ เรียนหมอค่าเทอมแพงนะต้องมีตังเยอะสิ "
ตรรกะไหนเนี่ยยัยตัวเล็ก
" พันนึงก็พันนึง "
ผมบอก
" งั้นจ่ายมาก่อนเดี๋ยวถินจะไปบอกป้าให้ แล้วพี่ก็ไปรอหลังอัฒจรรย์ได้เลย "
คนตัวเล็กเปลี่ยนสรรพนามพลางหรี่ตามองผมไปด้วย มือเล็กยื่นมากระดิกรอรับค่าจ้างด้วยท่าทางน่าหมั่นเขี้ยวเอาวะไหนๆก็ไหนๆแล้ว
.
.
.
" เอ่อคุณ... "
เสียงของคนที่ผมแอบชอบมานานหลายปีเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม หัวใจผมเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมากองตรงนี้ให้ได้ ทำไมน่ารักขนาดนี้วะ แอบมองไกลๆว่าน่ารักแล้วพอมาเจอตัวจริงใกล้ๆแบบนี้ก็ตายสิครับ
" เดือนหนาวใช่มั้ยครับ "
ผมถามคนตรงหน้าพลางเดินเข้าไปใกล้ๆ ในใจก็ข่มอารมณ์ตื่นเต้นเอาไว้ ความรู้สึกเหมือนปลื้มไอดอลสักคนแล้วพอมาเจอตัวจริงก็ทำอะไรไม่ถูกเป็นแบบนั้นเลย
" ใช่ค่ะ "
คนตรงหน้าตอบพร้อมกับส่งยิ้มชวนใจละลายมาให้ผม หัวใจผมยิ่งเพิ่มอัตราการเต้นเร็วขึ้นไปอีก
" ขอโทษนะครับที่ผมรบกวนเวลา แต่ที่ผมนัดเดือนหนาวมาก็เพราะว่าผมมีบางอย่างอยากจะบอก "
ผมรีบพูดออกไปก่อนที่หัวใจจะเต้นทะลุออกมา ไหนๆก็เรียนปีสุดท้ายแล้วถ้าบอกตอนนี้แล้วเขาไม่ชอบเราก็ไม่เป็นไร อีกไม่กี่เดือนก็เรียนจบคงไม่ได้เจอกันหรอก ผมคิดในใจ
" .......... "
" ผมแอบชอบเดือนหนาวมานานแล้วครับ ได้แต่มองอยู่ห่างๆไม่กล้าเข้าหาสักที "
อย่าเอาแต่เงียบสิครับ
" .......... "
" ผมแอบมองเดือนหนาวตอนที่แวะไปหาอาจารย์หมอที่โรงพยาบาลบ่อยๆ อยากเข้าไปคุยด้วยหลายครั้งแต่ก็ไม่กล้า มีอยู่วันหนึ่งผมเห็นเดือนหนาวอยู่ที่ห้องพยาบาลของมอเรา ผมอยากเข้าไปช่วยนะแต่ผมกลัวทำตัวไม่ถูกเลยได้แต่ยืนมองห่างๆ "
ผมบอกคนตรงหน้า เดือนหนาวเธอเป็นลูกสาวของอาจารย์หมอซึ่งทำหน้าที่สอนนักศึกษาแพทย์ที่เข้าไปขึ้นวอร์ดในโรงพยาบาลของมหาลัยและผมก็เป็นหนึ่งในลูกศิษย์ของอาจารย์หมอ ผมแอบเห็นเธอแวะไปหาอาจารย์หมอบ่อยๆและนั่นยิ่งทำให้ผมไม่กล้าเข้าไปจีบเธอ
" .......... "
" แต่ตอนนี้ผมรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีได้แล้วนะครับ ผมชอบเดือนหนาวนะ เราคบกันได้มั้ย "
ผมรีบสารภาพความรู้สึกทั้งหมดที่มีออกไปและคนตรงหน้าได้แต่ยืนฟังอย่างอึ้งๆ ผมก็อึ้งเหมือนกันก็เธอเอาแต่เงียบอย่างเดียว หรือเธอจะเกลียดผมไปแล้ววะ ไม่ชอบก็ปฎิเสธมาเลยนะครับผมรับได้แต่อย่าเกลียดผมก็พอ
" หนาวก็มีอะไรที่อยากจะบอกหมอภาคเหมือนกันนะคะ "
คนตรงหน้าพูดยิ้มๆ
" หนาวก็แอบชอบหมอภาคมานานแล้วเหมือนกันค่ะ "
ตึก ตัก ตึก ตัก Yes!!
" ผมดีใจมากเลยนะครับ "
ผมยิ้มจนแก้มแทบแตกมือไม้สั่นไปหมด พอรู้ว่าคนที่เราแอบชอบเขาก็ชอบเราเหมือนกันคือมันโคตรดีอะ
" แต่ตอนนี้...หนาวมีแฟนแล้วค่ะ เขาดีกับหนาวมาก เขาชัดเจนกับหนาวมากและเราก็รักกันมากเลยล่ะค่ะ "
อ้าว...
" อ่าครับ อกหักแล้วสินะ "
ผมพูดเสียงแผ่วพลางเกาหัวแก้เขินไปด้วย แต่ก็ไม่เป็นหรอกครับเธอบอกแบบนี้ก็ดีแล้วชัดเจนดีผมชอบนะผู้หญิงแบบนี้หายาก เพราะส่วนมากจะบอกใครต่อใครว่าไม่มีแฟน
" ก็ไม่รู้สิคะ ฮ่าฮ่า แต่ตอนนี้หนาวไม่ได้คิดอะไรกับหมอภาคแล้วนะคะ มีแฟนแล้วรักแฟนมาก "
คนตรงหน้าพูดต่อพลางขำไปด้วยซึ่งผมก็ได้แต่ยิ้มตาม ดูเธอมีความสุขเวลาที่พูดถึงแฟนเธอนะ
" งั้นไม่เป็นไรครับ ผมขอให้เดือนหนาวกับแฟนรักกันนานๆนะครับ "
" ขอบคุณค่ะ "
" ไหนๆดอกไม้นี้ผมก็ตั้งใจเอามาให้เดือนหนาวแล้ว...งั้นเดือนหนาวช่วยรับมันไว้ได้มั้ยครับ คิดว่ารับไว้ในฐานะรุ่นพี่หรือเพื่อนคนหนึ่งก็ได้ "
ผมบอกพลางยื่นช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อโตให้เธอ อย่างน้อยทุกอย่างก็จบด้วยดีล่ะว้าชัดเจน ไม่ยืดเยื้อ ไม่ให้ความหวังถึงแม้ว่าใจผมจะ...พัง!! ก็เถอะ แต่ไม่เป็นไรผมยังไม่ได้ถลำลึกขนาดนั้นแป๊บเดียวเดี๋ยวก็หาย
" งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ขอบคุณเดือนหนาวมากที่มาเจอผม "
" ค่ะ "
หลังจากที่ผมสารภาพรักกับเดือนหนาวไปผมก็รู้สึกโล่งนะที่ไม่ต้องเก็บอะไรไว้อีกแล้ว ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมามันทำให้ผมอึดอัดพอสมควร อยากพูดแต่ไม่กล้า อยากบอกแต่ก็อาย อีกอย่างจะโทษใครก็ไม่ได้หรอกผมเองแหละที่บอกรักเธอช้าไป
" มาก่อนแท้ๆ แอบรักก่อนแท้ๆ แต่ก็แพ้คนที่มาทีหลังที่ชัดเจนกว่านะมึง "
ผมพรึมพรำกับตัวเองพลางนั่งลงข้างขอบสนามเพื่อรอแข่งในรอบถัดไป
" ไงมึงไหนบอกว่าวันนี้จะไปบอกชอบเขา ทำไมทำหน้าเหมือนติดห่ามาแบบนั้น "
เพื่อนในกลุ่มที่รู้ว่าผมชอบเดือนหนาวถามขึ้น
" สารภาพรักกับเขาไปแล้ว แล้วเขาก็ชอบกูด้วยนะ "
ผมบอกมัน
" ก็ดีแล้วนี่หว่า ได้ข่าวว่าคนนี้ไม่มีใครจีบติดเลยสักคน "
เพื่อนผมว่า
" แต่กูบอกเขาช้าไปว่ะ ตอนนี้เขามีแฟนแล้วแถมยังบอกกูอีกด้วยนะว่าเขารักแฟนเขามาก "
ผมบอกมันเซ็งๆ
" อ้าวเวร "
" กูบอกเขาช้าเกินไปว่ะ "
" เออช้าแต่ก็ช่างแมร่งเหอะ เอาไว้ค่อยแก้ตัวใหม่กับคนต่อไปแล้วกัน "
มันตบไหล่ปลอบผมเบาๆ
" อืมกูก็ว่างั้น "
" คนต่อไปมึงก็อย่าช้าล่ะ ชอบก็จีบ รักก็รุก จะได้ไม่เป็นแบบนี้ "
" อืมกูก็ว่างั้นแหละ "
ผมเห็นด้วยกับมัน
" งั้นก็แสดงว่าไอ้เด็กวิศวะคนนั้นคงเป็นแฟนคนที่มึงแอบชอบจริงๆสินะ กูเห็นเขาลือกัน "
เพื่อนผมบุ้ยปากไปทางอัฒจรรย์ของสีฟ้าที่ตั้งอยู่อีกฝั่งของสนาม
" คนไหนวะ "
ผมหันไปถาม
" ก็นั่นไง นั่งหงอยเป็นหอยป่วยอยู่น่ะ "
เพื่อนผมว่า คนนี้ชื่อไวน์นี่หว่าดังพอสมควรผมเห็นแวะไปหาอาจารย์หมอบ่อยๆคิดว่าเป็นหลานหรือเป็นลูกอาจารย์ซะอีก ว่าที่ลูกเขยเองหรอเนี่ย ทำไมคิดไม่ได้วะ
" ปกติคนนี้มันจะระริกระรี้นะออกจะแรดๆด้วยซ้ำ แต่วันนี้มันดูหงอยเหมือนหอยโดนยาเลยมึง "
เพื่อนผมพูดต่อยิ้มๆ
" เขาก็ดูเหมาะกับเดือนหนาวดีนะมึง "
ผมว่า
" เออเหมาะ แล้วนี่มึงรู้ยังว่านัดต่อไปเรากับเขาต้องแข่งกัน "
อะไรอีกวะเนี่ย
" กูจะมีแรงแข่งได้ยังไงวะเพิ่งโดนตัดกำลังใจไปเมื่อกี้ แล้วนี่ต้องมาแข่งกับเขาอีก "
ผมหันไปบอกมันเซ็งๆ
ชีต้าร์...ผ่านมาหลายสัปดาห์แล้วที่เราสามคนพ่อแม่ลูกใช้ชีวิตแบบครอบครัว ซึ่งทุกอย่างนั้นผ่านไปได้ด้วยดีจะมีก็แค่ช่วงนี้แหละที่ไทเกอร์เริ่มเบื่อพ่อของเขาแล้ว ไทเกอร์เลิกเห่อพ่อของเขาแล้วล่ะน่าขำจริงๆ" แม่ต้าร์ฮะทำไมคุณหม่ำๆของไทเกอร์กลายเป็นแบบนี้ได้ล่ะฮะ "เสียงลูกชายตัวน้อยที่เดินตามฉันต้อยๆออกมาจากห้องแต่งตัวถามขึ้น ก็ตอนที่ฉันเข้าไปแต่งตัวด้านในแล้วลูกชายตัวน้อยๆของฉันก็ตามไปด้วยเหมือนทุกครั้งแล้วด้วยความขี้สงสัยและช่างสังเกตุเจ้าดวงตากลมๆของลูกชายตัวน้อยก็ดันไปสะดุดเข้ากับรอยแดงสีกุหลาบที่คนเป็นพ่อนั้นทำเอาไว้เต็มเนินอกของฉันน่ะสิ" ตอนนี้คุณหม่ำๆกำลังป่วยอยู่ครับก็กลายเลยเป็นแบบนี้ "ฉันกลายเป็นคุณแม่ขี้โกหกนับตั้งแต่นั้นมาแล้วก็คิดว่าต่อไปฉันก็คงต้องโกหกไทเกอร์แบบนี้ไปอีกนานจนกว่าคนเป็นพ่อจะเลิกหื่นใส่ฉัน" โธ่ทำไมป่วยคุณหม่ำๆถึงป่วยได้ล่ะฮะวันนี้ไทเกอร์จะจุ๊บคุณหม่ำๆซะหน
ชีต้าร์...เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์วันนี้คุณพ่อคุณแม่ของพี่ทิวนั้นมารับไทเกอร์กับคุณหนูธามแต่เช้าเพื่อไปเที่ยวในกรุงเทพรวมทั้งพ่อฉันกับคุณคุณก็ไปกันด้วย ทำให้วันนี้มีแค่ฉันกับพี่ทิวอยู่เฝ้าบ้านกันสองคน แน่นอนว่าฉันนั้นไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรเพราะฉันมีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะแต่คนที่ตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดนี่สิคือพี่ทิวต่างหาก" พี่ทิวเป็นอะไรคะนั่งยิ้มอยู่ได้ "ฉันหันไปมองคนที่นั่งยิ้มอยู่โซฟาหน้าทีวีเหมือนคนบ้า ตอนนี้ฉันทำงานบ้านอะไรเสร็จหมดแล้วจะมีก็แค่อาบน้ำอีกครั้งเพราะฝุ่นที่ฉันทำความสะอาดบ้านน่ะเลอะตามเนื้อตัวไปหมดไหนจะหยากไย่ที่ฉันไปจัดการมานี่อีกเต็มหัวฉันหมดเลย" ถามก็ไม่ตอบ งั้นต้าร์ไปอาบน้ำก่อนนะคะเริ่มคันเนื้อคันตัวแล้วอะ "ฉันบอกคนบ้าที่ยังคงนั่งยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ก่อนจะเดินไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ พี่เขาเป็นแปลกๆนะวันนี้ก๊อก ก๊อก ก๊อก" ต้าร์เปิดประต
ชีต้าร์...เมื่อคืนการนอนหลับแบบครอบครัวที่ไทเกอร์อยากจะนอนเหมือนกับเด็กคนอื่นๆมาตลอดนั้นผ่านไปด้วยดี ฉันตื่นนอนตอนเช้ามาก็ต้องพบว่าสองพ่อลูกนั้นนอนกอดกันกลมไม่สนใจฉันเลยจากที่ไล่กันไปนอนที่อื่นแท้ๆกลับกลายเป็นว่าตอนนี้นอนไม่ห่างกันเลยทั้งสองคนด้วยความกลัวว่าจะรบกวนการนอนของสองพ่อลูกฉันจึงไม่ได้ปลุกใครให้ตื่นและพยายามลุกจากเตียงให้เบาที่สุด ปกติไทเกอร์กับฉันเราจะตื่นพร้อมกันโดยไม่ต้องปลุก มันกลายเป็นนิสัยของไทเกอร์ไปแล้วที่ชอบตื่นขึ้นมาตอนเช้าๆพร้อมกับฉันแต่ดูเหมือนว่าวันนี้คนตัวเล็กจะตื่นสายซะแล้วสิ พอเห็นคนตัวเล็กที่นอนซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของคนตัวใหญ่กว่ากำลังนอนหลับแบบไม่มีทีท่าว่าจะตื่นฉันก็แอบหยิบโทรศัพท์มือถือมากดถ่ายรูปไว้ซะเลย น่ารักจริงๆ" ไทเกอร์มาหม่ำๆก่อนครับเดี๋ยวค่อยเล่นต่อ "เสียงคนเป็นพ่อบอกลูกชายตัวน้อยที่ตอนนี้กำลังเห่อของเล่นชิ้นใหม่ที่คุณตา คุณปู่ คุณย่าแข่งกันซื้อมาให้ แน่นอนล่ะว่าเมื่อก่อนแค่พ่อฉันคนเดียวไทเ
ชีต้าร์...หลังจากที่พ่อกับพี่ทิวเจอกันครั้งนั้นฉันก็ต้องไปตามพวกคุณคุณมาช่วยกันห้ามทัพไม่อย่างงั้นพ่อฉันคงจะตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งว่าฆ่าลูกเขยตัวเองแน่ๆ ถึงพ่อฉันจะรู้ว่าเรื่องระหว่างฉันกับพี่เขามันเป็นแค่อุบัติเหตุและฉันเป็นฝ่ายเริ่มก่อนแต่พ่อก็ยังคงเถียงกลับอยู่ดีว่าพี่ทิวมีส่วนผิด เพราะพี่ทิวมีสติดีทุกอย่างแต่ไม่ระงับอารมณ์ของตัวเองจนปล่อยให้เรื่องมันบานปลายในที่สุดฉันจึงตัดสินใจอธิบายให้ลูกชายตัวน้อยของฉันฟังว่า ' ฆ่า ' ความหมายคืออะไร เท่านั้นแหละไทเกอร์ถึงกับร้องไห้โฮ แน่นอนว่ามันอาจจะโหดร้ายไปหน่อยที่ลูกชายตัวน้อยๆของฉันต้องมารับรู้อะไรแบบนี้แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้พ่อฉันคงไม่ล้มเลิกความคิดง่ายๆมีแค่ไทเกอร์คนเดียวเท่านั้นที่จะหยุดทุกอย่างได้เหตุการณ์ในวันนั้นผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วแต่ไทเกอร์ก็ยังไม่ยอมคุยกับพ่อของฉันนั่นก็คือคุณตาของเขา ไทเกอร์เอาแต่พูดว่า ' คุณตาใจร้าย ' 'คุณตาใจร้าย ' ซ้ำๆจนพ่อฉันถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับเป็นอาทิตย์ กว่า