Beranda / โรแมนติก / บัวเหนือศิรา / ศิรา กิจธนะวรกุล

Share

ศิรา กิจธนะวรกุล

last update Tanggal publikasi: 2025-06-05 19:00:03

หลังจากวันนั้นก็เป็นเวลากว่าสี่เดือนแล้ว ที่บัวบูชาทำงานที่บาร์แห่งนี้ ตอนนี้เรียกได้ว่าเธอรู้จักพนักงานในร้านทุกคนแล้ว โดยเฉพาะรุ่นน้องที่ชื่อใบตอง อายุน้อยกว่าเธอหนึ่งปี

ใบตองคือคนที่คอยช่วยเหลือเธอตลอดทั้งเรื่องงานหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเวลาเจอกับพวกลูกค้าผู้ชายที่มือไวใจเร็ว ชอบแตะนิดแตะหน่อย หรือพวกที่ชอบพูดจาสองแง่สองง่าม แทะโลมต่าง ๆ นานา

แรก ๆ บัวบูชาก็ทำตัวไม่ถูกเพราะไม่เคยเจอกับสถานการณ์แบบนี้ แต่พอปรับตัวได้หญิงสาวก็เริ่มเอาตัวรอดเป็น อยู่ต่อหน้าลูกค้าก็พูดจาคะขา เอาอกเอาใจเก่ง ทำให้ตอนนี้รายได้จากทิปคืนหนึ่งก็ปาไปเกือบสี่พันบาทแล้ว

แต่ก็นั่นแหละ ใช่ว่าทุกคนในร้านจะดีกับเธอทุกคน มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด โดยเฉพาะกับพวกสาว ๆ ที่ทำงานที่ร้านมาก่อน พอเธอเข้ามาทำงานได้ไม่นาน ก็เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า ทำให้คนพวกนั้นไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่

บัวบูชาตัดความฟุ้งซ่านทิ้งไป ทุกวันนี้เธอพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดแค่นั้นก็พอ ตอนนี้เธอต้องรีบกอบโกยเงินให้ได้มากที่สุด เพราะปลายเทอมหน้าก็เป็นเทอมสุดท้ายของภาคเรียนแล้ว

ซึ่งเป็นเวลาที่บัวบูชาจะต้องไปฝึกงาน หญิงสาวเลยอยากเก็บเงินให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นค่าอยู่ ค่ากิน และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับแม่อีกมากมาย

คืนวันเสาร์ ภายในร้านเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตากำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บรรยากาศเป็นเหมือนเช่นทุกคืนที่ผ่านมา บัวบูชาในชุดพนักงานเสิร์ฟ เสื้อเชิ้ตสีขาวผ้าลื่นเข้ารูปที่เน้นช่วงเอวคอดกิ่ว กับกระโปรงสีดำสั้นเลยเข่านิดหน่อยที่เน้นช่วงสะโพกผาย ส่งผลทำให้พวกเสือพวกตะเข้ทั้งหลายที่เห็นต่างก็น้ำลายหกกันเป็นแถว

ใบหน้าเรียวเล็กขาวนวล ดวงตาคู่สวยดูหยิ่งนิด ๆ รับกับริมฝีปากบอบบางสีกุหลาบ ที่มีไฝเสน่ห์ประดับอยู่ตรงปากล่างด้านซ้าย ทำให้บัวบูชาเป็นที่สะดุดของผู้คนที่พบเห็น ไม่เว้นแม้แต่เจ้าของร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงโซน VIP ด้านบนของร้าน

ศิรา กิจธนะวรกุล ชายหนุ่มอายุย่าง ๒๘ ปี เจ้าของรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลา จมูกโด่งเป็นสัน ส่วนสูงราว ๑๘๖ เซนติเมตร  ทายาทเพียงคนเดียวของบริษัทศัจกรกิจไพศาล จำกัด

หนุ่มนักเรียนนอกจบปริญญาโท ด้านการบริหารจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในอเมริกา ที่เพิ่งบินกลับมาอยู่บ้านหมาด ๆ ตามคำสั่งเด็ดขาดของผู้เป็นพ่อที่ต้องการให้ลูกชายคนเดียวกลับมารับตำแหน่งรองประธานบริษัท หลังจากที่ศิราเรียนจบ และใช้ชีวิตเป็นพ่อหนุ่มเพลย์บอยไร้แก่นสารอยู่เมืองนอกมานานนับปี

หากผู้เป็นพ่อไม่ยื่นคำขาดว่า ถ้าเขาไม่กลับมารับตำแหน่งรองประธานจะตัดเขาออกจากกองมรดก ชายหนุ่มก็คงไม่กลับประเทศไทย เขาเบื่อบ้าน เบื่อที่จะต้องทำตามคำสั่ง

ชีวิตเขาตั้งแต่เด็กก็ถูกตีกรอบให้เรียน ให้ทำนั่นทำนี่อยู่ตลอดเวลา ไม่มีเลยสักครั้งที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ แน่นอนว่าวัยเด็กเขาก็ต่อต้าน แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เขาเอาชนะผู้เป็นพ่อได้เลยสักครั้ง

พ่อมักจะหาเหตุผลร้อยแปดอย่างมาอ้างว่าสิ่งที่เลือกให้มันดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว

แต่สิ่งที่พ่อไม่เคยรู้ คือเขาไม่เคยต้องการ แม้แต่แม่ก็ไม่มีปากมีเสียง พ่อเป็นคนกุมอำนาจทั้งหมดไว้ในมือ ทั้งเรื่องในที่ทำงาน และเรื่องที่บ้าน เพราะถือว่าตัวเองเป็นผู้นำ เป็นประมุขของบ้าน ทุกคนในบ้านมีหน้าที่แค่ทำตามเท่านั้น

ดวงตาคมกริบนั่งจ้องเจ้าของร่างบางที่เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มไปมาอยู่ด้านล่าง พร้อมทั้งจิบไวน์แดงชั้นเลิศไปพลาง ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นอย่างลืมตัว เวลาที่เห็นคนตัวเล็กยิ้มแย้มพูดคุยกับลูกค้า รอยยิ้มบริสุทธิ์ของคนตัวเล็กช่างสวยงามซะจริง ๆ

เวลากว่าสองชั่วโมงที่ศิรามานั่งรอเพื่อนในบาร์แห่งนี้ หญิงสาวหลายคนต่างชม้ายชายตามองมาทางร่างสูงไม่ขาด ด้วยใบหน้าคมคายหล่อเหลา เส้นผมสีดำขลับที่เซตเป็นทรงเข้ากับใบหน้า รับกับผิวสีเข้มอย่างหนุ่มไทยแท้ บวกกับหน้าอกผึ่งผายที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเป็นมัด ๆ เพราะศิราเป็นคนรักสุขภาพ ชอบออกกำลังกาย

ไหนจะการแต่งกายที่ใส่แบรนด์เนมทั้งตัวนั่นอีก ไม่แปลกใจนักที่สาวน้อยสาวใหญ่จะพากันส่งสายตายั่วยวนมาให้

“ไง! ไอ้เสือ ถึงไทยปุ๊บ ออกล่าปั๊บเลยนะมึง” คฑาวุธ หรือ คินน์ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผิวขาวสูงเพราะมีเชื้อสายคนจีนแผ่นดินใหญ่ ผู้จัดการหนุ่มบริษัทนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ เอ่ยทักทายเพื่อนสนิทหลังจากที่อีกฝ่ายโทรหาเมื่อตอนเย็นว่ากลับถึงไทยแล้ว และได้นัดกันมาสังสรรค์ที่บาร์ของมาวิน

“เออ เบื่อ ๆ”

“แล้วเริ่มงานทำงานเมื่อไหร่?”

“ไม่รู้ แล้วแต่อารมณ์”

“มึงนี่ก็นะ จะต่อต้านพ่อมึงไปอีกนานแค่ไหน แค่มึงทำตัวเที่ยวเล่นผลาญเงินไปวัน ๆ เกือบปี พ่อมึงก็เครียดจะตายล่ะ”

“กูไม่สน กูทำตามใจเขามาตั้งแต่กูเกิดล่ะ กูแค่อยากทำตามใจตัวเองบ้าง” ศิรายักไหล่

“เห้อ! ดื้อเหมือนกันไม่มีผิด ทั้งพ่อทั้งลูก แบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้คุยกันดี ๆ วะ เจอกันครึ่งทางไม่ดีกว่าเหรอ”

“กูไม่อยากจะคุย คุยไปก็เท่านั้น ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม” ถ้าจะถามว่าศิราดื้อเหมือนใคร ก็คงตอบได้อย่างไม่ต้องคิดว่าเหมือนพ่อ

“เหนื่อยใจว่ะ เปลี่ยนเรื่องๆ เอ่อ แล้วไอ้วินล่ะ ทำไมยังไม่มาอีก”

“มันบอกว่ามีงานเยอะ ขอเคลียร์ก่อน เดี๋ยวตามมา”

“อืม”

“น้องคนนั้นชื่ออะไร มึงรู้จักไหม?” คินน์มองตามสายตาของเพื่อน ก็พบเข้ากับเจ้าของร่างบางที่กำลังทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ

“รู้จักดิ ชื่อน้องบัวบูชา ชื่อเล่นน้องบัว แต่คนนี้ไม่ได้นะเว้ย ไอ้วินหวง”

“ทำไม เด็กมันเหรอ?” ศิราขมวดคิ้วมุ่น

“ไม่ใช่ เด็กคนนี้ลูกพี่ลูกน้องของมันฝากมาอีกที มันบอกว่าน้องเป็นเด็กนิสัยดี บ้านยากจน อยู่กับแม่สองคน”

“หึ ถ้าไม่ใช่เด็กไอ้วินก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้”

“น้องเดินมาทางนี้แล้วมึง” คินน์ สะกิด

สิ้นประโยคคำพูดจากเพื่อนสนิท ศิราก็หันหน้าไปมองทันที สายตาคมสบเข้ากับสายตาเรียวคู่สวยแว็บหนึ่ง ก่อนที่บัวบูชาจะเป็นฝ่ายละสายตาไป

ทางด้านของศิรา ชายหนุ่มจ้องมองตามร่างบางไปจนลับตา ไม่รู้ว่าเขาใช้สายตามองคนตัวเล็กแบบไหน เพื่อนตัวดีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ถึงกับต้องเอ่ยปากแซว

“เช็ดน้ำลายบ้างครับ คุณศิรา จ้องน้องเขาจนผิวจะถลอกอยู่แล้ว ไอ้สัด”

“จ้องใคร?” เป็นเสียงของมาวินที่เดินเข้ามาสมทบเอ่ยถามขึ้นมาเสียก่อน

“อ้าว! ไอ้วิน เสร็จงานแล้วเหรอ” คินน์ เอ่ยทัก

“อืม เสร็จแล้ว สรุปว่าไอ้ศิรามันจ้องใคร?”

“จะใครซะอีกล่ะครับ ก็น้องเด็กเสิร์ฟคนน่ารัก ตัวขาว ๆ ที่กูเคยถามมึงไง”

“อ๋อ! คนที่มึงเคยจะเคลม อะเหรอ”

“อ้าว มึงก็เคยเหรอ แหม ทำมาเป็นขัดกู ที่แท้ก็เคยมาก่อน มิน่ารู้เรื่องเขาเยอะเชียว” ศิราหันไปพูดกับคินน์

“แฮ่ ก็นิดหน่อย” คินน์ ยิ้มอาย ๆ พร้อมเกาหัวแก้เขิน

“ไอ้วิน คืนนี้ติดต่อน้องให้กูหน่อยดิ” ศิรา หันไปพูดกับมาวิน

“เห้ย คนนี้ไม่ได้ว่ะ ไอ้ศิรา น้องมันเป็นเด็กดี อย่าไปยุ่งกับน้องมันเลย แล้วอีกอย่างน้องไม่รับงานแบบนี้ น้องแค่เสิร์ฟอย่างเดียว”

“แล้วถ้าน้องเขาตกลงไปกับกูคืนนี้ล่ะ?”

“ไม่มีทาง กูพนันเลย” มาวินเอ่ยออกมาด้วยท่าทางมั่นใจ เพราะระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมา ชายหนุ่มสังเกตบัวบูชามาโดยตลอด บัวบูชาไม่มีทางรับงานอย่างว่าแน่นอน

“ได้ยากแบบนี้ ชักน่าสนใจซะแล้วสิ มาดูซิว่าจะเป็นอย่างที่มึงพูดไหม?” สายตาคมโตจ้องมองร่างบางอย่างไม่วางตาราวกับเสือที่กำลังจ้องมองลูกแกะตัวน้อยก็ไม่ปาน คนอย่างศิรา กิจธนะวรกุล อยากได้อะไรก็ต้องได้

“ก็ลองดู ถ้าโดนเด็กมันหักหน้าขึ้นมา ก็อย่ามาโทษกูนะเว้ย”

“เอาไวน์มาอีกขวดดิ เรียกน้องบัวมาเสิร์ฟด้วย กูอยากทำความรู้จักกับน้องสักหน่อย” ศิราเอ่ยบอกมาวินเสียงเรียบ สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่ร่างบางตลอดเวลา

มาวินส่ายหน้า ก่อนจะโทรไปสั่งการลูกน้อง สักพักจึงเห็นว่ามีพนักงานเสิร์ฟด้วยกันเดินไปกระซิบบอกอะไรบางอย่างแก่คนตัวเล็ก ก่อนที่จะชี้มาทางโต๊ะที่พวกเขาสามคนนั่งอยู่ คนตัวเล็กพยักหน้ารับคำก่อนจะเดินหายเข้าไปหลังร้าน

ไม่ถึงสิบนาที บัวบูชาก็เดินมาพร้อมกับไวน์แดงจากฝรั่งเศส เกรดระดับพรีเมี่ยม ร่างบางเดินไปยังโต๊ะที่มีชายหนุ่มทั้งสามคนนั่งอยู่ ก่อนจะวางขวดไวน์ไว้ข้างโต๊ะ มือเรียวบางใช้อุปกรณ์เปิดจุกขวดไวน์อย่างชำนาญ

ก่อนจะค่อย ๆ รินไวน์ใส่แก้วที่ศิราเป็นคนยื่นให้ ศิราจ้องมองทุกการกระทำตรงหน้าไม่วางตา บัวบูชาถึงแม้จะไม่ได้เหลือบมองหน้าผู้ชายที่นั่งข้างคุณมาวิน แต่ก็รับรู้ได้ว่ามีสายตาคมจ้องมองมาอยู่ตลอด ตั้งแต่ที่เธอเดินเข้ามาแล้ว

บัวบูชาใจเต้นโครมคราม พานทำให้มือน้อย ๆ สั่นด้วยความประหม่า มือสั่นเทาวางแก้วไวน์ใบสวยไว้ข้าง ๆ คนตรงหน้า ศิรายกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยล้อคนตัวเล็ก

“พี่ไม่กัดหรอกค่ะ คนสวย”

“…”

“หนูชื่ออะไรคะ?” ศิรามองใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มนั้นก่อนจะเอ่ยถาม

“เอ่อ” บัวบูชาหันหน้าไปมองนาวิน ราวกับขอความช่วยเหลือ เพราะว่าลูกค้านั่งโต๊ะเดียวกับเจ้านาย ไม่รู้ว่าร่างสูงเป็นใคร และเป็นอะไรกับเจ้าของร้าน

“คนนี้ เพื่อนพี่เอง” มาวินกล่าว

“สวัสดีค่ะ ชื่อบัวบูชาค่ะ” หลังได้รับการพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตจากมาวิน บัวบูชาจึงตอบคำถามของคนตัวโต

“พี่ชื่อศิรานะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” ก่อนจะยื่นมือมารอตรงหน้า

“ค่ะ เช่นกันค่ะ” บัวบูชายื่นมาไปจับมือใหญ่เบา ๆ

“ให้พี่เรียกหนูว่าอะไรดีคะ?”

“เอ่อ... เรียกว่าบัวก็ได้ค่ะ”

“ค่ะ น้องบัว นั่งกับพี่นะครับ คืนนี้” ศิราเอ่ย พร้อมกับส่งสายตาร้อนแรงสื่อความหมายบางอย่างชัดเจน ขนาดคนที่ไม่ประสีประสาอย่างบัวบูชายังเข้าใจได้ แถมยังไม่ยอมปล่อยมือจากเธออีก

หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเกิดอาการประหม่าขึ้นมาทันทีที่ได้สบตากับเจ้าของร่างสูง คนนี้สินะ ที่เธอได้ยินพวกสาว ๆ แอบกรี๊ดกร๊าดกันตอนที่เดินเข้ามาภายในร้าน

“ขอประทานโทษคุณลูกค้าด้วยนะคะ พอดีบัวเสิร์ฟอย่างเดียวค่ะ ไม่ได้นั่งดริ้ง ยังไงเดี๋ยวบัวเรียกน้อง ๆ ให้ดีกว่านะคะ รบกวนคุณลูกค้ารอสักครู่”

บัวบูชาพยายามดึงมือออกมาอย่างสุภาพ ก่อนจะก้มโค้งให้เล็กน้อย และรีบเดินออกไปจากตรงนั้นทันทีด้วยความเร็วแสง ทิ้งให้ศิรานั่งมองตาค้างเพราะคิดคำพูดไม่ทัน

“ฮ่า ๆ กูบอกแล้ว น้องเขาไม่หลงคารมมึงหรอก” มาวินแซว

“คืนนี้ก็ออกกับน้องชุดแดงคนนั้นก่อนไหม กูเห็นมองมึงมาตั้งแต่กูเข้ามาล่ะ” คินน์พยักพเยิดไปที่โต๊ะซ้ายมือ

ศิรามองตามก่อนจะเห็นว่าเป็นผู้หญิงสาวสวย แต่งตัวด้วยชุดเดรสรัดรูปสีแดงเลือดนก เจ้าหล่อนยกแก้วขึ้นทักทาย พร้อมด้วยรอยยิ้มหวาน ศิรายกแก้วขึ้นทักทายตอบกลับเล็กน้อย ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินตรงไปยังห้องน้ำ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บัวเหนือศิรา   ตอนพิเศษ น้องบัวเหนือ

    “ปะป๊าขา วันนี้คุณครูใบเตย ฝากความคิดถึงให้ปะป๊าด้วยค่ะ” สาวน้อยบัวงามพูดขึ้นทันทีหลังจากที่ผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาภายในห้องนั่งเล่น“คุณครูใบเตยไหนคะ?” เสียงหวานหันมาถามลูก แต่สายตาพิฆาตกลับถูกส่งมาให้ศิราซวยแล้วสิ นี่คือเสียงในหัวของศิรา ชายหนุ่มทำหน้าเลิ่กลั่ก เหงื่อแตกพลั่ก“คุณครูที่โรงเรียนค่ะ” บัวงามตอบคำถามของผู้เป็นแม่“อ๋อ...แล้วทำไมต้องฝากความคิดถึงมาให้เหรอคะ แล้วไปรู้จักกันตอนไหน” รับคำลูกสาวเสร็จก็หันมาถามสามีที่นั่งยิ้มแห้งอยู่ที่โซฟา“รู้จักตอนที่พี่ไปรับลูก นานแล้วจ้ะ”“มิน่า ถึงอยากไปรับลูกที่โรงเรียนบ่อย ๆ”“โธ่...ไม่ใช่นะครับ คุณแม่อย่าอารมณ์เสียสิครับ เดี๋ยวตัวเล็กในท้องจะเครียดเอาได้นะครับ”“...”“ปะป๊าก็แค่อยากช่วยแบ่งเบาภาระของหม่าม้านะครับ ตอนนี้หม่าม้ากำลังท้องอยู่นะครับ”“อย่าให้รู้นะ” บัวบูชาพูดเสียงเรียบ จ้องหน้าศิราเขม็ง“ไม่ให้รู้แน่นอนครับ”“ยังไงนะคะ!” บัวบูชาขมวดคิ้ว“เฮ้ย! ไม่ใช่ครับ ปะป๊าพูดผิด ปะป๊าจะพูดว่ามันจะไม่มีอะไรทั้งนั้นครับ ปะป๊ารักหม่าม้า รักบัวงาม

  • บัวเหนือศิรา   ตอนพิเศษ ซ้อมเข้าห้องหอ

    เวลาเที่ยงตรงในวันศุกร์ ศิราที่เคลียร์งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็รีบออกเดินทางไปที่สนามบินทันทีหลังทานข้าวเสร็จ ชายหนุ่มเลือกเที่ยวบินในช่วงเวลาบ่ายโมง ไปถึงเชียงใหม่ก็บ่ายสองโมงครึ่งพอดี มีเวลาเหลือเฟือในการไปรอรับบัวงามลูกสาวเขาจะต้องดีใจมากแน่ๆ บัวงามเคยบ่นอยู่บ้างเหมือนกันว่าอยากให้ปะป๊าไปรับที่โรงเรียนบ่อย ๆ โดยปกติเขาจะเลือกเดินทางในช่วงเย็นซะส่วนใหญ่ เพราะกว่าจะเคลียร์งานแล้วเสร็จก็ปาไปเกือบ ๕-๖ โมงเย็นแล้วยิ่งวันศุกร์ยิ่งแล้วใหญ่งานเยอะมาก หากศุกร์ไหนมีประชุม หรือมีงานด่วนเขาก็ต้องเลื่อนการเดินทางไปเป็นวันเสาร์ช่วงเช้าแทนถามว่าทำแบบนี้เหนื่อยไหม ตอบเลยว่าเหนื่อยมาก และถ้าถามว่าให้เลิกทำแบบนี้ไหมเขาก็ตอบเลยว่า ‘ไม่มีทาง’ ถึงจะเหนื่อยแต่เมื่อได้เห็นหน้าคนที่รัก คนเป็นพ่ออย่างศิราก็รู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแล้วหลังจากลงจากเครื่อง และโทรบอกแม่ของลูกเรียบร้อยแล้วว่าจะเป็นคนไปรับลูกสาวเอง ศิราก็เลือกที่จะนั่งแท็กซี่ไปรับ เพราะไม่อยากเสียเวลาวนไปเอารถของบัวบูชาที่บริษัท และอีกอย่างมันค่อนข้างที่จะเสียเวลาด้วย เขาไม่อยาก

  • บัวเหนือศิรา   ตอนพิเศษ ไม่ติดค้าง

    วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ ศิราเดินทางขึ้นมาเชียงใหม่พร้อมกับผู้เป็นมารดา เพื่อมาหาเรื่องหาฤกษ์งามยามดีงานแต่งให้“วันนี้พวกแม่สองคน ว่าจะไปหาหลวงพ่อที่วัดสักหน่อยนะลูก” จันทรรัตน์พูดขึ้นกลางโต๊ะอาหารขณะทุกคนกำลังทานข้าวกันอยู่“ครับ ขอฤกษ์แบบเร็วที่สุดเลยนะครับ คุณแม่” ศิรายิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับบัวบูชาที่ตอนนี้นั่งหน้าแดงหูแดงเถือก“...”“บัวงามอยากเล่นกับน้องแล้ว ใช่ไหมครับลูก?”“ใช่ค่ะ เมื่อไหร่น้องจะมาเล่นกับน้องงามคะ น้องงามรอนานแล้วนะ” เด็กน้อยทำหน้างอใส่ผู้เป็นพ่อ เพราะว่าผ่านมาหลายวันแล้วบัวงามยังไม่เห็นน้องเลย“ใจเย็นลูก ให้พ่อกับแม่เขาแต่งงานกันก่อนนะจ๊ะ” อุบลพูดขึ้นอย่างเอ็นดูหลานสาว“แม่จ๊ะ พรุ่งนี้วันอาทิตย์ หนูกับคุณศิราว่าจะไปเยี่ยมคุณน้ำเพชรสักหน่อยนะจ๊ะ”“อืม ก็ดีเหมือนกันลูก นี่ก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว หวังว่าความแค้นของเธอจะเบาบางลงไปบ้างนะ” อุบล กล่าวพร้อมพยักหน้า“หนูก็หวังว่าอย่างนั้นจ้ะ แม่”“แล้วบัวงามจะไปวัดกับคุณย่าคุณยายไหมลูก” จันทรรัตน์หันไปถามหลานสาวตัวน้อย“ไปค่ะ”เวล

  • บัวเหนือศิรา   บทส่งท้าย

    ในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของเชียงใหม่ บัวบูชากำลังนั่งอยู่ข้างเตียงของบัวงาม พร้อมกับกุมมือลูกน้อยไว้ตลอดเวลา ใบหน้าเล็กน่ารักหลับตาพริ้ม ซึ่งเป็นผลพวงมาจากยาสลบ คุณหมอบอกว่าปริมาณเท่านี้ไม่มีผลข้างเคียงอะไร แต่เพราะบัวงามยังเป็นเด็ก บวกกับความอ่อนเพลียแถมยังไม่ได้กินข้าว เลยทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะหลับลึกตอนนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแค่รอให้หนูน้อยตื่นขึ้นมาเองเท่านั้น ถึงกระนั้นคนเป็นแม่ที่ห่วงลูกมากอย่างบัวบูชาก็ไม่ยอมหลับยอมนอน แม้เวลาจะผ่านไปจนเกือบเที่ยงคืนแล้วก็ตามตอนนี้ในห้องพักพิเศษของทางโรงพยาบาลมีณฤดีนั่งอยู่เป็นเพื่อน ส่วนพวกคนสูงวัยทั้งสามคนนั้นกลับไปพักผ่อนที่บ้านแล้วเรียบร้อยในส่วนของศิรานั้นต้องไปที่สถานีตำรวจ เพื่อจัดการเรื่องคดีความ เพราะก่อนหน้านั้นเธอได้ไปแจ้งความเอาไว้ เมื่อสักครู่ชายหนุ่มได้โทรมาบอกว่าจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะขับรถมาที่นี่“แกนอนพักก่อนไหม? เดี๋ยวฉันดูบัวงามให้เอง”“ไม่เป็นไรฤดี ฉันยังไหว” บัวบูชาส่ายหน้า“แกควรพักเอาแรงก่อนนะ ดูสิ ตาก็บวม จมูกก็แดง ไม่สบายไป

  • บัวเหนือศิรา   แม่มดใจร้ายกลับมาแล้ว

    ในมุมมุมหนึ่งของไนต์คลับ ร่างของหญิงสาวหน้าตาสะสวย แต่งตัวดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยเสื้อผ้า และกระเป๋าแบรนด์ดัง กำลังนั่งดื่มเครื่องดื่มมึนเมาอยู่คนเดียว ใบหน้าที่สวยงามในตอนนี้ไม่ได้ดูน่ามองสักเท่าไหร่นัก เพราะเจ้าของใบหน้ากำลังทำหน้าตาเหมือนกำลังโมโหอะไรอยู่สักอย่างปากก็บ่นพึมพำคนเดียวตลอดเวลา ในมือมีโทรศัพท์เครื่องหรู ที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังจ้องอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ด้วย“มีความสุขกันจริง ๆ เลยนะ ช่างเป็นครอบครัวที่น่าอิจฉาซะจริงเลย มีความสุขกันเข้าไปเยอะ ๆ เวลาสูญเสียมันจะได้เจ็บเจียนตาย”“พวกมึงสองคนแม่ลูก แย่งพี่ศิราไปจากกู”“บัวบูชากูเกลียดมึง กูอยากรู้จริง ๆ ว่าถ้ามึงต้องสูญเสียของรักไปอย่างกูบ้างมึงจะยังยิ้มได้แบบนี้ไหม”น้ำเพชรยกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก้วแล้วเก่าเล่าลงคอราวกับว่ามันเป็นน้ำเปล่า ตั้งแต่เกิดเรื่องในงานแถลงข่าววันนั้น ครอบครัวก็ส่งหญิงสาวไปพักผ่อนที่ประเทศอังกฤษทันที และพอเห็นว่าสภาพจิตใจของลูกสาวดีขึ้นมากแล้ว สองสามีภรรยาก็ไปรับตัวลูกสาวกลับบ้านเมื่อเดือนที่แล้วนี่เองแต่ใครจะรู้ว่าสี

  • บัวเหนือศิรา   ลูกสาวของปะป๊าศิรา

    เย็นวันหนึ่งขณะศิรากลับมาถึงบ้าน ชายหนุ่มก็ต้องรู้สึกแปลกใจที่เจอผู้เป็นพ่อนั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่น และตอนนี้เขาก็มาอยู่ภายในห้องทำงานของผู้เป็นบิดาเรียบร้อยแล้ว บรรยากาศในห้องตอนนี้แตกต่างออกไปจากทุกที มันไม่ได้อึดอัดและมีแรงกดดันเหมือนเมื่อก่อนความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อในตอนนี้ถือว่าดีกว่าแต่ก่อนมาก จนตัวเขาเองก็แทบไม่เชื่อ“คุณพ่อ มีอะไรครับ?”“เห็นแม่เขาบอกว่าอาทิตย์หน้าเป็นวันเกิดบัวงาม” ชายสูงวัยเอ่ยถาม มือเหี่ยวย่นขยับแว่นตาที่ใส่เล็กน้อย“ครับ”“วันที่เท่าไหร่?”“วันที่ ๖ ครับ ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ ผมว่าจะลางานแล้วไปก่อนสักหนึ่งวัน” ศิราตอบเสียงเรียบ“ช่วงนี้งานก็ไม่ได้เยอะอะไร”“ครับ?” ศิราทำหน้างง ไม่เข้าใจว่าผู้เป็นพ่อต้องการที่จะสื่อถึงอะไร“งานไม่เยอะก็ลาสักสามสี่วัน”“…”“เดี๋ยวฉันกับแม่แกจะตามไปทีหลัง อาจจะเป็นวันศุกร์ตอนเช้า ยังไงฉันจะเข้าไปช่วยดูที่บริษัทให้ ในช่วงที่แกไ

  • บัวเหนือศิรา   ท้อนะ แต่ถอยไม่ได้

    ในเช้าวันจันทร์ที่อากาศสดใส บัวบูชาตื่นมาช่วยแม่เตรียมของตอนตีสามเหมือนเช่นเคย เช้านี้เธอได้ยินแม่บ่นว่าปวดขามากกว่าทุกวัน แถมอาการหายใจติดขัด หอบเหนื่อยง่ายที่เป็นอยู่ก่อนหน้านี้บ่อย ๆ ก็เหมือนจะมีอาการมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา“แม่ไหวไหมจ๊ะ? ถ้าไม่ไหววันนี้หนูขายเอง” บัวบูชาเอ่ยหลังสังเกตเห็นสีหน้าซ

  • บัวเหนือศิรา   ลูกแม่ค้า

    ๗ ปี ก่อนหน้าบัวบูชา สินธปกรณ์ (ดอกบัวที่นำขึ้นบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์) คือชื่อของผู้หญิง อายุ ๒๑ ปี นักศึกษาชั้นปีที่สี่ สาขาการจัดการ คณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองหลวง เจ้าของร่างบางผิวขาวราวกับหยวกกล้วย ที่มีส่วนสูงประมาณ ๑๖๙ เซนติเมตร ใบหน้าเรียวยาวขาวนวลน่ารักสมวัย ผมหน้าม้าส

  • บัวเหนือศิรา   อยากได้ปะป๊า

    “แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทูยู”เสียงเพลงวันเกิด และเสียงปรบมือดังขึ้นภายในบ้านสีขาวหลังใหญ่ ทำให้สาวน้อยตัวอ้วนกลมเจ้าของวันเกิดยิ้มตาหยีจนแก้มแทบจะปริ สายตากลมโตจ้องมองเค้กวันเกิดก้อนใหญ่ ที่เป็นรูปตุ๊กตายอดฮิตอย่างเจ้

  • บัวเหนือศิรา   อารัมภบท

    บัวบูชา เจ้าของใบหน้าเรียวงดงามราวเทพปั้น นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ภายในห้องทำงานส่วนตัวชั้นที่ยี่สิบ ของตึกพาณิชย์แฝดสูงสามสิบชั้น ดวงตาเรียวยาวสีน้ำตาลอ่อนสีเดียวกับเส้นผมละเอียดราวแพรไหมที่ยาวสลวย กำลังจดจ้องหน้าจอไอแพด ไล่สายตาอ่านข้อความพาดหัวข่าวบันเทิงซุบซิบดารา และนักธุรกิจคน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status