Partager

ตอนที่ 3 คำทำนาย ความฝัน

last update Date de publication: 2024-12-13 21:15:33

ตอนที่ 3

คำทำนาย ความฝัน

ยามนี้เฉินจินฮวาก้าวขึ้นรถม้าอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจนัก หากถามว่าเหตุใดนางจึงเป็นเช่นนี้น่ะหรือ ก็คงจะต้องย้อนความไปเมื่อครึ่งเค่อก่อนหน้านี้ ที่จู่ ๆ ท่านนักพรตหญิงผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นและเดินผ่านฝูงชนจำนวนมากที่ลานหน้าอารามมาหยุดอยู่เบื้องหน้านาง พร้อมกับยื่นถุงผ้าสีเหลืองไร้ลวดลายใบหนึ่งให้นาง พร้อมกับกล่าวว่า ถุงผ้าใบนี้ เป็นนักพรตลู่อวี้มอบให้นาง

นางยังจำได้ดีว่าในขณะนั้นที่ลานของอารามที่เคยมีเสียงพูดคุยดังอยู่เล็กน้อยนั้นเงียบสนิทลงทันที ทุกสายตาจากทั่วทั้งสารทิศต่างจับจ้องมาที่นางเป็นตาเดียว

เวลานั้นเหมือนว่าผู้ที่มีสติที่สุดคงจะหนีไม่พ้นพี่รองของนาง เขาจัดการสักให้ผู้ติดตามรีบมายืนบังนางเอาไว้และรีบพานางและท่านแม่ลงมาจากอารามทันทีโดยที่แม้แต่มารดาของนางก็ยังไม่ได้มีโอกาสเอ่ยลาท่านป้าฟางดี ๆ เลยด้วยซ้ำ

พี่รองของนางคงกลัวว่าจะเกิดการจลาจลขึ้น จึงรีบพาพวกนางออกจากอาราม ซึ่งจากสายตาที่ผู้อื่นมองมายังนางในเวลานั้นก็เป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดจลาจลขึ้นได้จริง ๆ

“ท่านแม่ ผู้คนรออยู่ตั้งมากมาย คำทำนายให้เพียงแค่คนคนเดียวจริงหรือขอรับ” ฟูหมิงเอ่ยถามมารดาตนทันที เมื่อรถม้าเริ่มเคลื่อนตัวตรงเข้าเมืองแล้ว

“ใช่แล้ว และคำทำนายอันล้ำค่านี้ก็เป็นน้องสาวเจ้าที่ได้ไป” นางเอ่ยตอบบุตรชาย สายตาก็จับจ้องไปยังบุตรสาวคนเล็กของตนที่ยามนี้นั่งนิ่งเหมือนกำลังงุนงงกับอะไรบางอย่าง ซึ่งนางรู้ดีว่าคือสิ่งใด

“จินเอ๋อร์ ลูกเป็นผู้ที่โชคดีที่สุดนะรู้หรือไม่” เฉินฮูหยินเอ่ยขึ้นพลางยิ้ม

นางไม่รู้หรอกว่าในถุงสีเหลืองที่นักพรตลู่อวี้มอบให้บุตรสาวนั้นคือสิ่งใด แต่นางมั่นใจว่าจะต้องเป็นของที่จะทำให้เฉินจินฮวาบุตรสาวของจากร้ายกลายเป็นดี จากดีอยู่แล้วยิ่งดีมากยิ่งขึ้นเป็นแน่

นอกจากถุงสีเหลืองแล้ว ยังมีกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกยื่นมาให้พร้อมกันด้วย นักพรตหญิงกล่าวว่าให้นางทำตามที่เขียนเอาไว้ในกระดาษก่อนที่จะเปิดถุงสีเหลืองออกดูสิ่งที่อยู่ด้านใน

หลังจากที่อาหลัวช่วยนางเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วนางจึงบอกให้อาหลัวกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักของนาง ไม่ต้องอยู่ค่อยปรนนิบัตินางในคืนนี้

“คุณหนูรีบพักผ่อนนะเจ้าคะ พรุ่งนี้บ่าวจะรีบมารอรับใช้คุณหนูแต่เช้าเจ้าค่ะ” อาหลัวกล่าวกับคุณหนูของนาง

“พรุ่งนี้ข้าว่าจะตื่นสายสักหน่อย เจ้าไม่ต้องรีบมานัก หรอก นอนเพิ่มอีกสักหน่อยก็ได้”

“เจ้าค่ะคุณหนู เช่นนั้นบ่าวไปก่อนนะเจ้าคะ”

“เจ้าไปเถอะ”  

เฉินจินฮวานั่งลงบนเตียงหลังจากที่อาหลัวสาวใช้คน  สนิทของนางเดินออกไปจากห้องนอนแล้ว  นางหยิบแผ่นกระดาษใบเล็กที่ถูกผับวางทับอยู่ใต้ถุงสีเหลืองที่ได้รับมา  จากอารามในวันนี้ขึ้นมาเปิดอ่าน 

ในกระดาษเขียนเอาไว้สองประโยค  

อีกสองวันจึงค่อยเปิดถุงออกดูสิ่งที่อยู่ด้านใน   

จงเก็บถุงสีเหลืองนี้ไว้ใต้หมอนของเจ้า  

เฉินจินฮวาทำตามที่เขียนเอาไว้ในแผ่นกระดาษคือเก็บถุง สีเหลืองเอาไว้ใต้หมอนของนาง เพื่อรอที่จะเปิดดูภายในถุงในอีกสองวันข้างหน้า

สองวันข้างหน้างั้นหรือ เช่นนั้นก็เป็นวันเดียวกับวันที่พี่ใหญ่ของนางกลับมาเยี่ยมบ้านหลังจากแต่งงานพอดี เช่นนั้นใน วันนั้นนางก็จะได้ชวนท่านแม่และพี่ใหญ่ให้มาเปิดดูสิ่งที่อยู่ในถุงพร้อมกันกับนาง 

รุ่งขึ้นช่วงสายของวันท่านป้าฟางกับฟางอันอันได้มาเยี่ยม เยียนที่จวนสกุลเฉินเรา

แน่นอนว่ามารดาของนางให้ความต้อนรับท่านป้าฟาง เป็นอย่างดี ยามนี้ท่านแม่ของนางและท่านป้าฟางนั่งสนทนากัน อยู่ที่ศาลาท้ายสวน โดยมีนางและอันอันร่วมฟังอยู่ด้วย

“สิบกว่าปีแล้วกระมังที่ข้าไม่ได้มาเยือนจวนของเจ้าเลย จวนสกุลเฉินแห่งนี้ช่างงดงามไม่เปลี่ยนแปลงเลยจริง ๆ “ ฟางฮูหยินเอ่ยชื่นชมออกมา นางมองทิวทัศน์รอบ ๆ อย่างหลงใหล

“จวนสกุลเฉินงดงามเพราะฮูหยินอย่างข้าดูแลได้เป็นอย่างดี เจ้าบ้านใส่ใจจวนย่อมงดงามเพิ่มขึ้นไม่แปรเปลี่ยน” เฉินฮูหยินเอ่ยอย่างภาคภูมิ นางกล่าวไปก็นั่งตัวตรงใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อย

“เฉินฮูหยินไม่คิดจะถ่อมตนเลยอย่างนั้นหรือ” ฟางฮูหยินเอ่ยเย้าสหายเก่า

“ข้าจะมัวถ่อมตนได้อย่างไร คำชื่นชมน่ะเป็นคำที่ข้าค่อนข้างจะชื่นชอบเป็นอย่างมากเชี่ยวล่ะ”

“เสี่ยวจินเอ๋อร์เจ้าอย่าได้เอาแบบอย่างมารดาเจ้าเล่า เป็นสตรีไม่ควรแสดงออกรับคำชื่นชมมากมายเช่นที่นางทำ อันเอ๋อร์เจ้าก็ด้วยอย่าได้เรียนแบบท่านน้าของเจ้า” ฟางฮูหยินหันมาเอ่ยกับบุตรสาวของสหายสนิทและบุตรสาวของนางด้วยรอยยิ้ม

นั่งจิบชากันอยู่พักหนึ่งท่านแม่ของนางก็ให้นางพาอันอันไปเดินชมจวน เฉินจินฮวายิ้มอย่างยินดีและสองหญิงงามก็จับจูงกันเดินออกจากศาลารับลมไป

เมื่อเด็ก ๆ เดินออกไปไกลพอสมควรแล้ว ฟางฮูหยินจึงได้เอ่ยถามเรื่องที่นางรู้ว่ายามนี้เฉินฮูหยินสหายของนางก็แอบกังวลอยู่เล็กน้อยเช่นกันแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากเล่า

“เจ้าเห็นคำทำนายที่เสี่ยวจินเอ๋อร์ได้รับมาแล้วหรือยัง”

“ข้ายังไม่เห็น จินเอ๋อร์นางบอกข้าว่าท่านนักพรตยังไม่ให้เปิดออกดู”

“ต้องรอเวลาเปิดด้วยหรือ?”

“ใช่แล้ว วันพรุ่งนี้จึงจะเปิดออกมาดูได้”

“พรุ่งนี้บุตรสาวคนโตของเจ้าก็จะกลับมาเยี่ยมบ้านมิใช่หรือ พรุ่งนี้นับเป็นวันดีเชื่อข้าสิ”

“ข้าก็หวังให้มีแต่เรื่องดี ๆ เรื่องมงคลในวันพรุ่งนี้เช่นกัน” เฉินฮูหยินกล่าวเสียงเบา สายตาของนางทอดมองไปยังบุตรสาวที่อยู่ไกลออกไปด้านนอกศาลารับลมด้วยใจที่ไม่ค่อยสงบนัก

เป็นอีกคืนหนึ่งที่เฉินจินฮวาไล่ให้อาหลัวกลับไปพักผ่อนตั้งแต่หัวค่ำ 

นางเอื้อมมือไปหยิบถุงใบเรียบสีเหลืองที่ถูกสอดเอาไว้ใต้หมอนออกมา ก่อนจะทอดมองไปที่เจ้าถุงในมือนิ่ง ๆ 

ที่นางนิ่งเฉยจดจ้องของในมือตนเช่นนี้เพราะไม่รู้ว่าเป็นเพราะเจ้าสิ่งนี้หรือไม่ที่ทำให้นางฝันประหลาดในเมื่อคืนนี้

ตลอดทั้งวันตั้งแต่รุ่งสางจวบจนกระทั่งฟ้ามืดนางเลือกที่จะไม่คิดเอาความฝันเมื่อคืนของตนเก็บมาคิดให้กังวลใจ

แต่ยิ่งพยายามไม่คิดก็ยิ่งนึกถึง นางทำตัวปกติไม่ได้เอ่ยเล่าเรื่องในความฝันให้ใครได้ฟัง แม้แต่ท่านแม่หรืออาหลัวนางก็ไม่ได้เอ่ยออกไป 

เฉินจินฮวานั้นไม่อยากให้ผู้ใดกังวลไปกลับนาง จึงคิดอยากพิสูจน์ให้แน่ชัดว่าหากคืนนี้นางหนุนหมอนที่มีถุงใบนี้อยู่ใต้หมอนอีกคืนแล้วนางจะฝันร้ายอีกหรือไม่

นางสอดถุงใบนั้นเอาไว้ใต้หมอนเช่นเดิมก่อนที่นางจะเอนตัวลงนอนหนุนหมอนใบนี้อีกครั้ง ผ่านไปไม่นานตัวนางจึงได้ล่วงเข้าสู่นิทราอีกครั้ง

นี่นางกำลังฝันอีกแล้วอย่างนั้นหรือ...

ทุกอย่างตรงหน้านางล้วนแล้วแต่เป็นภาพขุ่นมัวไปหมดไม่ว่าจะมองสำรวจไปทางใดก็พบเพียงกลุ่มควันปกคลุมไปทั่วจนทำให้มองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไม่ชัดเจน ทว่านางก็รับรู้ได้ว่าข้าวของและห้องที่นางเห็นอยู่ในขณะนี้คือห้องที่นางในชีวิตจริงไม่เคยพบเห็นมาก่อน

แต่มีสิ่งหนึ่งที่นางมั่นใจนัก ก็คือสตรีที่กำลังกรีดร้องอยู่บนพื้นที่เต็มไปด้วยเลือดคือตัวนางแน่ ๆ 

“ช่วยด้วย ข้าอยู่นี่ ช่วยข้าด้วย...” 

เสียงร้องอย่างเจ็บปวดนั้นดังออกมาจากปากของนางอีกคนอย่างยากลำบาก เฉินจินฮวามองร่างของนางที่ค่อย ๆ หมดลมหายใจลงต่อหน้าอย่างสลดใจ นางพยายามจะเข้าไปประคองร่างของตนแต่ก็ทำไม่ได้  เพราะไม่อาจสัมผัสสิ่งใดได้เลย

ร่างของนางในฝันยามนี้หมดสติไปแล้ว อาจเป็นเพราะเสียเลือดไปมาก ลมหายใจที่มีเหลือในตอนนี้คงไม่อาจจะเพียงพอต่อการมีชีวิตรอดไปได้อีกแล้ว เพียงไม่กี่อึดใจนางคงจะสิ้นใจตายลงอย่างแน่นอน

จบชีวิตด้วยความทรมานเช่นนี้คงจะยังไม่สาแก่ใจผู้ที่ทำร้ายนางกระมัง จึงได้ตั้งใจจุดไฟเผาห้องที่นางอยู่ด้วย

เฉินจินฮวาได้แต่มองภาพฝันเบื้องหน้าด้วยใจหวาดกลัวแค้นเคืองและเจ็บปวด

ผู้ใดกัน ผู้ใดที่ทำร้ายนางจนสิ้นลม ซ้ำเมื่อสิ้นลมแล้วแม้แต่ศพที่สมบูรณ์ยังไม่ย่อมให้นางได้มี 

เวลานี้นางตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายอันน่าเจ็บปวดแล้ว ร่างบางยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียงกว้างไม่ได้ขยับไปไหน เพียงปล่อยให้น้ำตารินไหลออกมาอย่างเงียบ ๆ 

ในฝันนั้นนางสิ้นลมอย่างเจ็บปวด ความเจ็บปวดนั้นเหมือน มิใช่เพียงความฝัน นางรับรู้ความรู้สึกเคียดแค้นใจของตนก่อนสิ้นใจ ได้เป็นอย่างดี

นางรับรู้ได้ว่าความฝันนี้อาจจะเป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นกับ นางในอนาคต อาจเป็นเพราะอะไรบางอย่างที่ทำให้นางฝันเห็น เหตุการณ์ก่อนหน้า

อาจจะเป็นสิ่งใดบางอย่างที่ทำให้นางรู้ว่าต้องระแวดระวัง

ความฝันนี้คือสิ่งที่กำลังเตือนนาง ให้ระวังและให้หยุดยั้งความตายที่น่าจะมารออยู่ไม่ไกลนักให้ได้

แสงแรกของวันสว่างลอดเข้ามาภายในห้องนอนของนางแล้ว

เฉินจินฮวาลุกขึ้นนั่งตัวตรงบนเตียงนอน ก่อนจะสอดมือเข้าไปหยิบถุงสีเหลืองออกมาถือเอาไว้ในมือ

นางมองถุงในมือนิ่ง ๆ ก่อนจะเปิดมันออก โดยล้มเลิกความตั้งใจที่จะเปิดออกดูพร้อมกันกับท่านแม่และพี่ใหญ่ของนางในวันนี้

เพราะกลัวสิ่งที่อยู่ในถุงนี้จะทำให้ท่านแม่และคนอื่น ๆ เป็นกังวลและเป็นทุกข์ไปด้วยกันกับนาง ไม่สู้นางรับรู้เพียงคนเดียวก็พอแล้ว 

เช่นนั้นย่อมไม่ทำให้ผู้อื่นต้องเป็นกังวลไปกับนางด้วย คิดได้ เช่นนั้น นางจึงลงมือเปิดถุงใบเล็กออกมาดูในทันที

กระดาษ เป็นกระดาษใบเล็กอีกใบหนึ่งที่ถูกม้วนและมัดปม เอาไว้ด้วยด้ายสีแดง

นางค่อย ๆ ดึงด้ายแดงออกแล้วจึงคลี่กระดาษแผ่นเล็กออกมาดูสิ่งที่เขียนเอาไว้บนนั้น

'ฝันร้ายกลายเป็นจริง มีภัยถึงชีวิต'

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • บุปผาไร้ใจแห่งตำหนักทิศประจิม   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ วังหลวงอันสุขสงบในปีที่สามหลังจากฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ ทรงมีราชโองการให้ยกเลิกการคัดเลือกพระสนม โดยทรงให้เหตุผลต่อเหล่าขุนนางในราชสำนักว่าการคัดเลือกพระสนมและการมีพระสนมมากเกินไปจะเป็นการสิ้นเปลืองอีกทั้งพระองค์อยากตั้งใจบริหารบ้านเมืองมากกว่าสนใจเรื่องของสตรีมากมายในวังหลังแม้เหล่าขุนนางส่วนมากจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับการที่ทรงต้องการยกเลิกการคัดเลือกพระสนมแต่ไม่สามารถขัดต่อฮ่องเต้ได้ เพราะเรื่องผู้สืบทอดสายเลือดมังกรยามนี้ก็ทรงมีองค์ชายถึงสองพระองค์ และองค์หญิงหนึ่งพระองค์ที่ประสูติจากพระครรภ์ของฮองเฮา ถือเป็นสายพระโลหิตสายตรงที่ล้ำค่าวังหลังยามนี้นอกจากพระสนมในฮ่องเต้องค์ก่อนที่อยู่ภายใต้การดูแลของฉุนหวงกุ้ยไท่เฟย แล้วนั้นสนมในฮ่องเต้โม่หลงอวี้ก็นับแล้วไม่เกินหกคนชิงอีจินฮองเฮา จากสกุลเฉินหมิงกุ้ยเฟย จากสกุลหมิง (หมิงเช่อเฟย)สวีผิน จากสกุลสวี (สวีเช่อเฟย)มู่กุ้ยเหริน ฉวีกุ้ยเหริน (หรูจื่อจากตำหนักบูรพา)หม่าฉางจ้าย อี้ฉางจ้าย (หรูจื่อจากตำหนักบูรพา)สตรีอื่นในวังแม้จะอยู่ในสถานะพระสนมของฝ่าบาทแต่ผู้ที่ได้รับใช้พระองค์จริง ๆ กลับมีเพียงเฉินฮองเฮาเท่านั

  • บุปผาไร้ใจแห่งตำหนักทิศประจิม   ตอนที่ 54 ทุกอย่างคลี่คลาย (จบ)

    ตอนที่ 54 ทุกอย่างคลี่คลาย หนึ่งเดือนผ่านไปเรื่องราวทั้งหมดคลี่คลายแล้ว องค์ไท่จื่อเล่า เรื่องราวทั้งหมดให้นางฟังรวมไปถึงจุดจบของเฮ่อหลินจือและเฮ่อหลูเค่อ รวมไปถึงหัวหน้าเผ่าต้าเหอที่ท่านพ่อของนางเป็นคนไปจัดการ เผ่าต้าเหอตอนนี้กลายมาเป็นพื้นที่ครอบครองของแคว้นเป่ยซี เต็มตัวแล้ว ยามนี้รอแต่งตั้งอ๋องเพื่อไปปกครองเมื่อ ระหว่างรอฝ่าบาทพิจารณาผู้ที่เหมาะสมท่านพ่อของนางจะเป็นผู้ดูแลความสงบที่นั่นไปก่อนหมิงเช่อเฟยตั้งแต่องค์ไท่จื่อให้เสด็จออกไปยังที่ปลอดภัยก็ยัง แวะท่องเที่ยวไม่ยอมกลับมาเสียที อาจูที่ติดตามไปด้วยก็พลอยยังไม่ได้กลับมาด้วยกันส่วนสวีเช่อเฟยนั้นเคยเก็บตัวเงียบอยู่ในตำหนักอย่างไรก็เป็น เช่นนั้นไม่เปลี่ยนแปลงส่วนตัวนางเองก็ได้เปิดใจกับองค์ไท่จื่อไปทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องความฝันบอกเหตุหรือคำทำนายที่ได้รับ และเหตุผลว่าทำไม นางถึงไม่อยากจะมีครรภ์กับพระองค์ในเวลานั้นพระองค์รับฟังนางทุกเรื่องอย่างไม่เร่งรัดสรุปตัดความ ทรง เปิดใจให้นางได้เปิดเผยทุกอย่างในใจมีเรื่องหนึ่งที่นางถึงขั้นอึ้งหนักไปเลยนั่นคือเรื่องของนักพรต ลู่อวี้แห่งอารามโต้เทียน“ดูเหมือนนักพรตลู่อวี้ที่ชายารักกล

  • บุปผาไร้ใจแห่งตำหนักทิศประจิม   ตอนที่ 53  เป็นไปตามแผน

    ตอนที่ 53 เป็นไปตามแผนวันนี้คือวันที่ถูกกำหนดเอาไว้ให้ทำการใหญ่ องค์ไท่จื่อและเฮ่อหลูเค่อรวมไปถึงหน่วยกล้าตายมากฝีมือลอบเข้าวังหลวงได้อย่างง่ายดาย เป็นเพราะองค์ไท่จื่อได้ผลัดเปลี่ยนเวรยามภายในวังหลวงก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้วในที่สุดก็สามารถเข้ามาถึงห้องทรงอักษรของฮ่องเต้โม่หลงเซียวได้อย่างง่ายดาย ตามทางที่มีเหล่าขันทีและนางกำนัลเฝ้าอยู่ตอนนี้มีเพียงแค่ร่างที่ไม่รู้สึกตัวนอนหมดสติอยู่ตามพื้นเช่นเดียวกันกับเหล่าองครักษ์ประจำวังหลวง“องค์ไท่จื่อลงมือได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่ต้องเสียทั้งแรงและเวลาไปเปล่า ๆ” เฮ่อหลูเค่อเอ่ยขึ้นหลังจากถอดผ้าคลุมหน้าของตนออกเมื่อเข้ามาถึงห้องทรงพระอักษรด้านในแล้วหน่วยกล้าตายถูกสั่งให้เฝ้าอยู่ด้านนอกห้าคน และตามเขากับองค์ไท่จื่อเข้ามาอีกห้าคน“สิ่งที่ข้าลงมือทำด้วยตัวเองแน่นอนว่าย่อมต้องไร้ที่ติ” ไท่จื่อหนุ่มกล่าวก่อนจะเป็นผู้เปิดประตูบานสุดท้ายที่จะนำพาพระองค์ไปหาผู้เป็นเสด็จพ่อของพระองค์ที่ทรงประทับอยู่ห้องด้านในเมื่อประตูบานสุดท้ายเปิดออกก็พบกับผู้เป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นเป่ยซีทรงประทับอยู่บนแท่นพระที่นั่งด้วยท่าทีทรงอำนาจ สายพระเนตรทอดมองเหล่าผู้มาใหม่ด้ว

  • บุปผาไร้ใจแห่งตำหนักทิศประจิม   ตอนที่ 52 กำจัดเสี้ยนหนาม  

    ตอนที่ 52กำจัดเสี้ยนหนามตอนนี้ไม่ว่าเรื่องใดที่เกิดขึ้นภายในตำหนักบูรพาก็ไม่มีสิ่งใดที่เฮ่อหลินจือไม่รู้ เรื่องที่อี้กงกงขันทีคนสนิทของฝ่าบาทมาทำไมที่ตำหนักบูรพาก็เช่นเดียวกันนางรู้สึกพอใจอยู่ลึก ๆ ที่สตรีแซ่เฉินผู้นั้นกำลังตกอยู่ในความมืดมิด เช่นนั้นหากนางจะเป็นผู้ช่วยปลดปล่อยสตรีแซ่เฉินผู้นั้นให้ได้พบเจอกับความสงบตลอดไปจะดีแค่ไหนกันนะ“น่าน่านักฆ่าที่เราเรียกใช้ได้ตอนนี้มีอยู่เท่าไร่หรือ”“ราว ๆ เกือบสามสิบคนเจ้าค่ะ”“จำนวนไม่น้อยเลยนี้ มากเพียงพอที่จะกำลังสตรีนางหนึ่ง ไม่สิมากเกินไปด้วยกระมัง” นางเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี“น่าน่ารับคำสั่งข้าเรียกให้นักฆ่าทั้งหมดที่เรามีตามไปกำลังสตรีแซ่เฉินผู้อวดดีให้ข้า” หญิงสาวเอ่ยสั่งออกมาเสียงเย็นรถม้าคันใหญ่เร่งมุ่งหน้าลงใต้ด้วยความเร็ว ยามนี้แม้รถม้าจะเร็วเพียงใดแต่จิตใจของคนในรถม้ากลับเร็วกว่าใจของพวกเขาลอยไปถึงหุบเขาทางใต้ที่ท่านพ่ออยู่นานแล้ว“ท่านแม่ ท่านพี่เป็นแม่ทัพกล้าเสมอมา กี่ร้อยสนามรบไม่ว่าเล็กใหญ่ล้วนผ่านมาได้ ครั้งนี้ท่านพ่อก็จะต้องรอดชีวิตได้อีกแน่” เฉินฟูหมิงเอ่ยบอกท่านแม่ที่อยู่ในอ้อมกอดของตนในยามนี้“แต่อี้กงกงกล่าวว่าพ่อเจ้

  • บุปผาไร้ใจแห่งตำหนักทิศประจิม   ตอนที่ 51 เรื่องราวในอดีต

    ตอนที่ 51เรื่องราวในอดีต ทั่วทั้งวังหลวงไม่มีผู้ใดไม่ได้ยินเรื่องที่ฝ่าบาททรงกริ้วองค์ไท่จื่อหนักถึงขั้นต่อว่าอย่างรุนแรงในระหว่างการประชุมราชการในช่วงเช้าที่ผ่านมาต่อหน้าขุนนางทั้งราชสำนักภายในวังหลวงมีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าแท้จริงแล้วองค์ไท่จื่อกับฝ่าบาทต่างก็มีความเนินห่างกันอยู่ องค์ไท่จื่อโม่หลงอวี้ผู้นี้หัวรั้นจนเกินไปจนมักจะเกิดการโต้แย้งกันอยู่เสมอฟังจากที่เหล่าข้ารับใช้ในวังหลวงเล่าต่อกันมาว่าหากองค์ไท่จื่อไม่ได้เป็นพระโอรสองค์โตที่ประสูติแก่ฮองเฮาพระองค์ก่อนที่ด่วนสิ้นพระชนม์ไปฝ่าบาทก็คงไม่ทรงไว้หน้าไท่จื่อผู้นี้แล้วก็คงมีรับสั่งให้ปลดออกจากตำแหน่งหวงไท่จื่อนานแล้วภายในวังหลวงและเหล่าขุนนางต่างแอบพูดคุยกันถึงเรื่องนี้อยู่บางอย่างลับ ๆ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีผู้ใดจะกล้าผู้ออกมาอย่างเปิดเผย แต่ถึงอย่างนั้นเหล่าขุนนางก็เริ่มคิดแผนการเอาไว้หลายทางมากขึ้นเผื่อว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้ พวกเขาอาจต้องเลือกระหว่างองค์ชายรองและองค์ชายสาม แน่นอนว่าองค์ชายรองซึ่งเกิดจากพระสนมชิงเฟยดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกแรกที่ถูกนึกถึงแต่ถึงแม้หากจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงผู้ดำรงตำแหน่งหวงไท่จื่ออ

  • บุปผาไร้ใจแห่งตำหนักทิศประจิม   ตอนที่ 50 ใจจริงของเจ้า

    ตอนที่ 50ใจจริงของเจ้าสามวันสามคืนแล้วที่องค์ไท่จื่อไม่ได้เสด็จมาหานางที่ตำหนักทิศประจิม อีกทั้งไม่มีฝูกงกงหรือผู้ใดมาแจ้งเลยว่าเหตุใดถึงไม่ทรงเสด็จมาซึ่งผิดไปจากปกติเป็นอย่างมากเพราะพระองค์ไม่เคยไม่เสด็จมาหานางนานถึงเพียงนี้นางไม่ได้ให้อาจูไปสอบถามที่ตำหนักหลักตรงๆ เพราะกลัวที่จะเสียหน้าจึงได้สั่งให้อาจูไปแอบสืบจากองครักษ์เฝ้าประตูเงียบ ๆ ถึงได้ความมาว่าองค์ไท่จื่อเสด็จกลับมาที่ตำหนักบูรพาทุกวัน เพียงแต่เสด็จวังหลวงแต่เช้ากว่าเดิม และเสด็จกลับมาดึกด้วยทุกคืนช่วงนี้อาจจะทรง ทรงงานหนักมากจนไม่มีเวลา แต่อย่างไรเฉินจินฮวาก็มั่นใจว่าต่อให้จะดึกแค่ไหนหรือว่านางจะหลับไปแล้วอย่างไรพระองค์ก็จะเสด็จมาหานางอยู่ดี ต่อให้ไม่ได้เจอนางยามตื่นก็คงจะต้องแวะมาแกล้งนางยามหลับนางทำให้พระองค์โกรธเคืองหรือก็ไม่น่าเป็นไปได้ คืนก่อนที่แวะมาเสวยมื้อค่ำที่ตำหนักของนางก็ทรงไม่มีท่าทีแปลก ๆ หรือไม่สบ อารมณ์ใด ๆ เลย เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะทรงโกรธเคืองนางฉะนั้นอาจจะเป็นเพราะทรงยุ่งเท่านั้นล่ะ จริง ๆ แล้วไม่ใช่ว่า พระองค์ไม่เสด็จมาหานางควรจะดีใจหรือเปล่า นางหวังให้เป็นเช่นนี้ มาตลอดมิใช่หรือแล้วเวลานี้ม

  • บุปผาไร้ใจแห่งตำหนักทิศประจิม   ตอนที่ 45 ระบำต้าเหอ

    ตอนที่ 45ระบำต้าเหอเจ้าของใบหน้าหวานจำต้องขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจนักเมื่อนางกับหมิงเช่อเฟยออกมาจากกระโจมก็พบว่าองค์ไท่จื่อที่รออยู่นั้นสวมใส่อารมณ์สีขาวแซมฟ้าโทนสีใกล้เคียงกันกับนางเลยทั้ง ๆ ที่นางได้ยินมาว่าทรงจะสวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มในคืนนี้เหตุใดจึงได้เปลี่ยนแปลงไปได้ รู้อย่างนี้เมื่อครู่นางเปล

  • บุปผาไร้ใจแห่งตำหนักทิศประจิม   ตอนที่ 15 เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร

    ตอนที่ 15เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร“ข้าว่าเฉินเช่อเฟยที่เพิ่งเข้าตำหนักบูรพามาใหม่ คงเป็นสตรี มากแผนการแน่ เจ้าคิดเหมือนกันหรือไม่หมิงเช่อเฟย” สวีเช่อเฟย หรือสวีฟางซินเป็นผู้เอ่ยถามขึ้น ตั้งแต่ตำหนักบูรพารับเช่อเฟยคนใหม่เข้ามานางเองก็เริ่มเกิด ความวิตกกังวลขึ้น ยามนี้ภายในใจจึงค่อนข้างร้อนรนเป็นอย่า

  • บุปผาไร้ใจแห่งตำหนักทิศประจิม   ตอนที่ 14 ความบังเอิญในความตั้งใจ

    ตอนที่ 14ความบังเอิญในความตั้งใจ“เปิ่นไท่จื่อคิดไม่ถึงว่าเฉินเช่อเฟยผู้นี้จะกล้าลงมือกับตัวเองรุนแรงเช่นนี้ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะก้าวเข้าตำหนักได้เพียงวันเดียว สตรีผู้นี้ความคิดลึกซึ้งอีกทั้งยังใจเด็ดไม่เบา” “พระองค์ตรัสเช่นนี้ทรงคิดว่าเฉินเช่อเฟยจงใจให้คนใส่ผงรากบัวที่ตนเองแพ้ลงในโจ๊ก” ฝูกงกงเอ่ย“ผ

  • บุปผาไร้ใจแห่งตำหนักทิศประจิม   ตอนที่ 13 เคราะห์ร้าย?

    ตอนที่ 13เคราะห์ร้าย?โม่หลงอวี้เพิ่งจะอ่านรายงานลับจบไปเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ฝูกงกงก็เร่งเข้ามาแจ้งว่าทางตำหนักทิศประจิมนั้นเกิดเรื่อง ชายาคนใหม่ของพระองค์หมดสติไปหลังจากทานโจ๊กเป๋าฮื้อที่พระองค์ให้ฝูกงกงนำไปให้ พระองค์จึงต้องเสด็จไปยังตำหนักทิศประจิมอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะกลับออกมาได้เพีย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status